ริชาร์ดรับคำและเดินออกไปแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงแค่หล่อนกับอันโตนิโอแค่สองคนเท่านั้นภายในห้องทำงานอันแสนโอ่อ่าแห่งนี้
“พี่ชาย... ทำไมไม่กลับไปหาเค้าเลย รู้ไหมว่าคิดถึงแค่ไหน”
ไม่พูดเปล่าแต่มาร์กาเร็ตเดินอ้อมโต๊ะทำงานของชายหนุ่มมาหยุดข้างๆ เขา จากนั้นก็ใช้สะโพกผายของตัวเองชนกับต้นแขนกำยำอย่างจงใจยั่วยวน
“เค้ารอพี่ชายทุกคืนเลยนะ”
คนถูกยั่วกัดฟันแน่น พยายามข่มทุกความร้อนผ่าวที่เกิดขึ้นในร่างกายเอาไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ดูเหมือนว่ามันจะทำได้ยากเสียเหลือเกิน เมื่อแม่สาวน้อยคนสวยก้มหน้าต่ำลงมาหา ปากสีเชอร์รี่สุกของหล่อนอิ่มเต็มและน่าขยี้เสียเหลือเกิน ดวงตาของหล่อนก็เต็มไปด้วยความรักเทิดทูนที่มีต่อเขาอย่างท่วมท้น
อันโตนิโอขบกรามจนขึ้นสัน มือหนากำเป็นหมัด ใจหนึ่งก็อยากจะจูบปากอิ่มนั้นสักครั้ง แต่ความแค้นที่สุมอยู่ในอกมานานถึงยี่สิบสองปีก็มีอำนาจเหนือกว่า เขาผลักร่างอรชรออกจากตัวเต็มแรง จากนั้นก็ลุกขึ้นและก้าวไปหยุดกลางห้อง
“ไม่ได้เจอกันแค่สองอาทิตย์ ร่านขึ้นเยอะนะมาร์กี้”
คนที่ถูกผลักจนล้มไปกองกับพื้น หน้าซีดเผือด แทบไม่เชื่อหูนักว่าสิ่งที่ได้ยินมันออกมาจากปากของผู้ชายที่หล่อนแสนจะเทิดทูน
“พี่ชาย... ทำไมพูดกับเค้าแบบนี้ล่ะ”
พอพยุงตัวลุกขึ้นได้ก็เดินมาหยุดตรงหน้าเขาทันที มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด หล่อนอุตส่าห์มา อุตส่าห์ดั้นด้นมาหาเขาถึงที่นี่ ก็เพราะความคิดถึง ความรักมากมายที่มีต่อเขา แต่ทำไม... ทำไมอันโตนิโอจะต้องแสดงท่าทางรังเกียจใส่หล่อนแบบนี้ด้วย นี่ความรักของหล่อนไม่สามารถทำให้เขาหวั่นไหวได้เลยหรือไงกัน
“เค้ารักพี่ชายนะ”
“หุบปากซะทีเถอะ! บอกไปตั้งกี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่มีวันรักเธอ ฉันเกลียดเธอได้ยินไหม”
คนฟังน้ำตาร่วงกราว หัวใจเหมือนถูกเฉือนด้วยมีดคมๆ จนเป็นแผลเหวอะหวะ
“ไม่จริงหรอก พี่ชายแค่โกรธเท่านั้น พี่ชายไม่มีทางเกลียดเค้า ไม่มีทาง...”
อันโตนิโอขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีก กลิ่นสาปสาวที่โชยฟุ้งออกมาจากเรือนกายของมาร์กาเร็ตมีผลรุนแรงต่อกายหนุ่มยิ่งนัก แต่มันก็หาได้มากพอจะละลายความแค้นในใจลงไปได้ไม่ เพราะความแค้นของเขามันยังคุกรุ่นอย่างรุนแรงเช่นเดิม ไม่สิ... มันมากกว่าเดิมเสียอีก เมื่อคิดว่าที่มาร์กาเร็ตมาหาเขาในวันนี้เป็นเพราะทำตามคำสั่งของไอ้สารเลวเปาโล ปาเชโก้
“ฉันเกลียดเธอ ชัดไหม มาร์กาเร็ต”
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่หนักแน่นที่ข้างหูทำให้มาร์กาเร็ตถึงกับเซแทบล้ม น้ำตาร่วงกราวเต็มดวงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ็บจนหัวใจแทบขาดออกเป็นเสี่ยงๆ
“พี่ชาย...”
คนถูกเรียกแสยะยิ้มหยัน ดวงตาไร้ความเป็นมิตรสิ้นเชิง
“และก็เลิกเรียกฉันว่าพี่ชายได้แล้ว เพราะฉันไม่มีวันเป็นพี่ชายของเธอ”
“พี่ชายไม่รักเค้า...”
ถามออกไปและภาวนาให้เขาตอบว่าไม่ใช่ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่หล่อนหวังมันก็เป็นเพียงแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ เท่านั้น
“ใช่ ฉันไม่เคยรักเธอ”
คำตอบของเขายิ่งทำให้หัวใจของหล่อนทุกข์ทรมาน
“แล้วเมื่อก่อน... พี่ชายทำดีกับเค้าทำไม ทำให้เค้าคิดว่าพี่ชายรักเค้าทำไม”
แม้หัวใจจะสะท้านสะเทือนกับความเจ็บปวดของสตรีตรงหน้า แต่อันโตนิโอก็พยายามซ่อนมันเอาไว้จนลึกสุดใจ
“เธอมันก็แค่เหยื่อของฉันมาร์กี้ เหยื่อที่ฉันตั้งใจจะใช้เป็นแส้ฟาดดวงใจพ่อของเธอยังไงล่ะ แต่มันผิดพลาดไปหน่อย ที่พ่อของเธอไม่ใช่คนที่รักลูกสาวมากกว่าตัวเอง”
“ไม่จริง...”
“ทุกอย่างที่ฉันพูดมันคือเรื่องจริงมาร์กาเร็ต... และถ้าเธอไม่อยากย่อยยับเพราะน้ำมือของฉันล่ะก็ อยู่ให้ห่างฉันซะ ห่างมากเท่าไหร่ยิ่งดี”
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของอันโตนิโอน่ากลัวเหลือเกิน คนมองตัวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
“แต่เค้ารักพี่ชายนะ รักมาก...”
“นั่นมันเรื่องของเธอ ฉันไม่สนใจ ออกไปซะ อย่าให้ฉันต้องโยนเธอออกไป”
คนตัวโตถอยหลังและทำท่าจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองอีกครั้ง แต่มาร์กาเร็ตไม่ยอมให้เขาได้ห่างออกไปได้ง่ายๆ หล่อนโผเข้ากอดเขาแน่น จากนั้นก็เขย่งปลายเท้าขึ้นพยายามจูบริมฝีปากหยักสวยของเขาแต่ชายหนุ่มเบี่ยงหน้าหลบเสียก่อน
“ทำบ้าอะไรของเธอมาร์กี้”
“เค้ารักพี่ชาย...”
วูบหนึ่งก็อยากจะกอดปลอบขวัญนัก แต่เมื่อความแค้นครอบงำอันโตนิโอก็เลือกที่จะทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับหัวใจของตัวเอง นั่นก็คือการผลักหญิงสาวออกจากตัวอย่างไม่ปรานีร่างอรชรหมุนเคว้งลงไปกองกับพื้นห้อง
“เค้าเจ็บนะ”
หญิงสาวตัดพ้อทั้งน้ำตาท่วมดวงหน้า แต่คนตัวโตหาได้สนใจเลยสักนิด
“เธอจะเจ็บกว่านี้อีกร้อยเท่าพันเท่าถ้าไม่เลิกยุ่งกับฉัน ไปซะ ไปสิ!”
คำพูดเลือดเย็นจบลงพร้อมๆ กับร่างสูงสง่าที่หมุนตัวหันหลังให้ มาร์กาเร็ตมองแผ่นหลังกว้างของผู้ชายที่ตัวเองรักหมดหัวใจผ่านม่านน้ำตาหนาหนักของตัวเอง มองเขาราวกับจะเก็บเขาเอาไว้ในความทรงจำไปชั่วนิรันดร์
“ไม่ว่าพี่ชายจะร้ายกาจกับเค้าแค่ไหน แต่เค้าก็หยุดรักพี่ชายไม่ได้หรอกนะ ไม่มีทางทำได้หรอก” แล้วหล่อนก็กัดฟันพยุงกายลุกขึ้น จากนั้นก็วิ่งออกไปจากห้องทันที
อันโตนิโอหันกลับมาอีกครั้งเมื่อเสียงปิดประตูดังขึ้น เสียงลมหายใจที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดดังออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“พี่จำเป็นต้องทำร้ายเธอ มาร์กี้ ต้องทำ... ทั้งๆ ที่รักเธอเหลือเกิน”
ร่างสูงใหญ่ที่ทั้งร่างเต็มไปด้วยมัดกล้ามสั่นสะท้าน ความทุกข์ทรมานที่เกิดจากความขัดแย้งในหัวใจเป็นเหมือนกับมีดแหลมที่คอยทิ่มแทงเนื้อหัวใจในทุกๆ วินาที เขาเจ็บ เขาทรมานแทบจะขาดใจ อยากกอด อยากจูบ อยากทำทุกอย่างกับมาร์กาเร็ตตามที่หัวใจต้องการ แต่ก็ทำไม่ได้ เมื่อความแค้นมันค้ำคออยู่แบบนี้ ความแค้นของพ่อแม่ ความแค้นที่ยิ่งใหญ่และไม่มีทางลบลืมมันลงได้
อันโตนิโอเดินไปเกาะขอบหน้าต่างและจ้องมองผืนฟ้าสีครามตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหม่นหมอง
“พ่อครับ แม่ครับ ถึงผมจะต้องเจ็บสักแค่ไหน แต่ผมก็จะไม่มีวันยอมปล่อยให้ไอ้คนสารเลวมันลอยนวลต่อไปอีกนานหรอกครับ ผมจะทำทุกทางเพื่อลากให้มันมารับโทษ ผมสัญญาครับ”
ชายหนุ่มให้คำมั่นสัญญากับตัวเอง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเรืองรองไปด้วยไฟแค้นมากมายนัก
มาร์กาเร็ตซมซานกลับมายังบ้านของตัวเองด้วยสภาพที่มีน้ำตาท่วมท้นใบหน้า วิเวียนผู้เป็นมารดาเห็นสภาพของบุตรสาวแล้วก็ปวดใจยิ่งนัก
“มาร์กี้... ลูกเป็นอะไรไปน่ะ”
ผู้เป็นมารดาวิ่งเข้ามาประคองให้ร่างสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้นของลูกสาวทรุดนั่งลงกับโซฟาภายในห้องโถงกว้าง ก่อนที่ตัวเองจะโอบกอดเอาไว้แน่นอย่างต้องการปลอบใจ
“คุณแม่ขา... พี่ชาย...พี่ชายไม่รักมาร์กี้แล้ว พี่ชายบอกว่าเกลียดมาร์กี้...”
หัวอกของคนเป็นแม่แทบจะสลายเมื่อเห็นลูกของตัวเองทุกข์ทรมานแบบนี้ “ลูกตัดใจได้ไหมมาร์กี้ ตัดใจจากอันโตนิโอซะ”
“แต่หนูรักพี่ชายนะคะคุณแม่ รักมาก...”
หญิงสาวพ้อทั้งน้ำตา แม้ว่าอันโตนิโอจะทำให้หล่อนเจ็บปวดแสนสาหัสแค่ไหน แต่หล่อนก็ยังรักเขาเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง รักทั้งๆ ที่เขาบอกว่าเกลียดให้ได้ยินเต็มสองหูเลยก็ตาม
“แต่อันโตนิโอไม่มีทางรักลูกได้นะมาร์กี้ เขาไม่มีทางรักลูก...”
“แล้วเพราะอะไรล่ะคะคุณแม่ เพราะอะไรพี่ชายถึงได้เกลียดหนู เกลียดครอบครัวของเราแบบนี้ เราไปทำอะไรให้เขาแค้นกันคะ”
คำถามของบุตรสาวทำให้ผู้เป็นแม่อึ้งไปนาน หล่อนอยากบอก อยากจะพูดทุกอย่างให้มาร์กาเร็ตได้รู้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้เมื่อเปาโลสั่งให้ปิดทุกอย่างให้เป็นความลับ
“แม่... แม่ก็ไม่รู้...”
“ไม่จริงหรอกค่ะคุณแม่ต้องรู้ ต้องรู้อะไรที่คุณพ่อพยายามปิดบังเอาไว้ นะคะคุณแม่... บอกหนูเถอะ หนูอยากรู้ อยากรู้ว่าทำไมพี่ชายถึงหมดรักหนู นะคะคุณแม่...”
หญิงสาวพยายามวิงวอน แต่กระนั้นก็ไม่สามารถทำให้มารดาพูดความจริงออกมาได้
“แม่ขอโทษนะมาร์กี้ แม่บอกลูกไม่ได้...”
“คุณแม่คะ แต่คุณแม่ต้องบอกหนูนะ...”
มาร์กาเร็ตกำลังจะคาดคั้นออกไปอีก แต่เปาโลผู้เป็นบิดาของหล่อนก็ปรากฏตัวขึ้นเสียก่อน
“อยากรู้อะไรก็ถามพ่อนี่มาร์กี้”
“คุณพ่อ...”
“คุณพี่...”
มาร์กาเร็ตระบายยิ้มออกมา ในขณะที่วิเวียนกลับแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล หล่อนรู้ดีว่าเปาโลทะเยอทะยานมากแค่ไหน เปาโลไม่มีทางบอกความจริงกับมาร์กาเร็ตอย่างแน่นอน และภรรยาผู้ที่ยอมสามีมาตลอดอย่างหล่อนก็ไม่มีความสามารถพอที่จะช่วยเหลืออะไรลูกสาวได้เลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่ทำได้มีเพียงแค่ยืนมองอยู่เงียบๆ และทำตามคำสั่งเท่านั้น
“คุณพ่อขา ทำไมพี่ชายถึงเกลียดหนูนักล่ะคะ”
หญิงสาววิ่งไปหยุดตรงหน้าบิดา และถามทั้งน้ำตา
เปาโลระบายยิ้มกว้าง พร้อมกับโอบไหล่บุตรสาวเอาไว้ ก่อนจะพาไปทรุดนั่งที่โซฟา
“ถ้าลูกพยายามมากกว่านี้ อันโตนิโอไม่มีทางหลุดมือลูกไปไหนได้แน่ เชื่อพ่อสิ”
“แต่หนูก็ทำทุกอย่างแล้วนะคะคุณพ่อ พยายามเอาใจพี่ชาย แต่พี่ชายก็ไม่เหลียวแลเลย พี่ชายเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก เปลี่ยนไปจนหนูเจ็บปวด” คนพูดสะอื้นน้ำตาซึมออกมาอีก
เปาโลดวงตาเป็นประกายก่อนจะพูดออกมา “มันยังไม่พอหรอกมาร์กี้ ลูกต้องทำมากกว่านี้ ต้องผูกมัดพี่ชายของลูกให้ดิ้นไม่หลุด”
“คุณพ่อหมายถึงอะไรคะ” คิ้วโก่งงามเลิกขึ้นสูงด้วยความสงสัย
ผู้เป็นพ่อหัวเราะเบาๆ ดวงตาซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้แทบไม่มิด “ทำให้อันโตนิโอไม่มีทางเป็นของผู้หญิงคนไหนได้ยังไงล่ะ ลูกเป็นผู้หญิงมาร์กี้ ผู้หญิงมีวิธีมากมายที่จะผูกมัดผู้ชายที่ตัวเองรักเอาไว้ข้างกายไปชั่วชีวิต...”
มาร์กาเร็ตยังไม่เข้าใจคำพูดของบิดา แต่วิเวียนเข้าใจชัดเจนเลยทีเดียว “คุณพี่คะ อย่าให้มาร์กี้ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยค่ะ ฉันไม่อยากเห็นลูกต้องร้องไห้อีก”
“วิเวียน เธอไม่เห็นหรือไงว่ามาร์กี้รักอันโตนิโอมากแค่ไหน”
เปาโลหันมาเค้นเสียงถามภรรยาของตัวเอง จ้องมองด้วยนัยน์ตาแข็งกระด้างยิ่งนัก
วิเวียนตัวสั่นเพราะหวาดกลัว แต่ด้วยความรักที่มีต่อลูกทำให้หล่อนเลือกที่จะพูดมันออกไปอีก
“แต่อันโตนิโอไม่มีทางรักมาร์กี้”
“ตรงกันข้ามวิเวียน อันโตนิโอรักมาร์กี้ของเรา และมันจะต้องรักไปจนชั่วชีวิต”
“อันโตนิโอไม่มีทางรักลูกสาวของคนที่ฆ่า...”
ด้วยความเสียใจกับการกระทำของสามีทำให้วิเวียนเกือบจะหลุดความลับออกไปดีที่เปาโลหยุดเอาไว้ได้ทันเวลาเสียก่อน
“วิเวียน! หุบปากและไปให้พ้นหน้าฉันซะ”
คนถูกไล่ผุดลุกขึ้นยืน ก่อนจะวิ่งออกไปจากห้องโถงทันที มาร์กาเร็ตมองตามร่างของมารดาไปอย่างมึนงง ก่อนจะหันมาถามบิดา
“คุณพ่อกับคุณแม่เถียงเรื่องอะไรกันเหรอคะ”
เปาโลปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้ม ยกมือขึ้นลูบศีรษะของบุตรสาวก่อนจะพูดขึ้น “ไม่มีอะไรหรอกมาร์กี้ แม่ของลูกเขาก็เป็นอย่างนี้แหละ”
แม้จะยังไม่หยุดสงสัยแต่คำพูดต่อมาของบิดาก็ทำให้ มาร์กาเร็ตหยุดคิดถึงคำพูดของมารดาไปได้ชั่วขณะ
“พ่อมีวิธีที่จะทำให้ลูกได้ครอบครองอันโตนิโอ”
“ไม่มีวิธีไหนช่วยหนูได้หรอกค่ะ เมื่อพี่ชายเกลียดหนูมาก”
คำว่าเกลียดจากปากของเขายังติดตรึงอยู่ในสมอง หญิงสาวกัดปากแน่นเพื่อกั้นเสียงสะอื้นไห้เอาไว้
“เชื่อพ่อสิมาร์กี้ อันโตนิโอรักลูก ท่องเอาไว้นะว่าอันโตนิโอรักลูก เขารักลูกคนเดียว...”
แม้จะรู้สึกหัวใจพองโตขึ้นมาเพราะคำพูดของบิดาบ้าง แต่สุดท้ายสิ่งที่เพิ่งได้เผชิญมาก็ทำให้หล่อนคลายเศร้าหมองไม่ได้
“ไม่จริงหรอกค่ะคุณพ่อ พี่ชายบอกว่าเกลียดหนู” พูดแล้วก็ร่ำไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด
เปาโลมองอย่างไม่พอใจกับท่าทางของบุตรสาว แต่ก็เก็บซ่อนมันเอาไว้
“อันโตนิโอก็แค่ผู้ชายปากแข็งคนหนึ่ง และที่อันโตนิโอพยายามผลักไสหนูให้ออกจากเส้นทางของเขาก็เพราะว่าหนูยังเด็กเกินไปยังไงล่ะ อันโตนิโอเป็นสุภาพบุรุษเกินกว่าจะทำให้เด็กสาวอย่างลูกมีราคีได้ เชื่อพ่อนะมาร์กี้...”
“จริงเหรอคะคุณพ่อ...”