ภาพปกนิยาย ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ

ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ

9.4 / 10.0
ณ ตารัค ดินแดนแห่งปฐวีธาตุที่เหล่าผู้พิทักษ์ต่างมุ่งมั่นออกตามหาอัญมณีล้ำค่าซึ่งสาบสูญไป เพื่อหวังจะเนรมิตโลกที่สมบูรณ์แบบตามเจตนารมณ์ของเทพบิดร ทว่า นีรุณ หญิงสาวผู้ค้นพบปริศนาในคัมภีร์โบราณกลับเริ่มเกิดความแคลงใจว่า สิ่งที่ทุกคนกำลังไขว่คว้านั้นคือสิ่งที่ทวยเทพต้องการจริงหรือไม่ หรือมีสัจธรรมอื่นที่ถูกซ่อนเร้นไว้กันแน่ ท่ามกลางความสงสัยนี้ เธอได้พบกับ อลัน ชายหนุ่มลึกลับจากต่างแดนผู้มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยเส้นผมสีเงินและดวงตาสีฟ้าประกาย การปรากฏตัวของเขาจะนำพาความเปลี่ยนแปลงใดมาสู่ดินแดนแห่งนี้ ร่วมออกเดินทางไปกับการผจญภัยสุดลี้ลับเพื่อเสาะแสวงหาความจริงที่ถูกปิดตายในดินแดนแห่งธาตุ
เรื่องย่อ ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ
ณ ตารัค ดินแดนแห่งปฐวีธาตุที่เหล่าผู้พิทักษ์ต่างมุ่งมั่นออกตามหาอัญมณีล้ำค่าซึ่งสาบสูญไป เพื่อหวังจะเนรมิตโลกที่สมบูรณ์แบบตามเจตนารมณ์ของเทพบิดร ทว่า นีรุณ หญิงสาวผู้ค้นพบปริศนาในคัมภีร์โบราณกลับเริ่มเกิดความแคลงใจว่า สิ่งที่ทุกคนกำลังไขว่คว้านั้นคือสิ่งที่ทวยเทพต้องการจริงหรือไม่ หรือมีสัจธรรมอื่นที่ถูกซ่อนเร้นไว้กันแน่ ท่ามกลางความสงสัยนี้ เธอได้พบกับ อลัน ชายหนุ่มลึกลับจากต่างแดนผู้มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยเส้นผมสีเงินและดวงตาสีฟ้าประกาย การปรากฏตัวของเขาจะนำพาความเปลี่ยนแปลงใดมาสู่ดินแดนแห่งนี้ ร่วมออกเดินทางไปกับการผจญภัยสุดลี้ลับเพื่อเสาะแสวงหาความจริงที่ถูกปิดตายในดินแดนแห่งธาตุ
อ่านเพิ่มเติม

ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ ตอนที่ 1

แสงสว่างวาบลงมาจากท้องฟ้า พาดผ่านเหนือวิหารโบราณอันสูงตระหง่านภายในคฤหาสน์เก่าแก่ขนาดใหญ่

หญิงชรากำลังนั่งสมาธิอยู่กลางห้อง เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ มองแสงจันทร์สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างด้านบนวิหาร แสงสาดลงมาประกายบนใบหน้าเธอทำให้เห็นริ้วรอยที่ขึ้นมาตามอายุวัย

สายตาของเธอเหลือบขึ้นมองเหล่าดวงวิญญาณสีเหลืองอ่อนนับร้อยดวงของเหล่าบรรพบุรุษผู้ปกปักรักษาวิหารแห่งนี้

พวกเขาค่อย ๆ เคลื่อนไหวกันไปมาราวกับพวกเขารับรู้ได้ถึงสัญญาณของบางสิ่งบางอย่าง

บางตนกระซิบ…..บางตนวิ่งวนแสดงความยินดีอย่างยิ่ง....ราวกับสิ่งที่พวกเขารอคอยมาแสนนานได้มาถึงเสียที

หญิงชราเห็นเช่นนั้นก็ค่อย ๆ เผยยิ้มอันชราภาพออกอย่างบางเบา “พวกท่านยินดีกันเช่นนี้!!...แสดงว่าคงถึงเวลาอันเหมาะสมแล้วสิ…นะคะ?”

ยามเธอเอ่ยจบก็เกิดเสียงกระซิบตอบรับจากเหล่าดวงวิญญาณของบรรพบุรุษกลับมาแสดงความยินดีอย่างไม่ปิดบัง

*****************************************************

ภายในป้อมปราการศิลาแลงโบราณ ตัวคฤหาสน์แบ่งเป็นเรือนย่อย ๆ นับร้อยหลัง แต่ละหลังถูกออกแบบอย่างประณีตด้วยสถาปัตยกรรมโบราณและงานฝีมืออันวิจิตรบรรจง

ทางเดินดินศิลาแลงปูเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างเรือนเหล่านั้น มุ่งสู่โดมสีแดงอิฐปนสีส้มที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางคฤหาสน์ ไม่ว่าพระอาทิตย์จะขึ้นหรือลง เงามืดไม่เคยพาดผ่านโดมแห่งนี้

….ช่างดูมีเสน่ห์ลึกลับและยิ่งใหญ่ เหมาะสมแล้วกับการเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์ของตระกูลเก่าแก่เกือบจะที่สุดในดินแดนแห่งนี้และมีประวัติศาสตร์มานับหมื่นปี…..ตระกูลนั้นมีนามว่า ‘เกเลน’

“อีกแล้วหรือ!!!” หญิงชราผมสีดอกเลาพึมพำกับตัวเองอย่างเหนื่อยใจ

เธอเดินกระย่องกระแย่งออกจากประตูเรือนหลังใหญ่ แล้วจึงตะโกนเสียงดังก้องกังวาล “เห็นคุณนีรุณบ้างหรือไม่?”

สิ้นเสียงท่านแทราผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตระกูลเกเลน เสียงเอะอะโวยวายของสาวใช้ก็ดังก้องสอดประสานกันไปทั่วคฤหาสน์

พวกเธอรีบวิ่งกันจนเกิดเสียงกระโปรงเสียดสีจากการสับไหว เสียงตะโกนตอบกลับไปมาทำให้บรรยากาศในคฤหาสน์ดูยิ่งวุ่นวาย

"ไม่เจอ!” เสียงหนึ่งดังมาจากเรือนทางทิศตะวันออก

"ทางนี้ก็ไม่เจอ!” อีกเสียงตอบกลับมาจากเรือนด้านทิศเหนือ

ท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงฝีเท้าของสาวใช้สับสนวุ่นวายไปมาระหว่างเรือนต่าง ๆ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นยามเย็น แสงอาทิตย์ส่องสะท้อนกับโดมสีแดงปนส้ม สร้างบรรยากาศเคร่งขรึมและตึงเครียดเพิ่มขึ้นในคฤหาสน์เก่าแก่แห่งนี้

*****************************************************

ในอีกมุมของดาวเคราะห์แห่งนี้ เมื่อแสงแดดที่ร้อนแรงค่อย ๆ ทุเลาความรุนแรงลงและกำลังลาลับขอบฟ้า พื้นท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีจากสีแดงส้มเป็นสีฟ้าคราม เหล่าชาวบ้านจึงได้ทยอยกันออกมาตั้งโต๊ะขายของ คล้ายเป็นกิจวัตรประจำวันที่พวกเขาทำกันในทุกวัน

ตำนานเล่าขานกันว่าดวงดาว ‘ตารัค’ ถือกำเนิดจากร่างกายและอวัยวะต่าง ๆ ของเทพบิดร อันเป็นแหล่งพลังของ ‘ปฐวีธาตุ’ ทำให้ดวงดาวตารัคอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพย์ในดิน บริเวณต่าง ๆ จึงมีแร่ธาตุล้ำค่ากระจายตัวทั่วทั้งดาว เหล่าชาวตารัคขึ้นชื่อเรื่องอัญมณีจากแร่หายากและอาวุธยุทโธปกรณ์

เหล่าสิ่งมีชีวิตจากดวงดาวข้างเคียงหรือที่ชาวตารัคมักจะเรียกพวกเขารวม ๆ กันว่า ‘ไซทอบ’ พวกเขามักแวะเวียนมาที่ดาวตารัค เพื่อนำสิ่งของมาแลกเปลี่ยนกับพ่อค้าแม่ค้าชาวตารัคเสมอ

นีรุณมองตลาดตารัคที่เต็มไปด้วยความคึกคักและหลากหลายด้วยใจเต้นรัว เธอรู้สึกตื่นเต้นกับสินค้าที่แปลกตาจากดาวดวงอื่นและสิ่งมีชีวิตหน้าตาแปลก ๆ หลากหลายทางพันธุกรรม

“คุณหนู! หนีออกมาอยู่ที่นี่เอง” เสียงหวานของมามูคนสนิทของนีรุณดังมาแต่ไหล

นีรุณหันมาเห็นคนสนิท ดวงตาที่กลมโตอยู่แล้วเปิดกว้างขึ้นด้วยอารมณ์ตกใจ เธอลนลานจนหันไปทางซ้ายทีหนึ่ง แล้วกลับมามองทางขวาอีกที ก่อนจะเห็นทางหนีจึงตัดสินใจออกตัววิ่งอย่างสุดกำลัง

ทว่า!!...มามูที่อยู่ด้วยกันมานานมีหรือจะไม่รู้ทัน… เธอรีบคว้าข้อแขนของเจ้านายสาวเอาไว้ได้เสียก่อน

“คุณหนูจะหนีไปไหนคะ?” มามูมองหน้าเจ้านายสาวอย่างเหนื่อยใจ

นีรุณก้มหน้าจ๋อยได้ไม่นาน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนดวงหน้าหวาน เธอค่อย ๆ ดึงมามูเข้ามาภายในตลาดที่มีเหล่าบรรดาไซทอบจำนวนมาก

ขาของมามูหยุดชะงักไปชั่วครู่ หญิงสาวยืนตัวแข็งทื่อไม่สามารถขยับได้ สายตาของเธอแสดงความหวาดกลัวขณะมองจดจ้องไปยังเหล่าสิ่งชีวิตแปลกประหลาดเหล่านั้น

เธอหันซ้ายก็พบสิ่งมีชีวิตสีเขียวคล้ายของเหลว เคลื่อนที่ไปมาอย่างไร้รูปร่างชัดเจน ดวงตาแดงสองจุดมองมาอย่างเย็นชา ไม่มีจมูกหรือปาก มีเพียงเสียงครางเบา ๆ ที่ทำให้ขนลุก

ทางขวามีสัตว์สี่ขาที่เดินด้วยสองขาหลัง ขนดำหนาปกคลุมทั่วร่าง ดวงตาเหลืองอร่ามราวกับสามารถมองดึงจิตวิญญาณของคนอื่นได้ ปากเต็มไปด้วยเขี้ยวคม และเสียงหายใจหนักหน่วงพร้อมคำรามต่ำ ๆ เตือนให้ทุกคนถอยหนี

มามูทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ เธอก้าวเดินไม่ออก เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเบา ๆ “คุณหนูช่วยมามูด้วย”

นีรุณไม่เพียงไม่ช่วย เธอกลับหัวเราะท่าทางตื่นตระหนกของคนสนิทจนท้องแข็ง “ฮา ๆ ๆ ๆ”

“คุณหนูมาช่วยมามูก่อน” มามูเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอมองจ้องเจ้านายสาวอย่างขอร้อง

“รู้ตัวว่ากลัวพวกไซทอบแล้วจะตามมาทำไมกัน?” นีรุณเดินมาจับมือคนสนิทแล้วดึงเธอมายืนด้านหลังคอยกันไม่ให้เหล่าไซทอบเข้าใกล้มามูจนเกินไป

“ก็เพราะท่านแทรามาหาคุณหนูที่เรือน ทุกคนเลยตามหาตัวคุณหนูจนวุ่นวายไปหมด” มามูพูดรัวจนหายใจไม่ทัน

นีรุณยิ้มเจื่อน ๆ แค่คิดถึงใบหน้าเหี่ยวย่นกับคำบ่นของผู้อาวุโสแทราก็พา “แค่คิดก็สยอง” มือบางยกขึ้นแคะหูด้วยใบหน้าเหยเก “ปล่อยท่านไปเถอะ”

มามูทำสีหน้ากังวล “ดูท่าทางท่านน่าจะมีเรื่องด่วน เห็นท่านกล่าวว่า ยังไงวันนี้ท่านจะรอคุณหนูกลับมา”

หญิงสาวหันขวับมามองหน้ามามูครู่หนึ่งก่อนจะทำท่าทางขนลุก แล้วรีบเดินหายเข้าไปในตลาด

“แล้วคุณหนูจะไปไหนอีกคะ? ไม่กลับอีกหรือ?” เมื่อไม่มีคนกำกับเหล่าไซทอบ มามูก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวจนต้องรีบวิ่งไปหาเจ้านายสาว

“ไม่อะ กลับช้าหรือกลับเร็ว…ก็คงจะโดนบ่นเหมือนกัน ฉะนั้นแล้ว….ขอเที่ยวต่ออีกสักนิดให้คุ้มกับที่ต้องนั่งฟังเสียงท่านแทราบ่นหน่อยล่ะกัน” นีรุณพูดจบแล้วเดินลากมามูเข้าตลาดโดยไม่สนเสียงโอดครวญของคนสนิทอีกเลย

*****************************************************

‘โรงยาสารพันโรค’

นีรุณเงยหน้ามองโรงงานผลิตยาที่ใหญ่ที่สุดในตารัค โรงยานี้ไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพของตัวยา โรงยาแห่งนี้ยังมีตำรับยาเป็นของตัวเอง ที่มีความหลากหลายครอบคลุมโรคแทบทุกชนิดที่ถูกบันทึกเอาไว้

แต่ทว่า…โรงยาสารพันโรค ก็มีชื่อเสียงในความเย่อหยิ่ง ขายยาราคาแพงและมักจะขายให้แก่ลูกค้ารายใหญ่เท่านั้น

นีรุณกับมามูเดินเข้ามาในร้านที่คึกคักจนผิดปกติก็ต่างมองหน้ากันแปลกใจ พวกเธอค่อย ๆ แทรกตัวผ่านฝูงชนเข้ามาในร้านแล้วตรงไปยังหลังร้านด้วยท่าทีอย่างคุ้นเคย “ทำไมวันนี้คนเยอะขนาดนี้คะ?…คุณเคล”

เคล ที่ทุกคนรู้จักในนามเจ้าของโรงยาสารพันโรค เขาเป็นคนที่ตามตัวยากและค่อนข้างเล่นตัวกับการที่จะมาพบปะใคร ๆ

แต่สำหรับนีรุณนั้นเป็นข้อยกเว้น!!!.....

เคลเดินออกมาต้อนรับนีรุณด้วยตัวเอง พร้อมทำความเคารพอย่างนอบน้อม “คุณหนู…ท่านมาพอดีเลยครับ” เขายิ้มอย่างเคารพแต่ก็เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะยื่นบัญชีการเงินให้เธออย่างกังวล

นีรุณมองชายวัยกลางคนอย่างไม่เข้าใจ เธอพลิกดูบัญชีในมือแล้วมองหน้าเคลอีกครั้ง หญิงสาวเกิดคำถามมากมายขึ้นมาในทันที “ร้านของเราขายดีมาตลอดนี่น่าคุณเคล แต่ทำไมกำไรถึงลดลงขนาดนี้?”

เคลถอนหายใจเสียงเบา “ช่วงนี้พ่อค้าสมุนไพรขึ้นราคาสมุนไพรตากแห้งจนทะลุเพดาน ตอนนี้สมุนไพร 1 กิโลกรัมราคาเท่าทองคำ 1 กิโลกรัม….นี่ขนาดร้านเราขึ้นราคาตามราคาตลาดสมุนไพรแล้วนะครับ ยังขึ้นตามไม่ทัน”

นีรุณมองรายการสมุนไพรอย่างครุ่นคิดก่อนจะโยนบัญชีลงบนโต๊ะ “ถึงอย่างไรพวกเขาก็ต้องมาซื้อยาจากเราอยู่ดี ปรับขึ้นราคาเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าเลยค่ะ…คุณเคล….เราจะช่วยใครให้หายหิว เราต้องมั่นใจว่าเรากินอิ่มก่อน…ใช่ไหมคะคุณเคล”

ชายวัยกลางคนยิ้ม ๆ “ใช่ครับคุณหนู”

นีรุณเดินออกจากโรงยาสารพันโรค สายตาของเธอครุ่นคิดไปเรื่อย ๆ เหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “ถ้าเราขึ้นราคาสินค้า แล้วยังสามารถหาวัตถุดิบราคาถูกได้อีก….กำไรของเราจะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าไรกันนะ”

นีรุณยืนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อคิดถึงผลกำไรที่พวกเธออาจจะทำได้ ดังนั้นแทนที่พวกเธอจะตรงกลับคฤหาสน์ตระกูลเกเลน เธอจึงเลือกที่จะดึงมามูมายังตลาดสมุนไพร

ดวงดาวตารัคของพวกเธอเป็นดวงดาวที่มีแหล่งทรัพยากรดินชั้นเลิศ แต่ในทางตรงกันข้ามพวกเรานั้นกลับขาดแคลนสิ่งอื่น ๆ โดยเฉพาะน้ำที่จำมีความเป็นในการทำเกษตรกรรม ตารัคจึงต้องพึ่งพาสินค้าจากดาวดวงอื่น ๆ ซึ่งราคานั้นมักจะแกว่งมากจนวางแผนล่วงหน้าไม่ได้

หญิงสาวทั้งสองเดินมาหยุดหน้าแผงขายสมุนไพรตากแห้งที่ชาวไซทอบเพศชายชาวโทรลล์ เขามีร่างใหญ่โตปกคลุมด้วยขนหยาบทั่วลำตัว เป็นเจ้าของร้าน

“พี่จ้า ราคาบอระเพ็ดตากแห้งกองนี้เท่าไรคะ?” นีรุณแกล้งเดินเข้ามาถาม

“ผมคิด 1 กิโลกรัมบอระเพ็ด ราคา 1 บาททองคำครับคุณลูกค้า” พ่อค้าไซทอบตอบอย่างนอบน้อม

“ราคาแพงมากเลยค่ะคุณหนู” มามูแอบกระซิบเสียงต่ำด้วยความตกใจ

นีรุณพยักหน้าเบา ๆ เหมือนจะเห็นด้วยก่อนจะหันไปแสดงท่าทางตื่นตกใจแล้วแปรเปลี่ยนเป็นท่าทางน่าสงสาร “พี่ชาย…พอจะบอกได้ไหมคะ ทำไมราคาถึงขึ้นมาขนาดนี้?”

“นี่…นี่เป็นทหารตารัคมาหาข้อมูลจากผมหรือเปล่าครับ?” เขาถามอย่างตื่นตระหนก มือที่ถือสมุนไพรเริ่มสั่นเล็กน้อย “ผมไม่รู้ไม่เห็นอะไรนะครับ ผมเป็นแค่พ่อค้าธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นนะครับ”

นีรุณส่ายหน้าทันควัน “ไม่ใช่ค่ะพี่…ไม่ใช่ค่ะ…พอดีพ่อของเพื่อนหนูป่วยหนักนะคะ” เธอชี้มาที่มามู

ตัวมามูที่ถูกกล่าวอ้าง ยืนทำหน้าฉงน เธอยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกจนทำให้นีรุณต้องขยิบตาแทบหลุดกว่ามามูจะแสดงท่าทีเข้าใจ “ใช่ค่ะคุณพี่…ช่วงนี้คุณพ่อมีความจำเป็นต้องใช้ยา จำนวนเยอะมากค่ะ” มามูรีบเสริมตามที่นีรุณบอกด้วยน้ำเสียงแข็ง ๆ

“โรคของคุณลุงต้องมียาค่อยประคับประคองอาการตลอด ถ้าวันไหนไม่มียา วันนั้นคุณลุงจะทรุดทันที…” นีรุณรีบเสริมขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วยมามูที่แสดงละครได้ไม่ค่อยได้เรื่องให้ดูสมจริงยิ่งขึ้น

แล้วจู่ ๆ นีรุณก็หยุดนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนเธอจะเริ่มสะอึกสะอื้นเสียงดังอย่างจงใจ เธอใช้มือปาดน้ำตาเพื่อสร้างภาพของการร้องไห้ให้สมจริงที่สุด

ทว่า….เธอขยี้ตาไปสักพักชักก็เริ่มเกิดอาการแสบขึ้นมาจริง ๆ น้ำตาจริงเริ่มไหลลงมาอย่างไม่ต้องแสร้งทำ

“คุณลุง…คุณลุง!” คราวนี้เสียงสะอื้นของนีรุณร้องไห้อย่างสมจริงจนมามูตกใจ “พวกเรากำลังคิดกันว่าจะไปขายแรงงาน หาเงินมาซื้อยารักษาคุณลุง…หือ ๆ ๆ ๆ”

นีรุณเริ่มรู้สึกว่าเธอแสบตามากขึ้น เธอหันหลังแล้วแสร้งส่งสัญญาณให้มามู “เนอะ เจ็บเนอะมามู…”

มามูที่เข้าใจว่าคุณหนูของเธอกำลังแสดงละคร จึงพยายามกลั้นหัวเราะการแสดงที่สมจริงนั้น “เออ…อืม…ใช่ค่ะ…คุณพ่อท่านเจ็บมาก”

นีรุณกลอกตาไปมา แต่ยิ่งเธอพยายามเคลื่อนไหวดวงตามากขึ้นเท่าไร ดวงตาของเธอก็จะยิ่งรู้สึกแสบมากขึ้น เมื่อสัมผัสเปลือกตาเบา ๆ จะรู้สึกว่าดวงตาทั้งสองของเธอตอนนี้น่าจะบวมแดงปูดขึ้นมา น้ำตาไหลลงมาเปรอะข้างสองแก้มทันทีด้วยความเจ็บ “พวกหนูน่าสงสารมากเลยค่ะ พ่อหนูก็ป่วยหนักอยู่แล้ว ถ้าคุณลุงยังทรุดไปอีกคน พวกหนูก็อาจจะต้องออกไปขายแรงงานทำงานหนักแล้วค่ะ…”

นีรุณทนแสบไม่ไหวแล้ว เธอกุมมือมามูขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วค่อย ๆ สัมผัสแผ่วเบา มองมามูด้วยดวงตาบวมแดงปิดที่ปิดตาของเธอจนแทบจะมองไม่เห็นอยู่แล้ว

มามูที่กำลังคิดว่าเจ้านายส่งสัญญาณให้เธอเล่นละครต่อ เธอแทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่แล้ว แต่ก็ตอบตามบทบาทที่คิดว่าเจ้านายต้องการให้เธอเล่นต่อ “ไม่น่าเลย พี่ไม่น่าลากน้องให้ต้องมาลำบากไปด้วยเลย”

ในขณะที่สองสาวกำลังแสดงละครฉากหญิงสาวผู้น่าสงสาร พ่อค้าไซทอบเห็นน้ำตาของเธอแล้วก็เริ่มรู้สึกสงสาร ดวงตาสีเขียวของเขาสลดลงและน้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ “อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามกันนะครับ คิดให้ดีกันก่อน”

แม้นีรุณจะรู้สึกแสบรอบดวงตา แต่เมื่อเหยื่อเริ่มติดกับดัก รอยยิ้มมุมปากค่อย ๆ เผยออก “พวกหนูคิดกันมาหลายรอบแล้วค่ะพี่ หรือว่าคุณพี่พอจะมีวิธีช่วยพวกหนูได้บ้าง?”

พ่อค้าไซทอบแสดงท่าทีลังเล เขามองร่างบางทั้งสองอย่างชั่งใจอยู่นานก่อนจะเสนอข้อเสนอบางอย่าง “ถ้าใช้ปริมาณเยอะ ๆ พวกคุณลองไปรับต้นสมุนไพรสดมาทำแห้งกันเองไหมครับ? น่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้มาก”

“จริงเหรอคะ? ถ้าพี่ช่วยบอกแหล่งขายส่งต้นสมุนไพรสดให้พวกหนูได้ไหมคะ?” นีรุณพยายามกดน้ำเสียงตื่นเต้นลงและเพิ่มเสียงสะอื้นให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้ดูน่าสงสาร

“ผมเองก็รับมาต่อจากพ่อค้าคนกลางอีกทีนะครับ” พ่อค้าไซทอบทำท่าทางไม่มั่นใจ

นีรุณปาดน้ำตาออกอย่างรวดเร็วแล้วถามกลับอย่างไว “รับมากจากใครหรือคะ?”

เมื่อโดนจู่โจมพ่อค้าสมุนไพรก็ตอบกลับอย่างไม่ทันตั้งตัว “เออ เขาเป็นชาวเผ่าเอนโดไซด์ครับ”

นีรุณพยักหน้าแล้วรีบสวนกลับอีกครั้ง “เราจะพบเขาได้ที่ไหนคะ?”

“ในตลาดมืดครับ” เขาตอบออกไปอย่างไม่ทันคิด

นีรุณค่อย ๆ เผยยิ้มหวานอย่างพอใจ เธอเอ่ยทิ้งท้าย “ขอบคุณมากเลยนะคะ” แล้วเดินจากออกมา ปล่อยให้ผู้ที่โดนซักถามยืนทำท่าทางงงงวยอยู่ที่เดิม

*****************************************************

“คุณหนูแสดงละครเก่งมากเลยนะคะ ขนาดมามูรู้จักคุณหนูมาแต่เล็กยังหลงเชื่อ หลงสงสารคุณหนูเลยนะคะ” มามูเอ่ยตามหลังอย่างชื่นชมและจริงใจ

นีรุณแทบจะหัวเราะทั้งน้ำตา ไม่รู้จะขอบคุณในคำชมหรือสงสารตัวเองดีกว่ากัน เธอพยายามเบิ่งดวงตาบวมแดงจนแทบจะมองไม่เห็นมองมามู “ไม่ได้แกล้งมามู ฉันแสบตาจริง ๆ คิดว่าน่าจะแพ้เกสรต้นบอระเพ็ด อาจจะเผลอไปแตะบอระเพ็ดเมื่อกี้แล้วดันเอามือไปขยี้ตา…ฮือออ แสบตาเลย”

มามูหันมามองดวงตาที่เคยหวานหยดย้อยคู่นั้นด้วยท่าทีตกใจและเป็นกังวล “ทำไมคุณหนูไม่บอกมามูล่ะคะ?...ทิ้งไว้นานจนมันบวมไปหมดแล้ว”

นีรุณยกมือขึ้นปิดตาทั้งสองข้าง ร้องไห้เพราะความรู้สึกแสบไปทั่วรอบดวงตา “มันแสบมากจริง ๆ มามู เหมือนมีไฟเผาอยู่ในตาเลย” มามูรีบวิ่งไปหายาบรรเทาความแสบมาให้เจ้านายสาว

*****************************************************

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งสองสาวลืมคนสำคัญในค่ำคืนนี้ไปอีกหนึ่งคน

“คุณนีรุณ กลับมาแล้วหรือคะ?” เสียงแหบแห้งของหญิงชราเอ่ยทักขึ้นเบา ๆ

หญิงสาวทั้งสองเงยหน้าก็พบกับสายตาชราวัยของแทรา นีรุณถอยหลังกรูไปด้านหลังชิดติดกำแพง พยายามทำตัวเล็กแล้วดันมามูให้มายืนอยู่เบื้องหน้า

“ท่านแทราเหงาหรือ?” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยอย่างเบา ๆ ก่อนจะโผล่หน้ามาดูหญิงชราที่มองจ้องกลับมาด้วยท่าทางจริงจัง

นีรุณยิ้มเจื่อน ๆ พูดพึมพำเบา ๆ “ตายละ…ไม่ขำแฮะ?”

อ่านต่อ

สารบัญของ ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ มนุษย์ทุกคนคงมีสิ่งที่อยากเปลี่ยน แต่ในความเป็นจริงเราไม่อาจเรียกคืนเวลาที่ล่วงเลยไปได้ เช่นเดียวกับชีวิตของเมษาที่พังทลายลงทันทีเมื่อความจริงถูกเปิดเผย เธอต้องตกนรกทั้งเป็นจากความผิดพลาดที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อ แต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิงของผู้อื่น ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อของ ‘ผู้ชายสารเลว’ คนหนึ่งที่ทิ้งรอยแผลลึกเอาไว้ในรูปแบบของการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ หากเพียงวันนั้นเธอกล้าที่จะลุกขึ้นสู้ให้มากกว่านี้ จุดจบของชีวิตคงไม่ต้องมาลงเอยด้วยความสูญเสียและคำประณามที่แสนเจ็บปวด เมษาได้แต่ตั้งคำถามกับโชคชะตาที่ไร้ทางออก ในวันที่สายน้ำและเวลาไม่เคยไหลย้อนกลับมาเพื่อมอบโอกาสที่สองให้เธออีกครั้ง
ภาพปกนิยาย สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
โชคชะตาเล่นตลกให้เธอต้องอุ้มท้องลูกของชายปริศนาเพื่อทำตามข้อตกลงลับบางอย่าง แต่ในขณะเดียวกันเธอกลับต้องเข้าพิธีวิวาห์กับชายหนุ่มที่ถูกหมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่ยังเยาว์วัย แม้จุดเริ่มต้นของชีวิตคู่จะเกิดขึ้นเพียงเพราะผลประโยชน์ที่ต่างฝ่ายต่างต้องการ แต่ความใกล้ชิดกลับถักทอความผูกพันจนทั้งสองเผลอใจรักกันโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าในวันที่กำหนดคลอดใกล้เข้ามาถึง ฝันหวานของเธอก็พังทลายลงเมื่อเขายื่นเอกสารการหย่าให้เพื่อยุติความสัมพันธ์ แต่สุดท้ายเขากลับสารภาพความในใจว่าเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอด
ภาพปกนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปถูกปิยธิดาคนรักเก่าทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนสนิทด้วยเหตุผลที่เขาไม่อาจยอมรับได้ ความผิดหวังเปลี่ยนเป็นแรงแค้น เขาจึงเลือกปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่อดีตแฟนสาวเกลียดชังมาเป็นเครื่องมือประชดรัก โดยการเข้าพิธีวิวาห์อย่างรวดเร็วเพื่อหยามหน้าอีกฝ่าย แม้พลาธิปจะตั้งแง่รังเกียจว่าเธอเป็นลูกเมียน้อย แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเผลอใจรักเธอเข้าอย่างจัง ทว่าด้วยทิฐิหนาและนิสัยปากแข็งทำให้เขาไม่กล้าเผยความรู้สึก ขณะที่ปราณปริยาวดีเองก็บอบช้ำจากการถูกตราหน้าและไม่ยอมมอบหัวใจให้เขาง่ายๆ ท่ามกลางความขัดแย้งและไฟริษยา บทสรุปความรักที่เริ่มต้นจากการแก้แค้นของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไร
ภาพปกนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
โชคชะตาเล่นตลกส่งให้ฟ้ารดาสาวจากยุคปัจจุบันย้อนเวลากลับสู่กรุงอโยธยาแบบไม่ทันตั้งตัว ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีรูปร่างกำยำและใบหน้าหล่อเหลาจนยากจะถอนสายตา เมื่อหนทางกลับบ้านมืดมน แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่สุดกร้าวใจจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เขาจะมองว่ากิริยาของเธอแปลกประหลาดประหนึ่งคนวิปลาส แต่เธอก็หาได้ย่อท้อไม่ ทว่าอุปสรรคความรักครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ความเย็นชาของชายหนุ่ม แต่ยังมีคุณพ่อที่หวงลูกสาวสุดชีวิตคอยขัดขวางไม่ให้ออกเรือน ท่ามกลางบรรยากาศกรุงเก่า ฟ้ารดาจะใช้เสน่ห์ที่มีมัดใจนายช่างใหญ่ให้ยอมสยบต่อความรักที่แสนแตกต่างครั้งนี้ได้สำเร็จหรือไม่
ภาพปกนิยาย หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
ชีวิตวัยยี่สิบสี่ปีของพบูที่เพิ่งตกงานเริ่มมีความหวังอีกครั้ง เมื่อเธอได้รับตั๋วเรือสำราญฟรีจากการเล่นเกม หญิงสาวหวังว่ากลิ่นอายทะเลจะช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำ ทว่าการเดินทางครั้งนี้กลับกลายเป็นพันธนาการที่เธอไม่คาดคิด เมื่ออาเชอร์ชายหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์กลับสะดุดตากับความสวยสง่าของเธอท่ามกลางผู้คนมากมาย เขาพยายามเข้าหาด้วยเล่ห์กลเพื่อครอบครองดอกไม้แสนงามดอกนี้ แม้พบูจะพยายามต่อต้านจนทำให้เขาขุ่นเคือง แต่อาเชอร์ก็ยังดึงดันหลอกล่อจนได้ทุกอย่างตามที่ปรารถนา ทว่าเมื่อถึงเวลาที่เขาคิดจะสลัดเธอทิ้ง เรื่องราวกลับไม่ง่ายอย่างที่ใจคิด เมื่อบ่วงรักครั้งนี้ผูกมัดเขาไว้แน่นจนยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยาย นางบำเรอขัดดอก
9.1
เมื่อภาระหนี้สินบีบคั้นให้อลินชาต้องก้าวเข้าสู่พันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เธอจึงต้องยอมจำนนในฐานะนางบำเรอขัดดอกให้แก่พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ เจ้าหนี้หนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องจะครอบครองเธอทั้งตัวและหัวใจ ในค่ำคืนที่บรรยากาศเป็นใจ พ่อเลี้ยงหนุ่มแสดงออกถึงความต้องการอย่างเปิดเผยพร้อมเอ่ยปากหยอกเย้าหญิงสาวที่เอาแต่จ้องมองเขาด้วยความประหม่า ความพึงพอใจที่กำลังจะได้ครอบครองร่างบางทำให้อารมณ์ของเขาพลุ่งพล่านเกินกว่าจะควบคุม ท่ามกลางความตื่นเต้นที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว อลินชาทำได้เพียงเผชิญหน้ากับความเร่าร้อนที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไร้ทางสู้ในเกมสวาทครั้งนี้
ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved.