ภาพปกนิยาย เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา

เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา

8.8 / 10.0
เมื่อความสัมพันธ์ถูกตีตราด้วยข้อตกลงลับ การก้าวเข้าสู่โลกของ ‘คุณดิน’ จึงมาพร้อมกับกฎเหล็กที่สำคัญที่สุดนั่นคือการห้ามมอบหัวใจให้เขาอย่างเด็ดขาด ท่ามกลางความหรูหราของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้เพียบพร้อม เขากำหนดขอบเขตไว้อย่างชัดเจนเพื่อป้องกันความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นจากความรู้สึกส่วนตัว ทว่าในโลกที่เต็มไปด้วยความใกล้ชิดและการดูแลที่ชวนให้หวั่นไหว การรักษาพันธสัญญาเพื่อเป็นเพียงเด็กในปกครองที่ไร้ความรักกลับกลายเป็นบททดสอบที่ยากลำบากยิ่งนัก เธอจะสามารถควบคุมหัวใจไม่ให้ล่วงละเมิดกฎข้อสำคัญนี้ได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ในเมื่อยิ่งใกล้ชิด ความรู้สึกที่มิควรเกิดกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ

เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา ตอนที่ 1

ลมหายใจถูกพรูออกครั้งแล้วครั้งเล่ายามนึกถึงเรื่องที่เพิ่งได้รับรู้เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว

 ล้อกันเล่นแน่ๆ...

 เธอน่ะหรือจะตั้งครรภ์ ผลตรวจจากแล็บของโรงพยาบาลประจำจังหวัดจะต้องคลาดเคลื่อนอย่างแน่นอน บ้าจริง โรงพยาบาลตั้งใหญ่ ผิดพลาดขนาดนี้ได้อย่างไรกัน

 เสียงจอแจของผู้คนที่อยู่ภายในอาคาร เสียงประกาศจากเจ้าพนักงาน เสียงล้อเลื่อนจากวีลแชร์ และอีกสารพัดเสียงที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ กลับไม่ดังเข้าโสตประสาทของ ‘ว่าที่คุณแม่’ เมื่อประสาทการรับรู้ถูกปิดทุกทาง แม้แต่สายตายังพร่ามัวจนมองอะไรได้ไม่ชัดเจน

 “คุณมลุลี วรสุวรรณ เชิญพบแพทย์ค่ะ”

 ไร้การเคลื่อนไหวของเจ้าของชื่อ

 เจ้าพนักงานย้ำ “คุณมลุลี วรสุสรรณ ถึงคิวแล้วค่ะ!”

 ร่างระหงสะดุ้งโหยง รีบยันปลายเท้าลงบนพื้นแล้วหยัดยืนด้วยความเร่งรีบ ปากก็ส่งเสียงอ้อมแอ้ม “ค่ะๆ” แล้วจึงเดินเข้าไปในห้องที่อีกฝ่ายผายมือให้

 มลุลีมาโรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงเช้า เนื่องจากอดรนทนรับมือกับความผิดปกติของร่างกายตัวเองไม่ไหว ประจำเดือนเลื่อนจากเดิม จนตอนนี้ก็ยังไม่มา ผนวกกับปวดท้องโดยไร้สาเหตุ ทานยาแล้วก็ยังไม่ทุเลา เมื่อมาถึงก็ได้รับการตรวจจากคุณหมอ ผลของมันทำให้จิตใจเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แต่จนแล้วจนรอดก็ต้องก้าวเข้าสู่กระบวนการฝากครรภ์อย่างช่วยไม่ได้

 แม่และเด็ก...บนสมุดสีชมพูทำหัวใจดวงน้อยสะดุดกึก

 มันไม่ควรเป็นแบบนี้สิ

 แต่มันเป็นไปแล้ว ผลตรวจบอกว่าเธอตั้งครรภ์ได้ราวๆ สามสัปดาห์ สมุดที่ถืออยู่ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าตนกำลังจะได้เป็นแม่คน ที่ถ้าหากถามถึงความพร้อม...ไม่มีเลย ไม่มีด้านไหนที่มลุลีจะพร้อมมีลูก

 ด้านฐานะอาจจะไม่ใช่ยาจก แต่ลำพังตัวเธอก็ไม่ได้มีเงินเก็บมากพอที่จะเลี้ยงเด็กหนึ่งคน เธอเพิ่งทำงานจริงๆ จังๆ ได้ไม่นาน ยังไม่ใกล้เคียงกับคำว่าตั้งตัวได้ ฉะนั้นแล้วอย่างไรก็ไม่นับว่าพร้อม

 ด้านร่างกายเธอคือคนอายุยี่สิบห้า สำหรับคนอื่นวัยนี้พร้อมมีลูกแล้ว แต่สำหรับคนที่ไม่มีความพร้อมใดๆ อย่างมลุลี นี่มันค่อนข้างเร็วเกินไป ส่วนด้านสภาพจิตใจนับว่าสาหัส เธอไม่อยากท้อง ไม่อยากมีพันธะมาคล้องคอ

 เพราะ ‘เขา’ ก็ไม่อยากมีเหมือนกัน...

 สมุดฝากครรภ์ถูกเก็บไว้ในกระเป๋าสะพาย ก่อนร่างระหงจะค่อยๆ ก้าวเดินออกจากตัวอาคารเพื่อเดินทางกลับที่พัก

 จิตใจเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนเผลอชนเข้ากับเด็กตัวเล็กคนหนึ่งที่วิ่งโผล่พรวดมา เป็นเหตุให้ของเล่นในมือเด็กน้อยตกลงไปนอนแอ้งแม้งบนพื้น

 “ขอโทษนะคะ” เธอรีบขอโทษขอโพย แล้วจึงยอบกายลงไปที่พื้น

 เด็กคนนั้นก็ไม่รอช้า รีบทรุดตัวลงข้างๆ เพื่อช่วยเก็บของของตน เด็กเล็กยิ้มแป้น “ขอโทษครับพี่สาว โก๋วิ่งไวเอง”

 ในขณะนั้น หางตาก็เห็นเด็กผู้ชายที่หน้าตาเหมือนกันทุกประการยืนหอบหายใจอยู่ข้างๆ ในมือมีตุ๊กตาและของเล่นสำหรับเด็กเหมือนชิ้นที่ตกพื้น

 “โก๋วิ่งชนพี่คนสวยเหรอ”

 พี่คนสวยระบายยิ้มให้เด็กแฝด ลุกขึ้นยืนพลางส่งของเล่นคืนเจ้าของ “แค่อุบัติเหตุค่ะ ไม่เป็นไร ยังไงเด็กๆ ก็เดินกันดีๆ นะคะ”

 สองเสียงสอดประสานเพื่อรับคำอย่างหนักแน่น มลุลีจึงเดินออกจากบริเวณนี้เพื่อเดินทางกลับ ทว่าก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวก็เกิดอาการขาตายขึ้นมาดื้อๆ เมื่อสายตาสบเข้ากับคนกลุ่มหนึ่งที่มุ่งหน้ามาทางที่ตนยืนอยู่

 อาจไม่ใช่อย่างนั้นเสียทีเดียว พวกเขาเพียงแค่เดินมาที่เด็กแฝดทั้งสอง

 มลุลีทราบดีว่านั่นไม่ใช่ธุระกงการอะไรของตน แต่สมองก็ไม่สามารถสั่งการให้ก้าวเดินไปข้างหน้าได้ เพราะคล้ายจะโดนสะกดด้วยสายตาคู่คมของ ‘ใครบางคน’ ที่อยู่ในกลุ่มนั้น

 สองสายตาสบเข้าหากันอย่างมิอาจหลบเลี่ยงไปได้ เข็มนาฬิกาถูกหยุด โลกทั้งใบของมลุลีพลันนิ่งสนิท หัวใจบีบรัดจนก่อเกิดอาการเจ็บแปลบในทรวง

 กลีบปากล่างถูกขบเม้มจนเป็นเส้นตรง ทันทีที่เรียกสติกลับมาได้เรียวขาสวยก็ก้าวออกไปจากบริเวณนี้ทันที โดยมีสายตาแห่งความสงสัยใคร่รู้เหลียวมองตาม จนกระทั่งแผ่นหลังบอบบางพ้นไปจากครรลองสายตา

 เสียงหวานดังขึ้น “ปาเก๋า ปาโก๋ แม่บอกว่าอย่าวิ่งไงคะ” แม้จะเอ็ดลูก แต่คุณแม่ก็ยังไม่แสดงท่าทีโมโหร้าย ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้น “เดี๋ยวล้มก็เจ็บตัวอีก”

 ว่าที่คุณพ่อลูกสองมองดูหลานรักด้วยความเอ็นดู เขากระชับอ้อมกอดลูกสาววัยสิบเดือนแล้วพูดแหย่น้องสาว “ก็ซนเหมือนแม่มัน ไม่กล้าให้น้องอีฟเล่นด้วยหรอกแบบนี้”

 ขณะก้าวเดินไปยังลิฟต์ วรัสยาอดจะเบ้ปากใส่ญาติผู้พี่ไม่ได้ “ยุอัสให้ทำหมันเถอะมั้ง ไม่ต้องมีถึงสี่หรอก”

 คนโดนพาดพิงระบายยิ้มให้เพื่อนที่พ่วงตำแหน่งน้องสาวสามี เธอไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร แต่รู้สึกว่าความปรารถนาของปราชญาธิปที่อยากมีลูกสี่คนนั้นมันจะเกิดขึ้นจริง อย่างตอนนี้ที่ลูกคนแรกเพิ่งอายุได้สิบเดือน พ่อเจ้าประคุณเขาก็ส่งคนที่สองมาอยู่ในท้องเธอเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อสามเดือนที่แล้ว

 ทำให้นอกจากรติรสที่อายุครรภ์สี่เดือน ก็มีเธอที่ต้องใส่ชุดคลุมท้อง ซึ่งหากพัณณ์พิศอยู่ด้วยในตอนนี้ก็จะมีคนท้องถึงสาม

 ปราชญาธิปแค่นหัวเราะ ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงอะไรกับน้องสาวเพราะเขารู้ดีว่าอย่างไรตนเองก็ได้มีลูกสี่คนสมใจหวังอย่างแน่นอน ก็ขยันออกปานนี้

 ระหว่างอยู่ในลิฟต์ คุณแม่ลูกสามก็เอ่ยขึ้นอีก “แต่ลูกยายก้านน่าห่วงอยู่นะ ผู้หญิงด้วย เลือดแม่คงแรงน่าดู”

 ประโยคนั้นเรียกรอยยิ้มจากคนฟังได้อย่างดี

 ที่ทุกคนต้องพากันมาโรงพยาบาลก็เพราะเหตุนี้ กุสุมาลย์คลอดลูกสาวคนแรก คนสนิทจึงพากันมาเยี่ยมกันให้ควั่ก รวมถึงทางกลุ่มแก๊งสะใภ้และครอบครัว ที่พอรวมตัวกันแล้วก็กลายเป็นกลุ่มคนขนาดย่อมเลยทีเดียว ดีที่ธนบดีติดงานของพรรค ผนวกกับพัณณ์พิศมีอาการแพ้ท้องอ่อนๆ จึงพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ไม่อย่างนั้นจะเข้าลิฟต์ทีเดียวครบทุกคนได้หรือไม่ก็มิอาจล่วงรู้

 ครอบครัวของวรัสยาก็ห้าคนเข้าไปแล้ว ด้านพ่อคนที่สองของหนุ่มๆ อีกสี่ชีวิต ที่ลูกคนหนึ่งผู้เป็นพ่ออุ้มไม่ยอมปล่อย ใครจะมาวอแวยายหนูอีฟที่เป็นดั่งเจ้าหญิงของเขาไม่ได้เลย อีกชีวิตอยู่ในท้องของอัสมา ไหนยังครอบครัวของอรัณย์อีกสาม แต่สามที่ว่านั่น หนึ่งในนั้นก็อยู่ในท้องของภรรยาคนสวยของเจ้าตัว

 คนที่มีแค่ตัวคนเดียวเห็นจะมีแต่เขา...ดิฐากร

 อัสมายิ้มกว้างกว่าเก่า “คุณเฉื่อยเจองานหินเลยนะ เหมือนมีน้องก้านเพิ่มมาอีกคน จะรับมือยังไงไหว”

 ขณะที่ประตูลิฟต์เปิดออกเมื่อถึงชั้นที่ต้องการ เสียงทุ้มนุ่มหูก็ดังขึ้น “แต่ถ้ามีแบบอัสอีกคน คุณโปรดรับมือไหวนะ”

 แก้มนวลซับสี รีบเดินลิ่วๆ ออกจากลิฟต์ โดยมีคุณสามีนักหยอดเดินอุ้มลูกตามไปติดๆ

 จีรกิตติ์และวรัสยาก็พาลูกๆ เดินไปยังห้องพักฟื้นของลูกสาวผอ. โรงพยาบาล หัวเราะคิกคักอะไรกันไปเรื่อยตามประสาครอบครัวอารมณ์ดี

 อรัณย์ก็ไม่น้อยหน้า เดินกุมมือรติรสพลางกระซิบกระซาบอะไรกันสักอย่างด้วยท่าทีรักใคร่

 เมื่อเดินเข้ามาถึงห้องพัก ก็พบกับพี่ใหญ่เช่นชยางกูรที่นั่งอยู่ข้างเตียง โดยที่บนเตียงนั้นเป็นคุณแม่ป้ายแดงและลูกสาวคนแรกของพวกเขา

 ภายในห้องพักฟื้นไม่ได้มีเพียงคนมาใหม่เท่านั้น แต่ผอ. โรงพยาบาลซึ่งได้เป็นคุณตาของหลานคนที่สอง ต่อจากหลานคนแรกที่เกิดจากกินรีก็อยู่ที่นี่ รวมไปถึงคุณนายขวัญเรือนและลูกชายคนเล็กที่รีบมารับขวัญหลานสาว

 เด็กแฝดและน้องสาวของพวกเขารีบนำของเล่นที่ตั้งใจซื้อมาฝากน้องไปให้ในทันทีที่มาถึง ผู้คนต่างพูดคุยและแสดงความยินดีกับการมีอยู่ของ ‘ยายหนูกี้’ ลูกสาวคนแรกของช่างก้านกับพ่อเฉื่อย

 วรัสยาเป็นคนขี้เล่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อเห็นคุณพ่อมือใหม่เหมือนจะมีน้ำตาคลอหน่วยจึงอดแหย่ไม่ได้ “พี่เฉื่อยเหมือนจะร้องเลย ไม่รู้ว่าดีใจที่ได้ลูกสาวหรือกำลังร้องเพราะกลัวรับมือกับยายก้านจูเนียร์ไม่ได้กันแน่”

 แม้แต่นายแพทย์เรวัชกับคุณนายขวัญเรือนยังกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่ได้ เพราะพวกท่านเห็นพ้องต้องกันกับวรัสยาว่าหลานสาวคนนี้จะต้องมีเชื้อแม่แกแรงแน่ๆ คนอื่นๆ ก็พลอยหัวเราะไปด้วย

 ตำรวจหนุ่มเสริม “ถ้าเฮียเป็นคนเลี้ยงก็คงเป็นเด็กผู้หญิงน่ารักๆ คนหนึ่งแหละครับพี่กาด แต่ถ้าเจ๊เลี้ยง”

 คุณแม่ป้ายแดงปั้นหน้างอใส่น้องชาย “หา! เจ๊เลี้ยงแล้วมันจะทำไมล่ะผู้หมวด”

 เป็นคุณนายขวัญเรือนที่โพล่งขึ้น “ยังจะถาม เอาเป็นว่าให้เฉื่อยเป็นคนเลี้ยงลูกน่ะดีแล้ว จะได้เป็นผู้เป็นคน ถ้าลูกเลี้ยงเองม้ากลัวหลานม้าเป็นลิงเป็นค่างมาก”

 “ป๊า ม้าว่าหนู”

 บิดายิ้มกริ่ม กล่าวอย่างเป็นกลาง “ที่ม้าพูดมาก็มีเหตุผล”

 ชยางกูรที่เห็นภรรยาเริ่มหน้างอก็ยกมือไปลูบศีรษะอย่างนึกเอ็นดู “ไม่เป็นไร ลูกเหมือนก้านก็ไม่เป็นไร”

 เจ้าหล่อนถึงได้ยิ้มออก

 “แต่อย่าเหมือนมากก็พอ”

 เสียงหัวเราะเข้ามาครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่

 บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่นหัวใจ มองไปทางไหนก็เจอแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ยิ่งในสายตาของผู้จัดการร่ำเมรัยด้วยแล้ว ยิ่งแล้วใหญ่ ที่ได้มองดูพวกมาดเยอะที่ครั้งหนึ่งต่างก็ส่ายหน้าให้กับคำว่า ‘เมีย’ ทว่าบัดนี้ทุกคนดันมีสาวสวยอยู่ข้างกายพร้อมกับลูกน้อยที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตคู่

 แม้แต่ไอ้เพื่อนตัวดีที่เอาแต่พล่ามว่ารติรสเป็นน้องสาวเพื่อน ตอนนี้ก็ติดอยู่ในโลกสีชมพูจนบางทีอดจะนึกหมั่นไส้ไม่ได้

 เพราะคนเยอะเกิน ไหนยังมีแต่คนมีคู่ ดิฐากรที่รับขวัญหลานเสร็จเรียบร้อยจึงเลือกที่จะปลีกตัวออกมาด้านนอก

 ขายาวก้าวไปนั่งพักยังบริเวณสวนหย่อมที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้ สายลมพัดปะทะผิวกายพอให้รู้สึกดี แต่ก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะพัดเพื่อพาปมที่หัวคิ้วให้คลายออก

 ฝ่ามือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขายาวเพื่อหยิบสมาร์ตโฟนออกมา แล้วจึงแตะไปที่แอปพลิเคชันสีเขียวเพื่อทำการสอบถามอะไรบางอย่าง ด้วยปฏิกิริยาของเธอยามเจอหน้าเขานั้นมันผิดปกตินัก

 คุณดิน: เป็นอะไรรึ ทำไมต้องมาโรงพยาบาล

 รออยู่เกือบสิบนาทีกว่าข้อความของเขาจะถูกอ่าน

 มิ้ม: เปล่าค่ะ สบายดี

 คุณดิน: คนสบายดีที่ไหนจะมาโรงพยาบาล

 มิ้ม: ปวดหัสค่ะ

 ไม่ว่าจะตอนไหน มลุลีก็นิ้วเบียดไม่เปลี่ยน

 คุณดิน: มากไหม

 เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบ คิ้วเข้มก็มุ่นหนักกว่าเก่า แค่พิมพ์ไม่กี่คำให้เขาคลายกังวลมันยากนักหรือ

 คุณดิน: ไม่เห็นบอกเลยว่าไม่ค่อยสบาย ถ้าบอกจะได้พามา

 คุณดิน: แล้วกลับยังไง ขี่รถไหวเหรอ ฉันเสร็จธุระแล้วล่ะถ้าเธอจะกลับพร้อมกันก็ได้

 มิ้ม: ไม่เป็นไรค่ะ

 คุณดิน: อย่ารั้น เกิดเป็นลมเป็นแล้งไปจะทำยังไง

 มิ้ม: เปล่ารั้นค่ะ

 เธอมันโคตรหัวรั้นเลยต่างหากยายมิ้ม!

 คุณดิน: เพราะนิสัยแบบนี้ไง ฉันถึงไม่ชอบเธอ

 มิ้ม: ไม่ต้องย้ำค่ะ รู้แล้วว่าไม่รัก

 คุณดิน: รู้ก็ดี

 มิ้ม: แต่มิ้มก็ไม่ได้รักผู้จัดการเหมือนกัน

 ทีอย่างนี้แล้วพิมพ์ไม่ผิดสักคำ

 ว่าแต่ว่าอวดดีเสียจริงนะ แล้วหมาตัวไหนมันเพิ่ง ‘บอกรัก’ เขากัน ใช่หมาที่ชื่อ มลุลี หรือเปล่า?

 ปากดี

 เห่าเก่ง

 ใครจะชอบ...

⋆ ˚。⋆୨୧˚ ˚୨୧⋆。˚ ⋆

นิยายชุด ‘เธอ...’ ที่เกี่ยวข้องกัน

➊ เธอ...ที่ไม่น่าไปหลงรัก (จัด X ผักกาด)

↬Status :: จบแล้ว

➋ เธอ...ที่ไม่โปรดปราน (โปรด X อัสมา)

↬Status :: จบแล้ว

➌ เธอ...ที่ไม่เข้าตา (เฉื่อย X ก้าน)

↬Status :: จบแล้ว

➍ เธอ...ที่ไม่คิดจะรัก (อาร์ม X ตี้)

↬Status :: จบแล้ว *มี EBOOK*

➎ เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา (ดิน X มิ้ม)

↬Status :: จบแล้ว *มี EBOOK*

➏ เธอ...ที่ต้องสงสัยว่าจะไม่ถูกรัก (ใบ X เอื้อ)

↬Status :: จบแล้ว *มี EBOOK*

อ่านต่อ

สารบัญของ เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
แม้แม่หญิงชบาจะสมหวังได้แต่งงานกับชายในดวงใจที่หลงรักมาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าชีวิตคู่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อสามีไม่ยอมร่วมหอลงโรงฉันสามีภรรยา งานนี้เธอจึงต้องงัดสารพัดมารยาหญิงออกมาใช้เพื่อให้เขาใจอ่อนยอมมานอนร่วมเตียง ด้วยคำสั่งสอนจากแม่ผัวที่ย้ำชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างผัวเมียนั้นไม่ใช่เพียงแค่การจับมือกันหลับไป แต่ต้องอาศัยความใกล้ชิดสนิทเสน่หาแบบเนื้อแนบเนื้อ จากสาวแก่นเซี้ยวที่เคยเอาแต่เล่นซนจนเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้งานบ้านงานเรือน ชบาจึงต้องเผชิญบททดสอบใหม่ในการเป็นเมียที่ดี ซึ่งต้องปรนนิบัติพัดวีและมัดใจสามีให้สำเร็จ ท่ามกลางความเขินอายเมื่อต้องใกล้ชิดกับแผงอกแกร่งของชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก
ภาพปกนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง แต่เขากลับจงใจแกล้งยึดผ้าห่มไว้เพียงเพื่อจะชื่นชมความงดงามของเธอให้เต็มตา ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านทำให้เขาต้องฝืนใจถอยห่างเพื่อไม่ให้เธอบาดเจ็บไปมากกว่านี้ ก่อนจากไปเขาประทับจูบอย่างแสนรักพร้อมย้ำเตือนถึงข้อตกลงลับระหว่างกัน ชติรสยอมเสียสละตนเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว โดยมีเงื่อนไขว่าเขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับลิก้าอย่างเด็ดขาด แม้จะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและอับอายที่ถูกตราหน้าว่าน่าหลงใหลกว่าใคร แต่เธอก็พร้อมจะทำทุกทางเพื่อรักษาคำสัญญานี้ไว้ แม้ต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีของตนเองก็ตาม
ภาพปกนิยาย จอมใจอสูร
8.5
เมื่อความรักแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด รวิษาต้องเผชิญกับถ้อยคำดูแคลนจากอัครา ชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยผูกพัน แต่บัดนี้เขากลับประกาศก้องว่ามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า ท่ามกลางความเงียบงันและพยายามหลบหนี รวิษากลับถูกพันธนาการไว้ด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า อัคราจงใจใช้ท่าทีคุกคามและวาจาเยาะเย้ยเพื่อย้ำเตือนถึงความสัมพันธ์ในอดีตอย่างไม่ใยดี ในวันที่คนรักใหม่ของเขาไม่อยู่ เขากลับฉวยโอกาสกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดที่บีบคั้น ร่างบางถูกเหวี่ยงลงบนเตียงกว้างก่อนจะถูกรุกรานด้วยจูบที่ดุดันและเอาแต่ใจ แม้จะพยายามขัดขืนเพียงใด แต่เขากลับยิ่งใช้กำลังบังคับให้เธอต้องจำนนต่อสัมผัสอันรุนแรงเพื่อระบายอารมณ์ในเกมที่เขาเป็นผู้คุมทุกอย่าง
ภาพปกนิยาย คุณชายมหาเศรษฐีระดับท็อป
9.2
หลิน ฟาน ต้องเผชิญกับความอัปยศเมื่อถูกแฟนสาวบอกเลิกต่อหน้าสาธารณชนด้วยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามว่าเขาเป็นเพียงคนจนไร้อนาคต หลังจากที่เขาจับได้ว่าเธอแอบนอกใจ ในขณะที่เขากำลังเจ็บปวดและตั้งปณิธานว่าจะต้องสร้างเนื้อสร้างตัวเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนมา เขากลับได้รับสายจากพ่อบ้านประจำตระกูลที่แจ้งว่าการทดสอบความลำบากได้สิ้นสุดลงแล้ว เดิมทีเขาเข้าใจว่าครอบครัวเป็นเพียงนักธุรกิจระดับสิบล้าน แต่เมื่อเขาเดินทางไปรับเงินค่าใช้จ่ายตามคำบอกเลิก เขากลับต้องตกตะลึงเมื่อพบกับขุมทรัพย์มหาศาลในห้องนิรภัย ทั้งทองคำและเพชรพลอยล้ำค่า ความจริงเปิดเผยว่าตระกูลของเขามีมูลค่าสูงถึงล้านล้านบาท ชีวิตของนายน้อยผู้มั่งคั่งระดับท็อปจึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
ภาพปกนิยาย รักร้าย มาเฟียลูกติด
8.3
แทนไท มาเฟียหนุ่มวัย 29 ปีผู้ครองอาณาจักรธุรกิจมหาศาล กลายเป็นคนเย็นชาและมองผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ หลังจากถูกคนรักทิ้งไปหาชายที่รวยกว่าในวันที่ลูกชายอายุเพียงเดือนเดียว ความเจ็บปวดกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาไต่เต้าจนมั่งคั่งที่สุดภายใน 3 ปี ท่ามกลางผู้หญิงมากมายที่ยอมพลีกาย เขากลับต้องมาพบกับ พรพระพาย บัณฑิตสาววัย 22 ปี ผู้สูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุและต้องสู้ชีวิตด้วยเงินประกันจนเรียนจบ เมื่อเธอเข้าทำงานเป็นเลขานุการในบริษัทของเขา โลกที่ปิดตายของเขาก็เริ่มสั่นคลอน โดยมี อาชิ ลูกชายวัย 3 ขวบผู้เฉลียวฉลาดและมีโลกส่วนตัวสูงเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะเด็กชายที่แสนเย็นชาเหมือนพ่อกลับร่าเริงและอ้อนเก่งอย่างน่าประหลาดเมื่ออยู่กับเธอ
ภาพปกนิยาย คุณหมอ...อย่าใจร้าย
8.6
ชมพลอยตัดสินใจเสนอความสัมพันธ์แบบวันไนท์สแตนด์ให้กับคนแปลกหน้าอย่างภาคินทร์ หรือหมอธาม แพทย์หนุ่มวัยสามสิบปีที่กำลังศึกษาต่อเฉพาะทางในประเทศเยอรมนี แม้เขาจะประหลาดใจที่หญิงสาวอ้างว่าตนเองยังคงความบริสุทธิ์อยู่ แต่ด้วยเสน่ห์เย้ายวนและรูปร่างหน้าตาที่ถูกใจ ทำให้เขาตอบรับคำเชิญชวนนั้นอย่างไม่ลังเลเพราะกิเลสตัณหาชั่วข้ามคืน ทว่าความสัมพันธ์เพียงครั้งเดียวกับชายหนุ่มที่ไม่รู้จักดีพอ กลับนำมาซึ่งจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อเธอพบว่าตนเองตั้งครรภ์โดยไม่มีพ่อของเด็กคอยรับผิดชอบ เรื่องราวความรักที่เริ่มต้นจากความพลั้งเผลอและความใจร้ายของโชคชะตาจึงเริ่มต้นขึ้น

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED