ตอนที่2
ทำไมถึงทำเหมือนเป็นคนอื่นเลย
ใบหน้าหล่อเหลามุดอยู่ทรวงอกไม่ห่าง ใช้เรียวลิ้นโลมเลียอกอิ่ม แล้วสลัดบราออกไปให้พ้นทางเขา เผยให้เห็นยอดเต่งตึงสีชมพูที่เขานั้นได้เห็นและได้สัมผัสมานานหลายเดือน แต่ก็ยังคงหลงไหลและไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่าย นอกจากนั้นกลับยิ่งอยากดูดดื่มให้จมคาปากเขามากขึ้นอยู่ทุกๆวันด้วยซ้ำ
"อ๊า พี่เวย์"เสียงครางกระเส่าใต้ร่างร้องเรียก เมื่อถึงพึ่งถึงจุดสุดยอดด้วยสัมผัสจากนิ้วของเขา น้ำหวานไหลอาบนิ้วจนเปียก เขาจัดการถอดกางเกงของตัวเองออก หยิบอุปกรณ์ป้องกันมาสวมใส่แก่นกายที่แข็งจนเห็นเส้นเอ็นปูดบวม ไม่นานรถทั้งคันก็เต็มไปด้วยเสียงลามก
รถสปร์อตคันหรูเลี้ยวเข้าตึกคณะนิเทศในมหาวิทยาลัยนานาชาติ นักศึกษาที่นั่งอยู่ใต้ตึกต่างรู้ดีว่าเจ้าของรถเป็นใคร เพราะพวกเขาเห็นรถคันนี้จนชินตาแล้ว
"เบลเกือบมาสายแล้วเห็นไหม" เบลหันมาต่อว่าพี่ชายตัวดี ที่ใช้เวลากับเรือนร่างเธอจนทำให้เธอเกือบมาสาย
"แต่ก็ยังไม่สายนี่" เวย์คินส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตอบกลับ และโน้มหน้าหล่อเข้าไปจุ๊บปากเล็ก
ก็อก-ก็อก-ก็อก
คนในรถทั้งสองที่กำลังจูบลาต้องหยุดการกระทุกอย่างลง พร้อมหันไปมองที่ต้นเสียง เวย์คินเลื่อนกระจกลง เป็น ข้าว ที่มาเคาะกระจกของเขา
"คุณลุงกับคุณป้าโทรหาพวกคุณไม่ติด ท่านฝากมาบอกว่า ให้คุณเวย์แวะเข้าบ้านก่อนจะไปบริษัท" ใบหน้าเรียบเฉยสีหน้ามีความนิ่งพูดอย่างไร้อารมณ์ อธิบายถึงเหตุผลที่เธอต้องมาเคาะรถ แต่สายตาของเธอดันเหลือบไปมองเห็น ชุดนักศึกษาที่ยับยู่ยี่ต่างจากก่อนออกจากบ้าน พร้อมกับถุงยางอนามัยที่ใช้แล้ว เธอรีบเบี่ยงสายตาไปทางอื่น เพราะเธอได้ส่งสารเรียบร้อยแล้ว
"ทำไมข้าวเรียกพวกเราแบบนั้นล่ะ ฟังดูเหมือนเราเป็นคนอื่นเลย เรียกพี่เวย์สิ คุณพ่อคุณแม่เค้าก็พูดออกจะบ่อย ว่าข้าวไม่ใช่คนอื่น" เบลล์ที่เห็นกริยาห่างเหินของอีกฝ่าย ก็อดถามด้วยความสงสัยไม่ได้
"อยู่บ้านเดียวกัน แต่สถานะก็ต่างกันอยู่ดี จริงไหมคะ" แววตาที่ตอบกลับนั้นแสดงถึงเหตุผลของตัวเองอย่างชัดเจน ริมฝีปากขีดเส้นตรง เธอชัดเจนแบบนี้มาตั้งแต่ต้น
ไม่ใช่สิ ตั้งแต่เธอรู้ถึงความสัมพันธ์อันน่าขนหัวลุกของทั้งสองต่างหาก
หกเดือนที่แล้ว
ร่างบางหยิบจับอุปกรณ์ทำความสะอาดอย่างคุ้นชิน ทุกวันหยุดเธอจะรับหน้าที่ในการทำความสะอาดคฤหาสน์ ถึงแม้เจ้าของบ้านจะคอยห้ามปราม แต่เธอก็ยังคงยืนยันคำเดิม ว่าเธอขออยู่และตอบแทนบุญคุณของพวกท่านด้วยสถานะคนรับใช้ เธอเป็นวันรุ่นสมัยใหม่ เชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง เธอไม่ชอบอะไรผูกมัก หรือพูดให้เข้าใจ
เธอไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร
"คุณข้าว เดี๋ยวแหวนจัดการเองค่ะ คุณข้าวไปนั่งทานของว่างเถอะ" สาวใช้รุ่นพี่รีบยื่นมือมารับอุปกรณ์ทำความสะอาดในมือของ ข้าว ถึงแม้เจ้าตัวจะยืนกรานว่าอยู่ในสถานะคนใช้ แต่เจ้านายของพวกเธอ ก็ยังคงบอกให้พวกเธอดูแล ข้าว ในฐานะลูกสาวของพวกเขา
ซึ่งเท่ากับว่า ข้าว อยู่บ้านหลังนี้ในฐานะ คุณหนูอีกคนของบ้าน
"พี่แหวน คฤหาสน์ออกจะใหญ่ขนาดนี้ พี่ก็แบ่งส่วนรับผิดชอบกับฉันสิ อย่ามาห้ามเลย เสียเวลาของพี่ไปด้วย" ใบหน้าเรียวสวยไร้เครื่องสำอางตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แต่มือก็ยังคงกำอุปกรณ์ในมือไว้แน่น
"โถ คุณข้าว งั้นแหวนทำความสะอาดบ้าน ส่วนคุณข้าวช่วยไปเอาเสื้อผ้าของคุณๆมาวางไว้ในห้องเครื่องซักผ้านะคะ แค่เอามาวางไว้ก็พอ โอเคนะคะ" รุ่นพี่สาวย้ำถึงหน้าที่ของเธอด้วยน้ำเสียงกึ่งบังคับ เธอรู้ดี ว่าสาวตรงหน้านั้นคงทำเกินหน้าที่ไปมากหากเธอไม่พูดดักทางไว้ก่อน ข้าว ได้พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะยอมปล่อยอุปกรณ์ในมือให้รุ่นพี่ ส่วนตัวเองก็รีบเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของบ้าน
ร่างเล็ก เข้าออกทุกห้องในบ้านอย่างคุ้นชิน เธอหยิบตะกร้าผ้ามาวางเรียงไว้ เพื่อที่จะได้ยกลงไปทีเดียว จนมาถึงห้องห้องหนึ่ง เป็นห้องที่เธอนั้น แทบไม่อยากย่างกายเข้าไป เธอยืนทำใจยืนอยู่หน้าห้อง ก่อนจะเคาะประตู เพื่อเช็คให้แน่ใจ ว่าเจ้าของห้องนั้นไม่อยู่แน่ๆ
ก็อก~ก็อก~ก็อก
เมื่อทุกอย่างเงียบสนิท เธอจึงโล่งใจบิดลูกบิดและเดินเข้ามาในห้องอย่างสบายใจ
ว๊าย~
ตะกร้าที่ถือในมือหล่นลงพื้น ร่างสูงบางรีบหันหลังหลบกับภาพที่เห็นตรงหน้า
ในส่วนลึกสุดของห้อง คือเตียงนอนขนาดใหญ่ ในห้องถูกตกแต่งด้วยระเบียงที่ทำจากกระจก ถ้าหากปิดผ้าม่านไว้ ในห้องก็จะมืดสนิท ภาพที่ข้าวเห็นและตกใจจนต้องรีบหันหนี คือข้างเตียงนอนปรากฎร่างสูงโปร่งกำลังยืนเปลือยหันหลังใช้ผ้าขนหนูถูหลังของตนเองอยู่ ซึ่งหากไม่มีผ้าขนหนูผืนเล็กนั้น
เธอคงเห็น ในสิ่งที่ไม่ควรเห็น และไม่อยากจะเห็น
เมื่อได้ยินเสียงดังจากด้านหลัง ร่างใหญ่ก็ทำการใช้ผ้าขนหนูมาพันรอบเอว และเดินตรงดิ่งมาหาหญิงสาวที่ดูท่าจะไม่ค่อยชอบตนเท่าไหร่
"จะรอให้เฮียแต่งตัวเสร็จก่อน หรืออยากเห็นเฮียแก้ผ้าล่ะ ฮึ" เขาตั้งใจใช้น้ำเสียงชวนขนลุก ร่างสูงบางสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆบนหลังคอ และฟังจากน้ำเสียงกะล่อนนั่นเธอรู้ตัวแล้ว ว่าเธอโดนเขาแกล้งเข้าให้แล้ว
"ฉันแค่เข้ามาหยิบตะกร้าผ้าที่จะต้องซัก เคาะประตูแล้วแต่ไม่มีใครตอบ เลยนึกว่าไม่มีคนอยู่ เดี๋ยวฉันเข้ามาใหม่อีกรอบก็แล้วกัน" หญิงสาวเถียงกลับทันควัน และตอนนี้เธอรับรู้ได้ว่าตัวเองนั้นหน้าแดง หูแดง เลยคิดตั้งใจจะหนีก่อนที่เขาจะเข้าใจเธอผิด
"ไหนๆก็เข้ามาแล้ว ก็หยิบไปเลยสิ หรืออยากเข้ามาหาเฮียอีกรอบ" เวย์คินยังคงกวาดต้อนอีกฝ่ายอย่างสนุก
เดิมทีข้าวคอยตีตัวออกห่างจากตัวเอง นี่นับได้ว่าเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ที่เธอสนทนากับเขานานขนาดนี้
"ไม่เป็นไร เดี๋ยวข้าวไปหยิบของห้องที่เหลือก่อน เชิญคุณเวย์จัดการตัวเองให้เสร็จก่อนจะดีกว่า" ไม่ทันที่ร่างบางจะเดินออกจากห้อง ก็ถูกแขนกำยำทั้งสองข้างขวางทางไว้
หญิงสาวที่ถูกต้อนเข้าไปในวงแขน เธอเลือกจะเผชิญหน้าเพราะเริ่มหงุดหงิด เธอลืมตาขึ้นมาสู้ด้วยความโมโห แต่เมื่อลืมตาขึ้นเธอก็พบกับแผงอกแข็งแรงอยู่ตรงหน้า และด้วยสัญชาตญาณ..สายตาเธอมองไล่ลงไปยังส่วนล่าง หญิงสาวอ้าปากพงาบๆ เพราะพึ่งเคยเห็นและอยู่ไกล้กับซิกแพกเป็นลอนของเพศตรงข้ามครั้งแรก แต่ยังรู้สึกโล่งอกที่เขายังพันผ้าขนหนูเอาไว้ในส่วนนั้น
.............................................
ตอนที่3
ได้กันแล้วหรอ
"คุณเวย์ เอาแขนออกไป" เธอสบตาเขานิ่ง
"ทำไมถึงต้องทำตัวห่างเหินกันด้วย ตอนเด็กติดเฮีย ร้องไห้จะมาอยู่กับเฮีย ทำไมตอนนี้ถึง..." เวย์คินมองเข้าไปในดวงตาที่นิ่งประดุจน้ำวน เขาไม่เข้าใจ ว่าทำไม ข้าว ถึงได้ทำตัวเหมือนรับเกียจเขานักหนา ทั้งๆที่ความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นดีมาตั้งแต่เด็ก และดีมาตลอด เขารู้ตัวอีกที ข้าว ก็ทำเหมือนเขาเป็นคนอื่นไปซะแล้ว
"หลบด้วยค่ะคุณเวย์ "
"เรียกเฮียเวย์ก่อน" ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาไกล้อีกใบหน้าในวงแขนของเขาที่จ้องเขาอย่างเอาเรื่อง สองใบหน้าไกล้กันมากพอที่จะสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของกันและกัน
"เรียกเฮียเวย์ และอ้อนเฮียเหมือนตอนเด็กก่อน เฮียถึงจะหลีกทางให้" ดวงตากลมโตไหวสั่นเหมือนจะอ่อนไหวไปกับคำพูดของคนเจ้าเล่ห์ ภาพทรงจำในวัยเยาว์ของเขาทั้งสองวิ่งเข้ามาในหัว แต่เพียงไม่กี่วิ หญิงสาวก็รวบรวมสติให้กลับมาปัจจุบัน
"ฉันลืมมันไปหมดแล้ว ฉันไม่เห็นว่าจะสำคัญและน่าจดจำตรงไหน และไม่มีเหตุผลที่ฉันต้องจำ "
"ข้าว..."
"หลบด้วยค่ะ ข้าวยังต้องไปเก็บเสื้อผ้าห้องของคุณเบลล์อีกนะคะ"
เมื่อเห็นเธอยืนกราน เขาเองก็ไม่มีทางเลือกอื่น หลบทางให้เธอไปหยิบเสื้อผ้าของเขาและเดินออกจากห้องไป โดยมีเขายืนมองอยู่ไม่จนประตูห้องเขาถูกปิดลง
เมื่อเธอออกจากห้องไป ชายหนุ่มก็จัดการแต่งตัว แต่ก็ยังคงมีใบหน้าไร้ความรู้สึกนั้นมากวนใจ เธอเข้ามาอยู่บ้านเขาได้ไม่นาน ตั้งแต่เธอเข้ามาบ้านหลังนี้ เธอก็หลบหน้าเขาตลอด เขาเองก็ไม่ได้ไม่อยากสนใจ แต่เพราะเขานั้นก็ยุ่งมาก ต้องเข้าไปฝึกงานที่บริษัทเพื่อรับตำแหน่งต่อจากบิดาของเขาแถมต้องดูแลเบลล์ น้องสาวของเขา ถึงแม้ความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นเป็นความสัมพันธ์ที่มากกว่าพี่น้องตั้งนานแล้ว
แต่วันนี้ เมื่อเขาได้เห็นอีกใบหน้าหนึ่ง ได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากผู้หญิงอีกคนหนึ่ง มันก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาแบบงงๆ ทั้งที่เขาก็คั่วผู้หญิงคนอื่นก่อนเข้าบ้านทุกวัน แถมกลับมาบ้านยังมี เบลล์ ที่คอยออดอ้อนให้เขาเข้าไปหา เรียกได้ว่า ใช้งานแก่นกายได้คุ้มค่าวันต่อวันเลยจริงๆ
....
เมื่อหลุดพ้นจากวงแขนและออกมาจากห้องของเวย์คินได้สำเร็จ เธอรู้สึกโล่งใจอย่างที่สุด พร้อมกับมองตะกร้าผ้าที่เธอถือออกมาก่อนหน้านี้ด้วยด้วยความหงุดหงิด
เธอเคาะประตูแล้วแท้ๆ ร้ายนักนะ พ่อนักล่า
เมื่อมองไปยังตะกร้าผ้าที่เธอหยิบมาก่อนหน้า กลับพบว่า มันหายไปแล้ว แล้วก็พบว่าสาวใช้คนอื่นกำลังยกลงไปยังชั้นล่าง
"เอ๊ะ.."
"เดี่ยวพวกเรายกลงไปเองค่ะ รบกวนคุณข้าวไปหยิบของห้องคุณเบลล์ให้ด้วยนะคะ" สาวใช้รุ่นพี่อีกคนส่งยิ้มหวานให้ ก่อนจะเอื้อมมือมารับตะกร้าในมือเธอ
"ขอโทษด้วยนะคะ ข้าวทำงานช้าใช่ไหมคะ" เธอรู้สึกผิดเพราะเธอมัวแต่ไปเสียเวลากับคนเจ้าเล่ห์เลยทำให้คนอื่นต้องมาเหนื่อยเพิ่ม
"ป่าวสักหน่อย จริงๆคุณข้าวไม่เห็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย ยังไงรบกวนไปหยิบของห้องคุณเบลล์ให้หน่อยค่ะ"
เมื่อได้ยินแบบนั้น เธอจึงรีบเดินตรงไปยังห้องนอนอีกห้องหนึ่ง เพื่อไม่ให้ทุกคนต้องเสียเวลาไปมากกว่านี้
ก็อก~ก็อก~ก็อก
"เบลล์ นี่ข้าวเองนะ"
"เข้ามาได้เลยข้าว เบลล์ไม่ได้ล็อก"
สองสาวส่งยิ้มให้กัน ทั้งสองนั้นสนิทสนมกันมาก เนื่องด้วยว่าพวกเธออายุวัยเดียวกันอยู่บ้านเดียวกัน และเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ แถมยังสอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกันถึงแม้จะคนละคณะก็ตาม
"ทำไรอยู่หรอ ข้าวมารบกวนรึป่าว"
"ป่าว เราก็นั่งนึกโน่นนี่ไปเรื่อย" เมื่อข้าวเห็นใบหน้าสวยแดงเป็นลูกตำลึง ความอยากรู้เรื่องของเพื่อนสาวก็เข้ามาครอบงำ เธอหยิบตะกร้าผ้า ส่งให้สาวใช้รุ่นพี่ ก่อนจะเลือกอยู่คุยต่อกับเพื่อนสาว
"นั่งยิ้มคนเดียวแบบนี้ เบลล์มีแฟนหรอ ใครอ่ะ เล่าให้ข้าวฟังบ้างดิ"
เมื่อได้ยินคำถามจากเพื่อน เบลล์ก็ได้แต่ยิ้มแหย่ๆ"จะเรียกแฟนได้รึป่าวนะ"
"ถ้าไม่ใช่แฟน ใครจะมาทำให้เบลล์ของเราหน้าแดงได้ขนาดนี้ล่ะ" ข้าวหยิกแก้มสวยไปหนึ่งที
"ก็เค้ายังไม่เคยขอเราเป็นแฟนเลยนิ"
"ใครหรอ ถ้าไม่ชัดเจนก็ปล่อยไปเถอะ อีกไม่กี่เดือนเราก็จะได้เข้ามหาวิทยาลัยกันแล้ว ถึงตอนนั้น ค่อยหาเอาใหม่ก็ไม่สาย"
เบลล์ได้แค่มองหน้า ข้าว เพื่อนสนิทของเธอ ข้าวเป็นคนสวยและมีเสน่ห์ แถมยังเป็นคนฉลาด มองโลกในแง่ความเป็นจริง เธอรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้อยู่ไกล้
ช่วง ม.ปลาย พวกเธอเรียนอยู่คนละโรงเรียน แต่ทุกวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ พ่อและแม่ต่างพาทั้งสองครอบครัวมาเจอกัน เพราะพ่อแม่ของทั้งสองนั้น สนิทกันมาก พ่อของข้าวเป็นลูกน้องคนสนิทของสหรัส ทั้งสองครอบครัวนับว่าเป็นมิตรภาพที่ดีกันเลยทีเดียว
" ข้าว"เชื่อในรักแรกไหม"
"เชื่อสิ รักแรก พรหมลิขิต แต่เอ๊ะ สรุปว่ามีแฟนแล้วจริงๆใช่ไหม" ข้าวจ้องมองไปที่เบลล์อย่างคะยั้นคะยอคำตอบ เมื่อเบลล์เห็นก็ได้แต่บิดตัวเอียงอาย ต่างจากบุคลิกของตัวเอง
เบลล์ เป็นสาวสวยสายเซ็กซี่ ตั้งแต่แตกเนื้อสาว เบลล์ก็มักจะมีผู้ชายมารุมจีบ เพราะเธอถือได้ว่าเป็นสาวมั่นคนนึงเลยก็ว่าได้ เพราะเหตุผลนี้ แม่จึงบังคับให้เวย์คินรับส่งและดูแลเธอ เพราะหากชายคนไหนกล้าฝ่าด่านเวย์คินมาจีบน้องสาวเขา ถือได้ว่า ผู้ชายคนนั้นคงจะเป็นผู้กล้าแห่งชาติ ซึ่งแน่นอน ว่ายังไม่เคยมี
"แหมเก็บเงียบเลย เล่าให้ข้าวฟังหน่อยสิ"
"ก็อย่างที่บอก เค้ายังไม่เคยขอเบลล์เป็นแฟนเลย แต่ว่าพี่เค้าเป็นผู้ชายที่ดีมากเลยนะ ทั้งอบอุ่น ทั้งน่ารัก ดูแลเราดีมากด้วย เราอยู่กับพี่เค้า เรามีความสุขมากๆเลยนะ แถมพี่เค้ายัง...." เบลล์หยุดคำพูดไว้ด้วยใบหน้าและหูที่แดงจนแทบระเบิด ข้าวที่ได้เห็นท่าทีนั้นก็เดาได้ว่า
"ได้กันแล้วหรอ"
........................................