สิ่งที่ได้ยินทำให้หญิงสาวอึ้งงันไป หัวใจเธอเต้นตึกตัก วุ้นเส้นไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เธอต้องหูฝาดแน่ ๆ
“เอ่อ เมื่อกี้แทนว่าอะไรนะ”
เมื่อหาเสียงตัวเองเจอก็ลองถามกลับไปอีกครั้ง
“เมาแล้วหูไม่ดีรึไง”
“ก็อาจจะใช่”
ได้ยินดังนั้น เขาก็ขยับเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง จมูกโด่งเป็นสันสูดดมแรง ๆ ตรงข้างแก้มป่องของหญิงสาว ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
“วุ้นเมาจริง ๆ ด้วย เหม็นเหล้าหึ่งเลยเนี่ย งั้นเดี๋ยวแทนค่อยถามใหม่”
บอกยิ้ม ๆ พร้อมทำหน้าล้อเลียน ทำเอาคนมองหายใจแทบไม่เป็นจังหวะ
‘ก็เขามันหล่อเกินต้าน’
ท่าทีขี้เล่นที่ดูเป็นธรรมชาติจนทำเธอเคลิ้ม ทั้ง ๆ ที่เขามีกลิ่นเหล้ามากกว่าเธอเสียอีก โอ๊ย… เธอแทบจะอดใจไม่ไหว
แล้วเมื่อกี้เขาว่าอะไรนะจะขอคบเธอเนี่ยนะ เธอไปไม่เป็นจริง ๆ แล้วทำไมไม่ตอบเขาไปนะ
‘ยายบื้อเอ๊ย ตอบตอนนี้ทันไหมเนี่ย’
หรือจะรอให้สร่างเมาแล้วค่อยว่ากัน บางทีเขาอาจจะเมาแล้วพูดไปเรื่อยตามประสา ในหัวเธอคิดไปสะระตะ
“คิดอะไรอยู่”
“เปล่าแค่จะบอกแทนว่าวุ้นเมาถึงรีบกลับ แต่วุ้นว่าแทนก็เมาเหมือนกันนั่นแหละ ได้กลิ่นเหล้าเหมือนกัน”
หญิงสาวเอ่ยทั้งยิ้มเต็มใบหน้าจนดวงตากลมโตนั้นหยีเป็นสระอิ เวลานี้ความรักมันจุกอกจนออกมาทางสีหน้าและแววตาแล้ว
พระเจ้า! พุทโธ ธัมโม สังโค ลูกช้างขอสติคืนมาด้วยเถิด เพราะมันเตลิดไปแล้ว ใครจะคิดว่าผู้ชายที่เธอเฝ้ามองตาละห้อยมาหลายปี วันนี้จะ ‘มองมาทางเธอ’ และ ‘เห็นเธอในสายตาแล้ว’
“นั่นสิ แทนว่าแทนเมาแล้วล่ะ เนี่ยขับรถต่อไม่ไหวแล้วด้วย คืนนี้ขอค้างที่ห้องวุ้นได้ไหมครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมทำท่าเหมือนหมาขี้อ้อน พานทำให้วุ้นเส้นใจสั่น เธอบีบมือตัวเองแน่น พร้อมมองเขาตาปริบ ๆ มันเกินกว่าที่คาดคิดไปมาก ผู้ชายงานดีมาขอค้างที่ห้องเนี่ยนะ ยายวุ้นเอ๊ย เอาไงดี
“......”
“ขับไม่ไหวจริง ๆ ตาจะปิด ขอไปพักล้างหน้าล้างตาสักหน่อยได้ไหมครับ”
คนหน้าหล่อยังออดอ้อนไม่หยุด ถ้าแค่ล้างหน้าล้างตาพอให้สร่างเมาก็คงไม่เป็นไรกระมัง
“.....”
“ไม่เป็นห่วงแทนรึไง ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะ...”
“ก็ได้ กลิ่นเหล้าหึ่งขนาดนี้ไม่ให้ห่วงได้ไง เกิดแทนเป็นอะไรขึ้นมา วุ้นรู้สึกผิดแย่”
ในที่สุดเธอก็ยอมใจอ่อน คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เพราะเธอกับเขาก็เคยค้างด้วยกันที่ห้องเพื่อนในตอนที่ทำงานกลุ่มด้วยกันมาตั้งหลายครั้งแล้ว ต่างกันแค่ตอนนั้นมีคนอื่น ๆ อยู่ด้วยหลายคน ทั้งขิง ทั้งอนาวิล แต่วันนี้มีแค่เขาและเธอ
“งั้นต้องรบกวนด้วยนะครับคุณผู้หญิง”
ว่าแล้วแทนไทก็ดับเครื่องยนต์ ก่อนจะลงไปเปิดประตูให้วุ้นเส้น และก่อนที่หญิงสาวจะก้าวลงจากรถ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น วุ้นเส้นหยิบมันขึ้นมาดู แต่ก็ตัดสินใจไม่รับสาย ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าถือดังเดิม แล้วก้าวลงรถไปโดยไม่สนใจมือถือที่ยังสั่นอยู่ในกระเป๋า
“ใครโทรมาทำไมไม่รับสาย”
“ไม่รู้สิ เบอร์แปลก ๆ มิจฉาชีพมั้ง”
เรื่องอะไรเธอจะรับ หากอนาวิลรู้ว่าเธออยู่กับใคร เขาคงได้สวดเธอยับ เพราะอนาวิลไม่ชอบขี้หน้าแทนไทแค่ไหนเธอรู้ดี
ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันไปกระทั่งถึงลิฟต์ เมื่อเข้าไปในลิฟต์วุ้นเส้นกดชั้นที่หมายแล้วยืนมองตัวเลขที่ขยับขึ้นไปทีละชั้นทีละชั้นอย่างใจจดใจจ่อ แต่แล้ววุ้นเส้นก็ต้องตัวชาวาบเมื่อจู่ ๆ แทนไทที่ยืนอยู่ด้านหลังโอบกอดรอบเอวของเธอไว้ แถมยังเอาคางมาเกยลงบนไหล่มน ในขณะที่เขาบ่นอุบอิบไปตามประสาคนเมา โดยไม่รู้ว่าทำให้คนไม่ประสีประสาหัวใจเต้นแรงแค่ไหน
“ปวดหัวชะมัดเลยอ่ะวุ้น ขอพิงหน่อยนะครับยืนจะไม่ไหวแล้ว”
เจ้าของดวงตากลมโตหันมองคนที่กำลังใช้ไหล่เธอเป็นที่พักพิง ก่อนจะหลับตาลงเมื่อเขาหันหน้ามาหาเธอพอดิบพอดี พร้อมกับจมูกโด่งเป็นสันแตะเข้าที่แก้มนุ่มนิ่มเข้าอย่างจัง
“ไม่รู้ทำไมวันนี้วุ้นตัวหอมกว่าทุกวันเลย”
เจ้าของริมฝีปากหยักบอก พร้อมหอมแก้มนุ่มของหญิงสาวไปฟอดใหญ่ ในขณะที่เสียงลิฟต์ดังพอดี ถึงชั้นที่หมายแล้ว
“ติ๊ง”
วุ้นเส้นตกใจอ้าปากค้าง หัวใจเต้นแทบทะลุออกมาจากอก นี่นับเป็นครั้งแรกที่เธอโดนผู้ชายหอมแก้ม
กระทั่งเมื่อลิฟต์เปิดออก เธอรีบแกะมือแกร่งออกจากเอว แล้วรีบก้าวเดินดุ่ม ๆ ไปยังห้องพักของตน ในขณะที่ได้ยินเสียงหัวเราะของแทนไทแว่วตามหลังมาติด ๆ
“วุ้นรอแทนด้วย”
แทนไทเร่งฝีเท้าตามหญิงสาวไปจนถึงหน้าห้อง
“แทนช่วยไหม”
เมื่อเห็นว่ามือสั่น ๆ ของเธอไม่หยิบคีย์การ์ดขึ้นมาได้สักที เขาจึงเอ่ยอาสา พร้อมถือวิสาสะหยิบคีย์การ์ดออกมาจากกระเป๋าของหญิงสาวแล้วจัดการเปิดประตูด้วยตัวเอง ภายในใจนึกขันคนที่ดูท่าทางจะตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่
“เชิญครับคุณผู้หญิง”
แทนไทเปิดประตูออกกว้างพร้อมผายมือให้เจ้าของห้องเป็นผู้เข้าไปก่อน
“......”
รอยยิ้มกว้างพร้อมสายตาเจ้าชู้ที่เขาส่งมาทำให้เธอทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะต้องวางสีหน้าท่าทางอย่างไร ระหว่างเขาและเธอไม่เคยมีบรรยากาศแบบนี้มาก่อน วันนี้เธอแน่ใจว่าแววตาของแทนไทเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“ไม่ขอบใจหน่อยเหรอ”
เมื่อหญิงสาวก้าวผ่านธรณีประตูไปแทนไทก็เอ่ยถามทันที เขาสู้อุตส่าห์ช่วยเหลือในขณะที่เธอเมา แต่กลับโดนเธอเมิน
“ก็วุ้นไม่ได้ขอให้ช่วย แล้วไหนว่าเมาไงทำไม”
หญิงสาวหันกลับมาเอ่ยถาม แต่ร่างอวบกลับปะทะเข้ากับร่างแกร่งอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้เธอเซถลาจนเกือบล้ม แต่โชคดีที่ได้แทนไทคว้ารอบเอวไว้ทัน ไม่งั้นคงล้มไม่เป็นท่า สรุปว่าเธอเมาหรือเขาเมากันแน่ แล้วถ้าเราทั้งคู่เมาเหมือนกัน จะเป็นใครที่เมามากกว่า?
“เพราะแทนเมาน้อยกว่าวุ้นไง”
คนที่โอบกอดร่างอวบอิ่มไว้บอกพร้อมส่งสายตาสื่อความหมาย
หญิงสาวทำได้แค่หลบตา ในใจเต้นโครมคราม เธอว่าเธอไม่เมานะ แต่เขาน่ะแหละเมาจนทำเธอใจเต้นไปหมดแล้ว
“แทนชอบวุ้นนะ”
“ฮะ”
วุ้นเส้นแหงนมองหน้าเขาทันที ดวงตาเต็มไปด้วยคำถาม เมื่อกี้ขอคบ ตอนนี้มาบอกว่าชอบ หรือว่าเขาจะพูดจริง ไม่ใช่มาล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอหรอกนะ
“วุ้นล่ะชอบแทนบ้างไหม รู้สึกพิเศษกับแทนบ้างรึเปล่า? รู้สึกเหมือนที่แทนรู้สึกกับวุ้นไหม”
เอ่ยถามพร้อมขยับปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ใบหน้าเนียนไล่ไปถึงริมฝีปากที่อวบอิ่ม ก่อนจะเคล้นคลึงริมฝีปากล่างของเธอเล่นเบา ๆ ในขณะที่จ้องมองหญิงสาวตาเป็นประกายแพรวพราว
“รู้สึกเหมือนกันไหมวุ้น”
วุ้นเส้นกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเธอกับแทนไทจะมีโอกาสเปิดเผยความรู้สึกต่อกัน
ภายใต้ความรู้สึกประหม่า ตื่นเต้นนั้น ใจดวงน้อยก็รวบรวมความกล้าที่มี ก่อนจะเอ่ยตอบกลับเขาไป
“รู้สึกสิ วุ้นเองก็ชอบแทนเหมือนกัน”
เพราะอะไรดลใจก็ไม่รู้ ทำให้วันนี้เธอกล้าเอ่ยความในใจที่มีต่อแทนไทออกมาจนได้ บางทีอาจเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าที่กำลังแล่นพล่านอยู่ในกระแสเลือด ทำให้ในที่สุดเธอก็ก้าวข้ามเส้นการแอบรัก และคำว่าเพื่อนที่เพียรรักษามันมาอย่างยาวนานกว่าห้าปีสักที
“เราใจตรงกันใช่ไหมวุ้น”
ร่างสูงเริ่มบดเบียดแนบชิดเข้าหา กลิ่นน้ำเมาผสมปนเปไปกับกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ จากกายสาวโชยเข้าจมูก และยิ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงหน้าอกอวบอิ่มที่กำลังเบียดชิดอกของเขา นั่นทำให้เรียวปากหยักยกยิ้ม ก่อนจะยิ่งโอบกอดเธอแนบชิดเสียยิ่งกว่าเดิม
“ใช่”
ตอบเสียงเบาหวิวราวกับไม่อยากจะเชื่อว่ามันคือความจริง แต่ไม่มีอะไรจริงกว่านี้อีกแล้ว เธอแอบรักเขา และมีใจให้เขามานาน นานหลายปีนักหนา
วุ้นเส้นพูดในขณะที่มองใบหน้าหล่อเหลาตาเป็นประกาย เวลานี้เธอเผลอคิดกับเขาไปไกลโข ต่อให้เอาช้างตัวโต ๆ มาฉุดกระชากลากถูก็คงกู่ไม่กลับแล้ว
แทนไทจับไหล่มนเอาไว้ ก่อนจะดันร่างอวบอัดออกห่าง แล้วเอ่ยเรียกขานชื่ออีกฝ่ายเหมือนเป็นการเรียกสติ
“วุ้น”
“หือ”
“เรามาลองคบกันไหม”
“อือ”
วุ้นเส้นตอบรับทันที ในเมื่อมันชัดเจนขนาดนี้แล้ว ทำไมเธอจะต้องปฏิเสธหัวใจตัวเอง
ยิ่งเวลานี้เธอรู้ดีว่าแทนไทไม่มีใคร เพราะเขาเพิ่งเลิกรากับลิลลี่แฟนคนล่าสุดไปเมื่อสามเดือนก่อน แม้เขาจะทำตัวเป็นพ่อมาลัยลอยชายไปมา แต่เธอก็ไม่เห็นเขาคบหาผู้หญิงคนไหนเป็นจริงเป็นจังหลังจากนั้น ทำให้วันนี้เธอกล้าจะตอบตกลง
โชคชะตาคงอยากให้โอกาสเธอได้สารภาพรักกับเขากระมัง ในเมื่อวันนี้เขาไม่มีใคร เธอจึงไม่อยากปล่อยโอกาสให้หลุดมือไป
“วุ้นรักแทนนะ รักมาตั้งนานแล้ว”
“แทนรู้ รู้มาตลอดว่าวุ้นคิดยังไง”
สิ่งที่ได้ยินทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้น แม้จะยังไม่ได้ยินคำว่ารักจากเขา แต่ในที่สุดความรักของเธอก็ไม่ได้เป็นรักข้างเดียวที่เขาไม่เคยรับรู้อีกต่อไปแล้ว
“แทน...”
“เพื่อตอบแทนความรักของวุ้น คืนนี้แทนจะอยู่กับวุ้นทั้งคืนได้ไหม”
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังสบตากันนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือเจ้ากรรมก็ดันส่งเสียงร้องลั่นขึ้นอีกครั้ง แม้แทนไทจะรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยกับการถูกขัดจังหวะแต่เขาก็อยากให้เธอรับสาย เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าใครมันขยันโทรมานักหนา
“ไม่รับเหรอ”
“ไม่อ่ะ”
เธอจะไม่รับสายนี้ ไม่รับเด็ดขาด แถมยังเอื้อมมือไปกดปิดเสียง เวลานี้เธอไม่อยากสนใจอะไรอีกแล้ว นอกจากคนตรงหน้า ลมหายใจอุ่นร้อนที่กำลังเป่ารดอยู่ใกล้จมูกเล็กของเธอมันค่อย ๆ ห่างออกไปพร้อมกับใบหน้าของเขา
“แทน”
“ชู่ว์”
มือแกร่งจับคางมนขึ้นเล็กน้อย แล้วตะแคงใบหน้าอิ่มของหญิงสาวเพื่อปรับองศาให้อยู่ในตำแหน่งที่พอเหมาะพอเจาะ
วุ้นเส้นได้แต่มองเขาตาปรอย ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะแนบริมฝีปากลงมาทาบทับเรียวปากอิ่มของตน
หน้าคอนโด
“ขอโทษนะครับคุณ แต่ลุงให้คุณขึ้นไปไม่ได้จริง ๆ คุณช่วยเข้าใจลุงด้วยนะครับ”
หนุ่มแว่นหน้าตี๋มองไปยังลุงยามที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ทำไมเขาจะไม่เข้าใจ เขาเข้าใจดีว่าลุงยามกำลังทำหน้าที่ของตน ชายหนุ่มได้แต่ก่อนจะทอดถอนใจ เวลานี้ภายในหัวใจเขาบีบรัดอย่างรุนแรงจนมันเจ็บร้าวไปหมด
เขาพยายามต่อสายหาคนที่อยู่ข้างบนอาคารสูงกว่าสามสิบชั้น แต่โทรไปหลายต่อหลายครั้งเธอกลับไม่ยอมรับสายแม้สักครั้งเดียว เธอจะรู้บ้างไหมว่าเขาเป็นห่วงเธอแค่ไหน?
“รับสิ รับสิ โว้ย”
เมื่อโทรแล้วโทรเล่าปลายสายก็ไม่ยอมรับ ทำให้เขาถึงกับเขวี้ยงมือถือทิ้งไปด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ เพราะอะไรต่อมิอะไรไม่เป็นไปอย่างใจต้องการ ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นอย่างคนหมดเรี่ยวหมดแรง
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับคุณ ดึกแล้วป่านนี้คนที่คุณมาหาเขาคงนอนหลับไปแล้วล่ะ”
ลุงยามเอ่ยปลอบพร้อมทำหน้าเห็นใจ แต่ก็ยังไม่ยอมให้เขาขึ้นไปอยู่ดี
หลับเหรอ เพราะลุงยามไม่รู้อะไร ถึงพูดออกมาแบบนี้ได้ ดวงตายาวรีภายใต้กรอบแว่นมองไปทางสมาร์ตโฟนที่เขาเพิ่งโยนทิ้งไป ดูจากสภาพมันไม่น่าจะกลับมาใช้ได้อีกแล้ว เพราะหน้าจอมันแตกร้าวราวกับหัวใจของเขาที่กำลังแตกสลายไม่มีชิ้นดี
อุณหภูมิภายในห้องชุดเวลานี้เริ่มเร่าร้อนขึ้นไปอีกระดับ ยิ่งเมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มผู้หล่อเหลาคมคายค่อย ๆ แตะสัมผัสกับริมฝีปากอวบอิ่มอย่างแผ่วเบา ทำให้หัวใจคนไม่เคยเต้นระรัวราวกับกลองรบ สัมผัสของเขาช่างอ่อนโยนและหวานละมุนชวนหลงใหล แถมยังทำเธอตัวเบาหวิวราวปุยนุ่นที่ล่องลอยไปตามลม
‘นี่สินะสัมผัสแห่งรัก’
คนที่ไม่เคยรู้จักกับคำว่า ‘รัก’ แบบหนุ่มสาวมาก่อนในชีวิตคิดว่ามันคงเป็นความรักอย่างแน่แท้
รสจูบที่ทั้งหวานทั้งหอมที่เขาปรนเปรอทำให้เธอที่กำลังเมายิ่งเมาหนักยิ่งกว่าเก่า วุ้นเส้นให้ความร่วมมือตอบรับจูบนั้นเป็นอย่างดี
ยิ่งเมื่อลิ้นอุ่นสากนั้น ค่อย ๆ ซอกซอนรุกล้ำเข้าไปในโพรงปากหวาน พร้อมกระหวัดพันเกี่ยวกับลิ้นน้อย ๆ ของเธอ ความหวานกำซ่านที่ได้สัมผัสนั้น มันช่างชวนให้ติดอกติดใจ จนเธอเผลอไผลไปกับรสสัมผัสที่แสนล่อลวง
เรียวลิ้นหนาค่อย ๆ กวาดต้อนเอาน้ำหวานในโพรงปากสาว พร้อมตะโปมจูบเธออย่างหิวกระหาย จนเธอหายใจแทบไม่ทัน แต่กระนั้นเมื่อปรับลมหายใจได้ก็ตวัดลิ้นตอบโต้สัมผัสจากเขาอย่างดูดดื่มแม้จะไม่ประสา
แทนไทดันแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวให้แนบไปกับประตูหน้าห้อง เรียวลิ้นร้อน ๆ ของเขายังเฝ้าหยอกเย้ากับลิ้นเล็กของเธอ โดยที่วุ้นเส้นเองก็ตอบสนองกลับมาอย่างถึงใจเช่นกัน
แม้จะเป็นครั้งแรกแต่วุ้นเส้นมั่นใจว่าเธอทำมันได้ดี จนทำให้คนตัวสูงถึงกับเบียดกายเข้าหา พร้อมใช้สองมือกอดเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น
สองร่างเคลียคลอกันอยู่หน้าประตู ร่างของเขาและเธอแนบชิดสนิทจนแทบจะเป็นหนึ่งเดียว เธอคิดว่าเขาคงรู้สึกถึงสัมผัสของเธอ เพราะเธอก็รับรู้สึกถึงสัมผัสของเขาเช่นกัน
หัวใจของหญิงสาวเต้นแรง ความอบอุ่นจากกายแกร่งนั้นแผ่ซ่านมายังร่างของเธอ และมันไม่ใช่อุ่นแค่กายแต่มันลามไปถึงใจ เมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่เธอเฝ้ารักเฝ้าหลงมานานหลายปี
ความเสน่หาก่อตัวขึ้นเฉียบพลัน และมันกำลังปะทุอยู่ภายในใจราวลาวาจากภูเขาไฟที่กำลังไหลออกมาจากปล่องควัน จนเธอมิอาจเก็บกักความรู้สึกเร่าร้อนนี้ไว้ ทำได้แค่ยินยอมโอนอ่อนผ่อนตามเขาไป เธอไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองได้อีกต่อไป
มือหนาฟ่อนเฟ้นก้อนอกอวบใหญ่ภายใต้เสื้อสายเดี่ยวสีดำที่ตัดกับผิวขาวอมชมพูของเธอ
แทนไทกระตุกยิ้มที่ริมฝีปากทันที เมื่อรับรู้ว่าคนร่างอวบโนบรา
‘วุ้นเส้นฮอตกว่าที่เขาคิดไว้มาก ใครบอกว่าเธอเป็นเด็กเนิร์ด ตอนนี้เขาไม่เชื่อแล้วล่ะ’
แทนไทอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ คนเป็นนักล่าอย่างเขาเคยคิดว่าคนตรงหน้าคงจืดชืดและคงจะมีดีแค่ซิง ซึ่งข้อนี้สำหรับเขาก็คงพอแค่แก้ขัดได้ แต่มันผิดคาดไปนิด เธอกลับทำให้เขารู้สึกว่าวันศุกร์นี้ช่างเป็นวันศุกร์ที่เร้าใจไม่แพ้วันศุกร์ที่เคยผ่าน ๆ มาเลย
ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกห่างจากริมฝีปากที่เริ่มบวมเจ่อ ก่อนจะจัดการถอดเสื้อสายเดี่ยวบนร่างของหญิงสาวแล้วโยนทิ้งไปให้พ้นทาง
ทันทีที่ก้อนอกที่ทั้งขาว และอวบใหญ่ปรากฏแก่สายตา หัวใจชายหนุ่มก็กระตุกอย่างรุนแรง ลมหายใจของเขายิ่งติดขัด ประเมินจากสายตาแล้ววุ้นเส้นเป็นสาวอวบที่รูปร่างสวยกว่าที่คิด สิ่งที่เห็นจุดประกายรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจบนใบหน้าของเขาได้อย่างง่ายดาย
วุ้นเส้นสวยกว่าที่เขาเคยจินตนาการเอาไว้มาก เธอมีในส่วนที่ผู้หญิงควรจะมี รูปร่างของเธออวบอัดน่าฟัด และเต็มไม้เต็มมือกว่าพวกสาว ๆ ที่ผอมแห้งแรงน้อยที่เขาเคยนอนด้วยเป็นไหน ๆ
“ขอนะวุ้น”
เอ่ยแล้วไม่รีรอ สองมือประคองเต้าอวบอิ่มเข้าปากอย่างไม่รอช้า ดวงตาคู่คมเหลือบขึ้นมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้ม ราวกับกำลังเคลิบเคลิ้มในรสสัมผัสจากเขา ปากหยักออกแรงดูดดึง ส่วนเรียวลิ้นก็กระหวัดเลียยอดถันสีหวานให้หนำใจ
ยิ่งเห็นเธอพอใจในการปรนเปรอ นั่นทำให้ลิ้นอุ่นเร่งตวัดละเลงเลียยอดอกสีหวานจนเปียกแฉะ กระทั่งได้ยินเสียงครางอืออาออกมาจากริมฝีปากนุ่มนั้นแผ่วเบา
“อ้า...แทน”
ความรู้สึกเสียวซ่านปรากฏขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ เธอเพิ่งรู้ว่าสัมผัสของชายหญิงช่างน่าหลงใหลก็คราวนี้ เธอไม่สามารถบรรยายความรู้สึกที่มีออกมาได้
“คืนนี้เรามาสนุกด้วยกันนะวุ้น”
สนุกที่แปลว่าสนุกจริง ๆ นั่นละ
มือแกร่งข้างหนึ่งโอบกระชับรอบเอวคอดกิ่ว ส่วนอีกข้างก็บีบเค้นเต้าอวบอิ่มทะลักล้นออกมาตามง่ามนิ้วมือ ในขณะที่ริมฝีปากดูดเม้มเต้าทรวงอีกข้าง เขาไม่ได้ออมแรงนัก จนเวลานี้สองเต้าของเธอเป็นรอยแดงเต็มไปหมด
หญิงสาวแอ่นอกเข้าหาริมฝีปากหยักราวกับจะป้อนให้เขาดื่มกินให้หนำใจ มือเรียวทั้งสองข้างเกาะไหล่หนาของเขาไว้เป็นหลักยึด
เวลานี้ความรู้สึกเสียวซ่านที่เขาส่งมาแผ่ไปทุกตารางนิ้ว สัมผัสจากเขากระตุ้นให้เธอตื่นตัวไปทุกอณูรูขุมขน จนเธอแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ขาเธอเริ่มสั่น เหมือนจะทรงตัวยืนต่อไปแทบไม่ไหวอยู่แล้ว
ลิ้นอุ่นขยับออกห่างจากหน้าอกอวบ พร้อมค่อย ๆ แตะที่ผิวหน้าอกเลียไล้ลงมายังหน้าท้องแบนราบ ซึ่งกำลังหดเกร็งเมื่อโดนสัมผัสอันหวามหวิว
แทนไทไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงที่ดูเหมือนจะอ้วนอย่างวุ้นเส้นจะมีหน้าท้องที่สวยเช่นนี้ แค่เห็นความเป็นชายของเขาก็เริ่มจะแข็งโป๊ก เขาอยากจะกระชากอาภรณ์เบื้องล่างของเธอออกแล้วจับเธอกดให้หนำใจเสียเดี๋ยวนี้ แต่เขาไม่อาจทำตามใจตัวเองได้อย่างที่คิด
สัมผัสจากเขาทำให้ขนอ่อนของหญิงสาวลุกซู่ เมื่อมือของเขาลูบไล้ไปตามเรือนร่างของเธอแทบจะทุกส่วนสัด พร้อม ๆ กับลิ้นสากที่ละเลงไปบนผิวกายของเธอทุกที่ กระทั่งไปถึงแอ่งสะดือ ก่อนจะไปหยุดที่ขอบเอวกระโปรงยีนส์ตัวสั้นที่เธอสวมใส่อยู่
หญิงสาวหายใจหอบถี่ มองเขาไม่รู้ว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป
มือหนาค่อย ๆ ปลดกระดุมกระโปรงยีนส์สั้นของเธอช้า ๆ ในขณะที่ดวงตามองสบตาเธออย่างยั่วยวน ก่อนจะรูดซิปลง แล้วดึงรั้งกระทั่งกระโปรงตัวนั้นร่วงหล่นไปกองยังปลายเท้า
หญิงสาวทำให้เขายิ้มอีกครั้ง เมื่อแพนตี้สีดำลายลูกไม้ปรากฎแก่สายตา วุ้นเส้นทำให้เขาแปลกใจอีกแล้ว ใครจะเชื่อว่ายายเด็กเนิร์ดประจำคณะจะกล้าใส่ชั้นในแบบนี้ นึกว่าเด็กเรียนเฉิ่มเชยจะใส่อะไรที่ไม่น่าพิสมัยเสียอีก แต่นี่เธอกลับ ‘เซ็กซี่เป็นบ้า’ ที่ผ่านมาเขาพลาดอะไรไปเนี่ย! แทนไทเฝ้าตามตัวเอง
“แทนอย่ามองแบบนั้นสิ วุ้นอาย”
คนไม่เคยเอ่ยบอก มือบางข้างหนึ่งปิดหน้าอกของตัวเองไว้ แน่นอนว่ามันไม่มิด ส่วนอีกข้างก็ปิดบังกลางกายสาวไว้ แม้จะมีแพนตี้ซีทรูลายลูกไม้ปกปิด แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร แล้วดูสายตาที่เขาจ้องมองมาสิ เขามองราวกับเธอเป็นอาหารอันโอชะของคนที่กำลังหิวโซจนเธอทำตัวไม่ถูก วุ้นเส้นไม่เคยเปิดเผยร่างกายให้ใครเห็นมาก่อน ไม่เคยเลยสักครั้ง
“ไม่เห็นต้องอาย วุ้นสวยมากรู้ไหม”
สายตาที่เขามองมา ทำให้เธอรู้สึกปวดหนึบที่กลางกายอย่างไรพิกล กระทั่งเธอสัมผัสได้ถึงความเปียกแฉะที่กำลังไหลรินออกมาจากร่องรักของตัวเอง เธอไม่รู้อะไรดลใจให้เธอกล้าตัดสินใจทำอะไรแบบนี้ ถ้าแม่รู้มีหวังโดนตีแหง ๆ
“วุ้นถอดให้แทนบ้างสิ”
เขาร้องขอ พร้อมส่งสายตาสำรวจคนตรงหน้าตาเป็นมัน ไม้ลืมจับกุมมือเรียวไปวางแหมะที่สาบเสื้อเชิ้ตของตน
วุ้นเส้นก็ไม่รีรอ มือสั่น ๆ อันเย็นเฉียบจัดการกับเสื้อผ้าของเขาได้ไม่ยากเย็นเท่าไรนัก เพราะเขาให้ความร่วมมือช่วยเหลืออย่างเต็มที่
หัวใจของวุ้นเส้นบีบรัดกระหน่ำรุนแรง เลือดลมสูบฉีดไปทั่วร่าง เมื่อคิดว่าเธอกำลังทำมันจริง ๆ
เซ็กส์ครั้งแรก กับคนที่เธอแอบรัก
หญิงสาวเริ่มหายใจติดขัดเมื่อเห็นหน้าอกแน่นหนั่นของเขาชัด ๆ เธอลูบไล้ไปตามผิวกายเรียบตึงของคนตรงหน้า พร้อมกับลมหายใจที่ติด ๆ ขัด ๆ
ผ่านไปไม่นานแทนไทก็เปลือยเปล่าล่อนจ้อนราวกับทารกแรกเกิด ทั้งคู่มองสบตากันก่อนที่ฝ่ายชายจะเข้ามาโอบกอดแนบชิดร่างอวบอิ่มที่มีเพียงแพนตี้ลายลูกไม้ตัวจิ๋วติดกาย
เวลานี้สองหูของวุ้นเส้นได้ยินแต่เสียงหัวใจที่กำลังเต้น ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!
“แทนขอเวลาวุ้นทำใจอีกสักนิดได้ไหม”
แต่จู่ ๆ ความมั่นใจของคนที่กำลังมึนเมาทั้งเหล้าและรักก็เริ่มหาย เหมือนสติเธอกำลังกลับมามากขึ้น ทำให้เกิดความลังเล
“เปลี่ยนใจตอนนี้คงไม่ทันแล้วล่ะวุ้น”
แทนไทยเอ่ย ก่อนที่เจ้าของร่างสูงจะก้มหน้าลงมาหา และค่อย ๆ ทิ้งตัวลงมาซบนิ่งที่บ่าของเธอ
“อุ้ย! แทน แทน แท๊นนน”