ในคืนวันศุกร์ที่สายฝนพรำ พร้อมเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ฟ้ายังร้องครืน ๆ แถมมีสายฟ้าสีส้มแสดที่ฟาดลงมาในบางครั้งพร้อมเสียงดังเปรี้ยงปร้าง
แม้บรรยากาศในคืนนี้เหมือนฝนฟ้าจะไม่เป็นใจให้ใครได้ออกไปเที่ยวเตร่ที่ไหน แต่ทว่าในผับแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองหลวงกลับอัดแน่นไปด้วยผู้คนจำนวนมาก โดยพวกเขาไม่ได้แคร์ว่าฝนฟ้าจะมาหรือไป
เสียงเพลงที่ดีเจหนุ่มหน้าตาดีราวกับหลุดออกมาจากซีรีส์เกาหลี เปิดดังอึกทึกครึกโครมเร้าใจ นั่นทำให้เหล่าหนุ่มสาวนักเที่ยวต่างเต้นตามจังหวะอย่างพร้อมเพรียง รวมทั้งกลุ่มหนุ่มสาวนักศึกษาปีห้าจากคณะสถาปัตยกรรมที่กำลังจะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับประเทศก็เช่นกัน
พวกเขาขยับไปตามจังหวะอย่างเมามันสนุกสนาน ยกเว้นเพียง ‘วุ้นเส้น’ สาวร่างอวบอัดที่เอาแต่นั่งมองคนโน้นคนนี้อย่างเบื่อหน่าย
วุ้นเส้นเป็นเด็กเรียนตัวท็อปที่ใส่แว่นตาหนาเตอะ แต่หากแม้นพิศมองใบหน้าผ่านกรอบแว่นแล้วจะเห็นได้ว่าหญิงสาวนั้นน่ารักจิ้มลิ้มไม่แพ้ใครเลยทีเดียว
แม้รูปร่างอวบอัด แต่วุ้นเส้นกลับมีอก เอว สะโพกอย่างที่ควรจะมี เสียดายที่เธอกลับชอบแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าตัวหลวมโคร่งเพื่อปกปิดอำพรางเพราะขาดความมั่นใจ นั่นยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเธอคือเด็กเนิร์ดดี ๆ นี่เอง
แม้เธอจะมีเอวคอดกิ่ว แต่เธอกลับคิดว่าหน้าอก และต้นขาของเธอมันใหญ่เกินไป ความมั่นใจในการแต่งตัวเลยกลายเป็นศูนย์ แต่ในวันนี้กลับแตกต่างออกไป เพราะวุ้นเส้นถูกเพื่อนสาวอย่างขิงจับแปลงโฉมจนทุกคนจำเธอแทบไม่ได้
‘อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองไม่สวย ให้ลองแต่งหน้าแต่งตัวดูก่อน’
นั่นล่ะสิ่งที่เพื่อนบอก แล้วเป็นไงล่ะ วันนี้ยายขิงจัดสรรทุกอย่างให้จนเธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เรียกว่าสวยเช้งตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว
แม้จะสวยขึ้นผิดหูผิดตา แต่วุ้นเส้นก็รู้สึกว่ามันไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่ดี เธอไม่ชอบเปิดเผยผิวกายที่ขาวเกินไปให้ใครเห็น อีกทั้งไม่มั่นใจในก้อนอกกลมโตที่แม่ให้มาจนมากล้น
ส่วนแว่นหนาเตอะที่ใส่นี่ก็เพราะสายตาเธอสั้นมาก และเธอเคยลองใส่คอนแทคเลนส์แล้วแต่พบปัญหาเกือบทำตาบอดเมื่อเธอดันลืมถอดมันตอนเข้านอน เธอเลยคิดว่าใส่แว่นก็ไม่เห็นเป็นไร อย่างน้อยก็ปลอดภัยกว่ากันตั้งเยอะ
เสื้อสายเดี่ยวสีดำทรงเอที่เธอสวมใส่ยิ่งขับผิวขาวอมชมพูให้ยิ่งมีออร่าเปล่งประกาย กระโปรงยีนส์สั้นที่เพื่อนจัดหามาให้ อีกทั้งแว่นตาที่เวลานี้อันตรธานหายไปเหลือไว้เพียงดวงตากลมโตภายใต้คอนแทคเลนส์สีน้ำตาลอมเทาที่กำลังฮิต รวม ๆ แล้วทำให้เธอดูดีจนเพื่อนหลาย ๆ คนจำแทบไม่ได้ และเอ่ยชมกันเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘สวย’
หญิงสาวจิบเหล้าเคล้าดนตรีที่เวลานี้เปลี่ยนมาเปิดเพลงเบา ๆ มองซ้ายมองขวาหาคนที่เธอยังไม่เห็นเขานับตั้งแต่เข้ามา กระทั่งสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงโปร่งที่กำลังเต้นแนบชิดกับสาวสวยคนหนึ่งเข้าพอดี
เขาคงเจอคนสวยคนนั้นที่ผับ คนหน้าตาดีอย่างเขาย่อมมีสาว ๆ เข้าหาเป็นเรื่องธรรมดา ตลอดหลายปีมานี้เธอเห็นจนชินตาเสียแล้ว
หญิงสาวได้แต่มองคนทั้งคู่ที่กำลังยืนพะเน้าพะนอคลอเคลียกันนิ่ง กระทั่งเขาหันมาสบตากับเธอ ก่อนจะยกยิ้มให้เพียงครู่ แล้วหันไปสนใจกระซิบกระซาบบางอย่างกับสาวสวยตรงหน้าต่อ
วุ้นเส้นเบือนหน้าหนีภาพนั้น แต่แล้วก็อดที่จะหันกลับไปมองคนทั้งคู่อีกครั้งไม่ได้ ภาพที่เขายกเครื่องดื่มที่ผู้หญิงคนนั้นยื่นให้ขึ้นดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าจนหมดอย่างเอาอกเอาใจ ยิ่งได้เห็นยิ่งรู้สึกบาดตาบาดใจอย่างไรพิกล
เธอคงไม่มีโอกาสได้เป็นอย่างผู้หญิงคนนั้น แค่คิดก็ได้แต่บอกตัวเองให้เจียมเนื้อเจียมตัว
บรั่นดีในมือถูกยกขึ้นมาจิบจนหมดแก้วในคราวเดียว ก่อนจะวางแก้วลงพร้อมยิ้มขันให้ตัวเองที่ริอ่านแอบชอบผู้ชายแม้รู้ทั้งรู้ว่าคนอย่างเขาไม่มีวันหันมามองเธอ
“เฮ้อ เลิกคิด ๆ ว่าแต่ตอนนี้ยายขิงหายไปไหนเนี่ย”
วุ้นเส้นพรูลมหายใจออกมา ก่อนจะบ่นพึมพำเสียงแผ่ว เวลานี้เธอนั่งเมาเหงา ๆ อยู่คนเดียว ไม่รู้ยายขิงเพื่อนรักหายหัวไปเมากับกลุ่มเพื่อนกลุ่มไหนเสียแล้ว เธอมองหาเท่าไรก็ไม่เห็น นี่ถ้าอนาวิลเพื่อนสนิทอีกคนมาด้วยก็คงดี เธอคงไม่เหงาเพราะเธอมั่นใจว่าอนาวิลจะไม่ทิ้งเธอไปสนุกกับใครเหมือนยายขิงซึ่งพร้อมจะทิ้งเธอไปสนุกกับคนอื่น ๆ ได้ทุกเมื่อ
“ยายขิงนะยายขิง เมาแล้วทิ้งกันเฉยเลย”
บ่นก่อนสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ อีกครั้งแล้วก็ตกใจเมื่อจู่ ๆ หนุ่มหล่อ สูงยาวเข่าดีอย่างแทนไทมายืนอยู่ใกล้ ๆ เธอตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
“แทน”
เขายิ้มแล้วโน้มใบหน้าอันหล่อเหลาที่ทำให้ใจเธอหวั่นไหวมานานหลายปีเข้ามาใกล้ เธอมองเขาจนตาพร่า
“วันนี้วุ้นสวยจนแทนจำแทบไม่ได้”
“.....”
สิ้นคำนั้นแก้มกลม ๆ กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงแปร๊ด ไม่รู้เพราะฤทธิ์เหล้าหรือเพราะคำหวานหูนั่นกันแน่ และยิ่งเขาเข้ามาใกล้ยิ่งทำให้เธอประหม่า แต่ใด ๆ กลับไปเธอต้องให้รางวัลยายขิงเพื่อนรักที่ประทานความสวยนี้มาให้
“เมาแล้วเหรอ นั่งยิ้มแก้มแดงเชียว”
คนใจเต้นตึกตัก ที่เริ่มเมาจริง ๆ ดั่งเขาว่าพยักหน้าหงึกหงัก แล้วตอบไปอย่างประหยัดถ้อยประหยัดคำ
“อือ วุ้นคงเมาแล้วจริง ๆ นั่นแหละ”
นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวริอ่านดื่มเหล้า ใครว่าเด็กเรียนสถาปัตยกรรมจะต้องดื่มเหล้าเก่ง ยกเว้นเธอไว้คนหนึ่งล่ะ เธอมั่นใจว่าเธอมันเป็นพวกคอแป๊บ นี่ดื่มไปแก้วเดียวก็รู้สึกมึนหัวไปหมดแล้ว แถมร่างกายยังเคลื่อนไหวได้ช้าลงเรื่อย ๆ ซึ่งช่างแตกต่างจากหัวใจที่กำลังเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง ยิ่งเมื่อใบหน้าของของแทนไทขยับมาอยู่ใกล้ ใกล้แค่ฝ่ามือกั้น ขืนอยู่อย่างนี้นาน ๆ เธอคงได้หัวใจวายตายแน่ ไม่เป็นการดี ต้องชิ่งหนีคงจะดีต่อใจมากกว่า
“วุ้นว่าวุ้นกลับก่อนดีกว่า ขืนอยู่ต่อได้เมาหลับคาผับแน่ ๆ ไปก่อนนะแทน”
เอ่ยตัดบท ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้บาร์แล้วรีบเดินไปบอกลาเพื่อนคนอื่น ๆ โดยไม่หันกลับไปมองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่มีอิทธิพลต่อหัวใจของตนอีก
“ทุกคนวุ้นกลับก่อนนะ อ้อขิงอยู่นี่เอง วุ้นกลับก่อนนะขิง”
บอกไปก็เท่านั้น ดูจากสภาพเมาหัวราของทุกคน รวมทั้งยายขิงเพื่อนสนิทของเธอแล้วท่าจะเมาหนักกว่าเธอเสียอีก คงไม่มีใครรับรู้การมีอยู่หรือจากไปของเธอแน่
วุ้นเส้นจึงตัดสินใจเดินฝ่าผู้คนออกไปจากผับเพื่อเรียกแท็กซี่กลับคอนโดตามลำพัง เธอไม่ต้องห่วงขิงเพราะขิงมีคนจากที่บ้านคอยตามดูแลอยู่แล้ว ดังนั้นเธอต้องห่วงตัวเองก่อน
เมื่อออกมาจากผับปรากฎว่าบริเวณภายนอกชุ่มฉ่ำเจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนที่น่าจะเพิ่งหยุดตก เสียงอึกทึกครึกโครมภายในผับทำให้วุ้นเส้นไม่รู้เลยว่าที่ผ่านมาฝนตกไปห่าใหญ่แล้ว วุ้นเส้นแหงนมองท้องฟ้าที่ยังมืดดำ ก่อนจะเร่งฝีเท้าก้าวไปยังถนนหน้าผับหมายจะเรียกแท็กซี่สักคัน
“แทนไปส่งนะวุ้น”
แต่ยังไม่ทันจะได้เรียกด้วยซ้ำ เสียงอันคุ้นหูทำให้เธอต้องหันกลับไปมองด้วยใจที่ไม่ปกติอีกแล้ว
แทนไทคือคนที่เธอรู้สึกดีกับเขามาเนิ่นนาน ขนาดตั้งใจหาเรื่องใกล้ชิดเขาด้วยวิธีการเนียน ๆ อย่างเช่นการทำงานกลุ่มร่วมกับเขาเสมอ ไม่ได้จะวางแผนจับเขาหรอกนะ แค่บอกตัวเองขำ ๆ ว่าไม่ได้กิน หอมกลิ่นก็ยังดี
แม้แทนไทจะมีผู้หญิงรายล้อมรอบกายตลอดเวลา แต่เธอก็ดีใจที่ได้มองเขาอยู่เงียบ ๆ ช่างเป็นความรักที่ไร้เดียงสา และบริสุทธิ์เสียจริง
“ขอบใจนะแทนแต่วุ้นกลับเองได้ แทนไปสนุกกับทุกคนต่อเถอะ”
เธอไม่อยากขัดจังหวะ ก็เห็น ๆ อยู่ว่าเมื่อสักครู่เขากำลังดื่ม และกำลังติดหญิง...
“แทนสนุกมาพอแล้ว เรากลับกันเถอะ”
“แต่...”
“กลับคนเดียวมันอันตราย แทนเป็นห่วง”
เอ่ยพร้อมถือวิสาสะจับมือนุ่มนิ่มของเพื่อนสาวร่างอวบก่อนเดินไปยังรถของตน
ในขณะที่คนถูกจับจูงได้แต่เดินตามเขาไปพร้อมมองแผ่นหลังผึ่งผายนั่นตาปรอย หัวใจวุ้นเส้นเต้นแรงมาก เขาจะรู้บ้างไหมว่าการทำดีกับเธอแบบนี้มันทำให้เธอหวั่นไหว จนบางทีในใจนึกอยากเอ่ยปากสารภาพรักกับเขาไปให้รู้แล้วรู้รอด
เมื่อไปถึงรถคันกลางเก่ากลางใหม่ซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลนัก แทนไทก็จัดการเปิดประตูข้างคนขับและดันแผ่นหลังวุ้นเส้นเข้าไปนั่งในรถอย่างไม่รอช้า ก่อนจะปิดประตูให้เสร็จสรรพ
หญิงสาวได้แต่ยกยิ้มแล้วส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองสารถีหนุ่มรูปหล่อที่กำลังทิ้งตัวลงนั่งในตำแหน่งคนขับ แล้วขับรถออกไปเงียบ ๆ
เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าคมเข้มของคนตั้งใจขับรถ แล้วเผลอยิ้มน้อย ๆ ดีใจเหลือเกินที่เขา ‘เป็นห่วง’
เธอกับแทนไทเรียนคณะเดียวกัน และรู้จักเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง เขาตรงสเปคของเธอทุกอย่าง ทั้งหน้าตาหล่อเหลาคมคาย ตัวสูง ผิวเข้ม
แทนไทหน้าตาดี มีดีกรีเป็นถึงเดือนคณะ เขามีสาว ๆ มาติดพันมากมายหลายคน ไม่ว่าจะรุ่นพี่หรือรุ่นน้อง สวยเซ็กซี่ขยี้ใจแค่ไหนก็มีมาให้เลือก เธอเคยเห็นเขาเคยควงมาแล้วทั้งนั้น
เขาจัดเป็นคนเจ้าชู้คนหนึ่งที่ควงสาวไม่ซ้ำหน้า เปลี่ยนผู้หญิงจนวุ้นเส้นจำหน้าแทบไม่ได้ว่าใครเป็นใคร บางทีเธอเองก็ถึงกับทักผิดทักถูก พักหลังมาเธอก็เลยเลิกทัก พยักหน้าแล้วยิ้มก็คงเพียงพอแล้ว
ทุกครั้งที่เห็นเขาคบหาผู้หญิงคนอื่น วุ้นเส้นรู้สึกหน่วงในใจแปลก ๆ แต่เธอก็ไม่เคยแสดงอาการใดออกมา เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น
แทนไทมักบอกกับวุ้นเส้นว่าแม้เขาจะคบสาว ๆ บ้าง ตามประสาผู้ชาย แต่เขาก็อยากโฟกัสเรื่องการเรียนก่อนเป็นอันดับแรก เขาและวุ้นเส้นเลยทำงานกลุ่มร่วมกันได้อย่างสบายใจ
“แทนทุ่มเทให้กับเรื่องเรียนมากกว่าเรื่องผู้หญิงอยู่แล้ว”
เขาว่างั้นอ่ะนะ แม้บางครั้งเขาผิดนัดทำงานกลุ่มเธอก็ให้อภัยได้ แต่กลับเป็นขิงและอนาวิลที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องยอมเมื่อเธอขอ
ตลอดหลายปีที่เรียนด้วยกันวุ้นเส้นมักจะคอยแนะนำ ช่วยเหลือแทนไทเสมอเมื่อเขามาปรึกษาเรื่องเรียน กระทั่งวันนี้เธอกำลังจะเรียนจบและคาดว่าจะได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหมือนอนาวิลและขิง ส่วนแทนไทแม้จะไม่ได้เกียรตินิยมแต่ก็ได้เกรดเฉลี่ยนสามกว่า เพราะเธอช่วยติวให้
“ถึงแล้วครับคนสวย”
วุ้นเส้นที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ หลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงแทนไท เธอคิดอะไรเพลินจนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ารถหยุดลงแล้ว
“ขอบใจนะที่อุตส่าห์มาส่ง”
“แทนก็แค่อยากตอบแทนวุ้นบ้าง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาวุ้นช่วยแทนมาตลอดเลย แทนเรียนจบมาได้ก็เพราะวุ้น ขอบใจนะ”
ท่าทางอ่อนโยนของเขาทำให้ใจของเธอเหลวเป็นน้ำอีกแล้ว เธอคงชอบที่เขาเป็นแบบนี้กระมัง อ่อนโยน ไม่หักหาญน้ำใจใคร แม้กระทั่งกับเธอ ยายวุ้นแว่นที่ใคร ๆ ตั้งฉายาให้
“ไม่เป็นไรหรอกแทน วุ้นเต็มใจ”
“วุ้นใจดีกับแทนขนาดนี้ ทำไมแทนถึงเพิ่งเข้าใจนะ”
“เข้าใจอะไรเหรอ”
“ก็เพิ่งเข้าใจว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนน่ารักและจริงใจกับแทนเท่าวุ้นอีกแล้ว”
“งั้นเชียว”
“จริง ๆ นะวุ้น”
“แต่วุ้นว่าแทนคงเมามากแล้วล่ะถึงพูดออกมาแบบนี้”
วันนี้แทนไทปากหวานกว่าปกติ และยิ้มกรุ้มกริ่มแปลก ๆ ไม่เหมือนแทนไทคนเดิมที่เธอเคยรู้จักเลย อาจเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าที่เขาดื่มเข้าไปกระมัง
“แทนไม่ได้เมา ไม่เมาเลยสักนิด”
“ไม่เมาแล้วทำไมกลิ่นเหล้าหึ่งขนาดนี้ล่ะ”
เธอได้กลิ่นจริง ๆ เธอมั่นใจว่าเขาเมา
“กลิ่นเหล้าจากวุ้นรึเปล่า ไหนขอแทนดมหน่อยสิ”
ไม่พูดเปล่าแต่เขาขยับใบหน้าไปใกล้ พร้อมสูดดมในขณะที่ริมฝีปากแสร้งแตะเข้ากับริมฝีปากอวบอิ่มเบา ๆ จนทำให้หญิงสาวถึงกับกายชาวาบ มือบางดันไหล่กว้างผึ่งผายของเขาออกห่างอย่างรวดเร็ว
แทนไทยิ้ม ก่อนจะมองสบตาหญิงสาวตาเยิ้ม
“ตอนนี้แทนไม่มีใคร เรามาลองคบกันไหมวุ้น”
สิ่งที่ได้ยินทำให้หญิงสาวอึ้งงันไป หัวใจเธอเต้นตึกตัก วุ้นเส้นไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เธอต้องหูฝาดแน่ ๆ
“เอ่อ เมื่อกี้แทนว่าอะไรนะ”
เมื่อหาเสียงตัวเองเจอก็ลองถามกลับไปอีกครั้ง
“เมาแล้วหูไม่ดีรึไง”
“ก็อาจจะใช่”
ได้ยินดังนั้น เขาก็ขยับเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง จมูกโด่งเป็นสันสูดดมแรง ๆ ตรงข้างแก้มป่องของหญิงสาว ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
“วุ้นเมาจริง ๆ ด้วย เหม็นเหล้าหึ่งเลยเนี่ย งั้นเดี๋ยวแทนค่อยถามใหม่”
บอกยิ้ม ๆ พร้อมทำหน้าล้อเลียน ทำเอาคนมองหายใจแทบไม่เป็นจังหวะ
‘ก็เขามันหล่อเกินต้าน’
ท่าทีขี้เล่นที่ดูเป็นธรรมชาติจนทำเธอเคลิ้ม ทั้ง ๆ ที่เขามีกลิ่นเหล้ามากกว่าเธอเสียอีก โอ๊ย… เธอแทบจะอดใจไม่ไหว
แล้วเมื่อกี้เขาว่าอะไรนะจะขอคบเธอเนี่ยนะ เธอไปไม่เป็นจริง ๆ แล้วทำไมไม่ตอบเขาไปนะ
‘ยายบื้อเอ๊ย ตอบตอนนี้ทันไหมเนี่ย’
หรือจะรอให้สร่างเมาแล้วค่อยว่ากัน บางทีเขาอาจจะเมาแล้วพูดไปเรื่อยตามประสา ในหัวเธอคิดไปสะระตะ
“คิดอะไรอยู่”
“เปล่าแค่จะบอกแทนว่าวุ้นเมาถึงรีบกลับ แต่วุ้นว่าแทนก็เมาเหมือนกันนั่นแหละ ได้กลิ่นเหล้าเหมือนกัน”
หญิงสาวเอ่ยทั้งยิ้มเต็มใบหน้าจนดวงตากลมโตนั้นหยีเป็นสระอิ เวลานี้ความรักมันจุกอกจนออกมาทางสีหน้าและแววตาแล้ว
พระเจ้า! พุทโธ ธัมโม สังโค ลูกช้างขอสติคืนมาด้วยเถิด เพราะมันเตลิดไปแล้ว ใครจะคิดว่าผู้ชายที่เธอเฝ้ามองตาละห้อยมาหลายปี วันนี้จะ ‘มองมาทางเธอ’ และ ‘เห็นเธอในสายตาแล้ว’
“นั่นสิ แทนว่าแทนเมาแล้วล่ะ เนี่ยขับรถต่อไม่ไหวแล้วด้วย คืนนี้ขอค้างที่ห้องวุ้นได้ไหมครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมทำท่าเหมือนหมาขี้อ้อน พานทำให้วุ้นเส้นใจสั่น เธอบีบมือตัวเองแน่น พร้อมมองเขาตาปริบ ๆ มันเกินกว่าที่คาดคิดไปมาก ผู้ชายงานดีมาขอค้างที่ห้องเนี่ยนะ ยายวุ้นเอ๊ย เอาไงดี
“......”
“ขับไม่ไหวจริง ๆ ตาจะปิด ขอไปพักล้างหน้าล้างตาสักหน่อยได้ไหมครับ”
คนหน้าหล่อยังออดอ้อนไม่หยุด ถ้าแค่ล้างหน้าล้างตาพอให้สร่างเมาก็คงไม่เป็นไรกระมัง
“.....”
“ไม่เป็นห่วงแทนรึไง ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะ...”
“ก็ได้ กลิ่นเหล้าหึ่งขนาดนี้ไม่ให้ห่วงได้ไง เกิดแทนเป็นอะไรขึ้นมา วุ้นรู้สึกผิดแย่”
ในที่สุดเธอก็ยอมใจอ่อน คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เพราะเธอกับเขาก็เคยค้างด้วยกันที่ห้องเพื่อนในตอนที่ทำงานกลุ่มด้วยกันมาตั้งหลายครั้งแล้ว ต่างกันแค่ตอนนั้นมีคนอื่น ๆ อยู่ด้วยหลายคน ทั้งขิง ทั้งอนาวิล แต่วันนี้มีแค่เขาและเธอ
“งั้นต้องรบกวนด้วยนะครับคุณผู้หญิง”
ว่าแล้วแทนไทก็ดับเครื่องยนต์ ก่อนจะลงไปเปิดประตูให้วุ้นเส้น และก่อนที่หญิงสาวจะก้าวลงจากรถ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น วุ้นเส้นหยิบมันขึ้นมาดู แต่ก็ตัดสินใจไม่รับสาย ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าถือดังเดิม แล้วก้าวลงรถไปโดยไม่สนใจมือถือที่ยังสั่นอยู่ในกระเป๋า
“ใครโทรมาทำไมไม่รับสาย”
“ไม่รู้สิ เบอร์แปลก ๆ มิจฉาชีพมั้ง”
เรื่องอะไรเธอจะรับ หากอนาวิลรู้ว่าเธออยู่กับใคร เขาคงได้สวดเธอยับ เพราะอนาวิลไม่ชอบขี้หน้าแทนไทแค่ไหนเธอรู้ดี
ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันไปกระทั่งถึงลิฟต์ เมื่อเข้าไปในลิฟต์วุ้นเส้นกดชั้นที่หมายแล้วยืนมองตัวเลขที่ขยับขึ้นไปทีละชั้นทีละชั้นอย่างใจจดใจจ่อ แต่แล้ววุ้นเส้นก็ต้องตัวชาวาบเมื่อจู่ ๆ แทนไทที่ยืนอยู่ด้านหลังโอบกอดรอบเอวของเธอไว้ แถมยังเอาคางมาเกยลงบนไหล่มน ในขณะที่เขาบ่นอุบอิบไปตามประสาคนเมา โดยไม่รู้ว่าทำให้คนไม่ประสีประสาหัวใจเต้นแรงแค่ไหน
“ปวดหัวชะมัดเลยอ่ะวุ้น ขอพิงหน่อยนะครับยืนจะไม่ไหวแล้ว”
เจ้าของดวงตากลมโตหันมองคนที่กำลังใช้ไหล่เธอเป็นที่พักพิง ก่อนจะหลับตาลงเมื่อเขาหันหน้ามาหาเธอพอดิบพอดี พร้อมกับจมูกโด่งเป็นสันแตะเข้าที่แก้มนุ่มนิ่มเข้าอย่างจัง
“ไม่รู้ทำไมวันนี้วุ้นตัวหอมกว่าทุกวันเลย”
เจ้าของริมฝีปากหยักบอก พร้อมหอมแก้มนุ่มของหญิงสาวไปฟอดใหญ่ ในขณะที่เสียงลิฟต์ดังพอดี ถึงชั้นที่หมายแล้ว
“ติ๊ง”
วุ้นเส้นตกใจอ้าปากค้าง หัวใจเต้นแทบทะลุออกมาจากอก นี่นับเป็นครั้งแรกที่เธอโดนผู้ชายหอมแก้ม
กระทั่งเมื่อลิฟต์เปิดออก เธอรีบแกะมือแกร่งออกจากเอว แล้วรีบก้าวเดินดุ่ม ๆ ไปยังห้องพักของตน ในขณะที่ได้ยินเสียงหัวเราะของแทนไทแว่วตามหลังมาติด ๆ
“วุ้นรอแทนด้วย”
แทนไทเร่งฝีเท้าตามหญิงสาวไปจนถึงหน้าห้อง
“แทนช่วยไหม”
เมื่อเห็นว่ามือสั่น ๆ ของเธอไม่หยิบคีย์การ์ดขึ้นมาได้สักที เขาจึงเอ่ยอาสา พร้อมถือวิสาสะหยิบคีย์การ์ดออกมาจากกระเป๋าของหญิงสาวแล้วจัดการเปิดประตูด้วยตัวเอง ภายในใจนึกขันคนที่ดูท่าทางจะตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่
“เชิญครับคุณผู้หญิง”
แทนไทเปิดประตูออกกว้างพร้อมผายมือให้เจ้าของห้องเป็นผู้เข้าไปก่อน
“......”
รอยยิ้มกว้างพร้อมสายตาเจ้าชู้ที่เขาส่งมาทำให้เธอทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะต้องวางสีหน้าท่าทางอย่างไร ระหว่างเขาและเธอไม่เคยมีบรรยากาศแบบนี้มาก่อน วันนี้เธอแน่ใจว่าแววตาของแทนไทเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“ไม่ขอบใจหน่อยเหรอ”
เมื่อหญิงสาวก้าวผ่านธรณีประตูไปแทนไทก็เอ่ยถามทันที เขาสู้อุตส่าห์ช่วยเหลือในขณะที่เธอเมา แต่กลับโดนเธอเมิน
“ก็วุ้นไม่ได้ขอให้ช่วย แล้วไหนว่าเมาไงทำไม”
หญิงสาวหันกลับมาเอ่ยถาม แต่ร่างอวบกลับปะทะเข้ากับร่างแกร่งอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้เธอเซถลาจนเกือบล้ม แต่โชคดีที่ได้แทนไทคว้ารอบเอวไว้ทัน ไม่งั้นคงล้มไม่เป็นท่า สรุปว่าเธอเมาหรือเขาเมากันแน่ แล้วถ้าเราทั้งคู่เมาเหมือนกัน จะเป็นใครที่เมามากกว่า?
“เพราะแทนเมาน้อยกว่าวุ้นไง”
คนที่โอบกอดร่างอวบอิ่มไว้บอกพร้อมส่งสายตาสื่อความหมาย
หญิงสาวทำได้แค่หลบตา ในใจเต้นโครมคราม เธอว่าเธอไม่เมานะ แต่เขาน่ะแหละเมาจนทำเธอใจเต้นไปหมดแล้ว
“แทนชอบวุ้นนะ”
“ฮะ”
วุ้นเส้นแหงนมองหน้าเขาทันที ดวงตาเต็มไปด้วยคำถาม เมื่อกี้ขอคบ ตอนนี้มาบอกว่าชอบ หรือว่าเขาจะพูดจริง ไม่ใช่มาล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอหรอกนะ
“วุ้นล่ะชอบแทนบ้างไหม รู้สึกพิเศษกับแทนบ้างรึเปล่า? รู้สึกเหมือนที่แทนรู้สึกกับวุ้นไหม”
เอ่ยถามพร้อมขยับปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ใบหน้าเนียนไล่ไปถึงริมฝีปากที่อวบอิ่ม ก่อนจะเคล้นคลึงริมฝีปากล่างของเธอเล่นเบา ๆ ในขณะที่จ้องมองหญิงสาวตาเป็นประกายแพรวพราว
“รู้สึกเหมือนกันไหมวุ้น”
วุ้นเส้นกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเธอกับแทนไทจะมีโอกาสเปิดเผยความรู้สึกต่อกัน
ภายใต้ความรู้สึกประหม่า ตื่นเต้นนั้น ใจดวงน้อยก็รวบรวมความกล้าที่มี ก่อนจะเอ่ยตอบกลับเขาไป
“รู้สึกสิ วุ้นเองก็ชอบแทนเหมือนกัน”
เพราะอะไรดลใจก็ไม่รู้ ทำให้วันนี้เธอกล้าเอ่ยความในใจที่มีต่อแทนไทออกมาจนได้ บางทีอาจเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าที่กำลังแล่นพล่านอยู่ในกระแสเลือด ทำให้ในที่สุดเธอก็ก้าวข้ามเส้นการแอบรัก และคำว่าเพื่อนที่เพียรรักษามันมาอย่างยาวนานกว่าห้าปีสักที
“เราใจตรงกันใช่ไหมวุ้น”
ร่างสูงเริ่มบดเบียดแนบชิดเข้าหา กลิ่นน้ำเมาผสมปนเปไปกับกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ จากกายสาวโชยเข้าจมูก และยิ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงหน้าอกอวบอิ่มที่กำลังเบียดชิดอกของเขา นั่นทำให้เรียวปากหยักยกยิ้ม ก่อนจะยิ่งโอบกอดเธอแนบชิดเสียยิ่งกว่าเดิม
“ใช่”
ตอบเสียงเบาหวิวราวกับไม่อยากจะเชื่อว่ามันคือความจริง แต่ไม่มีอะไรจริงกว่านี้อีกแล้ว เธอแอบรักเขา และมีใจให้เขามานาน นานหลายปีนักหนา
วุ้นเส้นพูดในขณะที่มองใบหน้าหล่อเหลาตาเป็นประกาย เวลานี้เธอเผลอคิดกับเขาไปไกลโข ต่อให้เอาช้างตัวโต ๆ มาฉุดกระชากลากถูก็คงกู่ไม่กลับแล้ว
แทนไทจับไหล่มนเอาไว้ ก่อนจะดันร่างอวบอัดออกห่าง แล้วเอ่ยเรียกขานชื่ออีกฝ่ายเหมือนเป็นการเรียกสติ
“วุ้น”
“หือ”
“เรามาลองคบกันไหม”
“อือ”
วุ้นเส้นตอบรับทันที ในเมื่อมันชัดเจนขนาดนี้แล้ว ทำไมเธอจะต้องปฏิเสธหัวใจตัวเอง
ยิ่งเวลานี้เธอรู้ดีว่าแทนไทไม่มีใคร เพราะเขาเพิ่งเลิกรากับลิลลี่แฟนคนล่าสุดไปเมื่อสามเดือนก่อน แม้เขาจะทำตัวเป็นพ่อมาลัยลอยชายไปมา แต่เธอก็ไม่เห็นเขาคบหาผู้หญิงคนไหนเป็นจริงเป็นจังหลังจากนั้น ทำให้วันนี้เธอกล้าจะตอบตกลง
โชคชะตาคงอยากให้โอกาสเธอได้สารภาพรักกับเขากระมัง ในเมื่อวันนี้เขาไม่มีใคร เธอจึงไม่อยากปล่อยโอกาสให้หลุดมือไป
“วุ้นรักแทนนะ รักมาตั้งนานแล้ว”
“แทนรู้ รู้มาตลอดว่าวุ้นคิดยังไง”
สิ่งที่ได้ยินทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้น แม้จะยังไม่ได้ยินคำว่ารักจากเขา แต่ในที่สุดความรักของเธอก็ไม่ได้เป็นรักข้างเดียวที่เขาไม่เคยรับรู้อีกต่อไปแล้ว
“แทน...”
“เพื่อตอบแทนความรักของวุ้น คืนนี้แทนจะอยู่กับวุ้นทั้งคืนได้ไหม”
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังสบตากันนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือเจ้ากรรมก็ดันส่งเสียงร้องลั่นขึ้นอีกครั้ง แม้แทนไทจะรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยกับการถูกขัดจังหวะแต่เขาก็อยากให้เธอรับสาย เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าใครมันขยันโทรมานักหนา
“ไม่รับเหรอ”
“ไม่อ่ะ”
เธอจะไม่รับสายนี้ ไม่รับเด็ดขาด แถมยังเอื้อมมือไปกดปิดเสียง เวลานี้เธอไม่อยากสนใจอะไรอีกแล้ว นอกจากคนตรงหน้า ลมหายใจอุ่นร้อนที่กำลังเป่ารดอยู่ใกล้จมูกเล็กของเธอมันค่อย ๆ ห่างออกไปพร้อมกับใบหน้าของเขา
“แทน”
“ชู่ว์”
มือแกร่งจับคางมนขึ้นเล็กน้อย แล้วตะแคงใบหน้าอิ่มของหญิงสาวเพื่อปรับองศาให้อยู่ในตำแหน่งที่พอเหมาะพอเจาะ
วุ้นเส้นได้แต่มองเขาตาปรอย ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะแนบริมฝีปากลงมาทาบทับเรียวปากอิ่มของตน
หน้าคอนโด
“ขอโทษนะครับคุณ แต่ลุงให้คุณขึ้นไปไม่ได้จริง ๆ คุณช่วยเข้าใจลุงด้วยนะครับ”
หนุ่มแว่นหน้าตี๋มองไปยังลุงยามที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ทำไมเขาจะไม่เข้าใจ เขาเข้าใจดีว่าลุงยามกำลังทำหน้าที่ของตน ชายหนุ่มได้แต่ก่อนจะทอดถอนใจ เวลานี้ภายในหัวใจเขาบีบรัดอย่างรุนแรงจนมันเจ็บร้าวไปหมด
เขาพยายามต่อสายหาคนที่อยู่ข้างบนอาคารสูงกว่าสามสิบชั้น แต่โทรไปหลายต่อหลายครั้งเธอกลับไม่ยอมรับสายแม้สักครั้งเดียว เธอจะรู้บ้างไหมว่าเขาเป็นห่วงเธอแค่ไหน?
“รับสิ รับสิ โว้ย”
เมื่อโทรแล้วโทรเล่าปลายสายก็ไม่ยอมรับ ทำให้เขาถึงกับเขวี้ยงมือถือทิ้งไปด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ เพราะอะไรต่อมิอะไรไม่เป็นไปอย่างใจต้องการ ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นอย่างคนหมดเรี่ยวหมดแรง
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับคุณ ดึกแล้วป่านนี้คนที่คุณมาหาเขาคงนอนหลับไปแล้วล่ะ”
ลุงยามเอ่ยปลอบพร้อมทำหน้าเห็นใจ แต่ก็ยังไม่ยอมให้เขาขึ้นไปอยู่ดี
หลับเหรอ เพราะลุงยามไม่รู้อะไร ถึงพูดออกมาแบบนี้ได้ ดวงตายาวรีภายใต้กรอบแว่นมองไปทางสมาร์ตโฟนที่เขาเพิ่งโยนทิ้งไป ดูจากสภาพมันไม่น่าจะกลับมาใช้ได้อีกแล้ว เพราะหน้าจอมันแตกร้าวราวกับหัวใจของเขาที่กำลังแตกสลายไม่มีชิ้นดี
อุณหภูมิภายในห้องชุดเวลานี้เริ่มเร่าร้อนขึ้นไปอีกระดับ ยิ่งเมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มผู้หล่อเหลาคมคายค่อย ๆ แตะสัมผัสกับริมฝีปากอวบอิ่มอย่างแผ่วเบา ทำให้หัวใจคนไม่เคยเต้นระรัวราวกับกลองรบ สัมผัสของเขาช่างอ่อนโยนและหวานละมุนชวนหลงใหล แถมยังทำเธอตัวเบาหวิวราวปุยนุ่นที่ล่องลอยไปตามลม
‘นี่สินะสัมผัสแห่งรัก’
คนที่ไม่เคยรู้จักกับคำว่า ‘รัก’ แบบหนุ่มสาวมาก่อนในชีวิตคิดว่ามันคงเป็นความรักอย่างแน่แท้
รสจูบที่ทั้งหวานทั้งหอมที่เขาปรนเปรอทำให้เธอที่กำลังเมายิ่งเมาหนักยิ่งกว่าเก่า วุ้นเส้นให้ความร่วมมือตอบรับจูบนั้นเป็นอย่างดี
ยิ่งเมื่อลิ้นอุ่นสากนั้น ค่อย ๆ ซอกซอนรุกล้ำเข้าไปในโพรงปากหวาน พร้อมกระหวัดพันเกี่ยวกับลิ้นน้อย ๆ ของเธอ ความหวานกำซ่านที่ได้สัมผัสนั้น มันช่างชวนให้ติดอกติดใจ จนเธอเผลอไผลไปกับรสสัมผัสที่แสนล่อลวง
เรียวลิ้นหนาค่อย ๆ กวาดต้อนเอาน้ำหวานในโพรงปากสาว พร้อมตะโปมจูบเธออย่างหิวกระหาย จนเธอหายใจแทบไม่ทัน แต่กระนั้นเมื่อปรับลมหายใจได้ก็ตวัดลิ้นตอบโต้สัมผัสจากเขาอย่างดูดดื่มแม้จะไม่ประสา
แทนไทดันแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวให้แนบไปกับประตูหน้าห้อง เรียวลิ้นร้อน ๆ ของเขายังเฝ้าหยอกเย้ากับลิ้นเล็กของเธอ โดยที่วุ้นเส้นเองก็ตอบสนองกลับมาอย่างถึงใจเช่นกัน
แม้จะเป็นครั้งแรกแต่วุ้นเส้นมั่นใจว่าเธอทำมันได้ดี จนทำให้คนตัวสูงถึงกับเบียดกายเข้าหา พร้อมใช้สองมือกอดเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น
สองร่างเคลียคลอกันอยู่หน้าประตู ร่างของเขาและเธอแนบชิดสนิทจนแทบจะเป็นหนึ่งเดียว เธอคิดว่าเขาคงรู้สึกถึงสัมผัสของเธอ เพราะเธอก็รับรู้สึกถึงสัมผัสของเขาเช่นกัน
หัวใจของหญิงสาวเต้นแรง ความอบอุ่นจากกายแกร่งนั้นแผ่ซ่านมายังร่างของเธอ และมันไม่ใช่อุ่นแค่กายแต่มันลามไปถึงใจ เมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่เธอเฝ้ารักเฝ้าหลงมานานหลายปี
ความเสน่หาก่อตัวขึ้นเฉียบพลัน และมันกำลังปะทุอยู่ภายในใจราวลาวาจากภูเขาไฟที่กำลังไหลออกมาจากปล่องควัน จนเธอมิอาจเก็บกักความรู้สึกเร่าร้อนนี้ไว้ ทำได้แค่ยินยอมโอนอ่อนผ่อนตามเขาไป เธอไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองได้อีกต่อไป
มือหนาฟ่อนเฟ้นก้อนอกอวบใหญ่ภายใต้เสื้อสายเดี่ยวสีดำที่ตัดกับผิวขาวอมชมพูของเธอ
แทนไทกระตุกยิ้มที่ริมฝีปากทันที เมื่อรับรู้ว่าคนร่างอวบโนบรา
‘วุ้นเส้นฮอตกว่าที่เขาคิดไว้มาก ใครบอกว่าเธอเป็นเด็กเนิร์ด ตอนนี้เขาไม่เชื่อแล้วล่ะ’
แทนไทอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ คนเป็นนักล่าอย่างเขาเคยคิดว่าคนตรงหน้าคงจืดชืดและคงจะมีดีแค่ซิง ซึ่งข้อนี้สำหรับเขาก็คงพอแค่แก้ขัดได้ แต่มันผิดคาดไปนิด เธอกลับทำให้เขารู้สึกว่าวันศุกร์นี้ช่างเป็นวันศุกร์ที่เร้าใจไม่แพ้วันศุกร์ที่เคยผ่าน ๆ มาเลย
ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกห่างจากริมฝีปากที่เริ่มบวมเจ่อ ก่อนจะจัดการถอดเสื้อสายเดี่ยวบนร่างของหญิงสาวแล้วโยนทิ้งไปให้พ้นทาง
ทันทีที่ก้อนอกที่ทั้งขาว และอวบใหญ่ปรากฏแก่สายตา หัวใจชายหนุ่มก็กระตุกอย่างรุนแรง ลมหายใจของเขายิ่งติดขัด ประเมินจากสายตาแล้ววุ้นเส้นเป็นสาวอวบที่รูปร่างสวยกว่าที่คิด สิ่งที่เห็นจุดประกายรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจบนใบหน้าของเขาได้อย่างง่ายดาย
วุ้นเส้นสวยกว่าที่เขาเคยจินตนาการเอาไว้มาก เธอมีในส่วนที่ผู้หญิงควรจะมี รูปร่างของเธออวบอัดน่าฟัด และเต็มไม้เต็มมือกว่าพวกสาว ๆ ที่ผอมแห้งแรงน้อยที่เขาเคยนอนด้วยเป็นไหน ๆ
“ขอนะวุ้น”
เอ่ยแล้วไม่รีรอ สองมือประคองเต้าอวบอิ่มเข้าปากอย่างไม่รอช้า ดวงตาคู่คมเหลือบขึ้นมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้ม ราวกับกำลังเคลิบเคลิ้มในรสสัมผัสจากเขา ปากหยักออกแรงดูดดึง ส่วนเรียวลิ้นก็กระหวัดเลียยอดถันสีหวานให้หนำใจ
ยิ่งเห็นเธอพอใจในการปรนเปรอ นั่นทำให้ลิ้นอุ่นเร่งตวัดละเลงเลียยอดอกสีหวานจนเปียกแฉะ กระทั่งได้ยินเสียงครางอืออาออกมาจากริมฝีปากนุ่มนั้นแผ่วเบา
“อ้า...แทน”
ความรู้สึกเสียวซ่านปรากฏขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ เธอเพิ่งรู้ว่าสัมผัสของชายหญิงช่างน่าหลงใหลก็คราวนี้ เธอไม่สามารถบรรยายความรู้สึกที่มีออกมาได้
“คืนนี้เรามาสนุกด้วยกันนะวุ้น”
สนุกที่แปลว่าสนุกจริง ๆ นั่นละ
มือแกร่งข้างหนึ่งโอบกระชับรอบเอวคอดกิ่ว ส่วนอีกข้างก็บีบเค้นเต้าอวบอิ่มทะลักล้นออกมาตามง่ามนิ้วมือ ในขณะที่ริมฝีปากดูดเม้มเต้าทรวงอีกข้าง เขาไม่ได้ออมแรงนัก จนเวลานี้สองเต้าของเธอเป็นรอยแดงเต็มไปหมด
หญิงสาวแอ่นอกเข้าหาริมฝีปากหยักราวกับจะป้อนให้เขาดื่มกินให้หนำใจ มือเรียวทั้งสองข้างเกาะไหล่หนาของเขาไว้เป็นหลักยึด
เวลานี้ความรู้สึกเสียวซ่านที่เขาส่งมาแผ่ไปทุกตารางนิ้ว สัมผัสจากเขากระตุ้นให้เธอตื่นตัวไปทุกอณูรูขุมขน จนเธอแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ขาเธอเริ่มสั่น เหมือนจะทรงตัวยืนต่อไปแทบไม่ไหวอยู่แล้ว
ลิ้นอุ่นขยับออกห่างจากหน้าอกอวบ พร้อมค่อย ๆ แตะที่ผิวหน้าอกเลียไล้ลงมายังหน้าท้องแบนราบ ซึ่งกำลังหดเกร็งเมื่อโดนสัมผัสอันหวามหวิว
แทนไทไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงที่ดูเหมือนจะอ้วนอย่างวุ้นเส้นจะมีหน้าท้องที่สวยเช่นนี้ แค่เห็นความเป็นชายของเขาก็เริ่มจะแข็งโป๊ก เขาอยากจะกระชากอาภรณ์เบื้องล่างของเธอออกแล้วจับเธอกดให้หนำใจเสียเดี๋ยวนี้ แต่เขาไม่อาจทำตามใจตัวเองได้อย่างที่คิด
สัมผัสจากเขาทำให้ขนอ่อนของหญิงสาวลุกซู่ เมื่อมือของเขาลูบไล้ไปตามเรือนร่างของเธอแทบจะทุกส่วนสัด พร้อม ๆ กับลิ้นสากที่ละเลงไปบนผิวกายของเธอทุกที่ กระทั่งไปถึงแอ่งสะดือ ก่อนจะไปหยุดที่ขอบเอวกระโปรงยีนส์ตัวสั้นที่เธอสวมใส่อยู่
หญิงสาวหายใจหอบถี่ มองเขาไม่รู้ว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป
มือหนาค่อย ๆ ปลดกระดุมกระโปรงยีนส์สั้นของเธอช้า ๆ ในขณะที่ดวงตามองสบตาเธออย่างยั่วยวน ก่อนจะรูดซิปลง แล้วดึงรั้งกระทั่งกระโปรงตัวนั้นร่วงหล่นไปกองยังปลายเท้า
หญิงสาวทำให้เขายิ้มอีกครั้ง เมื่อแพนตี้สีดำลายลูกไม้ปรากฎแก่สายตา วุ้นเส้นทำให้เขาแปลกใจอีกแล้ว ใครจะเชื่อว่ายายเด็กเนิร์ดประจำคณะจะกล้าใส่ชั้นในแบบนี้ นึกว่าเด็กเรียนเฉิ่มเชยจะใส่อะไรที่ไม่น่าพิสมัยเสียอีก แต่นี่เธอกลับ ‘เซ็กซี่เป็นบ้า’ ที่ผ่านมาเขาพลาดอะไรไปเนี่ย! แทนไทเฝ้าตามตัวเอง
“แทนอย่ามองแบบนั้นสิ วุ้นอาย”
คนไม่เคยเอ่ยบอก มือบางข้างหนึ่งปิดหน้าอกของตัวเองไว้ แน่นอนว่ามันไม่มิด ส่วนอีกข้างก็ปิดบังกลางกายสาวไว้ แม้จะมีแพนตี้ซีทรูลายลูกไม้ปกปิด แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร แล้วดูสายตาที่เขาจ้องมองมาสิ เขามองราวกับเธอเป็นอาหารอันโอชะของคนที่กำลังหิวโซจนเธอทำตัวไม่ถูก วุ้นเส้นไม่เคยเปิดเผยร่างกายให้ใครเห็นมาก่อน ไม่เคยเลยสักครั้ง
“ไม่เห็นต้องอาย วุ้นสวยมากรู้ไหม”
สายตาที่เขามองมา ทำให้เธอรู้สึกปวดหนึบที่กลางกายอย่างไรพิกล กระทั่งเธอสัมผัสได้ถึงความเปียกแฉะที่กำลังไหลรินออกมาจากร่องรักของตัวเอง เธอไม่รู้อะไรดลใจให้เธอกล้าตัดสินใจทำอะไรแบบนี้ ถ้าแม่รู้มีหวังโดนตีแหง ๆ
“วุ้นถอดให้แทนบ้างสิ”
เขาร้องขอ พร้อมส่งสายตาสำรวจคนตรงหน้าตาเป็นมัน ไม้ลืมจับกุมมือเรียวไปวางแหมะที่สาบเสื้อเชิ้ตของตน
วุ้นเส้นก็ไม่รีรอ มือสั่น ๆ อันเย็นเฉียบจัดการกับเสื้อผ้าของเขาได้ไม่ยากเย็นเท่าไรนัก เพราะเขาให้ความร่วมมือช่วยเหลืออย่างเต็มที่
หัวใจของวุ้นเส้นบีบรัดกระหน่ำรุนแรง เลือดลมสูบฉีดไปทั่วร่าง เมื่อคิดว่าเธอกำลังทำมันจริง ๆ
เซ็กส์ครั้งแรก กับคนที่เธอแอบรัก
หญิงสาวเริ่มหายใจติดขัดเมื่อเห็นหน้าอกแน่นหนั่นของเขาชัด ๆ เธอลูบไล้ไปตามผิวกายเรียบตึงของคนตรงหน้า พร้อมกับลมหายใจที่ติด ๆ ขัด ๆ
ผ่านไปไม่นานแทนไทก็เปลือยเปล่าล่อนจ้อนราวกับทารกแรกเกิด ทั้งคู่มองสบตากันก่อนที่ฝ่ายชายจะเข้ามาโอบกอดแนบชิดร่างอวบอิ่มที่มีเพียงแพนตี้ลายลูกไม้ตัวจิ๋วติดกาย
เวลานี้สองหูของวุ้นเส้นได้ยินแต่เสียงหัวใจที่กำลังเต้น ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!
“แทนขอเวลาวุ้นทำใจอีกสักนิดได้ไหม”
แต่จู่ ๆ ความมั่นใจของคนที่กำลังมึนเมาทั้งเหล้าและรักก็เริ่มหาย เหมือนสติเธอกำลังกลับมามากขึ้น ทำให้เกิดความลังเล
“เปลี่ยนใจตอนนี้คงไม่ทันแล้วล่ะวุ้น”
แทนไทยเอ่ย ก่อนที่เจ้าของร่างสูงจะก้มหน้าลงมาหา และค่อย ๆ ทิ้งตัวลงมาซบนิ่งที่บ่าของเธอ
“อุ้ย! แทน แทน แท๊นนน”