ภาพปกนิยาย เมียลับบำเรอแค้น

เมียลับบำเรอแค้น

8.6 / 10.0
พวงชมพูจำต้องยอมตกอยู่ในสถานะเมียลับที่ไร้ตัวตนของปราณปวิช เพื่อแลกกับความสุขของผู้เป็นแม่ แม้เขาจะมองเธอเป็นเพียงดอกไม้ริมทางที่นึกจะเด็ดดมหรือเหยียบย่ำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ความเจ็บปวดกลับทวีคูณขึ้นเมื่อเขาแสดงความหึงหวงอย่างไร้เหตุผล ปราณปวิชกล่าวหาว่าเธอแอบไปมีความสัมพันธ์กับชายอื่นในช่วงที่เขาไม่อยู่ ท่าทีคุกคามและสายตาที่พร้อมจะประหารเธอด้วยความแค้นทำให้หญิงสาวหวาดกลัวจนสุดหัวใจ แม้จะพยายามอธิบายอย่างไรเขาก็ไม่รับฟัง กลับยิ่งทารุณจิตใจและร่ายบทลงโทษแสนป่าเถื่อนใส่เธออย่างไม่ปรานี ในวันที่เธออยู่เขากลับทำร้ายอย่างแสนสาหัส โดยไม่รู้เลยว่าหากวันใดที่เธอจากไป เขาเองนั่นแหละที่จะต้องทุกข์ทรมานเจียนตาย

เมียลับบำเรอแค้น ตอนที่ 1

งานการกุศลถูกจัดขึ้นภายในโรงแรมหรูกลางเมืองโดยสมาคมคุณหญิงลัดดา ในความดูแลของคุณหญิงนารถลดาผู้เป็นลูก งานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อมอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนที่อยู่ในโครงการของสมาคมที่มีอยู่ด้วยกันสิบสองโรงเรียน

รูปแบบของการจัดงานเป็นงานประมูลของโบราณของคุณหญิงลัดดากับสามีที่สะสมมานานกว่าห้าสิบปีที่มีมากกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบชิ้น คุณหญิงนารถลดาคิดว่า หากเก็บไว้เฉยๆ ก็ไร้ประโยชน์ จึงนำออกมาประมูลสามสิบชิ้น เพื่อนำรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายนำไปช่วยเหลือเด็กผู้ยากไร้และขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเรียน นอกจากงานประมูลของโบราณ ยังมีการแสดงของเด็กนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษาจากห้าโรงเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ก่อนการแสดงจะเริ่มขึ้นในอีกครึ่งชั่วโมง ห้องสำหรับให้นักเรียนเตรียมความพร้อมในการแสดงที่อยู่ไม่ห่างกับห้องจัดงานก็กำลังวุ่นวายพอสมควร เนื่องจากมีสองโรงเรียนนำเด็กอนุบาลสองและสามมาทำการแสดง เด็กจอมซนพากันวิ่งเล่น ชนนั่นชนนี่จนข้าวของตกหล่นสู่พื้น ครูกับผู้ปกครองเด็กต้องพากันเก็บและปรามเด็กไม่ให้ดื้อไม่ให้ซน ซึ่งมันก็ยากสำหรับเด็กวัยนี้ ส่วนอีกสามโรงเรียนนำเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่งและสองมาทำการแสดง เด็กในวัยนี้แม้ว่าจะซนแต่มีความเชื่อฟังมากกว่าชั้นอนุบาล

หนึ่งในเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่งจากโรงเรียนวัดไผ่วัวนามว่า เพชรกล้าหรือน้องเพชร ผู้มีใบหน้าหล่อตั้งแต่ ผิวพรรณดีราวกับเป็นลูกผู้รากมากดี ใครเห็นก็ทักว่า เป็นลูกคนมีเงิน แต่แท้จริงแล้วเพชรกล้าเป็นลูกชายของผู้หญิงธรรมดา ที่ปากกัดตีนถีบหาเงินตัวเป็นเกลียวเพื่อเลี้ยงลูกและมารดา รวมถึงตัวเธอเองด้วย เด็กชายมองไปยังประตูห้องแต่งตัวตลอดเวลา ราวกับว่ารอใครบางคนอยู่

“แม่ยังไม่มาเลยน้านก แม่จะมาไหมฮะ” เพชรกล้าถามรัชนีกร เพื่อนสนิทพวงชมพู มารดาแสนสวยของตน และยังเป็นพี่เลี้ยงจำเป็นของผู้พูด “แม่บอกว่าจะมา ยังไม่เห็นมาเลย”

การแสดงในวันนี้เป็นการแสดงนอกโรงเรียนครั้งแรกของเพชรกล้า เด็กชายประหม่าและตื่นเต้น อยากได้กำลังใจจากมารดามากที่สุด ทว่าจนป่านนี้ยังไร้วี่แววพวงชมพู เพชรกล้ากลัวว่า มารดาจะผิดคำสัญญา

“มาสิครับ แม่ชมโทรมาบอกน้าเมื่อกี้ว่า ใกล้ถึงแล้ว ยังไงแม่ชมมาทันแน่นอนครับ” รัชนีกรตอบให้หลานชายคลายความกังวล

“จริงนะฮะ” เพชรกล้าถามย้ำ

“จริงสิครับ แม่ชมเคยโกหกหรือผิดสัญญาเพชรไหมครับ แม่ชมมาล้านเปอร์เซ็นต์ครับ” รัชนีกรตอบย้ำ เพชรกล้ายิ้มออกมาได้

“น้านก ผมอยากเข้าห้องน้ำ ปวดฉี่”

“ไปครับน้าพาไป แต่ต้องไปบอกครูปิ่นก่อนนะครับ”

เพชรกล้าพยักหน้ารับรู้ รัชนีกรเดินไปบอกครูนงเยาว์ แล้วเสร็จจึงพาเพชรกล้าไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากห้องแต่งตัว

น้าหลานแยกกันเข้าห้องน้ำ แล้วตกลงกันว่าใครทำธุระเสร็จก่อนให้มารอด้านนอก บังเอิญว่ารัชนีกรเกิดปวดท้องหนักขึ้นมาจึงเข้าห้องน้ำนานกว่าเพชรกล้าที่ออกมายืนรอตรงจุดที่รัชนีกรบอก ทว่าความเป็นเด็กยืนรอนานก็เกิดอาการเบื่อ และในขณะนั้นก็มีคนใส่ชุดมาสคอตรูปสัตว์และตัวการ์ตูนที่กำลังเดินไปยังงานเลี้ยงอีกห้องหนึ่งเดินผ่านมา เพชรกล้ารีบก้าวเท้าวิ่งไปดูทันที ความรีบร้อนอยากดูมาสคอตและไม่ทันระวัง จังหวะที่กำลังวิ่งเลี้ยวไปทางด้านขวา เพชรกล้าชนกับชายคนหนึ่งที่กำลังเดินเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าห้องน้ำ ร่างเล็กกระเด็นลงไปนั่งวัดพื้น ชายร่างสูงใหญ่ตกใจรีบย่อตัวดูอาการเด็กชายที่ตนชน

“เป็นยังไงบ้างครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ลุงขอโทษนะครับ ลุงไม่ทันระวัง”

ปราณปวิชลูกชายคุณหญิงนารถลดา เจ้าของงานการกุศลที่เพชรกล้าต้องขึ้นแสดงบนเวทีเอ่ยขอโทษและถามด้วยความเป็นห่วง เพชรกล้าเงยหน้ามองคนถาม

นัยน์ตาปราณปวิชนิ่งค้างยามสบสายตาอันบริสุทธิ์ของเด็กชายแปลกหน้า ที่คล้ายกับว่าเขากำลังส่องกระจกมองดูตัวเองในเยาว์วัย อีกทั้งนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นเหมือนมีพลังดึงดูดให้เขาไม่อยากเคลื่อนสายตาจากใบหน้าเด็กชาย เพียงแค่ไม่กี่วินาทีที่ได้สบตา ปราณปวิชรู้สึกผูกพันกับเด็กคนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาแปลกใจมากที่รู้สึกเช่นนี้ ตอบตัวเองไม่ได้ว่าเป็นเพราะเหตุใด

“ไม่เป็นไรฮะ ผมไม่เจ็บฮะ”

เพชรกล้าตอบขณะที่ปราณปวิชประคองให้ลุกขึ้นยืน ยังไม่ทันที่ปราณปวิชจะพูดคำใด เสียงของรัชนีกรได้ดังขึ้นแล้วรีบเดินแกมวิ่งมาหาหลานชาย

“เพชรกล้า” ปราณปวิชมองต้นเสียงที่คิดว่าเป็นแม่ของเด็กชาย “เกิดอะไรขึ้นครับ”

รัชนีกรรีบดึงตัวหลานชายให้มายืนข้างตน แต่แล้วเธอก็ต้องอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าชายหนุ่มตรงหน้าแบบเต็มตา ก่อนหลุบตามองหน้าเพชรกล้า สองคนนี้หน้าตาละม้ายคล้ายกันมากเหมือนเป็นเครือญาติกัน แต่คงไม่ใช่เพราะพวงชมพูเคยบอกว่า พ่อบังเกิดเกล้าของเพชรกล้าไม่มีญาติพี่น้อง เป็นลูกที่ถูกทิ้งให้เติบโตอยู่ในสถานเด็กกำพร้า และที่สำคัญเขาได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว รัชนีกรคิดว่าคงเป็นคนหน้าเหมือนที่เหมือนกันได้แม้ว่าไม่ใช่ญาติพี่น้อง

“ผมเดินชนลูกชายคุณน่ะครับ ผมขอโทษนะครับ”

ปราณปวิชกล่าวอย่างสุภาพ

“เพชรกล้าไม่ใช่ลูกของฉันค่ะ ฉันเป็นเพื่อนแม่ของเพชรกล้า” รัชนีกรบอกให้เขาเข้าใจ “เพชรครับ แม่มาแล้วนะลูก เรารีบกลับไปที่ห้องแต่งตัวดีกว่านะ จะได้ไปเตรียมตัวขึ้นแสดง”

“ฮะ ไปหาแม่กันฮะ” สีหน้าเพชรกล้าดีใจที่มารดามาทันตามสัญญา “ผมไปก่อนนะฮะคุณลุง”

“เพชรแสดงในงานการกุศลของสมาคมคุณหญิงลัดดาใช่ไหมครับ” ปราณปวิชถาม

“ใช่ค่ะ เพชรได้รับทุนน่ะค่ะ และเป็นตัวแทนโรงเรียนมาแสดงในงานวันนี้ค่ะ” คนที่ตอบคือรัชนีกร “ฉันกับเพชรขอตัวก่อนนะคะ ใกล้ถึงเวลาแสดงแล้ว”

ปราณปวิชไม่ได้พูดโต้ตอบ เขาส่งยิ้มให้น้าหลานที่เดินจูงมือกันไปยังห้องจัดเลี้ยง ขณะที่เพชรกล้าเดินตามรัชนีกร เด็กชายได้หันมามองหน้าปราณปวิชที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมและมองไปยังสองน้าหลาน ทั้งสองจึงมองสบตากันแล้วยิ้มให้กัน

บนเวทีมีการแสดงของตัวแทนเด็กนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษา ผลัดเปลี่ยนมาสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะกับปราณปวิชที่เฝ้ารอคอยดูการแสดงของเด็กชายที่เขาเดินชนตรงทางเข้าห้องน้ำแบบใจจดใจจ่อ ซึ่งปกติแล้วเขาจะเฉยๆ กับการแสดงเหล่านี้ที่นั่งดูตามมารยาท ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไร ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่ เขาตั้งตารอเลยก็ว่าได้ ปราณปวิชอดแปลกใจไม่ได้ว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้

เมื่อถึงคิวโรงเรียนวัดไผ่วัวนักเรียนจำนวนเก้าคนขึ้นมาแสดงบนเวที ปราณปวิชที่นั่งอยู่โต๊ะแถวหน้าสุดยิ้มกว้างและโบกมือให้เพชรกล้าที่ยืนอยู่แถวหน้า เพชรกล้าเห็นปราณปวิชจึงยิ้มให้และแสดงตามที่ฝึกซ้อมไว้

“เด็กผู้ชายที่อยู่แถวหน้าสุดหน้าตาเหมือนปราบตอนเด็กๆ เลยนะ” ปริญญาพูดกับภรรยาที่หันไปมองเด็กชายคนดังกล่าวตามสามมีบอก

อ่านต่อ

สารบัญของ เมียลับบำเรอแค้น

Ch. 1
Ch. 2
Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
ภาพปกนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
นิยายเรื่องนี้เล่าถึงความสัมพันธ์อันเร่าร้อนระหว่างลายไม้และปวีนุช เมื่อพรหมลิขิตนำพาให้ทั้งคู่ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกันบนเรือสำราญกลางอ่าวไทยเป็นเวลาสิบสี่วัน ตลอดเวลาที่กินนอนและเรียนรู้กันอย่างใกล้ชิด ปวีนุชกลับรู้สึกว่าชายหนุ่มเปรียบเสมือนปิศาจที่ใช้ชั้นเชิงเสน่ห์อันเหนือชั้นร่ายมนต์จนเธอตกหลุมรักเขาหมดหัวใจ แม้ลายไม้จะปรารถนาเคียงคู่เธอตลอดไป แต่ด้วยความกลัวความเจ็บปวดและกำแพงเรื่องความเหมาะสม ทำให้ปวีนุชเลือกที่จะหนีไปเพื่อเก็บความทรงจำนี้ไว้ให้ลึกที่สุด ท่ามกลางความทรมานจากการจากลา เธอแอบหวังให้เขาออกตามหาเพื่อพิสูจน์ว่าความรักที่แท้จริงนั้นก้าวข้ามเรื่องฐานะและชนชั้นได้ เพียงแค่หัวใจสองดวงตรงกัน ลายไม้จะตัดสินใจอย่างไรและเขาจะสามารถตามหาเจ้าของหัวใจเพื่อกลับมาดูแลกันไปตลอดชีวิตได้หรือไม่
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย Oops sorry ผู้ชายคนนี้เป็นของหนู
8.4
เรื่องราวความรักสุดร้อนแรงที่เริ่มต้นขึ้นจากความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและหนักแน่น เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งต้องเผชิญกับบททดสอบความอดทนในค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนกับชายหนุ่มที่เธอปรารถนาจะครอบครองเป็นเจ้าของชีวิตคู่ แม้ว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความดุดันและหนักหน่วงจากความแข็งแกร่งทางร่างกายของฝ่ายชายที่เกินกว่าเธอจะรับไหว แต่เขาก็ได้ย้ำเตือนให้เธอมีความอดทนและเข้มแข็งเข้าไว้ หากต้องการที่จะก้าวเข้ามาเป็นคนสำคัญในชีวิตของเขาอย่างเต็มตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศและความเสน่หาที่ไม่อาจต้านทานได้ในโลกยุคปัจจุบัน
ภาพปกนิยาย ประธานไล่จีบภรรยา
9.3
อดีตอันขมขื่นของเจียงหยุนเอ๋อเริ่มขึ้นเมื่อเธอถูกวางยาจนมีความสัมพันธ์กับชายแปลกหน้า เหตุการณ์นี้ทำให้เธอถูกขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไร้เยื่อใย ห้าปีต่อมา หญิงสาวเดินทางกลับมาตุภูมิพร้อมพยานรักตัวน้อย ทว่าทันทีที่ถึงสนามบิน เธอกลับถูกกลุ่มคนพาลเข้ามารังแกอย่างอุกอาจ ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังและไร้ทางออก ลูกชายวัยไร้เดียงสากลับวิ่งไปกอดขาบุรุษผู้ทรงอิทธิพลพร้อมเรียกเขาว่าพ่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ ความบังเอิญครั้งนี้ได้พลิกชะตาชีวิตของเธอ นำไปสู่การทวงคืนความยุติธรรมและจุดเริ่มต้นของความรักครั้งใหม่
ภาพปกนิยาย ยักษ์ครุฑี
8.0
ท่ามกลางวิกฤตที่ร่างของครุฑีสาวกำลังร่วงหล่นจากเวหา พระสุวรรณเมฆา กษัตริย์อสุราผู้ทรงฤทธิ์ได้เข้าช่วยชีวิตนางไว้ได้ทันท่วงที ความงดงามของนิศามณีตราตรึงใจจอมยักษ์ตั้งแต่แรกเห็น แม้อินสูรย์คนสนิทจะสังเกตเห็นความสูงศักดิ์จากเครื่องแต่งกายของนาง แต่ความสงบก็คงอยู่ได้ไม่นาน เมื่อกองทัพทหารครุฑาบุกมาประจันหน้าเพื่อบีบบังคับให้ส่งตัวนางคืน ทว่ากษัตริย์อสุรากลับปฏิเสธอย่างไม่เกรงกลัว พร้อมประกาศกร้าวปกป้องครุฑีไร้ทางสู้จากการถูกปองร้าย สงครามข้ามเผ่าพันธุ์จึงปะทุขึ้นอย่างดุเดือด เมื่อเหล่าครุฑาพุ่งเข้าโจมตีหมายสังหาร ทว่าพระสุวรรณเมฆากลับร่ายเวทขยายกายเข้าบดขยี้ศัตรูอย่างอำมหิต พร้อมสั่งกวาดล้างทหารครุฑทุกลมหายใจเพื่อปกป้องยอดดวงใจในอ้อมแขนให้ถึงที่สุด

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED