ซีรีส์ดวงใจยอดเสน่หา
เล่ม 1 ดวงใจยอดเสน่หา
ฟ้าใสนั่งมองเด็กน้อยซึ่งเป็นลูกศิษย์ด้วยสายตาเอ็นดูระคนรักใคร่ เด็กชายพศินเรียนอยู่ชั้นอนุบาลสามเป็นช่วงวัยกำลังซน
“คุณครูพี่ฟ้าครับ ผมหิวข้าว”
เด็กน้อยบอกเสียงละห้อย เอามือลูบท้องไปมา
“ตายแล้ว ครูก็ลืม งั้นกินขนมปังรองท้องไปก่อนนะ”
เธอมีขนมปังกับนมเปรี้ยวติดกระเป๋าเอาไว้ยามหิวจึงเอามาให้เด็กน้อยรับประทาน
“คุณพ่อยังไม่มาอีกเหรอคะ”
เธอมองนาฬิกาข้อมือเรือนจิ๋วของตัวเองด้วยสีหน้าเป็นกังวล เพราะตอนนี้เย็นมากแล้ว ในโรงเรียนก็ไม่มีใคร นอกจากคุณลุงภารโรงที่พักอาศัยอยู่บ้านพักด้านหลังโรงเรียนซึ่งจะมาคอยปิดประตู
เธอมาเป็นครูสอนเด็กอนุบาลเพราะเป็นคนรักเด็ก อีกทั้งยังเป็นบุตรสาวคนเล็กของครอบครัวที่ต้องสืบทอดกิจการโรงเรียนแห่งนี้ต่อจากมารดา
จริงๆ เธอไม่จำเป็นต้องมาเป็นครูสอนเด็กๆ ก็ได้ แต่ไปนั่งเป็นผู้บริหารช่วยเหลือมารดาเพื่อเรียนรู้งาน แต่เธอนึกสนุกอยากสอนเด็กขึ้นมา มารดาก็ไม่ห้ามปราม แถมยังสนับสนุนให้ทำอย่างที่ใจชอบ
“นั่นครับ คุณพ่อมาแล้ว”
เสียงของหนูน้อยทำให้เธอเงยหน้ามองบุรุษร่างสูงเพรียวแข็งแรงที่กำลังเดินมาหา เขาเป็นผู้ชายตัวสูงที่เธอกะประมาณว่าน่าจะเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ช่วงขาของเขาขณะเดินเรื่อยๆ ไม่รีบร้อนแลดูแข็งแรงแนบกับกางเกงผ้าเนื้อดีที่สวมใส่
บุรุษตรงหน้าเป็นคนใบเรียวได้รูป คางผ่า จมูกโด่งเป็นสัน เธอเหลือบมองตรงคางของเขามีไรหนวดเขียวครึมที่ผ่านการโกนอย่างเรียบร้อย โหนกแก้มของเขาสูง ดวงตาคมเข้ม คิ้วพาดเฉียง ขนตาดกหนา หน้าผากกว้าง เขาจัดว่าหล่อเหลาเชียวล่ะ
“คุณพ่อ”
พศินโผเข้าหาบิดา ก่อนจะถูกอุ้มขึ้นแนบอก เด็กชายตัวน้อยซบอกบิดา กอดคอออดอ้อนตามประสา
“รอนานไหมครับ”
“รอนานมากเลยครับ ทำไมคุณพ่อมารับช้าจัง”
“พ่อติดงานด่วนน่ะครับ หิวหรือยัง”
“คุณครูพี่ฟ้าเอาขนมกับนมให้กินแล้วครับ”
เด็กน้อยลูบท้องไปมาขณะพูด พายัพมองคุณครูสาวอายุน่าจะประมาณ 22-23 ปีตรงหน้า เขาคาดคะเนจากสายตา เธอน่าจะเพิ่งเรียนจบ ใบหน้าเรียวรูปไข่ ผิวขาวเนียนละเอียด ผมดำสนิทรวบเอาไว้เป็นหางม้า ตรงหน้ามีไรผมนิดหน่อย ปากเป็นรูปกระจับ จมูกโด่ง ตาสวยหวาน คิ้วเรียวโก่งงาม ขนตาอ่อนช้อยงอนงาม เธอเป็นคนสวยติดไปทางน่ารัก ขณะยิ้มให้ลูกชายของเขาก็มีลักยิ้มข้างแก้ม แถมยังมีเขี้ยวอีกด้วย
“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่มารับลูกชายช้าไปหน่อย และต้องขอบคุณมากๆ นะครับที่ช่วยดูลูกให้ผม”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเป็นครูของน้องพีท เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้วค่ะ”
“คุณครูกลับยังไงครับ”
“ฉันขับรถมาค่ะ”
ฟ้าใสยิ้มละมุนให้เขา เธอแยกไปอยู่ที่คอนโดส่วนตัวในเมือง ไม่ได้อยู่ร่วมบ้านกับมารดา แต่ก็ไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด เมื่อก่อนไปเรียนอยู่กรุงเทพฯ พอเรียนจบก็กลับมาช่วยมารดาดูแลโรงเรียนอนุบาล
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ค่ะ”
เธอยิ้มให้เขา ในขณะที่เด็กน้อยรีบโบกไม้โบกมือให้คุณครูคนสวย
“ลาก่อนนะครับคุณครูพี่ฟ้า”
พศินโบกมือไม่ยอมหยุด หันไปมองคุณครูประจำชั้นที่เดินตามหลังมาติดๆ ด้วยรอยยิ้มใสซื่อตามประสาเด็ก
“อุ๊ย! ตายแล้ว”
ฟ้าใสอุทานเมื่อเห็นล้อรถของเธอยางแบน
“มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ”
“รถของฉันยางแบนน่ะค่ะ”
สีหน้าของเธอบ่งบอกว่าเซ็ง และนี่ก็เย็นมากแล้วด้วย
“ให้ผมไปส่งนะครับ ถือว่าตอบแทนคุณครูที่อยู่เป็นเพื่อนตาพีทจนเย็นย่ำแบบนี้”
“เอ่อ... ฉันเรียกแท็กซี่ดีกว่าค่ะ รบกวนคุณเปล่าๆ”
“ไม่รบกวนหรอกครับ ผมอยากไปส่งคุณจริงๆ”
“งั้นก็ขอบคุณนะคะ”
ในที่สุดฟ้าใสก็จำต้องทิ้งรถอีโก้คาร์ของเธอเอาไว้ที่โรงเรียน หลังจากล็อกรถเรียบร้อยแล้วก็ขึ้นไปนั่งรถของพายัพ เขาเอ่ยถาม เธอจึงบอกที่พักของตัวเองให้เขารู้
“คุณครูไปกินข้าวกับผมกับน้องพีทก่อนได้ไหมครับ คือน้องพีทแกหิวน่ะครับ”
“ได้สิคะ”
เธอหันไปมองเด็กน้อยที่คุยจ้ออยู่ด้านหลัง ดีใจจนออกนอกหน้าเมื่อคุณครูคนสวยและใจดีจะไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน
ร้านอาหารไทยที่พายัพพามารับประทานเป็นร้านอาหารที่เงียบสงบ บรรยากาศดี มองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกเป็นทุ่งนาและสวนผลไม้ อากาศเย็นสบายทำให้ผ่อนคลายไม่น้อยเพราะมีแม่น้ำไหลผ่าน มองทัศนียภาพแล้วรู้สึกดี เจริญหูเจริญตา แทบหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
“ผมชอบพาน้องพีทมากินร้านนี้ครับ บรรยากาศดี อาหารก็อร่อยด้วย”
“ค่ะ” เธอรับคำยิ้มๆ ไม่รู้จะพูดอะไรกับเขาดี
พายัพมองสบตากับลูกชาย เจ้าตัวดีอยากให้เขาจีบคุณครูสาว แต่เขาก็เฉยๆ คิดว่าลูกชายตัวน้อยคงชอบคุณครูประจำชั้นเพราะใจดีเลยหลงรักเป็นธรรมดา เดี๋ยวพอเลื่อนชั้นไปเรียนกับคุณครูคนใหม่ ก็คงจะหลงรักอีกคน ถ้าเขาบ้าจี้จีบครูประจำชั้นของลูกชายทุกคน เขาคงมีเมียมากกว่าหนึ่งโหลแน่ๆ
“คุณครูคงรักเด็กมากนะครับ เลยมาเป็นครู”
“เรียกฟ้าดีกว่าค่ะ เรียกคุณครูฟังดูเป็นทางการไปหน่อยน่ะค่ะ”
“ครับคุณฟ้า”
“ฟ้ามาช่วยคุณแม่ดูแลโรงเรียนน่ะค่ะ แล้วก็ชอบอยู่กับเด็กๆ เลยมาสอนหนังสือเด็กๆ ด้วยค่ะ”
พายัพถึงบางอ้อ ที่แท้เธอก็คือบุตรสาวของภคินีนี่เอง เขาค่อนข้างจะสนิทกับมารดาของเธอ แต่เคยได้ยินท่านบอกว่าบุตรสาวไปอยู่กับยายและเรียนอยู่กรุงเทพฯ แต่เด็ก
“น้องพีทเล่าเรื่องคุณให้ผมฟังทุกวันเลยนะครับ”
“เล่าว่ายังไงเหรอคะ”
เธออมยิ้มถามอย่างอยากรู้
“ประมาณว่าคุณฟ้าใจดี น่ารัก พูดเพราะ แล้วก็สวยน่ะครับ”
พายัพพูดแล้วอมยิ้ม เขาว่าฟ้าใสสวยและน่ารักมากๆ อย่างที่บุตรชายพูดจริงๆ
“ยอกันเกินไปแล้วนะคะ”
พศินอมยิ้มเมื่อเห็นบิดาคุยกับคุณครูคนสวยคุยกันถูกคอ เด็กน้อยปีนขึ้นไปบนตักก่อนจะกระซิบที่หูของบิดา
“น้องพีทชอบคุณครูพี่ฟ้าครับ อยากได้มาเป็นคุณแม่”
กระซิบกระซาบเสียงเบามาก ฟ้าใสไม่ได้ยินแต่เธอก็อยากรู้ว่าเด็กน้อยกระซิบว่าอะไร
“เอาไว้พ่อคิดดูก่อนนะครับ”
พายัพแบ่งรับแบ่งสู้ จู่ๆ จะให้เขาบุ่มบ่ามไปจีบก็ใช่เรื่อง อีกอย่างหากคนตรงหน้ามีแฟนแล้ว เขาได้หน้าแตกยับเยิน
“คุณครูพี่ฟ้ามีแฟนหรือยังครับ”
เด็กชายตัวน้อยรีบเอ่ยถาม บิดาจะได้มั่นใจและมีกำลังใจในการจีบ
“มีแล้วจ้ะ”
คำตอบของคุณครูคนสวยทำให้น้องพีทหรือเด็กชายพศินกะพริบตาปริบๆ หน้าหมองลงในทันที คนที่ยังไม่ได้ตบปากรับคำว่าจะจีบก็รู้สึกหมดหวังไปทันที
ฟ้าใสโกหกคำโต เธอเพิ่งเลิกกับแฟนหนุ่มและหนีมาอยู่ที่นี่ เขาตามมา แต่เธอไม่คุยด้วย เธอไม่อยากจะมีรักครั้งใหม่ เพราะเข็ดกับครั้งก่อน จึงจำต้องบอกไปว่ามีแฟนแล้ว
“จริงๆ เหรอครับ”
เด็กน้อยเอ่ยถามตาละห้อย อยากได้คนตรงหน้ามาเป็นมารดาจริงๆ เพราะผู้หญิงคนอื่นไม่รักตนเท่าฟ้าใส
“อาหารมาแล้วครับ เรากินกันเลยดีกว่า น้องพีทหิวแล้วใช่ไหม”
พายัพหันไปถามลูกชาย อีกฝ่ายพยักหน้า แต่หน้าหมองๆ นั้นทำให้เขานึกสงสาร
“ฟ้าขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ”
ฟ้าใสบอกสองพ่อลูก ก่อนจะเดินเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ
“เดี๋ยวพ่อจีบคนอื่นให้”
พายัพก้มลงไปกระซิบที่ริมหูเล็กๆ เด็กน้อยรีบส่ายหน้าให้บิดาในทันที
“ทำไมละครับ”
“จะเอาคนนี้ครับ คุณครูพี่ฟ้าใจดี รักผมมากๆ ด้วย ผู้หญิงคนอื่นไม่รักผม”
“ผู้หญิงคนอื่นของพ่อไม่รักน้องพีทยังไงครับ”
“พวกเขาไม่รักน้องพีท น้องพีทรู้”
สีหน้าท่าทางยิ้มแย้มก็จริง แต่พอลับหลังยบิดาพวกเธอก็ทำท่ารำคาญ ไล่ให้ไปนั่งไกลๆ ไม่อยากกอดหอมเหมือนอยู่ต่อหน้าบิดา แถมยังจิกตาน่ากลัวใส่ตนด้วย นั่นทำให้พศินไม่อยากมีมารดาเลี้ยงใจร้ายแบบนั้น
“คุณครูฟ้าใสมีแฟนแล้วนะครับ น้องพีทจะให้คุณพ่อไปแย่งแฟนคนอื่นหรือไง”
“น้องพีทรู้ครับ”
เด็กชายตัวน้อยก้มหน้าถอนใจอย่างเสียดาย
“ถ้าไม่มีผู้หญิงคนไหนรักน้องพีทจริง พ่อก็จะไม่แต่งงานดีไหมครับ”
“ดีครับ”
น้องพีทรีบพยักหน้าให้บิดาในทันที แต่ก็ยังหน้าม่อย อยากได้ฟ้าใสเป็นมารดาเลี้ยงอยู่ดี
ฟ้าใสเดินกลับมาด้วยรอยยิ้ม สองพ่อลูกตักอาหารให้อย่างเอาใจ เธอกล่าวขอบคุณและตักอาหารป้อนให้เด็กน้อยด้วย
พายัพมองกิริยานุ่มนวลของคุณครูสาวแล้วนึกเสียดายอยู่มากเช่นกัน เขาเองก็รู้สึกดีกับคนตรงหน้า แม้จะเพิ่งเจอกันก็ตามที
หลังรับประทานอาหารเสร็จสิ้น เขาก็ไปส่งหญิงสาวที่คอนโดในตัวเมือง
พอฟ้าใสลงจากรถ อดีตแฟนหนุ่มก็ปรี่เข้ามากระชากแขนเธอแรงๆ
“นพ!”
เธออุทานอย่างตกใจ ก่อนจะสะบัดแขนจนหลุด เขาเป็นเคยเป็นแฟนเธอ แต่นอกใจไปมีอะไรกับเพื่อนรัก เธอเลยบอกเลิกเขา ไม่คิดว่านพฤทธิ์จะตามมาถึงที่นี่
“เลิกกับนพไม่กี่วันมีแฟนใหม่แล้วเหรอฟ้า”
“มันไม่เกี่ยวกับนพ”
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”
พายัพลงมาจากรถยนต์ เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด และตรงเข้าปกป้องหญิงสาว
“เรื่องของผัวเมียอย่ามาเสือก”
นพฤทธิ์ตวาดกลับ พายัพอึ้งไป แต่เขาเห็นท่าทีของคนทั้งคู่ก็ยังยืนคุมเชิงอยู่
“เขาไม่ได้เป็นอะไรกับฟ้าค่ะ”
“ไม่ได้เป็นอะไรกันเหรอฟ้า นี่เธอคิดว่าฉันจะปล่อยเธอไปอย่างนั้นเหรอ”
“นพนอกใจไปมีคนอื่นก่อน เราเลิกกันแล้ว อย่ามายุ่งกับฟ้าอีกเลย”
“ไม่ได้ นพไม่ยอมเสียเธอไปให้ใครเด็ดขาด”
นพฤทธิ์ตรงเข้ากระชากแขนของหญิงสาวอีกรอบ แต่พายัพเข้าขวางเอาไว้ ผลักอกอีกฝ่ายท่าทีปกป้อง
“ผู้หญิงเขาไม่เล่นด้วย คุณก็ควรปล่อยเธอไป เป็นสุภาพบุรุษหน่อยสิครับ”
“ปล่อยไปอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทางเสียหรอก”
นพฤทธิ์คว้าปืนจากกระเป๋าเล็งมาที่คนทั้งสอง ฟ้าใสตกใจจนหน้าซีดเผือด ไม่คิดว่าอดีตคนรักจะคิดฆ่าแกงกันแบบนี้
“ใจเย็นๆ ถึงคุณจะยิงพวกเราตายคุณก็ไม่รอด”
“ไม่รอดอะไรวะ ติดคุกเหรอ กูไม่กลัวหรอกโว้ย! แต่ขอให้มึงสองตัวไปลงนรกซะ”
ฟ้าใสอ้าปากค้างกับสิ่งที่อดีตแฟนหนุ่มพ่นออกมา หยาบคายเหลือเกิน เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน ดีที่หูตาสว่าง และจับได้ว่าอีกฝ่ายนอกใจ เธอจึงได้เลิกกับเขา ไม่เช่นนั้นถ้าเกิดหลวมตัวแต่งงานกันไป ชีวิตคงแย่
“คุณพ่อ”
พศินเปิดประตูรถลงมาด้วยความสงสัย ในจังหวะนั้นที่นพฤทธิ์หันไปดู พายัพจึงตรงเข้ายื้อแย่งปืนในมือของอีกฝ่าย
ยามรักษาความปลอดภัยรีบปรี่เข้าช่วยเหลือ แต่ไม่กล้าเข้าไปขวาง เพราะคนทั้งสองกำลังแย่งปืนกันอยู่
ต่อสู้กันไปแล้วปืนก็ลั่น กระสุนยิงเข้าที่ขาของพายัพแต่ไม่ได้โดนจุดสำคัญ
ปัง!
ร่างของพายัพร่วงลงไปกองลงกับพื้น ในขณะที่นพฤทธิ์รีบวิ่งหนีเนื่องจากเห็นเลือด
“คุณพายัพคะ ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย”
“คุณพ่อ”
เสียงเล็กๆ ของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้นอย่างตกใจเช่นกัน พนักงานรักษาความปลอดภัยรีบเรียกรถพยาบาลมาโดยด่วนเพื่อนำตัวพายัพส่งโรงพยาบาล
ไปถึงโรงพยาบาลเด็กชายตัวน้อยก็งอแงจะเข้าไปดูบิดาท่าเดียว เพราะเห็นบิดามีเลือดไหล กลัวจะเป็นอะไรไป
“น้องพีททำใจดีๆ เอาไว้นะคะ คุณพ่อจะต้องไม่เป็นอะไรจ้ะ”
เธอกอดร่างน้อยสั่นเทาที่ซบอยู่กับอก เด็กน้อยร้องไห้งอแง น้ำหูน้ำตาไหล ร่ำร้องจะเข้าไปหาบิดาท่าเดียว
“คุณพ่อจะเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นถามดวงตาแดงก่ำ
“คุณพ่อต้องไม่เป็นอะไรจ้ะ เชื่อคุณครูสิคะ”
“คุณครูพี่ฟ้าไม่หลอกน้องพีทใช่ไหมครับ”
“ไม่จ้ะเด็กดี คุณพ่อเป็นคนดีต้องไม่เป็นอะไรนะจ๊ะ”
เธอลูบศีรษะเด็กน้อยไปมา ใจก็นึกห่วงคนที่โดนยิงอยู่ในห้อง แต่ปากก็ต้องพูดปลอบใจคนที่ซุกอยู่กับอกให้หายขวัญเสีย
“คุณหมอคะ คุณพายัพเป็นยังไงบ้างคะ”
ฟ้าใสรีบปรี่เข้าไปถามเมื่อคุณหมอออกมาจากห้องผ่าตัด
“ปลอดภัยแล้วครับ”
คำตอบของคุณหมอทำให้ฟ้าใสกอดร่างน้อยที่ยิ้มดีใจในทันที
“เราไปเยี่ยมคุณพ่อกันนะครับ”
เด็กน้อยรีบเขย่ามือเร่งเร้าอยากเข้าไปเยี่ยมบิดาใจจะขาด ฟ้าใสยิ้มให้คนตัวเล็กตรงหน้า ก่อนจะจูงมืออีกฝ่ายพาไปยังห้องพักฟื้นของพายัพ
ฟ้าใสโทรไปแจ้งข่าวทั้งหมดกับมารดา ท่านตกใจไม่น้อย แต่พอรู้ว่าทุกคนปลอดภัยก็โล่งใจ
“ควรแจ้งตำรวจนะลูก ไม่อย่างนั้นเขาจะกลับมาทำร้ายอีก”
คุณภคินีบอกบุตรสาว ฟ้าใสรับคำ คุยกับมารดาอีกไม่กี่คำก็ต้องวางสาย ท่านให้เธอลาพักจัดการเรื่องราวทุกอย่างให้เรียบร้อย เพราะวันรุ่งขึ้นจะมีคุณครูคนใหม่เข้ามาช่วยสอนหนังสือเด็กอนุบาลแทน
คนที่นอนหลับไปฟื้นขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว เขากะพริบมองลูกชายตัวน้อยกับคุณครูสาวที่นั่งอยู่ข้างเตียง
“คุณพ่อฟื้นแล้ว”
น้ำเสียงดีใจของเด็กน้อยทำให้ฟ้าใสยิ้มกว้างในทันที
“เป็นยังไงบ้างคะคุณพายัพ”
“ผมโอเคครับ”
“คุณคงต้องนอนพักฟื้นอีกหลายวันเลยนะคะ”
เธอมีสีหน้าขออภัยเขา แต่เขาส่ายหน้าไปมาบอกว่าไม่เป็นอะไร
“ดีเหมือนกันนะครับ ผมทำงานหนัก ไม่เคยได้พักเลย ได้พักเสียบ้างก็ดี”
เขาพูดติดตลก ทำเธอยิ้มกว้างในทันที
“แต่พักแบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะคะ ถ้าอยากพักจริงๆ ควรไปพักผ่อน ไปเที่ยวแบบนั้นมากกว่า”
“คุณฟ้าอย่าคิดมากเลยครับ ผมไม่เป็นอะไรหรอก แต่ผมมีเรื่องจะรบกวนคุณฟ้าหน่อยนะครับ”
“พูดมาเลยค่ะ ฟ้าเต็มใจ เพราะคุณช่วยฟ้าเอาไว้ ถ้าไม่ได้คุณ ฟ้าคงแย่แน่ๆ”
“ผมฝากน้องพีทด้วยนะครับ ที่บ้านไม่มีใคร แม่แกก็ไม่อยู่”
“ได้สิคะ”
“คุณพ่อครับ หายเร็วๆ นะครับ”
เด็กชายพศินเอามือป้อมๆ ลูบใบหน้าของบิดาไปมาด้วยความห่วงใย
“เรามีกันแค่สองพ่อลูกน่ะครับ”
“ไม่มีปัญหาเลยค่ะ เดี๋ยวฟ้าจะดูแลน้องพีทให้เอง”
เธอรับปากด้วยความเต็มใจเพราะเขาช่วยชีวิตเธอเอาไว้
เสียงเคาะประตูห้องเปิดเข้ามา พร้อมร่างอวบอิ่มของคุณภคินี
“เป็นยังไงบ้างพาย”
เสียงทักทายของท่านทำให้พายัพตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสุภาพ เขารู้จักกับภคินีเป็นอย่างดี เพราะบุตรชายไปเรียนที่นั่นตั้งแต่เตรียมอนุบาล และเป็นเพื่อนกับมารดาของเขา
ส่วนฟ้าใสนั้นเขาเพิ่งรู้จักเธอเนื่องจากเธอเพิ่งมาทำงานที่โรงเรียนเพียงไม่กี่วัน ตามที่เธอเล่าว่ามาช่วยมารดาดูแลโรงเรียน แล้วก็นึกสนุกอยากสอนหนังสือเด็กๆ ไปด้วย เพราะชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
“ผมไม่เป็นอะไรแล้วครับ ขอบคุณมากนะครับที่มาเยี่ยม”
“ป้าต่างหากละ ต้องขอบใจพายมากๆ ที่ช่วยลูกสาวป้าเอาไว้ ส่วนน้องพีทไม่เป็นไรนะจ๊ะ เราจะช่วยดูแลให้”
คุณภคินีรู้ดีว่าพายัพอยู่กับลูกแค่สองคน ที่บ้านไม่มีใคร ท่านเลยเอ่ยปากออกไปเช่นนั้น
“ผมต้องขอบคุณมากๆ นะครับ”
“ไม่เป็นไรๆ เราช่วยฟ้าใสเอาไว้ ถ้าไม่ได้เรา ไม่รู้จะเป็นยังไง”
คุณภคินีอยู่คุยกับคนป่วยและบุตรสาวอีกครู่ก่อนตัวขอตัวกลับ ฟ้าใสจึงเดินไปส่งมารดาที่รถ
“ฟ้าอาจจะต้องอยู่ดูแลคุณพายัพจนกว่าเขาจะหายดีนะคะคุณแม่ เพราะคุณพายัพไม่มีใคร”
“แม่รู้จ้ะ”
“คุณแม่ดูสนิทกับคุณพายัพจังเลยนะคะ”
“คุณพายัพเป็นลูกชายของเพื่อนรุ่นพี่แม่เองจ้ะ”
“ฟ้าไม่เคยรู้มาก่อน”
“เราน่ะเอาแต่เรียนหนังสือจะไปรู้อะไร แถมไปอยู่กับยายที่กรุงเทพฯ แต่เด็ก”
ท่านยิ้มให้อย่างเอ็นดู แม้ไม่ได้เลี้ยงฟ้าใสแต่เด็ก แต่ครอบครัวของเธอเลี้ยงลูกแบบคุยกันได้ทุกเรื่อง เป็นเพื่อนเป็นกันเอง ฟ้าใสมีอะไรจึงเล่าให้ฟังตลอด
“เสียดายภรรยาของคุณพายัพจากไปแล้วนะคะ น้องพีทเลยกำพร้าแม่”
“จริงๆ ต้องเรียกว่าน้องพีทกำพร้าทั้งพ่อทั้งแม่ถึงจะถูก”
“หมายความว่ายังไงคะคุณแม่”
“น้องพีทน่ะจริงๆ ไม่ใช่ลูกของพายเขาหรอก แต่เป็นลูกของพี่ชายกับพี่สะใภ้ ทั้งสองประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตั้งแต่น้องพีทคลอด พายเลยรับน้องพีทเป็นลูก และไม่เอ่ยถึงอุบัติเหตุนั้นอีก ให้น้องพีทเข้าใจว่าตัวเองเป็นพ่อและมารดาเสียชีวิตไปแล้ว”
“ทำไมต้องโกหกด้วยละคะ”
“แม่ของน้องพีทน่ะมีชู้ พันศักดิ์เลยขับรถตามเมียกับชู้ไปจนเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำตาย พายเลยไม่อยากพูดถึงพี่สะใภ้ให้ลูกฟัง แค่ให้น้องพีทรู้ว่ามีลุงที่เสียชีวิตไปนานแล้ว”
“สงสารน้องพีทจังเลยนะคะ”
“แม่ก็สงสาร และรู้จักครอบครัวนี้ พ่อแม่ของพายก็ตายไปนานแล้ว เหลือแต่พายที่ต้องดูแลธุรกิจของครอบครัวเพียงคนเดียว น้องพีทเลยค่อนข้างจะขาดคนดูแล แม้พายเขาจะให้ความรักลูกเต็มที่ แต่เด็กที่ขาดแม่ก็ย่อมโหยหาความรักจากแม่เป็นธรรมดา ถ้าหนูช่วยอะไรเขาได้ก็ช่วยนะลูก อย่างน้อยเขาก็มีบุญคุณกับหนู”
“ค่ะคุณแม่”
ฟ้าใสรับปากมารดา เธอเลยอยู่โยงเฝ้าไข้คนป่วยแทนการจ้างพยาบาลพิเศษ ส่วนน้องพีทเธอก็จัดการอาบน้ำอาบท่า ป้อนข้าวและพาไปส่งโรงเรียนทุกวัน นับวันเข้าน้องพีทยิ่งติดเธอ เธอเองก็ทำตัวเหมือนคุณแม่เข้าไปทุกวัน
“หลายวันมานี่คุณฟ้าคงเหนื่อยแย่”
คนป่วยที่นั่งมองเธอปอกผลไม้อยู่บนเตียงพูดขึ้นอย่างเกรงใจ
“ไม่เห็นต้องเกรงใจเลยค่ะ คุณช่วยชีวิตฟ้าเอาไว้”
“น้องพีทติดคุณมากเลยนะครับ อยากได้คุณเป็นแม่จริงๆ”
“อุ๊ย!”
เธออุทาน มีดปอกผลไม้บาดมืออย่างไม่ตั้งใจ
“ขอโทษครับ ผมทำให้คุณโดนมีดบาดเลย”
เขารีบพยุงตัวเองมาดูแผลให้เธอ แต่เธอบอกว่าไม่เป็นอะไร ก่อนจะจัดการห้ามเลือดและไปทำแผล
“เมื่อครู่ผมขอโทษนะครับ”
เขาพูดอย่างสำนึกผิด ขณะเธอทำแผลเสร็จแล้วและเดินเข้ามาในห้องพักฟื้น
“ไม่ต้องขอโทษฟ้าหรอกค่ะ ฟ้าเองก็เอ็นดูน้องพีทเหมือนกัน แกขาดแม่ก็คงอยากมีแม่เป็นธรรมดาน่ะค่ะ”
“แล้วเอ่อ... คือผมก็ยังไม่มีแฟนน่ะครับ”
คนพูดลูบท้ายทอยไปมา อาการของเขาดีขึ้นมากแล้ว เลยพอจะขยับร่างกายได้ไม่ปวดแผลเหมือนก่อน ใบหน้าของเขาขึ้นสีเรื่อ ขณะพูดกับคนตรงหน้า
“คะ?”
เขายังไม่มีแฟนแล้วมาบอกเธอทำไมกัน ฟ้าใสมองหน้าเขาก่อนจะหน้าแดงเมื่อเริ่มเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด
“คือคุณฟ้าลองคบกับผมไหมครับ”
“คะ?”
เธอมองเขาตาปริบๆ หัวใจเต้นแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาคงพูดเล่นใช่ไหม”
“ผมพูดจริงๆ ครับ คือน้องพีทชอบคุณ ผมเองก็ไม่เคยมีใครเป็นตัวเป็นตน ผมชอบคุณมาก เราลองมาคบกันไหมครับ”
“ฟ้าขอคิดดูก่อนได้ไหมคะ”
“ครับ ผมไม่ได้เร่งรัดครับ อายุก็ขนาดนี้แล้ว”
เขาพูดเก้อๆ กลัวเธอปฏิเสธ แต่อย่างน้อยเธอก็ขอเวลาคิด แสดงว่าก็ยังไม่ได้ปฏิเสธเขาในคราเดียว
“คุณครูพี่ฟ้าครับ คิดถึงจังเลย”
เสียงของเด็กน้อยขัดจังหวะคนทั้งคู่ พศินวิ่งเข้ามากอดขาของฟ้าใสเอาไว้อย่างประจบประแจง คนที่พาเด็กน้อยมาโรงพยาบาลคือมารดาของเธอนั่นเอง
“สวัสดีค่ะคุณแม่”
พายัพยกมือไหว้ผู้มาใหม่ไม่ต่างจากฟ้าใส
“แม่อยากมาเยี่ยมพายัพน่ะ เลยพาน้องพีทมาด้วยเสียเลย หนูจะได้ไม่ต้องไปรับไง”
ปกติฟ้าใสต้องไปรับพศินที่โรงเรียนทุกวันพามาเยี่ยมบิดา อาบน้ำ สอนการบ้านและพาเข้านอน ห้องพิเศษที่โรงพยาบาลอาจจะไม่สบายเหมือนบ้าน แต่เด็กน้อยมีความสุขที่ได้อยู่กับบิดาและคุณครูพี่ฟ้า แค่นี้เพียงพอแล้วสำหรับเด็กตัวเล็กๆ ที่อยากมีครอบครัวอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนคนอื่นเขา แม้จะรู้ว่าฟ้าใสไม่ใช่มารดา แต่เด็กน้อยกลับคิดเสมือนว่าอีกฝ่ายเป็นมารดา และตัวเองก็มีแม่เหมือนคนอื่นเขาแล้ว
“อาการเป็นยังไงบ้างจ๊ะ”
“ผมโอเคขึ้นมากแล้วครับ ไม่กี่วันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว นั่งๆ นอนๆ ผมชักจะเบื่อแล้วเหมือนกัน เกรงใจคุณฟ้าด้วยน่ะครับ”
“อาการดีขึ้นก็ดีแล้ว เรียกยัยฟ้าว่าคุณอะไรกัน เราก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันเสียหน่อย”
“ครับ”
เขายิ้มรับ ฟ้าใสไม่ได้ว่าอะไร เธอเองก็อยากทำตัวสนิทกับเขาให้มากกว่านี้ แต่ไม่กล้าเอ่ย
“งั้นป้าไปก่อนนะ ขอให้ดีวันดีคืนแล้วกัน ป้าซื้อของมาเยี่ยมเยอะแยะ กินบำรุงมากๆ จะได้แข็งแรง”
“ขอบคุณครับคุณป้า”
พายัพยกมือไหว้ ฟ้าใสเดินไปส่งมารดาหน้าห้อง เพราะท่านโบกไม้โบกมือว่าไม่ต้องไปส่งถึงรถก็ได้ ท่านเดินไปเองได้ ฟ้าใสจึงส่งมารดาแค่หน้าลิฟต์
ฟ้าใสเข้าห้องพักผู้ป่วย ก่อนจับเด็กน้อยอาบน้ำและรับประทานมื้อเย็นพร้อมกันกับคนป่วย
หลังจากนั้นก็สอนการบ้านและพาเด็กน้อยเข้านอน เธอห่มผ้าให้ร่างอ้วนกลมที่หลับปุ๋ยไปพร้อมกับตุ๊กตา ปากอิ่มจรดที่หน้าผากเล็กๆ อย่างเอ็นดูระคนรักใคร่
เด็กน้อยกอดมือฟ้าใสเอาไว้ อมยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนกับฝันดี
“อิจฉาน้องพีทจังเลยครับ”
คนป่วยที่เดินเหินลงมาจากเตียงได้แล้วเอ่ยขึ้น เธอหันไปมองก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม
“อิจฉาทำไมเหรอคะ”
“อยากโดนจุ๊บหน้าผากก่อนนอน แล้วบอกว่าฝันดีบ้างน่ะครับ”
คนพูดแอบเกี้ยวคนตรงหน้า ฟ้าใสหน้าแดงก่อนจะค้อนให้คนป่วย
“หมอบอกว่าเดี๋ยวคุณก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วนะคะ”
“ครับ ดีใจที่จะได้ออกจากโรงพยาบาล แต่ตอนนี้ไม่อยากออกจากโรงพยาบาลซะแล้วสิครับ”
“ทำไมละคะ”
“ออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ไม่ได้เห็นหน้าน้องฟ้าทุกวันแบบนี้สิครับ”
“แน่ะ! ทำยังกับว่าจะไม่ไปรับน้องพีทที่โรงเรียนนะคะ ไปรับน้องพีทก็เจอฟ้าแล้วค่ะ”
“แต่อยากเจอแบบอยากอยู่ด้วยกันแบบนี้น่ะครับ พี่ต้องทำยังไงครับ”
เขาเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ก่อนจะยกมือเธอขึ้นมากุมเอาไว้
“จะจีบฟ้าเหรอคะ”
“ครับ กำลังจีบอยู่นี่แหละ จนกว่าน้องฟ้าจะยอมเป็นแฟนด้วย”
“ขอเวลาคิดก่อนสิคะ”
“ก็ให้คิดครับ ระหว่างนี้ก็จีบไปพลางๆ ก่อน”
เขายกมือเธอขึ้นมาจุมพิตเบาๆ ตรงหลังมือ มองสบตาเธอด้วยความรู้สึกเสน่หา
“อยากจีบก็จีบไปสิคะ ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”
เธอเขินอาย ดึงมือหนี หันหลังให้เขา แต่สัมผัสได้ถึงอ้อมแขนอบอุ่นที่กอดแนบมาจากทางด้านหลัง
“ขอบใจนะที่มาดูแลพี่ทุกวัน”
“พี่พายช่วยชีวิตฟ้าเอาไว้นี่คะ”
เธอยอมให้เขากอด หัวใจเต้นแรงแทบกระหน่ำออกมานอกอก
“แค่ช่วยชีวิตเองเหรอครับ ไม่ได้คิดอะไรกับพี่สักนิดเลยเหรอ”
เขาหมุนร่างเธอมาหา คนเขินอายไม่กล้าสบตา
“ไม่คิดสักนิดเลยเหรอ”
เขาเชยคางมนให้แหงนขึ้นสบตา ถามซ้ำอย่างอยากรู้ เธอหน้าร้อนผ่าว หลบตาเขาอีกครั้ง ในขณะที่เขาก้มลงมาเพื่อจะจุมพิต กลายเป็นเขาพลาดไปหอมแก้มเธอแทน
“อุ๊ย!”
“ฟ้ารักน้องพีทไหมครับ”
เขาเอ่ยถาม เธอพยักหน้าก่อนตอบเสียงสั่นๆ
“รักค่ะ น้องพีทน่ารัก น่าเอ็นดูมากๆ และก็น่าสงสารด้วยค่ะ แกอยากมีแม่”
“แล้วไม่อยากเป็นแม่จริงๆ ของน้องพีทเหรอครับ”
“เอ่อ...”
เล่นถามเธอแบบนี้จะให้ตอบว่ายังไงกันล่ะ
“แล้วพ่อของน้องพีทละครับ รักหรือเปล่า”
“ถามกันแบบนี้จะให้ตอบว่ายังไงละคะ”
“ตอบกว่ารักและเอ็นดูคนไม่มีเมียคนนี้หรือเปล่า ใจอยากมีเมียกับเขาเหมือนกันนะครับ แต่พอผู้หญิงเห็นว่าพี่มีลูกติด ก็ไม่มีใครจริงจังด้วย น้องฟ้าจะเมตตาพ่อหม้ายลูกติดแบบพี่ไหมครับ”
แม้พศินจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ก็คือลูก ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่อยากมีลูกติด บางคนก็แค่อยากได้เขาแต่ไม่อยากได้ลูก เขาสงสารพศินเลยไม่ยอมแต่งงานสักที ชาติกำเนิดของพศินน่าสงสารมากพอแล้ว เขาไม่อยากสร้างปมให้เด็กอีก
“ไม่ได้รังเกียจค่ะ แต่ขอคิดก่อนสิคะ”
เธอตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ แม้ใจจะเอนเอียงไปทางเขาอยู่มาก แต่เพราะยังอยากดูกันไปเรื่อยๆ ไม่อยากรีบร้อน
“ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ถ้าพี่แวะไปหาที่คอนโดได้ไหมครับ เผื่อน้องพีทอยากจะเที่ยว”
“น้องพีทอยากเที่ยวก็ชวนฟ้าไปเป็นเพื่อนได้ค่ะ”
“แล้วถ้าพ่อน้องพีทอยากเที่ยว ก็ชวนได้ใช่ไหมครับ”
“ชวนได้ค่ะ”
เธอตอบรับแล้วยิ้ม เขาไล้แก้มสาวไปมา รอบนี้กดจุมพิตลงไปบนกลีบปากหวาน โดยที่เธอหลบไม่ทัน