ภาพปกนิยาย หมอปีศาจพันหน้า

หมอปีศาจพันหน้า

9.6 / 10.0
ใต้หน้ากาก ‘หมอปีศาจพันหน้า’ ผู้ลึกลับที่มีชื่อเสียงสะท้านยุทธภพด้วยวิชาแพทย์ที่สามารถปลุกคนตายให้ฟื้นคืนชีพได้ แท้จริงแล้วคือ หลินจื่อเยว่ หญิงสาวที่ข้ามภพมาเป็นศิษย์เอกลำดับที่สิบแห่งหุบเขาเทวะ ทว่าชีวิตของนางต้องพลิกผันเพียงเพราะความประมาทหลังดื่มสุราจนขาดสติ นำไปสู่ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับบุรุษรูปงามปริศนาที่นางจำไม่ได้แม้แต่ชื่อ ผลจากความผิดพลาดในคืนนั้นทำให้มีเจ้าก้อนแป้งตัวน้อยถือกำเนิดขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ แม้ตัวตนของพ่อของลูกจะยังคงเป็นปริศนาและไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน แต่นางก็ตั้งมั่นที่จะปกป้องและเลี้ยงดูลูกน้อยคนนี้ด้วยความรักและวิชาความรู้ทั้งหมดที่มีเพียงลำพัง

หมอปีศาจพันหน้า ตอนที่ 1

ภายในห้องทดลองขนาดใหญ่ ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อให้ทำการทดลองและวิจัยยาตัวหนึ่ง การวิจัยและการทดลองกำลังเดินทางมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งหมายถึงเป็นการจบหน้าที่ที่พวกเขากรำกันมาแรมปีแล้ว

“เยว่เจี่ย ไปพักก่อนเถอะ พี่อยู่ตรงนี้มาตั้งแต่เช้าแล้วนะ เดี๋ยวฉันดูให้เอง” หญิงสาวหน้าตาน่ารักในชุดกาวน์สีขาวเดินเข้ามาบอกกับผู้ที่เป็นหัวหน้า และเป็นเสมือนพี่สาวเธออีกคน

หลินจื่อเยว่ผละสายตาออกจากชาร์ตการทดลองหันไปมองเด็กสาวแล้วคลี่ยิ้มบางออกมาให้หนึ่งสาย

“อาซิน แล้วเธอกินข้าวแล้วเหรอ ถึงจะมาสลับกับพี่”

“กินแล้วสิ ฉันน่ะไม่ยอมหิ้วท้องรอหรอกนะ”

ซินเหลียนถือวิสาสะแย่งแผ่นชาร์ตในมือมา พร้อมกับใช้สองมือดันหลังหลินจื่อเยว่ให้ออกจากห้องทดลองไปพักผ่อน ทว่ายังไม่ทันที่ร่างบางจะได้ขยับไปทางไหน พลันเสียงที่คล้ายกับกระแสไฟฟ้าชอร์ตก็ดังขึ้น เรียกสายตาของสองสาวให้หันไปมองทางเดียวกัน ทว่ายังไม่ทันได้ตั้งตัวเสียงระเบิดก็ดังขึ้น

ตู้ม!!!!

แรงระเบิดรุนแรงจนพังครืนไปทั้งชั้น กลุ่มควันที่ขาวพวยพุ่งออกมาเป็นที่น่าตระหนกของประชาชนในเมืองเป็นอย่างมาก

นัยน์ตาคู่สวยของหลินจื่อเยว่เบิกโพลงมองเห็นประกายไฟที่พวยพุ่งออกมา พร้อมกับร่างเธอที่ค่อย ๆ กระเด็นออกไปจากแรงอัดของระเบิด ก่อนที่ภาพทุกอย่างในครรลองสายตาจะกลายเป็นสีดำมืดสนิทไปเสีย พร้อมกับสติของเธอที่ค่อย ๆ ดับลง...

หุบเขาเทวะ

เท้าเรียวเล็กค่อย ๆ ย่องออกจากเรือนไม้ช้า ๆ เหยียบย่างไปบนพื้นไม้ด้วยความเบาหวิว ทว่าขณะที่กำลังย่างเหยียบไปอีกก้าวก็พลันชะงักค้างเอาไว้ พลางหันไปมองด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยเรียกขึ้น

“น้องสิบ นั่นเจ้าจะไปที่ใดกัน เหตุใดต้องทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เช่นนี้” บุรุษในอาภรณ์สีขาวสะอาดนามว่า ‘เจินเฉียง’ เอ่ยขึ้น

“ศิษย์พี่ห้า~ ศิษย์พี่อย่าเสียงดังไปสิเจ้าคะ เดี๋ยวศิษย์พี่ใหญ่ก็ได้ยินเข้าพอดี”

“แล้วเหตุใดต้องกลัวศิษย์พี่ใหญ่รู้ด้วยเล่า เจ้าเด็กคนนี้แปลกคนจริง” เจินเฉียงส่ายหน้าน้อย ๆ เมื่อไม่เข้าใจในปฏิกิริยาของศิษย์น้อง ซึ่งเป็นสตรีเพียงคนเดียวในบรรดาศิษย์ทั้งหมด

“แหะ ข้าสัญญากับศิษย์พี่ใหญ่เอาไว้ว่า ห้าวันนี้ข้าจะมิออกไปข้างนอก เป็นตายเช่นไรก็จะไม่ออกไป แต่ศิษย์พี่ห้าท่านลองคิดดูสิเจ้าคะ จะมีชาวบ้านอีกกี่สิบคนที่กำลังป่วยรอการรักษา ศิษย์พี่ห้าก็รู้ว่าชาวบ้านหลายคนมิได้มีเงินมากมายพอจะซื้อยา หวังพึ่งหมอเช่นเราเข้าช่วยเหลือ หากหนึ่งวันมีคนป่วยสามคน ห้าวันจะมิกลายเป็นสิบห้าคนเลยหรือ”

หญิงสาวพยายามงัดทุกอย่างหวังจะโน้มน้าวใจศิษย์พี่ห้าของนาง สุดท้ายก็ใช้จังหวะที่เจินเฉียงครุ่นคิดตามวิ่งออกไปจากเรือนอย่างรวดเร็ว

“น้องสิบ เจ้า...” เจินเฉียงกว่าจะรู้ตัว น้องสิบของเขาก็วิ่งออกนอกสำนักไปแล้ว

หลินจื่อเยว่เมื่อวิ่งพ้นออกมาจากประตูใหญ่ก็หันไปมองด้านหลัง สำนักหมอเทวดาแห่งหุบเขาเทวะ เป็นบ้านหลังแรกของนางเลยก็ว่าได้ นางคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะเดินลงเขาไปเรื่อย ๆ หมายจะใช้โอกาสนี้ท่องยุทธภพไปเรื่อย ๆ และใช้วิชาความรู้ด้านการแพทย์และยาสมุนไพรที่ได้รับการถ่ายทอดจากท่านอาจารย์มาใช้รักษาคนไข้ โดยไม่รู้เลยว่าครั้งนี้นางจะมิอาจหวนคืนสำนักหมอเทวดาแห่งหุบเขาเทวะได้อีกแล้ว

‘สวีไห่’ ศิษย์คนโตของสำนักในอาภรณ์ขาวสะอาดยืนมองร่างเล็กเดินออกไปช้า ๆ จนลับตาก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา

‘สวรรค์ลิขิต ทุกชีวิตมิอาจฝืนชะตา จนกว่าเราจะได้พบกันใหม่’

สวีไห่ยกมือซ้ายขึ้นไพล่ด้านหลังแล้วเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไปเงียบ ๆ รู้ดีว่าที่หลินจื่อเยว่ให้คำมั่น นางมิอาจกระทำได้ เพราะตั้งแต่เรียนรู้จนจบครบทุกตำราศาสตร์หมอเทวดาแล้ว หลินจื่อเยว่ก็มีความมุ่งหมายที่แรงกล้าในการช่วยเหลือชาวบ้านให้หายจากอาการป่วยไข้

หลินจื่อเยว่จำความได้นางก็เป็นศิษย์น้องสิบของสำนักหมอเทวดาแห่งนี้แล้ว มีพี่ชายทั้งเก้าคนและท่านอาจารย์คอยเลี้ยงดูและดูแลมาเป็นอย่างดี เมื่อเติบโตขึ้นศิษย์พี่ใหญ่ก็คอยสอนหนังสือให้นาง รวมถึงท่านอาจารย์ก็ถ่ายทอดวิชาการแพทย์

หญิงสาวฝึกฝนทุกด้านจนแตกฉาน รวมไปถึงการฝึกยุทธ์ เพียงไม่กี่ขวบปีจากเด็กน้อยก็กลายเป็นสาวน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา คอยตามท่านอาจารย์ไปรักษาคนไข้ จนสิบปีให้หลังท่านอาจารย์ของนางก็มิได้ลงจากเขาอีกเลย ด้วยเพราะชราวัยมากขึ้นนั้นเอง

แม้นจะมีวรยุทธ์ กระนั้นหลินจื่อเยว่ไม่เคยคิดใช้มันเลย นางเดินลงเขาไปเรื่อย ๆ เหมือนเช่นทุกครั้งที่ออกมา ทว่าวันนี้กลับมีบางอย่างแปลกไป นางสัมผัสได้ว่าป่าในวันนี้เงียบผิดปกติ สายตาคู่สวยหันมองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังชมนกชมไม้ และเพราะถูกฝึกมาอย่างดี นางจึงได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินอยู่อีกด้าน ราวกับเสียงเท้านั้นเดินขนาบไปกับนาง มือเรียวกระชับถุงผ้าที่คล้องติดตัวมาไว้ เดินไปตามเส้นทางโดยไม่เผยพิรุธใดทั้งสิ้น

กระทั่งกลุ่มชายฉกรรจ์ห้าคนเดินออกมาล้อมหน้าล้อมหลังนางเอาไว้ หลินจื่อเยว่พยายามหาทางหนีทีไล่เอาไว้ก่อนจะส่งยิ้มเจื่อนไปให้

“พี่ชาย มีผู้ใดเจ็บป่วยหรือถึงได้มาดักเจอข้าเช่นนี้” หญิงสาวทำใจดีสู้เสือเอ่ยถามออกไป

นางอาศัยขนาดตัวที่เล็กกว่า ใช้ปลายเท้าเตะเศษใบไม้ไปตรงหน้าแล้ววิ่งฝ่าพวกมันออกไปอย่างไม่คิดชีวิต ไม่สนทิศทางเช่นกัน โดยที่กลุ่มโจรป่าทั้งห้าคนวิ่งตามมาติด ๆ นางได้แต่คิดในใจว่า หากนางมิดื้อรั้น ทำตามที่ตกลงกับศิษย์พี่ใหญ่เอาไว้ตั้งแต่ทีแรก นางก็คงไม่ต้องมาเผชิญเรื่องราวเช่นนี้

หลินจื่อเยว่วิ่งหนีจนกระทั่งมาถึงทางตัน ด้วยเบื้องหน้าเป็นหุบเหวสูง นางยั้งฝีเท้าเอาไว้แล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มโจรป่าที่เมื่อพวกมันเห็นนางจนมุมก็ค่อย ๆ ย่างสามขุมเข้ามาช้า ๆ

“แม่นาง จะวิ่งหนีให้เหนื่อยไปไย พวกข้าเพียงต้องการข้าวของมีราคาในตัวท่านเท่านั้น” หนึ่งในโจรป่าเอ่ยบอก

“ข้าไม่มีสิ่งของใดมีราคาอย่างที่พวกเจ้าต้องการหรอก ยะ...อย่าเข้ามานะ”

หากเป็นผู้อื่นคงยอมมอบทุกอย่างให้พวกโจรไปเพื่อรักษาชีวิตตน หากแต่หลินจื่อเยว่ได้เห็นแววตาของพวกมันแล้วย่อมรู้ว่า สิ่งที่พวกมันต้องการมิได้มีเพียงข้าวของมีราคาเท่านั้น ก็นะ นางเองก็ถือได้ว่าเป็นหญิงงามผู้หนึ่งนี่นา

ในขณะที่กลุ่มโจรเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ หลินจื่อเยว่ซึ่งไร้หนทางให้หนีแล้ว สุดท้ายนางจึงตัดสินใจกระโดดลงไปจากหน้าผาสูงชันลงสู่หุบเหวเบื้องล่างที่มิรู้ว่าด้านล่างนั้นมีสิ่งใดอยู่

‘ท่านอาจารย์ ศิษย์เนรคุณ อยู่ทดแทนบุญคุณท่านอาจารย์มิได้แล้ว โปรดให้อภัยศิษย์ดื้อคนนี้ด้วย ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าขอโทษที่ผิดสัญญาต่อท่าน หากมีโอกาสชาติหน้าข้าจะตามหาท่าน ให้ท่านได้ลงโทษที่ข้าดื้อรั้น มิฟังคำ’

หลินจื่อเยว่รำพึงในใจถึงอาจารย์ ผู้เปรียบดั่งบิดา และศิษย์พี่ใหญ่ผู้เปรียบดั่งพี่ชายคนโต ก่อนที่ดวงตากลมโตค่อย ๆ หลับลงช้า ๆ ปล่อยให้หยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาปลิวไปกับสายลม

ร่างบางกระแทกเข้ากับกิ่งก้านของต้นไม้กิ่งแล้วกิ่งเล่ากระทั่งตกลงบนพื้นดินข้างล่าง ลมหายใจสุดท้ายหมดลงพร้อมกับร่างโปร่งแสงที่ออกมายืนมองร่างตัวเองซึ่งสิ้นลมหายใจไปแล้วด้วยความเสียใจ มิได้เสียใจที่หมดลม หากแต่เสียใจที่ยังมิได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่ก็เท่านั้น

“ลาก่อน”

เสียงหวานเอ่ยบอกลาก่อนที่ร่างโปร่งแสงจะค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงความเงียบที่โอบล้อมไปทั่วบริเวณ ไร้คนเหลียวแลร่างไร้ลมหายใจนี้

อ่านต่อ

สารบัญของ หมอปีศาจพันหน้า

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย หยั่งรากฝากรัก
8.3
ในอดีตจิรายุเคยขับไล่ไสส่งหญิงสาวคนหนึ่งให้พ้นไปจากชีวิต แต่เมื่อเธอจากไปจริงๆ เขากลับต้องเผชิญกับความอ้างว้างจนตระหนักได้ว่าขาดเธอไม่ได้ ทว่าการกลับมาครั้งนี้เธอกลายเป็นคนใหม่ที่เมินเฉยและไม่ยอมเป็นฝ่ายวิ่งตามเขาอีกต่อไป กลายเป็นเขาเสียเองที่ต้องตามวอแวเพื่อทวงคืนหัวใจท่ามกลางคู่แข่งหนุ่มรายล้อม แม้จะอยู่ในบ้านหลังเดียวกันเธอก็ยังหาทางหลบเลี่ยงเขาได้ทุกวิถีทาง อุปสรรคชิ้นใหญ่คือพ่อแม่ที่เคยสนับสนุนให้เขารักเธอ กลับเปลี่ยนใจกีดกันอย่างหนักเพราะไม่อยากให้เธอต้องมาเสียใจกับผู้ชายร้ายๆ แบบเขาอีก จิรายุจึงต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนักเพื่อฟื้นฟูรากฐานความรักที่เคยบอบช้ำให้กลับมาหยั่งรากลึกและมั่นคงอีกครั้งในใจของเธอ
ภาพปกนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
นิยายเรื่องนี้เล่าถึงความสัมพันธ์อันเร่าร้อนระหว่างลายไม้และปวีนุช เมื่อพรหมลิขิตนำพาให้ทั้งคู่ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกันบนเรือสำราญกลางอ่าวไทยเป็นเวลาสิบสี่วัน ตลอดเวลาที่กินนอนและเรียนรู้กันอย่างใกล้ชิด ปวีนุชกลับรู้สึกว่าชายหนุ่มเปรียบเสมือนปิศาจที่ใช้ชั้นเชิงเสน่ห์อันเหนือชั้นร่ายมนต์จนเธอตกหลุมรักเขาหมดหัวใจ แม้ลายไม้จะปรารถนาเคียงคู่เธอตลอดไป แต่ด้วยความกลัวความเจ็บปวดและกำแพงเรื่องความเหมาะสม ทำให้ปวีนุชเลือกที่จะหนีไปเพื่อเก็บความทรงจำนี้ไว้ให้ลึกที่สุด ท่ามกลางความทรมานจากการจากลา เธอแอบหวังให้เขาออกตามหาเพื่อพิสูจน์ว่าความรักที่แท้จริงนั้นก้าวข้ามเรื่องฐานะและชนชั้นได้ เพียงแค่หัวใจสองดวงตรงกัน ลายไม้จะตัดสินใจอย่างไรและเขาจะสามารถตามหาเจ้าของหัวใจเพื่อกลับมาดูแลกันไปตลอดชีวิตได้หรือไม่
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย กรงรักร้อนสามีเฉพาะกิจ
7.8
ปอป่านต้องเผชิญกับเรื่องช็อกเมื่ออาเฟื่องรัตน์เรียกตัวเธอกลับไทยเพื่อเข้าพิธีหมั้นสายฟ้าแลบกับธราเทพ พี่ชายที่แสนดีในวัยเด็ก ท่ามกลางความน้อยใจและสับสน เธอไม่รู้เลยว่าอาสาวกำลังป่วยหนักด้วยเนื้องอกในสมองและเกรงว่าตนเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน จึงตัดสินใจฝากฝังหลานสาวไว้กับชายที่ไว้ใจที่สุดให้ทำหน้าที่เป็นสามีเฉพาะกิจเพื่อคอยปกป้องเธอจากแผนการร้ายของอาชัยนันท์ ลูกนอกสมรสของคุณปู่ที่หวังฮุบสมบัติมหาศาล แม้ธราเทพจะยืนยันว่าเขารักและพร้อมเป็นผู้พิทักษ์ให้ปอป่านด้วยความเต็มใจ แต่หญิงสาวกลับสร้างกำแพงปิดกั้นหัวใจตนเอง เขาจึงต้องพิสูจน์รักแท้เพื่อทลายอคติและเอาชนะใจเธอให้ได้ในที่สุด
ภาพปกนิยาย Oops sorry ผู้ชายคนนี้เป็นของหนู
8.4
เรื่องราวความรักสุดร้อนแรงที่เริ่มต้นขึ้นจากความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและหนักแน่น เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งต้องเผชิญกับบททดสอบความอดทนในค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนกับชายหนุ่มที่เธอปรารถนาจะครอบครองเป็นเจ้าของชีวิตคู่ แม้ว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความดุดันและหนักหน่วงจากความแข็งแกร่งทางร่างกายของฝ่ายชายที่เกินกว่าเธอจะรับไหว แต่เขาก็ได้ย้ำเตือนให้เธอมีความอดทนและเข้มแข็งเข้าไว้ หากต้องการที่จะก้าวเข้ามาเป็นคนสำคัญในชีวิตของเขาอย่างเต็มตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศและความเสน่หาที่ไม่อาจต้านทานได้ในโลกยุคปัจจุบัน
ภาพปกนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
เมื่อทายาทเพียงหนึ่งเดียวของเผ่าอาร์กติกอย่าง ฮันเตอร์ อาร์กติก กำลังจะสืบทอดตำแหน่งราชาแห่งไลแคนโทรป ทว่าเขากลับตกอยู่ในวิกฤตที่อาจมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 5 ปีหากไร้ซึ่งทายาทสืบสกุล ท่ามกลางความกดดันจากเผ่าอื่นที่จ้องจะชิงบัลลังก์ ฮันเตอร์กลับเลือกจ้างวาน ปริ๊น ปรีญาศาสตร์ มนุษย์ธรรมดาจากอีกมิติให้ข้ามโลกมาสอนเขาร้องเพลงด้วยความหลงใหลในเสียงดนตรี ปัญหาใหญ่คือปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎของธรรมชาติได้ ความรักต่างมิติครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยอุปสรรคและการแย่งชิงอำนาจในโลกโอเมก้าเวิร์สที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณดิบและการติดสัด (Knotted) ที่แสนดุเดือด เขาจะเลือกเสียงเพลงหรือภาระหน้าที่ต่อเผ่าพันธุ์ในขณะที่เวลาชีวิตกำลังนับถอยหลังลงเรื่อยๆ

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED