อารียาสาวสวยวัยยี่สิบเจ็ดปี ตัวเล็กแต่กลับมีสัดส่วนที่ชวนมอง
กอปรกับใบหน้าน่ารักราวกับตุ๊กตา ทำให้คนที่พบเห็นอดที่จะเอ็นดูเธอไม่ได้ เธอไว้ผมยาวดัดเป็นลอนอ่อน ๆ สีน้ำตาลมะฮอกกานีขับผิวขาว ๆ ให้ใบหน้าสว่างชวนมอง ดวงตาของเธอกลมโตมีแววตาอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นที่ดูก็รู้ว่าเธอเป็นคนจริงจังกับชีวิต
เธอทำงานเป็นเลขาฯ ให้กับบริณัยประธานบริษัทร้านค้าปลีกอันดับต้น ๆ ของประเทศ ธุรกิจของเขาครอบคลุมไปถึงห้างสรรพสินค้ามากมายหลายสาขา ถ้าเอ่ยชื่อทุกคนต้องรู้จักอย่างแน่นอน
บริณัยเป็นชายหนุ่มสูงยาวเข่าดีตามแบบที่สาว ๆ ชอบ ใบหน้าคมเข้ม ผมสีดำสนิทตัดสั้นเซ็ตเป็นทรงอย่างดี สวมแว่นตากรอบสีเงินดูคล้ายว่าเป็นคนจริงจังน่าเกรงขาม ถูกต้อง...เขาเป็นคนจริงจังเอาการเอางาน แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ภาพลักษณ์ของท่านประธานสุดเนี้ยบกลับซ่อนตัวตนที่เร่าร้อนไว้อยู่
นอกจากบริณัยจะเป็นเจ้านายของอารียาแล้ว เขายังเป็นคนรักของ เฌอริมา เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมของเธออีกด้วย
“คุณบลูคะวันนี้มีนัดไปทานข้าวกับคุณชัยกรเที่ยงครึ่งนะคะ” อารียาเดินมาแจ้งตารางงานของบริณัยตามปกติ
“ขอบคุณมาก แล้วเย็นนี้ผมว่างมั้ย” เขาถามพลางลอบมองมองสาวสวยนัยน์ตาอ่อนโยน ที่สวมชุดเข้ารูปอวดหุ่นสมส่วนของเธอ ไหนจะท่าทางตอนเก็บผมของเธออีก ช่างดูมีเสน่ห์ที่ทำให้เขาไม่สามารถละสายตาได้โดยง่าย
“เย็นนี้มีนัดคุยกับคุณเตชิตที่ร้านกาแฟใกล้ ๆ ค่ะ น่าจะใช้เวลาไม่นานนะคะ” เธอเงยหน้าจากสมุดจดสีน้ำตาลครีมของเธอแล้วยิ้มให้เขา
“ดีเลย ตอนเย็นผมจะได้นัดริมาได้ เธอบ่นว่าผมไม่มีเวลาให้เธอเลยช่วงนี้” ช่วงนี้ตารางงานเขาเขาแน่นทุกวัน ทั้งประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งต้องออกไปพบกับคู่ค้าทางธุรกิจ ทำให้ไม่มีเวลาไปพบกับแฟนสาว
“เดี๋ยวฉันลงเวลาให้นะคะ ริมาเธอต้องเข้าใจคุณอยู่แล้วละค่ะ” อารียาพูดและจดบันทึกลงในสมุดอย่างคล่องแคล่ว แววตาที่จริงจัง และความเก่งกาจในการทำงานของเธอนั้น ทำให้บริณัยอดเผลอชื่นชมในตัวเธอไม่ได้ ไหนจะกิริยาท่าทางหลาย ๆ อย่างที่ประกอบให้เธอกลายเป็นคนมีเสน่ห์ในสายตาของเขาไปโดยปริยาย จนเขาเผลอเผยความรู้สึกบางอย่างผ่านสายตาของเขาไปถึงเธอโดยไม่รู้ตัว
“มีอะไรรึเปล่าคะ” อารียาเห็นบริณัยมองมาที่เธอด้วยสายตาหวานพริ้มที่มีอิทธิพลต่อเธออย่างมาก จนเธอรู้สึกหน้าเห่อแดงขึ้นมา
“เอ่อ...ไม่มีอะไรครับ” บริณัยขยับแว่นแล้วกลับไปสนใจเอกสารตรงหน้าแทน
เมล็ดพันธุ์ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่เริ่มผลิงอกขึ้นในห้องทำงานระหว่างคนทั้งสอง ค่อย ๆ เจริญเติบโตขึ้นช้า ๆ แต่ก็นานพอที่จะทำให้ทั้งคู่ทราบถึงความรู้สึกลึก ๆ ที่มีต่ออีกฝ่าย
ความรู้สึกอันไม่สมควรที่จะเกิดขึ้น ความรู้สึกที่จำต้องเก็บซ่อนลึกเอาไว้สุดใจ ความรู้สึกที่แม้แต่จะแค่รู้สึกก็ไม่สวมควรเกิดขึ้น
เพียงเพราะว่า...เธอเป็นเพื่อนของคนที่เขารัก และเขาเป็นคนรักของเพื่อนสนิท
อารียาเข้าบริษัทเช้ากว่าทุกวันเพราะช่วงเช้าจะมีการประชุมสำคัญ ด้วยนิสัยรอบคอบของเธอ จึงต้องการตรวจสอบเอกสารทุกชิ้นเพื่อความแน่ใจไม่ให้ตกหล่นแล้วเป็นอุปสรรคต่อการประชุมได้ มือขาวเรียวพลิกเอกสารไปมา ไล่สายตาดูตามจุดสำคัญทุกจุดจนเธอมั่นใจว่าทุกอย่างถูกต้องสมบูรณ์ครบถ้วนดีแล้ว จึงค่อย ๆ นำมันจัดใส่แฟ้มให้เป็นระเบียบเรียงตามหัวข้อและวาระการประชุม
ขณะที่หญิงสาวสวยกำลังก้มลงเขียนบางสิ่งบางอย่าง คอเสื้อของเธอเว้าลึกลงไป แม้จะไม่มากแต่ก็เพียงพอให้คนที่เพิ่งเดินเข้ามาหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ สายตาของบริณัยดันเห็นเนินอกขาวอวบขาวที่โผล่พ้นการปิดบังของเนื้อผ้าเข้าพอดิบพอดี อีกทั้งแสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านกระจกหน้าต่างแล้วส่องมากระทบร่างเธอเข้า มันสะท้อนเรือนผมสลวยและหุ่นสะโอดสะองทำให้หญิงสาวตรงหน้าดูงดงามเปล่งประกายราวนางอัปสรจนยากที่จะละสายตาได้
“อะแฮ่ม!” ท่านประธานหนุ่มกระแอมเล็กน้อยก่อนเดินเข้าไปด้านใน
“อ้อ สวัสดีค่ะคุณบลู” อารียาที่จดโน้ตเตือนความจำเสร็จพอดีหันไปตามเสียงนั้น พอเห็นว่าเป็นใครเธอจึงยืนตัวตรงพลางกล่าวทักทายอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มสดใส
“มาแต่เช้าเชียวนะอาย” บริณัยทักทายเลขาฯ คนสวยอย่างสนิทสนม เขาและเธอทำงานด้วยกันมานานพอสมควรจนสนิทกันจนกระทั่งเรียกชื่อเล่นของเธอโดยตรง
“ค่ะ ฉันอยากให้แน่ใจว่าเอกสารถูกต้องก่อนเข้าประชุมเลยมาเช็กดูอีกรอบค่ะ” อารียาบอกออกไป เพราะการประชุมเช้านี้เป็นการประชุมที่ค่อนข้างสำคัญและเป็นทางการ
“ขยันจริงเชียวเลขาฯ ผม สิ้นปีคงต้องเพิ่มโบนัสพิเศษให้ซะแล้ว”
“ขอบคุณล่วงหน้านะคะ”
ท่านประธานหนุ่มเอ่ยแซว ส่วนเลขาฯ สาวก็รับมุก ทั้งคู่คุยกันต่ออีกสองสามประโยค แล้วชายหนุ่มถึงค่อยเดินเข้าห้องไป
จากนั้นไม่กี่นาทีให้หลังอารียาก็นำเอกสารที่จัดเตรียมไว้สำหรับการประชุมในช่วงเช้าเข้าไปให้บริณัยเพื่อตรวจอีกรอบ เขารับมาเปิดดูคร่าว ๆ พร้อมกับยิ้มออกมาเมื่อเห็นผลงานของอีกฝ่าย กระดาษเรียบกริบ มีการเย็บมุมด้วยกระดาษและจัดใส่แฟ้มไว้เป็นอย่างดี แม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความละเอียดและใส่ใจของหญิงสาว
“เรียบร้อยดีมากครับ” เขาวางเอกสารไว้ด้านข้าง
“กาแฟมั้ยคะ” เธอถามเหมือนเช่นทุกเช้า
“ดีครับ” เขาเงยหน้ามองเลขาฯ สาว เธอยิ้มรับก่อนจะเดินออกไปด้านนอกเพื่อนำกาแฟถ้วยโปรดมาเสิร์ฟให้เขา
ไม่นานนักอารียาพร้อมกับถาดกาแฟก็เดินเข้ามาในห้องเงียบ ๆ กลิ่นหอมเข้มของกาแฟสดจากเครื่องชงกาแฟรุ่นใหม่ล่าสุดหอมฟุ้งจนห้องนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นของมัน
“นี่ค่ะ” อารียายื่นแก้วกาแฟให้กับบริณัยที่ตอนนี้กำลังอ่านเอกสารอยู่
“ขอบคุณมาก”
เขาเงยหน้าขึ้นมาแต่กลับไม่ทันระวัง มือเลยปัดไปโดนถ้วยกาแฟที่เลขาฯ สาวยื่นเข้ามาพอดี ทำให้กาแฟหกลงบนโต๊ะ และมีบางส่วนที่กระฉอกเปื้อนบนเสื้อสีขาวของอารียาในบางตำแหน่งอย่างพอดิบพอดี
“ขอโทษครับ” เขารีบปรี่มาดูเธอทันทีด้วยความเป็นห่วง สายตาของชายหนุ่มตอนนี้กำลังจ้องรอยคราบสีน้ำตาลเป็นดวงใหญ่บนหน้าอกนูนของเลขาฯ สาวโดยไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้น
“ไม่เป็นไรค่ะ” ขณะที่ตอบใบหน้าของอารียานั้นแดงก่ำจากสายตาของชายหนุ่มที่จับจ้องอยู่ เธอจึงยกมือขึ้นปิดบังหน้าอกหน้าใจด้วยความขัดเขินพร้อมกับก้มหน้าลงไม่กล้าสบตา
ความเงียบก่อเกิดชั่วขณะก่อนที่บริณัยจะหาเสียงตัวเองเจอ
“เอ่อ...ผมแค่ห่วงว่ากาแฟจะลวกผิวของคุณรึเปล่า” เอ่ยจบจึงรีบหันไปทางอื่นเพราะความเก้อกระดากเช่นกัน
“ไม่ค่ะคุณบลู กาแฟไม่ร้อนมาก ไม่ต้องห่วงนะคะ” เธอพยายามหาผ้ามาเช็ด แต่ชายหนุ่มยื่นผ้าเช็ดหน้าที่เขาพกติดตัวตลอดให้เธอเสียก่อน
“อะ...เอ่อ” เธออึกอักลังเลเล็กน้อย
“ไม่งั้นผมจะไปช่วยเช็ดนะ” บริณัยแสร้งทำหน้าดุ แต่เพราะคำพูดของเขาทำให้อารียารับผ้าเช็ดหน้ามาจากมือเขาอย่างเสียมิได้โดยไม่กล้ามองหน้าเขาแม้แต่น้อย
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวค่อย ๆ เอาผ้าซับที่หน้าอกของเธอ ทุกครั้งที่แรงกดของมือเธอกดลงไปที่เนินเนื้อบริเวณนั้นมันก็อวบอิ่มขึ้นมาจนบริณัยอดจินตนาการไปไหนต่อไหนไม่ได้
“เดี๋ยวฉันเช็ดโต๊ะให้นะคะ”
อารียาที่ซับรอยเปื้อนบนเสื้อจนหมาดพอแล้ว รีบไปหาผ้ามาเช็ดโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว
“ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เอง” บริณัยเกรงใจที่อีกฝ่ายต้องมาค่อยทำงานจุกจิกให้ ทั้งที่เป็นความผิดของเขาเอง
“ไม่เป็นไรค่ะ เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว” อารียาบอก แล้วก้มหน้าก้มตาเช็ดคราบกาแฟบางส่วนที่กระเซ็นลงบนโต๊ะจนสะอาดเอี่ยม ใครจะรู้ว่าเธอใช้ความพยายามมากแค่ไหนในการทำตัวให้เป็นปกติเช่นนี้ได้ สายตาของเขาที่มองเธอเมื่อสักครู่ทำให้ใจเธอสั่นไปหมด
“เดี๋ยวฉันมานะคะคุณบลู” เมื่อทำความสะอาดโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอก็หยิบถาดใส่กาแฟขึ้น พร้อมค้อมหัวให้เขาเล็กน้อย
บริณัยนั่งหน้าเคร่งขรึมอยู่บนเก้าอี้ทำงาน เขามองเลขาฯ เดินออกไปจนพ้นสายตา ความดำมืดในจิตใจกำลังร่ำร้องอยากให้เขาจับเธอมาทำความสะอาดให้หมดจด แต่ศีลธรรมที่ค้ำคอเอาไว้ทำให้เขาต้องเก็บซ่อนความปรารถนาที่แสนเร่าร้อนเอาไว้ภายใน ไม่ให้มันปรากฏตัวออกมาให้ใครเห็น