ภาพปกนิยาย บำเรอรัก ท่านประธานแสนร้าย เล่ม 1

บำเรอรัก ท่านประธานแสนร้าย เล่ม 1

9.3 / 10.0
เมื่อมายาวีย์ตั้งท้องจากการทดสอบถุงยางอนามัยของบริษัทลีอาห์ แต่เขากลับดูแคลนว่าเธอเป็นผู้หญิงหิวเงินและมั่นใจในสินค้าของตนจนไม่ยอมรับเด็กเป็นลูก หญิงสาวจึงประกาศกร้าวว่าจะฟ้องร้องเพื่อพิสูจน์ความจริงและทำให้เขาจดจำความบ้าคลั่งนี้ไปจนตาย เธอหอบลูกกลับมาในลุคใหม่ที่สวยสะพรั่งเพื่อแก้แค้นให้เขาน้ำลายหกเล่น โดยตั้งปณิธานว่าสามีที่ดีคือสามีใหม่เท่านั้น ทว่าเพลย์บอยหนุ่มที่เคยทนงตัวกลับตกหลุมรักแม่ลูกอ่อนจนถอนตัวไม่ขึ้น เขาต้องเผชิญกับความใจแข็งของเธอที่ไม่มีวันยอมอ่อนข้อให้ง่ายๆ งานนี้ท่านประธานจอมร้ายกาจจึงต้องยอมสยบและทำทุกทางเพื่อขอโอกาสให้เธอกลับมาหาเขาอีกครั้ง

บำเรอรัก ท่านประธานแสนร้าย เล่ม 1 ตอนที่ 1

2565 ประเทศไทย…

เกลียวคลื่นหยอกล้อสายลม แสงสีส้มตกกระทบผิวน้ำวิบวาวระยับ นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยมาทำกิจกรรมริมหาด บ้างก็ว่ายน้ำ บ้างก็วิ่งออกกำลังกาย หรือบางคนก็ปูผ้านอนอาบแดดอยู่บนชายหาด หลังจากรัฐบาลประกาศคลายล็อกดาวน์และเปิดรับนักท่องเที่ยวครั้งแรกในรอบสองปี

ช่วงเวลาสองปีเหมือนโควิดจะกลืนกินลมหายใจของคนที่นี่ไปแล้ว จากเมืองที่ไม่เคยขาดสีสัน แทบจะกลายเป็นเมืองร้าง กิจการร้านรวงต่าง ๆ ต้องปิดตัวลงเซ่นพิษเศรษฐกิจ ความคึกคักของมหานครแห่งแสงสีสงบเงียบลง ความมีชีวิตชีวาที่เคยโอบล้อมเมืองไว้แทบจะสูญสลายไปจนหมด ลมหายใจของผู้คนที่นี่กำลังจะหมดลง หากสถานการณ์ยังทอดยาวต่อเนื่องไปอีก

โชคดีที่รัฐบาลประกาศผ่อนปรนลงมาเล็กน้อย นั่นก็เหมือนลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่บรรดาเจ้าของกิจการและพลเมืองในพัทยาเริ่มฟื้นคืนกลับมาทีละนิด ความคึกคักและเสียงอึกทึกในยามเย็นย่ำไปจนถึงดึกดื่น เริ่มกลับมาทำหน้าที่ของมันตามเดิม

พัทยาขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองโลกีย์ เป้าหมายของนักท่องเที่ยววัยนักล่า และที่นี่ก็เป็นเป้าหมายของผู้หญิงหลายคนเดินทางมาขุดทอง บ้างก็หวังอยากมีสามีฝรั่งรวย ๆ บ้างก็อยากมีงานทำที่ดี แต่ในขณะที่บางคนอยากออกไปจากตรงนี้ใจจะขาด

ชีวิตของคนกลางคืนที่นี่ไม่ได้สวยหรูนัก หรือจะเรียกได้ว่าเน่าเฟะก็ไม่ผิดคำ เพราะในชีวิตที่พัทยาของมายาวีย์ เธอไม่เคยเจอสิ่งดี ๆ ที่นี่เลย นับตั้งแต่เกิดมาจนป่านนี้

สิบโมงเช้านับว่าเป็นเวลาเช้าตรู่ของคนที่นี่ เพราะยังเป็นเวลานอนของบรรดาสาวสวยหลายคน ร้านรวงแถวนี้จะทยอยเปิดก็ตอนใกล้เที่ยง แต่จะคึกคักในตอนหัวค่ำไปจนถึงดึกแทน ดังนั้นถนนในซอยดังที่รู้จักของนักท่องเที่ยวจึงค่อนข้างเงียบ จะมีก็แค่นักท่องเที่ยวที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจเมื่อตอนกลางคืนกำลังหาทางกลับที่พัก ส่วนคนท้องถิ่นก็ออกมาเตรียมเปิดร้านในคืนนี้เท่านั้นเอง

มายาวีย์เปิดม่านรับแสง ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมของการเริ่มต้นทำงานของวัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะได้ยินเสียงทะเลาะกันอยู่เป็นประจำ

“เอารถโกโรโกโสของแกออกจากหน้าร้านฉัน” เสียงดังของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นที่คุ้นหูของคนแถบนี้ เจ้าของเสียงเป็นคนแต่งตัวจัด ปากแดงจนเป็นเอกลักษณ์ คนแถบนี้ไม่มีใครสนใจ เพราะเริ่มชาชินกับเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายทะเลาะกัน

“ขอจอดแป๊บเดียวนะมาดาม ตำอีกครกเดียวก็จะไปแล้ว” ยายปู เจ้าของร้านส้มตำรถเข็นเจ้าประจำของซอยบอกด้วยน้ำเสียงกึ่งเว้าวอนขอความเห็นใจ คนทำมาหากินด้วยกันน่าจะเห็นใจกันบ้าง

“นาทีเดียวก็ไม่ได้ รีบเข็นรถผุ ๆ ของแกออกไปก่อนที่ฉันจะโทรแจ้งเทศกิจมาลากออกไป” มาดามเนื้อทองตวาดแว้ดเสียงดังลั่น เจ้าของเสียงยืนเท้าสะเอวพร้อมกับชี้มือ

“ใจดำจริง ๆ เป็นคนทำมาหากินเหมือนกันน่าจะเข้าใจ” แม่ค้าส้มตำบ่นกระปอดกระแปด มือก็กำสากแน่นรัวตำในครก เหมือนเร่งรีบตั้งใจจะให้เสร็จเร็ว ๆ เพราะไม่อยากมีปัญหากับเจ้าของร้าน

“เอาน้ำสาดเลย” เสียงมาดามเนื้อทองสั่งเด็กในร้านของตัวเอง

“เฮ้ย! ต้องขนาดนั้นเลยเหรอ” แม่ค้าร้านส้มตำเงยหน้าขึ้นถาม แค่เศรษฐกิจตอนนี้ก็ย่ำแย่และขายยากจนแทบไม่เห็นกำไรในแต่ละวัน แต่อย่าเพิ่งคิดไปถึงกำไรเลย กว่าจะได้ทุนในแต่ละวันก็แทบรากเลือด พอมีลูกค้าเรียกจะจอดขาย ก็เกิดไปบังหน้าร้านคนรวยเข้าให้ ชีวิตของคนจนมันแสนลำเค็ญจริง ๆ

“ก็นี่มันหน้าร้านของกู” มาดามเนื้อทองว่า

“แต่นี่ก็เป็นพื้นที่ถนนสาธารณะ ประชาชนในประเทศไทยสามารถใช้ได้ทุกคน”

“แต่กูไม่ให้มึงใช้เว้ย! เพราะมันคือหน้าร้านของกู เกะกะ สกปรก ร้านกูเป็นร้านขายอาหารหรู เอารถโกโรโกโสแบบนี้มาจอดบังหน้าร้าน คิดว่าลูกค้าจะมองว่ายังไง” มาดามเนื้อทองเท้าสะเอวชี้มือไปที่แม่ค้าร้านส้มตำ ก่อนจะตะโกนกลับไปบอกเด็กในร้าน

“บอกให้เอาน้ำมาสาด ได้หรือยัง” มาดามเนื้อทองเร่ง พนักงานในร้านต่างช่วยกันดึงเวลา เพื่ออะลุ่มอล่วยให้แม่ค้าส้มตำตำเสร็จ พวกเธอก็เป็นหนึ่งในลูกค้าของนางเช่นกัน ถ้าหากว่าไม่สามารถจอดตรงนี้ได้ ก็ต้องเดินตามไปซื้อที่อื่น ลำบากไปอีก

“ขออีกนิดนะคะมาดามเนื้อทอง เหลือตำของหนูอีกครกเดียว” ลูกค้าที่ยืนต่อคิวอยู่ช่วยต่อรอง เธอเองก็ไม่อยากเดินตามไปซื้อเหมือนกัน

“ใช่ ๆ ตอนนี้ก็ยังไม่มีลูกค้า คนทำมาหากินกันเอง” เสียงเจ้าของร้านฝั่งตรงข้ามที่รอคิวสั่งส้มตำบอกขึ้น เธอเองก็เป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ก็ไม่ใจแคบถึงขนาดไม่ให้รถเข็นมาจอดขาย เพราะแม่ค้าเพียงจอดชั่วคราวและเดินวนไปเรื่อย ๆ ไม่ได้จอดแช่เป็นชั่วโมงสักหน่อย

“งั้นก็ย้ายไปจอดที่ร้านมึงสิ”

“ก็เห็นอยู่ว่าหน้าร้านฉัน รถลูกค้าจอดเต็ม”

“เห็นมั้ยล่ะ ขนาดมึงยังไม่อยากให้จอดเลย อย่ามาทำตัวเป็นคนดีหน่อยเลย”

“ก็ฉันเปิดร้านตอนเช้า ช่วงบ่าย ๆ ก็ไม่มีรถมาจอดแล้ว ฉันก็ไม่ได้ห้ามรถเข็นมาจอดขายนะ”

“อันนั้นมันเรื่องของมึงจ้ะ ส่วนนี่มันหน้าร้านกู” มาดามเนื้อทองเท้าสะเอวอย่างโมโห แม่ค้าส้มตำตั้งหน้าตั้งตาเร่งสปีดตำอย่างเร็ว เป็นที่รู้กันว่าพวกเธอเพียงแค่ดึงเวลาให้แม่ค้าส้มตำรับออร์เดอร์เสร็จ ลูกค้าที่รอซื้อส้มตำก็เข้าข้างแม่ค้าขายส้มตำ ต่อว่าถึงความใจแคบในขณะที่เจ้าของร้านก็ยืนกรานไม่ยอมท่าเดียว เรื่องนี้ไม่มีใครผิดใครถูก เป็นเพียงความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันเท่านั้นเอง

เสียงอึกทึกครึกโครมด้านล่างคือ ยายปูเจ้าของร้านส้มตำรถเข็นกับมาดามเนื้อทองคงจะเปิดศึกกันเหมือนอย่างเคย มาดามเนื้อทองเป็นเจ้าของร้านอาหารสามคูหาขนาดใหญ่ ตกแต่งอย่างหรูหรา ตอนกลางคืนเปิดเป็นบาร์เบียร์ให้นักท่องเที่ยวมานั่งดื่ม มีสามีฝรั่งเอาไว้ชูคออวดคนอื่นว่าเป็นมาดาม

มาดามเนื้อทองไม่ชอบให้รถเข็นมาจอดบังหน้าร้านของเธอ แต่โลเคชันเจ้ากรรมก็เหมาะเหม็ง เพราะเนื้อที่หน้าร้านของเธอกว้างขวางกว่าที่อื่น ลูกค้าส่วนมากเป็นชาวต่างชาติที่เดินมาเที่ยว ไม่ได้ใช้รถยนต์ สาว ๆ แถวนี้ก็มักกวักมือเรียกให้ร้านส้มตำหยุดเสมอ เพราะส้มตำเป็นเมนูโปรดของพวกเธอ จะไปจอดที่ไหนได้ ในเมื่อที่นี่เป็นทำเลทอง

ถัดจากร้านอาหารมาดามเนื้อทองเป็นร้านนวดที่เป็นคู่แข่งกัน ต้องตากับมาลี ไม้เบื่อไม้เมาที่ชอบแย่งลูกค้ากันเป็นประจำ ต้องตาเป็นสาวใหญ่ที่เข็ดหลาบกับผู้ชายไทยและไม่ยอมลงเอยกับใครอีก ในขณะที่มีหนุ่มต่างชาติแวะเวียนมาขายขนมจีบเธอเสมอ ต้องตาเป็นม่ายสาวเนื้อหอม กระดังงาลนไฟหอมฉุย มีแต่คนบ่นว่าเสียดายที่เธอไม่ตกลงปลงใจหาคู่สักที

ร้านของต้องตาอยู่ติดกับร้านของมาลี ที่เนื้อหอมไม่ต่างกัน แต่จะแตกต่างตรงที่มาลีกวาดเรียบทุกหนุ่มที่เข้ามาดอมดมเธอ แถมยังอวดฟุ้งคุยโวกับการกระทำของตัวเองโดยไม่รู้สึกกระดากอาย เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแม่ในเรื่องการบริหารเสน่ห์ ถ้าจะให้นับสามีก็คงต้องใช้ตัวเลขหลายหลักทีเดียว

แล้วคุณล่ะ… คุณเป็นสาวสวยที่ชอบบริหารเสน่ห์เหมือนมาลี หรือเข็ดหลาบผู้ชายเหมือนต้องตา

อ่านต่อ

สารบัญของ บำเรอรัก ท่านประธานแสนร้าย เล่ม 1

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
ห้าปีก่อน ซางหว่านยอมสละร่างกายเข้าปกป้องเผยจี๋จนถูกแทงที่ท้องอย่างรุนแรง ส่งผลให้เธอต้องสูญเสียความสามารถในการมีบุตรไปตลอดกาล แม้เผยจี๋จะเคยให้คำมั่นสัญญาว่าเขาไม่ได้ต้องการมีทายาทในชีวิตนี้ แต่ความจริงกลับสวนทาง เมื่อเขาวางแผนที่จะจ้างวานผู้หญิงคนอื่นมาอุ้มบุญแทน โดยเลือกซูเซวี่ย นักศึกษาสาวที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับภรรยาของเขามาทำหน้าที่นี้แทนเธอ เผยจี๋หารู้ไม่ว่าในวินาทีที่เขาตัดสินใจยื่นข้อเสนออันแสนเจ็บปวดนี้ออกมา ซางหว่านก็ได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะยุติความสัมพันธ์และเดินออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวร
ภาพปกนิยาย ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
แม้แม่หญิงชบาจะสมหวังได้แต่งงานกับชายในดวงใจที่หลงรักมาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าชีวิตคู่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อสามีไม่ยอมร่วมหอลงโรงฉันสามีภรรยา งานนี้เธอจึงต้องงัดสารพัดมารยาหญิงออกมาใช้เพื่อให้เขาใจอ่อนยอมมานอนร่วมเตียง ด้วยคำสั่งสอนจากแม่ผัวที่ย้ำชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างผัวเมียนั้นไม่ใช่เพียงแค่การจับมือกันหลับไป แต่ต้องอาศัยความใกล้ชิดสนิทเสน่หาแบบเนื้อแนบเนื้อ จากสาวแก่นเซี้ยวที่เคยเอาแต่เล่นซนจนเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้งานบ้านงานเรือน ชบาจึงต้องเผชิญบททดสอบใหม่ในการเป็นเมียที่ดี ซึ่งต้องปรนนิบัติพัดวีและมัดใจสามีให้สำเร็จ ท่ามกลางความเขินอายเมื่อต้องใกล้ชิดกับแผงอกแกร่งของชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก
ภาพปกนิยาย พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
8.8
เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นจากความต้องการที่มากกว่าความรักทั่วไป เรื่องราวโรแมนติกสมัยใหม่ที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนจึงเกิดขึ้น เมื่อหัวใจไม่ได้โหยหาเพียงแค่อาหารมื้อธรรมดา แต่กลับกระหายในตัวตนของหนุ่มไอทีผู้มีเสน่ห์ล้นเหลือ ความรู้สึกรุนแรงนี้ไม่ใช่เพียงความลุ่มหลงชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นความปรารถนาที่จะครอบครองและลิ้มลองรสชาติของความรักในรูปแบบที่แตกต่างออกไป ท่ามกลางบรรยากาศของโลกยุคใหม่ที่ทุกอย่างรวดเร็วและน่าตื่นเต้น การไล่ล่าความหวานล้ำที่ไม่ได้อยู่บนจานอาหารจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจต้านทานได้
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย น้ำตาคนรัก
7.1
งานวิวาห์ที่ถูกต้องตามประเพณีไม่อาจปกป้องศักดิ์ศรีของเธอได้ เมื่อสามีผู้เย่อหยิ่งมองเธอเป็นเพียงผู้หญิงขายบริการ เขาปาธนบัตรใส่หน้าพร้อมคำพูดถากถางอย่างไร้เยื่อใย การกระทำอันไร้หัวใจนี้บดขยี้ความอดทนของเธอจนหมดสิ้น เมื่อความเจ็บปวดเกินจะแบกรับ หญิงสาวจึงตัดสินใจเด็ดขาดที่จะยุติสถานะภรรยาอันไร้ค่าและหนีไปให้ไกล ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกร้าย ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวพ้นจากขุมนรก เธอกลับพบว่าตนเองกำลังอุ้มท้องลูกของชายใจร้ายผู้สร้างบาดแผลลึกในชีวิตเธอ
ภาพปกนิยาย พันธะเสน่หามาเฟีย
7.9
เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED