เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน มาลีชวนมัสยาเพื่อนรักหนีออกจากบ้านที่ต่างจังหวัดมาพัทยา มัสยาเรียบร้อยและขี้อายจึงไปทำงานในครัวที่โรงแรม จากล้างจานขยับขึ้นมาหั่นผัก จนกระทั่งได้เป็นเชฟผัดหน้าเตา สุดท้ายเธอก็ได้เจอกับไมเคิล นักธุรกิจหนุ่มจอมเจ้าชู้ แต่งงานและย้ายไปอยู่สเปน เป็นมาดามนักธุรกิจไม่ลำบากอีกต่อไป
ส่วนมาลีที่เปลี่ยนชื่อมาเป็นมารีน่า สาวรักสนุกและชอบแต่งตัวสวยจึงไปทำงานในบาร์ เธอควงผู้ชายมากหน้าหลายตา ใช้ชีวิตคุ้มค่าเปลี่ยนผู้ชายไม่เว้นแต่ละวัน จนพลาดท้องกับฝรั่งสักคนที่เธอเคยควง แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นลูกของใคร มาลีคลอดลูกออกมาในวัยสิบเจ็ด ชื่อเปรี้ยว หรือ มายาวีย์ หลังจากนั้นเด็กหญิงเปรี้ยวก็ถูกยัดเยียดฉายาว่านังลูกกะหรี่จนคุ้นหู
มายาวีย์อยู่กับความชอกช้ำและเก็บกด โดนเพื่อนและสังคมรอบข้างพากันพูดสนุกปาก แต่เธอไม่เคยสนุกด้วย ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งจะหลุดพ้นออกจากตรงนี้ไปได้สักที
มายาวีย์เปิดม่านหน้าต่างมองลงไปข้างล่าง “วันนี้ฉะกันแต่เช้าเลยนะยายปู เถียงกันนานอย่างนี้คงจะได้หลายครก”
“เฮ้อ!” หญิงสาวพ่นลมหายใจพรืด ส่ายหน้าเบื่อ ๆ ชินชากับเสียงอึกทึกครึกโครมข้างล่าง จะเรียกได้ว่า เธออยู่ในสถานการณ์แบบนี้ตั้งแต่จำความได้ก็ไม่ผิด แม้ห้องนอนของเธอจะอยู่ชั้นสี่แต่ก็ยังได้ยินเสียงนั้นชัดเจน
หญิงสาวในชุดออกกำลังกายรัดรูปหันกลับไปสนใจกิจกรรมของตัวเองต่อ ยืนเท้าสะเอวหมุนตัวอยู่หน้ากระจก หลังจากออกกำลังกายเรียกเหงื่อที่เธอทำเป็นกิจวัตรทุกวัน เธอไม่มีโอกาสรู้เลยว่าเจ้างูเหลือมกำลังคืบคลานเข้ามา
ดวงตาสีดำเข้มคู่หนึ่งวาวโรจน์ขึ้น เมื่อเห็นเรียวขาขาวผ่อง อกอวบอิ่มดันยกทรงที่ซ่อนอยู่ในเสื้อกล้ามเน้นรูปทรงองค์เอว สะโพกผายรับกับเอวคอด ราวกับปั้นแต่งทุกส่วนสัดให้ลงตัวเย้ายวนใจบุรุษเพศ เพราะไม่ว่าจะมองตรงส่วนไหนก็เรียกแรงปรารถนาในกายของเพศตรงข้ามได้ไม่ต่างกัน เว้นเสียแต่ว่าผู้ชายคนนั้นกามตายด้าน ภาพนั้นทำให้เขาไม่รอช้าที่จะก้าวเข้าหา
ลำแขนแกร่งของทัตเทพโอบรวบเอวจากด้านหลัง พร้อมกับซุกหน้าลงบนซอกคอหอมกรุ่นอย่างหื่นกระหาย มืออีกข้างเลื่อนตะปบหน้าอกตั้งใจบีบเคล้นทรวงอิ่ม แต่ทว่าเจ้าตัวกลับยกมือขึ้นปิดป้องไว้ได้ทันก่อนที่มือของไอ้หื่นจะจาบจ้วงโดนเนื้ออกหยุ่น
“ปล่อยนะ... ไอ้บ้ากาม!” เสียงหวีดร้องดังแหลมปรี๊ด เจ้าของเสียงเหวี่ยงตัวหนีพร้อมซัดหมัดหนักอย่างแรง ตรงจังหวะปลายจมูกอีกฝ่ายพอดิบพอดี
“ไอ้แมงดา! ไอ้หน้าตัวเมีย!”
เลือดกำเดาแดงฉานไหลอาบลงมาที่คาง ทัตเทพยกมือเช็ดลวก ๆ เงยหน้ามองคนทำอย่างคาดโทษ คนตัวเล็กจ้องกลับด้วยแววตาไม่ลดราวาศอกเช่นกัน
ทัตเทพชี้หน้า “มันจะมากไปแล้วนะนังเปรี้ยว! คราวนี้มึงทำกูเลือดตกเลยเหรอ”
“มันน้อยไปสิ! ไอ้แมงดา สำหรับคนบ้ากามอย่างมึง เสียดายที่ซัดไม่ตรงเป้า ตั้งใจจะเลาะฟันออกทั้งปากด้วยซ้ำ” มายาวีย์ยืนเท้าสะเอวด่าด้วยความโมโห คนที่นี่รู้หมดว่าชั้นสี่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเธอ นอกจากคนเสียมารยาทเท่านั้นที่จะขึ้นมาก้าวก่าย
“กูเป็นพ่อมึงนะ”
หญิงสาวแทบหลุดขำกับคำที่ ‘ไอ้หน้าตัวเมีย’ คนนั้นบอกออกมา เชิดหน้ามองผู้ชายร่วมบ้านอย่างไม่เกรงกลัว
“เหมือนมึงจะนอนเยอะ เลยฝันมากเกินไป กูไม่เคยยอมรับว่ามึงเป็นพ่อ และไม่คิดว่าจะยอมรับทั้งชาตินี้และชาติหน้า จำใส่กะโหลกมึงไว้ดี ๆ” ไม่มีความจำเป็นที่จะพูดเพราะกับผู้ชายคนนี้ นับจากอายุที่ห่างจากเธอไม่กี่ปี ไม่ทำงานเป็นชิ้นเป็นอัน ดีแต่ไถเงินแม่ของเธอไปวัน ๆ เท่านั้น ก็ไม่รู้ว่าทำไมแม่ถึงได้หลงผัวเด็กนักหนา
“แล้วถ้าเปลี่ยนมาเป็นผัวล่ะ...” ทัตเทพเดินย่างสามขุมเข้ามาหา
“ก็ลองดูสิ... คงลืมไปแล้วว่ากูเรียนมวยไทยตั้งแต่เด็ก” หญิงสาวตั้งการ์ดมองอย่างระแวดระวัง
“ก่อนเข้ามาก็เลือกก่อน มึงจะรับแบบแพ็กเกจนอนหยอดน้ำข้าวต้ม หรือแค่แขนหักขาหักดี” หญิงสาวจ้องหน้าทัตเทพนิ่งไม่วางตา
“ปากดีอย่างนี้กูยิ่งมีอารมณ์ กูจะทำให้มึงครางผัวคะ... ผัวขา ทั้งคืน”
“ไปตายแล้วเกิดใหม่ก่อนเถอะ เหลือบไรอย่างมึง ทำได้มากสุดก็แค่ฝังตัวใต้ขอบประตู หน้าต่าง หรือชายกระโปรงแอบมองเท่านั้นแหละ” หญิงสาวตอบกลับไม่ลดละ เพราะอยู่สังคมแบบนี้ ทำให้วาจาการตอบโต้เจ็บแสบไม่เป็นรองใคร
ทัตเทพโมโห ปรี่เข้าหาง้างมือขึ้นขู่ “วอนปากแตกซะแล้วนะมึง”
แต่คนโดนขู่กลับลอยหน้าลอยตา เชิดหน้าตอบกลับอย่างถือดี “มึงก็ลองเข้ามาสิ กูก็อยากรู้เหมือนกันว่าปากใครจะแตกก่อน”
“เอะอะอะไรกัน เสียงดังลั่นไปถึงข้างล่างเลย ลูกค้าแตกตื่นหมดแล้ว หลังโควิดมาเพิ่งจะเปิดร้านได้ไม่นาน ลูกค้ายิ่งน้อย ๆ อยู่ จะทำให้ร้านฉันเจ๊งเลยหรือไง” เสียงแหลมของมาลีตะโกนดังแทรกขึ้นมา เจ้าตัวกำลังเดินขึ้นบันไดมาถึง
“เมียจ๋า นังเปรี้ยวมันต่อยฉันเลือดกำเดาไหลเลย” ทัตเทพรีบฟ้องเมีย รีบเข้าไปกอดอ้อนคนมาใหม่
“ต๊าย! เกินไปแล้วนะนังเปรี้ยว” มาลีเข้าข้างผัวเด็ก
“เจ็บมากด้วยที่รัก ดูสิ!” คนเจ็บยิ่งได้ทีอ้อน เปิดจมูกของตัวเองออกให้เห็นเลือด ไม่เพียงแต่เลือดกำเดาไหล แต่มุมปากก็มีรอยแตก
“ลิ้นสองแฉกโชว์ไม่อายฟ้าดินเลยนะมึง” หญิงสาวกัดฟันบอกงึมงำ เบะปากมองอย่างขยะแขยง
มาลีตกใจที่เห็นคราบเลือดที่มุมปากและเจอลูกอ้อนสามีก็โมโหลูกสาว เท้าสะเอวชี้หน้าด่าทันที โดยไม่ถามลูกสาวสักคำ
“มันจะมากไปแล้วนะนังเปรี้ยว กูขอมึงไม่รู้กี่รอบแล้วว่าอย่ามาใช้กำลังกับคนที่นี่”
มายาวีย์ไม่แปลกใจที่มารดาจะตัดสินแบบนี้ เพราะแต่ไหนแต่ไรมานางก็เห็นผู้ชายดีกว่าลูกเสมอ แต่หญิงสาวก็เลือกที่จะปกป้องตัวเอง แม้จะรู้ว่าคำพูดของเธอมีน้ำหนักเพียงน้อยนิดก็ตาม
“แต่ผัวเด็กแม่มันแต๊ะอั๋งหนู หนูก็แค่ป้องกันตัว”
“เปรี้ยวมันโกหกนะจ๊ะที่รัก” คนโดนกล่าวถึงรีบหันมาแก้ตัวกับภรรยาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
มายาวีย์แอบเบะปากมองบน เธอแทบจะอ้วกกับคำพูดพวกนั้น “จะอ้วก!”
“ที่รักก็รู้... เค้ารักเปรี้ยวเหมือนลูก เค้าจะทำแบบนั้นกับมันทำไม เค้าเห็นลูกแต่งตัวไม่สุภาพ ก็แค่ตักเตือนว่ามันดูไม่งาม คนอื่นจะคิดไม่ดี ไม่คิดว่าเปรี้ยวจะโกรธจนชกมาเต็มแรงอย่างนี้จ้ะที่รัก”
พอผัวเด็กเป่าหูฟ้อง มาลีหันมาเอาเรื่องกับลูกสาวอีกหน “ก็มึงแต่งตัวอ่อยแบบนี้ไง หรือมึงอยากจะอ่อยผัวกู”
‘โอ้โห แม่นะแม่ ความรักมันบังตา เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นขี้หมาเป็นเนื้อนิลจริง ๆ’
“แม่พูดยังกับว่า… หนังหน้ามันน่าอ่อยอย่างนั้นแหละ” มายาวีย์ตอบกลับมารดา เธอไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับการตัดสินของนาง เพราะทุกครั้งที่มีเรื่องกัน แม่จะเข้าข้างสามีเด็กของนาง และคิดว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะเธออ่อยเขา ไม่คิดสักนิดว่าหนังหน้าสัตว์เลื้อยคลานแบบนั้น เธอจะอ่อยให้เสียเวลาทำไม
“แกนี่เถียงคำไม่ตกฟากจริง ๆ นังเปรี้ยว”
“แต่ชั้นนี้เป็นพื้นที่ของหนู หนูจะแต่งยังไงมันก็เรื่องของหนู ต้องโทษที่สัตว์เลี้ยงของแม่มากกว่ามั้ยที่คลานเลื้อยมาถึงชั้นสี่แม่ปล่อยให้หลุดออกมาจากกรงได้ไง”
“นังเปรี้ยว!” ทัตเทพโกรธ ปรี่เข้ามาจะตบ
มายาวีย์ตั้งการ์ดรับอีกรอบ สะบัดเท้าหมุน ๆ “ถ้าอยากเป็นกระสอบทรายก็เข้ามา ช่วงนี้ไม่ได้ไปค่ายมวยซะด้วย กำลังคันตีนพอดี” หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับสะบัดเท้า จ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ลดราวาศอก แม้มารดาจะเข้าข้างผัวเด็ก แต่เธอก็โชคดีที่มีวิชาป้องกันตัวและเอาตัวรอดได้
“อย่าไปยุ่งกับมันเลย แล้วก็แล้วกันไป” มาลีก็รีบดึงตัวสามีเอาไว้ เพราะมายาวีย์เรียนมวยไทยตั้งแต่อายุสิบสี่ตอนนี้ฝีมือเรื่องหมัดมวยของมายาวีย์ก็ไม่ใช่ธรรมดา สามารถล้มผู้ชายตัวโต ๆ ได้สบาย
มาลีหันมาชี้หน้าบอกลูกสาวอย่างคาดโทษ “เออ! ครั้งนี้ให้มันจบไปก็แล้วกัน ถือว่าฉันขอ คราวหน้าแกก็อย่าแต่งตัวแบบนี้ในบ้านอีก”
สุดท้ายมาลีก็เลือกที่จะเข้าข้างผัวเด็กตามเคย แต่มายาวีย์ก็ไม่ลดราวาศอก เถียงกลับ
“คนออกกำลังกายจะให้ใส่ขนมิงก์หรือไงแม่ ต้องบอกสัตว์เลี้ยงของแม่มากกว่า อย่าให้คลานเพ่นพ่าน ครั้งต่อไปถ้ามันเหยียบขึ้นมาอีก หนูจะถีบมันกลิ้งกลับลงไปเหมือนหมาเลย” หญิงสาวบอกด้วยความโกรธ
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ทัตเทพก็จ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง เพราะมาลีใช้ตัวกันระหว่างสองคนเอาไว้ จึงได้แต่ชี้หน้ามายาวีย์
“แกว่าใครเป็นสัตว์เลื้อยคลาน”
มายาวีย์ยักไหล่ตอบกวน “ก็ไม่ได้เจาะจง ใครอยากรับไปก็ตามสบาย”
“พอเถอะน่า ทั้งสองคนนั่นแหละ” มาลีห้ามทัพศึกสงครามน้ำลายอีกครั้ง
“ก็มีแต่คนระริกระรี้อยากมีผัวเท่านั้นแหละที่แต่งตัวแบบนี้ รอบนี้ฝากเอาไว้ก่อนนะจ๊ะ รอบหน้าอ่อยอีก จะมีผัวเอาง่าย ๆ” ทัตเทพบอกก่อนจะเดินฟึดฟัดลงไปข้างล่าง มาลีจิกตาหันกลับมามองลูกสาว
“แกนะแก มีเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน จะทำให้ฉันสบายใจสักวันหน่อยก็ไม่ได้” มาลีบอกลูกสาวทิ้งท้าย
มายาวีย์ได้แต่มองตาม เธอคงเป็นแค่ลูกที่อาศัยท้องมาเกิดอย่างเดียวจริง ๆ ที่โตมาได้คงจะเป็นเพราะความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของบรรดาป้า ๆ น้า ๆ รอบบ้าน โดยเฉพาะต้องตาที่รู้เรื่องของเธอมากกว่าแม่แท้ ๆ เสียอีก จำได้ว่าสมัยเด็ก ๆ ถ้ามีปัญหาอะไรเธอเลือกที่จะบอกต้องตาก่อนเสมอ
มาลีรีบตามไปประคบประหงมสามีเด็ก นางรักและหลงทัตเทพมาก แม้ว่าจะมีคู่ควงที่เป็นฝรั่งหลายคน แต่ละคนล้วนดูแลด้านการเงินให้เธอเป็นอย่างดี แต่มาลีก็ไม่เคยเห็นคุณงามความดีของพวกเขาและซื่อสัตย์ นางเพียงต้องการเงินจากผู้ชายเหล่านั้นเท่านั้น
“เจ็บมากหรือเปล่า”
“อูยยย... เจ็บสิจ๊ะเมียจ๋า น้ำหนักมือมันเหมือนตีนช้าง”
มายาวีย์เบ้หน้าอย่างหมั่นไส้ เมื่อได้ยินเสียงออดอ้อนของทัตเทพแว่ว ๆ ส่วนผู้หญิงอาภัพอย่างเธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้รู้ว่าพ่อของตัวเองคือใคร รู้เพียงว่าตัวเองเป็นลูกครึ่งกับชายชาวยุโรปสักชาติ เพราะรูปลักษณ์ภายนอกมองออกได้อย่างชัดเจนว่าเป็นลูกครึ่ง ผมสีน้ำตาลแดง ดวงตาสีเขียวมรกตน่าจะได้มาจากฝั่งบิดา
ในสังคมที่เลวร้ายของเธอ ในวัยเด็กตั้งแต่จำความได้ มนุษย์ป้าในซอยมักเรียกว่าอีลูกกะหรี่ไม่มีพ่อ มันเป็นคำบุลลีที่เจ็บปวดสำหรับเด็กคนหนึ่ง แต่แม่ของเธอกลับไม่รู้สึกทุกข์ร้อน ตรงกันข้ามคือนางรู้สึกสนุกสนานกับฉายานั้น เหมือนยอมรับในสิ่งที่พวกเขาพูดอย่างภาคภูมิใจ ไม่นึกถึงหัวจิตหัวใจลูกอย่างเธอแม้แต่นิด
จากตอนเด็กที่น้อยใจและเก็บคำพวกนั้นไปนอนร้องไห้บ่อย ๆ คนที่คอยปลอบโยนกลับเป็นต้องตาคู่อริของแม่ นานเข้าก็รู้สึกชินชากับคำพวกนั้น แม้จะเจ็บปวดในใจ แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชาติกำเนิดของตัวเองได้อยู่ดี
มาลีก็เป็นเด็กสาวคนหนึ่งที่วาดฝันสวยหรูกับเมืองพัทยา เธอหอบเสื้อผ้าชวนเพื่อนออกจากบ้านมาขุดทองที่พัทยาเมืองแห่งแสงสี นางเป็นผู้หญิงหลงไฟ จะเรียกว่าเด็กสาวใจแตกก็ไม่ผิด นางเริ่มต้นชีวิตเสเพลในวัยเพียงแค่สิบเจ็ด โดยที่เพื่อนไม่สามารถห้ามได้เลย นางมั่นใจในตัวเองสูงสุดว่าทำถูกต้องทุกสิ่ง จนถึงตอนนี้
แต่สุดท้ายชีวิตสนุกสนานวัยสาวของมาลีก็จบสิ้นลง เมื่อเธอพลาดตั้งท้องในวัยไม่พร้อม คลอดลูกออกมาโดยไม่มีสามี แต่นางก็ใช้ช่วงชีวิตนี้เรียกร้องการสนับสนุนเลี้ยงดูจากผู้ชายหลายคนรอบตัว เพียงยกข้ออ้างว่าเด็กที่อยู่ในท้องของเธอเป็นลูกของเขา
ผู้ชายทุกคนที่เคยมีสัมพันธ์สวาทกับมาลีล้วนได้รับตำแหน่งพ่อของลูกในท้องของมาลี หลายคนแสดงความรับผิดชอบ เพราะคิดว่าสายเลือดของพวกเขาอยู่ในตัวของนาง แต่เป็นมาลีเองที่ไม่รู้จักพอ บางคนพอจับได้ว่านางหลอกลวงคนอื่นด้วยก็เลิกติดต่อและบอกลากันโดยปริยาย
แต่ถึงอย่างนั้นมาลีก็ค้นพบว่าวิธีการแบบนี้คือการกระทำที่ชาญฉลาดที่สุด มีผู้ชายหลายคนส่งเสียเงินทองเลี้ยงดูให้สุขสบาย จนตอนนี้วิชาขอเงินผู้ชายแกร่งกล้า สลับรางได้เก่ง บริหารเสน่ห์กับผู้ชายได้ทีละหลาย ๆ คน นั่นเป็นสิ่งที่นางภูมิใจนักหนาว่าตัวเองสวยมีเสน่ห์ มีชีวิตสุขสบาย เมื่อมีบางคนหายไป ก็หาใหม่มาเพิ่มได้เสมอ
สิ่งนี้ทำให้มาลีโอ้อวดกับต้องตา เจ้าของร้านนวดคู่แข่งติดกัน นางภูมิใจกับการกระทำของตัวเองและมักกระทบกระเทียบกับคนอื่นว่าโง่
นิสัยรักสบายและอวดหรูกลายเป็นสันดานที่ติดตัวจนแก้ไม่หาย ถึงตอนนี้นางเลี้ยงสามีเด็กเอาไว้ข้างตัว แต่ก็ไม่วายขูดรีดเงินทองจากฝรั่งคู่ขาเหมือนเดิม ตอนนี้ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ เพราะทัตเทพใช้เงินเก่ง เขามีเมียคราวแม่ก็เพราะหวังมาเกาะเพื่อหวังปอกลอกและความสุขสบายเท่านั้น
‘คิดดูสิคะว่ามันเน่าเฟะสักแค่ไหน มายาวีย์อยากหลุดพ้นจากนรกขุมนี้เต็มทน’