ตอน 1

เพล๊งงงง!!!!

เสียงจานกระเบื้องกระทบกับพื้นจนแตกกระจาย อาหารในจานกระเด็นตกพื้นไปคนละทิศคนละทาง ในขณะที่หญิงสาวสวยที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะอาหาร ถึงกับอ้าปากค้าง ใบหน้าซีดเผือด

"ฟะ..ฟาริสทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย?" เธอก้มหน้าร้องไห้ น้ำตาร่วงเผาะ ด้วยไม่เคยคิดมาก่อนว่าอดีตชายคนรักที่เคยรักและทะนุถนอมเธอราวกับไข่ในหินจะกล้าทำได้ถึงขนาดนี้

"เธอคิดว่าเธอเป็นใคร ถึงกล้าสะเออะทำอาหารมาขึ้นโต๊ะให้ฉัน ถ้าคราวหน้ายังทำแบบนี้อีกฉันจะไม่ปามันลงพื้น แต่จะปามันใส่หน้าเธอแทน" ฟาริสกัดฟันพูดจนสันกรามขึ้นปูด ดวงตาวาวโรจน์นั้นจ้องมองเธอเหมือนกับจะกินเลือดกินเนื้อ จนมัตตัญญุตาต้องหลบสายตาด้วยความหวาดกลัว แต่เหมือนเขายังไม่สาแก่ใจ เพราะเท้าหนากำลังเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอเวลานี้

"ทำความสะอาดพื้นเสียสิ รู้ไหมว่าพื้นห้องที่นี่มีราคามากกว่าตัวเธออีกนะ" ฟาริสแสยะยิ้มร้ายแล้วยืนกอดอกมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาแห่งความเกลียดชัง

"ดะ..ได้ งั้นมัตขอไปเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดก่อนนะ" มัตตัญญุตาพูดพร้อมกับหมุนตัวกลับหลัง เตรียมเดินกลับไปเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดแต่ก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อได้ยินเสียงของเขาตวาดกลับมาดังลั่น

"ไม่ต้อง!" มัตตัญญุตาหยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับมามองหน้าของอีกฝ่ายด้วยแววตาที่สั่นระริก

"นั่งลง แล้วเลียซะสิ" มัตตัญญุตามองหน้าของฟาริสด้วยความตกใจ

"อะ..อะไรนะ" เธอเอ่ยถามเสียงขาดห้วง ทั้งงุนงง ตกใจ และเสียใจระคนความผิดหวัง

"ทำไมล่ะ พื้นที่บ้านของฉันยังสะอาดกว่าเธอเยอะนะ เพราะผู้หญิงอย่างเธอมันสกปรกทั้งกาย สกปรกทั้งใจ ฉันเห็นหน้าแล้วขยะแขยงจนอยากจะอ้วก" เขาด่าเธออีกแล้ว

"ถ้าฟาริสจะรังเกียจกันขนาดนี้แล้วบอกคุณพ่อให้ส่งมัตมาอยู่ด้วยทำไม?" เธอกัดฟันถาม น้ำตาร่วงสู่พื้นหยดแล้วหยดเล่าโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

"อ๋อ.. นี่อย่าบอกนะว่าเธอคิดว่าฉันจะเอาเธอมาเป็นเมียเพื่อขัดดอก มิน่าล่ะ! ถึงได้รีบระริกระรี้มาถึงขนาดนี้ ฉันจะบอกให้เธอรู้เอาไว้เลยนะ ว่าการที่ฉันเอาเธอมาที่นี่ ไม่ได้จะเอามาเป็นเมียขัดดอก เพราะฉันเอาผู้หญิงร่านแบบเธอไม่ลง ผู้หญิงอย่างเธอมันก็เหมาะจะเอามาเป็นแค่คนรับใช้เพื่อรองมือรองเท้าฉันกับผู้หญิงของฉันเท่านั้นแหละ"

ตอน 2

"อะไรนะคะคุณพี่ บริษัทเราเป็นหนี้ร้อยล้าน มันเป็นไปได้ยังไงกันคะ" นางธนียาเอ่ยถามสามีด้วยใบหน้าซีดเผือด แล้วทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะประธานบริษัทของนายดำรงเดชผู้เป็นสามี

"พี่เดชาบอกกับพี่ว่าจะกู้เงินคุณฟาริสหนึ่งร้อยล้านบาท เพื่อลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทเราเพิ่ม พี่ก็เซ็นอนุมัติไป แต่กลายเป็นว่าพี่เดชาเอาเงินไปลงบ่อนจนหมด" นายดำรงเดชบอกกับนางธนียาถึงเรื่องที่พี่ชายของเขาได้สร้างความเดือดร้อนไว้ให้ มิหนำซ้ำตอนนี้นายเดชายังหนีหายและตามหาตัวไม่พบอีกด้วย

"แล้วทีนี้เราจะทำยังไงกันดีคะ" นางธนียาคว้ายาดมจากกระเป๋าสะพายออกมาสูดดม เพราะตอนนี้เธอรู้สึกหน้ามืดตาลาย คล้ายจะเป็นลมเข้าไปทุกที

"พี่จะลองนัดเจรจากับคุณฟาริสดูก่อน เผื่อจะมีหนทางแก้ไขได้" นายดำรงเดชเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วหลับตาลง เขาถอนหายใจยาวพลางใช้ฝ่ามือหนานวดขมับตัวเองไปมา เขารู้ดีว่าเรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ แน่ เพราะหนี้สินจำนวนมหาศาลขนาดนั้น แถมเจ้าหนี้ยังเป็นมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลอีกด้วย

ฟาริส เด็กหนุ่มอายุ 25 ปี แต่ชีวิตของเขาคร่ำหวอดในวงการมาเฟียตั้งแต่อายุเพียงสิบแปดปี และเป็นเจ้าของคาสิโนตั้งแต่อายุยี่สิบปี และปัจจุบันเขายังมีธุรกิจทั้งขาว และเทาอีกหลายอย่าง นอกจากนั้นเขายังเป็นทายาทเจ้าของบริษัทแอลตัน ดิเวลลอปเมนท์ ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับต้นๆ ของเมืองไทยที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮ้าส์ แฟลต อพาร์ตเมนต์ และยังมี อาคารสำนักงานและอาคารพาณิชย์ นอกจากนั้นยังเป็นหุ้นส่วนใหญ่กับมาร์ตินกรุ๊ป บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ซึ่งมีสาขาทั้งที่ฝรั่งเศสและในประเทศไทยด้วย

ฟาริสเป็นลูกชายคนเล็กของมัมสายป่านกับแด๊ดแอลตัน เขามีพี่สาวสองคนคือ แอลลี่และไอด้า ครอบครัวของเขาอยู่ที่เมืองไทย มีแต่เขาเท่านั้นที่มาอยู่ฝรั่งเศสกับคุณปู่ปิแอร์ ท่านเป็นเจ้าของบริษัทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รุ่นบุกเบิก และเป็นเพื่อนสนิทกับคุณปู่โนแอล ผู้ก่อตั้งมาร์ตินกรุ๊ป ซึ่งเป็นบิดาของลุงเซดริกเพื่อนสนิทของแด๊ดแอลตันผู้เป็นพ่อ และปัจจุบันคุณปู่ก็ยังดูแลธุรกิจอยู่ที่ฝรั่งเศสโดยมีฟาริสช่วยบริหาร ส่วนทางมาร์ตินกรุ๊ป สาขาในประเทศไทยที่ถูกบริหารงานโดยฟาเบียนและฟาบริซ ลูกชายลุงเซดริก และมีศักดิ์เป็นพี่เขยของฟาริส เพราะฟาบริซแต่งงานกับแอลลี่ พี่สาวของฟาริสนั่นเอง

ส่วนมาร์ตินกรุ๊ปที่ฝรั่งเศสก็มีอาเออเนส น้องชายคนละแม่ของลุงเซดริก เป็นผู้บริหารงาน ท่านแต่งงานกับอาปฏิญญา ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับอามาลารินทร์ภรรยาอาเซดริก อาเออเนสมีลูกชายอายุมากกว่าฟาริสห้าปี ชื่อพี่เอเรส คอยช่วยดูแล ส่วนเอริส ลูกสาวอีกคนอายุ 24 ปี เป็นรุ่นน้องของฟาริส ด้วยอายุที่ห่างกันแค่หนึ่งปีเลยทำให้เขากับเอริสเป็นเพื่อนที่สนิทกัน ตอนนี้เธอเรียนจบแล้วและกำลังช่วยงานพี่ชายตัวเองอยู่ที่มาร์ตินกรุ๊ปเช่นเดียวกัน

นอกจากนั้นยังมีอาเซนส์ ซึ่งเป็นลูกบุญธรรมของคุณปู่โนแอล ร่วมหุ้นและบริหารที่มาร์ตินกรุ๊ปด้วย อาเซนส์กับอาน้ำฟ้ามีลูกสองคนคือคริสตัลและเดม่อน ซึ่งมีอายุใกล้เคียงกับฟาริสด้วยกันทั้งคู่

ฟาริสเกิดและโตที่เมืองไทย แต่เป็นเพราะเขาติดคุณปู่มาก จึงขอมาอยู่ที่ฝรั่งเศสกับท่านและมาเรียนที่นี่ตั้งแต่อายุหกขวบ โดยแด๊ดแอลตันกับมัมสายป่านรวมถึงพี่สาวทั้งสองคนของเขายังอาศัยอยู่ที่ประเทศไทย แต่ทั้งสองครอบครัวก็บินไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยๆ เพราะมีเครื่องบินส่วนตัว การเดินทางจึงค่อนข้างสะดวก บางครั้งเขากับพี่ ๆ น้อง ๆ ของมาร์ตินกรุ๊ปที่ฝรั่งเศส ก็บินไปเที่ยวที่เมืองไทยกันบ่อย ๆ

@ คาสิโนฟาริส

"คนของเรารายงานมาว่านายเดชาหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วครับนาย" เสียงของชาลล์มือขวาคนสนิทบอกกับผู้เป็นนายที่ตอนนี้กำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้และเหยียดขายาวๆ ทั้งสองขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะทำงาน

"หึ!! กูคิดไว้ไม่ผิดจริงๆ แล้วมึงติดต่อทางโน้นรึยัง" ฟาริสเอื้อมมือไปหยิบบุหรี่ราคาแพงขึ้นมาจุดสูบ แล้วพ่นควันขโมง

"คุณดำรงเดชติดต่อเข้ามาเองแล้วครับ เห็นว่าอยากขอเจรจากับนายเรื่องปัญหาหนี้สิน"

"ฮึ!! ตอบรับนัดได้เลย กูอดทนรอเวลานี้มานานแล้ว " ฟาริสตอบกลับสั้นๆ ในขณะที่ชาลล์โค้งคำนับแล้วถอยหลังก้าวออกจากห้องไป

ตอน 3

ฉันก้าวเท้าเข้ามายังคฤหาสน์ แต่แอบแปลกใจว่าทำไมวันนี้ดูเงียบเหงาเหลือเกิน ร่างเล็กเดินเข้าไปในห้องโถงก็ไม่เห็นใคร จึงเดินเข้าไปในครัวเผื่อว่าจะเจอใครอยู่บ้าง

"ป้าทิมคะ คุณพ่อกับคุณแม่ไปไหน ทำไมบ้านเงียบจัง" ฉันเอ่ยถามป้าทิม ที่ตอนนี้กำลังก้มหน้าก้มตาค้นน้ำส้มสดอยู่

"คุณท่านทั้งสองคนอยู่บนห้องทำงานค่ะคุณมัต" ป้าทิมหันมาตอบ ฉันเอ่ยขอบคุณแล้วเดินขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อจะไปพบคุณพ่อกับคุณแม่ที่ห้องทำงาน หลังจากที่ไปร่วมงานเดินแบบเครื่องเพชรคอลเลคชั่นใหม่ และถ่ายแบบเสื้อผ้าที่เยอรมันมาตั้งหลายวัน ป่านนี้ท่านคงคิดถึงฉันแย่แล้ว

ฉันเดินมาถึงห้องทำงานและกำลังจะเคาะประตูห้อง แต่ดันมองเห็นว่าประตูมันปิดไม่สนิท จึงจับลูกบิดประตูและกำลังจะเปิดเข้าไป แต่กลับได้ยินเสียงคุณพ่อกับคุณแม่คุยกันเสียก่อน

"ทางโน้นติดต่อมาว่าอย่างไรบ้างคะพี่เดช" ฉันได้ยินเสียงของคุณแม่เอ่ยถามกับคุณพ่อ แต่ไม่รู้คุยกันเรื่องอะไร ก็เลยยืนรออยู่ที่หน้าห้องก่อนเพราะไม่อยากขัดจังหวะของท่าน

"ทางนั้นบอกว่าคุณฟาริสนัดให้เราไปคุยด้วยวันพรุ่งนี้ ส่วนเรื่องสถานที่จะติดต่อมาบอกอีกที" หัวใจของฉันเต้นแรงทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น ฟาริส .. แล้วพ่อฉันมีธุระอะไรล่ะ ถึงต้องนัดคุยกับเขา

"พี่เดชว่าเขาจะยอมให้เราประนอมหนี้ไหมคะ ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณฟาริสเด็ดขาดเรื่องนี้มาก แล้วนี่พี่เดชาก็ผิดนัดชำระเขามาจะเป็นปีแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้เงินร้อยล้านที่พี่เดชาเอามา จะเสียดอกเบี้ยไปเท่าไหร่" ฉันถึงกับเอามือปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ ที่รู้ว่าลุงเดชาไปกู้เงินฟาริสมาหนึ่งร้อยล้าน

"พี่ไม่รู้ แต่คิดว่าถ้าเราบอกความจริงไป คุณฟาริสอาจจะเห็นใจเราบ้าง เพราะเขาก็รู้ว่าพี่เดชาติดการพนันขนาดไหน" ฉันยืนฟังอยู่ครู่หนึ่งจนทนฟังต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะ

"มัต หนูกลับมาแล้วเหรอลูก แล้วนี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่" คุณแม่เอ่ยถาม แล้วเดินเข้ามาสวมกอดฉันเหมือนกับทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ฉันได้ยินเสียงสะอื้นเบา ๆ จากคุณแม่

"หนูได้ยินหมดแล้วนะคะ ลุงเดชาไปกู้เงินฟาริสมาจริงๆ เหรอคะ แล้วทำไมเราต้องเป็นคนจ่ายคืนด้วย?" คุณพ่อมองหน้าฉันแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

"ลุงเดชาบอกกับพ่อว่าจะกู้เงินคุณฟาริสมาลงทุนธุรกิจของเราเพิ่ม พ่อก็เลยเซ็นอนุมัติไป แต่พ่อเพิ่งจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วลุงเดชาเอาเงินไปเล่นการพนันจนหมด" ฉันถึงกับทรุดตัวนั่งลงที่โซฟา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลุงเดชาทำแบบนี้กับครอบครัวเรา ตลอดเวลาที่ผ่านมาลุงมักจะก่อหนี้สินให้พ่อต้องตามล้างตามเช็ดอยู่ตลอดเวลา แต่มันก็ไม่ได้มากมายมหาศาลเหมือนกับครั้งนี้

เอาจริง ๆ ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพ่อถึงได้รักลุงเดชามากมายนัก ทั้ง ๆ ที่ลุงเดชาเป็นพี่ชายคนละแม่กับพ่อฉัน หนำซ้ำยังก่อปัญหาให้พ่อเสมอ ซึ่งคำถามนี้ฉันก็เคยถามท่านทุกครั้งที่ลุงเดชาก่อปัญหาให้พ่อ แต่พ่อก็เลี่ยงที่จะตอบทุกที

"แล้วฟาริสเขาว่ายังไงบ้างคะ?"

"พ่อยังไม่ได้คุยกับคุณฟาริส แต่เขาให้คนติดต่อมาแล้ว บอกว่าจะมาคุยกับพ่อด้วยตัวเองวันพรุ่งนี้" ฉันพยักหน้าว่าเข้าใจ แต่อันที่จริงก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมฟาริสถึงต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ทั้ง ๆ ที่เขาก็มีลูกน้องที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว

"ลุงเดชาไปกู้เงินเขามานานแค่ไหนแล้วคะพ่อ?"

"ลุงเดชาคุยกับพ่อเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อปีก่อน แต่บอกกับพ่อว่าทางโน้นไม่อนุมัติให้กู้ พ่อก็เลยไม่ได้สนใจอะไรอีก เพราะคิดว่ามูลค่าที่เราขอกู้มันคงจะมากเกินไป พ่อก็เพิ่งจะรู้เหมือนกัน ว่าจริง ๆ แล้วเขาอนุมัติให้ตั้งแต่แรกแล้ว และจากสำเนาหนังสือเงินกู้ที่ส่งมา ทางนั้นบอกว่าขาดส่งดอกเบี้ยและเงินต้นมาเป็นปีแล้ว"

"แล้วทำไมทางนั้นถึงยอมให้ทางเราขาดส่งดอกเบี้ยนานขนาดนั้นคะ ยอดเงินต้นก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะ" ฉันอดสงสัยไม่ได้ เพราะมันผิดวิสัยเจ้าของเงินกู้ ที่อยู่ ๆ จะยอมให้ลูกหนี้ตัวเองทิ้งความรับผิดชอบจนเนิ่นนานขนาดนี้

"ลูกก็สงสัยเหมือนกันใช่ไหมมัต" คราวนี้คุณแม่เป็นคนเอ่ยถามฉัน

"ใช่ค่ะ หนูสงสัย" ฉันยอมรับตามความจริงว่าสงสัยเรื่องนี้มาก

"สงสัย.. สงสัยอะไรกัน" คุณพ่อมองหน้าฉันอย่างต้องการหาคำตอบ

"หนูสงสัยว่าฟาริสน่าจะรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรก แต่เขาจงใจให้เรื่องทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ค่ะ" ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริก เพราะถ้าทุกอย่างมันเป็นอย่างที่ฉันคิดจริง ๆ เรื่องนี้มันคงไม่จบง่าย ๆ เป็นแน่

"มัตกำลังคิดว่าคุณฟาริสตั้งใจทำแบบนี้เพื่อแก้แค้นหนูอย่างนั้นเหรอ?" ฉันไม่ได้ตอบคำถามของคุณพ่อ เพราะไม่อยากให้ท่านต้องเป็นกังวล ทั้งที่ฉันค่อนข้างมั่นใจว่ามันน่าจะเป็นแบบนั้นจริงๆ

"เอาเป็นว่าถ้าพรุ่งนี้เขานัดให้คุณพ่อไปเจรจาเรื่องหนี้ หนูขอไปด้วยนะคะ หนูก็อยากรู้เหมือนกันว่าจริงๆ แล้วฟาริสเขาต้องการอะไรกันแน่"

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED