ภาพปกนิยาย สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่

สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่

9.5 / 10.0
ลู่ฉางกัง ทายาทมหาเศรษฐีผู้มีนิสัยเย่อหยิ่งและยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง จนละเลยสิ่งสำคัญในชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย กระทั่งเขาได้พบกล่องไม้โบราณลึกลับของตระกูลที่นำพาเขาย้อนเวลากลับไปสู่โลกมิติโบราณในร่างเด็กชายวัยเพียงสิบขวบ การผจญภัยครั้งใหม่นี้ทำให้เขาได้พบกับคนสำคัญที่เคยสูญเสียไปอีกครั้ง พร้อมโอกาสทองในการแก้ไขความผิดพลาดในอดีตและเรียนรู้ความหมายที่แท้จริงของคำว่าครอบครัว แม้ช่วงแรกเขาจะเป็นเพียงคุณชายจอมอวดดีที่มีรัก โลภ โกรธ หลง ไม่ต่างจากตัวร้าย แต่สถานการณ์บีบคั้นในการเอาชีวิตรอดจะหล่อหลอมให้เขาค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตนเอง เพื่อนำพาครอบครัวไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและรักษาความสุขที่สวรรค์ประทานกลับคืนมาให้อีกครั้ง

สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่ ตอนที่ 1

1. คุณชายตระกูลลู่

เสียงแง้มประตูให้เปิดออก ตามมาด้วยร่างของหญิงชรานางหนึ่ง ยามนี้เป็นเวลาเช้าตรู่อากาศจึงหนาวเย็นยะเยือก หยาดน้ำค้างเกาะอยู่ตามยอดหลิวแลดูอ่อนละมุมยิ่ง กลิ่นควันจากการเผาไหม้จาง ๆ ลอยมาเตะจมูก เพราะกลิ่นนี้นางจึงทอดมองไปยังเตาเผาเครื่องปั้นของลูกชาย ผลันดวงตาพร่ามัวก็สะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่วางอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ หญิงชราเดินเชื่องช้าไปยังแคร่ไม้ไผ่ตัวนั้น เมื่อได้เข้ามาดูใกล้ ๆ ก็พบว่าสิ่งของซึ่งมองเห็นแต่ไกลคือถุงผ้าสีน้ำตาลใบหนึ่ง มือเหี่ยวย่นเอื้อมออกไปหยิบถุงผ้ามาเปิดดู ทว่าสิ่งที่อยู่ในถุงทำให้นางเบิกตาโตตะลึงค้าง..

"เชาถง! ปิงเหยียนออกมาดูนี่เร็วเข้า!"

……

…..

นครฉงเทียน 2024

รถซูเปอร์คาร์สุดหรูเล่นพาดผ่านถนนคดเคี้ยวเชิงเขา หญิงสาวที่นั่งมาด้วยลดกระจกลงรับอากาศบริสุทธิ์ สายลมอ่อนสะพัดมาได้กลิ่นหอมของมวลต้นไม้ใบหญ้าผสมกับกลิ่นดินกรุ่นหลังฝนตกใหม่ ภูเขาตรงหน้าตั้งตระหง่านระฟ้า ความพิเศษของหุบเขาแห่งนี้คือขึ้นสลับสับหว่างสวยงามราวจับวาง หากไม่ติดว่านี่คือดินแดนมนุษย์ ผู้มาเยือนอาจหลงผิดคิดว่าเป็นดินแดนสวรรค์

"วั้งซานกู่" คือสถานที่ทางธรรมชาติสุดแสนมหัศจรรย์ นอกจากทิวทัศน์ที่สวยงามแล้วยังมีลำธารไหลลงมาจากยอดเขา เป็นแหล่งน้ำสะอาดบริสุทธิ์ มีความใสกระจ่างจนมองเห็นฝูงปลาแหวกว่ายไปมา แม้กระทั่งก้อนกรวดเล็ก ๆ ที่ก้นลำธารก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

บรรยากาศในรถค่อนข้างอึดอัดอยู่ไม่น้อย เนื่องจากผู้โดยสารทั้งหมดไม่ได้ปริปากพูดคุยกันเลยแม้แต่คำเดียว กระทั่งรถเคลื่อนมาจอดยังตีนเขาซึ่งเป็นที่ดินแปลงใหญ่สุดลูกหูลูกตา ถือครองโฉนดที่ดินโดยทายาทตระกูลลู่ยาวนานหลายชั่วอายุคน

ตระกูลลู่คือตระกูลเก่าแก่ร่ำรวยมหาศาล ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และประเภทส่งออกสินค้าไปขายต่างประเทศ มากด้วยเงินทองและบริวาร เพราะอย่างนั้น ทายาทเพียงหนึ่งเดียวของรุ่นปัจจุบันอย่าง "ลู่ฉางกัง" ถึงได้หยิ่งยโสเพียงนี้

หากไม่มีเรื่องราวสะเทือนขวัญเมื่อสิบปีก่อน ฉางกังก็คงไม่ต้องแบกรับทุกอย่างลำพัง เขาเคยมีพ่อและแม่อยู่กันพร้อมหน้า ทว่าทุกอย่างผันผ่านราวกับฝัน อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดพรากทุกคนไปจนหมด ปัจจุบันนี้มีเพียงคุณย่าเพียงคนเดียวซึ่งเป็นครอบครัวที่เขาเหลืออยู่

ชายหนุ่มมองออกไปนอกกระจกรถ เห็นบ้านเรือนทรุดโทรมจำนวนกว่าร้อยหลังคาที่ตั้งอยู่หนึ่งหย่อม จึงรู้สึกขวางหูขวางตาเป็นอย่างมาก พร้อมกันนั้นหลากหลายคำถามผุดขึ้นมาในหัว

...เพราะอะไร...ทำไมคุณย่าถึงได้เมตตาคนกลุ่มนี้นักนะ

คุณย่าถึงขั้นอนุญาตให้คนจน ๆ พวกนี้เข้ามาสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัย และให้ใช้ที่ดินทำกิน โดยคิดค่าเช่าเพียงเดือนละหนึ่งตำลึง

...ฟังไม่ผิด...ค่าเช่าเพียงหนึ่งตำลึงต่อเดือน!

สิ่งเหล่านี้ขัดต่อหลักการทางความคิดของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก เขาคิดว่าหากต้องเสียอะไรไป ต้องได้ผลประโยชน์ตอบแทนมาอย่างคุ้มค่า แต่เท่าที่เห็นฉางกังคิดว่าคนพวกนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลยต่อตระกูลลู่ ก็แค่คนยากจนไร้ที่พึ่งพิงและไม่มีที่ไป หวังอาศัยบารมีของตระกูลลู่คุ้มกะลาหัว หากให้อยู่ต่อก็รังแต่จะสร้างความเสื่อมโทรมและทำลายทัศนียภาพของที่ดินผืนงามจนด้อยราคาลง

ดังนั้น จุดประสงค์หลักในการมาของฉางกังในครั้งนี้ก็เพื่อต้องการออกคำสั่งขับไล่ชาวบ้านออกไปอยู่ที่อื่น เขาคิดว่าหากปราศจากบ้านเรือนโกโรโกโสแล้ว ที่ดินผืนนี้น่าจะงามกว่าเดิมหลายเท่า ถ้าจะขายต่อนายทุนสร้างเป็นรีสอร์ทก็ดูเข้าที หรือทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติก็ดูไม่เลว

ท่อนขายาวท่าทางกำยำก้าวลงจากรถ ภายใต้ชุดสูทสีกรมท่าดูหรูหรา ยังมีนาฬิกาเรือนโปรดที่ประมูลมาในราคาหลายสิบล้าน ดู ๆ ไปแล้วก็ช่วยเสริมสร้างบุคลิกให้สง่าขึ้นไปอีก ใบหน้ามาดคมเข้มผุดผ่องสมกับที่เกิดในตระกูลบารมีสูงส่ง ผิวที่ขาวกระจ่างราวหยกน้ำค้างเมื่อกระทบแสงแดดยามเว่ย ดูดีเกินจะบรรยายได้ ทว่าภายใต้รูปลักษณ์ที่สง่างามนี้ จิตใจของลู่ฉางกังกลับถูกฝังกลบไปด้วยความเย็นชาไร้ซึ่งความเห็นใจผู้อื่น

หญิงสาวที่นั่งมาด้วยก็เดินลงจากรถเช่นกัน นามของเธอคือ จางลี่อิน แฟนสาวที่คบกันมานานหลายปีของฉางกัง เธอคนนี้แต่งตัวเรียบง่ายไม่เวิ่นเว้อเหมือนชายหนุ่ม

ตามมาด้วยเข่อซิง เลขาคนสนิทของฉางกังที่ลงจากรถเป็นคนสุดท้าย หลังจากที่ทั้งสามลงจากรถ ไม่นานก็มีชายวัย 60 หนาวคนหนึ่งเดินมาทางพวกเขา

"คุณชายลู่ เป็นบุญตาที่กระผมมีโอกาสได้เห็น"

ชายผู้นี้คือคนที่คุณย่าว่าจ้างให้ดูแลที่ดินหลังเขาวั้งซานกู่ เปรียบเสมือนผู้นำหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ เขาเอ่ยขึ้นหลังจากเดินเข้ามาใกล้สักระยะสายตา ดวงตาของเขาเปี่ยมด้วยความดีใจแบบไม่ปิดบัง หากแต่มันกำลังจะเปลี่ยนไปในไม่ช้าเมื่อได้รับการตอบกลับจากบุคคลที่เขาเพิ่งเอ่ยชื่นชมเมื่อครู่

“รีบพาฉันไปดูให้จบ ๆ ที่ดินโกโรโกโสแบบนี้ฉันไม่อยากจะเสียเวลานาน”

ฉางกังพูดห้วน ๆ กับคนงานของคุณย่าจนอีกฝ่ายเก็บรอยยิ้มจริงใจแทบไม่ทัน เหลือไว้แต่เพียงรอยยิ้มฝืน ๆ ที่หากจะไม่ยิ้มก็ไม่ได้ แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยอะไรต่อชายหนุ่มก็เดินนำหน้าไปก่อนด้วยความรำคาญใจ

ลี่อินที่เห็นสีหน้าเจื่อนของชายแก่จึงรีบเดินมาขอโทษ เธอรู้นิสัยแฟนหนุ่มเป็นอย่างดีว่าเขาเป็นคนไม่สนโลกเพียงใด และรู้สึกอับอายแก่การกระทำของฉางกังเป็นอย่างมาก ในบางครั้งเธอได้พูดจาตักเตือนเขาไปบ้าง แต่ฉางกังก็ไม่ใส่ใจคำเตือนของเธอเลยสักนิด เขามักคิดว่าตนเองคือศูนย์รวมของจักรวาล และมั่นอกมั่นใจว่าตนเองสูงส่งอยู่เหนือกว่าทุกคน

“คุณลุงคะ ขอโทษแทนลู่กังด้วยนะคะ เขาอารมณ์ไม่ดีค่ะ หวังว่าคุณลุงจะไม่ถือสาเขานะคะ”

หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลจนรอยยิ้มของอีกฝ่ายกลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง ชายแก่พยักหน้าให้เธอเบา ๆ เป็นเชิงบอกว่าเขาไม่เป็นอะไรอย่าได้กังวล แล้วมือเหี่ยวที่ตรากตำทำงานหนักมาหลายปีก็ผายออกเป็นนัยยะว่าตนนั้นกำลังจะเดินนำให้เดินตามมา และพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นว่า

"เชิญครับ ๆ เราเองก็รีบตามคุณชายลู่ไปกันเถอะครับ"

เวลาผ่านไปเป็นชั่วยาม แต่ฉางกังยังดูที่ดินได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เขารู้สึกหงุดหงิดเต็มทีจึงเอ่ยปากสบถคำไม่น่าฟังออกมาทุกเมื่อ กระทั่งสมควรแก่เวลาที่ต้องกลับลี่อินจึงค่อยรู้สึกเบาใจได้บ้าง เธอเกรงว่าหากเมื่อใดที่แฟนหนุ่มของเธอหงุดหงิดจะพูดจากระทบใครต่อใครให้เจ็บช้ำน้ำใจ หรือร้ายไปกว่านั้นอาจถึงขั้นไล่คนงานที่เป็นคนเก่าแก่ของตระกูลลู่ออกอย่างไร้เหตุผล เมื่อรถเคลื่อนตัวจากไปเพียงไม่กี่นาทีก็ต้องหยุดกะทันหัน เหตุเพราะเสียงด่าทอของผู้เป็นนาย

“เจ้างั่ง! ถ้าจะขับช้าขนาดนี้ฉันนั่งเต่าไปไม่ดีกว่าเหรอ”

ลี่อินเห็นแฟนหนุ่มพูดด้วยอารมณ์โทสะ นี่คือภาพที่เห็นเป็นประจำแต่เธอก็ไม่อาจเพิกเฉยได้เลย บางครั้งเธอมองว่าไม่ใช่ความผิดของเข่อซิงด้วยซ้ำ เพียงเพราะว่าฉางกังเห็นเลขาเป็นที่ระบายอารมณ์เพียงเท่านั้น เข่อซิงก็เลยถูกปฏิบัติตอบด้วยพฤติกรรมที่ไม่ให้เกียรติ

“แล้วคุณจะเอายังไงคะ ฉันว่าความเร็วระดับนี้ถือว่าปลอดภัยกับพวกเราแล้ว นี่เป็นเส้นทางบนเขานะ ทั้งคดเคี้ยวและลาดชัน ถ้าคุณไม่พอใจมากนักคุณก็ไปขับเองสิ”

เสียงหวานของจางลี่อินเอ่ยสวนกลับฉางกังอย่างไม่พอใจ นี่คงเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดแล้ว ในเมื่อเขามักจะเอาตามใจตนเองทุกอย่าง เช่นนั้นสมควรให้เขาขับเองจะได้สิ้นเรื่อง ฉางกังหันมาสบตาแฟนสาวด้วยสีหน้าสุดจะเบื่อหน่าย แล้วพูดกระแทกเสียงจนลี่อินสะดุ้ง

“ได้! เดี๋ยวผมจะขับเอง"

พูดจบเขาก็เปลี่ยนที่นั่งกับเข่อซิง แล้วขับรถออกไปด้วยความเร็วชนิดที่เรียกได้ว่าหูดับตับไหม้ บริเวณนี้คือทางแทรกกลางระหว่างเขาสองลูกที่ถูกระเบิดเพื่อแหวกเส้นทางทำถนนสำหรับสัญจรไปมา เส้นทางค่อนข้างเปลี่ยว สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้เล็กใหญ่ทว่าแซมไปด้วยบ้านคนที่ปลูกห่างกัน นาน ๆ ทีจะเจอสักหลัง ฉางกังจึงขาดความระมัดระวัง เขาได้เหยียบคันเร่งเต็มแรงหวังกลับให้ถึงบ้านที่อยู่ในตัวเมืองโดยเร็ว

...แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

พลั่ก!

กรี๊ดดดด

วัตถุบางอย่างกระทบตัวรถ ตามมาด้วยเสียงเหยียบเบรกกะทันหัน ลี่อินกรีดร้องออกมาอย่างตกใจ ในตอนแรกฉางกังคิดว่าตนเองขับรถชนสัตว์ป่าที่กำลังข้ามถนนหรือกำลังออกหากินจึงลดกระจกลงดู ปรากฏว่าเห็นชายแก่ ๆ นอนบาดเจ็บอยู่ ข้างชายแก่มีผู้หญิงอายุราว 30 หนาวต้น ๆ พวกเขาทั้งสองคือชาวบ้านธรรมดาที่อาศัยอยู่ละแวกนี้ สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ผิวดำหยาบกร้าน ใบหน้ามอมแมม ร่างกายคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหงื่อไคลจากการใช้แรงงานหนัก

ในขณะที่ฉางกังกำลังมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลี่อินก็ลงไปพยุงชายแก่คนนั้นให้ลุกนั่ง เธอร้อนรนให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะช่วยได้ คนจิตใจดีอย่างลี่อินคิดไปไกลว่าแฟนหนุ่มของเธอควรจะพาชายแก่คนนี้ไปส่งโรงพยาบาล แต่ฉางกังไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลยสักนิดเดียว

...หึ ลูกไม้ตื้น ๆ

เขาคิดในใจอย่างไร้มนุษยธรรม

>>>>>ไรท์ฝากกดหัวใจสีชมพูดวงน้อย ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้นิยายของไรท์มีคนเข้ามาเห็นเยอะ ๆ ด้วยนะคะ 

นิยายเรื่องนี้มีความยาวอยู่ที่ประมาณ 40 ตอนถ้ายอดหัวใจถึง 200 ไรท์จะลงให้อ่านฟรีจนถึงตอนจบค่ะ

อ่านต่อ

สารบัญของ สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
8.7
สัมผัสเรื่องราวความรักสุดอันตรายของสามพี่น้องตระกูลชอว์นที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจ เคน พี่ใหญ่ผู้เย็นชาในโลกมืดต้องรับมือกับหลิวหลิว หัวขโมยสาวที่ตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็นแม้ต้องเผชิญหน้ากับความตาย ขณะที่คิ้วท์ พี่รองเจ้าเสน่ห์ผู้ซ่อนรสนิยมลับไว้ภายใต้ธุรกิจโรงแรมหรู พยายามจะพิชิตใจเมษา สาวสวยผู้หยิ่งทะนงที่ไม่ยอมสยบให้ชายใดง่ายๆ ปิดท้ายด้วยเค น้องเล็กดีกรีผู้กำกับชื่อดังที่ใช้ความรักเป็นดั่งพันธนาการจองจำมดแดงไว้กับเขาเพียงคนเดียว ท่ามกลางความสัมพันธ์แบบสต็อกโฮล์มซินโดรมที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของพวกเธอ เมื่อความใกล้ชิดกับซาตานร้ายทำให้ค้นพบความปรารถนาที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้วงจรแห่งความแค้นและการครอบครองอันเบ็ดเสร็จ
ภาพปกนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปถูกปิยธิดาคนรักเก่าทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนสนิทด้วยเหตุผลที่เขาไม่อาจยอมรับได้ ความผิดหวังเปลี่ยนเป็นแรงแค้น เขาจึงเลือกปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่อดีตแฟนสาวเกลียดชังมาเป็นเครื่องมือประชดรัก โดยการเข้าพิธีวิวาห์อย่างรวดเร็วเพื่อหยามหน้าอีกฝ่าย แม้พลาธิปจะตั้งแง่รังเกียจว่าเธอเป็นลูกเมียน้อย แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเผลอใจรักเธอเข้าอย่างจัง ทว่าด้วยทิฐิหนาและนิสัยปากแข็งทำให้เขาไม่กล้าเผยความรู้สึก ขณะที่ปราณปริยาวดีเองก็บอบช้ำจากการถูกตราหน้าและไม่ยอมมอบหัวใจให้เขาง่ายๆ ท่ามกลางความขัดแย้งและไฟริษยา บทสรุปความรักที่เริ่มต้นจากการแก้แค้นของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไร
ภาพปกนิยาย Oops sorry ผู้ชายคนนี้เป็นของหนู
8.4
เรื่องราวความรักสุดร้อนแรงที่เริ่มต้นขึ้นจากความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและหนักแน่น เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งต้องเผชิญกับบททดสอบความอดทนในค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนกับชายหนุ่มที่เธอปรารถนาจะครอบครองเป็นเจ้าของชีวิตคู่ แม้ว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความดุดันและหนักหน่วงจากความแข็งแกร่งทางร่างกายของฝ่ายชายที่เกินกว่าเธอจะรับไหว แต่เขาก็ได้ย้ำเตือนให้เธอมีความอดทนและเข้มแข็งเข้าไว้ หากต้องการที่จะก้าวเข้ามาเป็นคนสำคัญในชีวิตของเขาอย่างเต็มตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศและความเสน่หาที่ไม่อาจต้านทานได้ในโลกยุคปัจจุบัน
ภาพปกนิยาย เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
เมื่อสาวผู้รักในทรัพย์สินและแก้วแหวนเงินทองเป็นชีวิตจิตใจ กลับต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์สุดป่วนที่เธอไม่คาดคิด แม้ใจหนึ่งจะชื่นชอบสิ่งของมีค่ามากเพียงใด แต่อีกใจกลับพยายามปฏิเสธและหลบหนีจากผู้สายเปย์ที่คอยประเคนของขวัญมาให้ไม่หยุดหย่อน ยิ่งเธอพยายามถอยห่างและมองหาทางหนีทีไล่มากเท่าไหร่ เขากลับยิ่งรุกหนักด้วยการขนสมบัติมาเปย์ให้ชนิดที่ว่ากองพะเนินเทินทึกราวกับรถสิบล้อ การต่อสู้ระหว่างความต้องการอิสระกับความเย้ายวนของสิ่งของล้ำค่าจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางการรุกรานด้วยความรวยที่ยากจะต้านทานไหว เธอจะสามารถรักษาจุดยืนเดิมไว้ได้หรือไม่ หรือสุดท้ายจะต้องยอมสยบให้กับการเปย์ระดับมหาศาลในครั้งนี้

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED