ภาพปกนิยาย Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย

Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย

9.5 / 10.0
เมื่อหญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นในร่างของ “นาเซีย” นางร้ายผู้มีจุดจบอันแสนสลดรออยู่ข้างหน้า เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตรอดและหาทางกลับสู่โลกเดิมที่จากมาให้ได้ ทว่าแผนการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกลับไม่เป็นไปตามที่คิด เมื่อเหล่าตัวละครรอบกายกลับเริ่มเข้ามาพัวพันและสร้างความวุ่นวายในชีวิตเธออย่างไม่หยุดหย่อน จากที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นตัวร้ายผู้โดดเดี่ยว เธอกลับกลายเป็นศูนย์กลางของเหตุการณ์ที่สลัดไม่หลุด ท่ามกลางความสับสนในโชคชะตา นาเซียจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคและหาทางออกไปจากโลกนิยายแห่งนี้ได้สำเร็จหรือไม่ หรือเธอจะต้องติดอยู่ในวังวนแห่งความวุ่นวายนี้ตลอดไป

Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย ตอนที่ 1

~นำนางไปโยนไว้ที่สวน~

เสียงตะคอกที่ดังใกล้โสตประสาท หญิงสาวในชุดราตรีสีครามเธอพยายามที่จะยกเปลือกตาที่แสนจะหนักอึ่งของเธอขึ้นมองดู แต่มันยากเกินไป

‘เกิดอะไรขึ้นกับตัวเรากัน’ ความคิดสงสัยพลันผุดขึ้นในหัวของเธอ

~ นางงดงามราวเทพธิดา แต่นิสัยนางช่างร้ายกาจเกินไป~ เสียงหนึ่งดังขึ้นเช่นเดิม แต่น้ำเสียงกับผิดแผลกไปจากเมื่อครู่

~ในเมื่อองค์รัชทายาทไม่สนใจ งั้นพวกเราก็มอบความสุขนั่นให้นางไม่ดีกว่าเหรอ~

~ ใช่ข้าอยากจะรู้นักว่าท่าทางหยิ่งยโสของนางจะเป็นอย่างไร ในเมื่อพวกเรามอบความสำราญนั้นให้แก่นาง~ สิ้นเสียงพูดนั้น เสียงหัวเราะของเหล่าบุรุษก็ดังขึ้นรอบ ๆ ตัวเธอ

             หญิงสาววัยเลยเลขสามเธอเพิ่งจะทิ้งศีรษะลงเตียงเพียงไม่กี่นาทีก่อน กลับได้ยินเสียงของใครบางคนที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นรอบ ๆ ตัวเธอ ทั้งตัวเธอเองยังรู้สึกเหมือนลากดึงจนเจ็บ แต่เธอไม่สามารถลืมตาได้นี่ซิ เธอจึงแยกไม่ออกว่าสิ่งนี้คือความฝัน หรือเธอกำลังถูกลักพาตัว แต่ถ้าถูกลักพาตัวใครกันที่ทำเรื่องแบบนี้ พ่อแม่เธอก็ไม่มีพวกเขาต้องการอะไรกันแน่ หญิงสาวพยายามที่จะลืมตาขึ้น จนในที่สุดความพยายามเธอก็สำเร็จ แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับเป็นเหล่าบุรุษรูปร่างสูงใหญ่สวมเสื้อเกาะราวอัศวิน เธอมองพวกเขาอย่างไม่แน่ใจ

“ขะ..ขอโทษนะคะ พวกคุณเป็นใคร” เธอพยายามเปล่งเสียงเอ่ยถามพวกเขา แต่คนเหล่านั้นกลับหัวเราะใส่กับคำถามของเธอ

“ดูท่าเลดี้คงลืมไปแล้วกระมังว่าได้ทำสิ่งใดไว้ให้กับสตรีขององค์รัชทายาท” หญิงสาวขมวดคิ้วหมุน เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาบอก จนเมื่อภาพหนึ่งพุ่งปรากฏในศีรษะเธอ มันเป็นภาพจากเว็บตูนที่เธอเพิ่งอ่านและวางมันลงก่อนหน้านี้ นาเซีย นางร้ายที่มีราชินีเป็นผู้ให้ท้ายนาง กำลังวางยาในแก้วไวน์ของเซลีนนางเอกของเรื่อง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอหรือเพราะเธอเพิ่งอ่านมันไปทำให้เธอเก็บมาอยู่ในฝัน

         เธอลองกัดปากตนเองเพียงเล็กน้อย ความเจ็บที่ได้สัมผัสมันดูเกินจริง แววตากลมกวาดมองไปรอบ ๆ สวนดอกไม้ที่ประดับแสงไฟดูเพียง     ริบหลี่และมืดจนสามารถช่วยอำพรางบุคคลเหล่านี้ให้กระทำผิดได้ ในความคิดเธอยังคงไม่แน่ชัดแต่เมื่อบุรุษสูงใหญ่นี้วางเธอลงเก้าอี้ตัวยาวในสวน เธอจึงรีบที่จะวิ่งออกจากตรงนั้นทันที

เพลี๊ยะ!! แรงฟาดจากฝ่ามือทำให้ใบหน้าของเธอรู้สึกชาหนึบ เธอแน่ชัดแล้วว่านี่คือสิ่งที่เธอกำลังเผชิญด้วยความจริง

“คิดจะหนีพวกเราไปไหน เลดี้ดาร์เรล” หนึ่งในทหารที่อุ้มเธอออกมากล่าวขึ้น พร้อมสีหน้าที่ดูน่าหวาดกลัว หากนี่คือการสลับร่างหรือทะลุมิติในตอนนี้ ตัวเธอคงอยู่ในร่างของ ดาร์เรล นาเซีย หญิงสาวที่มีใบหน้ายิ่งยโส และนิสัยร้ายกาจ แต่เธอจะทำยังไงดีล่ะ เพราะนิยายเรื่องนี้มันเป็นเรทสิบเก้า เธอคงต้องพยายามครองสติตัวเองให้ดีคิดหาทางออกจากสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้เสียก่อน

           เพราะแผนการชั่วร้ายของนาเซียคิดหวังจะวางยาปลุกอารมณ์ให้กับเซลีน และนำพาเธอไปมอบให้แก่ดยุกบริกาเอล ลูเซียง มิกาเอล ตัวร้ายชายที่ต้องการครอบครองเซลีนด้วยแต่นาเซียกลับคาดไม่ถึงว่าแผนการของเธอจะถูกองค์รัชทายาทจับได้ในขณะที่กำลังยื่นแก้วให้กับเซลีน องค์รัชทายาทอย่าง แคลบอร์น ลูเซียง ลาฟาซ พระเอกของเรื่องจึงสั่งให้ทหารจับไวน์นั้นกรอกปากนางและนำไปโยนไว้ที่สวน แต่ทหารพวกนั้นกลับลงมือกระทำข่มขืนนาเซีย ทำให้เธอไม่สามารถสู้หน้าในสังคมได้ สุดท้ายนางจึงฆ่าตัวตาย

        กลับมายังสถานการณ์ตรงหน้าเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับนาเซียตัวจริง แต่กำลังเกิดขึ้นกับเธอ หญิงสาวมองเหล่าทหารนั้นที่พยายามจะเข้ามาลูบคล่ำเรียวขาเธอ จนรู้สึกขนลุกด้วยความหวาดกลัว เธอนึกได้ว่า นาเซีย นั้นได้นัดหมายดยุกกาบริเอลไว้อีกฝั่งของสวน ที่อยู่ติดกับปราสาทที่พักชั่วคราวของเขา

“..พี่คะ มะ ไม่ พวกท่านช้าก่อน” เธอเอ่ยขึ้นเมื่อนึกแผนที่จะหลบหลีสถานการณ์นี้ขึ้นมาได้ เธอคาดหวังว่ามันจะสำเร็จหากดยุกกาบริเอลพอจะเห็นใจช่วยเหลือนาเซียสักนิด

“ข้าว่าที่นี่มันไม่ค่อยสะดวกนัก หากเป็นเรือนกระจกฝั่งตรงข้ามสวนนี้พวกท่านคิดว่าไม่ดีกว่าหรือ” นาเซียยกมือลูบใบหน้าทหารหนึ่งที่กำลังลูบไล้เรียวขาของเธอ พวกเขายกยิ้มอย่างพอใจ

“ไม่เลว ข้าหวังว่าเลดี้จะสนุกสนานและดื่มด่ำความสุขในค่ำคืนนี้กับพวกเรา” พูดจบพวกเขาก็ประคองร่างที่ดูบอกบางของนาเซียขึ้น เธอรู้สึกถึงความร้อนที่ระบายออกมาจากตัว คงเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่เธอดื่มเข้าไป มันช่างรุมร้อนเสียจนอยากจะปลดเปลื้องอาภรณ์เสียออกให้หมด แต่ในตอนนี้เธอต้องฝืนร่างกายนี้ไว้เสียก่อน

        เรือนกระจกที่แยกออกมาไกลพอสมควร นาเซียกวาดสายตามองทั่วเรือนกระจก ‘หรือยังไม่ถึงเวลานัด’ เธอกลืนน้ำลายแห้ง ๆ ลงคอ              ดูท่าร่างกายนี้จะทนกับฤทธิ์ยาไม่ไหว หากดยุกกาบริเอลยังไม่โผล่มาดูท่า เธอคงถูกทหารพวกนี้เล่นสนุกกับร่างกายของนาเซียเป็นแน่

“อะแฮ่ม เลดี้คาร์เรล ไม่คิดว่าท่านจะต้องพาเหล่าทหารมาอารักขาด้วย” มิกาเอลทักขึ้นจากทางด้านหลังเธอ นาเซียรีบใช้โอกาสนี้วิ่งไปหาเขา      และกระซิบบอกมิคาเอลทันที

“ช่วยข้าด้วย” คิ้วหนากระตุกมองเธอ ก่อนจะหันไปมองเหล่าทหารพวกนั้น

“ออกไป ข้ามีธุระที่จะคุยกับเลดี้” เขาตวาดเสียงดังจนทหารเหล่านั้นต้องรีบวิ่งออกจากเรือนกระจก แม้เขาไม่เอ่ยเพียงแค่สายตาทุกคนต่างก็ย่อมหลบหลีกให้ ดยุกกาบริเอล ลูเซียง มิกาเอล ใคร ๆ ต่างก็รู้จักเขาดีในฐานะโล่แห่งจักรวรรดิหลานชายคนโปรดของกษัตริย์แคลบอร์น เดิมบิดาเขาคือกษัตริย์แคลบอร์น แต่เพราะร่างกายที่ไม่แข็งแรงทำให้เสียชีวิตลง อำนาจทุกอย่างจึงตกเป็นของน้องชายเพียงคนเดียวของเขา นั้นก็คือกษัตริย์แคล บอร์นองค์ปัจจุบัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รักดยุกกาบริเอลมากพอ ๆ กับบุตรชายของเขา

      นาเซียกอดตัวเองที่กำลังรุมร้อนเนื้อตัวเธอราวกับมีไฟอยู่รอบตัว เม็ดเหงื่อมากมายแทรกซึมเต็มใบหน้า เธอทิ้งตัวนั่งลงกองอยู่ที่พื้นก่อนจะใช้กำลังสุดท้ายที่เหลืออยู่เกาะขาของเขา

“ได้โปรด ช่วยพาข้าออกไปจากที่นี่ที” น้ำเสียงที่แหบแห้ง เธอพยายามที่จะเอ่ยขอร้องเขา ใบหน้าหน้าที่ดูเหมือนแสยะยิ้มกำลังจับจ้องท่าทางของเธอ นาเซียยกสองมือถึงขากางเกงของเขาอย่างยากลำบาก

“ขอร้องละ พาข้าออกไปจากที่นี่ก่อนแล้วข้าจะอธิบายให้ท่านดยุกได้ฟัง” เธอขอร้องเขา แววตากลมที่เปื้อนเปรอะไปด้วยคราบน้ำตา เธอพยายามอดทนกับความร้อนที่แผ่ออกมานี้สร้างความทรมานมากนัก

“ข้าเห็นแก่เลดี้ที่เคยช่วยข้าไว้บ้างหลอกนะ มิเช่นนั้นแล้วข้าคงมิคิดที่จะไล่พวกหิวกระหายพวกนั้นแน่” มิกาเอลมองออกตั้งแต่แรก เขารู้ว่านั้นคือเหล่าทหารชั้นล่างที่มักจะถูกเรียกใช้ยามที่ต้องทำงานสกปรก ไม่ต่างกับพวกรับจ้างทั่วไป เขาอุ้มร่างบางขึ้นก่อนจะเดินออกมายังปราสาทรับรองของเขา สถานที่ที่ใกล้ที่สุดในตอนนี้ นาเซียที่ถูกอุ้มขึ้นแนบสัมผัสกับแผลงอกกำยำของเขา ร่างกายเธอก็ยิ่งร้อนมากขึ้น ใบหน้าเรียบนิ่งแววตาคมดุริมฝีปากยักโค้งเหยียดตรง ปลายจมูกที่ดูเชิดรั้น นาเซียจ้องมองราวอยากสัมผัส

“เตรียมน้ำเย็นให้เลดี้” เสียงเขาสั่งสาวใช้ในปราสาทก่อนจะอุ้มเธอเข้าไปยังห้องหนึ่ง ก่อนจะวางตัวเธอไปกับที่นอนกว้าง

“อืมมม” นาเซียใช้โอกาสที่เขากำลังวางตัวเธอลงคว้าคอเขาโน้มลงจูบริมฝีปากยักโค้งนั่น

ผลั๊ก!! ยังไม่ทันที่โน้มน้าวอารมณ์ในตัวเขา ตัวเธอกระเด็นลงที่นอนอย่างเต็มแรง มิกาเอลผลักเธอออกทันทีที่เธอจูบสัมผัสริมฝีปากของเขา

“ไร้มารยาท เลดี้ควรหักห้ามอารมณ์ตนเองด้วย” เขาลุกพรวดขึ้นจ้องมองเธอราวกับจะฉีดเธอออกเป็นชิ้น ๆ แม้เขาจะรู้ดีว่าอาการที่นางกำลังเป็นคงเกิดจากถูกบางสิ่งบางอย่างทำให้เกิดความร้อนขึ้นได้ นาเซียไม่แปลกใจเลยที่เขาผลักไสเธอราวกับรังเกลียด เพราะนาเซียนั้นร้ายกาจไม่น้อยไปกว่าแม่มดชั่วร้าย อีกทั้งต่อให้นาเซียเป็นสตรีที่งดงามแต่กับเขาแล้วความหลงใหลนั้นไม่เคยพลาดผ่านสายตาของเขาเลย มีเพียงเซลีนนางเอกของเรื่องเพียงคนเดียวที่สามารถทำให้มิคาเอลอยากครอบครอง มิกาเอลหลงใหลเซลีนหลังจากงานฉลองครองราชกษัตริย์แคลบอร์นเมื่อปีก่อน เขาพบกับ   เซลีนด้วยความบังเอิญในตอนนั้นอาการเจ็บป่วยของเขากำเริบทำให้เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เซลีนที่มีพลังเยียวยาช่วยเหลือเขาให้อาการสงบลง ท่าทางอ่อนโยน และการรักษาอาการเจ็บปวดนั้นได้ทำให้เขาสนใจในตัวเซลีนทันที หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พยายามตามหาว่าเซลีนคือบุตรสาวตระกูลใด แต่พอเขาได้รู้ตอนนั้นเซลีนก็ได้คบหากับ องค์รัชทายาทแคลบอร์น ลูเซียง ลาฟาซ แล้ว เขาโกรธมากที่ลาฟาซแย่งคนที่เขามุ่งหมาย เขาจึงพยายามที่จะเข้าหาเซลีน แม้จะทำให้ลาฟาซไม่พอใจก็ตาม นาเซียที่มองสถานการณ์ระหว่าดยุกมิกาเอล และองค์รัชทายาทแคลบอร์น  เธอจึงใช้โอกาสนี้ในการให้ดยุกกาบริเอลเข้าหาเพื่อที่จะให้แย่งเซลีนไป ส่วนเธอก็จะได้ลาฟาซ พร้อมตำแหน่งอนาคตราชินีคนต่อไปมาเช่นกัน

อ่านต่อ

สารบัญของ Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญ สาวน้อยเจ้าของฉายาจอมจุ้นตกหลุมรัก มัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบที่เป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทเข้าอย่างจัง คำอธิษฐานในงานวันเกิดส่งผลให้เธอได้รับเลือกเข้าทำงานในบริษัทของเขาและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเลขาฯ ส่วนตัว แต่ความรักกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเจ้านายหนุ่มมาดดุคอยแต่จะคาดโทษและทำหน้ายักษ์ใส่จนเธอเริ่มท้อถอยและตัดสินใจถอยห่างเพื่อรักษาแผลใจ ทว่าฝ่ายมัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจเรื่องความรัก กลับเริ่มหวั่นไหวให้กับความสดใสของเลขาสาวจนถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อเห็นเธอพยายามตีตัวออกห่าง เสือยิ้มยากอย่างเขาจึงไม่อาจยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปได้ง่าย ๆ ยิ่งเธอถอยเขายิ่งรุกคืบเพื่อผูกมัดหัวใจจอมจุ้นไว้ให้อยู่หมัด
ภาพปกนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับหนุ่มผู้เย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อแม่ของเขาพยายามฆ่าตัวตาย เพราะพ่อพาเมียน้อยคราวลูกอย่าง นับดาว เข้ามาเริงรักในบ้านอย่างไม่เกรงใจ นับดาวสาวสวยผู้หิวกระหายความสุขสบายพยายามปั่นหัวให้พ่อของสไนเปอร์หย่าขาดจากภรรยาหลวง โดยใช้จริตมารยาปรนเปรอสวาทจนชายวัยคราวพ่อหลงจนโงหัวไม่ขึ้น แม้สไนเปอร์จะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอาย แต่เธอกลับจ้องมองเขาด้วยความเสน่หาและไม่สะทกสะท้านต่อคำด่าทอ ความแค้นที่สไนเปอร์มีต่อหญิงแพศยาผู้ทำลายครอบครัวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทลงโทษอันเร่าร้อน เมื่อเขาตัดสินใจจะลากเธอลงนรกด้วยน้ำมือของเขาเองในฐานะทาสสวาทที่ต้องชดใช้ด้วยร่างกายอย่างสาสม
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
8.5
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม พรกมลต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่ออภิเดชสามีของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักเพียงศศิกานต์เท่านั้น เขาเมินเฉยต่อความใส่ใจของเธอและพร้อมจะทอดทิ้งไปทันทีที่อีกฝ่ายเรียกหา เมื่อความลับเรื่องการตั้งครรภ์ถูกเปิดเผย อภิเดชกลับโกรธจัดและบีบบังคับให้เธอหย่าร้างพร้อมสั่งให้ไปทำแท้งอย่างไร้เยื่อใย แม้เธอจะล้มลงต่อหน้าเขาก็ไร้ซึ่งความช่วยเหลือ มิหนำซ้ำที่ทำงานเธอยังถูกศศิกานต์กลั่นแกล้งและถูกใส่ร้ายจนอภิเดชเข้าใจผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า พรกมลจึงตัดสินใจเซ็นใบหย่าและลาออกจากงานเพื่อยุติความสัมพันธ์อันบอบช้ำ เธอเลือกเดินจากไปพร้อมหยิ่งในศักดิ์ศรี โดยตั้งมั่นว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เข้มแข็งและประสบความสำเร็จให้ได้ด้วยตัวเอง
ภาพปกนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จางฟางซินต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อรถม้าที่นางนั่งมาเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำอย่างรุนแรงจนร่างกระแทกผนังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเจ็บปวดร้าวรานไปถึงกระดูกทำให้สติของนางแทบหลุดลอย ในขณะที่พยายามประคองสติท่ามกลางความมึนงงและม่านน้ำตา นางได้คว้ามีดสั้นของอาจารย์ไว้ป้องกันตัว ทว่ากลับถูกข่มขู่ด้วยน้ำเสียงกร้าวระด้างจากชายปริศนา ปลายกระบี่ที่เปื้อนคราบเลือดสดๆ จ่อประชิดใบหน้าจนนางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่อยู่ตรงหน้า ท่ามกลางความหวาดกลัวและอาการบาดเจ็บที่รุมเร้า นางกลับพบว่าใบหน้าของบุรุษที่ดูราวกับมัจจุราชผู้นี้ช่างดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาดใจ
ภาพปกนิยาย ลูน่าที่ทอดทิ้งอัลฟ่า
9.0
เมื่ออัลฟ่านิคต้องเผชิญกับภาวะพิษเงินที่กัดกินร่างกาย ติลลี่ในฐานะลูน่ากลับเลือกที่จะตัดขาดความสัมพันธ์อย่างเลือดเย็น เธอทำลายแหวนแต่งงานและยื่นเอกสารขอยกเลิกสัญญาคู่ครองต่อหน้าเขา แม้นิคจะยอมทิ้งศักดิ์ศรีของอัลฟ่าผู้เกรงขามลงมาคุกเข่าอ้อนวอนกอดขาเธอไว้พร้อมคำสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เป็นภาระ และขอเพียงแค่เธอไม่ทิ้งเขาไป แต่ความเจ็บปวดและท่าทีที่ดูต่ำต้อยราวกับสุนัขของเขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจเธอได้ ติลลี่ยังคงยืนกรานเจตนารมณ์เดิมอย่างโหดร้ายด้วยการลากเขาไปต่อหน้ารูปปั้นเทพธิดาจันทรา พร้อมข่มขู่ว่าหากเขาไม่ยอมยุติพันธสัญญาคู่ครองในครั้งนี้ เธอจะเป็นฝ่ายร้องขอให้เทพธิดาช่วยถอนคำอธิษฐานของเขาให้สิ้นซากไปเอง

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED