ตอน 1

~นำนางไปโยนไว้ที่สวน~

เสียงตะคอกที่ดังใกล้โสตประสาท หญิงสาวในชุดราตรีสีครามเธอพยายามที่จะยกเปลือกตาที่แสนจะหนักอึ่งของเธอขึ้นมองดู แต่มันยากเกินไป

‘เกิดอะไรขึ้นกับตัวเรากัน’ ความคิดสงสัยพลันผุดขึ้นในหัวของเธอ

~ นางงดงามราวเทพธิดา แต่นิสัยนางช่างร้ายกาจเกินไป~ เสียงหนึ่งดังขึ้นเช่นเดิม แต่น้ำเสียงกับผิดแผลกไปจากเมื่อครู่

~ในเมื่อองค์รัชทายาทไม่สนใจ งั้นพวกเราก็มอบความสุขนั่นให้นางไม่ดีกว่าเหรอ~

~ ใช่ข้าอยากจะรู้นักว่าท่าทางหยิ่งยโสของนางจะเป็นอย่างไร ในเมื่อพวกเรามอบความสำราญนั้นให้แก่นาง~ สิ้นเสียงพูดนั้น เสียงหัวเราะของเหล่าบุรุษก็ดังขึ้นรอบ ๆ ตัวเธอ

             หญิงสาววัยเลยเลขสามเธอเพิ่งจะทิ้งศีรษะลงเตียงเพียงไม่กี่นาทีก่อน กลับได้ยินเสียงของใครบางคนที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นรอบ ๆ ตัวเธอ ทั้งตัวเธอเองยังรู้สึกเหมือนลากดึงจนเจ็บ แต่เธอไม่สามารถลืมตาได้นี่ซิ เธอจึงแยกไม่ออกว่าสิ่งนี้คือความฝัน หรือเธอกำลังถูกลักพาตัว แต่ถ้าถูกลักพาตัวใครกันที่ทำเรื่องแบบนี้ พ่อแม่เธอก็ไม่มีพวกเขาต้องการอะไรกันแน่ หญิงสาวพยายามที่จะลืมตาขึ้น จนในที่สุดความพยายามเธอก็สำเร็จ แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับเป็นเหล่าบุรุษรูปร่างสูงใหญ่สวมเสื้อเกาะราวอัศวิน เธอมองพวกเขาอย่างไม่แน่ใจ

“ขะ..ขอโทษนะคะ พวกคุณเป็นใคร” เธอพยายามเปล่งเสียงเอ่ยถามพวกเขา แต่คนเหล่านั้นกลับหัวเราะใส่กับคำถามของเธอ

“ดูท่าเลดี้คงลืมไปแล้วกระมังว่าได้ทำสิ่งใดไว้ให้กับสตรีขององค์รัชทายาท” หญิงสาวขมวดคิ้วหมุน เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาบอก จนเมื่อภาพหนึ่งพุ่งปรากฏในศีรษะเธอ มันเป็นภาพจากเว็บตูนที่เธอเพิ่งอ่านและวางมันลงก่อนหน้านี้ นาเซีย นางร้ายที่มีราชินีเป็นผู้ให้ท้ายนาง กำลังวางยาในแก้วไวน์ของเซลีนนางเอกของเรื่อง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอหรือเพราะเธอเพิ่งอ่านมันไปทำให้เธอเก็บมาอยู่ในฝัน

         เธอลองกัดปากตนเองเพียงเล็กน้อย ความเจ็บที่ได้สัมผัสมันดูเกินจริง แววตากลมกวาดมองไปรอบ ๆ สวนดอกไม้ที่ประดับแสงไฟดูเพียง     ริบหลี่และมืดจนสามารถช่วยอำพรางบุคคลเหล่านี้ให้กระทำผิดได้ ในความคิดเธอยังคงไม่แน่ชัดแต่เมื่อบุรุษสูงใหญ่นี้วางเธอลงเก้าอี้ตัวยาวในสวน เธอจึงรีบที่จะวิ่งออกจากตรงนั้นทันที

เพลี๊ยะ!! แรงฟาดจากฝ่ามือทำให้ใบหน้าของเธอรู้สึกชาหนึบ เธอแน่ชัดแล้วว่านี่คือสิ่งที่เธอกำลังเผชิญด้วยความจริง

“คิดจะหนีพวกเราไปไหน เลดี้ดาร์เรล” หนึ่งในทหารที่อุ้มเธอออกมากล่าวขึ้น พร้อมสีหน้าที่ดูน่าหวาดกลัว หากนี่คือการสลับร่างหรือทะลุมิติในตอนนี้ ตัวเธอคงอยู่ในร่างของ ดาร์เรล นาเซีย หญิงสาวที่มีใบหน้ายิ่งยโส และนิสัยร้ายกาจ แต่เธอจะทำยังไงดีล่ะ เพราะนิยายเรื่องนี้มันเป็นเรทสิบเก้า เธอคงต้องพยายามครองสติตัวเองให้ดีคิดหาทางออกจากสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้เสียก่อน

           เพราะแผนการชั่วร้ายของนาเซียคิดหวังจะวางยาปลุกอารมณ์ให้กับเซลีน และนำพาเธอไปมอบให้แก่ดยุกบริกาเอล ลูเซียง มิกาเอล ตัวร้ายชายที่ต้องการครอบครองเซลีนด้วยแต่นาเซียกลับคาดไม่ถึงว่าแผนการของเธอจะถูกองค์รัชทายาทจับได้ในขณะที่กำลังยื่นแก้วให้กับเซลีน องค์รัชทายาทอย่าง แคลบอร์น ลูเซียง ลาฟาซ พระเอกของเรื่องจึงสั่งให้ทหารจับไวน์นั้นกรอกปากนางและนำไปโยนไว้ที่สวน แต่ทหารพวกนั้นกลับลงมือกระทำข่มขืนนาเซีย ทำให้เธอไม่สามารถสู้หน้าในสังคมได้ สุดท้ายนางจึงฆ่าตัวตาย

        กลับมายังสถานการณ์ตรงหน้าเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับนาเซียตัวจริง แต่กำลังเกิดขึ้นกับเธอ หญิงสาวมองเหล่าทหารนั้นที่พยายามจะเข้ามาลูบคล่ำเรียวขาเธอ จนรู้สึกขนลุกด้วยความหวาดกลัว เธอนึกได้ว่า นาเซีย นั้นได้นัดหมายดยุกกาบริเอลไว้อีกฝั่งของสวน ที่อยู่ติดกับปราสาทที่พักชั่วคราวของเขา

“..พี่คะ มะ ไม่ พวกท่านช้าก่อน” เธอเอ่ยขึ้นเมื่อนึกแผนที่จะหลบหลีสถานการณ์นี้ขึ้นมาได้ เธอคาดหวังว่ามันจะสำเร็จหากดยุกกาบริเอลพอจะเห็นใจช่วยเหลือนาเซียสักนิด

“ข้าว่าที่นี่มันไม่ค่อยสะดวกนัก หากเป็นเรือนกระจกฝั่งตรงข้ามสวนนี้พวกท่านคิดว่าไม่ดีกว่าหรือ” นาเซียยกมือลูบใบหน้าทหารหนึ่งที่กำลังลูบไล้เรียวขาของเธอ พวกเขายกยิ้มอย่างพอใจ

“ไม่เลว ข้าหวังว่าเลดี้จะสนุกสนานและดื่มด่ำความสุขในค่ำคืนนี้กับพวกเรา” พูดจบพวกเขาก็ประคองร่างที่ดูบอกบางของนาเซียขึ้น เธอรู้สึกถึงความร้อนที่ระบายออกมาจากตัว คงเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่เธอดื่มเข้าไป มันช่างรุมร้อนเสียจนอยากจะปลดเปลื้องอาภรณ์เสียออกให้หมด แต่ในตอนนี้เธอต้องฝืนร่างกายนี้ไว้เสียก่อน

        เรือนกระจกที่แยกออกมาไกลพอสมควร นาเซียกวาดสายตามองทั่วเรือนกระจก ‘หรือยังไม่ถึงเวลานัด’ เธอกลืนน้ำลายแห้ง ๆ ลงคอ              ดูท่าร่างกายนี้จะทนกับฤทธิ์ยาไม่ไหว หากดยุกกาบริเอลยังไม่โผล่มาดูท่า เธอคงถูกทหารพวกนี้เล่นสนุกกับร่างกายของนาเซียเป็นแน่

“อะแฮ่ม เลดี้คาร์เรล ไม่คิดว่าท่านจะต้องพาเหล่าทหารมาอารักขาด้วย” มิกาเอลทักขึ้นจากทางด้านหลังเธอ นาเซียรีบใช้โอกาสนี้วิ่งไปหาเขา      และกระซิบบอกมิคาเอลทันที

“ช่วยข้าด้วย” คิ้วหนากระตุกมองเธอ ก่อนจะหันไปมองเหล่าทหารพวกนั้น

“ออกไป ข้ามีธุระที่จะคุยกับเลดี้” เขาตวาดเสียงดังจนทหารเหล่านั้นต้องรีบวิ่งออกจากเรือนกระจก แม้เขาไม่เอ่ยเพียงแค่สายตาทุกคนต่างก็ย่อมหลบหลีกให้ ดยุกกาบริเอล ลูเซียง มิกาเอล ใคร ๆ ต่างก็รู้จักเขาดีในฐานะโล่แห่งจักรวรรดิหลานชายคนโปรดของกษัตริย์แคลบอร์น เดิมบิดาเขาคือกษัตริย์แคลบอร์น แต่เพราะร่างกายที่ไม่แข็งแรงทำให้เสียชีวิตลง อำนาจทุกอย่างจึงตกเป็นของน้องชายเพียงคนเดียวของเขา นั้นก็คือกษัตริย์แคล บอร์นองค์ปัจจุบัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รักดยุกกาบริเอลมากพอ ๆ กับบุตรชายของเขา

      นาเซียกอดตัวเองที่กำลังรุมร้อนเนื้อตัวเธอราวกับมีไฟอยู่รอบตัว เม็ดเหงื่อมากมายแทรกซึมเต็มใบหน้า เธอทิ้งตัวนั่งลงกองอยู่ที่พื้นก่อนจะใช้กำลังสุดท้ายที่เหลืออยู่เกาะขาของเขา

“ได้โปรด ช่วยพาข้าออกไปจากที่นี่ที” น้ำเสียงที่แหบแห้ง เธอพยายามที่จะเอ่ยขอร้องเขา ใบหน้าหน้าที่ดูเหมือนแสยะยิ้มกำลังจับจ้องท่าทางของเธอ นาเซียยกสองมือถึงขากางเกงของเขาอย่างยากลำบาก

“ขอร้องละ พาข้าออกไปจากที่นี่ก่อนแล้วข้าจะอธิบายให้ท่านดยุกได้ฟัง” เธอขอร้องเขา แววตากลมที่เปื้อนเปรอะไปด้วยคราบน้ำตา เธอพยายามอดทนกับความร้อนที่แผ่ออกมานี้สร้างความทรมานมากนัก

“ข้าเห็นแก่เลดี้ที่เคยช่วยข้าไว้บ้างหลอกนะ มิเช่นนั้นแล้วข้าคงมิคิดที่จะไล่พวกหิวกระหายพวกนั้นแน่” มิกาเอลมองออกตั้งแต่แรก เขารู้ว่านั้นคือเหล่าทหารชั้นล่างที่มักจะถูกเรียกใช้ยามที่ต้องทำงานสกปรก ไม่ต่างกับพวกรับจ้างทั่วไป เขาอุ้มร่างบางขึ้นก่อนจะเดินออกมายังปราสาทรับรองของเขา สถานที่ที่ใกล้ที่สุดในตอนนี้ นาเซียที่ถูกอุ้มขึ้นแนบสัมผัสกับแผลงอกกำยำของเขา ร่างกายเธอก็ยิ่งร้อนมากขึ้น ใบหน้าเรียบนิ่งแววตาคมดุริมฝีปากยักโค้งเหยียดตรง ปลายจมูกที่ดูเชิดรั้น นาเซียจ้องมองราวอยากสัมผัส

“เตรียมน้ำเย็นให้เลดี้” เสียงเขาสั่งสาวใช้ในปราสาทก่อนจะอุ้มเธอเข้าไปยังห้องหนึ่ง ก่อนจะวางตัวเธอไปกับที่นอนกว้าง

“อืมมม” นาเซียใช้โอกาสที่เขากำลังวางตัวเธอลงคว้าคอเขาโน้มลงจูบริมฝีปากยักโค้งนั่น

ผลั๊ก!! ยังไม่ทันที่โน้มน้าวอารมณ์ในตัวเขา ตัวเธอกระเด็นลงที่นอนอย่างเต็มแรง มิกาเอลผลักเธอออกทันทีที่เธอจูบสัมผัสริมฝีปากของเขา

“ไร้มารยาท เลดี้ควรหักห้ามอารมณ์ตนเองด้วย” เขาลุกพรวดขึ้นจ้องมองเธอราวกับจะฉีดเธอออกเป็นชิ้น ๆ แม้เขาจะรู้ดีว่าอาการที่นางกำลังเป็นคงเกิดจากถูกบางสิ่งบางอย่างทำให้เกิดความร้อนขึ้นได้ นาเซียไม่แปลกใจเลยที่เขาผลักไสเธอราวกับรังเกลียด เพราะนาเซียนั้นร้ายกาจไม่น้อยไปกว่าแม่มดชั่วร้าย อีกทั้งต่อให้นาเซียเป็นสตรีที่งดงามแต่กับเขาแล้วความหลงใหลนั้นไม่เคยพลาดผ่านสายตาของเขาเลย มีเพียงเซลีนนางเอกของเรื่องเพียงคนเดียวที่สามารถทำให้มิคาเอลอยากครอบครอง มิกาเอลหลงใหลเซลีนหลังจากงานฉลองครองราชกษัตริย์แคลบอร์นเมื่อปีก่อน เขาพบกับ   เซลีนด้วยความบังเอิญในตอนนั้นอาการเจ็บป่วยของเขากำเริบทำให้เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เซลีนที่มีพลังเยียวยาช่วยเหลือเขาให้อาการสงบลง ท่าทางอ่อนโยน และการรักษาอาการเจ็บปวดนั้นได้ทำให้เขาสนใจในตัวเซลีนทันที หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พยายามตามหาว่าเซลีนคือบุตรสาวตระกูลใด แต่พอเขาได้รู้ตอนนั้นเซลีนก็ได้คบหากับ องค์รัชทายาทแคลบอร์น ลูเซียง ลาฟาซ แล้ว เขาโกรธมากที่ลาฟาซแย่งคนที่เขามุ่งหมาย เขาจึงพยายามที่จะเข้าหาเซลีน แม้จะทำให้ลาฟาซไม่พอใจก็ตาม นาเซียที่มองสถานการณ์ระหว่าดยุกมิกาเอล และองค์รัชทายาทแคลบอร์น  เธอจึงใช้โอกาสนี้ในการให้ดยุกกาบริเอลเข้าหาเพื่อที่จะให้แย่งเซลีนไป ส่วนเธอก็จะได้ลาฟาซ พร้อมตำแหน่งอนาคตราชินีคนต่อไปมาเช่นกัน

ตอน 2

นาเซียบิดร่างไปมาด้วยความร้อนที่กำลังสุ่มอยู่ที่ตัวเธอ ต่อให้เธอฉีกทึ้งอาภรณ์ออกแทบหมดความร้อนก็ไม่อาจหายไปได้

“ข้าขอร้องท่านดยุกได้โปรด” มิกาเอลยืนมองร่างบางที่นอนบิดส่ายไปมา เขาให้สาวใช้เตรียมน้ำเย็นไว้ก่อนจะไล่พวกนางออกไป

           เธอคิดว่าหากฤทธิ์ยานี้ไม่สามารถทำให้หมดไปได้ถ้าไม่ร่วมมีอะไรกับใครสักคน ไม่เช่นนั้นแล้วร่างกายนี้คงฝืนทนต่อไปไม่ไหวแน่ ก่อนหน้านี้ ตอนที่เธอยังไม่ได้มาอยู่ในร่างของนาเซีย เธอเองก็คอยมีคนรักมาแล้วเรื่องพวกนี้ใช่ว่าเธอจะไม่เคย

         หากแต่มิกาเอลที่กำลังยืนมองร่างบางนั้นบิดส่ายไปมาราวกับกำลังต่อสู้กับตัวเอง เขาได้แต่ยืนมองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เขาคิดว่าหากเป็นเซลีนแล้วนั้นนางก็คงทรมานไม่ต่างจากนาเซีย พอนึกดังนั้นมือหนาก็รวบกำแน่นด้วยความโมโหโกรธ นาเซียคิดจะมอบยานั้นให้กับเซลีนเพื่อให้นางได้ตกเป็นสตรีของเขา แต่สำหรับเขานั้น เขาต้องการหัวใจที่มอบให้เขาอย่างแท้จริง มิกาเอลหันกำลังจะเดินออก เขาแค่เพียงปล่อยทิ้งให้เธอสู้ทรมานไปกับผลที่เธอได้ทำมันลงไป แต่อยู่ ๆ นาเซียก็ดันตัวเองลุกขึ้นอย่างช้า ๆ ราวไม่รู้สึกใด ๆ ก่อนเอ่ยขอร้องเขา

“หากท่านดยุกไม่ว่าอะไร ช่วยอุ้มข้าไปที่อ่างน้ำนั่นจะได้หรือไม่” นาเซียข่มน้ำเสียงให้เรียบนิ่ง ต่อให้ตัวเธอตอนนี้จะร้อนจนเกือบจะไหม้เธอก็ต้องหาทางเอาฤทธิ์ยานี่ออกเสียให้หมด มิกาเอลไม่เอ่ยพูดใด ๆ เขาโน้มตัวอุ้มร่างบางที่เหลือเพียงชุดสีขาวบาง ๆ

       เขาคงคิดว่าฤทธิ์ยาที่เธอดื่มเข้าไปคงเริ่มจางหายไป นาเซียจับจ้องแววตาเขาที่ไม่แม้จะมองลงมาเธอเสียด้วยซ้ำ ห้องอาบน้ำหรูที่มีอ่างน้ำใบกว้างถูกเติมเต็มไปด้วยน้ำเย็นตามที่เขาสั่ง มิกาเอลค่อย ๆ ปล่อยตัวนาเซียลงในอ่างน้ำนั่นแต่ทันทีที่เขาวางเธอลง นาเซียก็ใช้แรงตนเองทั้งหมดโหนตัวเขาจนล้มลงไปในอ่างน้ำด้วยกันทั้งคู่ สีหน้าของเขาตอนนี้คาดเดาได้ไม่อยาก เขาคงอยากที่จะบีบคอเธอเป็นแน่

“อ่างน้ำนี่มันลื่นเกินไปนะคะ” เธอรีบแก้ตัว ก่อนจะโผล่เข้าหาเขา

“เจ้ากำลังคิดจะทำสิ่งใดกันเลดี้ดาร์เรล”

“หากท่านช่วยให้ฤทธิ์ยานี้หมดไป ข้ายินดีทำทุกอย่างให้ท่านต่อให้ต้องลักพาตัวเซลีนข้าก็จะทำ” นาเซียต่อรอง เธอแทบจะหมดความอดทน มือไม้ของเธอลูบไล้ไปทั่วแผลงอก เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกน้ำมันช่างดูบางจนเห็นเม็ดยอดอกของเขาเด่นชัด

“หากเจ้าอยากนักข้าจะให้คนไปเรียกอัศวินสักคนสองคนให้” ยังไม่ทันที่มิกาเอลจะเอ่ยจบ ริมฝีปากอิ่มก็บดคลึง มือเรียวเขี่ยเย้ายอดอกของเขาเบา ๆ เธอไม่เชื่อหลอกว่าดยุกกาบริเอลจะไม่มีอารมณ์เลยหากระตุ้นขนาดนี้ เธอพยายามบดเบียดทรวงอกอวบอิ่มไปที่หน้าอกของเขา จนเขายกฝ่ามือหนาคว้าสะโพกของเธอ

“เจ้าเป็นคนเริ่มก่อนนะ ข้ามิใช่นักบุญที่จะอดทนได้ขนาดนั้น” เขาสบกรามจนเป็นสันนูน เธอรู้ว่าเขาคงไม่สามารถอดทนกับอารมณ์ของตนได้ เพราะตอนนี้มือเธอกำลังลูบสัมผัสเอ็นเนื้อท่อนใหญ่ที่กำลังแข็งขืนอยู่

“ได้โปรดช่วยข้าให้ฤทธิ์ยานี้หมดไปที” น้ำเสียงสั่นกระเซ้าเอ่ยขอร้อง นาเซียปลดอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออกเขาคว้าตัวเธออุ้มออกจากห้องอาบน้ำก่อนจะพามาวางที่เตียงเดิม ก่อนที่เขาจะช่วยให้เธอขับฤทธิ์ยานี้จนหมดไป

          นาเซียลืมตามองลำแสงที่ส่องแยงตาผ่านกระจกคริสตัล เธอนึกถึงภาพเมื่อคืน มันคือความจริงที่ว่าเธอได้มาอยู่ในร่างของนาเซีย ตัวร้ายที่คอยหาโอกาสทำร้ายเซลีน สตรีที่รักของลาฟาซ เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอก่อนหน้านี้ ไม่รู้ว่าเธอมาอยู่ในร่างนี้ได้ยังไง แต่ที่รู้คือร่างนี้กำลังปวดระบบไปทั่วร่าง คงเพราะเมื่อคืนดยุกกาบริเอลรุนแรงเกินไป ทำให้แขนขาของเธอตอนนี้ไร้เรียวแรงที่จะลุกประคองตัวเองได้ 

“เลดี้ ท่านดยุกให้พวกข้ามาแต่งตัวให้เลดี้ค่ะ” นาเซียมองสาวใช้ที่ดูจะอายุเพียงไม่เท่าไหร่ เด็กสาวใบหน้าไร้เครื่องสำอาง มีกระบ้างเล็กน้อย เธอได้แต่เพียงมอง จนเด็กสาวเหล่านั้นต่างก็กรูเข้ามาช่วยเธอประคองตัวลุกก่อนที่จะแต่งตัวให้ ผิวกายของนาเซียขาวราวกับตุ๊กตากระเบื้อง พอถูกขบเม้มแรง ๆ ก็เกิดรอยได้ง่าย เธอยืนมองใบหน้าเรียวเล็ก จมูกเชิดรั้น ริมฝีปากเป็นกระจับแดงสดใส ดวงตาสีมรกตตัดเข้ากับเส้นผมสีดำของเธอ ไม่ผิดกับที่เธอได้อ่านลักษณะของตัวละครร้าย นาเซียมองรอยแดงที่เป็นจ้ำ ๆ เต็มตัวเธอ  ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำมันไว้ นาเซียถูกจัดแต่งในชุดเดรสตัวใหม่ก่อนจะถูกพาลงมาที่ห้องรับประทานอาหาร ดยุกกาบริเอลกำลังนั่งหันชิ้นเนื้อสเต็กในจานของเขาอย่างไม่ได้สนใจที่จะมองมาทางเธอแม้แต่น้อย นาเซียค่อย ๆ นั่งลงอย่างเงียบที่สุด เมื่อคืนเธอใช้ให้เขาเป็นผู้ผ่อนปรนให้ฤทธิ์ตัวยาหมดไป เธอนึกไม่ออกว่าเขาต้องโกรธเกลียดเธอมากแค่ไหนกันถึงไม่ยากที่จะมองใบหน้าสวย ๆ ของนาเซียผู้นี้

“ข้า...ขอบคุณท่านดยุก” ริมฝีปากอิ่มขบเม้มเบา ๆ หลังเอ่ยขอบคุณเขา นาเซียก้มหน้ามองถ้วยซุปของตนเอง ไม่มีแม้แต่เสียงตอบรับจากเขา เธอมองดูใบหน้าที่กำลังหันชิ้นเนื้อใส่ปาก เธอรู้สึกถึงไอเย็นรอบ ๆ ตัวที่ทำให้เธอรู้สึกขนลุก ตัวร้ายอย่างเขาเพียงแค่ไม่เอ่ยวาจาใด ๆ ก็สามารถทำให้คนรอบข้างรู้สึกอึดอัดราวกับหายใจไม่ออก

“เรื่องเมื่อคืนข้าขอบคุณ ท่านไม่ต้องรับผิดชอบข้าก็ได้” เธอพยายามข่มความน่าเกรงขามนั่น อย่างน้อยเธอต้องแสดงให้เขาเห็นว่าเพียงเพราะเธอผู้เดียวที่ทำให้เขาต้องกระทำผิดต่อเซลีน มิกาเอลรวบช้อนพร้อมจับจ้องแววตาดุมายังเธอ

“ข้าให้ลอร์ดเฮนรี่จัดเตรียมรถม้าไว้ให้แล้ว ปานนี้เอิร์ลดาร์เรลคงกำลังเป็นห่วง” แม้น้ำเสียงเขาจะดูเรียบนิ่ง แต่เธอก็เดาออกว่าเขาคงไม่อยากเห็นหน้าเธอเสียแล้วในตอนนี้

“ค่ะ ขอบคุณท่านดยุกที่ดูแล” นาเซียลุกยืนก่อนยอตัวลงแสดงน้ำใจที่เขาช่วยเหลือไม่ให้เธอต้องถูกทหารพวกนั้นกระทำย่ำยี่เหมือนในตอนที่เธออ่าน นาเซียรีบก้าวเดินออกมาจากห้องอาหารโดยที่ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง

          เธอกลัวสายตานั้นเสียจนแทบไม่กล้าหายใจ หลังจากนี้เธอคิดว่าจะต้องใช้ชีวิตเป็นนาเซียต่อไปอย่างไร ในเมื่อนาเซียคนเก่าทั้งเย่อหยิ่ง ร้ายกาจ เอาแต่ใจ คงเพราะเธอเป็นเพียงบุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูลดาร์เรลจึงทำให้ใคร ๆ ต่างก็เอาอกเอาใจเธอ อีกทั้งตระกูลดาร์เรลยังเป็นตระกูลที่มั่งคงมีทั้งเหมืองทอง และแร่เหล็ก ทำให้ตระกูลดาร์เรลนั้นเป็นเสาหลักในการค่ำจุนราชวงศ์ได้ไม่น้อย หลังจากที่ผ่านงานเดบูตองต์นาเซีย เธอก็ถูกหมายตาโดยราชินีแคร์บอร์น นางตั้งใจให้นาเซียได้เป็นคู่หมั้นองค์รัชทายาทแคลบอร์น เพราะเธอคือผู้ที่เหมาะสมกว่าบุตรสาวขุนนางคนอื่น ๆ นาเซียถูกให้เข้ารับการอบรมเรียนรู้ธรรมเนียมต่าง ๆ ที่จะขึ้นเป็นราชินีต่อไปอยู่เกือบสองปี อยู่ ๆ ลาฟาซก็เปิดตัวเซลีนหลังจากที่นำทหารไปรบสงคราม เขาถูกเซลีนช่วยเหลือไว้ก่อนที่จะรู้ว่าเธอคือบุตรสาวของบารอนบอนเนอร์ ที่เพิ่งพามายังคฤหาสน์ของตระกูลเมื่อไม่นานนี้ หลังจากที่มารดาของเธอพาเธอไปอยู่นอกเมือง เซลีนมีพลังเยียวยาเหมือนแม่ของเธอ เธอเป็นหญิงสาวที่เข้มแข็งและอ่อนโยนและฉลาด ต่อไปเธอก็จะใช้พลังเยียวยานั้นช่วยเหลือผู้คนได้อีกมากมาย เพียงแต่ตอนนี้พลังของเธอยังไม่มากพอ

          นาเซียมองคฤหาสน์หลังใหญ่เธอมองดูประตูกำแพงที่สูงราวภูเขาเบื้องหน้า นี่คือคฤหาสน์ของเอิร์ลดาร์เรล เซดริช บิดาของนาเซีย เขาเป็นนักลงทุนมือหนึ่งของจักรวรรดิไม่ว่าเขาจะหยิบจับอะไรต่างก็พลั่งพลูไปด้วยทรัพย์สินมากมาย ส่วนพี่ชายนาเซียก็เป็นขุนนางใหญ่อยู่ใกล้องค์จักรพรรดิ ส่วนน้องชายนาเซียก็กำลังศึกษาอยู่ที่อคาเดมี่ของราชวงศ์ นาเซียคือสตรีเพียงหนึ่งเดียวในคฤหาสน์หลังนี้ เพราะหลังจากที่น้องชายเธอได้หกขวบมารดาของนาเซียก็จากไปด้วยโรค นางเซียที่มีใบหน้าเหมือนกับมารดา เธอจึงถูกเอาอกเอาใจจากเอิร์ลดาร์เรลไม่น้อย เพราะความที่ถูกตามใจ ทำให้นาเซียทำทุกอย่างตามใจตนเองโดยไม่คิดถึงความถูกผิด ทันทีที่เธอก้าวเท้าลงจากรถม้า เหล่าสาวใช้และพ่อบ้านต่างก็กรูกันเข้ามายืนรอรับ

“ยินดีต้อนรับกลับขอรับคุณหนู” ชายแก่ท่าทางเคร่งขรึมโน้มตัวงอ นาเซียก้าวถอยหลังด้วยความตกใจเพราะศีรษะเขาเกือบชนเข้ากับเธอ

“ขะ...ขอบคุณ” นาเซียตอบ ก่อนจะเดินเข้าไปด้วยความคุ้นเคยของร่างเดิม บรรดาสาวใช้และพ่อบ้านต่างจ้องมองหน้ากันอย่างงุนงง เป็นครั้งแรกที่นาเซียกล่าวขอบคุณ

ตอน 3

นาเซียถูกบรรดาสาวใช้ของตระกูลแต่งตัวให้ราวเกือบสองชั่วโมง เธอไม่คิดว่างานเลี้ยงฉลองเฉลิมพระชนมรัชทายาทแคลบอร์นจะยาวนานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนด้วยกัน นาเซียที่เพิ่งจะเกิดเรื่องเธอไม่อยากที่จะไปงาน ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากเห็นว่างานเต้นรำในราชวังจะน่าตื่นเต้นแค่ไหน แต่เธอเกรงว่าหากต้องสบตาเข้ากับดยุกกาบริเอลเข้าเธอจะทำสีหน้าอย่างไร หากตามเนื้อเรื่องเดิมคือนาเซียถูกเหล่าขุนนางไปพบในสภาพที่ไม่น่าดูกลางสวน จนเธออับอายไม่ยอมออกห้องก่อนจะใช้กรรไกรแท่งที่คอตัวเอง แต่ตอนนี้เธอที่ไม่เป็นไปตามเนื้อเรื่องเดิม นาเซียก็ไม่สามารถที่จะอ้างได้โดยเฉพาะเป็นคำสั่งจากราชินีล้วนไม่อาจปฏิเสธได้

“งานเลี้ยงคืนนี้เป็นชุดราตรีจากร้านมิสเจนที่องค์ราชินีสั่งตัดไว้ให้คุณหนูค่ะ” เด็กสาวราวอายุสิบหกยกชุดราตรีสีครีมปักอัญมณีแพรวพราว มันคงจะดีถ้าชุดราตรีดูเรียบดังสีของชุด แต่ดีไซส์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ชุดราตรีที่พองโตกับเกาะอกที่ดูแหวกลึกเป็นพิเศษ ดูท่าเลดี้สมัยนี้ชื่นชอบการอวดโฉมหน้าอกอวบอิ่มของพวกเธอ ดีไซน์ส่วนใหญ่ล้วนแต่เผยหน้าอกทั้งนั้น แต่ตอนนี้เธอจะเผยโชว์ได้อย่างไร ในเมื่อเนื้อตัวเธอมีแต่รอยจ้ำแดง แม้จะอยู่ในส่วนที่ไม่ชัดเจน แต่หากเป็นชุดที่แหวกลึกขนาดนี้ไม่มีทางที่เธอจะปกปิดมันได้ สาวใช้ได้แต่ยืนเงียบไม่มีใครกล้าเอ่ยใด ๆ ต่อให้เห็นรอยพวกนั้นปรากฏชัดเจนก็ตาม

“เช่นนั้นข้าจะนำชุดมาเปลี่ยนให้คุณหนูใหม่นะคะ” เด็กสาวคนเดิมเธอมีชื่อว่านีร่าเธอเกิดและเติบโตในตระกูลนี้เพราะแม่ของเธอเป็นแม่บ้านประจำที่คฤหาสน์ตระกลูดาร์เรล ด้วยความเก่งและฉลาดแก้ไขสถานการณ์ได้ดีทำให้นาเซียมักจะเรียกใช้เธอเป็นสาวใช้ประจำตัว ชุดใหม่ถูกนำมาเปลี่ยนให้กับเธอ มันปิดสูงถึงลำคอ แต่ก็ไม่ได้ดูแน่นตาไปเสียหมด เพราะตั้งแต่ช่วงอกขึ้นไปเป็นเพียงผ้าบาง ๆ ที่ออกแบบเฉพาะให้ยกสูงถึงลำคอ แต่เปิดโชว์เรียวแขนที่เรียวสวย ชุดสีเขียวเข้ากับสีแววตาของนาเซีย เธอมองตัวเองในกระจกอดรำพึงรำพันไม่ได้ว่านาเซียผู้นี้ดูสวยราวกับตุ๊กตา นาเซียอดคิดไม่ได้ว่าหากเป็นนางเอกอย่างเซลีนแล้วนางจะสวยเพียงใด

ห้องโถงกลางของพระราชวัง เต็มไปด้วยเหล่าบุตรสาว และบุตรชายของขุนนางมากมายเกือบร้อยชีวิต นาเซียพยายามหลบเลี่ยงสายตาที่จะดูโดดเด่นเกินไป แต่ดูท่าจะทำไม่ได้ เพราะทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้างานขุนนางผู้ทำหน้าที่ตรวจรายชื่อเข้างานก็ขานชื่อเธอดังเพื่อให้การต้อนรับ จากนั้นก็มีอัศวินคอยประคองให้เธอเดินเข้าไปในงาน นาเซียมองแท่นบัลลังก์ที่มีกษัตริย์แคลบอร์นประทับคู่องค์ราชินี ด้านข้างมีชายหนุ่มใบหน้าคล้ายคลึงกับมิกาเอล เธอเดาได้ทันทีว่าเขาคือลาฟาซ นาเซียเดินมาหยุดตรงหน้าพวกเขาก่อนย่อตัวลงตามธรรมเนียม

“ถวายพระพรแด่แสงอรุณแห่งแคลบอร์น ถวายพระพรองค์ราชินีผู้โอบล้อมแคล์บอร์น ถวายพระพรแด่ดวงสุริยะดวงน้อยแห่งแคลบอร์นเพค่ะ” นาเซียยกยิ้มอย่างภูมิใจ เธอภูมิใจในตัวเองที่ได้ตั้งหน้าตั้งตาอ่านเรื่องนี้มาหลายรอบเพราะเธอชอบในความเก่งของนางเอกและความรักของพระเอกนั่นเอง ทำให้เธอจดจำคำเหล่านี้ได้อย่างขึ้นใจ

“มานี่ซินาเซีย” เสียงเรียกจากองค์ราชินีพร้อมกางแขนออกราวรอโอบกอดเธออยู่ นาเซียก้าวเดินเข้าไปพร้อมโน้มตัวลงให้นางได้โอบกอดอย่างเต็มอิ่ม แม้นาเซียจะร้ายกาจแต่นางก็เอาอกเอาใจองค์ราชินีเป็นอย่างมาก จนทำให้องค์ราชินีทั้งรักและเอ็นดูเธอ แต่ในความจริงแล้วนาเซียที่รู้ว่าองค์รัชทายาทนั้นเกรงใจองค์ราชินีเพียงใด นาเซียจึงใช้ความเกรงใจนั้นทำให้องค์ราชินีชื่นชอบเธอ

“ลาฟ เจ้าพาน้องไปเต้นรำเสียหน่อยซิ เมื่อคืนเจ้าก็มิได้พาน้องออกไปเต้นรำ จนนาเซียงอลหายไปเลย” องค์ราชินีที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแค่ได้กล่าวตามที่ตนเห็นเท่านั้น หากแต่แววตาแสนเยือกเย็นที่กำลังจ้องมองมาทางเธอคงกำลังสงสัยว่าเกิดอะไรต่อจากนั้นกันแน่ เพราะทันทีที่องค์ราชินีเอ่ยลาฟาซก็รีบเดินตรงมาที่เธอ

“พ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่” ลาฟาซเดินมาหยุดยืนตรงหน้านาเซียก่อนจะโค้งเชิญ นาเซียเพียงได้แต่ยืนมือออกไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เธอกลัวว่าเขาจะพาเธอไปให้กับทหารพวกนั้นอีก นาเซียถูกพาลงมายืนอยู่กลางโถงงานเลี้ยงก่อนที่เพลงจะบรรเลงขึ้น

“ดูท่าเจ้าจะไม่เกรงกลัวต่อข้าเลยงั้นสินะเลดี้คาร์เรล” ลาฟาซพูดเสียงรอดไรฟัน ทั้งที่ยังคงนำพาเธอเต้นรำได้อย่างตรงจังหวะ

“หม่อมฉันรู้สำนึกดี เมื่อคืนเป็นหม่อมฉันผิดเอง ต่อจากนี้หม่อมฉันจะไม่ขัดขวางพระองค์แล้วเพค่ะ” นาเซียพูดเสียงผ่านรอยยิ้มที่ยังคงฉีกยิ้มให้เขาอย่างไม่เต็มใจนัก เธอรู้สึกถึงแรงบีบที่ฝ่ามือของเขาราวกับว่ากระดูกมือกำลังจะแตก หากเทียบกับความร้ายกาจของนาเซียแล้วนั้น เขาก็คงเป็นบุรุษที่ร้ายกาจไม่น้อยไปกว่านาเซียแน่ เพราะนอกจากฝ่ามือที่บีบแรงแล้ว เขายังรัดเอวเธอแน่นราวต้องการให้กระดูกเธอหัก นาเซียบิดใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บเพียงเล็กน้อยเพราะไม่อยากให้เป็นที่สังเกตจากองค์จักรพรรดิ และราชินี แต่ดูเหมือนฝ่ามือเธอจะไร้ความรู้สึกเพราะแรงบีบของเขา โชคดีที่บทเพลงบรรเลงจบเสียก่อนไม่งั้นมือเธอคงได้หักไปแล้วจริง ๆ นาเซียรีบใช้โอกาสนี้ถอยหนีเมื่อเห็นเซลีนยืนอยู่ใกล้ ๆ เธอคาดเดาได้ไม่ยากเพราะเส้นผมสีคาราเมลกับดวงตาสีฟ้าครามนั้นดูโดดเด่นกว่าใคร ๆ

“ทรงอย่างปล่อยให้เลดี้บอร์นเนอร์รอนานเลยเพค่ะ” นาเซียถอยหลังก่อนพูดบอกลาฟาซ เซลีนที่ยืนรวมอยู่กับกลุ่มบุตรสาวขุนนางกำลังมองมาทางเธอและเขา ลาฟาซจำต้องปล่อยนาเซียออกไป

นาเซียพ่นลมถอนหายใจออกทันทีที่ปลีกตัวออกมาตรงระเบียงด้านข้างได้ เธอนึกโกรธนักเขียนนะว่าทำไมต้องเขียนให้พระเอกคลั่งรักเพียงนางเอกผู้เดียว จนไม่เหลือมารยาทต่อนางร้ายอย่างเธอเลย แต่จะโทษเพียงนักเขียนก็ไม่ได้ เพราะนักอ่านอย่างเธอก็ชื่นชอบไอ้อาการคลั่งรักของตัวเอกเช่นกัน ยังไม่ทันพอได้หายใจหายคอ มิกาเอลก็เดินมาที่ระเบียงพร้อมแก้วไวน์ในมือทั้งสองข้าง

“ดูท่าจะมีความสุขไม่น้อย” มิกาเอลแกล้งแซวเมื่อเห็นว่าเธอได้เต้นรำกับชายที่เธอคาดหวังจะครอบครองเขา แต่นาเซียกลับถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

“ท่านดยุกมีสิ่งใดให้ข้ารับใช้กัน” นาเซียเปิดประเด็นขึ้นเมื่อเห็นแววตาเขาจับจ้องมองไปยังเซลีนที่กำลังเต้นรำกับลาฟาซ

“เลดี้ยินดีที่จะเต้นรำกับข้าหรือไม่” มิกาเอลโค้งตัวพร้อมยกมือรอ นาเซียรอบมองไปกลางฟลอร์เต้นรำ ดนตรีบรรเลงรอบนี้เป็นดนตรีค่อนข้างสนุกสนาน เธอคาดเดาไม่ยากว่าดยุกกาบริเอลคงใช้เธอเป็นเพียงตุ๊กตาเต้นรำที่จะสลับสับเปลี่ยนคู่เต้นกลางฟลอร์เมื่อหยุดกลางบทเพลง แม้เธอจะขยาดกับแรงบีบที่มือเมื่อครู่แต่เธอก็ได้เอ่ยสัญญากับเขาแล้วว่าจะช่วยเหลือเขา นาเซียค่อย ๆ วางมือลงที่ฝ่ามือกว้างของเขา

แม้นาเซียจะดูสูงราวร้อยเจ็ดสิบเห็นจะได้ แต่ดยุกบริกาเอลก็ดูสูงใหญ่ไม่น้อย เมื่อคืนเธอเร่งรีบเพราะฤทธิ์ยาทำให้ไม่ทันสังเกตว่ารูปร่างของเขาสูงใหญ่เพียงใด นาเซียถูกพามากลางฟลอร์เต้นรำอีกครั้งก่อนถูกเขารวบโอบที่เอวพลันทำให้เธออดคิดถึงเรื่องที่เธอกับเขาทำไว้ไม่ได้ นาเซียแก้มแดงขึ้นทันทีแม้เธอจะไม่ค่อยได้สติเพราะฤทธิ์ของยาแต่ใช่ว่าเธอจะจดจำไม่ได้ เธอไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นเหมือนเธอหรือไม่แต่ตอนนี้หัวใจเธอกำลังเต้นแรงเมื่อคิดถึงภาพนั้น บทเพลงหยุดลงก่อนที่มิกาเอลจะหมุนตัวเธอไปสลับกับเซลีน นาเซียอยากจะถอนหายใจแรง ๆ ใส่หน้าลาฟาซสักครั้งแต่ก็ต้องอดทนเอาไว้ เธอทำใจไว้แล้วว่าตัวเอกผู้นี้คงจะไม่คิดทะนุทะนอมเธอเหมือนเซลีนแน่ นาเซียถูกเขาเหวี่ยงไปมาราวกับตุ๊กตามากกว่าการเต้นรำ เธอรู้สึกถึงแรงผลักและแรงกระชากอย่างไม่พอใจจากลาฟาซ แต่เธอก็ยังคงอดทนขอเพียงแค่จบบทเพลงเธอก็จะรีบออกจากงานเลี้ยงนี้ทันที

แคว่ก!! เสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้ทุกคู่เต้นรำต่างหยุดมอง นาเซียรู้สึกถึงลมเย็น ๆ ที่ปะทะแผ่นหลังได้ทันที ดูเหมือนตะขอด้านหลังที่เกี่ยวไว้จะหลุดออก แต่เธอจะทำยังไงดีในเมื่อเธอไม่ได้สวมครอสเซ็ตที่สาวใช้เอามาให้เพราะมันอึดอัดเกินไปเธอจึงปฏิเสธที่จะสวมมัน อีกทั้งหากเปิดออกเช่นนี้แล้ว รอยแดงที่ดยุกกาบริเอลทำไว้ก็คงปิดไม่มิด

“ดูนั่น” เสียงบุตรสาวขุนนางหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเธอมองเห็นรอยจ้ำแดงที่แผ่นหลังนาเซีย

“นาเซียนี่เจ้า” ลาฟาซเอ่ยอย่างสงสัย ยังไม่ทันที่เธอจะตอบดยุกบริกาเอลก็พลาดเสื้อคลุมสีดำของเขามาที่เธอก่อนจะอุ้มตัวเธอเดินออกจากงานไป นาเซียอายแทบอยากจะหายตัวเสียให้ได้ในตอนนี้ เธอไม่รู้ว่าเอิร์ลคาร์เรลจะมีสีหน้าอย่างไรตอนที่เห็นชุดของบุตรสาวตนเผยออกกลางงาน แต่นั้นไม่สำคัญที่รอยแดงบนแผ่นหลังถูกคนมองเห็น ดยุกบริกาเอลอุ้มเธอออกมาจากงานก็ตรงมายังปราสาทชั่วคราวของเขา

“นี่เจ้าสวมชุดอะไรกัน อยากประกาศให้ทั่วจักรวรรดิได้รู้กันหรือยังไง” เขาตวาดเธอทันทีที่โยนเธอลงไปที่โซฟาห้องรับรอง นาเซียยกตัวลุกทันทีก่อนจะเชิดหน้าตอบ

“แล้วใครใช้ให้ท่านทำรอยพวกนี้ไว้มากมายกัน อีกอย่างข้าไม่ได้ขอให้ท่านดยุกช่วยพาข้าออกมาเสียเมื่อไหร่กัน” นาเซียตอบอย่างโมโห เขาโยนตัวเธอราวกับว่าเธอเป็นเพียงสิ่งของ เธอรู้ว่าที่เขาช่วยเหลือพาเธอออกมานั้นก็เพราะกลัวว่าตนเองจะถูกมองไปด้วย แต่ในเมื่อเธอยังไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเกี่ยวกับเขาออกมา ทำไมเขาจะต้องร้อนตัวได้ขนาดนี้ นาเซียโยนเสื้อคลุมนั้นคืนไปที่เขา แล้วหันหลังออกมา โดยไม่สนใจท่าทีโมโหโกรธของเขา มิกาเอลเร่งฝีเท้าเดินตามก่อนจะคว้าตัวเธออุ้มไว้อีกครั้ง

“เจ้าจะกลับไปทั้งแบบนี้นะหรือ” เขาตวาดใส่เธอ

“ก็ข้ามีชุดนี้เพียงชุดเดียว จะให้ข้าถอดชุดทิ้งหรือยังไงกัน” นาเซียเถียงทั้งยังดิ้นให้เขาปล่อยเธอลง

“สวมเสื้อคลุมนี้ไว้ซะ แล้วข้าจะไปเจรจากับเอิร์ลดาร์เรลเอง” เขาเอ่ยปรามเธอด้วยเสียงดุ

“หยุดเลย ข้าไม่ได้ขอร้องให้ท่านต้องมารับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะแผนของข้าผิดพลาดเอง ท่านดยุกโปรดวางใจได้บิดาข้ารักข้ามากเรื่องแค่นี้ข้าอธิบายได้” นาเซียยกมือผลักตัวเขาไว้ เพราะท่าทางเขากำลังจะพุ่งตรงออกไปที่บิดาของนาเซีย เธอไม่ยากให้เรื่องที่เกิดต้องวุ่นวาย เพียงแค่นี้เธอก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ไหนจะต้องมานั่งคิดหาวิธีกลับไปยังโลกเดิมของเธออีก ขืนเองตัวเองมาผูกติดกับตัวละครหลัก เกรงว่าเธอจะไม่ได้กลับไปยังโลกเดิมง่าย ๆ เพราะตามเนื้อหาหลักนาเซียควรจะเก็บตัวอยู่แต่ในคฤหาสน์ของเธอ

“เจ้าเป็นเลดี้แบบไหนกันถึงไม่ถือสาเรื่องเช่นนี้ ถึงอย่างไรตอนนี้เจ้าก็ไม่สามารถที่จะอภิเษกกับองค์รัชทายาทได้ เช่นนั้นแล้วเจ้าก็มาเป็นคนของข้ามิดีกว่าหรือ” แววตาแสนเย็นชาจับจ้องมองพร้อมน้ำเสียงราวกับดูถูก นาเซียยกยิ้มมุมปากก่อนเอ่ยตอบ

“เรื่องเพียงเท่านี้ข้าไม่ถือสา ส่วนการอภิเษกได้หรือไม่นั้นข้าก็ไม่ใส่ใจว่าจะได้หรือไม่ เพราะข้าตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตอยู่เพียงตระกูลดาร์เรลเท่านั้น ...ลอร์ดเฮนรี่คะ ข้าของรถม้ากลับคฤหาสน์ข้าด้วย” นาเซียกระแทกน้ำเสียงตอบพร้อมหันไปบอกลอร์ดเฮนรี่ที่กำลังเดินเข้ามาจากทางด้านหลังมิกาเอล

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED