ตอน 1

Chapter 1 เปิดตัว VA.AUSBIJA

“ขอให้ทุกคนมีความสุขกับทุกบริการบนวีเออัจไบร์จาร์นะครับ”

เสียงประกาศก้องสะท้อนไปทั่วลานบนชั้นดาดฟ้ากว้างใหญ่ ท่ามกลางเกลียวคลื่น ชายหนุ่มใบหน้าคมเข้มดุดันยกแก้วเครื่องดื่มในมือชูขึ้น ตามด้วยบรรดาสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีในชุดราตรีสวยหรู งานเลี้ยงเปิดตัวของเรือสำราญลำยักษ์เริ่มต้นขึ้นบัดนั้น

VA.AUSBIJA เรือสำราญและคาสิโนอันลือชื่อเริ่มต้นเปิดบริการสำหรับลูกค้ากระเป๋าหนัก เจ้าของเรือคือหนุ่มหล่อ เรือนผมสีดำสนิท ใบหน้าคร้ามคมเข้ม ไรเคราเขียวครึ้มเป็นปื้นหนาส่งให้หน้านั้นดูดุดัน นามว่าอัลแบร์โต้ วินเซนโซ อัจไบร์จาร์

ตาคมกริบกวาดไล่ไปทั่วบริเวณงานอย่างช้าๆ และเป็นธรรมชาติ เรียวปากเข้มรับกับจมูกโด่งเป็นสันเปิดยิ้มทักทายผู้คนที่เข้ามาทักเขา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลมีชื่อมีอิทธิพลและนักการเมืองระดับชาติ

งานเลี้ยงหรูหราบนดาดฟ้าสำหรับให้ผู้มาเยือนได้ดื่มกินเต็มที่ เสียงดนตรีขับกล่อมดังก้องกระหึ่มทั่วท้องน้ำโดยไม่ต้องกังวลว่าเสียงอันดังจะรบกวนใคร เพราะเรือลำดังกล่าว ทอดสมออยู่กลางทะเลอันดามัน หลังจากผ่านพิธีการขออนุญาตนานนับเดือนผสานกับความช่วยเหลือจากผู้ทรงอิทธิพลบางคน เรือสำราญลำมหึมา VA.AUSBIJA ได้เข้ามาลอยล่องรอนักท่องเที่ยว ห่างจากเกาะภูเก็ตไม่มาก บรรดานักเที่ยวนักเสี่ยงโชคต้องต่อเรือเร็วมาจากเกาะภูเก็ตเพื่อมาขึ้นเรือลำยักษ์ลำนี้

“นายดูแลลูกค้าต่อไปนะธนัชย์ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปตรวจดูด้านในหน่อย” นายหนุ่มสุดหล่อเจ้าของเรือบอกกับคนสนิทเบาๆ เมื่อเวลาล่วงผ่านไปพอสมควร และเขาได้ทักทายแขกผู้มีเกียรติเป็นที่เรียบร้อยทั่วทั้งงานแล้ว

วินเซนโซยิ้มอย่างพอใจกับบรรดาลูกค้าวีไอพีทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นพวกพ่อค้า อาเสี่ยอาเฮียกระเป๋าตุง รวมถึงเจ้าหน้าที่ ข้าราชการและนักการเมืองบางคน เงินก้อนโตกำลังจะลอยเข้ามาหาเขาทุกที

ลูกค้าของเขาแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือพวกที่ต้องการมาเสี่ยงโชคบนเรือของเขา ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ทำรายได้ให้เขามหาศาล อีกกลุ่มคือผู้คนที่ต้องการเข้ามาทัศนาความอลังการภายในเรือลำหรูอย่างเดียวเท่านั้น

เท้าที่กำลังจะก้าวห้องจัดเลี้ยงด้านในชะงักกึก เมื่อสายตาปะทะเข้ากับสาวน้อยที่หมุนตัวไปมามองความหรูหราภายในห้องจัดเลี้ยงของเรือสำราญลำใหญ่ด้วยความตื่นตะลึง เรียกความสนใจให้กับผู้ที่บังเอิญผ่านมาเห็นเป็นที่สุด

วินเซนโซยืนนิ่งกับที่เหมือนถูกสาปให้ร่างทั้งร่างกลายเป็นหิน

พระเจ้า !!! เขาไม่เคยพบใครมีเสน่ห์หวานสวยไปทั้งตัวแบบนี้เลย มือหนากำราวระเบียงแน่นโดยไม่รู้ตัว ขณะจับจ้องสาวน้อยที่กำลังชี้ชวนเพื่อนเธอให้ดูการแสดงบนเวทีที่เขาจัดไว้สำหรับรับรองแขกบนเรือ

เขามองจ้องตามเธอแทบทุกฝีก้าว นานๆ สาวน้อยจะหันมาหาผู้หญิงสูงวัย น่าจะวัยสี่สิบกว่าๆ ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เขาจำเธอได้ เธอเป็นคนที่หอบเงินจากคาสิโนเขาไปนอนกอดเมื่อสองวันก่อน เพียงแค่ได้มองสาวน้อยเขาก็เหมือนจะคลั่ง

เขาต้องได้เธอ !!!

วินเซนบอกตัวเอง มือหนายกขึ้นส่งสัญญาณสั่งการ์ดร่างยักษ์สองคนที่ตามติดเขาให้ถอยห่าง สายตาคมยังโลมลูบตั้งแต่เส้นผมสีน้ำตาลเข้มราวใยไหมของเธอ มันทิ้งตัวแล้วสะบัดไปมายามที่เจ้าตัวโยกกาย ใบหน้าหวานสวยเย้ายวน ดวงตาเธอกลมโตมีเสน่ห์ จมูกโด่งรับกับปากอวบอิ่มสีชมพูเรื่อน่าจูบเป็นที่สุด

ชายหนุ่มไล้สายตาลงมาตามลำคอระหง สู่ทรวงสาว มันดุนดันเนื้อผ้าชุดแซ็กสีชมพู ขนาดจากสายตามองไกลๆ ก็ยังว่าสวยและใหญ่ ถ้าใกล้ๆ จะสักแค่ไหนนะ วินเซนโซรู้สึกว่าน้ำลายเขาเหนียวจนติดคอเพียงแค่คิด

เขาละสายตาอย่างอ้อยอิ่งเพื่อไล่ตามเรือนร่างอรชรสมส่วน เอวเธอคอดกิ่วเหลือเชื่อ สะโพกมนกลมได้รูป ขณะที่เธอขยับเขาอดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงเวลาที่เธอร่อนส่ายบนตัวเขา โอพระเจ้า...แค่คิดเขาก็แข็งขึงเจ็บร้าวไปทั้งกายแกร่ง ชายหนุ่มรีบถอนสายตาจากสะโพกไล่ลงไปตามเรียวขาที่โผล่พ้นจากเนื้อผ้า ขาเธอเพรียวสวยนวลเนียน

โอย...เขาอยากจะบ้า

วินเซนอยากลงลิ้นไล้ชิมสาวน้อยนางนั้นให้ทั่วทั้งตัวเสียเหลือเกิน เขากวาดเก็บทุกรายละเอียดที่ประกอบกันเป็นสาวน้อยแสนหวานเย้ายวน ประทับเอาไว้ในความทรงจำ มองตามร่างอรชรจนลับสายตาเมื่อเธอเดินซิกแซ็กหายไปท่ามกลางผู้คนมากมายที่มาเยี่ยมชมเรือสำราญของเขา

สิตาพรไม่ได้รู้เลยว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของจิ้งจอกร้ายกระหายรักเข้าเสียแล้ว สาวน้อยเดินตามแรงรั้งของไตรตรึงษ์เพื่อนรัก เพื่อพากันชื่นชมความสวยงามและอลังการของเรือสำราญลำนี้

“ไปดูทางนี้กันดีกว่าน้ำหวาน”

ไตรตรึงษ์ชี้ชวนไปอีกทางที่มีของแปลกๆ จัดเรียงเอาไว้สวยงาม ของแปลกของเก่า ของทำมือ เยอะแยะเต็มไปหมดสวยๆ งามๆ ทั้งนั้น

“เบาๆ หน่อยลูกตาล” น้ำตาลหรือสิตาพรปรามเพื่อนเบาๆ พร้อมหัวเราะขำ กับท่าทางของเพื่อนรัก

“แหม ฉันตื่นเต้นนี่นาแก นานๆ ได้มาเที่ยวบนเรือสำราญลำเบ้อเริ่ม”

ไตรตรึงษ์หยิบกิ๊บติดผมแต่ประดับอัญมณีเม็ดเล็กๆ ระยิบระยับขึ้นมาส่องดู

“สวยเน๊อะ”

“แต่มันไม่ค่อยเข้ากับเธอเลยนะยายลูกตาล ห้าวๆ แบบเธอต้องนวมสักคู่ท่าจะเหมาะกว่า”

“ย่ะ แต่แพงน่าดูเลยแก” ไตรตรึงษ์ตาโตเมื่อเห็นป้ายเล็กๆ ติดราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ

“สนใจหรือครับ”

เสียงทักนุ่มทุ้มดังขึ้นใกล้ๆ สองสาวจึงหันไปมอง ไตรตรึงษ์รีบวางของลงที่มันทันทีเมื่อเห็นหน้าดุๆ ไรเคราเขียวนั้นยิ่งส่งให้ให้คนตรงหน้าดูน่ากลัวมากขึ้น คนต่างชาติตัวใหญ่ และเขา...คุณเจ้าของเรือ

“เอ่อ”

สองสาวน้อยอึกอักมองตากัน วันแรกของการเหยียบย่างขึ้นมาบนเรือนี้ เมื่อสักพักใหญ่ที่ผ่านมา พวกเธอได้เห็นเขาเพียงไกลๆ ในงานเลี้ยงเปิดตัวบนดาดฟ้า เจ้าของเรือลำยักษ์ อัลแบรโต้ วินเซนโซ อัจไบร์จาร์

ไตรตรึงษ์หัวใจแทบหยุดเต้นมองเขาอย่างหวาดๆ สิตาพรก็เช่นกัน สาวน้อยแอบสำรวจอย่างรวดเร็วบนเครื่องหน้าคมเข้มดุดันนั้น ผิวสีแทนทองเข้มยิ่งเสริมให้เขาดูเถื่อนๆ อย่างกับพวกมาเฟียในหนังที่เธอเคยดูยังไงยังงั้น

“เราเพียงแค่ดูว่ามันสวยดีน่ะค่ะ” ไตรตรึงษ์รีบบอก กลัวว่าจะโดนเขาดุ

ชายหนุ่มหน้าเข้มยิ้มน้อยๆ ดวงตาคู่คมหยุดลงตรงหน้าสาวน้อยที่เขาหมายใจแต่แรก เห็นไกลๆ ว่าสวยพอเห็นใกล้ๆ ยิ่งสวยหวานเย้ายวนไปทั้งเนื้อทั้งตัวเข้าไปใหญ่ จิ้งจอกร้ายในตัววินเซนโซแทบกระโจนออกมา กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของเธอกระตุกใจชายหนุ่มให้สั่นไหวโดยที่เธอไม่ต้องทำอะไรเลย

ตอน 2

Chapter 2 เปิดตัว VA.AUSBIJA 2

“ไม่ต้องกังวลหรอกสาวน้อยผมเห็นพวกคุณดูท่าคงจะชอบเครื่องประดับ ชิ้นนี้ผมได้มาจากอินเดียบ้านผมเอง มันสวยแต่ราคาค่างวดไม่กี่บาท ชอบไหมล่ะ ผมยกให้”

วินเซนโซบอกอย่างใจป้ำ จับเจ้าเข็มกลัดนั้นยัดใส่มือไตรตรึงษ์ ท่ามกลางความตกตะลึงของสองสาว และเป็นสิตาพรที่เรียกสติมาได้ก่อน

ใครจะคาดคิดว่าคนระดับเขาจะมายืนคุยด้วย แค่นี่ก็เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อแล้ว สิตาพรดึงมันออกจากมือเพื่อนพร้อมกับวางลงที่เดิม มองเขาด้วยความหวั่นกลัว

“ขอบคุณนะคะ แต่เราคงรับไม่ได้ ขอตัวนะคะ”

วินเซนก้าวเข้าไปดักหน้าทันทีที่เธอขยับ ยิ้มบางๆ ตรงมุมปากและดวงตาคมระยิบระยับนั้นส่งให้คนตรงหน้าดูเจ้าเล่ห์และน่ากลัวมากขึ้น เรือนกายสูงใหญ่กำยำของเขาบังสิตาพรจนมิด

“จะรีบไปไหนล่ะครับ กลัวผมหรือเปล่า”

“เอ่อ พอดีว่าเรา...เรา...” ไตรตรึงษ์สาวแก่นเซี้ยวลืมคำพูดไปจนหมดสิ้น แอบมองคนตัวโตแล้วนึกขยาดในใจ แค่เห็นเขา เธอก็เข้าใจคำว่าเจ้าพ่อขึ้นมาทันที

วินเซนโซหัวเราะในลำคอเบาๆ ท่าทางสาวน้อยขี้ตกใจของเธอดูน่ารักน่ากอดนัก ริมฝีปากเธอสั่นระริกจนเขาอยากไล้ลิ้นร้อนผ่าวลงไปเพื่อปลอบโยนให้มันสงบลง

“ขอโทษนะคะเราต้องไปแล้ว”

สาวน้อยสิตาพรรีบดึงมือเพื่อนออกไปจากตรงนั้นทันที ประกายแพรวพราวในตาคู่นั้นของเขามันสั่นหัวใจเธออย่างประหลาด และมันไม่น่าไว้ใจสักนิด เธอรีบผละห่างทิ้งให้วินเซนมองตามด้วยความเสียดายติดหมัดอีกรอบ...

ลูกแกะตัวน้อยฉันจะต้อนเธอมาขย้ำให้จงได้...

กระดาษใบเล็กๆ ที่ถูกส่งต่อกัน จากมือหนึ่งถึงอีกมืออย่างลับๆ ไม่ได้ลอดพ้นจากสายตาจิ้งจอกร้ายอย่างวินเซนโซ

ชายวัยห้าสิบคนหนึ่งเป็นคนยัดกระดาษใบนั้นใส่มือของบรรดาอาเสี่ย อาเฮียที่เข้ามาเสี่ยงโชคในมุมลับตาคนบนเรือของเขา

วินเซนโซ ขยับเข้าไปใกล้อีกนิด เพื่อจะได้ยินสิ่งที่พวกเขากำลังสนทนากันอย่างออกรส ต่างคนต่างมองกระดาษในมือยิ้มๆ

“อันที่จริงผมน่ะเป็นห่วงเด็ก ไม่มีพ่อแม่ก็อยากให้ได้คนที่ดีมาดูแล” เสียงของชายคนเดิมพร่ำบอก น้ำเสียงเหมือนจะเป็นห่วงเป็นใยใครสักคนมากมาย แต่นัยน์ตากับหลุกหลิกแพรวพราวไม่น่าไว้ใจสักนิด

“ไอ้ครั้นจะไว้ใจพวกคนหนุ่มมันก็คงไม่ไหว สู้อย่างเราๆ ไม่ได้รู้เห็นกันอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไง”

“มันจะดีหรือเฮียชาติชาย แกยังเด็กอยู่เลย”

หนึ่งในเพื่อนร่วมวงพูดยิ้มๆ แต่ตาที่มองกระดาษใบนั้นโลมเลียหื่นกระหายอย่างเห็นได้ชัด วินเซนโซถึงกับเลิกคิ้วด้วยความสงสัย โชคดีเหลือเกินที่เขาสามารถฟังภาษาไทยได้ ตอนแรกชายหนุ่มกะจะเดินผ่านไปแล้วแต่ท่าทางของคนกลุ่มนี้มีบางอย่างดึงดูดความสนใจจากเขา

ชายคนนั้นชื่อชาติชาย และเขากำลังทำอะไรบางอย่าง ฟังดูเหมือนกำลังจะส่งต่อใครบางคนให้บรรดาเสี่ยกระเป๋าหนัก

“ไม่เด็กแล้วครับ 22 ปีแล้วเพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ ด้วย”

“แต่แกจะยอมเร้อ” อีกคนว่า

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ผมว่าแกจะดีใจเสียอีกที่มีคนดูแลแบบจริงๆ จังๆ ไอ้ผมกับน้าเขาก็ไม่ค่อยได้อยู่บ้านทำแต่งานตลอด”

“อืม พวกเราจะลองดูละกัน”

บรรดาหนุ่มใหญ่วัยกลางคนหัวเราะกันร่วน ยิ่งสร้างความสงสัยให้จิ้งจอกหนุ่มมากขึ้น กลุ่มคนตรงหน้าเริ่มแยกย้ายกันไป วินเซนโซจึงแกล้งทำเป็นเดินเรียบเรื่อยเข้าไปหาคนหนึ่งในกลุ่มนั้น

“อ้าว...นึกว่าใครนายบ่อนใหญ่นี่เอง”

“อย่าเรียกนายบ่อนเลยครับ เรียกผมว่าวินเซนซ์ก็ได้” วินเซนโซพูดด้วยท่าทีเป็นกันเอง คนที่เดินเคียงข้างเขาตอนนี้คือนักการเมืองที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง

“โอ๊ยผมคงไม่กล้าขนาดนั้นหรอกครับ” ธงชัยรีบบอกยิ้มๆ

“คุณก็พูดเกินไป ว่าแต่เมื่อกี้เห็นจับกลุ่มกันคุยอย่างออกรสไม่ทราบว่ากำลังนินทาผมอยู่หรือเปล่าครับเนี่ย หรือว่าบริการของเรือเราบกพร่องหรือเปล่า” วินเซนโซแกล้งถาม

“โอ๊ยไม่ใช่หรอกครับ พอดีนายชาติชายน่ะเอารูปหลานมาให้พวกเราดู พูดกันง่ายๆ ก็อยากจะประเคนให้ใครสักคนที่อยากได้นั่นแหละ”

“เอ๋ เขาจะทำแบบนั้นทำไม”

“โธ่คุณ ทุกวันนี้นะคนเรามันก็แสวงหาผลประโยชน์กันทั้งนั้น เด็กคนนั้นไม่ใช่หลานแท้ๆ หรอก เป็นหลานสาวของเมียน่ะ ถ้าเขี่ยเด็กคนนั้นออกไปได้สักคน ทรัพย์สินหลายอย่างก็จะตกเป็นของเขาทั้งนั้น ฉลาดไหมล่ะ” ธงชัยบอกกลั้วหัวเราะราวกับเป็นเรื่องขบขันเสียเต็มประดา

“เนี่ย ผมยังคิดว่าอยากจะได้ไว้เป็นอีหนูอีกคนเลยรู้ไหม สวยน่ารักเลยล่ะ”

รูปถ่ายใบเล็กถูกส่งมาให้นายบ่อนหนุ่ม วินเซนโซถึงกับนิ่งเมื่อเห็นสาวน้อยในรูปถ่ายใบนั้น

นี่มัน...ลูกแกะน้อยที่เขาหมายตาไว้นี่หว่า

ชายหนุ่มจับรูปใบนั้นแน่นตาวาวขึ้นเล็กน้อย นึกในใจ คนนี้เขาจองแล้วใครก็ไม่มีสิทธิ์ทั้งนั้น

“ผมขอได้ไหมสวยดี” จิ้งจอกหนุ่มพูดกับนายธงชัยแต่ตาคมดุยังจับจ้องที่รูปถ่ายใบเล็กไม่วางตา

สิงห์การเมืองหัวเราะร่วน

“สนใจเหมือนกันหรือนายบ่อน ถ้าคุณสนใจเห็นทีผมต้องรีบถอยซะแล้ว”

วินเซนโซหัวเราะในลำคอเบาๆ ไม่ตอบคำถามนั้น ความคิดเขากำลังโลดแล่นไปถึงสาวน้อยเจ้าของหัวข้อสนทนา ได้เวลาต้อนลูกแกะขึ้นเขียงแล้ว...

บุคคลสองคนในจอมอนิเตอร์กำลังเริงรื่นเติมที่ ตรงหน้าเขาและเธอเต็มไปด้วยชิพกองโต วินเซนโซจับตามองด้วยสายตาคมดุที่ไม่มีใครอ่านออก

“ผู้หญิงชื่อวาสิฐีส่วนผู้ชายเสื้อลายนั่นสามีเธอชื่อชาติชาย จากประวัติที่เราได้มาฝ่ายหญิงเป็นตระกูลผู้ดีเก่า ได้รับตกทอดทรัพย์สมบัติมาเยอะพอสมควรแต่ส่วนหนึ่งในนั้นเป็นของหลานสาวของเธอชื่อสิตาพร”ธนัชย์ รัตนศาสตรารายงาน เขาเป็นมือขวาและคนสนิทที่วินเซนโซไว้ใจมากที่สุด

เจ้านายหนุ่มเคาะนิ้วกับโต๊ะหน้าจอมอนิเตอร์กล้องวงจรปิดเบาๆ

“ได้ไปเท่าไหร่แล้วล่ะ”

“ตอนนี้เกือบๆ ห้าล้านแล้วครับ คืนพรุ่งนี้ผมคิดว่าจะเรียกเงินของเราคืนสักที”

“ดี ฉันอยากให้สองคนนั่นเป็นหนี้เราสักสิบล้าน จัดการให้ด้วยนะ” วินเซนโซสั่งเสียงเรียบ คนสนิทถึงกับเลิกคิ้ว

ตอน 3

Chapter 3 แผนต้อนแกะเข้าคอก

“ดี ฉันอยากให้สองคนนั่นเป็นหนี้เราสักสิบล้าน จัดการให้ด้วยนะ” วินเซนโซสั่งเสียงเรียบ คนสนิทถึงกับเลิกคิ้ว

“แต่จากข้อมูลของเราเธอมีเงินสดในธนาคารแค่ไม่กี่ล้านเองนะเจ้านาย ที่เหลือก็เป็นพวกที่ดินหรือนายจะเอาที่ดินล่ะงานนี้” ธนัชย์ถามอย่างแปลกใจ ลูกค้าทุกคนที่เข้ามาเสี่ยงโชคที่นี่ล้วนแต่ต้องถูกตรวจสอบฐานะทางการเงินทั้งสิ้น ที่พวกเขาต้องการคือเงินสดเท่านั้น

วินเซนโซยิ้มเจ้าเล่ห์ เขามีแผนในใจแล้วต่างหาก เพียงแค่คิดถึงมันชายหนุ่มก็แทบไม่อยากรอเสียเลย

“นี่คือหนี้ส่วนที่เหลือ”

รูปใบหนึ่งถูกยัดลงในมือธนัชย์ ชายหนุ่มก้มมองอย่างสนใจทันที

“แม่เจ้าโว้ย เงินสิบล้านกับแม่สาวน้อยนี่จะคุ้มไหมเนี่ย เจ้า...”

ธนัชย์เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง แต่เจ้านายเขาหายไปแล้ว ทิ้งให้หนุ่มรุ่นน้องเกาหัวแกรกๆ ไม่เข้าใจว่ามันคุ้มตรงไหนกับสาวน้อยในรูปใบนี้ เพียงแค่เห็น เขาก็จำเธอได้ หลานสาวคนสวยของวาสิฐี แต่...ช่างเถอะใครจะไปรู้ใจเจ้านายได้

ชายหนุ่มสรุปก่อนจะกลับไปสั่งการตามความต้องการของเจ้าของบ่อนทันที

วงล้อที่หมุนไม่หยุดนั้นทำให้วาสิฐีหัวหมุนมืดแปดด้าน วันนี้ช่างเป็นวันที่เธอดวงตกสุดๆ คืนนี้ทั้งคืนเธอสูญเงินไปร่วมสิบล้านแล้ว หันไปมองสามีรายนั้นก็หน้าเผือดดวงตกเหมือนกัน

ชายหนุ่มใบหน้าคมเข้ม ตาเขาดุจพญาเหยี่ยวจับจ้องมองลูกค้าสาวใหญ่ตามคำชี้ชวนของคนสนิท ใบหน้าคร้ามที่เป็นส่วนผสมระหว่างอิตาเลี่ยนและอินเดีย รกด้วยไรหนวดเคราเขียวที่เสริมให้ใบหน้านั้นดูคมเข้มดุดันและมีเสน่ห์

“เท่าไหร่แล้ว”

“สิบล้านได้ครับ” คนสนิทตอบด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ เรียกรอยยิ้มจากมุมปากของผู้เป็นนายได้ทันที

“นายนี่เจ๋งนี่ธนัชย์”

“ขอบคุณครับผม ผมว่าเจ้านายน่าจะไปทักเธอหน่อยนะครับสงสัยงานนี้อาจจะต้องการความช่วยเหลือ” ธนัชย์ รัตนศาสตรา กระซิบบอกปนยิ้ม สายตายังจับที่สาวพราวเสน่ห์คนนั้น ดูจากอายุเธอน่าจะประมาณสามสิบกว่าได้

“ไม่อยากเลยว่ะ น่าเสียดายที่มีสามีมาด้วย”

“ก็อยากแอ้มหลานเขาไม่ใช่เหรอครับ” ธนัชย์แกล้งเอ่ยปากล้อเลียน

เจ้านายเพียงแต่ยักไหล่ ก่อนจะตรงไปที่เธอผู้นั้น ใช่...วันแรกที่เธอเหยียบย่างเข้ามาที่คาสิโนกลางน้ำอันตระการตาแห่งนี้ เธอสามารถทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ แต่หลังจากนั้นก็เป็นทีที่พวกเขาต้องเอาคืนบ้างหลังจากปลาติดเบ็ดที่วางล่อเอาไว้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องยากเย็นเลยกับการที่จะทำให้สิงห์การพนันสักคนสองคนต้องหมดเนื้อหมดตัว ในเมื่อเขามีการละเล่นหลายรูปแบบเอาไว้ล่อตา...ยั่วใจ และคนเล่นก็เต็มใจที่จะวางชีวิตและอนาคตเอาไว้กับคำว่า ‘ดวง’

ธนัชย์มองตามเจ้านายหนุ่มของตนยิ้มๆ นอกจากจะเป็นเจ้าของเรือสำราญคาสิโนลำนี้แล้ว อัลแบร์โต้ วินเซนโซ อัจไบร์จาร์ นายบ่อนตัวเอ้ นอกจากจะเป็นจิ้งจอกร้ายวัยสามสิบห้า เขายังเป็นเสือร้ายลายหนาไปทั้งตัวอีกด้วย และทุกคนรู้จักเขาในนาม วินเซนโซ อัจไบร์จาร์

ธนัชย์เป็นคนสนิทถือว่าเป็นมือขวาที่วินเซนโซไว้วางใจที่สุดและเขาก็รู้ใจเจ้านายที่สุดด้วย นอกจากเงินในกระเป๋าบรรดาเศรษฐีทั้งหลายแล้ว เจ้านายเขายังชื่นชอบเจ้าของกะตังค์เหล่านั้นด้วยโดยเฉพาะผู้หญิง ส่วนผู้ชายเจ้านายเขาก็มีวิธีจัดการกับคนที่คิดจะเล่นกับเขาอย่างแสบสันต์ถึงทรวงทีเดียว

“วันนี้ท่าจะโชคไม่ค่อยดีนะครับ”

วาสิฐีหันไปมองยังต้นเสียงที่เอ่ยถามด้วยภาษาอังกฤษอย่างสุภาพ เธอตกตะลึงไปราวสามสิบวินาที ชาติชายเองก็หันไปมองตามก่อนจะสั่นทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นหน้าคนที่เข้ามาทัก

ใบหน้าคมยิ้มบางๆ นั้นทำให้เธอหัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มกับยิ้มเพชฌฆาตของเขา ยิ้มนั้นมันสั่นหัวใจเธออย่างร้ายแรง วาสิฐีรู้จักเขาแน่นอน เจ้าของเรือสำราญลำนี้ วินเซนโซ อัจไบร์จาร์

“ใช่ค่ะวันนี้ดวงฉันไม่ค่อยดีเลย”

“นั่นสิครับ เห็นทีวันนี้ดวงเราจะตกกันสุดๆ” ชาติชายรีบบอกพร้อมหัวเราะกลบเกลื่อน ทั้งยังตื่นเต้นไม่น้อยที่เจ้าของเรือคนดังมาคุยด้วย

“สำหรับคุณวาสิฐีกับคุณชาติชายแล้วแค่นี้ผมว่านิดหน่อยมังครับ หรือไม่จริง” ชายหนุ่มหยอดจ้องนิ่งด้วยดวงตาคมดุที่ทำให้คนถูกจ้องร้อนวูบ

“อันที่จริงฉันกำลังคิดว่าจะออกไปพักสมองเสียหน่อยเผื่อกลับมาดวงอาจจะขึ้น”

หญิงสาวบอกพลางยิ้มหวาน ชายหนุ่มหน้าเข้มเลิกคิ้วหรี่ตามอง

“งั้นทางนี้ไหมครับ”

“แหม เกรงใจจังครับให้เจ้าของเรือมาคอยบริการแบบนี้”

“ไม่เป็นไรครับผมเต็มใจอยู่แล้ว” เสียงทุ้มรีบบอก ใช่สิ ลูกค้ากระเป๋าหนัก แถมหลานสาวสวยเสียด้วย เขายิ่งกว่าเต็มใจเสียอีก

วาสิฐีเดินตามเจ้าของเรือขึ้นไปยังส่วนของดาดฟ้า มันเป็นห้องกว้างกรุกระจกทั้งด้านข้างและด้านบน ทำให้ห้องนี้ดูโล่งและมองเห็นท้องฟ้าในยามราตรีได้ชัดเจน

“น่าสบายจังเลยนะคะ”

“ครับ ที่นี่ผมไม่ค่อยให้ใครขึ้นมานัก เพราะมันเป็นที่พักผ่อนส่วนตัว”

“แบบนี้เราก็รู้สึกเป็นเกียรติมากเลยนะครับเนี่ย” นายชาติชายรีบพูด ตากวาดไปทั่วห้องที่ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่มียี่ห้อทุกชิ้น

วินเซนโซเปิดยิ้มบางๆ รินเครื่องดื่มสีสวยแต่ดีกรีใช้ได้สองแก้วมาส่งให้สองสามีภรรยา เขาผายมือเชิญทั้งสองให้ทรุดนั่งบนโซฟานุ่มหนาและมียี่ห้อ

วาสิฐียิ้มหวาน ตาแพรวพราวส่งให้ด้วยความชื่นชมชายหนุ่มตรงหน้าในเวลาที่คนข้างตัวเผลอ นายบ่อนหน้าเข้มยิ้มบางๆ

“ผมกำลังคิดว่าจะให้วงเงินคุณสองคนเพิ่มสนใจไหมครับ” นายบ่อนเข้าเรื่องทันทีโดยไม่ยอมให้เสียเวลา เขาแอบเห็นสองสามีภรรยาตาวาวกับข้อเสนอของเขา

วงเงินเพิ่มเป็นพิเศษ...หมายความว่าพวกเขาจะได้ทุนไปต่อในบ่อนเพิ่มขึ้นนั่นเอง

“ได้แบบนั้นก็วิเศษเลยครับ” นายชาติชายหัวเราะร่วน เขากำลังเซ็งเพราะคิดว่าจะต้องกลับบ้านทั้งที่กำลังสนุกและยังอยากเสี่ยงโชคอยู่

“แล้วคุณวาสิฐีสนใจไหมครับ”

“ก็ดีค่ะ ต้องขอบคุณคุณวินเซนซ์มากนะคะ ว่าแต่ว่าทำไมถึงให้วงเงินเพิ่มกับพวกเราล่ะ” สาวสวยพราวเสน่ห์ช้อนตาขึ้นถาม สายตาเธอบอกวินเซนโซว่าเธอไม่ใช่แค่นักพนันคนหนึ่ง เขามองเห็นลูกเล่นแพรวพราวความฉลาดทันคนในดวงตาคู่นั้น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED