ภาพปกนิยาย จากการทรยศริมผา สู่รักนิรันดร์

จากการทรยศริมผา สู่รักนิรันดร์

8.1 / 10.0
ชีวิตคู่ห้าปีของรดาจบลงด้วยการหักหลังอย่างเลือดเย็น เมื่อภาคินสามีที่แสนอบอุ่นลวงเธอไปผลักตกหน้าผาเพื่อหวังกำจัดทิ้งและไปเสวยสุขกับชู้รักอย่างชลิตา ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายจากการร่วงหล่น รดาต้องทนฟังพวกเขาวางแผนจัดฉากการตายของเธอให้เป็นเพียงอุบัติเหตุอันน่าสลดใจ แต่ในขณะที่ลมหายใจกำลังจะหมดลงท่ามกลางพายุฝน โชคชะตากลับพาจูเลียน ธีรเดชวงศ์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของภาคินให้ก้าวเข้ามาช่วยชีวิตเธอไว้ ความตายที่ภาคินลิขิตไว้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความแค้นที่ลุกโชน เมื่อรดาตัดสินใจร่วมมือกับชายที่สามีเกลียดที่สุดเพื่อกลับมาทวงคืนความยุติธรรมและทำลายทุกอย่างที่เขาเคยสร้างมาให้พังพินาศลงคามือ

จากการทรยศริมผา สู่รักนิรันดร์ ตอนที่ 1

ภาคิน สามีที่แต่งงานกันมาห้าปี บอกฉันว่าเขาจะพาไปปิกนิกสุดโรแมนติกบนหน้าผา

เขารินแชมเปญให้ฉันแก้วหนึ่ง รอยยิ้มของเขาอบอุ่นเหมือนแสงแดดยามบ่าย เขาบอกว่านี่เป็นการฉลองให้กับชีวิตคู่ของเรา

แต่ขณะที่ฉันกำลังชื่นชมทิวทัศน์เบื้องหน้า มือของเขาก็กระแทกเข้าที่กลางหลังฉันอย่างแรง

โลกทั้งใบพร่าเลือนกลายเป็นภาพของท้องฟ้าและโขดหิน ขณะที่ร่างของฉันร่วงหล่นลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง

ฉันตื่นขึ้นมาในสภาพร่างกายแหลกสลายและอาบไปด้วยเลือด ทันได้ยินเสียงของเขาดังมาจากด้านบนพอดี

เขาไม่ได้อยู่คนเดียว นั่นคือชลิตา ชู้รักของเขา

“มัน... ตายรึยัง” เธอถาม

“ตกไปสูงขนาดนั้น” น้ำเสียงของภาคินราบเรียบไร้ความรู้สึก “ไม่มีใครรอดหรอก กว่าจะมีคนมาเจอศพ ก็คงดูเหมือนอุบัติเหตุที่น่าเศร้า รดาที่น่าสงสาร สภาพจิตใจไม่มั่นคง เดินไปใกล้ขอบผาเกินไปหน่อย”

ความโหดร้ายไร้หัวใจในคำพูดของเขา มันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าตอนที่ร่างกระแทกพื้นเสียอีก

เขาเขียนข่าวมรณกรรมของฉันไว้แล้ว สร้างเรื่องราวการตายของฉันเรียบร้อย ขณะที่ทิ้งให้ฉันนอนรอความตายอยู่ท่ามกลางพายุ

คลื่นแห่งความสิ้นหวังซัดสาดเข้ามาในใจ แต่แล้วบางสิ่งบางอย่างก็ลุกโชนขึ้นมาแทนที่... ความโกรธแค้นที่เดือดพล่านจนแทบเผาไหม้ทุกอย่าง

และในตอนที่สติของฉันกำลังจะดับวูบ แสงไฟหน้ารถก็สาดส่องฝ่าม่านฝนเข้ามา

ชายคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถหรู

ไม่ใช่ภาคิน

แต่เป็นจูเลียน ธีรเดชวงศ์ ศัตรูคู่อาฆาตที่สามีฉันเกลียดเข้ากระดูกดำ และเป็นชายเพียงคนเดียวที่อาจจะอยากเห็นภาคินพังพินาศมากเท่ากับฉัน

บทที่ 1

สิ่งแรกที่ฉันรับรู้ได้คือความเจ็บปวด ความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับมีดกรีดที่แล่นปราดขึ้นมาจากขาและระเบิดออกที่หลังดวงตา

สิ่งที่สองคือกลิ่นดินเปียกๆ กับใบสนที่ถูกบดขยี้ กลิ่นที่คลุ้งหนาจนรู้สึกเหมือนกำลังหายใจเอาโคลนเข้าไป แก้มของฉันแนบอยู่กับบางสิ่งที่เย็นเฉียบและลื่นเพราะเม็ดฝน

ฉันกะพริบตา พยายามปัดเป่าม่านหมอกที่บดบังการมองเห็น

ฝนสาดซัดจนเส้นผมเปียกลู่แนบใบหน้า แต่ละหยดคือความเย็นเยียบที่จู่โจมผิวหนัง

เหนือหัวขึ้นไป ผ่านกิ่งก้านดำทะมึนที่พันกันยุ่งเหยิง ท้องฟ้าเป็นสีม่วงช้ำปั่นป่วนไปด้วยเมฆฝน

โลกทั้งใบคือบทเพลงแห่งความทุกข์ทรมาน เสียงฝนที่กระหน่ำลงมาไม่หยุดหย่อน เสียงฟ้าร้องคำรามอยู่ไกลๆ และเสียงหอบหายใจรวยรินของตัวฉันเอง

แล้วฉันก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน เสียงของเขา

“มัน... ตายรึยัง” อีกเสียงเป็นของผู้หญิง หวานเลี่ยนจนน่าคลื่นไส้ ชลิตา

“ตกไปสูงขนาดนั้น ไม่มีใครรอดหรอก” น้ำเสียงของภาคินราบเรียบ ปราศจากความอบอุ่นที่เขาเสแสร้งมาตลอดห้าปี มันเป็นน้ำเสียงของคนที่กำลังคุยเรื่องธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องของภรรยาที่เขาเพิ่งพยายามจะฆ่า

สมองฉันหมุนคว้าง พยายามปะติดปะต่อเรื่องราว

ปิกนิกบนหน้าผา กระติกน้ำชา ‘สูตรพิเศษ’ ที่ทำให้ฉันหัวหมุน การผลักอย่างแรงและโหดเหี้ยมจากข้างหลัง ความรู้สึกน่าคลื่นไส้ตอนที่ร่วงหล่น โลกหมุนคว้างขณะที่โขดหินพุ่งเข้ามาหา

มันไม่ใช่อุบัติเหตุ

*เขาทำ เขาเป็นคนผลักฉัน*

ฉันพยายามจะกรีดร้อง แต่มีเพียงเสียงแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปาก ในลำคอรู้สึกแสบไปหมด และมีรสเหมือนโลหะคละคลุ้งอยู่ในปาก

เลือด

“เราไปกันเถอะ” ชลิตาครวญ “เดี๋ยวมีคนมาเห็นรถ”

“ไม่มีใครขึ้นมาบนนี้ในอากาศแบบนี้หรอก” ภาคินพูดด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ “มันก็เหมือนตายไปแล้ว กว่าจะมีคนมาเจอศพ ก็คงดูเหมือนอุบัติเหตุที่น่าเศร้า รดาที่น่าสงสาร สภาพจิตใจไม่มั่นคง เดินไปใกล้ขอบผาเกินไปหน่อย”

ความโหดร้ายไร้หัวใจในคำพูดของเขาเหมือนหมัดหนักๆ ที่ซัดเข้ามา มันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าตอนที่ร่างกระแทกพื้นเสียอีก

เขาเขียนข่าวมรณกรรมของฉันไว้แล้ว สร้างเรื่องราวการตายของฉันเรียบร้อย สามีผู้เปี่ยมรักที่กำลังโศกเศร้ากับการจากไปของภรรยาผู้มีปัญหา

ของเหลวขมปร่าตีขึ้นมาในลำคอ

เสียงฝีเท้าของพวกเขาย่ำบนกรวดด้านบน แล้วก็ค่อยๆ จางหายไป เสียงสตาร์ทรถ ตามด้วยเสียงล้อที่บดไปบนพื้นถนน ถูกกลืนหายไปในพายุ

พวกเขาไปแล้ว พวกเขาทิ้งให้ฉันนอนรอความตาย

คลื่นแห่งความสิ้นหวังอันมืดมิดและเย็นเยียบซัดสาดเข้ามา รุนแรงจนเกือบจะปลิดชีวิตฉันให้จบสิ้นไปจริงๆ

ฉันนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้สายฝนชะล้างร่างกาย เหมือนตุ๊กตาแตกๆ ที่ถูกทิ้งไว้ในป่า

แต่แล้ว ประกายบางอย่างก็ลุกโชนขึ้นในความมืดมิดอันหนาวเหน็บของจิตใจ

ความโกรธ

ความโกรธแค้นที่เดือดพล่านจนแทบเผาไหม้ความสิ้นหวังให้มอดไหม้ไป

เขาจะไม่มีวันชนะ ฉันจะไม่ยอมให้เขาลบฉันไปจากโลกนี้

ฉันใช้ข้อศอกยันพื้น เริ่มลากตัวเองไปข้างหน้าให้ห่างจากตีนผา ทุกการเคลื่อนไหวส่งคลื่นความเจ็บปวดระลอกใหม่ไปทั่วร่าง แต่ความโกรธคือเชื้อเพลิงที่รุนแรงกว่า

ฉันคลานฝ่าพงไม้หนาทึบ กิ่งไม้แหลมคมและก้อนหินขูดขีดชุดสวยที่ขาดวิ่นอยู่แล้ว เนื้อผ้าไหมนุ่มที่เขาซื้อให้เป็นของขวัญวันครบรอบ ตอนนี้เป็นแค่เศษผ้าขี้ริ้วเปื้อนโคลน

มือของฉันกำเข้ากับบางสิ่งที่เล็กและแข็งในดิน ฉันดึงมันออกมา นิ้วมือชาด้านด้วยความหนาว

มันคือนกไม้แกะสลักตัวเล็กๆ ลวดลายวิจิตรบรรจง ผิวของมันเรียบลื่นและดูสะอาดอย่างน่าประหลาดแม้จะเปื้อนโคลน มันให้ความรู้สึกมั่นคงและเป็นจริงในฝ่ามือ เป็นปริศนาเล็กๆ ที่จับต้องได้ท่ามกลางฝันร้ายนี้

ฉันยัดมันเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ตบางๆ โดยไม่ทันคิด

พายุโหมกระหน่ำอย่างเต็มกำลัง ท้องฟ้าเปิดออก และฝนก็เทลงมาเป็นม่านหนาทึบ อุณหภูมิลดฮวบ และร่างกายฉันก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ภาวะตัวเย็นเกินกำลังคืบคลานเข้ามา ฉันกำลังจะพ่ายแพ้

ภาพที่เห็นเริ่มตีบแคบ ขอบสายตากลายเป็นสีเทา

และในตอนที่ฉันกำลังจะยอมจำนนต่อความมืดมิดที่คืบคลานเข้ามา แสงไฟหน้ารถคู่หนึ่งก็สาดส่องฝ่าแนวต้นไม้ที่โอนเอนตามแรงฝน

แสงนั้นสว่างจ้าจนตาพร่า

รถหรูสีดำมันวาวคันหนึ่งชะลอความเร็วและจอดลงบนถนนคดเคี้ยวที่อยู่นอกแนวป่า

หัวใจฉันเต้นรัวอยู่ในอก *พวกเขากลับมาเหรอ ภาคินกลับมาดูให้แน่ใจว่าฉันตายแล้วใช่ไหม*

ประตูฝั่งคนขับเปิดออก และร่างสูงร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น เป็นเงาดำทมึนตัดกับลำแสงทรงพลัง เขาก้าวเดินด้วยท่าทางสง่างามจนน่าขนลุก เหมือนนักล่าจ่าฝูงที่กำลังรำคาญใจกับอุปสรรคขวางทาง

เขาไม่ใช่ภาคิน ชายคนนี้สูงกว่า ไหล่กว้างกว่า ท่าทางของเขาแผ่รังสีอำนาจที่เย็นชาและอันตราย

เมื่อเขาเข้ามาใกล้ แสงไฟหน้ารถก็ส่องให้เห็นใบหน้าของเขา

โครงหน้าคมคายแบบผู้ดี ผมสีเข้มเปียกลู่เพราะสายฝน และดวงตาสีเทาเหมือนเมฆพายุ

ฉันรู้จักใบหน้านั้น ฉันเคยเห็นในนิตยสาร ในข่าวเศรษฐกิจ และในแววตาเดือดดาลที่ภาคินมักจะจ้องมองไปยังโทรทัศน์

จูเลียน ธีรเดชวงศ์

ซีอีโอผู้เหี้ยมโหดของธีรเดช กรุ๊ป ศัตรูตัวฉกาจที่สามีฉันเกลียดเข้ากระดูกดำ

เขามองลงมาที่ฉัน สีหน้าของเขาเรียบเฉยราวกับสวมหน้ากาก ไม่มีความสงสารในดวงตา มีเพียงความหงุดหงิดรำคาญใจ

ริมฝีปากของเขาเหยียดออกเป็นรอยยิ้มเยาะเมื่อจำได้

“หึๆ รดา กิจจาไพศาล... ดูเหมือนว่าเกมของสามีเธอจะย้อนกลับมาเล่นงานเธอจนได้สินะ”

เขากวาดตามองสภาพยับเยินของฉัน เลือด โคลน และความหวาดกลัวในดวงตา แต่สีหน้าของเขาก็ไม่ได้อ่อนลงเลย เขามองเหมือนกำลังเพลิดเพลินกับภาพที่เห็น

เขาหันหลัง มือเอื้อมไปที่ประตูรถ เตรียมจะทิ้งฉันไว้กับชะตากรรม

ความตื่นตระหนกอย่างดิบเถื่อนแล่นพล่านไปทั่วร่าง

ด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่มี ฉันพุ่งตัวไปข้างหน้า นิ้วมือตะครุบเข้ากับหนังชั้นดีของรองเท้าราคาแพงของเขา คว้าข้อเท้าเขาไว้ สัมผัสของฉันคือรอยเปื้อนโคลนที่น่าสิ้นหวังบนความสมบูรณ์แบบของเขา

เขาชะงัก มองลงมาที่มือฉันราวกับมันเป็นงู

“ได้โปรด” ฉันเค้นเสียงออกมา คำพูดนั้นฉีกกระชากลำคอ ดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวจับจ้องไปที่เขา “เขาพยายามจะฆ่าฉัน”

ความกลัวที่ดิบเถื่อนและปฏิเสธไม่ได้ในน้ำเสียงของฉันดูเหมือนจะตัดผ่านความเยือกเย็นของเขาได้

มือของเขาที่จับประตูรถค้างอยู่ตรงนั้น เขาติดอยู่ระหว่างความเกลียดชังที่ฝังลึกต่อสามีของฉัน กับหลักฐานเลือดท่วมที่น่าสยดสยองของอาชญากรรมตรงปลายเท้า

พายุโหมกระหน่ำรอบตัวเรา เป็นฉากหลังที่เหมาะสมกับช่วงเวลาที่ชีวิตของฉันถูกวางไว้ในมือของศัตรู

อ่านต่อ

สารบัญของ จากการทรยศริมผา สู่รักนิรันดร์

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย แซ่บสยิว
7.8
ท่ามกลางกระแสสังคมยุคใหม่ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่พันธนาการแห่งอดีตกลับยังคงผูกมัดคนสองคนเอาไว้ไม่เสื่อมคลาย เมื่อโชคชะตาถูกกำหนดโดยผู้ใหญ่มาตั้งแต่เยาว์วัยผ่านการหมั้นหมายแบบคลุมถุงชนที่พวกเขาไม่มีสิทธิ์เลือก เส้นทางชีวิตของชายหนุ่มและหญิงสาวที่ดูเหมือนจะเดินขนานกันกลับต้องมาบรรจบกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากข้อตกลงทางครอบครัวจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่เร่าร้อนและซาบซ่านหัวใจได้หรือไม่ ในเมื่อพื้นฐานของความใกล้ชิดครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจมาตั้งแต่ต้น เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดแซ่บที่แฝงไปด้วยความสยิวในทุกสัมผัสเมื่อทั้งคู่ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะคู่หมั้นที่โชคชะตาขีดเขียนไว้ให้
ภาพปกนิยาย อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งเกาหลี-ญี่ปุ่น เดินทางมาเมืองไทยเพื่อภารกิจสำคัญคือการตามหาแหวนเพชรล้ำค่าที่เป็นมรดกทางใจของปู่ จนกระทั่งโชคชะตาพาให้เขาได้พบกับน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยที่ครอบครองแหวนวงนั้นอยู่ ความสงสัยประโคมเข้ามาว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ได้ของมีค่ามหาศาลมาได้อย่างไร หรือเธอจะเป็นเพียงหัวขโมย? เขาจึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อเค้นความจริงด้วยตัวเอง ฝ่ายน้ำรินที่ถูกกล่าวหาพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ว่าเธอไม่ได้ฉกชิงวิ่งราว แต่มีคนมอบมันให้เธอมากับมือ ท่ามกลางความขัดแย้งและการสืบหาต้นตอที่มาของแหวน ความสัมพันธ์ท่ามกลางปริศนาก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ในดินแดนไกลโพ้น
ภาพปกนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
ภาพปกนิยาย ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
แม้แม่หญิงชบาจะสมหวังได้แต่งงานกับชายในดวงใจที่หลงรักมาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าชีวิตคู่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อสามีไม่ยอมร่วมหอลงโรงฉันสามีภรรยา งานนี้เธอจึงต้องงัดสารพัดมารยาหญิงออกมาใช้เพื่อให้เขาใจอ่อนยอมมานอนร่วมเตียง ด้วยคำสั่งสอนจากแม่ผัวที่ย้ำชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างผัวเมียนั้นไม่ใช่เพียงแค่การจับมือกันหลับไป แต่ต้องอาศัยความใกล้ชิดสนิทเสน่หาแบบเนื้อแนบเนื้อ จากสาวแก่นเซี้ยวที่เคยเอาแต่เล่นซนจนเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้งานบ้านงานเรือน ชบาจึงต้องเผชิญบททดสอบใหม่ในการเป็นเมียที่ดี ซึ่งต้องปรนนิบัติพัดวีและมัดใจสามีให้สำเร็จ ท่ามกลางความเขินอายเมื่อต้องใกล้ชิดกับแผงอกแกร่งของชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก
ภาพปกนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
เมื่อความปรารถนาอันแรงกล้าปะทุขึ้นในใจของไรอัน เจ้าของธุรกิจสายการบินผู้มั่งคั่ง เขาจึงตัดสินใจทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ หญิงสาวผู้ใสซื่อที่ต้องตกอยู่ในฐานะเมียประมูล ท่ามกลางความตื่นตระหนกของสาวน้อยที่ไม่เคยสัมผัสความสัมพันธ์แบบชายหญิง ไรอันต้องพยายามควบคุมตนเองและเริ่มถ่ายทอดบทเรียนรักที่แสนหวานเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนกระทั่งไฟเสน่หาแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ปัทมณฑ์ตกอยู่ในวังวนแห่งความรัญจวนจนแทบจะทนไม่ไหว ร่างกายบิดเร้าด้วยความซ่านสยิวภายใต้การนำพาของชายหนุ่ม แม้จะหวั่นเกรงในสัมผัสที่หนักหน่วงและร้อนแรงเพียงใด แต่เธอกลับโหยหาให้เขาช่วยดับไฟราคะที่ถูกปลุกขึ้นมาอย่างไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป
ภาพปกนิยาย เมียหวานของประธาน
9.3
เธอตัดสินใจสวมรอยเป็นเจ้าสาวกำมะลอเข้าพิธีวิวาห์กับประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล เพื่อปกป้องสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอันเป็นดั่งบ้านหลังเดียวของเธอ ชีวิตหลังแต่งงานดำเนินไปบนความหลอกลวง เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและความกดดันจากการสวมบทบาทเป็นคนอื่น ทว่าความผูกพันก็เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางคำโกหก เมื่อความลับเรื่องตัวตนที่แท้จริงถูกเปิดเผย เธอจะต้องเผชิญผลกระทบอันหนักหน่วงเช่นไร ความสัมพันธ์ที่สร้างบนรากฐานของการหลอกลวงจะกลายเป็นความรักได้หรือไม่ หรือทุกสิ่งจะพังทลายลงทันที

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED