เรือนคนรับใช้อยู่หลังตึกใหญ่มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นมะลิลาเดินเร็วกว่าเคย “มุก มุกลูกอยู่ในห้องหรือเปล่าจ๊ะ” ถึงหน้าห้องพักมะลิลาเรียกลูกสาว
ไม่มีเสียงขานรับจึงเปิดประตูเข้าไป เห็นลูกสาวนอนอยู่บนเตียงตรงเข้าไปหา “ไม่สบายหรือลูก เหนื่อยงานเมื่อคืนใช่ไหม”
“เปล่าจ๊ะไม่เหนื่อยแค่เวียนหัว” มุกตาภาลุกขึ้นนั่ง “แม่อย่าห่วงเลยขอนอนอีกนิดเดียวนะ”
มะลิลาจับไหล่ลูก “กินข้าวหรือยังแม่ไปหาให้นะแล้วเราจะไปทำบุญกันหรือเปล่าแบบนี้”
วันเกิดเธอทุกปีหญิงสาวจะหาเวลาไปทำบุญ แต่วันนี้เห็นที่ต้องปฏิเสธแม่“เรียบร้อยจ๊ะ เรื่องไปทำบุญไว้วันหลังก็ได้นะแม่”
“ถ้าอย่างนั้นพักนะแม่ไม่กวนแล้ว” มะลิลาเดินออกจากห้อง คล้อยหลังแม่มุกตาภาชันเข่าคิดสับสน
“แม่จ๋าถ้าไม่ติดว่าแม่ไม่อยากไปจากที่นี่มุกไม่อยากอยู่ธนธรณ์อีกแล้ว ไม่รู้จะทำหน้ายังไงเมื่อเจอคุณมรุเดช สายตาว่างเปล่าคงกลายเป็นความเกลียดชังรังเกียจ แถมหัวใจไม่รักดีเริ่มหวง อิจฉาคุณผริดามากขึ้นหลังจากเกิดเรื่องไม่คาดฝัน มุกจะทำยังไงดี กับหัวใจไร่ค่าที่แอบรักคนซึ่งตอนนี้รังเกียจกันเสียแล้ว”
“เป็นไงแม่เจอยายมุกไหม” มุกสินีถามเห็นแม่เดินกลับมา สาวอวบแหงนมองบนตึกจนเมื่อยคอ ไม่มีเรื่องที่อยากให้เกิดเสียทีก็ชักสงสัย หรือจะไม่เป็นอย่างที่คิด
“น้องหลับอยู่”
“มันอยู่ในห้อง ในห้องหรือ”
“น้อง…จะไปไหนล่ะ” พูดจบลูกสาวเดินห่างออกไป มะลิลามองอย่างแปลกใจ มุกสินีนั้นหน้าบึ้งคิดจะเดินไปหาน้องสาวแต่สายตาเห็นเจ้านายสาวเดินออกมากับคู่หมั้นก็หยุดเท้าเดิน “ยังหวานกันจัง แบบนี้ก็ไม่มีใครจับได้ล่ะสิ” มุกสินีพึมพำ
“อะไรหึนี” มะลิลาเดินตามมาถามอย่างสงสัย
“อย่ายุ่งน่าแม่” มุกสินีหน้างอวิ่งไปหามุกตาภา
หน้าห้องมุกตาภา
“ยายมุกตื่นๆ” มุกสินีเคาะประตู
“พี่นีมุกขอพักนะ ถ้ายังไงจะไปช่วยงานตอนค่ำ” มุกตาภาช่วยงานพี่สาวเสมอเลยคิดว่าพี่มาตาม
“เปิดประตูก่อนพี่มีเรื่องอยากถาม เป็นไรหึนอนยังไม่ตื่น”
“แค่เวียนหัว”
มุกสินีไม่อยากพูดเสียงค่อย ไม่อยากรออีก ”จะเปิดไม่เปิดหา เปิดนะคุยแบบไม่เห็นหน้าไม่ชอบเลย อะไรกันนักหนา”
ประตูเปิดมุกสินีเดินตามมุกตาภาซึ่งเดินไปล้มตัวลงนอน “ลุกมาคุยกันก่อน”
“เรื่องอะไร”
“เรื่องเมื่อคืน”
มุกตาภาเงียบ เริ่มสงสัยพี่สาว “เรื่องอะไรพี่มีเรื่องอะไรหรือ”
“ก็…” มุกสินีไม่กล้าถามกลัวน้องสาวจะรู้หากเรื่องราวที่เตรียมไว้บรรลุเป้าหมาย
“ว่าไงล่ะพี่นีรออยู่ ไม่ถามหรือ”
“แค่อยากถามแกกลับมานอนตอนไหน”
“ดึกแล้วล่ะพี่นอนไปแล้วมั้ง”
“ออ…แล้ว เอ่อ…”
มุกตาภากังขาความอยากรู้ของพี่อยากถามออกมาให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่เมื่อคิดถึงผลเสียที่อาจจะตามมาก็เลือกจะเงียบ
“พี่ มุกขอนอน” มุกตาภาไล่พี่ทางอ้อม
“ก็ได้ ก็ได้ ไปแล้ว” มุกสินีหันหลังไปเปิดประตู ในใจยังมีความสงสัย คิดจะรู้เรื่องเมื่อคืนให้ได้
พรหมเทพมหาเศรษฐีวัยหกสิบ รูปร่างค่อนข้างท้วมกำลังเดินออกมานั่งบริเวณสนามหญ้าซึ่งเมื่อคืนเป็นสถานที่จัดงานวันเกิดให้ลูกสาวสุดที่รัก ผริดาและมรุเดชเดินมาสมทบ ทรุดนั่งดื่มกาแฟด้วยกัน มะลิลาหลบออกไปเพราะไม่อยากอยู่ในสายตาผริดารู้ว่าเจ้านายสาวรังเกียจตน “เป็นไงคุณวุ่นวายไหมเมื่อคืน เพื่อนๆ ลูกดาเขาเยอะคุณต้องทำใจนะ” พรหมเทพถามว่าที่ลูกเขยเพราะเห็นฝ่ายชายแทบไม่ได้เข้าใกล้ลูกสาว
“ปกติครับผมเข้าใจ” มรุเดชตอบ
“คุณพ่อคะปีนี้ฉลองวันคล้ายวันเกิดต้องเต็มที่หน่อยเพราะปีหน้าอาจจะอุ้มตัวน้อยๆ หลานคุณพ่อค่ะ” ผริดาตรงไปตรงมา เพราะอีกสองเดือนเธอจะแต่งงานกับคนรัก พรหมเทพหัวเราะ
“ยายหนูดาอย่าอวดก่อนเลย เกิดไม่มีจะอายพ่อนะ”
“ไม่มีทางดาจะมีน้องทันทีที่แต่งงาน ใช่ไหมคะบอส” หันไปถามคนรักอย่างเอาใจเพราะรู้คนรักอยากมีลูก มรุเดชยิ้มพอใจ
“ฟาร์มกำลังขยายนี่น่าว่าที่เจ้าบ่าวอาจเปลี่ยนใจนะ” พรหมเดชเย้าลูกสาว
มรุเดช เครือเดชะไพศาล อายุ31 ปี ทายาทคนโตพ่อเลี้ยงไพรัตน์ มหาเศรษฐีเมืองเหนือ หนุ่มหน้าหยก หล่อเหลาขยี้ใจสาวทุกประเภท แม้อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนธรรมดา ชายหนุ่มดูแลฟาร์มโคนม โคเนื้อ ไร่ชาหลายพันไร่ พบรักกับผริดาตอนเรียนปีสี่ทางบริหารธุรกิจที่กรุงเทพก่อนจะบินไปเรียนต่อเมืองนอกสามปี กลับมาดูแลธุรกิจตระกูล 5 ปีแล้ว ความรักหนุ่มสาวยังเหนียวแน่นเพราะไปมาหาสู่กันไม่ได้ขาด ที่สำคัญมรุเดชไม่เจ้าชู้
“คุณพ่อ อย่ามาเย้าลูก ไม่มีทางคะบอสอาจจะเปลี่ยนใจมาดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กรุงเทพก็ได้เมื่อลูกแต่งงาน”
“จริงหรือก็ดีสิ” พรหมเทพหันหาว่าที่ลูกเขยบ้านนอกแต่ทรัพย์สมบัติทำให้มองข้ามคำนั้นไปโดยไม่ต้องคิดแม้แต่น้อย
“คงไปๆ มาๆ ครับยังทิ้งที่โน่นไม่ได้ ไว้น้องชายกลับมาก่อนครับ” มรุเดชไม่ได้ให้คำตอบที่ผริดารอจนเธอแอบเสียใจ
พรหมเทพยิ้มให้กำลังใจลูกสาว
“คุณแม่มาแล้ว” ผริดาหันเห็นมารดาลุกขึ้นไปจูงมือ
ครอบครัวธนธรณ์หัวเราะหยอกเย้ากันมีว่าที่ลูกเขยร่วมด้วย มะลิลาที่ยังแอบมองเจ็บหัวใจยิ่งนัก ครุ่นคิดสับสนหรือเธอจะยอมแพ้เสียทีเรื่องที่หวังให้เกิดขึ้นเสียที
ท้องฟ้าในคืนเดินหงายนอกหน้าต่าง ดวงจันทร์กลมโตซึ่งลอยเด่นไม่สามารถสะกดสายตามรุเดชไว้ได้นานอย่างค่ำคืนที่ผ่านมา เพราะความสว่างที่ทอดยาวกว้างไกลดูเย้ายวนนั้น มีภาพบางอย่างเข้ามาแทรกซ้ำแล้วซ้ำเล่าชายหนุ่มที่ชื่นชอบการได้นั่งดูดวงจันทร์จึงหงุดหงิดงุ่นง่านหัวใจยิ่งนัก จะว่าไปเขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อคืนวานล่วงเลยมาอีกวันยิ่งมีอาการเพิ่มขึ้นเท่าทวีคูณ ภาพ กลิ่นหอมของสาวใช้เข้ามากวนในใจไม่เลิกรา ในหัวสมองก็คิดแต่ร่างสวยผิวนวลเนียนที่ร้องไห้ด้วยความเสียใจ ร้องครวญครางตอนร่วมรักกับเธอ
ทนไม่ไหวก็ขอให้ผริดาเปลี่ยนห้องนอนให้บอกว่าชอบนอนตรงห้องนอนที่มีต้นไม้ใหญ่ริมหน้าต่าง คนรักยอมตามใจเรียกให้เด็กรับใช้จัดห้องใหม่ร่างสูงเดินไปดู
“ชอบหรือเปล่าเข้าไปสิคะบอส” ผริดาผลักตนเข้าห้อง มรุเดชยิ้ม
“มานี่มาให้กอดเสียดีๆ เมื่อวานปล่อยผมอยู่คนเดียวตลอด” เข้าในห้องชายหนุ่มกอดคนรักไว้ในอ้อมแขน… กลางวันนี่แหละว่าที่พ่อตาแม่ยายไม่อยู่จะกุ๊กกิ๊กกับผริดา หวังให้เธอทำให้เขาลืมสาวร่างบางคนนั้นเสียที
“อย่านะคะ” ผริดาแกล้งผลักไสทั้งที่ในใจมีแผนตั้งแต่อ้อนให้คนรักพักที่บ้านแทนคอนโดของเขา เพราะบิดาหวงหนักหนาคอยกันท่าอยู่เรื่อยเมื่อคนรักมาหา
“คิดถึงมาขอชื่นใจ” มรุเดชหอมแก้มขาวนวล จูบริมฝีปากที่แกล้งห้าม ผริดาเบียดอกอวบที่เบ่งบานกับหน้าอกกว้างด้วยความออดอ้อน
เขาทำให้เธอร้อนได้เสมอ บทรักไม่เคยเบื่อหน่ายเธอโหยหาเหลือเกิน ชายหนุ่มพาคนรักไปที่เตียงมือข้างหนึ่งไล้เข้าใต้กระโปรงตัวสวย
“ที่รักใจร้อนจังเลยนะคะ” ผริดาอ้อนลูบไล้หน้าขาเขา ชายหนุ่มเดือดพล่านด้วยความต้องการเมื่อโดนปลุกเร้า โน้มใบหน้าก้มลงรวบยอดอกคนรักไว้ในปากร้อน มือข้างหนึ่งรั้งดึงเสื้อกล้ามที่เป็นอุปสรรคออกไป ผริดาครางเสียงพร่าพออกพอใจกับความร้อนรุ่มเร่าร้อนของคนรัก
“ขอรักให้สมใจนะดานี่” มรุเดชดีใจที่ยังเรียกชื่อคนรักถูกแม้ใจคอยคิดแต่ร่างเต็มตึงของอีกคน แยกขาคนรักให้กว้างปลดเข็มขัดออกจากเอวทว่าเห็นแฟนสาวดวงตาเบิกกว้างก็หันมองตาม พลันความใคร่ดับมอดลงเมื่อเห็นว่าใครอยู่ในห้องนี้ด้วย
“กรี๊ดดด! แกเข้ามาอยู่ในห้องนี้ทำไม มาตั้งแต่เมื่อไหร่” ผริดาโผลุกจากเตียงดึงเสื้อผ้าให้เข้าที่ โผไปหามุกตาภาที่ยืนตัวแข็งตาค้างกับภาพที่เห็น
“มุก ดิฉันเข้ามาขัดห้องน้ำค่ะ เข้ามา…” คนตกใจมากกว่าใครๆ หาคำพูดเพื่อให้เจ้านายสงบ ทว่าได้รับถ้อยคำด่าทอ ก็ก้มหน้า
“บ้าที่สุดออกไปนะ ขัดบ้าอะไรของแกดึกดื่นป่านนี้แล้วทำไมไม่ส่งเสียง”
“ดานี่ใจเย็น” มรุเดชห้ามคนรัก
“นังคนใช้คนนี้มันชอบทำเรื่องที่ดานี่ไม่ชอบตลอด ดานี่สุดจะทนกับมันจริงๆ” เผี๊ยะ! ผริดาเข้าตบหน้ามุกตาภากลบเกลื่อนความอาย
“คุณดา…” คนโดนทำร้ายตกใจกุมแก้มซึ่งเป็นรอยแดง แค่ทำตามคำสั่งแม่บ้าน กลับมาเจอแบบนี้ อยากให้เกิดเสียเมื่อไหร่…ทำไมไม่รับฟังกันบ้าง
“ยังมายืนหน้าซื่อ ออกไปให้พ้นนะและอย่าให้รู้แกเอาเรื่องนี้ไปบอกให้ใครฟังไม่อย่างนั้นเจอดีแน่ ออกไป” ผริดาชี้นิ้วไล่
มุกตาภาก้มหน้า
“ออกไปสิ” มรุเดชทนมองไม่ได้บอกให้คนที่ยืนตัวแข็งออกไป
เสียงที่มีอิทธิพลในหัวใจสั่ง สมองจึงพาสองขาให้ก้าวเดิน ไม่อาจทนมองสายตารังเกียจนั้น มันเจ็บปวดและอับอายนัก ผริดาหงุดหงิดหมดอารมณ์ “บอสรอก่อนนะที่รัก”
“อีกสองวันผมจะกลับนะครับ” มรุเดชพูดทำลายบรรยากาศตึงเครียด
“แหม! รู้น่ายังไงคืนนี้ไม่ต้องล็อกประตูนะดานี่จะมาหา จัดให้เต็มอิ่มเลยคะ”
คนรักเปิดประตูออกไป มรุเดชเดินเข้าห้องน้ำไม่คิดสนใจสานต่ออารมณ์พิศวาสอีกไม่ว่าตอนนี้ หรือคืนนี้…
มะลิลารอลูกสาวจะกลับบ้านพร้อมกันเห็นมุกตาภาเดินออกมาก็ร้องถาม“มุกเสร็จแล้วหรือจ๊ะ”
“ค่ะ” มุกตาภาตอบไม่หันมองแม่เดินกลับบ้านพัก
“รีบไปสิคุณผู้หมวดตติเขามารออยู่สักพักแล้ว”
“หรือคะ มีอะไรหรือเปล่านี่มันดึกแล้ว” มุกตาภาสงสัยเดินเร็วกว่าเดิม
คุณตติเป็นลูกชายของคุณครูชนะและคุณครูน้ำเพชรอายุสามสิบปี ฝ่ายชายไม่ถือว่าตนเองร่ำรวยวิ่งเล่นกับสองสาวมาตั้งแต่อายุสิบเอ็ดขวบ จนคุณผริดาเพื่อนคนหนึ่งถอยห่างจากความเป็นเพื่อนชายหนุ่มเนื่องจากไม่เห็นด้วยกับความคิดนั้น
“มาแล้วเหรอหัวทอง” ฝ่ายนั้นลุกขึ้นเห็นคนที่มาหาเดินมาใกล้
“หัวเป็นทองก็ดีสิ ดีกว่าหัวเน่าใช่ไหมคะ ว่าแต่มาทำไมซะดึก คนร้ายไม่มีหรอกที่นี่ถ้าจะมาจับ” มุกตาภาไหว้ตติ ปากอิ่มก็เย้าแหย่
“หวัดดี…แหมมุกขำดีนะ” ตติยิ้ม
“อยู่แล้ว ว่าแต่คุณตำรวจมาทำไมคะ มีธุระอะไรยังไม่ตอบ” เจ้าบ้านถามไถ่ต่อ
“ว้า…คำถามนี้ไม่ตลกซะแล้วนะ แล้วแปลกที่ไหนพี่มาเวลานี้บ่อยไป”
“นั่นมันตอนเด็กนะคะ แต่ช่างเถอะคะแค่ถามเผื่อมีอะไรมากกว่าซื้อขนมมาฝาก” มุกตาภามองขนมของโปรดที่วางอยู่บนม้าหินอ่อนใต้ต้นมะม่วงลูกดก
“หยุดงานหลายวันว่าจะมาชวนเราไปเที่ยว วันไหนหยุดบ้าง”
มุกตาภาใจลอย
“ว่าไงหัวทอง”
“ออ ลาได้คะ พรุ่งนี้เลยนะคะผู้หมวด” ไม่อยากทนอึดอัดอยู่ที่บ้านมุกตาภาตกลง
“อ้าวอู้งานซะงั้น” ตติว่าแต่ในใจรู้สึกยินดี
“จะแต่งตัวรอนะครับผม”
สาวน้อยล้อเลียนยกมือตะแบะ
“อ้าวไล่เสียแล้วหรือ” ตติรู้ทันพูดน้ำเสียงเศร้า แต่เกิดอาการชะงักเห็นแก้มเป็นรอยนิ้วชัดเจนบนหน้าสาวสวย
“ก็วันนี้ต้องทำงานเต็มที่…” มุกตาภาพูดไม่จบเห็นแววตามีคำถามของผู้หมวดรู้สึกตัวปิดแก้มไว้เหมือนตอนแรก
“ใครทำ” ตติเสียงเข้ม
“เปล่า อะไรคะ” มุกตาภาเสไปรื้อถุงขนม
“มุกสินีอีกแล้วหรือ” ตติคิดถึงพี่สาวของเธอรู้สึกไม่พอใจ หลายครั้งเห็นฝ่ายนั้นทำร้ายน้องสาว ร่างสูงในเครื่องแบบเดินเข้าใกล้ร่างบาง
“ไม่ใช่คะ อย่าสนใจเลย” มุกตาภาถอยห่าง
“ดูหน่อย” ตติไม่ยอมเอามือบางออก ไล้มือที่แก้มนวล มุกตาภาน้ำตาไหลด้วยคิดถึงเรื่องราวเมื่อครู่ขึ้นมา ทั้งความอ่อนโยนที่ตติทำส่งผลให้หัวใจอ่อนแออย่างบอกไม่ถูก
“ร้องไห้ทำไม” ตติอึ้งมองใบหน้าสวยความรู้สึกรักห่วงใยท่วมท้นหัวใจ อยากจูบซับน้ำตาเหลือเกิน อยากรู้เธอมีเรื่องอะไรกลุ้มใจแต่ที่ทำได้แค่ลูบผมนุ่มเบาๆ
“คุณติ พี่ติ…” มุกตาภาอยากกอด อยากซบคนที่ไว้ใจเพื่อว่าความกังวล ความเครียด ความเจ็บในหัวใจจะได้คลายลงบ้าง เมื่ออกแม่ไม่สามารถทำได้ในตอนนี้ ก็ทำอย่างใจต้องการ
ตติอึ้งแปลกใจถึงการเปลี่ยนแปลงของสาวน้อยในอ้อมกอด เธอเป็นอะไรไปนะ! เพราะปกติถอยห่างเขาอยู่เรื่อย
บนตึกริมหน้าต่างมรุเดชยังนอนไม่หลับแม้จะเปลี่ยนห้องชายหนุ่มมองภาพที่เห็นด้วยแววตานิ่ง เมื่อครู่ทำหน้าตาให้น่าสงสารตอนนี้ซบอกหนุ่มไม่อับอายสายตาใครมารยามากเสียจริง… แต่ยังไงก็ช่างเถอะ ร่างสูงเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียง เกี่ยวกับตัวเขาเมื่อไหร่ เธอกับเขาทุกอย่างที่เกิดมันจบไปแล้ว