ตอน 1

“เธอ เธอลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!”

เสียงคล้ายคำรามปลุกมุกตาภาให้เปิดเปลือกตาช้าๆ “โอย!” สาวน้อยร้องเพราะรู้สึกเจ็บร้าวปวดตึงไปทั่วร่างกายโดยเฉพาะกึ่งกลางกายที่โดนล่วงล้ำแทบทั้งคืน ดวงตาแดงก่ำมองรอบห้องที่ตนนอนหมดเรี่ยวแรง “ห้องนอนแขก” จำได้แล้วเมื่อคืนเธอโดนผู้ชายที่แอบชอบมาเนิ่นนานมอบฝากบทพิศวาสบนเรือนร่าง บทรักหนักหน่วงหยุดตนเองไม่ได้ของเขานั้นยังตรึงตราในหัวใจเพราะทั้งสุขสมซ่านใจระคนเจ็บปวดรวดร้าว

เขาโทษว่าเป็นความต้องการเป็นแผนการของเธอ น้ำตาพาลไหลออกมาเมื่อก้มมองร่างเปลือยเปล่าบอบช้ำใต้ผ้าห่ม

“ไม่ใช่เวลามาร้องไห้ตอนนี้ในเมื่อเธอตั้งใจให้มันเกิด มาคุยกัน ตอนนี้ฉันหาย ‘อยาก’ อย่างที่เธอต้องการแล้ว บอกมาเธอตั้งใจวางยาฉันใช่ไหม ทำบ้าอะไรหา! ทำ ทำไม ทั้งๆ ที่ฉันกำลังจะแต่งงานกับเจ้านายเธอนะ”

“มุก…ดิฉันเปล่านะคะ เปล่าทำ…” เธอปฏิเสธไม่ยอมรับ เมื่อคืนแค่เอาน้ำดื่มมาให้ชายหนุ่มเท่านั้น

“ยังกล้าปฏิเสธเห็นๆ กันอยู่”

“ดิฉันเอาน้ำแร่มาเพิ่มให้เท่านั้นค่ะ”

ตอนดึกงานเลี้ยงวันเกิดคุณผริดาแขกทยอยกลับ มุกตาภาทำตามพี่สาวขอร้อง เธอไม่คิดพี่สาวจะทำเรื่องนี้

“น้ำแร่ของเธอมันปลุกความต้องการผู้ชายแบบนี้… ใช้บ่อยสินะน่ารังเกียจ” มรุเดชแผดเสียง กำลังหาทางออกเรื่องที่เกิดขึ้น คนก่อเรื่องดันไม่ยอมรับก็โกรธมาก ทำไมเขาจะไม่รู้เด็กสาวคนนี้แอบมองเขาเสมอ แต่ไม่คิดจะกล้าทำแบบนี้ และเรื่องก็ดันเกิดในบ้านแฟนสาวเสียด้วย

“มุกเอ่อ…เปล่าทำ ไม่รู้เรื่องจริงๆ ค่ะ ได้โปรดเชื่อ…”

“ฉันไม่อยากฟังคำปฏิเสธ” มรุเดชตวาดไม่อยากรับฟัง รับรู้

ความกังวลซึ่งปรากฏในวงหน้าคมคายของเขาทำให้เธอเห็นใจ ดูสิในเวลาเช่นนี้หัวใจก็ยังแคร์ผู้ชายคนนี้ “จะไม่บอกเรื่องนี้กับใครคะมุกสัญญา” กลายเป็นเธอที่ปลอบโยนเขา

“ฉันไม่เชื่อผู้หญิงใฝ่สูงแบบเธอหรอก” นัยน์ตาสีน้ำตาลไร้แววหวานอย่างที่เห็นเมื่อคืน เขาไม่ได้พอใจซ้ำเหยียบย่ำน้ำใจกันมุกตาภาก้มหน้า

ไม่ได้ดีพร้อมเหมือนคนรักของเขาแต่ทำไมต้องดูถูกกันขนาดนี้ด้วย

เวลายิ่งผ่านถ้อยคำที่เข้าหูตอกย้ำความรังเกียจดูถูกที่ชายหนุ่มมีให้ น้ำตาเธอไหลริน

“น้ำตาใช้เรียกร้องได้กับคนที่เขารักกันเท่านั้น อย่างเธอคงรู้ตัวเองอย่ามาบีบให้เหนื่อยเลย ฉันไม่อยากเห็นและไม่คิดสนใจ” มรุเดชเบือนสายตาหนีหน้าอกอวบขาวที่เป็นรอยจ้ำแดงซึ่งโผล่พ้นผ้าห่มด้วยใจสับสน

“เอ่อ… ค่ะ” เธอสูดเสียงสะอื้นมองหาเสื้อผ้า กัดฟันก้าวลงจากเตียง “จะไปเดี๋ยวนี้ วันนี้เป็นวันหยุดดิฉันคนอื่นคงไม่สงสัยค่ะ” ก้มหน้างุดกอดผ้านวมเดินผ่านร่างสูง

“เอาเงินไป…ถือว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยน” มรุเดชคิดได้เพียงสิ่งนี้ เดินไปยังกระเป๋าสตางค์ซึ่งหยิบมาไว้บนเตียงนอน

ดวงตาดำระยับมีรอยแดงช้ำขอบตาคล้ำมองสบตาคม

“มีอะไร” มรุเดชถามด้วยความหงุดหงิด แม้จะอ่านสายตานั้นออก เด็กสาวกำลังตัดพ้อกัน แต่ชายหนุ่มไม่คิดว่าทำเกินไปหรอก ทุกอย่างใช่ความผิดเขาหรือไร

“ไม่มี…อะไรคะ” ปากอิ่มเม้มชิดกัน

“ถ้าอย่างนั้นเอาเงินไป คงพอนะ ถ้าเธอไม่รับเงินฉันจะคิดว่าเธอต้องการจับฉัน” มรุเดชเจรจาเสียงเข้ม

เอื้อมไปรับด้วยกลัวการดูถูกที่เขาว่า สองมือสัมผัสกัน คนยื่นเงินหดมือกลับ เงินจึงหล่นลงที่พื้นพรม “ขอโทษค่ะ” เธอกลัวอารมณ์เขาก้มลงหยิบ

สมเพชตนเองเพียงไรแต่ก็ไม่อาจหลีกหนีสิ่งนี้ กล้ำกลืนเป็นคนเห็นแก่เงิน หวังให้ความเกลียดชังลดลงบ้างแม้เพียงน้อยนิด สักเพียงเสี้ยวก็ยังดีกับข้อหาร้ายแรงแรกที่เขาว่า…

ใบหน้าถมึงทึงหันไปอีกทางคงเดินไปใส่เสื้อผ้า มุกตาภาเดินเข้าห้องน้ำก้มใบหน้าซึ่งพร่างพรายด้วยน้ำตามองเงินในมือ แปะ! น้ำตาไหลรินหยดเปียกปอนลงบนกระดาษซึ่งตีราคาความสาวที่สูญเสียไป…

เช้านี้เป็นวันคล้ายวันเกิด… วันเกิดที่ในวันนั้นคงมีเพียงแม่เฝ้าปลอบโยน และท่านคงนอนร้องไห้กอดเด็กน้อยไร้เดียงสามุกตาภา ผ่านมาปีแล้วปีเล่าจนบัดนี้ยี่สิบปีบริบูรณ์ วันคล้ายวันเกิดไม่เคยมีคำอวยพรจากพ่อ…แต่เธอยังบอกตนเองให้เข้มแข็งเพื่อรอเพียงเศษเสี้ยวการยอมรับ

ทว่าเช้านี้รู้สึกหดหู่หมดสิ้นเรี่ยวแรงกว่าทุกปี… ราคีที่ติดตัว อยากให้ทุกอย่างเป็นความฝันร้ายเหลือเกิน

มะลิลากำลังกวาดขยะหน้าตึกธนธรณ์ เห็นมุกสินีลูกสาวคนโตใจลอยมองไปบนตึกใหญ่ก็ซักถามด้วยความสงสัย “เป็นอะไรนีมองอะไร”

“เปล่านิแม่” สาวผิวขาวอายุยี่สิบสามปี รู่ปร่างอวบอั๋นก้มหน้ากวาดขยะต่อ

“เห็นมุกหรือเปล่า ตั้งแต่เช้ายังไม่เห็นเลย” มะลิลาถามถึงลูกสาวคนเล็ก

“ไม่เห็นนิแม่”

“ไปไหนหรือว่าไม่สบายปกติวันหยุดก็มาช่วยแม่นะ”

“ทำตัวเป็นคุณหนูมั้งวันนี้ลืมไปแล้วว่าตนเองไม่เป็นที่ยอมรับ” พี่สาวประชด

“ยายนี” มะลิลาเสียงเขียวไม่พอใจที่คนเป็นพี่ไม่เคยมองน้องสาวในแง่ดีเลย

“แม่อ่ะว่ามันไม่เคยได้เลยนะ รักกันจัง คุณพรหมเทพเขาไม่ยอมรับสักหน่อยว่ามันเป็นลูกสาว”

มะลิลาไม่อยากเถียงกับลูกให้อารมณ์ขุ่นมัว ใบหน้าเศร้าก้มกวาดขยะ แต่ในใจอดคิดสงสารมุกตาภาไม่ได้ เพราะเกิดมาไม่เป็นที่ยอมรับของพ่อ ถึงคุณพรหมเทพไม่สนใจคนรับใช้ต่ำต้อยอย่างเธอแต่มะลิลาก็อยากให้ลูกสาวได้เรียกฝ่ายนั้นว่าพ่อ ตามความเป็นจริง

ยี่สิบปีกว่ามะลิลาสาวใช้หน้าตาดีตกพุ่มหม้ายมีลูกติดวัยสามปี ในคืนหนึ่งคุณพรหมเทพประมุขของบ้านเมามายจนล่วงเกินมะลิลา แต่หนุ่มๆ มาติดพันมะลิลามากมายจนคุณพรหมเทพกังขาเมื่อสาวใช้มาบอกว่าตนเองท้อง

อีกอย่างเพราะกลัวคุณหญิงเกื้อฟ้าเลยปฏิเสธ ความโชคร้ายจึงตกที่เด็กน้อยมุกตาภาเมื่อคลอดออกมา คนในบ้านต่างหยอกล้อพูดกันสนุกปาก คุณหญิงเกื้อฟ้าก็รังเกียจมะลิลา แต่สาวใช้ผู้อาภัพไม่รู้จะไปไหน เธอไม่มีเงิน ไม่มีที่ไป ใจคุณหญิงเองกลัวเรื่องราวในบ้านจะแพร่งพรายออกไปให้คนนอกรู้ ในที่สุดเลิกขับไล่มะลิลาและลูกน้อย

“แม่เป็นไรไป” แม่เงียบไม่ด่าต่อมุกสินีสะกิด

“จะไปดูน้องกวาดให้เสร็จนะ” มะลิลาไม่สนใจมุกสินีคิดเป็นห่วงลูกที่หายเงียบไป

“คงเจอมันหรอก” มุกสินีสีหน้าฉายแววอิจฉา

“ทำไมต้องไม่เจอเรานี่น่าชอบว่าน้องอยู่เรื่อย” มะลิลาตวาด มุกสินีหน้างอในนึกเยาะ ป่านนี้ป่นปี้เชิดคอไม่ได้แล้วล่ะ ชิ

มุกสินีอิจฉาน้องสาวเพราะแม่แสดงความรักให้ฝ่ายนั้นจนไม่เห็นหัวเธอ บวกกับมุกตาภาเป็นที่รักของชายซึ่งเธอหมายปองมานานจึงคิดกำจัดให้พ้นทาง สมใจสาใจเหลือเกินที่มุกตาภาเข้าไปในห้องคุณคู่หมั้นเจ้านายแล้วไม่ออกมา เธอหวังให้เช้านี้ บ้านธนธรณ์ร้อนเหมือนไฟเพราะลูกรักของแม่

อีกเดี๋ยวเถอะแกโดนคนที่อยากให้เป็นพ่อฉีกอกแน่ๆ แกอย่าโกรธฉันเลยหาผัวให้หล่อขนาดนั้น! มุกตาภามองขึ้นไปบนตึก

ตอน 2

เรือนคนรับใช้อยู่หลังตึกใหญ่มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นมะลิลาเดินเร็วกว่าเคย “มุก มุกลูกอยู่ในห้องหรือเปล่าจ๊ะ” ถึงหน้าห้องพักมะลิลาเรียกลูกสาว

ไม่มีเสียงขานรับจึงเปิดประตูเข้าไป เห็นลูกสาวนอนอยู่บนเตียงตรงเข้าไปหา “ไม่สบายหรือลูก เหนื่อยงานเมื่อคืนใช่ไหม”

“เปล่าจ๊ะไม่เหนื่อยแค่เวียนหัว” มุกตาภาลุกขึ้นนั่ง “แม่อย่าห่วงเลยขอนอนอีกนิดเดียวนะ”

มะลิลาจับไหล่ลูก “กินข้าวหรือยังแม่ไปหาให้นะแล้วเราจะไปทำบุญกันหรือเปล่าแบบนี้”

วันเกิดเธอทุกปีหญิงสาวจะหาเวลาไปทำบุญ แต่วันนี้เห็นที่ต้องปฏิเสธแม่“เรียบร้อยจ๊ะ เรื่องไปทำบุญไว้วันหลังก็ได้นะแม่”

“ถ้าอย่างนั้นพักนะแม่ไม่กวนแล้ว” มะลิลาเดินออกจากห้อง คล้อยหลังแม่มุกตาภาชันเข่าคิดสับสน

“แม่จ๋าถ้าไม่ติดว่าแม่ไม่อยากไปจากที่นี่มุกไม่อยากอยู่ธนธรณ์อีกแล้ว ไม่รู้จะทำหน้ายังไงเมื่อเจอคุณมรุเดช สายตาว่างเปล่าคงกลายเป็นความเกลียดชังรังเกียจ แถมหัวใจไม่รักดีเริ่มหวง อิจฉาคุณผริดามากขึ้นหลังจากเกิดเรื่องไม่คาดฝัน มุกจะทำยังไงดี กับหัวใจไร่ค่าที่แอบรักคนซึ่งตอนนี้รังเกียจกันเสียแล้ว”

“เป็นไงแม่เจอยายมุกไหม” มุกสินีถามเห็นแม่เดินกลับมา สาวอวบแหงนมองบนตึกจนเมื่อยคอ ไม่มีเรื่องที่อยากให้เกิดเสียทีก็ชักสงสัย หรือจะไม่เป็นอย่างที่คิด

“น้องหลับอยู่”

“มันอยู่ในห้อง ในห้องหรือ”

“น้อง…จะไปไหนล่ะ” พูดจบลูกสาวเดินห่างออกไป มะลิลามองอย่างแปลกใจ มุกสินีนั้นหน้าบึ้งคิดจะเดินไปหาน้องสาวแต่สายตาเห็นเจ้านายสาวเดินออกมากับคู่หมั้นก็หยุดเท้าเดิน “ยังหวานกันจัง แบบนี้ก็ไม่มีใครจับได้ล่ะสิ” มุกสินีพึมพำ

“อะไรหึนี” มะลิลาเดินตามมาถามอย่างสงสัย

“อย่ายุ่งน่าแม่” มุกสินีหน้างอวิ่งไปหามุกตาภา

หน้าห้องมุกตาภา

“ยายมุกตื่นๆ” มุกสินีเคาะประตู

“พี่นีมุกขอพักนะ ถ้ายังไงจะไปช่วยงานตอนค่ำ” มุกตาภาช่วยงานพี่สาวเสมอเลยคิดว่าพี่มาตาม

“เปิดประตูก่อนพี่มีเรื่องอยากถาม เป็นไรหึนอนยังไม่ตื่น”

“แค่เวียนหัว”

มุกสินีไม่อยากพูดเสียงค่อย ไม่อยากรออีก ”จะเปิดไม่เปิดหา เปิดนะคุยแบบไม่เห็นหน้าไม่ชอบเลย อะไรกันนักหนา”

ประตูเปิดมุกสินีเดินตามมุกตาภาซึ่งเดินไปล้มตัวลงนอน “ลุกมาคุยกันก่อน”

“เรื่องอะไร”

“เรื่องเมื่อคืน”

มุกตาภาเงียบ เริ่มสงสัยพี่สาว “เรื่องอะไรพี่มีเรื่องอะไรหรือ”

“ก็…” มุกสินีไม่กล้าถามกลัวน้องสาวจะรู้หากเรื่องราวที่เตรียมไว้บรรลุเป้าหมาย

“ว่าไงล่ะพี่นีรออยู่ ไม่ถามหรือ”

“แค่อยากถามแกกลับมานอนตอนไหน”

“ดึกแล้วล่ะพี่นอนไปแล้วมั้ง”

“ออ…แล้ว เอ่อ…”

มุกตาภากังขาความอยากรู้ของพี่อยากถามออกมาให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่เมื่อคิดถึงผลเสียที่อาจจะตามมาก็เลือกจะเงียบ

“พี่ มุกขอนอน” มุกตาภาไล่พี่ทางอ้อม

“ก็ได้ ก็ได้ ไปแล้ว” มุกสินีหันหลังไปเปิดประตู ในใจยังมีความสงสัย คิดจะรู้เรื่องเมื่อคืนให้ได้

พรหมเทพมหาเศรษฐีวัยหกสิบ รูปร่างค่อนข้างท้วมกำลังเดินออกมานั่งบริเวณสนามหญ้าซึ่งเมื่อคืนเป็นสถานที่จัดงานวันเกิดให้ลูกสาวสุดที่รัก ผริดาและมรุเดชเดินมาสมทบ ทรุดนั่งดื่มกาแฟด้วยกัน มะลิลาหลบออกไปเพราะไม่อยากอยู่ในสายตาผริดารู้ว่าเจ้านายสาวรังเกียจตน “เป็นไงคุณวุ่นวายไหมเมื่อคืน เพื่อนๆ ลูกดาเขาเยอะคุณต้องทำใจนะ” พรหมเทพถามว่าที่ลูกเขยเพราะเห็นฝ่ายชายแทบไม่ได้เข้าใกล้ลูกสาว

“ปกติครับผมเข้าใจ” มรุเดชตอบ

“คุณพ่อคะปีนี้ฉลองวันคล้ายวันเกิดต้องเต็มที่หน่อยเพราะปีหน้าอาจจะอุ้มตัวน้อยๆ หลานคุณพ่อค่ะ” ผริดาตรงไปตรงมา เพราะอีกสองเดือนเธอจะแต่งงานกับคนรัก พรหมเทพหัวเราะ

“ยายหนูดาอย่าอวดก่อนเลย เกิดไม่มีจะอายพ่อนะ”

“ไม่มีทางดาจะมีน้องทันทีที่แต่งงาน ใช่ไหมคะบอส” หันไปถามคนรักอย่างเอาใจเพราะรู้คนรักอยากมีลูก มรุเดชยิ้มพอใจ

“ฟาร์มกำลังขยายนี่น่าว่าที่เจ้าบ่าวอาจเปลี่ยนใจนะ” พรหมเดชเย้าลูกสาว

มรุเดช เครือเดชะไพศาล อายุ31 ปี ทายาทคนโตพ่อเลี้ยงไพรัตน์ มหาเศรษฐีเมืองเหนือ หนุ่มหน้าหยก หล่อเหลาขยี้ใจสาวทุกประเภท แม้อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนธรรมดา ชายหนุ่มดูแลฟาร์มโคนม โคเนื้อ ไร่ชาหลายพันไร่ พบรักกับผริดาตอนเรียนปีสี่ทางบริหารธุรกิจที่กรุงเทพก่อนจะบินไปเรียนต่อเมืองนอกสามปี กลับมาดูแลธุรกิจตระกูล 5 ปีแล้ว ความรักหนุ่มสาวยังเหนียวแน่นเพราะไปมาหาสู่กันไม่ได้ขาด ที่สำคัญมรุเดชไม่เจ้าชู้

“คุณพ่อ อย่ามาเย้าลูก ไม่มีทางคะบอสอาจจะเปลี่ยนใจมาดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กรุงเทพก็ได้เมื่อลูกแต่งงาน”

“จริงหรือก็ดีสิ” พรหมเทพหันหาว่าที่ลูกเขยบ้านนอกแต่ทรัพย์สมบัติทำให้มองข้ามคำนั้นไปโดยไม่ต้องคิดแม้แต่น้อย

“คงไปๆ มาๆ ครับยังทิ้งที่โน่นไม่ได้ ไว้น้องชายกลับมาก่อนครับ” มรุเดชไม่ได้ให้คำตอบที่ผริดารอจนเธอแอบเสียใจ

พรหมเทพยิ้มให้กำลังใจลูกสาว

“คุณแม่มาแล้ว” ผริดาหันเห็นมารดาลุกขึ้นไปจูงมือ

ครอบครัวธนธรณ์หัวเราะหยอกเย้ากันมีว่าที่ลูกเขยร่วมด้วย มะลิลาที่ยังแอบมองเจ็บหัวใจยิ่งนัก ครุ่นคิดสับสนหรือเธอจะยอมแพ้เสียทีเรื่องที่หวังให้เกิดขึ้นเสียที

ตอน 3

ท้องฟ้าในคืนเดินหงายนอกหน้าต่าง ดวงจันทร์กลมโตซึ่งลอยเด่นไม่สามารถสะกดสายตามรุเดชไว้ได้นานอย่างค่ำคืนที่ผ่านมา เพราะความสว่างที่ทอดยาวกว้างไกลดูเย้ายวนนั้น มีภาพบางอย่างเข้ามาแทรกซ้ำแล้วซ้ำเล่าชายหนุ่มที่ชื่นชอบการได้นั่งดูดวงจันทร์จึงหงุดหงิดงุ่นง่านหัวใจยิ่งนัก จะว่าไปเขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อคืนวานล่วงเลยมาอีกวันยิ่งมีอาการเพิ่มขึ้นเท่าทวีคูณ ภาพ กลิ่นหอมของสาวใช้เข้ามากวนในใจไม่เลิกรา ในหัวสมองก็คิดแต่ร่างสวยผิวนวลเนียนที่ร้องไห้ด้วยความเสียใจ ร้องครวญครางตอนร่วมรักกับเธอ

ทนไม่ไหวก็ขอให้ผริดาเปลี่ยนห้องนอนให้บอกว่าชอบนอนตรงห้องนอนที่มีต้นไม้ใหญ่ริมหน้าต่าง คนรักยอมตามใจเรียกให้เด็กรับใช้จัดห้องใหม่ร่างสูงเดินไปดู

“ชอบหรือเปล่าเข้าไปสิคะบอส” ผริดาผลักตนเข้าห้อง มรุเดชยิ้ม

“มานี่มาให้กอดเสียดีๆ เมื่อวานปล่อยผมอยู่คนเดียวตลอด” เข้าในห้องชายหนุ่มกอดคนรักไว้ในอ้อมแขน… กลางวันนี่แหละว่าที่พ่อตาแม่ยายไม่อยู่จะกุ๊กกิ๊กกับผริดา หวังให้เธอทำให้เขาลืมสาวร่างบางคนนั้นเสียที

“อย่านะคะ” ผริดาแกล้งผลักไสทั้งที่ในใจมีแผนตั้งแต่อ้อนให้คนรักพักที่บ้านแทนคอนโดของเขา เพราะบิดาหวงหนักหนาคอยกันท่าอยู่เรื่อยเมื่อคนรักมาหา

“คิดถึงมาขอชื่นใจ” มรุเดชหอมแก้มขาวนวล จูบริมฝีปากที่แกล้งห้าม ผริดาเบียดอกอวบที่เบ่งบานกับหน้าอกกว้างด้วยความออดอ้อน

เขาทำให้เธอร้อนได้เสมอ บทรักไม่เคยเบื่อหน่ายเธอโหยหาเหลือเกิน ชายหนุ่มพาคนรักไปที่เตียงมือข้างหนึ่งไล้เข้าใต้กระโปรงตัวสวย

“ที่รักใจร้อนจังเลยนะคะ” ผริดาอ้อนลูบไล้หน้าขาเขา ชายหนุ่มเดือดพล่านด้วยความต้องการเมื่อโดนปลุกเร้า โน้มใบหน้าก้มลงรวบยอดอกคนรักไว้ในปากร้อน มือข้างหนึ่งรั้งดึงเสื้อกล้ามที่เป็นอุปสรรคออกไป ผริดาครางเสียงพร่าพออกพอใจกับความร้อนรุ่มเร่าร้อนของคนรัก

“ขอรักให้สมใจนะดานี่” มรุเดชดีใจที่ยังเรียกชื่อคนรักถูกแม้ใจคอยคิดแต่ร่างเต็มตึงของอีกคน แยกขาคนรักให้กว้างปลดเข็มขัดออกจากเอวทว่าเห็นแฟนสาวดวงตาเบิกกว้างก็หันมองตาม พลันความใคร่ดับมอดลงเมื่อเห็นว่าใครอยู่ในห้องนี้ด้วย

“กรี๊ดดด! แกเข้ามาอยู่ในห้องนี้ทำไม มาตั้งแต่เมื่อไหร่” ผริดาโผลุกจากเตียงดึงเสื้อผ้าให้เข้าที่ โผไปหามุกตาภาที่ยืนตัวแข็งตาค้างกับภาพที่เห็น

“มุก ดิฉันเข้ามาขัดห้องน้ำค่ะ เข้ามา…” คนตกใจมากกว่าใครๆ หาคำพูดเพื่อให้เจ้านายสงบ ทว่าได้รับถ้อยคำด่าทอ ก็ก้มหน้า

“บ้าที่สุดออกไปนะ ขัดบ้าอะไรของแกดึกดื่นป่านนี้แล้วทำไมไม่ส่งเสียง”

“ดานี่ใจเย็น” มรุเดชห้ามคนรัก

“นังคนใช้คนนี้มันชอบทำเรื่องที่ดานี่ไม่ชอบตลอด ดานี่สุดจะทนกับมันจริงๆ” เผี๊ยะ! ผริดาเข้าตบหน้ามุกตาภากลบเกลื่อนความอาย

“คุณดา…” คนโดนทำร้ายตกใจกุมแก้มซึ่งเป็นรอยแดง แค่ทำตามคำสั่งแม่บ้าน กลับมาเจอแบบนี้ อยากให้เกิดเสียเมื่อไหร่…ทำไมไม่รับฟังกันบ้าง

“ยังมายืนหน้าซื่อ ออกไปให้พ้นนะและอย่าให้รู้แกเอาเรื่องนี้ไปบอกให้ใครฟังไม่อย่างนั้นเจอดีแน่ ออกไป” ผริดาชี้นิ้วไล่

มุกตาภาก้มหน้า

“ออกไปสิ” มรุเดชทนมองไม่ได้บอกให้คนที่ยืนตัวแข็งออกไป

เสียงที่มีอิทธิพลในหัวใจสั่ง สมองจึงพาสองขาให้ก้าวเดิน ไม่อาจทนมองสายตารังเกียจนั้น มันเจ็บปวดและอับอายนัก ผริดาหงุดหงิดหมดอารมณ์ “บอสรอก่อนนะที่รัก”

“อีกสองวันผมจะกลับนะครับ” มรุเดชพูดทำลายบรรยากาศตึงเครียด

“แหม! รู้น่ายังไงคืนนี้ไม่ต้องล็อกประตูนะดานี่จะมาหา จัดให้เต็มอิ่มเลยคะ”

คนรักเปิดประตูออกไป มรุเดชเดินเข้าห้องน้ำไม่คิดสนใจสานต่ออารมณ์พิศวาสอีกไม่ว่าตอนนี้ หรือคืนนี้…

มะลิลารอลูกสาวจะกลับบ้านพร้อมกันเห็นมุกตาภาเดินออกมาก็ร้องถาม“มุกเสร็จแล้วหรือจ๊ะ”

“ค่ะ” มุกตาภาตอบไม่หันมองแม่เดินกลับบ้านพัก

“รีบไปสิคุณผู้หมวดตติเขามารออยู่สักพักแล้ว”

“หรือคะ มีอะไรหรือเปล่านี่มันดึกแล้ว” มุกตาภาสงสัยเดินเร็วกว่าเดิม

คุณตติเป็นลูกชายของคุณครูชนะและคุณครูน้ำเพชรอายุสามสิบปี ฝ่ายชายไม่ถือว่าตนเองร่ำรวยวิ่งเล่นกับสองสาวมาตั้งแต่อายุสิบเอ็ดขวบ จนคุณผริดาเพื่อนคนหนึ่งถอยห่างจากความเป็นเพื่อนชายหนุ่มเนื่องจากไม่เห็นด้วยกับความคิดนั้น

“มาแล้วเหรอหัวทอง” ฝ่ายนั้นลุกขึ้นเห็นคนที่มาหาเดินมาใกล้

“หัวเป็นทองก็ดีสิ ดีกว่าหัวเน่าใช่ไหมคะ ว่าแต่มาทำไมซะดึก คนร้ายไม่มีหรอกที่นี่ถ้าจะมาจับ” มุกตาภาไหว้ตติ ปากอิ่มก็เย้าแหย่

“หวัดดี…แหมมุกขำดีนะ” ตติยิ้ม

“อยู่แล้ว ว่าแต่คุณตำรวจมาทำไมคะ มีธุระอะไรยังไม่ตอบ” เจ้าบ้านถามไถ่ต่อ

“ว้า…คำถามนี้ไม่ตลกซะแล้วนะ แล้วแปลกที่ไหนพี่มาเวลานี้บ่อยไป”

“นั่นมันตอนเด็กนะคะ แต่ช่างเถอะคะแค่ถามเผื่อมีอะไรมากกว่าซื้อขนมมาฝาก” มุกตาภามองขนมของโปรดที่วางอยู่บนม้าหินอ่อนใต้ต้นมะม่วงลูกดก

“หยุดงานหลายวันว่าจะมาชวนเราไปเที่ยว วันไหนหยุดบ้าง”

มุกตาภาใจลอย

“ว่าไงหัวทอง”

“ออ ลาได้คะ พรุ่งนี้เลยนะคะผู้หมวด” ไม่อยากทนอึดอัดอยู่ที่บ้านมุกตาภาตกลง

“อ้าวอู้งานซะงั้น” ตติว่าแต่ในใจรู้สึกยินดี

“จะแต่งตัวรอนะครับผม”

สาวน้อยล้อเลียนยกมือตะแบะ

“อ้าวไล่เสียแล้วหรือ” ตติรู้ทันพูดน้ำเสียงเศร้า แต่เกิดอาการชะงักเห็นแก้มเป็นรอยนิ้วชัดเจนบนหน้าสาวสวย

“ก็วันนี้ต้องทำงานเต็มที่…” มุกตาภาพูดไม่จบเห็นแววตามีคำถามของผู้หมวดรู้สึกตัวปิดแก้มไว้เหมือนตอนแรก

“ใครทำ” ตติเสียงเข้ม

“เปล่า อะไรคะ” มุกตาภาเสไปรื้อถุงขนม

“มุกสินีอีกแล้วหรือ” ตติคิดถึงพี่สาวของเธอรู้สึกไม่พอใจ หลายครั้งเห็นฝ่ายนั้นทำร้ายน้องสาว ร่างสูงในเครื่องแบบเดินเข้าใกล้ร่างบาง

“ไม่ใช่คะ อย่าสนใจเลย” มุกตาภาถอยห่าง

“ดูหน่อย” ตติไม่ยอมเอามือบางออก ไล้มือที่แก้มนวล มุกตาภาน้ำตาไหลด้วยคิดถึงเรื่องราวเมื่อครู่ขึ้นมา ทั้งความอ่อนโยนที่ตติทำส่งผลให้หัวใจอ่อนแออย่างบอกไม่ถูก

“ร้องไห้ทำไม” ตติอึ้งมองใบหน้าสวยความรู้สึกรักห่วงใยท่วมท้นหัวใจ อยากจูบซับน้ำตาเหลือเกิน อยากรู้เธอมีเรื่องอะไรกลุ้มใจแต่ที่ทำได้แค่ลูบผมนุ่มเบาๆ

“คุณติ พี่ติ…” มุกตาภาอยากกอด อยากซบคนที่ไว้ใจเพื่อว่าความกังวล ความเครียด ความเจ็บในหัวใจจะได้คลายลงบ้าง เมื่ออกแม่ไม่สามารถทำได้ในตอนนี้ ก็ทำอย่างใจต้องการ

ตติอึ้งแปลกใจถึงการเปลี่ยนแปลงของสาวน้อยในอ้อมกอด เธอเป็นอะไรไปนะ! เพราะปกติถอยห่างเขาอยู่เรื่อย

บนตึกริมหน้าต่างมรุเดชยังนอนไม่หลับแม้จะเปลี่ยนห้องชายหนุ่มมองภาพที่เห็นด้วยแววตานิ่ง เมื่อครู่ทำหน้าตาให้น่าสงสารตอนนี้ซบอกหนุ่มไม่อับอายสายตาใครมารยามากเสียจริง… แต่ยังไงก็ช่างเถอะ ร่างสูงเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียง เกี่ยวกับตัวเขาเมื่อไหร่ เธอกับเขาทุกอย่างที่เกิดมันจบไปแล้ว

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED