ภาพปกนิยาย เสน่หาวิวาห์ป่วน

เสน่หาวิวาห์ป่วน

8.1 / 10.0
เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ ก้องทวีป จิตกรหนุ่มมาดเซอร์ผู้จมปลักอยู่กับความทรงจำในอดีต ต้องมาเข้าพิธีวิวาห์กับ อันดามัน หญิงสาวสายลุยสุดแสบที่เป็นคู่กัดกันมาตลอด เรื่องราววุ่นๆ จึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อคนที่ไม่ชอบหน้ากันอย่างแรงต้องมาใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกันในฐานะสามีภรรยา ท่ามกลางความขัดแย้งที่ไม่มีใครยอมใคร กลับแฝงไปด้วยความหื่น ฮา และความรั่วสุดขีด ทั้งคู่ต่างงัดกลเม็ดเด็ดพรายออกมาเพื่อเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้ในสงครามประสาทครั้งนี้ บทสรุปของความสัมพันธ์ป่วนๆ ระหว่างจิตรกรติสแตกกับสาวห้าวจะลงเอยอย่างไร ติดตามลุ้นไปกับภารกิจพิชิตหัวใจที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความชุลมุนในรั้วบ้านที่เคยเงียบเหงาแต่กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

เสน่หาวิวาห์ป่วน ตอนที่ 1

ก้องทวีป ศิรชัช จิตรกรหนุ่ม ผู้รักชีวิตอิสระวัย 27 ปี ขับรถไปยังร้านขายภาพของตัวเองซึ่งลงทุนกับเพื่อน... เจ้าของใบหน้าหวานจนผู้หญิงบางคนยังต้องอิจฉาหันไปมองภาพวาดที่วางอยู่บนเบาะข้างตัวด้วยความภาคภูมิใจ งานชิ้นนี้เขาใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะรังสรรค์ขึ้นมาได้ หลังจากไปต่างจังหวัดมาหลายวัน

เนื่องจากมัวแต่หันไปมองภาพเขียนของตัวเองจึงไม่ทันเห็นว่ามีรถคันหนึ่งเลี้ยวขึ้นมาปาดหน้า หันมาอีกทีก็ต้องเหยียบเบรกกะทันหัน ล้อเบียดกับถนนเสียงดังสนั่น รถคันหลังที่ขับตามมาต่างเหยียบเบรกตามๆ กันเสียงลั่นไปทั่วบริเวณ พร้อมคำสบถด้วยความหงุดหงิดใจตามมาเป็นทิวแถว

“ขับรถยังไงนี่”

ชายหนุ่มหัวเสีย... โมโหอย่างที่สุด ร่างสูง 187 เซนติเมตร สวมเสื้อเชิ้ตเนื้อดี กางเกงยีนส์สีซีดยี่ห้อดัง และรองเท้าบูทหนังราคาแพงรีบเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมาจากรถ ผมยาวถึงกลางแผ่นหลังปลิวไปตามสายลมที่พัดมาปะทะ จนต้องเสยขึ้นไปเป็นระยะ

“เฮ้ย! เกือบชน ซวยแล้ว...”

อันดามัน อ่าวสุดเขต หญิงสาววัย 24 ปี ผู้มีส่วนสูง 167 เซนติเมตร เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อย รูปร่างอรชรกลมกลึง แต่ใครเลยจะรู้ว่าเธอเป็นทายาทเจ้าของโรงเรียนสอนเทควันโดชื่อดัง ภายใต้รูปร่างที่บอบบางคือศิลปะการป้องกันตัวที่ยอดเยี่ยมจนผู้ชายบางคนยังสู้ไม่ได้

หญิงสาวใช้มือปิดปากด้วยความตกใจที่เกือบเกิดอุบัติเหตุ แต่ลอบผ่อนลมหายใจโล่งอก ที่แค่ “เกือบชน” เท่านั้น

เธอรีบกลับบ้าน เนื่องจากพี่สะใภ้โทร. มาบอกว่าบิดาเป็นลมหมดสติไป ตอนนี้หมอกำลังตรวจอาการอยู่ ด้วยความร้อนใจเธอจึงขับรถเร็วกว่าปกติมาก

เมื่อตั้งสติได้จึงรีบก้าวลงจากรถ

ก้องทวีปหรี่ตามองเรือนร่างบอบบางที่สวมเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบคู่สวย ดูจากการแต่งตัวแม้ดูจะห้าวๆ ไปหน่อยในความคิดของเขา ท่าทางทะมัดทะแมงนี้ทำให้เขานึกกระหวัดไปว่าหญิงสาวคงเป็นพวกผิดเพศ

“นี่คุณ ขับรถยังไง ไม่รู้หรือไงว่าทางเลี้ยวแบบนี้ต้องดูรถก่อนเลี้ยว ไม่ใช่อยู่ดีๆ เลี้ยวออกมาแบบนี้ ใช้สมองส่วนไหนคิดนี่”

อันดามันอ้าปากค้างทันทีที่ลงจากรถ ยังไม่ทันพูดอะไร คู่กรณีใส่เธอไม่ยั้ง ตอนแรกนึกว่าเป็นผู้หญิง แต่พอมองอีกทีเป็นผู้ชาย หน้าหวานซะไม่มี เวลากะพริบตาที ขนตางอนยาวชวนมองขยับขึ้นลงตามไปด้วย ผู้ชายอะไรนอกจากหน้าหวานแล้ว ยังขนตางอนอย่างกับผู้หญิง สงสัยเป็นพวกผิดเพศ เธอคิดเองออเองมองอีกฝ่ายตาขวาง

“อ้าว... นี่คุณ ทำไมต้องขึ้นเสียงด้วย เป็นสุภาพบุรุษหรือเปล่า พูดกันดีๆ ก็ได้”

อันดามันเท้าสะเอวอย่างไม่เกรงกลัว ยิ่งรีบๆ อยู่ ไม่น่ามาเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย

ก้องทวีปเงยหน้าขึ้นฟ้า กลอกตาไปมาเพื่อระงับอารมณ์ มือเสยผมยาวสลวยไปด้านหลัง ขับรถไม่ดูตาม้าตาเรือแล้วยังมาเรียกหาความเป็นสุภาพบุรุษเอากับเขาอีก แม่คุณ... ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนผู้หญิงแบบนี้

“นี่คุณ มีใบขับขี่หรือเปล่า ขับรถไม่รู้จักกฎจราจร”

เขากอดอกมองหญิงสาวอย่างเหลืออด จ้องมองด้วยดวงตาวาววับ ยิ่งอารมณ์ไม่ดีเรื่องบิดาอยู่ ยังมาเจอผู้หญิงปัญญาอ่อนแบบนี้อีก

“ใบขับขี่ฉันมี นี่ไง”

เธอรีบควักใบขับขี่จากกระเป๋าสตางค์ออกมาโชว์ให้เขาดู

ชายหนุ่มเสยผมบนศีรษะด้วยความโมโห หงุดหงิดใจยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นกิริยาที่เขาชอบทำเวลามีเรื่องอะไรขัดใจ ไม่คิดว่าแค่เขาพูดประชด คุณเธอจะดันควักออกมาโชว์จริงๆ ซะงั้นให้ตายเถอะ! นอกจากจะปัญญาอ่อนแล้วยังงี่เง่าอีกด้วย

“นี่แม่คุณ ซื้อมาหรือเปล่าใบขับขี่ นี่ถ้ารถผมเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง คุณมีปัญญาจ่ายไหม” ในเมื่อเธอกวนมาก่อน เขากวนกลับบ้างจะเป็นไรไป

“รถคุณไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แต่ที่พูดมากโยกโย้นี่จะเอาเงินใช่ไหม” เธอเดินไปสำรวจรถเขาอย่างถี่ถ้วนก่อนเบะปาก

“โธ่... เอาไป แค่นี้คงพอสำหรับคนแบบคุณ บอกกันดีๆ ก็ได้ ทำมาพูดมาก ชักช้า ชิ!”

หญิงสาวควักธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทออกมาสองใบแล้วเดินอาจหาญเข้าไปยัดใส่มือเขา

ก้องทวีปได้แต่อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าแม่คุณจะบ้าดีเดือด แถมดูถูกคนอื่นขนาดนี้ เอากับเธอสิ... ผู้หญิงเป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่านะ

“นี่ๆๆ แม่คุณ จะเอาเงินฟาดหัวหรือไง แค่นี้ไม่พอ ไหนจะค่าทำขวัญทำให้ตกใจ ไหนจะค่ารถที่ไม่รู้ถลอกตรงไหนอีกบ้าง”

ในเมื่ออวดร่ำอวดรวยนัก จะเรียกให้หมดตัวเลย ร่างสูงเดินไปลูบรถคันหรูที่หาซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการวาดภาพของตัวเองเหมือนว่ามันจะถลอกตามที่กล่าว แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นอะไรด้วยซ้ำ

อันดามันอ้าปากค้างอีกรอบ นอกจากจะงกแล้ว ยังเล่นละคร... ปั้นน้ำเป็นตัวได้ทุเรศที่สุด เห็นอยู่ว่ารถไม่ได้เป็นอะไร ก็เธอเข้าไปตรวจสภาพแล้ว

“นี่ๆๆ รถคุณไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย อย่าเว่อร์ไปหน่อยเลย แต่ถ้าเป็นจริงก็ช่วยไม่ได้ ขับรถเร็วอย่างกับพายุ ใครจะไปมองเห็น”

เธอรวน ก้องทวีปมองหญิงสาวนิ่ง ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์

“ผมนี่นะ ขับรถอย่างกับพายุ ยัยปากกรรไกรเอ๊ย เอาสมองส่วนไหนคิดนี่” เขาชี้ตัวเองอย่างเหลืออดในคำกล่าวหาของเธอ

เสียงแตรรถที่บีบไล่หลังมาทำให้ชายหนุ่มหันไปมองอย่างหัวเสียกว่าเดิม

“ผมว่าไปโรงพักดีกว่า”

เขาตัดบท... อยากจะดัดนิสัยเธอ เดี๋ยวจะให้เพื่อนที่เป็นตำรวจจัดการเสียให้เข็ด

“เชิญไปคนเดียวเถอะ ฉันรีบ ไปก่อนล่ะ”

อีตาบ้า ประโยคหลังต่อในใจ...

อันดามันรีบวิ่งไปเปิดประตูรถ ขับออกไปทันที ปล่อยให้ชายหนุ่มยืนหัวเสียอยู่คนเดียว ร่างสูงของก้องทวีปได้แต่อ้าปากค้างเมื่อเรียกคู่กรณีไม่ทันเสียแล้ว มัวแต่มึน... ไม่คิดว่าเธอจะหนีไปทั้งที่ยังพูดกันไม่รู้เรื่องแบบนี้

“เร็วอย่างกับปรอท นี่คุณกลับมาเดี๋ยวนี้นะ จะหนีไปทั้งที่ยังคุยไม่รู้เรื่องแบบนี้ได้ยังไง”

ก้องทวีปวิ่งตามด้วยความโมโหสุดกำลัง กรามกัดกันแน่นเป็นสันนูน

“โธ่โว้ย ฝากไว้ก่อน ยัยตัวแสบ เจอเมื่อไหร่จะจูบให้หายแค้นเลย” ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูรถอย่างแรง หันไปขอโทษขอโพยรถคันหลังยกใหญ่โดยการพยักหน้าให้ด้วยใบหน้าเหยๆ แต่ในใจอยากด่ามากกว่า เห็นอยู่ว่าเกือบเกิดอุบัติเหตุ บีบแตรเร่งอยู่ได้

“ยัยปากกรรไกร เจอเมื่อไหร่ฉันจะจัดการให้หายซ่าเลย ไอ้รถบ้านี่... บีบแตรอยู่ได้”

ชายหนุ่มขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับหันไปสบถรถคันหลังที่เอาแต่บีบแตรไล่สนั่นถนน แต่หากหันไปด่าตอนยังไม่ขึ้นรถ ไม่อยากคิดว่าจะโดนกระทืบกี่เท้ากัน แล้วไม่ต้องหวังว่าจะรอดชีวิตขึ้นรถมาแบบนี้

“เป็นอะไรวะเพื่อน หน้าบอกบุญไม่รับมาเชียว”

ฐานทัพ มหาละลวย จิตรกรหนุ่ม... ทักเพื่อนที่เดินหน้ายุ่งเข้ามาในร้าน

“เจอผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ หน้าตาพอไปวัดไปวาได้ แต่ปากเหมือนกรรไกร เถียงคำไม่ตกฟาก ทั้งๆ ที่คุณเธอขับรถเลี้ยวไม่ดูตาม้าตาเรือ ทำเอาฉันเกือบชน แถมแม่คุณยังชิ่งหนีไปหน้าตาเฉย ก่อนไปยัดเงินค่าทำขวัญให้ฉันสองพัน”

ก้องทวีปกระแทกตัวนั่งบนโซฟาในร้านด้วยความหงุดหงิดจนฐานทัพมองโซฟาด้วยความสงสาร

พอเล่าจบ เพื่อนรักกลับหัวเราะท้องแข็ง ชายหนุ่มหน้ายุ่งกว่าเก่า

“หัวเราะบ้าอะไรของนาย”

ก้องทวีปถามเพื่อนด้วยความหงุดหงิด

“เปล่าๆ ใจเย็นเพื่อน นายอย่าหงุดหงิดไปเลย ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิง แต่คิดไปคิดมา ฉันว่าอาจจะเป็นเนื้อคู่นายก็ได้ เคยได้ยินไหมบุพเพสันนิวาส”

อ่านต่อ

สารบัญของ เสน่หาวิวาห์ป่วน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เมื่อเพชรหอมตัดสินใจบอกข่าวเรื่องการตั้งครรภ์กับราซิเอลโล่ ชายผู้เป็นรักแท้ที่เธอพร้อมมอบทุกอย่างให้ กลับต้องเผชิญกับความเย็นชาและคำดูถูกที่กรีดลึกถึงหัวใจ เขาปฏิเสธความรับผิดชอบอย่างไร้เยื่อใยเพียงเพราะความมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างรัดกุมมาโดยตลอด พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความซื่อสัตย์ของเธออย่างเลือดเย็น คำยืนยันที่ว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขาทำให้เพชรหอมต้องหอบเอาความบอบช้ำและหนึ่งชีวิตที่กำลังจะเกิดกลับสู่เมืองไทยเพียงลำพัง โดยที่ชายหนุ่มผู้ทระนงในความรอบคอบของตนไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า ความผิดพลาดที่เขาเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้นั้นได้เกิดขึ้นแล้ว และมันจะกลายเป็นพันธะผูกพันที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ในอนาคต
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง แต่เขากลับจงใจแกล้งยึดผ้าห่มไว้เพียงเพื่อจะชื่นชมความงดงามของเธอให้เต็มตา ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านทำให้เขาต้องฝืนใจถอยห่างเพื่อไม่ให้เธอบาดเจ็บไปมากกว่านี้ ก่อนจากไปเขาประทับจูบอย่างแสนรักพร้อมย้ำเตือนถึงข้อตกลงลับระหว่างกัน ชติรสยอมเสียสละตนเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว โดยมีเงื่อนไขว่าเขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับลิก้าอย่างเด็ดขาด แม้จะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและอับอายที่ถูกตราหน้าว่าน่าหลงใหลกว่าใคร แต่เธอก็พร้อมจะทำทุกทางเพื่อรักษาคำสัญญานี้ไว้ แม้ต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีของตนเองก็ตาม
ภาพปกนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
ภาพปกนิยาย แฝดจอมจุ้น วุ่นรักป๊าม๊า
8.5
หญิงสาวยอมสละความบริสุทธิ์แลกเงินห้าล้านเพื่อยื้อชีวิตมารดา แต่กลับต้องสูญเสียแม่ไปตลอดกาลและตั้งครรภ์ลูกแฝดกับชายที่เธออยากลบจากใจ ห้าปีต่อมาเธอหวนคืนถิ่นเพื่อรำลึกถึงแม่ ทว่าความสงบจบลงเมื่อสองแฝดจอมซนแอบรู้ความลับว่าบิดาแท้ๆ ยังมีชีวิตอยู่ ปฏิบัติการกามเทพตัวจิ๋วเพื่อสร้างครอบครัวแสนอบอุ่นจึงเริ่มขึ้น เธอต้องปวดหัวกับแผนจับคู่สุดป่วนของลูกรัก พร้อมกับรับมือการตามตื๊อขอคืนดีจากชายหนุ่มผู้เคยทิ้งรอยแผลในใจ ซึ่งบัดนี้พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อทวงคืนหัวใจของเธอ
ภาพปกนิยาย ศึกรักแสงสว่าง
9.5
การช่วยเด็กชายแปลกหน้าทำให้หนิงซีได้รับผลตอบแทนเป็นคุณพ่อสุดหล่ออย่างลู่ถิงเซียวที่พร้อมมอบทั้งตัวและหัวใจ เมื่อเป็นภรรยาเต็มตัว ชีวิตเธอก็ถูกเติมเต็มด้วยการปรนเปรอขั้นสุด ความหวานของทั้งสองทำเอาลูกชายตัวน้อยกลายเป็นส่วนเกิน ลู่ถิงเซียวตามใจภรรยาทุกอย่างโดยไม่สนคำคัดค้านของใคร ต่อให้เธออยากยึดหรือขายบริษัททิ้ง เขาก็พร้อมประเคนให้ด้วยความเต็มใจ เพราะไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าความสุขของเธอ แม้ต้องเผชิญความวุ่นวาย เธอก็ยังเป็นที่หนึ่งในใจเขาเสมอ

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED