ก้องทวีป ศิรชัช จิตรกรหนุ่ม ผู้รักชีวิตอิสระวัย 27 ปี ขับรถไปยังร้านขายภาพของตัวเองซึ่งลงทุนกับเพื่อน... เจ้าของใบหน้าหวานจนผู้หญิงบางคนยังต้องอิจฉาหันไปมองภาพวาดที่วางอยู่บนเบาะข้างตัวด้วยความภาคภูมิใจ งานชิ้นนี้เขาใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะรังสรรค์ขึ้นมาได้ หลังจากไปต่างจังหวัดมาหลายวัน
เนื่องจากมัวแต่หันไปมองภาพเขียนของตัวเองจึงไม่ทันเห็นว่ามีรถคันหนึ่งเลี้ยวขึ้นมาปาดหน้า หันมาอีกทีก็ต้องเหยียบเบรกกะทันหัน ล้อเบียดกับถนนเสียงดังสนั่น รถคันหลังที่ขับตามมาต่างเหยียบเบรกตามๆ กันเสียงลั่นไปทั่วบริเวณ พร้อมคำสบถด้วยความหงุดหงิดใจตามมาเป็นทิวแถว
“ขับรถยังไงนี่”
ชายหนุ่มหัวเสีย... โมโหอย่างที่สุด ร่างสูง 187 เซนติเมตร สวมเสื้อเชิ้ตเนื้อดี กางเกงยีนส์สีซีดยี่ห้อดัง และรองเท้าบูทหนังราคาแพงรีบเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมาจากรถ ผมยาวถึงกลางแผ่นหลังปลิวไปตามสายลมที่พัดมาปะทะ จนต้องเสยขึ้นไปเป็นระยะ
“เฮ้ย! เกือบชน ซวยแล้ว...”
อันดามัน อ่าวสุดเขต หญิงสาววัย 24 ปี ผู้มีส่วนสูง 167 เซนติเมตร เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อย รูปร่างอรชรกลมกลึง แต่ใครเลยจะรู้ว่าเธอเป็นทายาทเจ้าของโรงเรียนสอนเทควันโดชื่อดัง ภายใต้รูปร่างที่บอบบางคือศิลปะการป้องกันตัวที่ยอดเยี่ยมจนผู้ชายบางคนยังสู้ไม่ได้
หญิงสาวใช้มือปิดปากด้วยความตกใจที่เกือบเกิดอุบัติเหตุ แต่ลอบผ่อนลมหายใจโล่งอก ที่แค่ “เกือบชน” เท่านั้น
เธอรีบกลับบ้าน เนื่องจากพี่สะใภ้โทร. มาบอกว่าบิดาเป็นลมหมดสติไป ตอนนี้หมอกำลังตรวจอาการอยู่ ด้วยความร้อนใจเธอจึงขับรถเร็วกว่าปกติมาก
เมื่อตั้งสติได้จึงรีบก้าวลงจากรถ
ก้องทวีปหรี่ตามองเรือนร่างบอบบางที่สวมเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบคู่สวย ดูจากการแต่งตัวแม้ดูจะห้าวๆ ไปหน่อยในความคิดของเขา ท่าทางทะมัดทะแมงนี้ทำให้เขานึกกระหวัดไปว่าหญิงสาวคงเป็นพวกผิดเพศ
“นี่คุณ ขับรถยังไง ไม่รู้หรือไงว่าทางเลี้ยวแบบนี้ต้องดูรถก่อนเลี้ยว ไม่ใช่อยู่ดีๆ เลี้ยวออกมาแบบนี้ ใช้สมองส่วนไหนคิดนี่”
อันดามันอ้าปากค้างทันทีที่ลงจากรถ ยังไม่ทันพูดอะไร คู่กรณีใส่เธอไม่ยั้ง ตอนแรกนึกว่าเป็นผู้หญิง แต่พอมองอีกทีเป็นผู้ชาย หน้าหวานซะไม่มี เวลากะพริบตาที ขนตางอนยาวชวนมองขยับขึ้นลงตามไปด้วย ผู้ชายอะไรนอกจากหน้าหวานแล้ว ยังขนตางอนอย่างกับผู้หญิง สงสัยเป็นพวกผิดเพศ เธอคิดเองออเองมองอีกฝ่ายตาขวาง
“อ้าว... นี่คุณ ทำไมต้องขึ้นเสียงด้วย เป็นสุภาพบุรุษหรือเปล่า พูดกันดีๆ ก็ได้”
อันดามันเท้าสะเอวอย่างไม่เกรงกลัว ยิ่งรีบๆ อยู่ ไม่น่ามาเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย
ก้องทวีปเงยหน้าขึ้นฟ้า กลอกตาไปมาเพื่อระงับอารมณ์ มือเสยผมยาวสลวยไปด้านหลัง ขับรถไม่ดูตาม้าตาเรือแล้วยังมาเรียกหาความเป็นสุภาพบุรุษเอากับเขาอีก แม่คุณ... ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนผู้หญิงแบบนี้
“นี่คุณ มีใบขับขี่หรือเปล่า ขับรถไม่รู้จักกฎจราจร”
เขากอดอกมองหญิงสาวอย่างเหลืออด จ้องมองด้วยดวงตาวาววับ ยิ่งอารมณ์ไม่ดีเรื่องบิดาอยู่ ยังมาเจอผู้หญิงปัญญาอ่อนแบบนี้อีก
“ใบขับขี่ฉันมี นี่ไง”
เธอรีบควักใบขับขี่จากกระเป๋าสตางค์ออกมาโชว์ให้เขาดู
ชายหนุ่มเสยผมบนศีรษะด้วยความโมโห หงุดหงิดใจยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นกิริยาที่เขาชอบทำเวลามีเรื่องอะไรขัดใจ ไม่คิดว่าแค่เขาพูดประชด คุณเธอจะดันควักออกมาโชว์จริงๆ ซะงั้นให้ตายเถอะ! นอกจากจะปัญญาอ่อนแล้วยังงี่เง่าอีกด้วย
“นี่แม่คุณ ซื้อมาหรือเปล่าใบขับขี่ นี่ถ้ารถผมเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง คุณมีปัญญาจ่ายไหม” ในเมื่อเธอกวนมาก่อน เขากวนกลับบ้างจะเป็นไรไป
“รถคุณไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แต่ที่พูดมากโยกโย้นี่จะเอาเงินใช่ไหม” เธอเดินไปสำรวจรถเขาอย่างถี่ถ้วนก่อนเบะปาก
“โธ่... เอาไป แค่นี้คงพอสำหรับคนแบบคุณ บอกกันดีๆ ก็ได้ ทำมาพูดมาก ชักช้า ชิ!”
หญิงสาวควักธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทออกมาสองใบแล้วเดินอาจหาญเข้าไปยัดใส่มือเขา
ก้องทวีปได้แต่อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าแม่คุณจะบ้าดีเดือด แถมดูถูกคนอื่นขนาดนี้ เอากับเธอสิ... ผู้หญิงเป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่านะ
“นี่ๆๆ แม่คุณ จะเอาเงินฟาดหัวหรือไง แค่นี้ไม่พอ ไหนจะค่าทำขวัญทำให้ตกใจ ไหนจะค่ารถที่ไม่รู้ถลอกตรงไหนอีกบ้าง”
ในเมื่ออวดร่ำอวดรวยนัก จะเรียกให้หมดตัวเลย ร่างสูงเดินไปลูบรถคันหรูที่หาซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการวาดภาพของตัวเองเหมือนว่ามันจะถลอกตามที่กล่าว แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นอะไรด้วยซ้ำ
อันดามันอ้าปากค้างอีกรอบ นอกจากจะงกแล้ว ยังเล่นละคร... ปั้นน้ำเป็นตัวได้ทุเรศที่สุด เห็นอยู่ว่ารถไม่ได้เป็นอะไร ก็เธอเข้าไปตรวจสภาพแล้ว
“นี่ๆๆ รถคุณไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย อย่าเว่อร์ไปหน่อยเลย แต่ถ้าเป็นจริงก็ช่วยไม่ได้ ขับรถเร็วอย่างกับพายุ ใครจะไปมองเห็น”
เธอรวน ก้องทวีปมองหญิงสาวนิ่ง ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์
“ผมนี่นะ ขับรถอย่างกับพายุ ยัยปากกรรไกรเอ๊ย เอาสมองส่วนไหนคิดนี่” เขาชี้ตัวเองอย่างเหลืออดในคำกล่าวหาของเธอ
เสียงแตรรถที่บีบไล่หลังมาทำให้ชายหนุ่มหันไปมองอย่างหัวเสียกว่าเดิม
“ผมว่าไปโรงพักดีกว่า”
เขาตัดบท... อยากจะดัดนิสัยเธอ เดี๋ยวจะให้เพื่อนที่เป็นตำรวจจัดการเสียให้เข็ด
“เชิญไปคนเดียวเถอะ ฉันรีบ ไปก่อนล่ะ”
อีตาบ้า ประโยคหลังต่อในใจ...
อันดามันรีบวิ่งไปเปิดประตูรถ ขับออกไปทันที ปล่อยให้ชายหนุ่มยืนหัวเสียอยู่คนเดียว ร่างสูงของก้องทวีปได้แต่อ้าปากค้างเมื่อเรียกคู่กรณีไม่ทันเสียแล้ว มัวแต่มึน... ไม่คิดว่าเธอจะหนีไปทั้งที่ยังพูดกันไม่รู้เรื่องแบบนี้
“เร็วอย่างกับปรอท นี่คุณกลับมาเดี๋ยวนี้นะ จะหนีไปทั้งที่ยังคุยไม่รู้เรื่องแบบนี้ได้ยังไง”
ก้องทวีปวิ่งตามด้วยความโมโหสุดกำลัง กรามกัดกันแน่นเป็นสันนูน
“โธ่โว้ย ฝากไว้ก่อน ยัยตัวแสบ เจอเมื่อไหร่จะจูบให้หายแค้นเลย” ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูรถอย่างแรง หันไปขอโทษขอโพยรถคันหลังยกใหญ่โดยการพยักหน้าให้ด้วยใบหน้าเหยๆ แต่ในใจอยากด่ามากกว่า เห็นอยู่ว่าเกือบเกิดอุบัติเหตุ บีบแตรเร่งอยู่ได้
“ยัยปากกรรไกร เจอเมื่อไหร่ฉันจะจัดการให้หายซ่าเลย ไอ้รถบ้านี่... บีบแตรอยู่ได้”
ชายหนุ่มขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับหันไปสบถรถคันหลังที่เอาแต่บีบแตรไล่สนั่นถนน แต่หากหันไปด่าตอนยังไม่ขึ้นรถ ไม่อยากคิดว่าจะโดนกระทืบกี่เท้ากัน แล้วไม่ต้องหวังว่าจะรอดชีวิตขึ้นรถมาแบบนี้
“เป็นอะไรวะเพื่อน หน้าบอกบุญไม่รับมาเชียว”
ฐานทัพ มหาละลวย จิตรกรหนุ่ม... ทักเพื่อนที่เดินหน้ายุ่งเข้ามาในร้าน
“เจอผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ หน้าตาพอไปวัดไปวาได้ แต่ปากเหมือนกรรไกร เถียงคำไม่ตกฟาก ทั้งๆ ที่คุณเธอขับรถเลี้ยวไม่ดูตาม้าตาเรือ ทำเอาฉันเกือบชน แถมแม่คุณยังชิ่งหนีไปหน้าตาเฉย ก่อนไปยัดเงินค่าทำขวัญให้ฉันสองพัน”
ก้องทวีปกระแทกตัวนั่งบนโซฟาในร้านด้วยความหงุดหงิดจนฐานทัพมองโซฟาด้วยความสงสาร
พอเล่าจบ เพื่อนรักกลับหัวเราะท้องแข็ง ชายหนุ่มหน้ายุ่งกว่าเก่า
“หัวเราะบ้าอะไรของนาย”
ก้องทวีปถามเพื่อนด้วยความหงุดหงิด
“เปล่าๆ ใจเย็นเพื่อน นายอย่าหงุดหงิดไปเลย ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิง แต่คิดไปคิดมา ฉันว่าอาจจะเป็นเนื้อคู่นายก็ได้ เคยได้ยินไหมบุพเพสันนิวาส”
ก้องทวีปสะดุ้งโหยงกับคำพูดของเพื่อนรัก
“ปากนายเหรอนั่น ถ้าพูดแบบนี้เก็บปากไว้กินข้าวดีกว่า”
เขาขออย่าได้เจอเธออีก จะทำบุญเจ็ดวัดเลย คราวนี้คนสะดุ้งกลับเป็นฐานทัพเอง รู้ว่าเพื่อนโมโหร้าย
“ฉันไม่เคยคิดว่าจะรักใครอีก”
คำพูดต่อมาของเพื่อนทำให้ฐานทัพทำหน้าสำนึกผิด
“ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นายยังไม่ลืมเพ็ญอีกหรือไง ลองเปิดใจรับผู้หญิงคนอื่นดูบ้างสิ”
ฐานทัพรู้ว่าเพื่อนคงตัดใจยาก แต่อยากให้ก้องทวีปเปิดใจรับคนอื่นบ้าง แม้จะสงสารเพื่อนเพียงใด แต่เขาคิดว่าคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน
เพ็ญพิชชาแฟนสาวของก้องทวีปแต่งงานไปแล้ว เขาอยากเล่าเรื่องความจำเป็นของเธอให้เพื่อนฟัง แต่แค่เอ่ยถึง... โดนด่าทุกครั้ง จนต้องปิดปากเงียบ
“พอเถอะ อย่าเอ่ยชื่อผู้หญิงคนนี้อีก”
ห้ามเพื่อนเสียงขรึม นึกสภาพตัวเองตอนอกหัก จึงไม่อยากเอ่ยถึงอีก ตอนนี้เขาพอจะทำใจได้บ้าง ไม่อยากให้ใครมาสะกิดแผลใจขึ้นมาอีก ความรู้สึกว่าเสียของรักไปมันเกาะกินใจจนไม่อาจลืมเลือนได้
“ขอโทษ นายอย่าซีเรียสนักเลย เมื่อกี้นมทิพย์โทร. มาหา เห็นบอกว่าโทร. เข้ามือถือนายไม่ติด ฉันลองโทร. หานายก็ไม่ติดเหมือนกัน”
ฐานทัพบอกเพื่อนเสียงเครียด ก้องทวีปเลิกคิ้วมองหน้าเพื่อน
“นมทิพย์ว่าไง มีอะไรหรือเปล่า พอดีแบตโทรศัพท์หมด”
“พ่อนายไม่สบาย เห็นบอกว่าเป็นลม”
“แล้วทำไมเพิ่งบอก”
ชายหนุ่มรีบดีดตัวขึ้นจากโซฟา เดินไปที่โทรศัพท์ของร้าน รีบต่อสายถึงที่บ้าน... รอสายเพียงครู่ เสียงคุ้นหูของนมทิพย์จึงดังมาตามสาย
“สวัสดีค่ะ”
“นมครับผมเอง พ่อเป็นยังไงบ้างครับ”
รีบถามทันทีที่ได้ยินเสียงคนรับ
“คุณท่านกำลังแย่ค่ะ หมอบอกว่าเป็นอาการเริ่มแรกของโรคหัวใจค่ะคุณหนู แถมความดันโลหิตสูงด้วย”
คำพูดของนมทิพย์ทำให้ชายหนุ่มตกใจไม่น้อย
“ผมจะรีบกลับบ้านนะครับนม”
“ค่ะคุณหนู รีบกลับมาเลยนะคะ คุณท่านเรียกหาแต่คุณหนู”
นางทำเสียงทุกข์ร้อนมาตามสายอย่างแนบเนียน
“ครับ”
“ลุงภพเป็นไงบ้าง”
ฐานทัพถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เลิกพูดล้อเล่นเมื่อเห็นหน้าเคร่งเครียดหลังจากเพื่อนวางโทรศัพท์
“นมทิพย์บอกว่าพ่อเป็นโรคหัวใจ แถมมีอาการความดันโลหิตสูงอีก ฉันจะรีบกลับ ฝากร้านนายด้วยแล้วกัน”
“ไปเถอะ ไม่ต้องห่วง ตอนเย็นจะแวะไปเยี่ยมพ่อนาย”
“ขอบใจ... เพื่อน”
ก้องทวีปตบไหล่เพื่อน รีบบึ่งรถกลับบ้าน ในใจคิดถึงเรื่องที่โต้เถียงกับบิดาก่อนเดินทางมาที่ร้าน
ความเคร่งเครียดเกาะกินใจเขามากยิ่งขึ้น เมื่อบิดาต้องการให้เขาแต่งงานกับลูกสาวของเพื่อนแม่ ซึ่งเขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน แล้วพ่อยังบอกว่ามันเป็นคำขอสุดท้ายก่อนแม่สิ้นใจ ตอนที่เพิ่งคลอดเขาได้เพียงไม่กี่เดือน ตลกสิ้นดี เหมือนนิยายที่สาวใช้ของบ้านชอบดูไม่มีผิด ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมาด้วยความหงุดหงิด
“หวานกำลังจะกลับค่ะพ่อ”
พลอยไพลินรีบบอกพ่อสามีที่นั่งยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่บนโซฟา
“ดีมาก เดี๋ยวพ่อต้องเตรียมตัวก่อน”
ว่าแล้วเอเชีย อ่าวสุดเขต ชายสูงวัย อายุห้าสิบปีเศษรีบขึ้นห้องทำสีหน้าป่วยหนักขึ้นมาทันทีที่ได้ยินว่าบุตรสาวคนเล็กกำลังเดินทางกลับมา
พลอยไพลินอมยิ้ม ส่ายหน้าไปมาเมื่อเห็นกิริยาของพ่อสามี ตอนแรกคิดว่าสามีได้ความเจ้าเล่ห์มาจากใคร แต่ตอนนี้ไม่ต้องหาคำตอบอีก
“พี่พลอย พ่อเป็นไงบ้างคะ”
อันดามันที่รีบบึ่งรถกลับบ้าน รีบถลาเข้าบ้านถามพี่สะใภ้ด้วยน้ำเสียงร้อนรน
หลังจากเธอขับไปได้แค่ครึ่งทาง แถมตอนเร่งรีบยังเกือบชนกับอีตาผมยาว เธอจึงยังไม่ทันถึงโรงเรียนฟ้าลั่น ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนเทควันโดที่ตอนนี้พี่ชายกับเธอดูแลอยู่
“นอนอยู่บนห้อง หมอเพิ่งกลับไป”
พลอยไพลินบอกน้องสามีด้วยสีหน้าเป็นกังวล ก้มหน้าก้มตาอย่างเศร้าสร้อยจนอันดามันร้อนใจหนักขึ้น
“ทำไมพ่อถึงเป็นแบบนี้ล่ะคะ ลุงหมอบอกว่าพ่อเป็นอะไรคะพี่พลอย”หญิงสาวรีบถามอย่างร้อนใจ
“ตอนที่ทะเลาะกับหวาน... หลังจากหวานขับรถออกไปไม่นาน พ่อก็เป็นลม ลุงหมอบอกว่าพ่อเครียดจนความดันขึ้น แล้วเป็นอาการเริ่มแรกของโรคหัวใจอีกด้วย”
“เครียดจนความดันขึ้น อากาศเริ่มแรกของโรคหัวใจ ทำไมหวานไม่เคยรู้ว่าพ่อป่วยมาก่อน”
อันดามันตาโต เอามือทาบอก พลอยไพลินหลบสายตา แสร้งถอนหายใจเหมือนไม่อยากเล่าให้น้องสามีฟัง
“พี่พลอยบอกหวานมาว่าพ่อเป็นความดันตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่กับพี่ฝาดรู้เรื่องนี้แต่ไม่บอกหวานใช่ไหม”
เมื่อโดนคาดคั้นมากเข้า พลอยไพลินที่แสร้งถอนใจไม่หยุดด้วยใบหน้าหมองเศร้า รีบตอบน้องสามีที่รุกเร้าถามไม่หยุด
“นานพอสมควรแล้ว แต่โรคหัวใจเพิ่งตรวจพบ นี่คงจะเครียดเรื่องหวาน พ่อเคยพูดกับพี่บ่อยๆ ว่าอยากให้หวานเป็นฝั่งเป็นฝาจะได้นอนตายตาหลับ พ่อเป็นห่วงหวานมากเลยนะ ท่านให้พี่ปิดบังเรื่องนี้เอาไว้ แม้แต่พี่ฝาดก็ไม่รู้”
“โธ่... พ่อ” อันดามันถอนใจหน้าเศร้า คิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุให้พ่อไม่สบาย
“พ่อกังวลเรื่องธีด้วย กลัวหวานคิดมาก”
พลอยไพลินรอดูท่าทางของน้องสามี เธอยอมรับว่าธีรวัชร อดีตคนรักของอันดามันที่แต่งงานกะทันหันเป็นคนดี แม้องศา... ผู้เป็นสามีจะไม่ชอบหน้านักเพราะหวงน้องสาว แต่หลังๆ ก็เริ่มใจอ่อน
... แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อธีรวัชรแต่งงานไปกับผู้หญิงคนอื่น ทั้งๆ ที่คบกับอันดามันเป็นคนรักอยู่แล้ว เธอเองก็ได้แต่เสียดาย... ไม่ต่างจากคนอื่นว่ามองคนผิดไป รู้สึกไม่ชอบหน้าธีวัชรขึ้นมาเหมือนกันที่ทำให้อันดามันเสียใจ
“อย่าไปพูดถึงเขาเลยค่ะ”
หญิงสาวตัดบท แม้จะไม่ถึงอาทิตย์ที่เขาแต่งงาน แต่เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองเข้มแข็งขึ้นมาก หญิงสาวสีหน้าเคร่งเครียดที่รับรู้เรื่องราวของบิดาจากพี่สะใภ้มากกว่าเรื่องอดีตคนรักเสียอีก นึกหวนไปถึงเรื่องราวในตอนสาย เธอปฏิเสธการแต่งงานกับลูกชายเพื่อนแม่ มันกะทันหันเสียจนไม่ทันได้ตั้งตัว
พ่อไม่เคยพูดเรื่องนี้มาก่อน แต่บอกเธอว่าเป็นคำขอร้องของแม่ก่อนตาย ที่อยากให้เธอเป็นฝั่งเป็นฝากับลูกชายของเพื่อนรัก ที่ท่านไม่บอกเธอก่อนหน้านี้เพราะคิดว่าไม่อยากบังคับ แต่พอมีเรื่องแฟนหนุ่มทำให้เธอผิดหวังเสียใจ ท่านจึงไม่สบายใจ แล้วเอาคำพูดก่อนตายของแม่ขึ้นมาบอกให้เธอรู้ความจริง พ่อเล่าว่าองศา พี่ชายของเธอคลอดก่อนจึงต้องดองกับบ้าน “ศิรชัช” แต่เพราะบ้านโน้นคลอดบุตรชายเหมือนกันในอีกปีถัดมา ดังนั้นจึงเป็นเธอที่ถูกจองตัวไว้ว่าถ้าหากเป็นผู้หญิงก็อยากให้ดองกัน
“ป่านนี้พ่อคงรอหวานอยู่ ขึ้นไปหาพ่อเถอะจ้ะ”
พลอยไพลินบอกน้องสามี
อันดามันหลุดจากภวังค์ความคิดทั้งหลายทั้งปวง
“แล้วพี่พลอยบอกพี่ฝาดหรือยังล่ะคะ”
เธอถามถึงพี่ชายที่เดินทางไปโรงเรียนก่อนหน้า เธอรอคุยกับบิดาเรื่องสำคัญจึงไม่ได้ไปพร้อมกัน
“ยังเลยจ้ะ พี่มัวแต่ตกใจ เลยโทร. หาหวานก่อน”
พี่สะใภ้ปดคำโต สะดุ้งไปเหมือนกันเมื่อต้องพูดโกหก เพราะหากองศารู้ว่าบิดาป่วย คงเป็นเรื่องราวใหญ่โตที่ปิดบังไม่ให้เขารู้ และมันจะใหญ่โตขึ้นไปอีกหากว่า “ไม่ได้ป่วยจริง” ดั่งที่บอก
“ค่ะ ดีเหมือนกัน ยังไม่ต้องบอกพี่ฝาดก็ได้ เดี๋ยวจะเป็นห่วงไม่เป็นอันทำงาน งั้นหวานขอตัวไปดูพ่อก่อนนะคะ”
“จ้ะ” อันดามันรีบเดินขึ้นห้องบิดา ถ้าหันมามองพี่สะใภ้สักนิด จะรู้ว่าสิ่งที่เธอเป็นกังวลไม่ได้เป็นแบบที่คิดเลยแม้แต่น้อย... ขึ้นมาถึงห้อง เห็นบิดานอนซมอยู่บนเตียง
“พ่อเป็นยังไงบ้างคะ” หญิงสาวถลาเข้าไปนั่งข้างเตียงบิดา
“หวานเหรอลูก พ่อเหนื่อยๆ แต่ไม่เป็นอะไรมากหรอก ไม่ต้องเป็นห่วง พ่อแก่มากแล้ว จะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้”
สีหน้าอิดโรยของบิดาทำให้หญิงสาวไม่สบายใจยิ่งนัก
“ทำไมพ่อพูดแบบนั้นล่ะคะ พ่อยังอยู่กับหนูไปอีกนาน”
อันดามันตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้ทันทีที่ได้ยินคำพูดของพ่อ แม้เธอจะดูเข้มแข็ง แต่จริงๆ เธอเป็นคนอารมณ์อ่อนไหวพอสมควร พ่อกับพี่ชายเลี้ยงมาให้เข้มแข็ง
การที่ขาดแม่ทำให้เธอไม่ค่อยเป็นกุลสตรีสักเท่าไหร่ ดังนั้นเมื่อพลอยไพลินเข้ามาอยู่ในบ้าน เธอจึงติดพี่สะใภ้เอามากๆ ความที่ไม่เคยมีแม่ พี่สาวหรือน้องสาว ทำให้เธอรู้สึกว่าพี่สะใภ้ให้คำปรึกษาได้หลายๆ เรื่อง แบบที่ผู้หญิงเท่านั้นที่จะคุยกันเข้าใจ
“พ่อพูดความจริง พ่อรู้ตัวเองดี ไม่รู้ว่าจะอยู่บนโลกนี้อีกนานแค่ไหน”
สีหน้าหมองเศร้าของบิดาทำให้เธอทุกข์ใจยิ่งนัก เอเชียเองไม่สบายใจที่ต้องหลอกบุตรสาวแบบนี้ แต่เพราะไม่อยากให้ต้องจมอยู่กับอดีตคนรัก ที่สำคัญก้องภพยังติดต่อกับเขาอยู่ตลอด
เล่าเรื่องราวของลูกชายคนเดียวให้ฟังว่ากำลังอกหักจากคนรักที่แต่งงานกับชายคนอื่นไปแล้ว และเขาก็ยังเฝ้าดูการเจริญรุ่งเรืองของก้องทวีปอยู่คนเดียวเงียบๆ เพราะคิดหวังว่าสักวันสิ่งที่ภรรยาขอก่อนตายอาจเป็นจริง และอยู่ดีๆ
ก้องภพก็ทวงสัญญาที่ไม่เคยคิดว่าจะทำมาตลอดยี่สิบกว่าปี ประจวบเหมาะกับเมื่อคืนก่อนเขาฝันถึงภรรยาสุดที่รักที่จากไปนานแล้ว เรื่องสัญญาที่เขาเคยให้ไว้กับเธอ
ตอนแรกทั้งเขาและก้องภพไม่แน่ใจว่าจะทำตามคำสั่งเสียของภรรยาดีหรือไม่ แม้จะรักภรรยามากแค่ไหน แต่การที่คนสองคนจะมาใช้ชีวิตครอบครัวอยู่ด้วยกันโดยที่ไม่มีความรักมันคงยากยิ่ง ทั้งสองคิดว่าการคลุมถุงชนมันหมดยุคสมัยไปแล้ว ได้แต่บอกภรรยาโดยการขอโทษขอโพยเท่านั้น... ว่าหากลูกมีคนอื่นที่เหมาะสมคู่ควรหรือเป็นคนที่ลูกรัก และรักลูกจริง เขาจะไม่บังคับบุตรสาวเด็ดขาด แต่ตอนนี้เขาและก้องภพลงความเห็นกันว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ในเมื่อต่างฝ่ายต่างยังไม่มีใคร ที่สำคัญเขาแก่ตัวลงมาก ดังนั้นหากจะให้ทั้งสองลองคบหาดูใจกันก่อนคงไม่เสียหายอะไร
“โธ่..... พ่อ” หญิงสาวได้แต่ถอนใจในคำพูดของบิดา
“พ่อไม่อยากบังคับจิตใจหวาน แต่พ่อคงนอนตายตาไม่หลับ คงไม่มีหน้าไปพบแม่ของลูก”
เอเชียพลิกร่างอย่างน้อยอกน้อยใจ อันดามันได้แต่อึกอักเมื่อเห็นกิริยาอาการของคนเป็นพ่อ
“พ่อ! อย่างอนสิ แต่พ่อต้องเข้าใจหวานบ้างสิ หวานไม่คิดจะรักใครอีกแล้ว”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย แม้จะทำใจเรื่องธีรวัชรมากแค่ไหน แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่สามารถตัดใจจากเขาได้ วันเวลาเก่าๆ ความทรงจำที่เคยทำร่วมกันมันหวนกลับมาในห้วงคำนึง จนเธอสลัดมันไม่ออก
เธอยังจำได้ดีวันที่เขามาสารภาพว่าต้องแต่งงานกับคนที่มารดาหาให้ เขามาบอกเลิกเธอแบบไม่มีเยื่อใย แม้ภายนอกจะดูเข้มแข็ง แต่แท้จริงภายในจิตใจเธออ้างว้างและเจ็บปวด ดีที่มีพลอยไพลินพี่สะใภ้แสนดีและเป็นผู้หญิงคนเดียวในบ้านคอยให้กำลังใจแลได้ระบายความทุกข์ ส่วนพี่ชายของเธอ... ตามไปจัดการธีรวัชรจนน่วม เขากลับไม่โต้ตอบเลยแม้แต่น้อย มีเพียงคำขอโทษเท่านั้นที่มีฝากมาถึงเธอ
“โธ่ลูกพ่อ ลูกยังไม่ลืมไอ้ผู้ชายหลายใจคนนั้นอีกเหรอ มันหลอกลวงลูก ไม่คู่ควรกับลูกของพ่อสักนิด ลูกของพ่อเป็นคนดี ต้องเจอกับคนดีๆ พ่อรับรองว่าพี่เขาเป็นคนดีแน่นอน”
คำพูดของบิดาทำให้หญิงสาวนิ่งงันด้วยความคิดที่หนักอึ้ง
“พ่อเป็นยังไงบ้างครับ”
ก้องทวีปรีบเข้าไปหาบิดาในห้องทันทีที่ถึงบ้าน
“ก้องมาแล้วเหรอลูก”
น้ำเสียงแหบแห้งของบิดาทำให้ชายหนุ่มเคร่งเครียดยิ่งนัก
“ครับพ่อ นี่ลุงหมอบอกว่าพ่อเป็นยังไงบ้างครับนม”
ชายหนุ่มหันไปถามนมทิพย์ที่ยืนอยู่ข้างเตียงบิดา
“บอกว่าเป็นอาการเริ่มแรกของโรคหัวใจ แล้วยังมีความดันโลหิตสูงอีกน่ะค่ะคุณหนู ต้องพักผ่อน ออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ แล้วอย่าให้เครียดค่ะ นี่คุณท่านเป็นลมไปหลังจากที่เอ่อ... ทะเลาะกับคุณหนูน่ะค่ะ” คำพูดของนมทิพย์ทำให้ชายหนุ่มคิดหนัก
“เรื่องที่เราคุยกัน ไม่เป็นไรหรอกลูก พ่อคงต้องไปขอโทษแม่ของลูกบนสวรรค์ที่ไม่สามารถทำตามความต้องการก่อนตายของแม่เขาได้”
ก้องภพพยักหน้าให้ลูกชายด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย ตบหลังมือของลูกชายคนเดียวเพื่อบอกว่าไม่เป็นไร เขาไม่สบายใจที่ต้องทำเช่นนี้ แต่เมื่อเห็นลูกชายจมอยู่กับความทุกข์ ตลอดระยะเวลาที่ได้ติดต่อพูดคุยกับเอเชีย แม้จะไม่บ่อยมากนัก แต่ยังทบทวนเรื่องที่ภรรยาขอก่อนตายไม่ลืม หลังจากที่เขาออกจากชีวิตราชการ... การทำงานในกระทรวง กลับมาพักผ่อนอยู่ที่บ้านได้สักระยะหนึ่ง
“เพื่อพ่อ และความต้องการของแม่ ก็ได้ครับ แต่... ขอผมทำความรู้จักกับเขาก่อนนะครับ” ก้องทวีปบอกบิดาเมื่อตัดสินใจ
... คำพูดของลูกชายคนเดียวทำให้ก้องภพแทบกระโดดโลดเต้น แต่เก็บงำอาการสมใจไว้อย่างที่สุด นมทิพย์ที่แอบยืนลุ้นอยู่ได้แต่อมยิ้มในแผนการนั้น
“ได้สิลูก น้องเขาเป็นเด็กน่ารัก รับรองว่าลูกต้องชอบและรักน้องแน่นอน” ก้องภพบีบมือลูกชายด้วยความดีใจ
“พ่อพักผ่อนเถอะครับ ผมไม่รบกวนแล้ว”
ชายหนุ่มพูดเสียงขรึม ห่มผ้าให้บิดา แล้วขอตัวออกนอกห้องของท่าน ไหนๆ เพ็ญพิชชาทิ้งเขาไปแต่งงานกับชายอื่นแล้ว การทำตามความต้องการของบิดาเพื่อให้ท่านสบายใจเป็นสิ่งที่เขาควรทำไม่ใช่หรือ ชายหนุ่มถอนใจอีกหลายครั้ง สมองกำลังหนักอึ้ง การที่จะเปิดใจรับใครเข้ามาใหม่ในหัวใจมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“หิวชะมัดเลย”
อันดามันรีบเลี้ยวรถเข้าไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวเรือสูตรเด็ด เธอมากินเป็นประจำแต่ส่วนใหญ่จะมาตอนบ่ายเพราะคนไม่ค่อยเยอะ แต่ถ้าเที่ยงแบบนี้แทบไม่มีโต๊ะนั่ง หรือไม่ก็ฝากซื้อเพราะขี้เกียจแย่งโต๊ะกับลูกค้าคนอื่นๆ
“เหมือนเดิมค่ะ/ครับ”
อันดามันกับก้องทวีปหันไปมองคนข้างๆ ที่สั่งก๋วยเตี๋ยวด้วยคำพูดเดียวกัน แล้วต้องขมวดคิ้วหน้ายุ่ง
“คุณ/เธอ”
ทั้งสองชี้นิ้วไปยังอีกฝ่ายด้วยความตะลึง ไม่คิดว่าจะเจอกันอีก หญิงสาวสะบัดหน้าใส่ คอแข็งจนอีกฝ่ายหมั่นไส้
“เชิญนั่งก่อนนะคะ” พนักงานในร้านรีบเชิญทั้งสองเข้าไปนั่ง
“เอ่อ... วันนี้คนเยอะน่ะค่ะ โต๊ะเต็มหมดแล้ว เหลือแค่โต๊ะเดียว”
พนักงานอึกอักเมื่อเห็นลูกค้าทั้งสองกำลังฟาดฟันกันด้วยสายตาเหมือนกับโกรธกันมาร้อยปีร้อยชาติ
“ฉันมาก่อน”
“นี่เธอ ฉันมาก่อนเห็นๆ ไม่เชื่อถามน้องเขาสิ”
ก้องทวีปหันไปถามพนักงานสาว
“ฉันต่างหากมาก่อน ถามน้องเขาได้เลย”
พนักงานสาวได้แต่อ้ำอึ้งมองคนโน้นทีคนนี้ทีด้วยความอึดอัด
“ตกลงว่าพี่มาก่อนใช่ไหม”
ทั้งสองถามพร้อมกันจนพนักงานผงะ
“เอ่อ... มาพร้อมกันค่ะ”
คำตอบที่ได้ทำให้คนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ เดินไปกระแทกกายนั่งที่โต๊ะตัวเดียวกัน แล้วส่งสายตาฟาดฟันไปหาฝั่งตรงข้ามอย่างไม่มีใครยอมใคร
“ซวยจริงๆ ที่มาเจอคุณ” อันดามันพูดขึ้นลอยๆ
“ฉันต่างหากที่ต้องพูดคำนี้ คงต้องไปทำบุญทั่วประเทศที่มาเจอยัยปากกรรไกรอย่างเธอ วันก่อนซวยแล้ว วันนี้ซวยยิ่งกว่า”
ชายหนุ่มเปลี่ยนสรรพนามการเรียกเสียใหม่ ทำให้หญิงสาวต้องเปลี่ยนด้วย
“หน็อย...ไอ้หน้าปลาดุก ว่าใคร”
“ยัยหน้าปลาช่อน นั่งอยู่แค่นี้จะว่าใคร”