ตอน 1

มหานครเซี่ยงไฮ้

อาคารสูงระฟ้ามากมายผุดพรายขึ้นภายในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีท่าเรือที่มีจำนวนเรือคับคั่งที่สุดในโลก และมีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นมากที่สุดในจีน ที่ผสมผสานความเป็นเมืองเก่าและเมืองใหม่ได้อย่างลงตัว ที่เป็นทั้งศูนย์กลางการพาณิชย์และการเงินที่สำคัญ

เอกลักษณ์อันโดดเด่นของมหานครแห่งนี้นั่นก็คือหอไข่มุก (The Oriental Pearl Tower) หรือไข่มุกเอเชีย เป็นสัญลักษณ์ของนครเซี่ยงไฮ้ เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในเอเชียและสูงเป็นอันดับ 3 รองจากแคนนาดาและรัสเซีย สูง 468 เมตร ภายในหอไข่มุกเป็นปล่องลิฟท์ความเร็ว 7 เมตร/ 1 วินาที สาเหตุที่เรียกว่าหอไข่มุก เนื่องจากด้านบนหอสร้างเป็นรูปไข่มุก 3 เม็ด 3 ขนาดลดหลั่นกันไปกันในแนวตั้ง

โดยไข่มุกเม็ดที่ 1 ที่แสดงถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของนครเซี่ยงไฮ้ เม็ดที่ 2 เป็นส่วนที่ใช้เป็นสถานีรับส่งสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์ของเซี่ยงไฮ้ และเม็ดที่ 3 เป็นส่วนของร้านอาหารและโรงแรม สามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำหวงผู่ ซึ่งในเวลากลางคืนจะมีการเปิดไฟประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงาม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของนครเซี่ยงไฮ้อีกด้วย

คอนโดสูงสำหรับใช้เป็นที่พักอาศัยเรียงรายเต็มพื้นที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปภายในมหานครแห่งนี้ ผู้ที่มีรายได้สูงสามารถใช้ชีวิตอยู่กับความหรูหราและสิ่งทันสมัยล้ำยุคในปัจจุบัน ในขณะที่คนมีรายได้ปานกลางก็จะอยู่ในบ้านที่เป็นตึกสูงขนาดหลายห้องสำหรับอยู่กันเป็นครอบครัว บ้านในมหานครเซี่ยงไฮ้ราคาแพงลิบลิ่วเพราะการเจริญเติบโตของประเทศและของเมืองทำให้อสังหาริมทรัพย์สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

แสงไฟหลากสีสันมากมายส่องแสงระยิบระยับแข่งขันกับดวงดาวที่ปรากฏอยู่บนฟากฟ้าในยามราตรี แม้ดวงตะวันจะลาลับแต่ชีวิตในรัตติกาลยังคงดำรงอยู่ต่อไป ท่ามกลางอากาศที่กำลังเย็นสบายมีสายลมอ่อนๆ พาดผ่านเข้ามาภายในห้องนอนของหญิงสาวโฉมคราญวัย 22 ปี นามว่าจ้าวมี่อิง

ใบหน้าเรียวสวยขาวนวลเนียนดั่งไข่ปอก คิ้วเข้มเรียวยาวเรียงตัวได้รูป รับกับจมูกโด่งสูงขึ้นเป็นสันคมด้วยมีเชื้อสายผสมสามชาติ ด้วยเพราะคุณพ่อของเธอจ้าวอี้หลินเป็นชาวเมืองเซี่ยงไฮ้ ส่วนคุณแม่ของเธอเฉียนจินหลิงมีเชื้อสายจีนอังกฤษและตรุกี แต่ถือสัญชาติสิงค์โปร์จึงทำให้จ้าวมี่อิงกลายเป็นเด็กสาวเลือดผสมสามชาติ มีใบหน้าคม สวยเฉี่ยว ดวงตากลมโต จมูกโด่งสูงสวยกริบและมีดวงตาสีชาหวานซึ้งสวยงดงามมากเป็นลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัวของเธอ

หญิงสาวพำนักอาศัยอยู่ในคอนโดสูงระฟ้าซึ่งพ่อของเธอซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงนับตั้งแต่แต่งงานกับแม่ของหญิงสาวซึ่งเป็นชาวสิงค์โปร์ มี่อิงลืมตาดูโลกและอาศัยอยู่ในคอนโดซึ่งเป็นบ้านของเธอมาตั้งแต่เกิด ในขณะที่แม่ของเธอจากไปตั้งแต่หญิงสาวมีอายุเพียงแค่สามขวบเท่านั้น

และทำให้จ้าวอี้หลินกลายเป็นพ่อหม้ายคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจวบจนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิตด้วยโรคมะเร็งในสมอง ในขณะที่มี่อิงเรียนจบในระดับมหาวิทยาลัยพอดี เหลือเพียงลูกสาวเพียงคนเดียวที่จะต้องอยู่เผชิญชีวิตต่อไปภายในเมืองใหญ่แห่งนี้อยู่ตามเพียงลำพังเมื่อคุณพ่อของเธอจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

แม่สาวน้อยเจ้าของใบหน้างดงามน่ารักและรูปร่างขนาดกำลังพอดีไม่สูงจนเกินไปดั่งเช่นสาวจีนยุคใหม่ที่ต้องมีความสูง175 ขึ้นไป ในขณะที่มี่อิงเป็นเจ้าของส่วนสูง 167 ตัวเล็กน่าทะนุถนอม เอวบางร่างน้อยใครเห็นก็เอ็นดูนางในความน่ารักสดใสสมวัยสาวแรกแย้ม

คิ้วเข้มเรียงตัวสวยค่อยๆ ขมวดเข้าหากันราวกับว่ากำลังสงสัยอะไรบางอย่างริมฝีปากอวบอิ่มค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมาทำท่าจะหัวเราะก็ไม่ใช่จะยิ้มก็ไม่เชิง ทั้งๆ ที่กำลังหลับสนิทอยู่ในขณะนั้นด้วยเธอกำลังตกอยู่ในห้วงเวลาแห่งความฝันอยู่นั้นเอง

ในฝันของมี่อิงเธอกำลังเห็นสถานที่แห่งหนึ่ง คล้ายเป็นที่พักอาศัยขนาดใหญ่ พื้นที่ภายในกว้างขวางเต็มไปด้วยห้องมากมายและเรือนขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตรตระการตา สถาปัตยกรรมและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจะพบเห็นได้ในจีนแผ่นดินใหญ่ หากแต่มิใช่รูปแบบสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่แต่มันคือสมัยโบราณและที่พักอาศัยดังกล่าวเรียกว่าจวนนั่นเอง

ภายในพื้นที่ดังกล่าวเต็มไปด้วยผ้าแดงมงคลถูกประดับทุกที่ราวกับว่ากำลังมีงานมงคลเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ผู้คนมากมายสวมอาภรณ์หลากสีสันราวกับว่าหลุดออกมาจากซีรีสย้อนยุค พิธีแต่งงานในสมัยโบราณกำลังเริ่มขึ้นเมื่อเกี้ยวเจ้าสาวมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าจวนพร้อม

“เจ้าสาวลงจากเกี้ยว!”เสียงแม่สื่อพูดนำพิธีพร้อมประตูซึ่งทำจากผ้าแดงค่อยๆ ถูกเปิดออก

เจ้าสาวในชุดสีแดงเพลิงก้าวออกมาจากเกี้ยวท่ามกลางสายตาของผู้มาร่วมงานที่กำลังยืนชื่นชมกันอย่างถ้วนหน้า ทว่าเจ้าสาวในชุดสีแดงเพลิงช่างมีร่างกายใหญ่โตและสูงบึกบึนดั่งเช่นบุรุษเสียนี่กระไร

“แน่ใจนะว่านี่คือเจ้าสาวอย่างนั้นเหรอ! นี่มันผู้ชายชัดๆ”มี่อิงพูดออกมาทันทีครั้นเห็นเจ้าสาวตัวใหญ่มหึมาก้าวออกมาจากเกี้ยว ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือพร้อมทำท่ากรีดกรายส่งให้แม่สื่อเพื่อนำนางมาส่งเจ้าบ่าว

“โอโห่! ตัวใหญ่เหมือนกับยักษ์ขนาดนั้นยังต้องพึ่งพาคนจูงมือไปส่งเจ้าบ่าวอีกเหรอเนี่ย น่าสงสารผู้ชายที่จะมาแต่งงานด้วยจริงๆ เลย โชคร้ายอะไรขนาดนี้มีเมียตัวโตยังกับตึกแถมเหมือนผู้ชายเสียมากกว่าผู้หญิงอีกให้ตายเถอะนะ”แม่สาวน้อยยืนพึมพำพลางส่งเสียงหัวเราะอยู่ในลำคอด้วยความขบขันเป็นการใหญ่ แต่แล้วกลับต้องหยุดชะงักทันที

เมื่อแม่สื่อยื่นมือใหญ่ขนาดมหึมาของเจ้าสาวส่งมาให้เธอรับไว้พร้อมพูดบางอย่างออกมา

“ท่านแม่ทัพรับเจ้าสาวไปเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินได้แล้วเจ้าค่ะ”แม่สื่อคนดังกล่าวส่งเสียงจีบปากจีบคอบอกเธอ

สิ้นเสียงของแม่สื่อดวงตาสีชาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นมาโดยพลัน

“ห๊ะ! ว่าอะไรนะ! ใครกันเจ้าบ่าว! พูดอีกทีดิ”จ้าวมี่อิงถามกลับไปด้วยความตกใจสุดขีดครั้นได้ยินเช่นนั้น

ตอน 2

ในขณะที่ผู้คนมากมายซึ่งเดินทางมาร่วมพิธีแต่งงานอันยิ่งใหญ่ต่างพากันทำหน้าเลิกลั่กกันทุกคนเมื่อได้ยินคำกล่าวเช่นนั้นของอีกฝ่าย ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเจ้าบ่าวในพิธีมงคลวันนี้

“เหตุใดท่านแม่ทัพจึงพูดเช่นนั้น ก็ท่านนั้นแหละคือเจ้าบ่าวและนี่คือเจ้าสาวของท่าน ฮ่องเต้ประทานสมรสพระราชทานให้หลงลืมไปแล้วหรือไร อย่ามัวแต่ยืนตะลึงในความงามของเจ้าสาวอยู่เลยรีบนำเข้าไปทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินเร็วเข้าเดี๋ยวจะเลยฤกษ์ยามอันเป็นมงคล”เสียงที่ตอบกลับมาราวกับว่าล่วงรู้ทุกอย่างเป็นอย่างดีในขณะที่คนฟังถึงกับงงเป็นตาแตกครั้นได้ยินเช่นนั้น

“เฮ้ย! จะบ้าเหรอนี่ฉันเป็นผู้หญิงนะไม่ใช่ผู้ชายจะมาเป็นเจ้าบ่าวได้อย่างไงกัน! ไม่เอา!”มี่อิงโวยวายขึ้นมาทันทีพร้อมหันหลังกลับจะเดินเข้าไปภายในจวน

“เดี๋ยวก่อน!”เสียงเรียกดังกระหึ่มรั้งร่างไว้ให้รอดังอยู่ทางด้านหลัง และเสียงนั้นทำให้มี่อิงต้องหันหลังกลับมามองทันใดครั้นได้ยินเสียงของบุรุษ

ร่างสูงใหญ่มหึมาในชุดเจ้าสาวเดินตรงเข้าไปหามี่อิง ก่อนจะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าความสูงโดดเด่นช่างแตกต่างกันอย่างลิบลับเมื่อแม่สาวน้อยมีความสูงอยู่แค่หน้าอกของเจ้าสาวร่างยักษ์เท่านั้น พร้อมร่างตรงหน้าค่อยๆ ย่อกายลงจนมาหยุดอยู่ในระดับที่สามารถมองเห็นหน้าเจ้าบ่าวได้อย่างถนัด ผ้าแดงที่ปิดหน้าถูกมือใหญ่เปิดออกพร้อมเผยใบหน้าของเจ้าสาวตัวโตปรากฏออกมาให้มี่อิงได้เห็นเต็มสองตา

“นี่คือสมรสพระราชทานของข้าและท่านแม่ทัพที่ฮ่องเต้ทรงประทานให้! เราสองต้องเข้าแต่งงานกันในวันนี้จะปฏิเสธข้าอย่างนั้นเหรอ! หากท่านปฏิเสธเหตุใดจึงยอมรับพระบรมราชโองการเสียตั้งแต่คราแรก อีกทั้งยังสวมชุดแต่งงานและมายืนรอรับข้าไปเข้าพิธีด้วย”เสียงห้าวกังวานใหญ่ถามกลับไป ท่ามกลางอาการตกใจสุดขีดของหญิงสาว

จ้าวมี่อิงถึงกับยืนนิ่งอยู่กับที่ครั้นได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะรีบก้มลงสำรวจตัวเองและพบว่าบัดนี้ตัวเธอเองอยู่ในชุดแต่งงานสีแดงเพลิงของเจ้าบ่าว

“เฮ้ย! นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันขึ้น! ทำไมฉันมาสวมชุดเจ้าบ่าวแบบนี้! ฉันเป็นผู้หญิงนะจะมาเป็นเจ้าบ่าวได้อย่างไงไม่นะ!!!!!”จ้าวมี่อิงแผดเสียงโวยวายกึกก้อง

“ไม่นะ! ไม่นะ!!!!!”เสียงร้องโวยวายแผดเสียงดังก้อง

ครืดดดดดด!!! เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือพร้อมเสียงเพลงดังโครมครามอยู่บนโต๊ะข้างเตียง

พรึ่บ!!!! เปลือกตาที่ปิดสนิทพลันเปิดขึ้นทันใดพร้อมขนตางอนยาวกะพริบขึ้นลงติดต่อกัน ดวงตาสีชากวาดไปทั่วห้องนอนที่เธอกำลังนอนอยู่ในขณะนั้นก่อนจะรีบลุกพรวดพราดขึ้นมาจากเตียงนอนทันที

เฮ้อ!!! เสียงถอนหายใจดังออกมาก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างด้วยความรู้สึกโล่งใจ

“ที่แท้ก็ฝันไปนี่เอง โชคดีนะที่เป็นแค่ความฝันไม่ใช่ความจริง ขืนต้องเจอเหตุการณ์พิลึกพิลั่นเหมือนในความฝันคงจะต้องเป็นไมเกรนตายแน่ๆ ถ้าเราต้องตกอยู่ในสภาพแบบนั้น”หญิงสาวบ่นพึมพำพลางเหลือบสายตาไปยังโทรศัพท์มือถือของเธอที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบและกดปิดสัญญาณปลุกให้เงียบลง

“ตั้งเวลาตื่นตอนหกโมงเช้าเพื่อที่จะลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน แต่ทำไมนาฬิกาดันปลุกตื่นตอนตีห้าหว้า แปลกจังเลย”หญิงสาวบ่นพลางส่ายศีรษะไปมา ร่างระหงเดินตรงไปเข้าห้องนอนเพื่อทำธุระส่วนตัวเตรียมตัวเดินทางไปทำงาน

เพียงไม่นานมี่อิงในชุดฟอร์มของบริษัทสายการบินยักษ์ใหญ่ของจีน ซึ่งสายการบินนี้ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของจีน โดยรัฐบาลจีนเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถึง 61.64% เครื่องแบบพนักงานต้อนรับของสายการบินดังกล่าวดูเรียบเก๋ และทะมัดทะแมง โดยเฉพาะชุดสูทสีเข้มที่คาดเข็มขัดสีแดงสด รับกับผ้าพันคอลายดอกไม้สีแดงบนผืนผ้าไหมสีกรมท่า พันรอบคอผูกปล่อยชายด้านข้างสวมหมวกสีกรมเข้มทำให้เปรี้ยวสะดุดตา ยิ่งเมื่อมาอยู่บนเรือนร่างกลมกลึงของจ้าวมี่อิงด้วยแล้ว คำว่านางฟ้าเหมาะสมกับเธออย่างยิ่งยวด

“อือหือ! อิงอิงหนออิงอิงเธอเองก็สวยไม่เบาเลยนะเนี่ย นางฟ้าชัดๆ”หญิงสาวพูดอวยให้ตัวเองด้วยความภาคภูมิใจกับความสวยของเธอที่แม่และพ่อให้มา

ร่างอรชรหันกลับไปคว้ากระเป๋าเดินทางสีดำซึ่งบรรจุข้าวเครื่องใช้ส่วนตัวของเธอสำหรับการขึ้นบินแต่ละครั้ง และวันนี้ถือได้ว่าเป็นการขึ้นบินอย่างเป็นทางการครั้งแรกของมี่อิงหลังจากฝึกอบรมมานานกว่าสามเดือนด้วยคะแนนสูงสุดและความสามารถทางการใช้ภาษาต่างประเทศซึ่งเธอสามารถพูดได้ถึง 5 ภาษาด้วยกัน

โดยหญิงสาวจะต้องเริ่มปฏิบัติงานในเที่ยวบินไฟท์ภายในประเทศไปตามเมืองและมณฑลต่างๆ ของจีนจนครบทุกท่าอากาศยานเป็นเวลาหกเดือนหลังจากนั้นจึงจะได้บรรจุเข้าปฏิบัติงานในเที่ยวบินระหว่างประเทศในระดับนานาชาติเป็นไปตามข้อกำหนดของสายการบินที่คัดพนักงานที่มีความสามารถทุกด้านซึ่งได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีภายใต้สถานการณ์ที่หลากหลาย

หญิงสาวลากกระเป๋าเดินทางออกจากห้องนอนก่อนจะไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าแท่นบูชา ซึ่งมีรูปพ่อและแม่ของเธอที่เสียชีวิตไปหมดแล้วตั้งอยู่

“ปะป๋า!มะม้า! วันนี้อิงอิงสวยไหม ตอนนี้หนูได้บรรจุเป็นแอร์โฮสเตสของสายการบินใหญ่ที่สุดของประเทศแล้วนะ ได้เงินเดือนบรรจุครั้งแรกตั้งสองหมื่นหยวนแหนะ ยังไม่รวมค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าไฟท์บินแต่ละเที่ยวด้วยนะ ปะป๋ามะม้าไม่ต้องห่วงอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้อิงอิงมีงานประจำที่ดีและมั่นคงมีรายได้สูงมากๆ ที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้แล้ว ไม่ต้องห่วงอีกต่อไป รักปะป๋ามะม้ามากนะคะอีกสองอาทิตย์เจอกัน... บายบาย”

สาวน้อยคนงามพูดพลางส่งจูบไปให้ภาพถ่ายพ่อและแม่ก่อนจะก้าวออกจากห้องพักของเธอมุ่งหน้าไปสู่ท่าอากาศยานเซี่ยงไฮ้ผู่ตงเพื่อเริ่มทำงานในอาชีพแอร์โฮสเตสเป็นครั้งแรก

ตอน 3

2 สัปดาห์ผ่านไป

มณฑลส่านซี ณ.เมืองซีอาน

ซีอาน เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน และเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของโลกเมืองหนึ่ง มีความหมายว่า ความสงบสุขทางตะวันตก เป็นเมืองหลวงของมณฑลส่านซี ในประเทศจีน และเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์จีน ในอดีตซีอานได้เป็นเมืองหลวงของ 13 ราชวงศ์รวมทั้ง โจว ชิน ฮั่น และ ถัง

ซีอานยังเป็นเมืองปลายทางของเส้นทางสายไหม ซีอานมีประวัติอันยาวนานมากกว่า 3,100 ปี โดยชื่อเดิมว่า ฉางอาน ซึ่งมีความหมายว่า "ความสงบสุขชั่วนิรันดร์" ซีอานเป็นเป็นเมืองที่เจริญและใหญ่ที่สุดในส่วนตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน และเป็น 1 ใน 10 เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

ภายในโรงแรมขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองหลวงซีอาน ใกล้สนามบินนานาชาติซีอาน-เสียนหยาง ร่างของมี่อิงนอนหงายเหยียดยาวอยู่บนเตียงนอนของโรงแรม อากาศในเดือนสิงหาคมของเมืองซีอาน เป็นช่วงฤดูร้อนที่มีระยะเวลา 3.7 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม ถึงวันที่ 9 กันยายน และอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยรายวันสูงกว่า 26°C วันที่ที่มีอากาศร้อนที่สุดของปีคือเดือนกรกฎาคม โดยมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยเท่ากับ 32°C และต่ำสุดเฉลี่ยเท่ากับ 23°C

ภายในห้องพักของโรงแรมของหญิงสาวเปิดเครื่องปรับอากาศที่มีความเย็นอยู่ที่ 18 องศา ทั่วห้องเย็นสบายจนทำให้คนงามซึ่งเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดระยะเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมาหลับสนิทชนิดที่เรียกว่านอนยาวตั้งแต่หกโมงเช้าจนเกือบถึงหกโมงเย็นเลยทีเดียว

ใบหน้าสวยของจ้าวมี่อิงกำลังปรากฏรอยยิ้มออกมาบางๆ เมื่อเธอกำลังตกอยู่ในห้วงเวลาแห่งความฝัน ในฝันนั้นเธอกำลังนอนอยู่ภายในห้องหอ เทียนคู่หงส์มังกรส่องสว่างไปทั่วทุกมุมห้อง มี่อิงหรี่ตาพลางลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนหลังใหญ่ ใบหน้าเรียวงามก้มลงมองร่างกายของตนเอง

หญิงสาวสวมใส่ชุดเจ้าสาวสีแดงที่ตัดเย็บได้อย่างประณีตและงดงามยิ่งนัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่เปิดประตูก้าวเข้ามาภายในห้อง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นเจ้าบ่าว

‘นี่เรากำลังฝันอยู่ใช่ไหม’ หญิงสาวถามกับตัวเอง

ร่างสูงใหญ่กำยำใบหน้าหล่อเหลาก้าวเดินเข้ามาหาช้าๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่โต๊ะที่มีสุรามงคลวางตั้งอยู่ มือเรียวใหญ่ยกแก้วสุราขึ้นมาทั้งสองมือ หันกลับมาแล้วเดินมานั่งลงข้างๆ เจ้าสาว มี่อิงมองทุกท่วงท่ากิริยาของชายหนุ่มราวกับต้องมนตร์ ดวงตาหวานซึ้งจับจ้องมองชายหนุ่มอย่างไม่วางตาจนกระทั่งเสียงของอีกฝ่ายดังขึ้น

“สุรามงคลของเราสอง” เสียงทุ้มนุ่มนวลเอ่ยขึ้นและมันบ่งบอกถึงความปรารถนาอย่างไม่ปิดบังพร้อมกับยื่นจอกสุรามาให้แก่เธอ

มี่อิงยื่นมือออกไปรับสุรามงคลที่อีกฝ่ายส่งมาให้ พร้อมกับคล้องแขนสลับไขว้แขนกันเพื่อดื่มมันเข้าไป ใบหน้าหญิงสาวแดงก่ำด้วยความเขินอาย ในใจพร่ำถามตัวเองไม่หยุด ‘ดื่มสุราแล้วก็ต้องทำเรื่องอย่างว่าใช่ไหมๆ’

แขนเรียวค่อยๆ คลายออกจากวงแขนแข็งแกร่งช้าๆ ใบหน้างามยังคงก้มงุดไม่กล้าเงยมองอีกฝ่าย ก่อนที่จอกสุราในมือเรียวจะถูกชายหนุ่มดึงมันออกไปจากมือเบาๆ มี่อิงเงยหน้าขึ้นมองโดยอัตโนมัติ ดวงตาหวานซึ้งสบเข้ากับดวงตาคมกล้าที่จ้องมองมาอยู่ก่อนแล้ว อิงอิงถึงกับสะเทิ้นอาย เพราะสายตาที่มองมามันช่างร้อนแรง แสดงออกถึงความรักใคร่ หลงใหลและหวงแหนอย่างไม่ปิดบัง แก้มนวลเห่อร้อนแดงปลั่งขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าแดงปลั่ง ริมฝีปากยกยิ้มนิดๆ มือเรียวใหญ่ยกขึ้นลูบไล้สัมผัสแก้มนวลที่แดงปลั่งอย่างชอบใจ หัวใจของมี่อิงเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ กับสัมผัสของอีกฝ่าย อยากจะผละถอยห่างหนีจากแต่ก็ถูกอ้อมแขนแข็งแกร่งกอดกระชับรัดรอบเอวคอดกิ่วเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวแน่น ก่อนที่มือที่ลูบไล้แก้มนวลอยู่ก่อนหน้านั้นจะเปลี่ยนมาเป็นกดรั้งท้ายทอยของหญิงสาวให้อยู่นิ่งพร้อมกับก้มหน้าลงมาประทับริมฝีปากแทน

อื้อ! ใบหน้าหญิงสาวแดงก่ำไปหมด อยากผลักไสให้อีกฝ่ายออกห่างแต่ก็ทำไม่ได้ ชายหนุ่มประกบปากแนบสนิท รุกไล่จู่โจมอย่างเอาแต่ใจ จุมพิตแสนเนิ่นนานจนหญิงสาวหายใจไม่ออก มือเรียวเกาะกุมไหล่หนาเอาไว้เพื่อใช้พยุงตัวไว้

ร่างสูงใหญ่โถมกายเข้าหาร่างงามระหงแล้วผลักให้เอนนอนลงบนเตียงโดยที่ริมฝีปากยังคงระดมจูบมาอย่างต่อเนื่อง มือเรียวใหญ่ลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างงามอย่างเอาแต่ใจ ก่อนจะค่อยๆ ปลดเปลื้องชุดเจ้าสาวออกให้พ้นกายจนร่างงามเปลือยเปล่าไร้ซึ่งอาภรณ์ใดปกปิด มือเรียวใหญ่ยังคงลูบไล้ต้นขานุ่มเนียนสัมผัสร่างกายของหญิงสาวไปเรื่อยๆ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งสัมผัสไปที่เนินเนื้ออวบอูมของหญิงสาว เคล้นคลึงอย่างเบามือโดยมีมือเรียวสวยของอิงอิงคอยจับและพยายามผลักออกไม่ให้นิ้วแกร่งชำแรกแทรกผ่านเข้าไปข้างในได้

ในตอนที่ริมฝีปากของคนทั้งคู่ผละออกจากกัน ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่แดงก่ำและมีน้ำตาเอ่อคลอตรงหางตา ซึ่งนั่นล้วนเกิดจากการกระทำของชายหนุ่มทั้งสิ้น ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะก้มลงมากระซิบแผ่วที่ใบหูขาวสะอาดเบาๆ ว่า

“ไม่ต้องกลัว” พูดจบมือข้างที่กอดรัดเอวบางไว้อยู่นั้นก็ถูกกอดรัดให้แน่นขึ้นไปอีก พร้อมกับริมฝีปากที่ประกบปิดลงมาอีกครั้งโดยไม่รอฟังว่าหญิงสาวจะพูดอะไรออกมาทั้งสิ้น ส่วนอีกมือก็ยังคงทำหน้าที่เคล้นคลึงลูบวนที่เนินเนื้ออวบอูมด้วยปลายนิ้วอย่างเบามือ ก่อนจะชำแรกแทรกผ่านเข้าไปภายในได้ในเวลาต่อมา

นิ้วแกร่งค่อยๆ คลึงเคล้าสลับกับบดขยี้ลงน้ำหนักมือจนร่างงามระหงสั่นสะท้านและหดเกร็งไปทั้งตัว เส้นสีเงินยวงยืดยาวออกมาจากริมฝีปากของคนทั้งคู่ในวินาทีที่แยกออกจากกัน กว่าชายหนุ่มจะยอมผละริมฝีปากออกได้มี่อิงก็แทบจะหมดลมหายใจ

อะ...อา! มี่อิงร้องครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ใจเต้นโครมคราม เนื้อตัวสั่นระริกเมื่อชายหนุ่มจงใจขยับนิ้วเข้าออกกระตุ้นหยอกเย้าตรงส่วนไวสัมผัสที่สุดของหญิงสาว มี่อิงรีบเบือนหน้าหลบด้วยความอาย แต่อีกฝ่ายกลับก้มลงมาจุมพิตเข้าที่ซอกคอแล้วลากไล้ริมฝีปากถูไถไปมาโดยที่นิ้วใหญ่ยังขยับว่องไวไม่ยอมหยุดสร้างความกระสันอยากให้กับหญิงสาวเป็นยิ่งนัก ใบหน้างามแดงก่ำ มือเรียวค่อยๆ ยกขึ้นโอบรอบคอของชายหนุ่มแล้วสบใบหน้าลงกับไหล่กว้างพร้อมกับแยกขาออกให้กว้างขึ้นอีกอย่างลืมตัว

อืม...อา... เสียงครวญครางดังขึ้นเมื่อนิ้วเรียวใหญ่ของชายหนุ่มเริ่มขยับเร่งจังหวะถูไถเข้าออกจากเนิบช้าเปลี่ยนให้มันเร็วขึ้นมากว่าเดิมหลายเท่า น้ำหวานหลั่งไหลออกมาจนเอ่อล้นกลีบกุหลาบแสนสวย

ร่างกายมี่อิงร้อนผ่าวไปทั้งตัว สะโพกสวยแอ่นลอยขึ้นสูงตามแรงขยับเข้าออกของเรียวนิ้วใหญ่ ริมฝีปากถูกขบกัดกลั้นเสียงครางเอาไว้อย่างเต็มที่ สมองเริ่มเบลอพอๆ กับอารมณ์ข้างในที่ใกล้จะล้นทะลักออกมาในอีกไม่ช้า

อะ...อ๊ะ...อื๊อออ...อ๊า! มี่อิงเนื้อตัวสั่นสะท้านพร้อมกับร้องครางออกมา ช่องทางอ่อนนุ่มขมิบตอดตุบๆ ที่บีบรัดนิ้วเรียวใหญ่ของเขาเอาไว้อย่างแสนร้ายกาจ น้ำหวานหลั่งรินออกมาอย่างไม่อาจบังคับร่างกายเอาไว้ได้ ทำให้เส้นความอดกลั้นของชายหนุ่มแทบขาดสะบั้นลง

หากเปลี่ยนเป็นแกนกายของเขาแทนที่กำลังถูกบีบรัดแทนนิ้วมันจะสุดแสนวิเศษสักเพียงไหนกัน และเมื่อสัมผัสได้ถึงความพร้อมในร่างกายของหญิงสาวแล้ว ร่างสูงใหญ่จึงผละลุกขึ้นเพื่อเปลื้องอาภรณ์ของตัวเองออกในทันที

ร่างสูงใหญ่เปลือยเปล่าของชายหนุ่มที่ปรากฏต่อหน้าทำให้มี่อิงมองจ้องตาค้าง เพราะมันเต็มไปด้วยกล้ามเป็นมัดๆ แผงอกกว้างที่แสนจะบึกบึน ไหนจะกล้ามหน้าท้องที่เป็นลอนสวยช่างจัดวางได้อย่างเหมาะเจาะแบบไม่ขาดไม่เกินเสียนี่กระไร

ดวงตาคู่งามที่ฉ่ำปรือมองร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่มอย่างสำรวจ ก่อนที่หัวใจดวงน้อยแทบจะหยุดเต้นไปในทันที เมื่อสายตาซุกซนเลื่อนต่ำลงไปปะทะเข้ากับเจ้าสิ่งที่อยู่กลางหว่างขาของชายหนุ่ม มี่อิงถอยหนีอย่างหวาดกลัว แต่ร่างสูงใหญ่กลับขึ้นมาทาบทับตัวเธอเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้ พร้อมกับมอบจุมพิตแสนวาบหวามให้อีกเพื่อให้หญิงสาวได้ผ่อนคลายจากอาการตื่นกลัว

“ข้าจะอ่อนโยนต่อเจ้า เราจะมีความสุขด้วยกัน” ชายหนุ่มก้มลงกระซิบเสียงพร่าที่ข้างใบหู

เจ้าบ่าวสุดหล่อถูไถจมูกโด่งคมสันไปตามซอกหูไล้เล็มไปทั่วก่อนจะมาจบลงที่ริมฝีปากอิ่มเบาๆ อย่างหลงใหล มือใหญ่บีบเคล้นคลึงอกอวบหยุ่นสู้มือไม่ยอมหยุดจนมันเปลี่ยนเป็นสีชมพูเข้มด้วยฝีมือของเขา

ปลายลิ้นร้อนจัดเข้าครอบดูดดึงยอดอกอวบอิ่มเข้าไว้ในปาก ดูดเลียอยู่ซ้ำๆ ราวกับว่าจะมีน้ำนมไหลออกมาได้ หญิงสาวใบหน้าแดงก่ำ กัดปากข่มกลั้นเสียงครางเอาไว้ด้วยความอาย ความรู้สึกซาบซ่านวาบหวิวจนนางแทบอดกลั้นความกระสันอยากเอาไว้ไม่ได้

เพียงไม่นานทั่วร่างงามก็ปรากฏรอยจ้ำสีกุหลาบไปทั่ว ดวงตาชายหนุ่มเข้มจัดด้วยแรงอารมณ์ปรารถนา ชายหนุ่มช้อนเรียวขาหนึ่งของอิงอิงขึ้นพาดบ่า นำพาแกนกายใหญ่โตเกินมาตรฐานกว่าปกติค่อยๆ ขยับเคลื่อนเข้าไปภายในช่องทางที่คับแคบของหญิงสาวไปอย่างช้าๆ ชายหนุ่มไม่ต้องการให้หญิงสาวเจ็บมากจนเกินไปเพราะเขารู้ดีว่าอาวุธของตัวเองนั้นมันใหญ่เกินที่หญิงสาวจะรับไหวในครั้งแรกแบบนี้

“เจ็บ!...เจ็บ!” มี่อิงร้องบอกออกมาด้วยความเจ็บ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED