ภาพปกนิยาย อดีตรักซุปตาร์

อดีตรักซุปตาร์

8.0 / 10.0
มาร์ติน คลาร์ก ซูเปอร์สตาร์หนุ่มทายาทหมื่นล้านผู้มั่นคงในรัก ยังคงเฝ้าตามหาคนรักที่จากไปพร้อมเลือดเนื้อเชื้อไขโดยไร้คำร่ำลา แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด เขาก็ไม่เคยเปิดใจให้ใครและหวังเพียงจะได้พบหน้าเธออีกครั้ง ด้านกัลย์กมล อดีตนักเรียนทุนที่เคยมีช่วงเวลาแสนหวานกับมาร์ตินที่อเมริกา ปัจจุบันกลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเจ้าของคาเฟ่ที่ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้ ‘น้องมาร์ช’ ลูกชายวัยสามขวบผู้มีใบหน้าถอดแบบมาจากพ่ออย่างไม่ผิดเพี้ยน เธอพยายามหลบซ่อนตัวจากเขาด้วยเหตุผลบางอย่างที่เก็บงำไว้ในใจ โดยได้รับความช่วยเหลือจากคนใกล้ตัวของมาร์ตินเอง ท่ามกลางความสงสัยในสาเหตุของการเลิกราทั้งที่เคยรักกันมาก โชคชะตากำลังจะหมุนวนให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ว่าความผูกพันที่เคยขาดสะบั้นจะสามารถต่อติดได้หรือไม่ในวันที่ความลับเริ่มถูกเปิดเผย

อดีตรักซุปตาร์ ตอนที่ 1

ชายแปลกหน้า

แก้ม กัลย์กมล กิจวณิชกุล อายุ 23 ปี สาวน้อยร่างบางพ่วงตำแหน่งคุณแม่ลูกหนึ่งเจ้าของร้านกาแฟเล็กๆข้างบริษัทส่งออกอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เป็นบริษัทส่งออกอุปกรณ์ทางการแพทย์อันดับต้นๆ ของประเทศ แก้มกลับมาเปิดร้านกาแฟหลังจากเรียนจบจากสหรัฐอเมริกาได้ 1 ปี ซึ่งเธอใช้เวลาเรียนทั้งหมด 3 ปี และในขณะเดียวกันเธอก็ทำงานและเลี้ยงลูกชายตัวน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน

ซึ่งเกิดจากชายคนรักที่เป็นรักแรกและรักเดียวของเธอเมื่อครั้งเธอไปเป็นนักเรียนทุกเมื่อ4ปีที่แล้ว ถือว่าเป็นเวลาที่หนักหน่วงมากที่สุดสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวในต่างแดนแบบเธอแต่ก็ยังดีที่มีเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือเธอตลอดซึ่งคนที่ช่วยเธอก็เป็นน้องชายของอดีตคนรักของเธอแต่ก็ต้องแลกเปลี่ยนกับที่เธอต้องบอกความจริงและเหตุผลถึงแม้แม้จะเป็นเหตุผลที่ฟังดูแล้วเห็นแก่ตัวก็ตาม ที่เลือกเดินออกมาจากชีวิตพี่ชายของเพื่อนชายคนนี้ ถึงแม้ในตอนแรกเพื่อนชายคนนี้จะมีท่าทีคัดค้านอยู่บ้างแต่สุดท้ายก็ยอมช่วยซึ่งเรื่องที่เธอท้องจะมีเพียงแค่ครอบครัวเธอและพ่อแม่เพื่อนสนิทของเธอเท่านั้นที่รู้ เธอก็ต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนเพื่อไม่ให้ชายคนรักรู้ว่าเธออยู่ไหนโดยได้รับความช่วยเหลือจากพ่อแม่ของอดีตคนรัก และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักเพราะเธอยังต้องเรียนอยู่ที่เดิมและอาศัยอยู่ใกล้มหาลัยที่เธอเรียนและที่ทำงานที่เธอทำงานช่วงเลิกเรียนและวันหยุดเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปเรียนและทำงานแต่เพราะเอมีพ่อแม่ของชายหนุ่มคอยให้ความช่วยเหลือจึงทำให้เขาหาเธอไม่เจอ

มันไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่ท่านทั้งสองต้องช่วยคนที่ทิ้งลูกชายพวกท่านเพราะเหตุผลที่ฟังแล้วเห็นแก่ตัว แต่ที่ท่านช่วยอาจจะเพราะในท้องคือหลานของท่านในตอนแรกที่เพราะพาไปที่บ้านเพื่อบอกว่าเอท้องก็แอบกลัวว่าจะโดยท่านดุด่าที่เลือกตัดสินใจแบบนี้แต่สุแล้วท่านทั้งสองก็เลิกที่จะเคารพการตัดสินใจของเธอ และคอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆโดยไม่ให้อดีตคนรักของเธอรู้

4 ที่แล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกา

“สวัสดีค่ะ เอ้ย!! Hello” ร่างบางเดินเข้าไปทักชายแปลกหน้าที่ยืนเหม่อลอยราวกับคนที่ตกอยู่ในห้วงความคิดดังคนถูกมนต์สะกด เพื่อจะถามทางแต่กลับหลุดพูดภาษาไทยออกไปด้วยความเคยชินจึงรีบเปลี่ยนภาษาใหม่

“เอ่อ สวัสดีครับ” ร่างสูงที่ยืนตกตะลึงกับความน่ารักเป็นธรรมชาติบนใบหน้าของร่างบางตรงหน้าที่ไม่ได้ถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางสีฉูดฉาดแต่กลับมีใบหน้าที่ขาวนวล แก้มใสแดงระเรื่อของเลือดฝาดทำให้ดูน่ามอง ก่อนจะหลุดจากภวังค์เมื่อเสียงหวานทักขึ้นก่อนจะทักทายร่างบางกลับไปเป็นภาษาไทยเช่นกันพร้อมกับส่งยิ้มที่หาดูได้ยากส่งไปให้เธอ

“อะ..อ้าว แก้ม เอ้ย ฉันนึกว่าคุณเป็น...” ร่างบางที่เกือบหลุดสรรพนามที่ใช้เรียกแทนตัวเองเวลาอยู่กับเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัวออกไปกับชายแปลกหน้า

“เป็นอะไรครับ คุณคิดว่าผมเป็นอะไรครับ อย่าตัดสินคนที่ภายนอกสิครับ” ร่างสูงถามกลับพูดน้ำเสียงหยอกเย้ายียวน แต่ก็ยังคงเรียบนิ่งตามนิสัยของตนพร้อมยิ้มให้กับท่าทางน่ารักของร่างบางตรงหน้าที่ดูจะเหวอเมื่อเขาพูดขึ้นเป็นภาษาไทย

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะคะ หน้าคุณไม่เหมือนคนไทยหรือคนเอเชียสักนิด มองจากทางเข้าสนามบินยังรู้เลยว่าไม่ใช่คนไทย” ร่างบางตอบกลับตามความคิดของตัวเองในครั้งแรกที่ได้พบชายแปลกหน้า แต่ประโยคหลังเธอเพียงแค่พูดเบากับตัวเองเท่านั้นแต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เธอพูดกับตัวเองนั้นคนตรงหน้าเธอนั้นได้ยินชัดเจนทุกคำเช่นกัน

“ผมเป็นลูกครึ่ง แม่เป็นคนไทยสอนพูดตั้งแต่เด็กเลยพูดได้ ว่าแต่คุณมีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ เหมือนคุณกำลังต้องการความ ช่วยเหลือนะครับ” ร่างสูงไขข้อสงสัยให้สาวน้อยน่ารักตรงหน้าได้รู้ว่าทำไมเขาถึงพูดภาษาไทยได้ก่อนจะถามเหตุผลที่เธอเดินเข้ามาทักเขา แต่ก็มิวายหลุดขำออกมาเมื่อได้ยินสาวน้อยตรงหน้าพึมพำกับตัวเองโดยที่ไม่ทันไห้เธอได้สังเกตได้ว่าเขาได้ยินที่เอพูดกับตัวเอง

“เอ่อ คือฉันจะถามคุณว่าที่พัก......จากสนามบินต้องไปยังไงคะ คือฉันพึ่งเคยมาเป็นครั้งแรกไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน” ร่างบางพึมพากับตัวเองเสร็จจึงหันมาสนใจคำถามของชายตรงหน้าและตอบคำถามเขา

“อืม คุณเดินตรงไปนะมันจะมีประตูทางออก ตรงนั้นจะมีแท็กซี่จอดคอยรับคนอยู่คุณก็บอกที่ที่คุณจะไปกับคนขับ ไม่ไกลหรอก” ร่างสูงอธิบายเส้นทางตามที่ร่างบางถามแต่สายตาก็ไม่ละจากการมองใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มไม่หยุดจนอธิบายเสร็จเส้นทางที่เธอต้องไปเรียบร้อยก็ยัคงไม่ละสายตาจากเธอเช่นเดิม

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยบอกทาง งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” ร่างบางเอ่ยขอบคุณที่ร่างสูงบอกทางไปที่พักให้เธอและยิ้มหวานจนตาหยีส่งไปให้ร่างสูงหนึ่งทีและเดินจากไปตามทางที่ร่างสูงอธิบายให้เธอฟังเมื่อครู่

หลังจากที่ร่างบางเดินจากไปสายตาของร่างสูงก็เอาแต่มองตามร่างบางไปจนสุดสายตา จนแทบจะลืมธุระที่ทำให้เขาต้องมาที่สนาม ซึ่งการมาครั้งนี้ทำให้เขาได้เจอกับสาวน้อยน่ารักที่ทำให้หัวใจแกร่งเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะเอาแต่นึกถึงใบหน้าของร่างบางที่เพียงแค่เดินเข้ามาถามทาง เขาว่าเขาต้องขอบคุณเจ้าน้องชายตัวแสบที่ไหว้วานให้เขาเป็นธุระมารับที่สนามบินวันนี้เสียแล้ว จากคนที่ไม่เคยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตแต่ตอนนี้เขาเริ่มจะเชื่อแล้วสิว่าพรหมลิขิตมีอยู่จริง เพราะเขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนต่อจะให้มีใครเข้าหาเขาหรือยั่วยวนมากแค่ไหนเขาก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครสักคน เธอคนนี้ทำอะไรกับเขากันแน่นะและเขาเชื่อเธอและเขาจะต้องได้เจอกันอีกแน่

“Hey!! Bro ได้ยินไหมเนี้ย” มิกซ์น้องชายคนเล็กเดินตรงเข้ามาทักพี่ชายหลังจากเดินออกมาจากเกรดแต่เรียกเท่าไหร่พี่ชายเขาก็ไม่หันเอาแต่มองไปที่ประตูทางออกมิกซ์จึงทักซ้ำอีกครั้งเพื่อเรียกสติพี่ชายสุดที่รักที่กำลังหลุดลอยไม่ถึงดาวอังคารให้กลับมา และก็ได้แต่คิดว่าพี่ชายของเขากำลังมองอะไรอยู่และอะไรที่สามารถดึงดูดความสนใจพี่ชายของเขาได้ขนาดนี้จนอดที่จะมองตามไม่ได้แต่พอมองไปตามระยะสายที่พี่ชายก็ไม่เห็นจะมีอะไรให้น่าสนใจสักนิด

“Bro!! พี่มาร์ติน ได้ยินผมไหมเนี้ย ยืนเหม่ออะไรของพี่ว่ะ Hey!!!” ปากก็เรียกพี่ชายมือก็สะกิดแขนพี่ให้รู้สึกตัว มองอะไรของเขานักหนา หรือว่าพี่เขาทำงานหนักจนเบลอนะ แด๊ดต้องใช้งานพี่เขาหนักแน่ๆ

“หะ..ห๊ะ อื่ม มานานหรือยัง” ร่างสูงหลุดออกจากภวังค์เมื่อโดนน้องชายสะกิดที่แขนก่อนจะหันไปถาม

“เห้อ ผมมาตั้งนานแล้วเถอะ เรียกพี่ตั้งนานก็ไม่หัน ยืนเหม่ออยู่นั้นแหละ” มิกซ์ได้ทีก็บ่นร่างสูงที่มัวแต่มองไปที่ประตูทางออกจนไม่รู้ว่าน้องตัวเองมาถึงตั้งนานแล้ว อาการหนักแล้วพี่ชายเขา

“พูดมาก” ร่างสูงตอบกลับสั้นๆ ตามนิสัยของตัวเองที่เป็นคนพูดน้อยหรือบางครั้งแทบจะไม่พูดเลยด้วยซ้ำถ้าไม่จำเป็นบวกกับน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ตนมักใช้ประจำ

“ชิ เย็นชาจังนะกับน้องเนี้ย ทีเมื่อกี้เห็นนะว่ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนคนบ้าอยู่คนเดียว” มิกซ์พูดประชดประชันอย่างไม่ได้จริงจังนักที่โดนพี่เย็นชาใส่ตามนิสัยขี้เล่นของตนเพราะตั้งแต่จำความได้พี่ชายเขาก็พูดแบบนี้อยู่แต่ก็จะมีกับแม่ของพวกเขาเท่านั้นแหละที่พี่จะพูดอ่อนโยนด้วย

“เสือก” ร่างสูงพูดจบก็เดินนำออกไปด้านนอกเพื่อที่จะกลับบ้านโดยไม่รอน้องชาย

“โห อะไรว่ะ แซวแค่นี้ทำเป็นด่าแก้เขิน เฮ้ย รอด้วยดิ ให้มารับจะมาทิ้งกันแบบนี้ได้ไง” มิกซ์บ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะรีบลากกระเป๋าวิ่งตามพี่ชายตัวเองออกไป หากช้ามีหวังได้กลับเองเป็นแน่พี่ชายเขาที่ยิ่งไม่ค่อยสนใจใครเท่าไหร่นัก

“แกจะให้ฉันไปส่งที่ไหน บ้านหรือคอนโด”ชายหนุ่มเอ่ยถามน้องชายหลังจากขึ้นรถมาแล้ว

“คอนโดก็ได้พี่ พรุ่งนี้มีเรียน เห็นว่าจะมีเด็กทุนด้วยมั้ง น่าจะเป็นคนไทยด้วยนะ”มิกซ์ตอบคำถามพี่ชายแต่ก็มิวายพูดนอกเรื่องที่ถาม

“อืม”ชายหนุ่มตอบอย่าไม่ได้สนใจมากนัก

“ชิ เย็นชาชะมัดเลยพี่ใครว่ะ”มิกซ์ได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเองกับความเย็นชาของพี่ชายที่ไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบข้างมากนักนอกจากงานแล้วเขาเองก็ยังนึกไม่ออกว่าอะไรที่จะความสนใจจากพี่ชายเขาได้

หลังจากที่บทสนทนาจบลงภายในรถก็เงียบสนิทไร้เสียงสองหนุ่มพูดคุยกับจะมีแต่เสียงของเครื่องปรับอากาศภายในรถเท่านั้นที่ดังออกมาให้ได้ยิน รถสปอตคันหรูขับไปตามท้องถนนเพื่อไป จุดหมายปลายทางนั้นก็คือคอนโดของน้องชายซึ่งก็เป็นคอนโดเดียวกับที่ร่างสูงนั้นอยู่ซึ่งคอนโดแห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เป็นของที่บ้านร่างสูงเป็นเจ้าของอยู่และชายหนุ่มก็เป็นคนดูแลธุรกิจนี้เช่นกัน เนื่องจากธุรกิจที่บ้านของเขามีหลายอย่างแด๊ดจึงแบ่งให้ลูกๆช่วยกันดูแลตามความถนัดของตน

“ลงไปได้แล้ว ฉันจะไปทำงานต่อ”เมื่อรถจอดสนิทชายหนุ่มก็เอ่ยปากบอกแต่จะไปในเชิงบังคับเสียมากกว่า

“อะไรกันครับ มาถึงก็ไล่กันเลยนะ”มิกซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็โวยวายขึ้นแบบไม่ได้จริงจังมากนักเพียงแค่ต้องการกวนประสาทพี่ชายให้โมโหเล่นก็เท่านั้น

“จะลงไปดีๆ หรือจะเข้าบริษัทกับฉัน”ชายหนุ่มพูดขู่น้องชายเพราะรู้ดีว่าเจ้าน้องชายตัวแสบไม่ค่อยชอบงานบริหารสักเท่าไหร่ให้เข้าไปช่วยงานแต่ละที่ก็ต้องมีข้อแลกเปรียน

“อะๆ ผมลงก็ได้ ไม่เห็นต้องมองด้วยสายตาเหมือนจะกินหัวกันขนาดนั้นเลย”มิกซ์ยอมลงจากรถแต่โดยดีเพราะขู่ของพี่ชายนั้นช่างน่ากลัวไม่น้อยเลยทีเดียว

ปัง!!!

หลังจากที่น้องชายตัวแสบลงจากรถไปชายหนุ่มจึงขับรถมุ่งหน้าไปที่บริษัททันที่ซึ่งก็อยู่ไม่ใกลจากคอนโดที่ตนพักมากนัก เพราะก่อนหน้าที่เขาจะออกไปรับน้องชายเขามีงานที่ต้องจัดการค้างไว้ยังทำไม่เสร็จ แต่เพราะกลัวน้องรอนานเขาจึงเลือกที่จะออกมารับน้องชายก่อน แต่ใครจะไปรู้ว่าการที่เขาไปรับน้องชายที่สนามบินครั้งนี้จะทำให้เขาได้รู้จักคำว่าพรหมลิขิตเป็นยังไง และไม่ว่าเธอจะอยู่มุมไหนของประเทศเขาก็จะถามหาเอให้เจอให้ได้ ไม่ยากเกินความสามารถเขาหรอกแค่ตามหาผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียว เธอจะมาทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะแล้วหนีไปแบบนี้ได้อย่างไร

แล้วเราจะได้เจอกันอีกแน่ แก้ม......

อ่านต่อ

สารบัญของ อดีตรักซุปตาร์

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้จะรู้ดีว่าในใจของเขามีเพียงคนรักเก่าที่อยู่ต่างประเทศ จนกระทั่งฝ่ายนั้นตั้งครรภ์เธอก็ยังเลือกที่จะขอเขาแต่งงาน ทว่าในวันที่ต้องจดทะเบียนสมรส ลู่เหยี่ยนจือกลับทอดทิ้งเธอไว้เพียงลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและย้ายหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในขณะที่ลู่เหยี่ยนจือชะล่าใจว่าอย่างไรเธอก็ต้องกลับมาหาเขา แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเขาได้เห็นเธอจดทะเบียนสมรสกับชายอื่นต่อหน้าต่อตา ความสูญเสียทำให้เขาแทบเสียสติและยอมละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสครั้งที่สอง ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงคำไล่ส่งจากซ่งชิงอวี่ที่ยืนยันว่าตอนนี้เธอมีครอบครัวใหม่ที่ต้องปกป้องแล้ว
ภาพปกนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ มนุษย์ทุกคนคงมีสิ่งที่อยากเปลี่ยน แต่ในความเป็นจริงเราไม่อาจเรียกคืนเวลาที่ล่วงเลยไปได้ เช่นเดียวกับชีวิตของเมษาที่พังทลายลงทันทีเมื่อความจริงถูกเปิดเผย เธอต้องตกนรกทั้งเป็นจากความผิดพลาดที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อ แต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิงของผู้อื่น ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อของ ‘ผู้ชายสารเลว’ คนหนึ่งที่ทิ้งรอยแผลลึกเอาไว้ในรูปแบบของการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ หากเพียงวันนั้นเธอกล้าที่จะลุกขึ้นสู้ให้มากกว่านี้ จุดจบของชีวิตคงไม่ต้องมาลงเอยด้วยความสูญเสียและคำประณามที่แสนเจ็บปวด เมษาได้แต่ตั้งคำถามกับโชคชะตาที่ไร้ทางออก ในวันที่สายน้ำและเวลาไม่เคยไหลย้อนกลับมาเพื่อมอบโอกาสที่สองให้เธออีกครั้ง
ภาพปกนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย ร้ายรัก กลซาตาน
9.3
อคิน นฤปนาถ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลในวงการการเงินระดับประเทศ ใช้เวลานานนับทศวรรษเพื่อตามหาเด็กหญิงฝาแฝดอย่าง ดาหลา และ กาสะลอง โดยหวังเพียงจะชดเชยความผิดบาปที่เขาเคยก่อไว้กับครอบครัวของพวกเธอในอดีต ทว่าสำหรับสองพี่น้องนั้น โชคชะตาที่พลิกผันเพียงชั่วข้ามคืนจนทำให้พวกเธอต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าคือบาดแผลที่ไม่มีวันเยียวยา แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปนานกว่าสิบปี แต่เปลวไฟแห่งความแค้นกลับยิ่งสุมทรวงและไม่เคยจางหายไปจากหัวใจ จากดอกไม้ที่เคยแสนบอบบางและไร้เดียงสา บัดนี้พวกเธอพร้อมจะกลับมาทวงคืนความยุติธรรมด้วยการเคลือบยาพิษร้ายแรงไว้ภายใต้รูปลักษณ์ที่งดงาม เพื่อทำลายล้างซาตานที่เคยพรากทุกอย่างไปจากชีวิต
ภาพปกนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
เมื่อแอลตัน เพลย์บอยหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสวัย 35 ปี ผู้มีชีวิตเพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและทรัพย์สมบัติ ต้องมาเผชิญหน้ากับสายป่าน สาวน้อยวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแสบซ่าและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้แอลตันจะหวงความโสดและมีอดีตฝังใจจนไม่คิดจริงจังกับผู้หญิงคนไหน แต่ความดื้อรั้นและใจเด็ดของสายป่านกลับทำให้เสือร้ายที่เคยผ่านสมรภูมิรักมาทุกวงการต้องปั่นป่วน งานนี้ความสัมพันธ์สุดชุลมุนจึงเกิดขึ้น เมื่อสาวแสบพร้อมดับเครื่องชนเพื่อสยบเขี้ยวเล็บหนุ่มเจ้าสำราญให้กลายเป็นหมาหงอย เรื่องราวความรักฉบับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบจะลงเอยอย่างไร

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED