ตอน 1

ชายแปลกหน้า

แก้ม กัลย์กมล กิจวณิชกุล อายุ 23 ปี สาวน้อยร่างบางพ่วงตำแหน่งคุณแม่ลูกหนึ่งเจ้าของร้านกาแฟเล็กๆข้างบริษัทส่งออกอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เป็นบริษัทส่งออกอุปกรณ์ทางการแพทย์อันดับต้นๆ ของประเทศ แก้มกลับมาเปิดร้านกาแฟหลังจากเรียนจบจากสหรัฐอเมริกาได้ 1 ปี ซึ่งเธอใช้เวลาเรียนทั้งหมด 3 ปี และในขณะเดียวกันเธอก็ทำงานและเลี้ยงลูกชายตัวน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน

ซึ่งเกิดจากชายคนรักที่เป็นรักแรกและรักเดียวของเธอเมื่อครั้งเธอไปเป็นนักเรียนทุกเมื่อ4ปีที่แล้ว ถือว่าเป็นเวลาที่หนักหน่วงมากที่สุดสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวในต่างแดนแบบเธอแต่ก็ยังดีที่มีเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือเธอตลอดซึ่งคนที่ช่วยเธอก็เป็นน้องชายของอดีตคนรักของเธอแต่ก็ต้องแลกเปลี่ยนกับที่เธอต้องบอกความจริงและเหตุผลถึงแม้แม้จะเป็นเหตุผลที่ฟังดูแล้วเห็นแก่ตัวก็ตาม ที่เลือกเดินออกมาจากชีวิตพี่ชายของเพื่อนชายคนนี้ ถึงแม้ในตอนแรกเพื่อนชายคนนี้จะมีท่าทีคัดค้านอยู่บ้างแต่สุดท้ายก็ยอมช่วยซึ่งเรื่องที่เธอท้องจะมีเพียงแค่ครอบครัวเธอและพ่อแม่เพื่อนสนิทของเธอเท่านั้นที่รู้ เธอก็ต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนเพื่อไม่ให้ชายคนรักรู้ว่าเธออยู่ไหนโดยได้รับความช่วยเหลือจากพ่อแม่ของอดีตคนรัก และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักเพราะเธอยังต้องเรียนอยู่ที่เดิมและอาศัยอยู่ใกล้มหาลัยที่เธอเรียนและที่ทำงานที่เธอทำงานช่วงเลิกเรียนและวันหยุดเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปเรียนและทำงานแต่เพราะเอมีพ่อแม่ของชายหนุ่มคอยให้ความช่วยเหลือจึงทำให้เขาหาเธอไม่เจอ

มันไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่ท่านทั้งสองต้องช่วยคนที่ทิ้งลูกชายพวกท่านเพราะเหตุผลที่ฟังแล้วเห็นแก่ตัว แต่ที่ท่านช่วยอาจจะเพราะในท้องคือหลานของท่านในตอนแรกที่เพราะพาไปที่บ้านเพื่อบอกว่าเอท้องก็แอบกลัวว่าจะโดยท่านดุด่าที่เลือกตัดสินใจแบบนี้แต่สุแล้วท่านทั้งสองก็เลิกที่จะเคารพการตัดสินใจของเธอ และคอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆโดยไม่ให้อดีตคนรักของเธอรู้

4 ที่แล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกา

“สวัสดีค่ะ เอ้ย!! Hello” ร่างบางเดินเข้าไปทักชายแปลกหน้าที่ยืนเหม่อลอยราวกับคนที่ตกอยู่ในห้วงความคิดดังคนถูกมนต์สะกด เพื่อจะถามทางแต่กลับหลุดพูดภาษาไทยออกไปด้วยความเคยชินจึงรีบเปลี่ยนภาษาใหม่

“เอ่อ สวัสดีครับ” ร่างสูงที่ยืนตกตะลึงกับความน่ารักเป็นธรรมชาติบนใบหน้าของร่างบางตรงหน้าที่ไม่ได้ถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางสีฉูดฉาดแต่กลับมีใบหน้าที่ขาวนวล แก้มใสแดงระเรื่อของเลือดฝาดทำให้ดูน่ามอง ก่อนจะหลุดจากภวังค์เมื่อเสียงหวานทักขึ้นก่อนจะทักทายร่างบางกลับไปเป็นภาษาไทยเช่นกันพร้อมกับส่งยิ้มที่หาดูได้ยากส่งไปให้เธอ

“อะ..อ้าว แก้ม เอ้ย ฉันนึกว่าคุณเป็น...” ร่างบางที่เกือบหลุดสรรพนามที่ใช้เรียกแทนตัวเองเวลาอยู่กับเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัวออกไปกับชายแปลกหน้า

“เป็นอะไรครับ คุณคิดว่าผมเป็นอะไรครับ อย่าตัดสินคนที่ภายนอกสิครับ” ร่างสูงถามกลับพูดน้ำเสียงหยอกเย้ายียวน แต่ก็ยังคงเรียบนิ่งตามนิสัยของตนพร้อมยิ้มให้กับท่าทางน่ารักของร่างบางตรงหน้าที่ดูจะเหวอเมื่อเขาพูดขึ้นเป็นภาษาไทย

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะคะ หน้าคุณไม่เหมือนคนไทยหรือคนเอเชียสักนิด มองจากทางเข้าสนามบินยังรู้เลยว่าไม่ใช่คนไทย” ร่างบางตอบกลับตามความคิดของตัวเองในครั้งแรกที่ได้พบชายแปลกหน้า แต่ประโยคหลังเธอเพียงแค่พูดเบากับตัวเองเท่านั้นแต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เธอพูดกับตัวเองนั้นคนตรงหน้าเธอนั้นได้ยินชัดเจนทุกคำเช่นกัน

“ผมเป็นลูกครึ่ง แม่เป็นคนไทยสอนพูดตั้งแต่เด็กเลยพูดได้ ว่าแต่คุณมีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ เหมือนคุณกำลังต้องการความ ช่วยเหลือนะครับ” ร่างสูงไขข้อสงสัยให้สาวน้อยน่ารักตรงหน้าได้รู้ว่าทำไมเขาถึงพูดภาษาไทยได้ก่อนจะถามเหตุผลที่เธอเดินเข้ามาทักเขา แต่ก็มิวายหลุดขำออกมาเมื่อได้ยินสาวน้อยตรงหน้าพึมพำกับตัวเองโดยที่ไม่ทันไห้เธอได้สังเกตได้ว่าเขาได้ยินที่เอพูดกับตัวเอง

“เอ่อ คือฉันจะถามคุณว่าที่พัก......จากสนามบินต้องไปยังไงคะ คือฉันพึ่งเคยมาเป็นครั้งแรกไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน” ร่างบางพึมพากับตัวเองเสร็จจึงหันมาสนใจคำถามของชายตรงหน้าและตอบคำถามเขา

“อืม คุณเดินตรงไปนะมันจะมีประตูทางออก ตรงนั้นจะมีแท็กซี่จอดคอยรับคนอยู่คุณก็บอกที่ที่คุณจะไปกับคนขับ ไม่ไกลหรอก” ร่างสูงอธิบายเส้นทางตามที่ร่างบางถามแต่สายตาก็ไม่ละจากการมองใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มไม่หยุดจนอธิบายเสร็จเส้นทางที่เธอต้องไปเรียบร้อยก็ยัคงไม่ละสายตาจากเธอเช่นเดิม

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยบอกทาง งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” ร่างบางเอ่ยขอบคุณที่ร่างสูงบอกทางไปที่พักให้เธอและยิ้มหวานจนตาหยีส่งไปให้ร่างสูงหนึ่งทีและเดินจากไปตามทางที่ร่างสูงอธิบายให้เธอฟังเมื่อครู่

หลังจากที่ร่างบางเดินจากไปสายตาของร่างสูงก็เอาแต่มองตามร่างบางไปจนสุดสายตา จนแทบจะลืมธุระที่ทำให้เขาต้องมาที่สนาม ซึ่งการมาครั้งนี้ทำให้เขาได้เจอกับสาวน้อยน่ารักที่ทำให้หัวใจแกร่งเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะเอาแต่นึกถึงใบหน้าของร่างบางที่เพียงแค่เดินเข้ามาถามทาง เขาว่าเขาต้องขอบคุณเจ้าน้องชายตัวแสบที่ไหว้วานให้เขาเป็นธุระมารับที่สนามบินวันนี้เสียแล้ว จากคนที่ไม่เคยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตแต่ตอนนี้เขาเริ่มจะเชื่อแล้วสิว่าพรหมลิขิตมีอยู่จริง เพราะเขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนต่อจะให้มีใครเข้าหาเขาหรือยั่วยวนมากแค่ไหนเขาก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครสักคน เธอคนนี้ทำอะไรกับเขากันแน่นะและเขาเชื่อเธอและเขาจะต้องได้เจอกันอีกแน่

“Hey!! Bro ได้ยินไหมเนี้ย” มิกซ์น้องชายคนเล็กเดินตรงเข้ามาทักพี่ชายหลังจากเดินออกมาจากเกรดแต่เรียกเท่าไหร่พี่ชายเขาก็ไม่หันเอาแต่มองไปที่ประตูทางออกมิกซ์จึงทักซ้ำอีกครั้งเพื่อเรียกสติพี่ชายสุดที่รักที่กำลังหลุดลอยไม่ถึงดาวอังคารให้กลับมา และก็ได้แต่คิดว่าพี่ชายของเขากำลังมองอะไรอยู่และอะไรที่สามารถดึงดูดความสนใจพี่ชายของเขาได้ขนาดนี้จนอดที่จะมองตามไม่ได้แต่พอมองไปตามระยะสายที่พี่ชายก็ไม่เห็นจะมีอะไรให้น่าสนใจสักนิด

“Bro!! พี่มาร์ติน ได้ยินผมไหมเนี้ย ยืนเหม่ออะไรของพี่ว่ะ Hey!!!” ปากก็เรียกพี่ชายมือก็สะกิดแขนพี่ให้รู้สึกตัว มองอะไรของเขานักหนา หรือว่าพี่เขาทำงานหนักจนเบลอนะ แด๊ดต้องใช้งานพี่เขาหนักแน่ๆ

“หะ..ห๊ะ อื่ม มานานหรือยัง” ร่างสูงหลุดออกจากภวังค์เมื่อโดนน้องชายสะกิดที่แขนก่อนจะหันไปถาม

“เห้อ ผมมาตั้งนานแล้วเถอะ เรียกพี่ตั้งนานก็ไม่หัน ยืนเหม่ออยู่นั้นแหละ” มิกซ์ได้ทีก็บ่นร่างสูงที่มัวแต่มองไปที่ประตูทางออกจนไม่รู้ว่าน้องตัวเองมาถึงตั้งนานแล้ว อาการหนักแล้วพี่ชายเขา

“พูดมาก” ร่างสูงตอบกลับสั้นๆ ตามนิสัยของตัวเองที่เป็นคนพูดน้อยหรือบางครั้งแทบจะไม่พูดเลยด้วยซ้ำถ้าไม่จำเป็นบวกกับน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ตนมักใช้ประจำ

“ชิ เย็นชาจังนะกับน้องเนี้ย ทีเมื่อกี้เห็นนะว่ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนคนบ้าอยู่คนเดียว” มิกซ์พูดประชดประชันอย่างไม่ได้จริงจังนักที่โดนพี่เย็นชาใส่ตามนิสัยขี้เล่นของตนเพราะตั้งแต่จำความได้พี่ชายเขาก็พูดแบบนี้อยู่แต่ก็จะมีกับแม่ของพวกเขาเท่านั้นแหละที่พี่จะพูดอ่อนโยนด้วย

“เสือก” ร่างสูงพูดจบก็เดินนำออกไปด้านนอกเพื่อที่จะกลับบ้านโดยไม่รอน้องชาย

“โห อะไรว่ะ แซวแค่นี้ทำเป็นด่าแก้เขิน เฮ้ย รอด้วยดิ ให้มารับจะมาทิ้งกันแบบนี้ได้ไง” มิกซ์บ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะรีบลากกระเป๋าวิ่งตามพี่ชายตัวเองออกไป หากช้ามีหวังได้กลับเองเป็นแน่พี่ชายเขาที่ยิ่งไม่ค่อยสนใจใครเท่าไหร่นัก

“แกจะให้ฉันไปส่งที่ไหน บ้านหรือคอนโด”ชายหนุ่มเอ่ยถามน้องชายหลังจากขึ้นรถมาแล้ว

“คอนโดก็ได้พี่ พรุ่งนี้มีเรียน เห็นว่าจะมีเด็กทุนด้วยมั้ง น่าจะเป็นคนไทยด้วยนะ”มิกซ์ตอบคำถามพี่ชายแต่ก็มิวายพูดนอกเรื่องที่ถาม

“อืม”ชายหนุ่มตอบอย่าไม่ได้สนใจมากนัก

“ชิ เย็นชาชะมัดเลยพี่ใครว่ะ”มิกซ์ได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเองกับความเย็นชาของพี่ชายที่ไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบข้างมากนักนอกจากงานแล้วเขาเองก็ยังนึกไม่ออกว่าอะไรที่จะความสนใจจากพี่ชายเขาได้

หลังจากที่บทสนทนาจบลงภายในรถก็เงียบสนิทไร้เสียงสองหนุ่มพูดคุยกับจะมีแต่เสียงของเครื่องปรับอากาศภายในรถเท่านั้นที่ดังออกมาให้ได้ยิน รถสปอตคันหรูขับไปตามท้องถนนเพื่อไป จุดหมายปลายทางนั้นก็คือคอนโดของน้องชายซึ่งก็เป็นคอนโดเดียวกับที่ร่างสูงนั้นอยู่ซึ่งคอนโดแห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เป็นของที่บ้านร่างสูงเป็นเจ้าของอยู่และชายหนุ่มก็เป็นคนดูแลธุรกิจนี้เช่นกัน เนื่องจากธุรกิจที่บ้านของเขามีหลายอย่างแด๊ดจึงแบ่งให้ลูกๆช่วยกันดูแลตามความถนัดของตน

“ลงไปได้แล้ว ฉันจะไปทำงานต่อ”เมื่อรถจอดสนิทชายหนุ่มก็เอ่ยปากบอกแต่จะไปในเชิงบังคับเสียมากกว่า

“อะไรกันครับ มาถึงก็ไล่กันเลยนะ”มิกซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็โวยวายขึ้นแบบไม่ได้จริงจังมากนักเพียงแค่ต้องการกวนประสาทพี่ชายให้โมโหเล่นก็เท่านั้น

“จะลงไปดีๆ หรือจะเข้าบริษัทกับฉัน”ชายหนุ่มพูดขู่น้องชายเพราะรู้ดีว่าเจ้าน้องชายตัวแสบไม่ค่อยชอบงานบริหารสักเท่าไหร่ให้เข้าไปช่วยงานแต่ละที่ก็ต้องมีข้อแลกเปรียน

“อะๆ ผมลงก็ได้ ไม่เห็นต้องมองด้วยสายตาเหมือนจะกินหัวกันขนาดนั้นเลย”มิกซ์ยอมลงจากรถแต่โดยดีเพราะขู่ของพี่ชายนั้นช่างน่ากลัวไม่น้อยเลยทีเดียว

ปัง!!!

หลังจากที่น้องชายตัวแสบลงจากรถไปชายหนุ่มจึงขับรถมุ่งหน้าไปที่บริษัททันที่ซึ่งก็อยู่ไม่ใกลจากคอนโดที่ตนพักมากนัก เพราะก่อนหน้าที่เขาจะออกไปรับน้องชายเขามีงานที่ต้องจัดการค้างไว้ยังทำไม่เสร็จ แต่เพราะกลัวน้องรอนานเขาจึงเลือกที่จะออกมารับน้องชายก่อน แต่ใครจะไปรู้ว่าการที่เขาไปรับน้องชายที่สนามบินครั้งนี้จะทำให้เขาได้รู้จักคำว่าพรหมลิขิตเป็นยังไง และไม่ว่าเธอจะอยู่มุมไหนของประเทศเขาก็จะถามหาเอให้เจอให้ได้ ไม่ยากเกินความสามารถเขาหรอกแค่ตามหาผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียว เธอจะมาทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะแล้วหนีไปแบบนี้ได้อย่างไร

แล้วเราจะได้เจอกันอีกแน่ แก้ม......

ตอน 2

แรกพบสบตา

มาร์ติน คลาร์ก อายุ 28 ปี นักร้องหนุ่มมากความสามารถที่เปิดตัวในฐานะศิลปินได้ไม่นานก็ดังเป็นพลุแตกอย่างน่าเหลือเชื่อ พร้อมกับพ่วงตำแหน่งรองประธานบริษัทส่งออกอุปกรณ์ทางการแพทย์รายใหญ่ของประเทศซึ่งเป็นธุรกิจของที่บ้าน มาร์ตินตัดสินใจเป็นนักร้องหลังจากที่แฟนสาวหนีไปพร้อมกับลูกในท้อง ในวันนั้นวันที่เหมือนกับโลกทั้งใบของเขาได้พังทลายลงเป็นวันเดียวกับน้าของเขาเข้ามาคุยเรื่องการเป็นศิลปินของเขา ซึ่งเรื่องนี้น้าของเขาได้คุยกับเขาหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ได้รับการปฏิเสธทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างจากครั้งอื่นเพราะเขาอยากจะลองทำให้สิ่งที่เขาเองก็ไม่เคยทำถึงแม้คิดที่จะเคยทำก็ตาม

แต่เรื่องนี้เขาก็ยังไม่ได้ตัดสินใจโดยทันทีเพราะตอนนี้เขามีอีกใครอีกคนอยู่เคียงข้างและเธอคือคนที่เขาเลือกจะให้ชีวิตร่วมด้วยเขาจึงอยากคุยกับเธอก่อน ก็อย่างที่ใครหลายคนรู้ว่าวงการบันเทิงมันไม่ได้สวยหรูเขากลัวว่าการตัดสินใจจะทำให้การใช้ชีวิตของพวกเขาต้องเปลี่ยนไป มาร์ตินจึงอยากจะถามเธอก่อนให้คำตอบน้าของเขา แต่ยังไม่ทันที่มาร์ตินจะได้คุยเธอก็ดันเข้ามาได้ยินบทสนทนาของเขากับน้าเสียก่อน เมื่อออกไปดูเธอก็ลงลิฟต์ไปแล้วพอตามไปดูที่คอนโดก็ไม่เจอโทรไปก็ไม่รับข้าวของก็อยู่ครบแต่ที่ทำให้มาร์ตินสะดุดสายตาก็คือที่ตรวจครรภ์ที่วางอยู่บนโต๊ะห้องนั่งเล่น นั้นทำให้รู้ว่าเธอพาลูกในท้องหนีไปด้วยแต่ที่เขาไม่เข้าใจคือทำไมเธอถึงต้องทำแบบนี้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ทะเลาะอะไรกันแม่แต่น้อย นั้นเป็นครั้งแรกที่น้ำตาลูกผู้ชายอย่างเขานั้นไหลอาบหน้า อารมณ์ ณ ช่วงเวลานั้นมันทั้งเสียใจ โกรธ สับสนมึนงงไปหมด จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าสาเหตุที่เธอหนีเขาไปเพราะอะไร เขาไปทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจกันแน่

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นมาร์ตินจึงตัดสินใจตอบตกลงน้าของเขาและด้วยบริษัทของน้าเขาอยู่ที่ไทยซึ่งก็เป็นบ้านเกิดของแม่เขาอยู่แล้ว มาร์ตินจึงต้องมาอยู่ไทยโดยการเป็นศิลปินในครั้งนี้มาร์ตินไม่ได้ยึดเป็นอาชีพหลักเพราะที่บ้านเขาเองก็มีธุรกิจมากมายซึ่งพวกเขาทั้งสี่คนก็ต้องเป็นคนดูแลต่อจากแด๊ด มาร์ตินจึงยื่นข้อเสนอสัญญาไปแค่สามปีเท่านั้นแต่ในระหว่างที่เป็นศิลปินเขาก็เข้ามาช่วยงานที่บริษัทบ้างหากมีเวลา โดยน้าของเขาก็ยอมรับข้อเสนอแต่โดยดีเพราะเขารู้จะนิสัยหลานชายคนนี้เป็นอย่างดีว่าเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น

ในช่วงระยะเวลาสามปีที่มาร์ตินมาเป็นศิลปินผลตอบรับกระแสต่างๆที่มาร์ตินได้รับดีมากจนเกินคาด มีแฟนคลับติดตามผลงานของเขาจำนวนมาก ส่วนมาร์ตินก็ตั้งใจทำผลงานเพลงออกมาให้บรรดาแฟนคลับได้ติดตามได้เป็นอย่างดี ซึ่งมาร์ตินก็ถึงว่าเป็นศิลปินเบอร์ต้นๆของวงการเพลงเลยก็ว่าได้ มาร์ตินมีงานติดต่อเข้ามาไม่ขาดสายจนผู้จัดการส่วนตัวของเขารับสายโทนเข้าแทบจะสายไหม้ในแต่ละวัน โดยผู้จัดการส่วนตัวของมาร์ตินก็ไม่ใช่ใครที่ไหนก็เป็นเพื่อนสนิทของเขาเองที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ

ช่วงเวลา 3 ปี ในการเป็นศิลปินและเกือบ 4 ปีในการตามหาคนรักและลูกแต่ไม่ว่าจะตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เคยเจอในช่วงแรกที่เธอหายไปมาร์ตินตามหาเธอทุกที่ที่เธอเคยไป ถามน้องชายที่เป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอที่นั้นก็บอกไม่รู้ ลงทุกจ้างนักสืบที่ว่าเก่งที่สุดก็หาไม่เจอ จนทำให้มาร์ตินแอบคิดว่าจะมีใครที่คอยช่วยเธออยู่หรือเปล่า มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวจะหลบเขาได้มิดขนาดนั้นและยิ่งไม่ใช่คนในประเทศแล้วยิ่งเป็นไปได้ยาก

ทุกครั้งที่นักสืบที่เข้าจ้างให้ตามหาได้ข้อมูลว่าเหมือนจะเจอแต่ก็คว้าน้ำเหลวทุกครั้งเพราะเป็นเพียงคนที่มีรูบร่างคล้ายเธอเท่านั้น ตลอดเวลาที่เธอหาไปมาร์ตินเฝ้ารอวันที่จะได้พบเธออีกครั้ง ซึ่งในช่วงระยะเวลา 3ปีที่ผ่านมาก็มักจะมีสาวน้อยสาวใหญ่เข้ามาขายขนมจีบทอดสะพานให้มาร์ตินไม่ขาดสายทั้งในและนอกวงการแต่ผู้หญิงเหล่านั้นก็ไม่เคยมีใครได้รับความสนใจจากมาร์ตินแม้แต่คนเดียว ต่อให้เขามีข่าวกับสาวคนไหนก็ตามมาร์ตินก้ปัดตกทุกข่าวเรียกได้ว่าคนปล่อยข่าวหน้าแหกหมอไม่รับเย็บก็ว่าได้ สาวๆพวกนั้นพยายามหวังให้ตัวเองเป็นข่าวกับมาร์ตินเพราะพวกหล่อนรู้ว่านอกจากมาร์ตินจะเป็นศิลปินแล้วเขายังมีตำแหน่งทายาทหมื่นล้านอีกด้วยแบบนี้ใครจะไม่อยากได้กัน แต่ไม่ว่าจะสวยแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ใจเขาไปครอบครองหรอกเพราะให้ในของไม่เหลือที่ว่างให้ใครนอกจากเธอและจะยังคงเป็นเธอตลอดไป

4 ที่แล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกา

มาร์ตินได้รับสายจากน้องชายคนเล็กให้ไปรับที่สนามบินหลังจากกลับมาจากเที่ยวช่วงปิดเทอม มาร์ตินยืนรอน้องชายอยู่ใกล้กับทางออกไม่ไกลมากสายตาแกร่งสอดส่องมองไปทั่วสนามบินเพื่อมองหาน้องชายที่บอกว่าใกล้ถึงแล้วแต่สายก็ไปสะดุดเข้ากับสาวน้อยร่างบางซึ่งจากที่เขาดูแล้วน่าจะเป็นสาวเอเชียเดินตรงเข้ามาหาเขา มาร์ตินมองสาวน้อยที่กำลังเดินเข้ามาทางเขาอย่างอึ่งๆ กับความน่ารักสดใสดูเป็นธรรมชาติ บนใบหน้าที่ไม่ได้ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแต่กลับน่ามองจนไม่อยากละสายตา

ซึ่งเป็นไปตามคาดสาวน้อยร่างบางเดินเข้ามาทักเขาและถามทางไปที่พัก จึงทำให้มาร์ตินหลุดจากภวังค์ก่อนจะบอกทางไปที่พักตามที่ร่างบางตรงหน้าถามและนอกจากจะรู้ว่าเธอเป็นคนไทยยังทำให้มาร์ตินรู้ว่าร่างบางตรงหน้าชื่อแก้มจากการที่ร่างบางหลุดปากพูดออกมาก่อนจะเปลี่ยนสรรพนามพูดใหม่ แต่มาร์ตินกลับชอบให้ร่างบางแทนตัวเองกับเขาว่าแก้มมากกว่าเพราะมันดูน่ารักดี

หลังจากที่บอกทางร่างบางเสร็จแล้วเธอก็เดินไปตามที่มาร์ตินบอกซึ่งมาร์ตินก็มองตามจนสุดสายตา ก่อนจะมีเสียงเรียกของน้องชายที่หลังจากเจอร่างบางก็ทำให้มาร์ตินลืมไปช่วงขณะว่ามาทำอะไรที่สนามบินจนได้รับแรงสะกิดบริเวณหัวไหล่และเสียงเรียกของน้องชายที่เดินมาอยู่ด้านหลังพี่ชาย ส่วนมิกซ์ที่เห็นพี่ชายยืนเหม่อลอยพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าด้วยความประหลาดใจและสยองในเวลาเดียวกัน จากคนที่ตั้งแต่เกิดยิ้มนับครั้งได้แต่แล้ววันนี้กลับยิ้มโดยไม่มีสาเหตุใครเห็นก็ต้องรู้สึกแบบเขาบ้างแหละ หรือว่าแด๊ดใช้งานพี่ชายเขาหนักเกินไปจนเสียสติไปแล้วแต่ก็ได้แต่คิดเท่านั้นแหละใครจะไปกล้าถามถึงจะเป็นน้องก็เถอะ

โดยตลอดการขับรถพาน้องมาส่งที่คอนโดมาร์ตินก็เอาแต่นึกถึงใบหน้าน่ารักของสาวน้อยที่มีเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างไม่สามารถคาดสายตาได้แม้แต่วินาทีเดียวมาตลอดทางจนทำให้เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวจนถูกน้องชายที่นั่งอยู่ข้างแซว เขาจึงสบถด่าน้องชายอย่างไม่จริงจังมากนักออกไป เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายเพราะถ้าหากเจ้าน้องชายตัวดีรู้มีหวังโดนล้อจนลูกโตแน่แล้วเผลอๆ รู้ไปถึงแด๊ดกับแม่และพี่ชายทั้งสองคนเขาอีกด้วย

หลังจากที่ส่งน้องชายแล้วมาร์ตินก็ขับรถไปที่บริษัทเพื่อเข้าไปเคลียร์เอกสารงานที่ทำค้างไว้ก่อนที่จะออกไปรับน้องชายที่สนามบิน มาร์ตินเริ่มเข้ามาช่วยงานที่บริษัทของพ่อตั้งแต่เริ่มเข้ามหาลัยทำให้เวลาหลังจากที่เรียนเสร็จหรือวันหยุดมาร์ตินก็จะเข้ามาทำงาน ซึ่งตอนนี้เขาก็เข้ามาบริหารงานอย่างเต็มตัวแล้วก็จะเหลือแต่น้องชายคนเล็กของบ้านที่พึ่งเข้ามหาลัยที่ยังไม่ได้เข้ามาช่วยงานที่บ้าน

ก็อกๆ

“ขออนุญาตครับนาย” เดลเลขาหนุ่มหน้าตาดีเป็นที่หมายปองของสาวๆ พนักงานในบริษัทมีสาวคอยแวะเวียนมาขายขนมจีบไม่เว้นแต่ละวันเรียกได้ว่าฮอตไม่ต่างจากเจ้านายเลยเลขาคนนี้

“อืม เข้ามา”

“นายมีอะไรหรือเปล่าครับ” เดลเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้านายถามจุดประสงค์ที่เจ้านายเรียกเข้ามาพบทันที่ที่เข้ามาถึงบริษัท

“ผมอยากให้พี่ไปสืบประวัติผู้หญิงคนหนึ่งมาให้ผมหน่อย” มาร์ตินบอกความต้องการของตนกับเลขา มาร์ตินมักจะเรียกเดลว่าพี่เมื่ออยู่ด้วยกันของคนเพราะเดลอายุมากกว่ามาร์ติน5ปี และมาร์ตินก็ยังเคารพเดลเหมือนพี่ชายแท้ๆ คนหนึ่งเพราะช่วงแรกๆ ที่มาร์ตินเข้ามาทำงานก็มีเดลคอยบอกและสอนงานจนทำให้มาร์ตินเป็นที่ยอมรับของคนในบริษัทถึงทุกวันนี้

“เอ่อ ครับ” เดลตอบกลับเจ้านายอย่างงงๆก็เล่นมาบอกให้ตามหาแต่ไม่บอกว่าเป็นใคร ต่อให้เขาเก่งแค่ไหนก็คิดว่าไม่น่าจะตามหาเจอ

“แก้ม” มาร์ตินเห็นสีหน้าของเลขาก็บอกชื่อสาวน้อยออกไปพร้อมกับมองออกไปข้างนอกอย่างคนเพ้อฝันริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงใบหน้านวลใสน่ารักเป็นธรรมชาติ

“แค่นี้หรอครับ” เดลตามออกไปพรางทำหน้าฉงนงงอีกครั้ง ก็เจ้านายเขาเล่นบอกมาแค่ชื่อจะให้เขาไปหายังไรกันอย่างน้อยก็ขอข้อมูลเพิ่มอีกนิดก็ยังดี แถมยังทำหน้าตาพิลึกมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วยิ้มอีก อยากรู้จริงว่าเมื่อครู่ที่ออกไปข้างนอกไปทำอะไรมากลับมาทำไมถึงได้เป็นแบบนี้

“ใช่แค่นี้ หรือพี่เดลทำไม่ได้ครับ” มาร์ตินหันกลับมาถามเดลเพราะไม่มีเรื่องไหนที่เลขาคนนี้ของเขาจะทำไม่ได้ เพียงแค่หาผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวคงไม่อยากเกินความสามารถเดลหรอก

“ได้มันได้ครับ แต่คุณมาร์ตินไม่มีข้อมูลที่มันมากกว่านี้หรอครับ คืออย่างนี้นะครับ คนชื่อแก้มไม่ได้มีคนเดียวในโลกนะครับ แบบว่านายเจอเธอที่ไหน รูปร่าง อะไรประมาณนี้ครับ” เดลตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนกับความเอาแต่ใจที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ของเจ้านาย แต่ถ้าหาได้ข้อมูลที่มากกว่ามันก็จะทำให้เขาทำงานได้เร็วมากกว่านี้ไม่ใช้ได้มาแค่ชื่อเล่นแบบนี้

“อืม เธอเป็นคนไทย อายุน่าจะเท่าๆ มิกซ์ แค่นี้พอไหมครับคุณเลขา อ้อ ผมเจอเธอที่สนามบิน” มาร์ตินบอกข้อมูลของสาวน้อยที่เขาหมายปองเอาไว้กับเดลเท่าที่เขารู้เพราะนอกเหนือจากนั้นเป็นหน้าที่ของเดลที่ต้องตาสืบเรื่องของเธอมาให้เขาให้ได้ เพราะถ้าเขารู้คงไม่ต้องให้เดลไปสืบให้หรอก

“ครับ แล้วคุณมาร์ตินจะเอาตอนไหนครับ”ข้อมูลเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะให้ตามหาเธอคนที่นายต้องการให้เขาตามหา แต่ที่หน้าแปลกใจคือแค่เจอกันที่สนามทำให้นายเขาต้องตามสืบเรื่องของเธอเพียงนี้เชียวหรือ เธอคนนี้ต้องมีอะไรพิเศษที่ทำให้นายของเขาตราตรึงใจไม่มากก็น้อย

“เย็นนี้ ก่อนผมกลับบ้านต้องได้ประวัติของเธอ” มาร์ตินพูดเสียงเด็ดขาด เขาต้องการที่จะรู้จักสาวน้อยร่างบางที่ทำให้เขาเพ้อละเมอหาได้มากมายเพียงนี้โดยเร็วที่สุด ว่าเธอเป็นใครกันที่มาทำให้หัวใจแกร่งที่ไม่เคยเต้นกับใครมาก่อนเต้นโครมครามเสียอาการได้เพียงนี้

“ครับ ผมจะจัดการให้เร็วที่สุดครับ” เดลตอบรับคำสั่งจากเจ้านายโดยไม่มีข้อโต้แย้งได้ใดๆ

“แล้วงานวันนี้ผมมีแค่นี้ใช่ไหม แล้วก็ช่วงนี้ผมอาจจะไม่ค่อยได้เขาบริษัทนะครับ ฝากพี่จัดการแต่ถ้ามีเรื่องด่วนก็ติดต่อผมโดยตรงได้เลยครับ” มาร์ตินถามถึงภาระงานของวันนี้ที่ตนต้องทำงานยังเหลือส่วนไหนบ้างและฝากให้เดลดูความเรียบร้อยแทนเพราะพรุ่งนี้เขาต้องเข้าไปที่มหาลัยซึ่งเป็นมหาลัยของป้าเขาเอง

“ได้ครับ คุณมาร์ตินไม่ต้องหวงทางนี้นะครับเดี๋ยวผมจะดูแลให้เป็นอย่างดีเลยครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” เดลตอบรับคำสั่งเจ้านายก่อนจะของตัวออกจากห้องเพื่อไปจัดการงานด่วนที่เจ้านายมอบหมายและต้องทำให้เสร็จก่อนที่เจ้านายจะกลับบ้าน

หลังจากที่เดลออกจากห้องไปมาร์ตินก็ก้มหน้าทำงานต่อแม้ภายในหัวสมองก็ยังมีหญิงสาวมาวนเวียนในหัวตลอดการทำงานจนทำให้มาร์ตินไม่มีสมาธิในการทำงานและคิดคาดโทษร่างบางไว้ในใจหากเจอกันครั้งหน้าจะลงโทษให้เข็ดโทษฐานที่ทำให้เขาไม่มีสมาธิทำงาน

“เจอกันครั้งหน้าเธอโดนฉันลงโทษแน่ตัวแสบ”

ตอน 3

.บังเอิญที่.....ไม่บังเอิญ

หลังจากที่มาร์ตินให้เดลไปตามสืบประวัติของร่างบางในช่วงเย็นของวันเดียวกันประวัติของร่างบางก็ถูกเอามาวางไว้ที่โต๊ะทำงานของมาร์ตินก่อนที่ร่างสูงจะเลิกงานตามที่สั่งไว้ด้วยฝีมือของเดลที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว

มาร์ตินตั้งใจอ่านประวัติของร่างบางที่ได้จากเดลพร้อมกับเริ่มคิดวิธีที่จะเข้าหาร่างบางได้อย่างไร เพราะมาร์ตินนั้นรู้สึกหลงรักในความน่ารักของเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบจากคนที่ไม่เคยเชื่อเรื่องความรักหรือรักแรกพบและไม่เคยแม้แต่คิดที่จะมีแฟน แต่ที่มาร์ตินได้พบเธอกลับทำให้มาร์ตินอยากได้เธอมาครอบครองและต้องมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่จะได้อยู่เคียงข้างเธอไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายแต่เป็นหัวใจของร่างบาง

หลังจากวันนั้นที่มาร์ตินได้พบกับเธอใครจะไปคิดว่า ร่างบางจะเป็นเพื่อนกับน้องชายเขาซึ่งทำให้การที่จะได้ใกล้ชิดกับเธอนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น มาร์ตินเทียวไปมาหาสู่ร่างบางทุกวันจนทั้งสองเริ่มที่จะสนิทกันมากขึ้นทำให้ก่อเกิดเป็นความรู้สึกดีๆซึ่งกันและกัน มาร์ตินตามจีบร่างบางคอยดูแลเทคแคร์ไปรับไปส่งทั้งที่มหาลัยและที่ทำงานก็ถือว่าใช้เวลาพอสมควรที่ร่างบางจะยอมใจอ่อนตกลงคบกับเขาเป็นแฟน แต่ต่อให้ทั้งสองจะตกลงคบกันแล้วการกระทำที่มาร์ตินเคยปฏิบัติกับร่างบางก่อนหน้าที่จะเป็นแฟนกับมาร์ตินก็ยังคงทำได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนแปลงไปจากก่อนที่จะคบกันแม้แต่น้อย

ช่วงที่ร่างบางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเธอได้ไปสมัครงานทำหลังจากเลิกเรียนเพื่อเอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัวเพราะไม่อยากรบกวนเงินที่บ้านมากนัก ซึ่งในทุกๆวันหลังเลิกเรียนเธอมักจะบังเอิญเจอร่างสูงที่ร้านอาหารที่เธอนั้นทำงานอยู่หรือไม่ก็มักจะเจอที่มหาวิทยาลัยที่เธอเรียน ซึ่งก็ไม่น่าจะใช่เรื่องที่น่าแปลกหากจะต้องเจอกันบ้างในบางครั้งเพราะมหาลัยที่เธอเรียนอยู่ก็เป็นของคุณป้าของมาร์ตินและเพื่อนเธอก็ยังเป็นน้องชายของเขาด้วย

โดยทุกครั้งที่เจอกันร่างสูงก็มักจะอ้างเหตุที่ทำให้ทั้งสองได้เจอกัน เช่น มาหาน้องชายบาง ผ่านมาทางนี้บ้างแต่ร่างบางก็ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะน้องชายของร่างสูงก็เรียนคณะเดียวสาขาเดียวและยังเป็นเพื่อนสนิทของเพียงคนเดียวเช่นกัน หรือแม้แต่ร้านอาหารที่เธอทำงานก็มักจะเจอเขาเกือบทุกวันแล้วก็จนร้านปิดทุกครั้งที่ไป เป็นแบบนี้ในตลอดหลายเดือนที่เธอมาอยู่ที่นี่จนร่างบางเริ่มสงสัยแต่เธอก็ได้แต่เก็บมันเอาไว้ในใจเพราะไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง เพราะเธอเองก็ใช่ว่าจะเป็นคนที่อ่อนต่อโลกจนมองคนไม่ออก แต่ตัวเขาและเธอต่างกันจนเกินไปจนทำให้ร่างบางไม่อยากคอดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป

แต่สำหรับร่างสูงแล้วความบังเอิญไม่มีในโลกเพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความตั้งใจของเขาที่จะทำให้ได้เจอและใกล้ชิดร่างบางโดยมีเจ้าน้องชายตัวแสบคอยช่วยเป็นพ่อสื่อให้ ซึ่งข้อมูลต่างๆของร่างบางเขาก็ได้มาจากมิกซ์นี่แหละที่เป็นคนคอยส่งข่าวให้จนเขาสามารถทำให้เธอใจอ่อนยอมคบกับเขา เพราะมาร์ตินคิดว่าโลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญเรื่องทั้งหมดพระเจ้าได้จัดสรรมาแล้ว

ซึ่งหลังจากที่ทั้งคู่ตกลงคบกับได้สองเดือนร่างสูงก็ขอให้แก้มย้ายเข้ามาอยู่ที่คอนโดเดียวกับเขาโดยอ้างเหตุว่าเป็นห่วงไม่อยากให้คนรักอยู่คนเดียวและเหตุผลอีกมากมายที่ชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูดหว่านล้อม เพื่อที่จะให้ร่างบางยอมใจอ่อนย้ายมาอยู่กับเขาในตอนแรกร่างบางก็แย้งไม่ยอมเพราะก่อนหน้านั้นเธอก็อยู่ของเธอได้มาเป็นเดือนๆก็ไม่เห็นเป็นอะไรแต่สุดท้ายร่างบางก็ยอมทำตามคำขอของเขา

ความรักของทั้งสองดำเนินมาได้ด้วยดีทำทุกอย่างเหมือนคู่รักคู่อื่นทำกิจกรรมต่างๆ การใช้ชีวิตประจำวันรวมถึงการมีสัมพันธ์ทางกายเหมือนคู่รักคนอื่น ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันเพราะทุกครั้งที่มีสัมพันธ์ทางกายมาร์ตินมักจะไม่สวมถุงยางอนามัย มาร์ตินที่ภายนอกดูเย็นชา ไม่สนใจใครแต่เวลาที่มาร์ตินอยู่กับร่างบางกับมีความต้องการให้ตัวเธอไม่มีที่สิ้นสุดทั้งๆที่ร่างบางไม่ได้ยั่วยวนเขาแต่อย่างใด นั้นเป็นตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงทะเลาะเรื่องนี้กันบ่อยเพราะพวกเขามีสัมพันธ์ทางกายเกือบจะทุกวัน

และบ่อยจนพวกเขาต้องมานั่งจับเข่าคุยกันไม่งั้นมันก็จะเป็นปัญหาทุกครั้งที่พวกเขามีสัมพันธ์ทางกายกันโดยในตอนแรกร่างบางจะเป็นคนที่เลือกจะป้องกันถ้าหามาร์ตินไม่ป้องกันแต่มาร์ตินก็ไม่ยอมเพราะเป็นห่วงว่าจะมีผลกระทบต่อร่างกายคนรัก มาร์ตินจึงยอมที่จะป้องกันเอง หลังจากที่คุยเรื่องนี้กันไปทั้งคู่ก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้กันอีกเลย

“ทำไมพี่ตินไม่ป้องกันคะ ถ้าพี่ยังไม่ป้องกันแก้มจะป้องกันเอง” ร่างบางถามออกมาเสียงแข็งเพราะเธอบอกคนรักไปหลายครั้งแล้วเรื่องนี้

“ด้วยการกินยาคุม ไม่มีทางพี่จะไม่ให้เรากินยาคุมเด็ดขาด” ร่างสูงก็ถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ติดหงุดหงิดเช่นกันที่ได้ยินประโยคที่คนรักพูดออกมาเขาเป็นห่วงเธอแค่ไหนเธอจะรู้ไหมการที่เธอกินยาคุมมันไม่ดีต่อร่างกายเธอไม่รู้หรือไงและถึงจะท้องเขาก็เลี้ยงได้นั้นคือสิ่งที่มาร์ตินคิด

“แล้วถ้าแก้มท้องล่ะคะจะทำยังไง พี่แม่ง แก้มยังเรียนไม่จบเลยนะ” ร่างบางพูดออกมาน้ำเสียงที่สั่นเครือตากลมมีน้ำตาใสคลอพร้อมที่จะไหลออกมาทุกเมื่อ

“เมียกับลูกสองคนพี่เลี้ยงได้ แก้มกลัวอะไร แล้วอีกอย่างใครให้แก้มพูดไม่เพราะกับพี่ครับ หื้ม” ร่างสูงที่เห็นน้ำตาของคนรักก็เสียงอ่อนลงใรทันทีและเดินไปโอบกอดร่างบางที่นั่งอยู่ปลายเตียงมือหนาลูบหัวร่างบางแผ่วเบาด้วยความถนุถนอมเหมือนกลัวว่าคนตรงหน้าจะบุบสลายไปพรางโทษตัวเองที่พูดไม่ดีใส่ร่างบาง

“แก้มยังเรียนอยู่ แล้วถ้าที่บ้านแก้มรู้ล่ะคะ” ร่างบางบอกเรื่องที่เธอกังวลเพราะถ้าหากให้เธอเลี้ยงลูกนั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอแต่เธอไม่รู้จะบอกที่บ้านยังไงถ้าหากว่าเธอนั้นท้องขึ้นมาจริงแล้วอีกอย่างเธอก็ยังเรียนไม่จบ

“แก้มรู้ใช่ไหมว่าพี่รักแก้มมาก เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพี่จะดูแลและปกป้องแก้มกับลูกเอง พี่จะรับผิดชอบทั้งแก้มและเจ้าตัวเล็กที่จะเกิดมาเอง หรือว่าแก้มไม่รักไม่เชื่อใจพี่ครับ งั้นเอาอย่างนี้ต่อไปพี่จะเป็นคนที่ป้องกัน โอเคไหมครับ คนดี” ร่างสูงค่อยพูดให้ร่างบางใจเย็นและยอมฟังเหตุผลของเขา

“จริงๆ นะคะ ไม่โกหกแก้มใช่ไหม” ร่างบางเงยหน้าออกจากอกแกร่งของร่างสูงบนใบหน้ายังคงมีคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้มให้เห็นและถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่าร่างสูงตรงหน้าจะอยู่กับเธอไม่ทิ้งไปไหน

“จริงสิ รักขนาดนี้จะทิ้งไหนได้ไง ให้พี่พิสูจน์ไหมล่ะ อื้ม” ร่างสูงตอบคนรักด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพร้อมก้มหน้าซุกไซ้ซอกคอขาว

“อื้อ...พอแล้วค่ะ พรุ่งนี้แก้มมีเรียนเช้านะ” ร่างบางเอ่ยห้ามก่อนที่จะเลยเถิดไปมากกว่านี้เพราะก่อนหน้านี้ร่างสูงก็จับเธอกินไปแล้วหลายรอบตั้งแต่เธอเลิกเรียนมา

“ก็ได้ครับ นี่เห็นว่าพรุ่งนี้เรียนเช้านะไม่งั้นแก้มไม่ได้นอนหรอก” ร่างสูงยอมตัดใจที่จะจับคนรักกินต่อเพราะเกรงว่าเธอจะตื่นไปเรียนไม่ไหว

เดี๋ยวพลานโดยดุแล้วจะไม่ได้นอนกอดเมีย ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาต้องลงแดงตายแน่ๆ ที่ไม่ได้นอนกอดเมีย อีกทั้งหลังจากส่งร่างบางที่มหาลัยแล้วเขาต้องเข้าไปเคลียร์งานที่บริษัท

วันเวลาล่วงเลยผ่านไปจนทั้งคู่คบกันได้เข้าเดือนที่หกร่างบางก็มีอาการแปลกๆ และประจำเดือนของเธอที่ขาดมาสามเดือนจึงทำให้เธอตัดสินใจไปซื้อที่ตรวจครรภ์ที่ร้านขายยามาตรวจและผลก็ออกมาตามที่เธอคิดไว้ ในวินาทีแรกที่รู้ว่าในร่างกายของเธอกำลังจะมีอีกหนึ่งชีวิตมาอยู่ด้วยมันทั้งดีใจและอึ้งในเวลาเดียวกันสับสนปนกันไปหมด

ซึ่งในระหว่างที่ร่างบางกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองและกำลังคิดว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ต่อไป ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้เธอหลุดออกจากความคิดกังวน คิดไม่ตกของตัวเอง และเมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็ปรากฏเป็นมิกซ์ที่โทรเข้ามาเห็นอย่างนั้นร่างบางก็รีบกดรับสายทันทีด้วยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ฮัลโหล มีอะไรหรอ ” ร่างบางถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ คล้ายคนที่กำลังจะร้องไห้

“เปล่า ว่าจะโทรมาชวนไปกินข้าว ว่าแต่เธอเป็นอะไรหรือเปล่าแก้มทำไมเสียงเธอดูไม่ค่อยดีเลย” มิกซ์ที่ที่ตั้งใจจะโทรมาชวนร่างบางไปกินข้าว แต่ได้ยินเสียงเพื่อนที่ฟังแล้วไม่ค่อยสู้ดีนักก็ตกใจกลัวว่าเพื่อนจะเป็นอันตรายหรือเกิดอุบัติเหตุอะไรเพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนร่างบางพี่ชายเขาก็เป็นบ้าแน่ๆ

“เปล่า แต่นายช่วยมาหาฉันที่ห้องพี่นายหน่อยได้ไหม อึก” ร่างบางพูดปนเสียงสะอื้นเพราะน้ำตาที่พยายามเก็บไว้นั้นไม่สามารถเก็บได้อีกต่อไป

“ได้เดียวฉันไปหา เธอรออยู่ห้องพี่มาร์ตินนั้นแหละอย่าไปไหนนะเดี๋ยวฉันรีบไป” มิกซ์พูดจบก็กดวางสายแล้วออกจากห้องและตรงไปที่ห้องพี่ชายทันที

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED