ตอน 2

รจนา คุณูปการ (นา) POV:

เสียงสะอื้นของน้องภูยังคงก้องอยู่ในหู "แม่ใจร้าย! ส้มดีกว่าแม่ตั้งเยอะ! ภูจะไม่รักแม่แล้ว!" คำพูดนั้นกรีดลึกในใจฉันราวกับคมมีดที่เฉือนเนื้อสดๆ หัวใจของฉันแหลกสลายเป็นผุยผง ภาพใบหน้าเล็กๆ ที่เคยเต็มไปด้วยความรักตอนนี้กลับมีแต่ความเกลียดชัง

กมลศรีมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสารจอมปลอม

"นา... ฉันขอโทษจริงๆ นะ" เธอเอื้อมมือมาแตะแขนฉันเบาๆ

ฉันปัดมือเธอออกอย่างแรง ราวกับไม่อยากให้สิ่งสกปรกใดๆ มาแปดเปื้อน

"ไม่ต้องมาเสแสร้ง! เธอมีความสุขมากใช่ไหมที่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น ได้รับความรักจากสามีและลูกของเพื่อนสนิทตัวเอง!" เสียงของฉันสั่นเครือไปด้วยความโกรธ

พลกฤตเข้ามาแทรกกลางระหว่างฉันกับกมลศรี เขามองมาที่ฉันด้วยแววตาที่ผิดหวัง

"นา! เธอทำอะไรของเธอ! ลูกยิ่งตกใจอยู่!" พลกฤตตะคอกใส่ฉัน

น้องภูหยุดร้องไห้ทันที เมื่อได้ยินเสียงพ่อ เขาเงยหน้าขึ้นมองพลกฤต ดวงตาแดงก่ำจับจ้องไปที่ฉันอย่างเกลียดชัง

ฉันมองภาพตรงหน้า หัวใจของฉันชาวาบ

นี่คือภาพที่ฉันเคยกลัวที่สุด ภาพที่ครอบครัวของฉันพังทลายลงเพราะการทรยศหักหลัง

ฉันจินตนาการถึงชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไป ถ้าฉันเลือกที่จะอดทนและแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

ฉันอาจจะยังคงเป็นภรรยาของพลกฤต เป็นแม่ของน้องภู เป็นคุณนายของคฤหาสน์หลังใหญ่

ฉันอาจจะยังคงต้องทำอาหารที่พวกเขาไม่ชอบ กินแต่ของจืดชืดที่ฉันไม่เคยแม้แต่จะแตะต้องมันจริงๆจังๆ

ฉันอาจจะต้องทนเห็นกมลศรีวนเวียนอยู่ในชีวิตของเรา ในฐานะ "เพื่อนสนิท" ที่คอยแย่งสามีและลูกของฉัน

น้องภูอาจจะยังคงถูกตามใจจนเสียคน ติดวัตถุ และไม่รู้จักคุณค่าที่แท้จริงของความรัก

ฉันส่ายหน้าช้าๆ ความคิดเหล่านั้นทำให้ฉันรู้สึกคลื่นไส้

"ฉันจะหย่า" ฉันพูดเสียงเรียบ ราวกับกำลังบอกสภาพอากาศในวันพรุ่งนี้

พลกฤตกับกมลศรีตาเบิกกว้าง น้องภูเงยหน้าขึ้นมามองฉันด้วยแววตาที่ยังคงไม่เข้าใจ

"นา... เธอพูดอะไร! คิดดีแล้วเหรอ?" พลกฤตถามด้วยน้ำเสียงตกใจ

"คิดดีแล้วค่ะ" ฉันตอบอย่างหนักแน่น

ฉันจากคฤหาสน์หลังนั้นมาด้วยหัวใจที่แตกสลาย แต่ในความเจ็บปวดนั้นกลับมีประกายแห่งความหวังเล็กๆ

ฉันกลับมายังบ้านเกิดที่จังหวัดกาญจนบุรี บ้านไม้หลังเล็กที่เต็มไปด้วยความทรงจำวัยเด็ก

แม่ของฉันโอบกอดฉันแน่น น้ำตาเอ่อคลอเบ้า

"ไม่เป็นไรนะลูก... แม่จะอยู่ข้างๆ ลูกเสมอ" เสียงของแม่ปลอบโยนฉันอย่างอ่อนโยน

ฉันซบหน้ากับไหล่แม่ สะอื้นไห้อย่างไม่อาย

"แม่คะ... หนูไม่เหลืออะไรแล้ว..."

แม่ลูบหัวฉันเบาๆ

"ลูกยังเหลือแม่นะ ยังเหลือตัวเอง และหัวใจที่เข้มแข็งของลูก"

ฉันรู้ว่าแม่เป็นห่วงฉัน แต่ฉันก็ไม่อยากให้แม่ต้องกังวล

"หนูไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่ หนูจะเข้มแข็งให้มากกว่าเดิม"

วันรุ่งขึ้น ฉันตัดสินใจไปเยี่ยมมูลนิธิเด็กกำพร้าในตัวเมือง ฉันอยากทำบุญ อยากแบ่งปันความรักที่ฉันยังคงมีเหลืออยู่

ขณะที่กำลังเดินสำรวจรอบๆ มูลนิธิ เสียงร้องโวยวายก็ดังขึ้นมาจากมุมหนึ่งของสนามเด็กเล่น

"ฮือๆๆๆ! ของเล่นของฉัน! อย่าเอาไปนะ!"

ฉันเดินเข้าไปดู เห็นเด็กผู้ชายตัวโตคนหนึ่งกำลังผลักเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งล้มลงในบ่อน้ำขัง เสื้อผ้าของเด็กหญิงเปรอะเปื้อนโคลนไปหมด

เด็กหญิงตัวเล็กๆ คนนั้นกอดตุ๊กตาผ้าขี้ริ้วไว้แน่น ใบหน้าของเธอนิ่งเฉย แต่ดวงตาของเธอดึงดูดความสนใจของฉัน

มันเป็นดวงตาที่เศร้าสร้อยและว่างเปล่า ราวกับผ่านเรื่องราวร้ายๆ มามากมาย

คุณครูประจำมูลนิธิรีบวิ่งเข้ามาห้ามปรามเด็กผู้ชายคนนั้น ส่วนฉันเดินเข้าไปหาเด็กหญิงตัวเล็กๆ

"หนูเป็นอะไรไหมลูก?" ฉันถามอย่างอ่อนโยน

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมามองฉัน ดวงตาของเธอกะพริบปริบๆ

"หนูไม่เป็นไรค่ะ" เธอตอบเสียงเบา แทบจะไม่ได้ยิน

ฉันมองไปที่ตุ๊กตาผ้าขี้ริ้วในอ้อมกอดของเธอ มันเปรอะเปื้อนโคลนไปหมด

"ตุ๊กตาของหนูสกปรกหมดเลยนะ"

เด็กหญิงพยักหน้าช้าๆ เธอพยายามใช้มือเล็กๆ ของเธอเช็ดโคลนออกจากตุ๊กตาอย่างระมัดระวัง

"ตุ๊กตาตัวนี้สำคัญกับหนูมากเลยเหรอ?" ฉันถาม

เด็กหญิงพยักหน้าอีกครั้ง

คุณครูเดินเข้ามาหาฉัน

"น้องนลินเป็นเด็กที่น่าสงสารมากเลยค่ะคุณนา พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เธอเลยไม่มีใครที่ไหนอีกแล้ว"

คำพูดของคุณครูทำให้หัวใจของฉันเจ็บปวดอีกครั้ง

ฉันมองไปที่น้องนลินอีกครั้ง ในแววตาของเธอ ฉันเห็นเงาของตัวเองเมื่อหลายปีก่อน

เงาของเด็กผู้หญิงที่ถูกทอดทิ้ง เงาของเด็กผู้หญิงที่ต้องเผชิญกับโลกที่โหดร้ายเพียงลำพัง

ทันใดนั้นเอง ภาพของน้องภูที่โยนผ้าพันคอที่ฉันถักให้ทิ้งก็ผุดขึ้นมาในหัว

มันเจ็บปวด แต่ก็ทำให้ฉันฉุกคิด

ฉันถูกลูกแท้ๆ ทอดทิ้ง แต่เด็กผู้หญิงคนนี้... เธอไม่มีใครเลย

"หนูอยากจะรับน้องนลินไปอุปการะค่ะ" ฉันพูดออกไปอย่างไม่ลังเล

คุณครูและแม่ของฉันต่างมองหน้ากันด้วยความตกใจ แต่ฉันรู้ว่าฉันตัดสินใจถูกต้องแล้ว

นลินเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัวของเรา เธอเป็นเด็กเงียบๆ ไม่ค่อยพูด แต่ก็เป็นเด็กที่เชื่อฟังและอ่อนโยน

ฉันเลี้ยงดูเธอด้วยความรักทั้งหมดที่ฉันมี พยายามชดเชยสิ่งที่เธอขาดหายไป

เย็นวันหนึ่ง ฉันพานลินไปอาบน้ำ

"หนูอาบน้ำเก่งมากเลยนะลูก" ฉันชมเธอ

นลินยิ้มเล็กน้อย ใบหน้าของเธอแดงก่ำจากน้ำอุ่น

ฉันสระผมนลินอย่างเบามือ สังเกตเห็นรอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้าของเธอ

จู่ๆ ฉันก็นึกถึงน้องภูขึ้นมา

น้องภูไม่เคยชอบอาบน้ำเลย เขาจะร้องไห้โวยวายทุกครั้งที่ฉันพยายามจะพาเขาไปอาบน้ำ

นลินแตกต่างออกไป เธอชอบอาบน้ำ ชอบให้ฉันสระผมให้ ชอบให้ฉันเล่านิทานให้ฟังก่อนนอน

"แม่คะ... หนูมีอะไรจะบอกแม่ค่ะ" นลินพูดเสียงเบา

"มีอะไรเหรอจ๊ะ?" ฉันถามอย่างอ่อนโยน

"หนู... หนูมีฟันผุค่ะ" นลินพูดเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล

ฉันเปิดปากนลินดู เห็นฟันซี่เล็กๆ สีดำซี่หนึ่ง

"ไม่เป็นไรหรอกลูก พรุ่งนี้แม่จะพาหนูไปหาหมอฟันนะ" ฉันปลอบโยนเธอ

ฉันนึกถึงน้องภูอีกครั้ง

น้องภูมีฟันผุหลายซี่ เพราะพลกฤตกับกมลศรีตามใจเขามากเกินไป ให้เขากินแต่ขนมหวานๆ

ฉันเคยเตือนพลกฤตหลายครั้งแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยสนใจ

"แม่คะ... แม่ทำหน้าเศร้าทำไมคะ?" นลินถาม น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

ฉันยิ้มให้เธอ

"เปล่าหรอกจ้ะ แม่แค่คิดอะไรเพลินๆ น่ะ"

"แม่คิดถึงใครเหรอคะ?"

ฉันส่ายหน้า

"แม่ไม่ได้คิดถึงใครหรอกจ้ะ แม่แค่คิดว่าหนูเป็นเด็กดีมากเลยนะ"

นลินยิ้มกว้าง ดวงตาของเธอเป็นประกาย

"หนูรักแม่นะคะ"

ฉันกอดนลินแน่น ซบหน้ากับไหล่เล็กๆ ของเธอ

"แม่ก็รักหนูจ้ะ รักมากที่สุดเลย"

ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจของฉันได้รับการเติมเต็มอีกครั้ง

ตอน 3

รจนา คุณูปการ (นา) POV:

กลางดึกคืนนั้น ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ

"แม่คะ..." เสียงเล็กๆ ดังลอดเข้ามา

ฉันลุกขึ้นเปิดประตู เห็นนลินยืนอยู่หน้าห้อง เธอหอบหมอนใบเล็กมาด้วย

"มีอะไรเหรอลูก ทำไมยังไม่นอนจ๊ะ?" ฉันถามอย่างอ่อนโยน

นลินก้มหน้าลงเล็กน้อย ใบหน้าของเธอแดงก่ำ

"หนู... หนูกลัวค่ะ"

ฉันยิ้มเล็กน้อย

"กลัวอะไรเหรอจ๊ะ?"

"กลัว... กลัวผีที่แม่เล่านิทานให้ฟังเมื่อกี้ค่ะ" เธอตอบเสียงอ้อมแอ้ม

ฉันหัวเราะเบาๆ

"โธ่... แม่ก็แค่เล่าเรื่องสนุกๆ ให้ฟังเองนะลูก ผีไม่มีจริงหรอกจ้ะ"

"แต่... แต่หนูยังกลัวอยู่เลยค่ะ"

ฉันย่อตัวลงกอดนลิน เธอตัวสั่นเล็กน้อยในอ้อมแขนของฉัน

"หนูหนาวเหรอลูก ทำไมตัวสั่นจัง?"

นลินส่ายหน้า

"หนูไม่ได้หนาวค่ะ หนูกลัวจริงๆ"

ฉันอุ้มเธอขึ้นมา มือเล็กๆ ของเธอกอดคอฉันแน่น

"มานอนกับแม่นะจ๊ะ คืนนี้แม่จะกอดหนูไว้เอง"

นลินยิ้มเล็กน้อย ใบหน้าของเธอซบลงกับไหล่ของฉัน

"แม่คะ... หนูขอเรียกแม่ว่าแม่ได้ไหมคะ?" เสียงเล็กๆ ของเธอเบาหวิว

หัวใจของฉันเต้นแรง ฉันกอดเธอกลับแน่นกว่าเดิม

"แน่นอนสิลูก เรียกแม่ว่าแม่ได้เลย"

นลินเงยหน้าขึ้นมามองฉันดวงตาของเธอเป็นประกาย

"หนูรักแม่นะคะ"

"แม่ก็รักหนูจ้ะ รักมากที่สุดเลย"

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว นลินเติบโตขึ้นเป็นเด็กหญิงที่น่ารัก สดใส และฉลาด

เธอเข้าเรียนชั้นอนุบาลปีที่หนึ่ง และปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ฉันเปิดร้านเบเกอรี่เล็กๆ ที่บ้านเกิด ชื่อ "บ้านขนมหอม" ขนมของฉันได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เพราะฉันใส่ใจในทุกรายละเอียดและใช้วัตถุดิบคุณภาพดี

ชีวิตของฉันกับนลินมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

จนกระทั่งวันหนึ่ง เสียงโทรศัพท์จากคุณครูประจำชั้นของนลินก็ดังขึ้น

"คุณแม่คะ รบกวนคุณแม่มาที่โรงเรียนหน่อยได้ไหมคะ น้องนลินมีเรื่องทะเลาะกับเพื่อนค่ะ"

หัวใจของฉันกระตุกวูบ

นลินเป็นเด็กที่ไม่เคยทะเลาะกับใคร เธอเรียบร้อยและอ่อนโยนเสมอมา

ฉันรีบขับรถไปที่โรงเรียน ตลอดทางฉันคิดไปต่างๆ นานา

เกิดอะไรขึ้นกับนลิน? เธอทำอะไรผิดไปหรือเปล่า?

เมื่อไปถึงห้องเรียน คุณครูแยกเด็กทั้งสองคนออกจากกันแล้ว

ฉันเห็นนลินนั่งอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้าของเธอนิ่งเฉย แต่ดวงตาของเธอดึงดูดความสนใจของฉัน

แล้วฉันก็เห็นเด็กผู้ชายอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงข้าม เธอ

ใบหน้าของเขาดูคุ้นเคยอย่างประหลาด

"คุณแม่คะ น้องนลินกับน้องภูริณัฐทะเลาะกันค่ะ" คุณครูอธิบาย

หัวใจของฉันกระตุกวูบอีกครั้ง

ภูริณัฐ... น้องภู? ลูกชายแท้ๆ ของฉัน?

ฉันมองไปที่เด็กผู้ชายคนนั้น ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปมากจากวันสุดท้ายที่ฉันเห็นเขา

เขาดูโตขึ้นมาก แต่แววตายังคงซุกซนเหมือนเดิม

"ทะเลาะกันเรื่องอะไรคะคุณครู?" ฉันถาม เสียงของฉันสั่นเล็กน้อย

คุณครูถอนหายใจ

"น้องภูริณัฐเข้าใจผิดคิดว่าคุณแม่เป็นแม่ของเขาค่ะ แล้วน้องนลินก็ไม่ยอมรับ เลยทะเลาะกันค่ะ"

ฉันมองไปที่น้องภู เขาเงยหน้าขึ้นมามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

"แม่คะ! แม่มาแล้ว! ภูกอดแม่ได้ไหมคะ?" น้องภูวิ่งเข้ามาหาฉัน เขาพยายามจะกอดฉันทันที

แต่ก่อนที่เขาจะมาถึงตัวฉัน นลินก็เข้ามาขวางไว้

"หยุดนะ! อย่ามาแตะต้องแม่ของฉัน!" นลินพูดเสียงดัง สีหน้าของเธอดุดันอย่างที่ไม่เคยเป็น

น้องภูชะงัก เธอจ้องหน้านลินด้วยความไม่พอใจ

"เธอเป็นใคร! อย่ามาห้ามฉันนะ! นี่แม่ของฉัน!"

"แม่ของเธอ? แม่ของเธอคนไหนกัน! แม่ของฉันไม่กินทุเรียน ไม่ดูหนังผี ไม่ชอบเล่นหุ่นยนต์ที่แพงๆ แบบนี้หรอกนะ!" นลินเถียงกลับอย่างฉะฉาน

น้องภูหน้าซีดลงเล็กน้อย เขาหันมามองฉันอย่างสับสน

"แม่... แม่ไม่กินทุเรียนเหรอคะ?" น้องภูถามเสียงสั่น

ฉันมองไปที่น้องภูอีกครั้ง ลูกชายของฉันกำลังสับสน และฉันก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอธิบายเรื่องทั้งหมดนี้อย่างไร

น้องภู พยายามจะโต้แย้ง แต่คำพูดของเขากลับติดอยู่ในลำคอ

"ไม่จริง! แม่ฉันชอบกินทุเรียน! แม่ฉันชอบดูหนังผี!"

นลินหัวเราะเยาะ

"ใช่เหรอ? แม่ฉันบอกว่าแม่ไม่เคยชอบกินทุเรียนเลย แถมยังกลัวหนังผีจะตายไป! แม่ฉันเคยเล่าให้ฟังว่าแม่เคยอดทนทำในสิ่งที่แม่ไม่ชอบมาตลอดก็แค่เพราะรักใครบางคน!"

ฉันมองไปที่นลินด้วยความตกใจ

นลินจำได้ทุกคำพูดที่ฉันเคยเล่าให้ฟัง

น้องภูหันมามองฉันอีกครั้ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและความเจ็บปวด

"แม่... แม่ไม่ได้รักภูแล้วเหรอคะ?"

ฉันมองไปที่ลูกชายแท้ๆ ของฉัน หัวใจของฉันเจ็บปวดอีกครั้ง

ฉันรักน้องภู แต่ความรักของฉันในตอนนี้มันแตกต่างไปจากเดิมแล้ว

ฉันสลัดมือน้องภูออกอย่างช้าๆ แล้วเดินไปหานลิน

"นลินลูกไม่เป็นอะไรใช่ไหมจ๊ะ?" ฉันถามอย่างอ่อนโยน

นลินส่ายหน้า เธอจับมือฉันแน่น

ฉันก้มลงจูบหน้าผากนลินเบาๆ

"หนูเป็นเด็กดีของแม่เสมอเลยนะจ๊ะ"

ฉันหันมามองน้องภูอีกครั้ง

"ภู... กลับบ้านไปกับพ่อเถอะนะ" ฉันพูดเสียงเรียบ

น้องภูส่ายหน้า น้ำตาคลอเบ้า

"ไม่! ภูจะอยู่กับแม่! ภูจะกลับบ้านกับแม่!"

ฉันถอนหายใจ

"ภูไม่ใช่ลูกของแม่แล้วนะลูก" ฉันพูดอย่างใจเย็นที่สุด

น้องภูตัวสั่นเล็กน้อย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ

"ไม่จริง! ภูเป็นลูกของแม่! ภูจำแม่ได้!"

นลินดึงชายเสื้อของฉันเบาๆ

"แม่คะ นลินว่านลินกลับบ้านกับแม่เองดีกว่าค่ะ นลินไม่อยากให้แม่ลำบากใจ"

ฉันยิ้มให้นลิน

"ไม่ต้องหรอกลูก เดี๋ยวแม่จะจัดการเอง"

ฉันหันไปมองน้องภูอีกครั้ง

"ภู... แม่จะบอกอะไรให้นะ ทุกวันนี้แม่มีความสุขมากแล้ว ขอให้ภูมีความสุขกับพ่อของภูเถอะนะ"

น้องภูยืนนิ่ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสับสน

ฉันไม่รู้ว่าพลกฤตจะมาเมื่อไหร่ แต่ฉันรู้ว่าฉันต้องจัดการกับเรื่องนี้ให้เด็ดขาด

ฉันก้มลงกระซิบบอกนลิน

"นลินกลับบ้านก่อนได้ไหมจ๊ะ เดี๋ยวแม่จะตามไป"

นลินพยักหน้า เธอเดินออกไปจากห้องเรียนช้าๆ แต่ก่อนที่จะจากไป เธอหันมามองน้องภูเล็กน้อย

น้องภูมองตามหลังนลินไปด้วยแววตาที่ว่างเปล่า

ฉันรู้ว่าเขาเจ็บปวด แต่ฉันก็ไม่อาจจะทำอะไรได้แล้ว

ฉันหันกลับมามองน้องภู เขาเงยหน้าขึ้นมามองฉันอีกครั้ง

"แม่... แม่ไม่รักภูแล้วจริงๆ เหรอคะ?" เสียงของเขาเบาหวิว

ฉันมองไปที่น้องภูอีกครั้ง ฉันรู้ว่าฉันต้องทำใจแข็ง

เพราะฉันไม่สามารถกลับไปเป็นคนเดิมได้อีกแล้ว

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED