ภาพปกนิยาย บำเรอรักกับดักอสูร

บำเรอรักกับดักอสูร

9.4 / 10.0
ท่ามกลางวังวนแห่งเสน่หาที่ยากจะต้านทาน ฟินิกซ์ ฮิสตัน บรู๊ค หนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษผู้ทรงเสน่ห์และเจ้าเล่ห์ เขามองผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องบำเรอความใคร่ที่พร้อมจะทิ้งขว้างเมื่อสมใจอยาก ม่านไหมกลายเป็นเป้าหมายรายใหม่ที่เขาตั้งใจจะใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกล่อให้ติดกับดักรักเพื่อหวังเพียงความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน เขาใช้คำสัญญาอันเย้ายวนว่าจะหยุดเพียงแค่สัมผัสภายนอกภายในเวลายี่สิบนาที หากเธอไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะไปต่อ แต่หญิงสาวหารู้ไม่ว่านี่คือหลุมพรางของอสูรร้ายที่จ้องจะแผดเผาเธอด้วยไฟปรารถนา เมื่อเพลิงรักถูกจุดขึ้นมาจนกายสั่นสะท้าน แม้ใจจะพยายามประท้วงเพียงใดเธอก็อาจไม่อาจหลุดพ้นจากบ่วงมารที่เขาวางไว้อย่างเบ็ดเสร็จ
เรื่องย่อ บำเรอรักกับดักอสูร
ท่ามกลางวังวนแห่งเสน่หาที่ยากจะต้านทาน ฟินิกซ์ ฮิสตัน บรู๊ค หนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษผู้ทรงเสน่ห์และเจ้าเล่ห์ เขามองผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องบำเรอความใคร่ที่พร้อมจะทิ้งขว้างเมื่อสมใจอยาก ม่านไหมกลายเป็นเป้าหมายรายใหม่ที่เขาตั้งใจจะใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกล่อให้ติดกับดักรักเพื่อหวังเพียงความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน เขาใช้คำสัญญาอันเย้ายวนว่าจะหยุดเพียงแค่สัมผัสภายนอกภายในเวลายี่สิบนาที หากเธอไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะไปต่อ แต่หญิงสาวหารู้ไม่ว่านี่คือหลุมพรางของอสูรร้ายที่จ้องจะแผดเผาเธอด้วยไฟปรารถนา เมื่อเพลิงรักถูกจุดขึ้นมาจนกายสั่นสะท้าน แม้ใจจะพยายามประท้วงเพียงใดเธอก็อาจไม่อาจหลุดพ้นจากบ่วงมารที่เขาวางไว้อย่างเบ็ดเสร็จ
อ่านเพิ่มเติม

บำเรอรักกับดักอสูร ตอนที่ 1

ฟินิกซ์ ฮิสตัน บรู๊ค หรือฟินิกซ์ วรเวชนาคประสิทธิ์ หนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษ ทายาทคนที่สามของนาย โรเบิร์ต ฮิสตัน บรู๊ค ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมห้าดาวทางภาคอีสานที่ครอบคลุมไปทุกจังหวัด ฟินิกซ์ไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนอกเสียนานหลายปี แต่กลับได้รับคำสั่งจากนายโรเบิร์ต ให้มาบริหารโรงแรมที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในจังหวัดขอนแก่น เมื่อไม่อาจปฏิเสธคำสั่งจากประมุขใหญ่ของบ้านได้ เขาจึงต้องเดินทางกลับมาตามคำบัญชาของผู้เป็นบิดา

“แด๊ดดี้ ครับ ผมไม่ไปได้มั้ย? ให้ใครไปแทนได้หรือเปล่า?”

ฟินิกซ์ทำท่าเหมือนไม่เห็นด้วยที่บิดาของเขาสั่งให้เขาไปติดต่องานชิ้นหนึ่งในชนบทด้วยตัวเอง

“โนๆ ลูกต้องไปเอง ให้คนอื่นไปแทนไม่ได้เด็ดขาด ฟินิกซ์ลูกเข้าใจมั้ย คำว่ามิตรภาพ คืออะไร เราจะต้องสร้างสัมพันธไมตรีกับลูกค้าคนสำคัญของเราด้วยตัวของเราเอง เพื่อให้เกียรติพวกเขา เพราะฉะนั้นลูกต้องไปเข้าใจไหม?”

ที่จริงแล้วมันเป็นแผนการของนายโรเบิร์ต ที่ต้องการให้ลูกชายได้รู้จักกับใครบางคนที่วิไลวรรณคู่ขาของเขาแนะนำ

“โอเคแด๊ดดี้ ผมจะไป แต่ผมไม่รับรองนะ ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน ผมจะพยายามก็แล้วกัน”

ร่างสูงใหญ่ปานนายแบบหันหลังเดินตัวปลิวออกไปจากห้องทำงานของบิดา ลงไปยังลานจอดรถของโรงแรมพร้อมทั้งคนขับรถ

รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ คันหรูรุ่นล่าสุดสีบรอนซ์เงินออกตัวไปอย่างนุ่มนวลไปยังอำเภอหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ตลอดการเดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ดวงตาคมเข้มดุจพญาเหยี่ยวมองสำรวจริมทางไปตลอดเส้นทางด้วยความรู้สึกทึ่งๆ และประหลาดใจในสิ่งที่เขาได้พบเห็นเป็นครั้งแรกหลังจากที่ไม่ได้กลับมาที่นี่นานแล้ว

“โทรมชาย”

“สมชายครับ” คนขับรถแก้ให้กับภาษาไทยแปร่งๆ ของเจ้านาย

“นั่นแหละ ซมชาย ตรงนี้เขาเรียกว่าอะไร?” นิ้วเรียวชี้ออกไปข้างนอกรถอย่างสงสัย

“อ๋อ ที่นี่เขาเรียกว่า ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองครับ” สมชายตอบ

“อ๋อ ซานเจ้าพ่อหลักเมือง” สำเนียงของลูกครึ่งไทย-อังกฤษก็ยังเพี้ยนๆ อยู่ดี เพราะวันนี้เป็นวันที่สามที่เขาเพิ่งเดินทางมาถึงเมืองไทย

“อีกนานมั้ย กว่าจะถึง ร้านแพรพรรณผ้าไหมไทย?” เสียงทุ้มมีเสน่ห์ถามคนขับรถเมื่อทั้งคู่ออกสู่เส้นทางเลี่ยงเมือง

“ไม่นานหรอกครับ เดี๋ยวก่ฮอด”

“เดี๋ยวก่ฮอด หมายความว่ายังไง?” ฟินิกซ์ไม่เข้าใจ

“โอ๋ ขอโทษทีครับ หลงพูดภาษาบ้าน คำว่า เดี๋ยวก่ฮอด หมายถึง เดี๋ยวก็ถึงครับ” หนุ่มขับรถชาวอีสานแท้ๆ อธิบายภาษาบ้านให้เจ้านายฝรั่งลูกครึ่งฟัง

“โอ ฉันชักอยากจะเรียนภาษาของบ้านนายแล้วสิ ภาษาแปลกดิฉันชอบ” ฟินิกซ์พูดออกมาจากใจ

จากนั้นอีกหลายนาทีก่อนที่จะเดินทางไปถึงที่หมาย สมชายก็ได้สอนภาษาพื้นบ้านให้เจ้านายคนใหม่อีกหลายคำ อย่างสนุกสนาน จนกระทั่งทั้งคู่มาถึง ร้านแพรพรรณผ้าไหมไทย

วันนี้ลูกค้าค่อนข้างบางตา ม่านไหมจึงมีเวลามานั่งทอผ้าอยู่ข้างในร้าน ในส่วนของการโชว์การแสดงการทอผ้าไหม ซึ่งลูกค้าท่านใดที่ประสงค์จะดูการทอผ้า ก็สามารถที่จะมาชมในมุมนี้ได้ เพราะที่ร้านแพรพรรณผ้าไหมไทยแห่งนี้ มีการขายและการผลิตที่ครบวงจร ตั้งแต่การเลี้ยงตัวไหม ไปจนถึงการตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพื่อวางจำหน่าย ทั้งขายส่งและขายปลีกในราคาที่ไม่แพงมากนัก และร้านนี้ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านขายผ้าไหมที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานเลยก็ว่าได้

“นี่กุหลาบ เห็นบ่รถผู้ใดมา คันโก้โก้ ท่าทางสิรวยแท้” กุหลาบเป็นลูกน้องคนหนึ่งของร้านกำลังสนทนากับเพื่อนข้างๆ ด้วยความอยากรู้

“เฮาบ่ฮู้ดอก สงสัยสิเป็นลูกค้าคนพิเศษของคุณม่านไหม”

เพียงใจเองก็สงสัยเหมือนกัน แต่ก็ลองเดาเอา เพราะแขกที่ลงจากรถมาเธอไม่เคยเห็นหน้า แต่เมื่อประตูรถอีกด้านหนึ่งเปิดลงมา พร้อมกับร่างสูงใหญ่หล่อเหลาปานเทพบุตรในฝัน สองสาวถึงกับอ้าปากค้าง ขนลุกเกรียวด้วยความไม่คาดฝัน ว่าลูกค้าของเจ้านายจะหล่อลากดินถึงเพียงนี้

“ว้าว! เทพบุตรจุติลงมาเกิดแท้ๆ” กุหลาบอุทานเบาๆ ก่อน

“แม่นๆ พระเอกหนังเรื่องไหนหว่า คือหล่อแบบนี้ บ่อยากเซื่อ” เพียงใจงึมงำเบาๆ ด้วยภาษาบ้านของเธอ

“ผมมาพบเจ้าของร้าน ไม่ทราบว่าใครคือเจ้าของร้านครับ?” หนุ่มหล่อที่กระชากหัวใจของพวกเธอถามออกมาเมื่อเขามายืนอยู่หน้าร้าน

“ว้าว คุณพูดภาษาไทยได้ด้วย เอ่อ...คือเจ้าของร้านอยู่ข้างในค่ะ” เพียงใจบอกแก่ลูกค้าสุดพิเศษของวันนี้

“ขอผมเข้าไปพบได้มั้ยครับ?”

“ได้ค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ” กุหลาบรีบเชิญชวนเมื่อเห็นเพื่อนยังคงทำท่าตะลึงลานอยู่กับที่

“นั่งไงคะ เจ้าของร้าน”

ทันทีที่พนักงานสาวชี้นิ้วไปยังหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งกำลังนั่งทอผ้าไหมด้วยความเพลิดเพลิน ใบหน้าคมเข้มทรงเสน่ห์ก็หันหน้ามองตาม ภาพที่ฟินิกซ์เห็นแทบจะทำให้หัวใจของชายหนุ่มหยุดเต้น ร่างบอบบางแต่ได้สัดส่วน ผิวขาวอมน้ำผึ้งเรียบเนียน ใบหน้ารูปไข่ที่สวยใสหมดจดแต่งแต้มเพียงเครื่องสำอางบางเบาแค่นั้น กับผมสีดำสนิทเป็นเงาแวววาวดุจแพรไหมที่ถูกรวบตึงขึ้นไว้ตรงกลางศีรษะประดับด้วยปิ่นปักผมสีเงิน ยิ่งเน้นให้ใบหน้าหวานนั้นงดงามปานนางฟ้านางสวรรค์ที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน

“โอ ซวย เหลือเกิน” คำอุทานนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของร่างสูงใหญ่เบาๆ

“สวยค่ะ ไม่ใช่ ซวย” กุหลาบแก้ให้อย่างขำๆ ภาษาไทยจะวิบัติก็คราวนี้แหละ เด็กสาวคิดแล้วก็หันหน้ามามองคนหล่ออีกครั้งด้วยหัวใจที่เป็นสีชมพู

ม่านไหมเริ่มรู้ตัว เมื่อสายตาหวานซึ้งของเธอชายตาไปยังลูกค้าคนที่สามของวันนี้ เขาดูดีมีเสน่ห์มากทีเดียว โดยเฉพาะสายตาคมคู่นั้นที่ทำเอาเธอรู้สึกหน้าร้อนผ่าวราวจะเป็นไข้ จนต้องหลบสายตาลงอย่างประหม่า มือเรียวหยุดการทอผ้าไหมไปชั่วขณะเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ด้วยท่าทางมั่นใจในตนเองจนทำให้หญิงสาวกลายเป็นคนที่เริ่มจะขาดความมั่นใจไปเลย แต่เธอก็พยายามซ่อนความอ่อนไหวนั้นเอาไว้ภายใน

“สวัสดีค่ะ ดิฉันม่านไหม เป็นหลานสาวของเจ้าของร้านนี้”

เสียงหวานใสกล่าวทักทายด้วยท่าไหว้ที่สวยงามตามแบบฉบับหญิงไทยอย่างอ่อนช้อยงดงาม จนฟินิกซ์ต้องจ้องมองกิริยาของเธออย่างหลงใหล

“ผมฟินิกซ์ ฮิสตัน บรู๊ค ต้องการมาเจรจาซื้อผ้าไหมของคุณ”

ชายหนุ่มแนะนำตัวและบอกความต้องการสั้นๆ พอเข้าใจ แต่สายตาที่เขามองเจ้าของร้านกลับมีความนัยซ่อนอยู่หลายอย่าง และหนึ่งในนั้นคือ ‘คุณช่างเป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่ จนผมแทบจะอดใจไม่ไหวแล้วนะเนี่ย’

สายตาที่มองเธอเหมือนกับจะกลืนกิน ทำให้ม่านไหมต้องสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อควบคุมอารมณ์โกรธที่เริ่มพลุกพล่าน เมื่อเธอรู้สึกว่ากำลังถูกรุกรานทางสายตา ‘นี่เขาจะมาเจรจาเพื่อซื้อผ้าไหมหรือว่าซื้ออะไรกันแน่?’ ม่านไหมคิดและหรี่ตามองใบหน้าคมเข้มแวบหนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยชวนเขาเข้าไปดูผลิตภัณฑ์ผ้าไหมเนื้อดีที่สุดในร้านทางด้านใน

“ถ้าอย่างนั้น ก็เชิญคุณฟินิกซ์ด้านนี้เลยค่ะ”

“ผ้าไหมของคุณ สวยมากเลยนะครับ แต่ผมว่าคุณม่านมาย ซวยกว่า”

“ม่านไหมค่ะ และกรุณาพูดคำว่าสวยให้ชัดด้วย” หญิงสาวหันมาทำตาเขียวใส่ชายหนุ่มอย่างตำหนิ แม้จะรู้ว่าเขาพยายามพูดภาษาไทยให้ชัดแล้ว แต่เธอก็รู้สึกทะแม่งๆ อยู่ดี

“โอเค ม่านไหม สวย” ร่างสูงชะลูดปานนายแบบเน้นย้ำคำที่หญิงสาวท้วงติง จนม่านไหมต้องยิ้มออกมา

“คุณกำลังหาผ้าไหมลายไหนอยู่หรือคะ?”

ม่านไหมหันไปถามลูกค้าหนุ่มเมื่อเห็นว่าพาเขาเดินดูเกือบหมดร้านแล้วแต่ดูท่าทางเหมือนเขาจะยังไม่ตัดสินใจเลือกแบบที่เขาต้องการเสียที

“ผมต้องการความเป็นส่วนตัว ในการเจรจา กรุณาคุยกันที่ห้องทำงานของคุณได้มั้ยครับ เพราะผมมีเอกสารและรูปภาพที่ต้องแสดงให้คุณดู” เจ้าของร่างสูงใหญ่อธิบาย

แม้ว่าภายในใจจะไม่ไว้ใจลูกค้าที่มีหน้าตาหล่อเหลากระชากใจสาวๆ อย่างชายหนุ่ม แต่หญิงสาวในฐานะหลานสาวเจ้าของร้านก็ต้องทำตามมารยาท เชิญลูกค้าคนสำคัญไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเธอ

“ไหนคะ เอกสารที่คุณจะให้ฉันดู”

ม่านไหมรีบเข้าเรื่องทันทีที่เข้ามาในห้องทำงาน แม้ว่าภายในหัวใจของเธอจะสั่นๆ ที่ต้องอยู่กับผู้ชายสองต่อสองในห้อง แต่หญิงสาวก็พยายามทำตัวให้เป็นปกติให้มากที่สุด

“ดูท่าทางของคุณ จะไม่ค่อยไว้ใจผมเลยนะครับ” เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวเหมือนจะรู้ว่าเธอมีอาการประหม่ามากแค่ไหนที่ต้องอยู่ต่อหน้าเขา

“คุณยัง ไม่ได้ให้ฉันดูเอกสารเลยนะคะ ดิฉันมีเวลาไม่มากนัก กรุณารีบพูดความต้องการของคุณมาเถอะค่ะ” เมื่อเห็นสายตากรุ้มกริ่มพราวระยับดั่งชายเจ้าชู้ยิ่งทำให้หญิงสาวต้องระวังตัว มองตาเขาไม่กะพริบ

“ถ้าผมจะบอกว่า ผมต้องการตัวคุณมากกว่าผ้าไหมพวกนี้ล่ะ”

ร่างระหงลุกจากเก้าอี้ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบ ตั้งท่าจะเดินออกจากประตูห้องไป แต่ก็ถูกมือหนาและอ้อมแขนแข็งแรงเกี่ยวกระหวัดรัดร่างของเธอเอาไว้ เรียวปากที่กำลังจะอ้าเผยอร้องขอความช่วยเหลือ ถูกปิดลงทันทีด้วยริมฝีปากบางเฉียบได้รูปของชายหนุ่มที่ฉกลงมาอย่างรวดเร็ว

หญิงสาวร้องอู้อี้เมื่อเรียวปากถูกบดขยี้อย่างจาบจ้วงจากร่างสูงใหญ่ เขาพันธนาการร่างเพรียวระหงของเธอด้วยมือหนาและพละกำลังอันมหาศาลของเขา และด้วยประสบการณ์อันร้ายกาจในเชิงรัก โดยเฉพาะการลิ้มรสรักด้วยจูบอันแสนหวาน หากหญิงใดได้สัมผัสจูบที่เร่าร้อนของเขา ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่อาจจะควบคุมสติของตัวเองได้อีกต่อไป ไม่เว้นแม้แต่ม่านไหมหญิงสาวผู้ไม่เคยต้องมือชายมาก่อน

ลิ้นอุ่นๆ ซอกซอนเข้าไปควานหาความหอมหวานของน้ำผึ้งในโพรงปากบางอิ่ม เมื่อเจอมันเขาก็ดื่มด่ำดูดกลืนกินอย่างโหยหิว ลิ้นเรียวหนาเกี่ยวกระหวัดลิ้นเรียวเล็กอย่างช่ำชองเร่าร้อนแต่ก็อ่อนหวาน จนร่างบางไม่อาจจะต้านทานเสน่หาอันรัญจวนนี้ได้แม้เพียงวินาทีเดียว มือเล็กที่ผลักไสในนาทีแรก กลับหาที่ยึดสะเปะสะปะเมื่อร่างกายเริ่มอ่อนระทวยดั่งขี้ผึ้งถูกไฟลน

“หวานเหลือเกิน ยาหยี”

ฟินิกซ์ถอนริมฝีปากออกเบาๆ อย่างแสนเสียดาย ที่จริงเขาอยากจะจูบหญิงสาวให้เนิ่นนานกว่านี้ แต่ก็กลัวร่างบางจะขาดใจไปเสียก่อน เพราะดูท่าทางหญิงสาวช่างอ่อนประสบการณ์เหลือเกิน

ม่านไหมเซเล็กน้อย เมื่อร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระ ร่างเล็กถอยหลังไปชนผนังจนต้องพิงร่างพักหอบหายใจอยู่ตรงนั้น แล้วค่อยๆ หันไปมองคนที่บังอาจฉวยโอกาสกับเธอด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความโกรธสุดจะบรรยาย

เผียะ!

เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังสนั่นกลางอากาศ

“ออกไป! ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้ ไอ้ฝรั่งโรคจิต ไอ้คนเลว และจำเอาไว้เลยนะ ฉันไม่มีวันขายผ้าไหมอันมีค่าของฉัน ให้กับคนต่ำช้าอย่างนายเด็ดขาด ออกไป!”

ร่างที่กำลังสั่นเทิ้มชี้นิ้วสั่นๆ ของเธอไปยังประตูไล่ลูกค้าที่น่ารังเกียจออกไปด้วยความโมโหสุดขีด จนฟินิกซ์เองก็ยังตกใจ ไม่คิดว่าหญิงสาวจะโกรธเขามากมายถึงขนาดนี้

“เฮ้! คุณ ผมขอโทษ”

“ออกไป!! ฉันไม่ต้องการคำขอโทษจากฝรั่งที่เห็นผู้หญิงไทยเป็นของง่ายที่จะทำอะไรก็ได้อย่างคุณ ที่นี่ประเทศไทยไม่ใช่ที่ๆ คุณเคยอยู่ จงกลับไปซะ ก่อนที่ฉันจะโทรเรียกตำรวจมาลากคอคุณเข้าคุก” ร่างบางเดินฉับๆ ไปเปิดประตูไล่แขกโดยไม่มองหน้าเขาอีกเลย

“ตกลงครับ ผมจะกลับ แล้วผมจะมาใหม่”

ร่างสูงใหญ่หันหลังกลับมา ท่ามกลางสายตาสอดรู้สอดเห็นหลายคู่ ของคนที่ยืนออกันอยู่แถวหน้าประตู ฟินิกซ์ยิ้มให้กับทุกคนอีกครั้ง แล้วจึงหันไปมองที่ประตูห้องที่เขาเพิ่งเดินออกมาเมื่อครู่นิ่ง ก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถส่วนตัว

‘ผมจะกลับมาอีกแน่ ยาหยี คุณไม่มีทางหนีเงื้อมมือผมไปได้หรอก คุณหอมหวานออกอย่างนี้ ผมต้องได้คุณมาเป็นของผมให้ได้ เพราะไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ผมต้องการแล้วไม่ได้”

ร่างสูงใหญ่ยืนเพ่งมองมาทางร้านแพรพรรณผ้าไหมไทย ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ร้ายกาจมาดมั่นอย่างที่สุด ที่คิดว่าเขาจะต้องพิชิตร่างกายอันยั่วเย้าแสนหวานของม่านไหมให้ได้ในเร็ววันนี้แน่นอน

‘ม่านไหม พยศแบบนี้สิ ฉันชอบ ฉันรับรอง ฟินิกซ์คนนี้จะต้องปราบเธอให้เชื่องให้จงได้’

ปัง!

เสียงประตูรถปิดลง รถเบนซ์สีบรอนซ์เงินวาววับเคลื่อนหายไปแล้ว ทิ้งไว้แต่รอยควันจางๆ ที่ม่านไหมแอบมองทางหน้าต่าง เหมือนฝันร้ายที่เธอไม่มีวันลืม

อ่านต่อ

สารบัญของ บำเรอรักกับดักอสูร

Ch. 1
Ch. 2
Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้จะรู้ดีว่าในใจของเขามีเพียงคนรักเก่าที่อยู่ต่างประเทศ จนกระทั่งฝ่ายนั้นตั้งครรภ์เธอก็ยังเลือกที่จะขอเขาแต่งงาน ทว่าในวันที่ต้องจดทะเบียนสมรส ลู่เหยี่ยนจือกลับทอดทิ้งเธอไว้เพียงลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและย้ายหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในขณะที่ลู่เหยี่ยนจือชะล่าใจว่าอย่างไรเธอก็ต้องกลับมาหาเขา แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเขาได้เห็นเธอจดทะเบียนสมรสกับชายอื่นต่อหน้าต่อตา ความสูญเสียทำให้เขาแทบเสียสติและยอมละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสครั้งที่สอง ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงคำไล่ส่งจากซ่งชิงอวี่ที่ยืนยันว่าตอนนี้เธอมีครอบครัวใหม่ที่ต้องปกป้องแล้ว
ภาพปกนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ในวันที่มหาอุทกภัยพัดพรากทุกสิ่ง ลิซ่ากลับต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัส เมื่อพี่ชายและสามีเลือกที่จะปกป้องอลิซ คุณหนูใหญ่ที่เพิ่งกลับมา มากกว่าเธอที่ขาหักจากอุบัติเหตุ อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว คำโกหกนั้นทำให้ชายทั้งสองที่เธอเคยรักเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พวกเขาตราหน้าว่าเธอใจคอโหดเหี้ยมและตัดสินใจลงทัณฑ์เธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบขาของเธอซ้ำเพื่อให้จดจำความผิดที่ไม่ได้ก่อ ท่ามกลางความหวาดกลัวและใบหน้าที่เย็นชาของคนในครอบครัว ลิซ่าจึงสาบานกับตัวเองว่าจะต้องหนีไปจากนรกแห่งนี้ให้ได้ ความรักที่เคยมีพังทลายลงพร้อมกับความแค้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
ภาพปกนิยาย หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
ห้าปีก่อน ซางหว่านยอมสละร่างกายเข้าปกป้องเผยจี๋จนถูกแทงที่ท้องอย่างรุนแรง ส่งผลให้เธอต้องสูญเสียความสามารถในการมีบุตรไปตลอดกาล แม้เผยจี๋จะเคยให้คำมั่นสัญญาว่าเขาไม่ได้ต้องการมีทายาทในชีวิตนี้ แต่ความจริงกลับสวนทาง เมื่อเขาวางแผนที่จะจ้างวานผู้หญิงคนอื่นมาอุ้มบุญแทน โดยเลือกซูเซวี่ย นักศึกษาสาวที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับภรรยาของเขามาทำหน้าที่นี้แทนเธอ เผยจี๋หารู้ไม่ว่าในวินาทีที่เขาตัดสินใจยื่นข้อเสนออันแสนเจ็บปวดนี้ออกมา ซางหว่านก็ได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะยุติความสัมพันธ์และเดินออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวร
ภาพปกนิยาย สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
โชคชะตาเล่นตลกให้เธอต้องอุ้มท้องลูกของชายปริศนาเพื่อทำตามข้อตกลงลับบางอย่าง แต่ในขณะเดียวกันเธอกลับต้องเข้าพิธีวิวาห์กับชายหนุ่มที่ถูกหมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่ยังเยาว์วัย แม้จุดเริ่มต้นของชีวิตคู่จะเกิดขึ้นเพียงเพราะผลประโยชน์ที่ต่างฝ่ายต่างต้องการ แต่ความใกล้ชิดกลับถักทอความผูกพันจนทั้งสองเผลอใจรักกันโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าในวันที่กำหนดคลอดใกล้เข้ามาถึง ฝันหวานของเธอก็พังทลายลงเมื่อเขายื่นเอกสารการหย่าให้เพื่อยุติความสัมพันธ์ แต่สุดท้ายเขากลับสารภาพความในใจว่าเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอด
ภาพปกนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีของชีวิตสมรส สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากการใช้ชีวิตบนหนามแหลม จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกไปอย่างไร้เยื่อใย เพื่อเปิดทางให้คนรักเก่าของเขาที่กำลังจะกลับมา เธอจึงตัดสินใจเซ็นใบหย่าและเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่เสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ทว่าเพียงไม่กี่วันหลังจากสิ้นสุดความสัมพันธ์ ทั้งคู่กลับได้พบกันอีกครั้งในสถานการณ์ที่สเตลล่าอยู่ในอ้อมแขนของชายคนใหม่ ความสุขที่เธอแสดงออกมาทำให้เวย์ลอนที่เคยเย็นชากลับรู้สึกโกรธแค้นจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เขาเอ่ยปากประชดประชันถึงความรวดเร็วในการหาคนใหม่ แต่สเตลล่ากลับตอกกลับอย่างไม่ใยดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตของเธออีกต่อไป พร้อมแสดงความรักต่อชายคนใหม่ต่อหน้าเขาอย่างเปิดเผย
ภาพปกนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
นิยายเรื่องนี้เล่าถึงความสัมพันธ์อันเร่าร้อนระหว่างลายไม้และปวีนุช เมื่อพรหมลิขิตนำพาให้ทั้งคู่ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกันบนเรือสำราญกลางอ่าวไทยเป็นเวลาสิบสี่วัน ตลอดเวลาที่กินนอนและเรียนรู้กันอย่างใกล้ชิด ปวีนุชกลับรู้สึกว่าชายหนุ่มเปรียบเสมือนปิศาจที่ใช้ชั้นเชิงเสน่ห์อันเหนือชั้นร่ายมนต์จนเธอตกหลุมรักเขาหมดหัวใจ แม้ลายไม้จะปรารถนาเคียงคู่เธอตลอดไป แต่ด้วยความกลัวความเจ็บปวดและกำแพงเรื่องความเหมาะสม ทำให้ปวีนุชเลือกที่จะหนีไปเพื่อเก็บความทรงจำนี้ไว้ให้ลึกที่สุด ท่ามกลางความทรมานจากการจากลา เธอแอบหวังให้เขาออกตามหาเพื่อพิสูจน์ว่าความรักที่แท้จริงนั้นก้าวข้ามเรื่องฐานะและชนชั้นได้ เพียงแค่หัวใจสองดวงตรงกัน ลายไม้จะตัดสินใจอย่างไรและเขาจะสามารถตามหาเจ้าของหัวใจเพื่อกลับมาดูแลกันไปตลอดชีวิตได้หรือไม่
ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved.