ตอนที่ 2 ตกลง
ทางด้านนาธาน
“เฮ้ยเพื่อน สนใจสาวๆมาคลายเครียดสักคนไหมเดี๋ยวกูจัดให้” โซเฟียเสนอ เพราะสถานที่แห่งนี้มีความบันเทิงครบวงจรเต็มรูปแบบ ถ้าเพื่อนอยากได้โซเฟียก็พร้อมที่จะจัดให้
“เออน่าสนใจดีเหมือนกันแฮะ พักนี้เบื่อๆ” คนขี้เบื่อเริ่มสนใจในสิ่งที่เพื่อนเสนอ แต่ยังไม่ทันไร...
“ปัก! เฮ้ย!” อยู่ๆก็มีผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ ล้มลงมานั่งอยู่บนหน้าขาแข็งแรงของนาธานพอดี เธอตัวเล็ก ร่างบาง ผิวขาว หน้าตาจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อย นาธานไม่ทันได้ตั้งตัวจึงรีบใช้แขนกอดรับเธอไว้ตามสัญชาตญาณ
“เฮ้ยพูดถึงผู้หญิง ผู้หญิงก็มาเลยว่ะ” โซเฟียเอ่ยขึ้นอย่างขำขัน ทั้งสองหนุ่มมองหน้ากันไปมา นาธานไม่รู้จะเอายังไงกับผู้หญิงคนนี้ดี เขาจึงมองหน้าเพื่อนเลิกคิ้วสูงเป็นคำถาม แต่โซเฟียกลับพยักหน้าให้เป็นอันรู้กัน ในใจของนาธานก็รู้สึกอยากจะได้ผู้หญิงคนนี้ไปแก้เบื่อคืนนี้อยู่เหมือนกัน แต่ทว่าเขาจะต้องถามเธอก่อนว่าเธอจะยินยอมพร้อมใจไปกับเขาไหม
“ขอโทษค่ะ...หนูเมา” น้ำผึ้งที่กำลังเมามาก เธอส่งเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอ แล้วพยายามจะลุกออกจากหน้าตักของผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ ที่เธอบังเอิญล้มลงไปนั่งตักเขาอย่างพอดิบพอดี แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดแถมเธอยังเมามากอีกด้วย ทำให้เธอลุกเท่าไหร่ก็ลุกไม่ขึ้นสักที แล้วดูเหมือนว่าเขาจะไม่ช่วยเธอเลยสักนิด
ก้นงอนงามของเธอยังคงบดเบียดอยู่ที่หน้าขาแกร่งของเขาไม่ยอมหยุด เธอพยายามจะลุกขึ้นไปให้ได้ จนคนตัวโตที่มีความคิดอยากจะได้ผู้หญิงสักคนไปแก้เบื่อในคืนนี้ รีบเอ่ยชวนทันที
“คืนนี้คุณคนสวยสนใจจะไปกับผมไหมครับ” นาธานถามออกไปตรงๆ คำถามง่ายๆแบบนี้ ใครที่ได้ฟังก็จะต้องรู้กันทั้งนั้น ว่าคนชวนต้องการอะไร
“ไปไหน...” และแน่นอนว่าผู้หญิงโลกสวยและอ่อนต่อโลกแถมยังเมามากอย่างเธอ ไม่รู้หรอกว่าคำถามเมื่อสักครู่ของผู้ชายแปลกหน้าแต่หล่อเหลาคนนี้ต้องการอะไรและจะพาเธอไปไหน
“ไปสนุกด้วยกันไง” คำว่าสนุกของเขา ทำเอาคนที่กำลังทุกข์ใจเริ่มสนใจ
“สนุกเหรอ...ไปสิ” เธอตอบรับเขาทันที เพราะอยากลืมเรื่องบ้าๆที่อยู่ในหัวไปให้หมด
“เธอตกลงแล้วนะ” เขาถามย้ำอีกครั้ง เพราะถ้าเธอไม่ยอมคนอย่างเขาก็จะไม่มีทางบังคับขืนใจใครเด็ดขาด และการขึ้นเตียงกับผู้หญิงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้ชายอย่างเขา เพราะเขาเลือกกิน แต่วันนี้เหมือนสวรรค์จะส่งเธอมาให้เขา ซึ่งตัวเขาเองก็รู้สึกถูกใจเธอคนนี้อยู่มากเหมือนกัน
“กูไปก่อนนะ เอาไว้วันหลังจะมาเที่ยวใหม่” นาธานยกคิ้วให้เพื่อนและกำลังจะลุกขึ้นแต่โซเฟียก็เรียกไว้ซะก่อน
“เครื่องป้องกันหน่อยไหม หน้าเคาน์เตอร์มีขาย” ทั้งสองหนุ่มยกคิ้วให้กันอีกครั้ง จากนั้นนาธานก็พาหญิงสาวเดินไปด้วยกัน โดยไปหยุดยืนซื้อสิ่งนั้นก่อน จากนั้นเขาก็พาเธอเดินออกจากสถานบันเทิงแห่งนี้ไป
สถานที่ที่นาธานเลือกที่จะพาหญิงสาวคนนี้มาหาความสุขด้วยกันก็คือโรงแรม เมื่อเขาและเธอเข้ามาถึงด้านในห้องนอนสุดหรูของโรงแรมแห่งนี้
เขาจึงปล่อยร่างบอบบางของหญิงสาวที่ยืนแทบจะไม่อยู่ด้วยความเมา ให้เธอล้มลงไปนอนบนเตียงนุ่มๆสีขาวสะอาดตา จากนั้นเขาจึงขึ้นทาบทับร่างกายบอบบางนั้นทันที
“อื้อ...หนัก...” กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ลอยออกมาจากลมหายใจของหญิงสาว ไม่ได้ทำให้คุณหมอหนุ่มรู้สึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาก็ดื่มมาเหมือนกัน
“อื้อ...อึดอัด” เธอบ่นพึมพำเบาๆในลำคอ และพยายามดิ้นขัดขืนเล็กน้อย เพราะว่ารู้สึกรำคาญ
“เถอะน่า เรากำลังจะสนุกด้วยกันนะสาวน้อย” และด้วยความชำนาญของคุณหมอหนุ่ม จึงทำให้หญิงสาวที่ไม่มีสติเผลอหลงใหลไปกับสัมผัสอันเร่าร้อนของเขาจนได้
“อื้อ...” เสียงครางเบาๆในลำคอของหญิงสาว ทำให้คุณหมอหนุ่มรู้สึกดีอยู่ไม่น้อย เขาเริ่มซุกไซร้ซอกคอขาวๆของเธอ หนวดแข็งๆที่ทิ่มแทงผิวสวยๆของเธอ ทำให้หญิงสาวถึงกลับหดคอหนี แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกแย่จนเกินไป
มือหนาค่อยๆสัมผัสที่เนินเนื้อเต่งตึงคู่สวยของเธอเบาๆ เขาค่อยๆลงน้ำหนักมือลงไปพร้อมกับบีบขยำเล่นมันอย่างเมามัน จนหญิงสาวเผลอไผลไปกับสัมผัสที่เขากำลังปรนเปรอให้เธออยู่ในขณะนี้ ริมฝีปากหยักลากไปตามร่างกายสาวอย่างเร่าร้อน ซึ่งคนเมาตอนนี้ไม่มีสติหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย เป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปมันทำให้เธอรู้สึกเหมือนฝัน
คนตัวโตค่อยๆจับเธอปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ดๆจนถึงเม็ดสุดท้าย จากนั้นเสื้อของเธอก็หลุดติดมือเรียวใหญ่ของเขาไปอย่างง่ายดาย จนมันลงไปกองอยู่ที่พื้น หน้าอกที่ใหญ่สมส่วนพอดีตัวของเธอ ดูแล้วเซ็กซี่ไม่เบา เขาค่อยๆเอื้อมมือไปด้านหลังของเธออย่างชำนาญ แล้วปลดตะขอบราเซียออกให้เธอ
“อ้า...” เมื่อริมฝีปากหยักเริ่มทำหน้าที่ ก็มีเสียงครางเบาๆออกมาจากลำคอของหญิงสาวและเสียงนั้นก็ทำให้เขารู้สึกพอใจมาก ส่วนคนเมาที่ถูกเขาเชยชมอย่างไม่รู้ตัว แต่ร่างกายของเธอมันดันบอกว่าชอบสัมผัสของเขามาก
กระดุมกางเกงขาสั้นของหญิงสาวถูกปลดออก พร้อมกับซิปกางเกงที่ถูกเขารูดลง เขาสอดมือเข้าไปด้านในกางเกงขาสั้นผ่านแพตตี้ตัวจิ๋วของเธอ เขาถูไถกลีบดอกไม้งามของเธอด้วยนิ้วเรียวของเขาอย่างแนบแน่น ในขณะที่ด้านบนก็ยังไม่หยุดที่จะเชยชิมเม็ดดอกบัวคู่นั้น จนหญิงสาวถึงกลับกอดเขาแน่นขึ้น เพราะสัมผัสที่หนักหน่วงและแนบแน่นนี้ มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ที่ไหนสักที่ แล้วตอนนี้เธอก็กำลังรู้สึกมีความสุขมากๆ
คุณหมอหนุ่มไม่รอช้าอีกต่อไป เพราะความแข็งขืนที่อยู่ภายในกางเกงเนื้อดีของเขามันกำลังแผงฤทธิ์ เขารีบจัดการดึงกางเกงทั้งตัวใหญ่และตัวเล็กของเธอออกไปให้พ้นทาง จนมันร่วงหล่นลงไปกองรวมกันอยู่กับเสื้อที่พื้นเรียบร้อย
เขาผละออกจากเธอแล้วรีบจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองทันที ตอนนี้น้ำผึ้งสะลึมสะลือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เธอกำลังคิดว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ในวิมานที่ไหนสักที่ แล้วตอนนี้เธอก็กำลังมีความสุข จนลืมความทุกข์ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ไปสนิทเลย แต่คุณหมอหนุ่มกลับคิดว่าเธอกำลังเมาสัมผัสของเขาอยู่ ดวงตาหวานเยิ้มนั่นที่เธอมองเขาอยู่ตลอดเวลา มันทำให้เขาคิดไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ชายหนุ่มเริ่มทาบทับร่างกายใหญ่ของตัวเอง ลงมาที่ร่างกายบอบบางตรงหน้าอีกครั้ง แล้วเริ่มปรนเปรอให้เธอต่อ
“อ้า...” หญิงสาวเผลอครางออกมาอย่างไม่รู้ตัว ว่าสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่นี้มันคืออะไร แต่สำหรับเขาแล้วเสียงครางหวานๆของเธอมันกลับสร้างความวาบหวามให้เขาได้มาก
นาธานต้องการให้ทั้งเธอและทั้งเขามีเซ็กส์ร่วมกันโดยที่อีกฝ่ายจะต้องรู้สึกดีตามไปด้วย และสาวๆที่เคยได้ขึ้นเตียงกับเขา ทุกคนต่างรู้ว่าผู้ชายคนนี้อ่อนโยนกับผู้หญิงทุกคนขนาดไหน แต่ในความอ่อนโยนก็มีความเร่าร้อนคลุกเคล้าอยู่ด้วย จนเธอพวกนั้นอยากจะได้ขึ้นเตียงกับเขาอีก แต่เขาไม่ต้องการที่จะสานสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหนทั้งสิ้น และหลังจากเสร็จภารกิจเงินที่ถูกวางไว้ให้พวกหล่อน ก็ทำให้พวกหล่อนพอใจอยู่ไม่น้อย
สัมผัสของเขาตอนนี้ทำให้หญิงสาวที่กำลังเคลิบเคลิ้มครางเสียงหวานออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความพอใจให้กับคุณหมอหนุ่มจนร่างกายตอนนี้ของเขาร้อนฉ่าแทบคลั่ง
“เธอชื่ออะไร” คุณหมอหนุ่มเอ่ยถามขึ้น แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆออกมาจากปากของเธอทั้งสิ้น มีแต่เสียงครางกระเส่าเท่านั้นที่เธอส่งเสียงออกมาไม่ได้หยุด เพราะเขาก็ยังไม่ยอมหยุดการกระทำบนร่างกายของเธอเลยน่ะสิ
ด้วยความที่เขาคิดเอาเองว่า หญิงสาวตรงหน้าเป็นผู้หญิงไทยตัวเล็ก ซึ่งเขาเป็นคนยุโรปเต็มตัว ตัวใหญ่ ความเป็นชายของเขาก็เช่นกัน ถึงเขาจะคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าคงผ่านผู้ชายมาบ้างแล้ว แต่เพราะความใหญ่โตของเขามันเกินมาตรฐานที่เธอจะรับได้อยู่แล้ว เขาจึงเลือกที่จะใช้นิ้วเพื่อเปิดทางรักให้เธอก่อน แต่ทว่าทันทีที่เขาสอดนิ้วเข้าไปได้แค่นิ้วเดียว เขากลับรู้สึกถึงความคับแน่นเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้นึกเอ๊ะใจอะไร และเลือกที่จะปรนเปรอให้เธอต่อไป
“เจ็บ...” เธอร้องบอก จนคนฟังถึงกับขมวดคิ้ว แต่เขาก็ยังคงปรนเปรอให้เธอต่อไปเรื่อย จนความเสียวแล่นเข้ามาที่กลางลำตัวของหญิงสาว เธอส่งเสียงครางกระเส่าอีกครั้ง จนชายหนุ่มต้องเร่งจังหวะรักให้เธอเร็วขึ้นอีก เพื่อจะส่งให้เธอขึ้นสวรรค์ไปก่อน เขาใช้เวลาเพียงไม่นานมากนัก เสียงกรีดร้องของหญิงสาวพร้อมกับร่างกายที่กระตุกเกร็งและหอบเหนื่อย ไหนจะช่วงร่างของเธอที่ผลิตน้ำหวานออกมาเป็นจำนวนมาก มันไหลออกมาจนชุ่มฉ่ำนิ้วของเขาไปหมด นั่นแสดงว่าเธอพร้อมสำหรับเขาแล้ว…
คุณหมอหนุ่มหยิบเครื่องป้องกันขึ้นมา หวังว่าจะเอามาสวมแต่เมื่อแกะมันออกมา เขาถึงกลับต้องพลิกข้างกล่องดู เพราะว่าไซส์ถุงยางอนามัยกับขนาดของเขามันต่างกันอย่างสิ้นเชิง จนคิดว่าไม่น่าจะสวมเข้าไปได้แน่ๆ
“บ้าชิบ! หวังว่าเธอจะสะอาดพอให้ฉันสดด้วยนะ” ครั้นจะหยุด ก็คงหยุดไม่อยู่แล้ว เพราะอารมณ์ตอนนี้มันเตลิดไปไกลมาก ไหนจะรูปร่างอรชรตรงหน้านี่อีก เขาปาเครื่องป้องกันที่อยู่ในมือทิ้งลงพื้นอย่างหัวเสีย แล้วเริ่มกิจกรรมรักกับเธอต่อ
ในเมื่อไอ้เครื่องป้องกันกล่องนี้มันใช้ไม่ได้ มีก็เหมือนไม่มี เพราะฉะนั้นวันนี้เขาขอสดกับผู้หญิงตรงหน้าสักครั้งก็แล้วกัน ซึ่งตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เขาก็ยังไม่เคยพลาดเหมือนวันนี้มาก่อน
แต่กิจกรรมรักที่กำลังดำเนินต่อไป พร้อมกับเสียงร้องของเธอมันทำให้เขารู้สึกว่าเธอคนนี้ยังไม่เคย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็คงไม่สามารถหยุดอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว เพราะว่ามันมาไกลเกินกว่าที่จะห้ามใจ กลิ่นเลือดจางๆลอยเข้าจมูก พร้อมกับเยื่อพรหมจรรย์ที่ขาดออกด้วยน้ำมือของเขา แล้วมีหรือคุณหมออย่างเขาจะไม่รู้ว่าสิ่งนี้เขาเรียกกันว่าอะไร
“อย่างเกร็งปล่อยตัวตามสบาย” เขาร้องบอกเธอด้วยภาษาไทย ที่ฟังดูไม่ค่อยจะชัดนัก
ความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาที่ร่างกายบอบบางของเธอนั้น มันทำให้น้ำตาของเธอไหลออกมาที่หางตา ด้วยความรู้สึกหลากหลาย
เธอค่อยๆทำตามที่เขาบอก แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงรู้สึกเจ็บมากอยู่ดี มือเล็กกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น พยายามจะไม่ร้องออกมาอีก เธอกำลังกลั้นใจเพราะความเสียใจก่อนหน้านี้ กับสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้มันทำให้เธอร้องไห้ออกมาเงียบๆ และรู้สึกเกลียดตัวเองเหลือเกิน
คุณหมอหนุ่มพยายามเก็บกลั้นอารมณ์ของตัวเองอีกครั้ง เพราะว่าตอนนี้เขาอยากจะขยับจะแย่ แต่ก็ยังไม่สามารถทำอย่างที่ใจต้องการได้ รอให้ร่างกายของเธอได้ปรับตัวก่อน เขาเลือกที่จะปรนเปรอร่างกายให้เธออีกครั้ง จนเธอเริ่มรู้สึกดีขึ้น
“พร้อมหรือยัง ผมจะไม่ไหวแล้วนะ” คำถามที่ถามออกไปหวังจะได้ฟังคำตอบ แต่หญิงสาวกลับเม้มปากแน่น เธอไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา มีแต่เพียงน้ำตาเท่านั้นที่บ่งบอกความรู้สึกของเธอตอนนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาคิดที่จะหยุด แรงตอดรัดถี่ๆภายในร่างกายของหญิงสาวที่ทั้งสดทั้งใหม่ มันทำให้คุณหมอหนุ่มอย่างเขาเลือกที่จะถนอมและอ่อนโยนกับเธอ…
ตอนที่ 3 อุบัติเหตุ
เช้าวันรุ่งขึ้น
เสียงมือถือเครื่องหรูของคุณหมอนาธานดังขึ้นแต่เช้า เขารีบคว้ามันมากดรับทันที เพราะเห็นว่าเป็นเบอร์จากทางโรงพยาบาลที่โทรเข้ามา
“ครับ”
“คุณหมอค่ะ ขอโทษที่โทรมารบกวนแต่เช้านะคะ พอดีมีเคสผ่าตัดด่วนเข้ามา คุณหมอมาที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลยได้ไหมคะ” และแน่นอนว่าถ้าโทรเข้ามาด่วนแบบนี้ คงเป็นเคสที่ยากมากๆ และเคสนี้คงผ่านการคัดกรองจากคุณหมอบางท่านเรียบร้อยแล้ว ว่าจะต้องถึงมือเขาเท่านั้นถึงจะสำเร็จ
“ครับ เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อม ไม่เกินครึ่งชั่วโมงผมน่าจะถึง” ด้วยอาชีพและสัญชาตญาณความเป็นหมอที่มีอยู่ในสายเลือด จึงทำให้เขาต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
คุณหมอหนุ่มรีบจัดการใส่เสื้อผ้าของตัวเองจนเสร็จเรียบร้อย แต่หญิงสาวที่เขาออกแรงทำรักกับเธอเมื่อคืนยังไม่ยอมตื่น เพราะกว่าเขาจะยอมให้เธอนอนได้ ก็ปาเข้าไปเกือบสว่าง เธอเพลียเขารู้เขาจึงเขียนโน๊ตวางไว้แล้วออกจากห้องไป
‘รอผมอยู่ที่นี่ก่อนนะ เสร็จธุระแล้วผมจะรีบกลับมา’ เขาเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เพราะเขียนภาษาไทยไม่ค่อยเก่ง
เวลาสายๆของวันใหม่ น้ำผึ้งรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เธอก็ไม่เห็นหน้าคนที่รังเกเธอเมื่อคืนนี้แล้ว เหตุการณ์เมื่อคืนหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเธอจนหมด นั่นจึงทำให้เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนักอีกครั้ง เพราะเธอกำลังรู้สึกว่าเธอโดนเจาะไข่แดง สิ่งที่เธอหวงแหนมันมาตลอดชีวิตของเธอ แต่ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ได้ความสาวของเธอไป แถมตอนนี้เขาก็ไม่อยู่แล้ว
น้ำผึ้งพยุงร่างบอบช้ำของตัวเอง เก็บเสื้อผ้าที่เกลื่อนกลาดเอาขึ้นมาสวมใส่ ดีที่สภาพของมันยังคงดีอยู่ เมื่อเธอใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะเดินออกจากห้องไป บังเอิญเหลือบไปเห็นกระดาษโน๊ตที่มีข้อความเป็นภาษาอังกฤษ เธอไม่ได้ใส่ใจว่าข้อความนั้นจะอ่านว่าอะไร แต่เธอเลือกที่จะยัดมันลงกระเป๋ากางเกงแล้วเดินออกจากห้องไป…
ทางด้านคุณหมอนาธาน
คุณหมอนาธาน จัดการเรื่องงานของเขาทุกอย่างด้วยความชำนาญ จนทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อยดี แต่ก็กินเวลาไปนานพอสมควร และหลังจากจบเคสกับคนไข้คนนี้แล้ว ก็มีคนไข้คนอื่นๆเข้ามาอีกเรื่อยๆจนคุณหมอแทบจะไม่มีเวลาหยุดพัก
เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วดูอีก และดูเหมือนว่างานที่เขารักก็ยังไม่จบลงง่ายๆสักที จนเวลาล่วงเลยไปจนเย็น งานเขาเสร็จจนหมดแล้ว เหลือแต่เคสที่ไม่ได้หนักมากนัก คุณหมอนาธานจึงให้คุณหมอท่านอื่นดูแลกันไป เพราะเขาต้องรีบกลับไปหาหญิงสาวคนนั้นก่อนที่เธอจะรอเขาไม่ไหว แม้แต่ชื่อของเธอเขาก็ยังไม่รู้จักเลย
นาธานใจร้อนอยากจะไปเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนกับผู้หญิงคนนั้นให้เรียบร้อย เพราะเธอไม่เหมือนใคร แล้วเขาก็เข้าใจผิดไปเอง ว่าเธอคงไม่ได้แตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เขาเคยเจอมา ก็สถานการณ์และความเมาของเธอมันบอกเขาแบบนั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้มันทำให้เขาอยากจะสารสัมพันธ์กับเธอต่อ เพราะว่าเมื่อคืนนี้เขาไม่ได้ป้องกันเลยสักครั้ง แต่ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นเขาคงจะวางเงินไว้ให้สักก้อน แล้วก็ออกจากห้องมาโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆ เขาจึงเลือกที่จะไม่ทำแบบนั้น แต่จะกลับไปหาเธอแทน แล้วเวลานี้มันก็เกือบจะหมดวันแล้ว เขาหวังว่าเธอจะยังคงอยู่รอเขายังไม่ไปไหน เพราะเขากำลังจะรีบเดินทางไป
แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อรถวิ่งไปบนท้องถนนด้วยความไว เพราะเขารีบและร้อนใจมาก กลัวว่าเธอคนนั้นจะรอนานมากไปกว่านี้
“ตุ้ม!!!” เสียงรถชนกันดังสนั่นเกิดขึ้นบนท้องถนน
@ทางด้านน้ำผึ้ง
เธอออกจากโรงแรมแห่งนั้นมา โดยที่ไม่รู้ว่าข้อความในกระดาษที่เธอเก็บเอามาด้วยมันเขียนว่าอะไร ตอนนี้เธอรู้สึกเสียใจมาก เธอกลับมาบ้านด้วยร่างกายที่บอบช้ำเกินกว่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะแบกรับไว้ได้ อยู่ๆเสียงมือถือของเธอก็ดังขึ้น น้ำผึ้งหันไปมอง
“สวัสดีค่ะ” เธอหยิบมันขึ้นมารับสาย และเห็นว่าเป็นเบอร์แปลก
“คุณเป็นญาติของคุณนิรุจและคุณพลอยใสหรือเปล่าคะ” น้ำผึ้งเริ่มขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะชื่อที่เอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นชื่อพี่ชายกับชื่อพี่สะใภ้ของเธอนั่นเอง
“ใช่ค่ะ” เธอตอบรับทันที ด้วยความรู้สึกกลัว
“ทั้งสองประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลแล้วค่ะ” หัวใจของน้ำผึ้งกระตุกวูบที่ได้รู้ข่าว และยังเป็นข่าวร้ายอีกด้วย เธอรีบถามขึ้นทันทีว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้ของเธออยู่โรงพยาบาลไหน
“ที่ไหนคะ” เมื่อได้คำตอบแล้ว สายสนทนาก็ถูกตัดไป น้ำผึ้งรีบไปที่โรงพยาบาลแห่งนั้นทันที ด้วยความเป็นห่วงพี่ชายและพี่สะใภ้
พี่สะใภ้ของเธอกำลังท้องแก่ใกล้คลอด และน่าจะอีกแค่สัปดาห์เดียวก็จะครบกำหนดคลอดแล้ว และน้ำผึ้งเองก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้ว จะมีก็แต่พี่ชายของเธอที่เหลือเพียงคนสุดท้ายแล้ว ที่ยังอยู่บนโลกใบนี้
@4ปีผ่านไป
ทางด้านคุณหมอนาธาน
“พอร์ชมาหาแด๊ดดี๊ซิลูก” เด็กชายวัยสี่ขวบวิ่งเข้ามากอดนาธานไว้แน่น ซึ่งเขาเป็นแด๊ดดี๊ของแกนั่นเอง
“แด๊ดดี๊ครับ พอร์ชอยากไปบ้านคุณย่าครับ” นาธานได้เด็กคนนี้มาเลี้ยงไว้ด้วยความบังเอิญ วันนั้นเมื่อสี่ปีก่อนที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งคนผิดก็คือเขาเอง
นาธานขับรถชนคนเสียชีวิตถึงสองคน โดยผู้ชายเสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้หญิงท้องแก่ใกล้คลอด ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลซึ่งทั้งสองคนน่าจะเป็นสามีภรรยากัน
ดีที่นาธานเป็นหมอและยังเป็นเจ้าของโรงพยาบาล เขาได้ช่วยเด็กออกมาจากท้องแม่ได้อย่างหวุดหวิด โดยการรีบนำส่งโรงพยาบาล แล้วคนที่ทำการผ่าตัดวันนั้นก็คือเขาเอง เขาทำทุกอย่างอย่างเต็มความสามารถ และดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ พอหลังจากผ่าตัดเอาเด็กออกมาได้ นาธานก็ถึงกลับทรุด
ตอนแรกทางทีมแพทย์คิดว่าเด็กไม่น่าจะรอด โดยให้คุณหมออีกคนยืนยันกับทางญาติไปว่า เด็กได้เสียชีวิตเหมือนกัน และทางโรงพยาบาลก็ได้ขอร่างที่ไร้วิญญาณของเด็กเอาไว้ โดยคนที่เซ็นให้ เห็นว่าเป็นน้องสาวของผู้เสียชีวิต ตอนนั้นเธอคนนั้นมีอาการเสียใจมาก ไม่ได้ว่าอะไรเลย แค่รับร่างพี่ชายกับพี่สะใภ้ของเธอไปทำพิธีทางศาสนาเท่านั้น
แต่ตอนนั้นเด็กยังอยู่ในห้องไอซียูอยู่ กลับมีอาการดีขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นจึงทำให้นาธานตัดสินใจเป็นคนรับเด็กคนนี้มาเลี้ยงไว้เอง โดยที่เขาเลี้ยงแกเหมือนลูกแท้ๆ และยังเลี้ยงดูอย่างดีมาตลอด ถือซะว่าให้เขาได้ชดใช้ในสิ่งที่เขาทำกับเด็กคนนี้ไว้ เพราะเขาคือคนที่ทำให้พ่อแม่ของเด็กคนนี้เสียชีวิตในวันนั้น
วันนั้นรถยนต์ที่เขาใช้มันสามารถเซฟไม่ให้คนที่อยู่ด้านในบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย ผิดกับอีกคันที่พังยับ เขาก็ไม่ได้นิ่งดูดาย วันนั้นนาธานลงมาดูอาการและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมกับเป็นคนปฐมพยาบาลเองทั้งหมดจนถึงโรงพยาบาล
และวันนั้นเอง เขาก็ไม่ได้ไปตามนัด แต่พอกลับไปอีกครั้ง เธอคนนั้นก็ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว นาธานใช้เวลาทั้งหมดที่เขาพอมีเวลาตามหาเธอแต่ก็ไม่เคยเจอ ครั้นจะสืบเขาก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวของเธอเลย
“จะไปอ้อนอะไรคุณย่าอีกล่ะ” พอร์ชเป็นเด็กคนเดียวที่ถูกตามใจโดยครอบครัวของเขา ถึงไม่ใช่สายเลือดแต่ทุกคนก็รัก
“คุณย่าโทรมาบอกว่าคิดถึงพอร์ชครับ”
“อ่ะยังพอมีเวลา จะไปก็ไป” ทุกครั้งที่พอร์ชเอ่ยขอ นาธานก็พร้อมที่จะตามใจเด็กคนนี้เสมอ
คุณย่าที่น้องพอร์ชพูดถึง ก็คือมัมของเขานั่นเอง แด๊ดและมัมของนาธานยังไม่มีหลานเลยสักคน พวกท่านมีลูกสองคน คนโตลูคัส คนที่สองนาธาน ยังไม่มีใครมีครอบครัวกันเลยสักคน พอร์ชจึงเป็นเด็กคนเดียวที่ทำให้พวกท่านหายเหงาได้ โดยที่ไม่มีใครรังเกียจเด็กคนนี้ แต่กลับรู้สึกเอ็นดู เพราะพอร์ชเป็นเด็กฉลาดพูด ชอบเอาใจผู้ใหญ่ ส่วนลูคัสและนาธานทั้งสองคนมีบ้านแยกออกมาต่างหาก ไม่ได้อยู่รวมกัน