เรื่อง...ดวงใจคุณหมอ
โปรย
เมื่อความผิดพลาดของเขาและเธอ ทำให้ทั้งสองได้เด็กมาเลี้ยง เขาได้เลี้ยงเด็กผู้ชาย ส่วนเธอได้เลี้ยงเด็กผู้หญิง แล้วทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จนกระทั่งสี่ปีผ่านไป ทั้งสองกลับมาเจอกันอีกครั้ง ด้วยเงื่อนไขวุ่นๆของครอบครัว
แนะนำตัวละคร
คู่ที่ 1
นาธาน // คุณหมอหนุ่มสุดหล่อ นิสัย ขี้เล่น อารมณ์ดี ขี้อ่อย ปากกับใจตรงกันสุดๆ คิดอะไรก็ดูออกไปแบบนั้น รักลูก รักเมีย รักครอบครัว
น้ำผึ้ง // หญิงไทย ตัวเล็กใบหน้าหวานสวย นิสัย ใจแข็ง ปากร้ายแต่ใจดี
คู่ที่ 2
ลูคัส // พี่ชายของนาธาน เขาเป็นผู้ชายสุขุม ไม่เจ้าชู้ เพราะเงื่อนไขของผู้เป็นบิดาจึงทำให้เขายอมแต่งงานกับแฟนสาวที่คบกันมาถึงสองปี เพียงเพราะแค่อยากจะรักษาแชมป์
มุกดา // เธอสวย น่ารัก ขี้อาย ผู้หญิงธรรมดาแถมบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะดี ครอบครัวเพียบพร้อม
คู่ที่ 3
โซเฟีย // เพลย์บอยตัวพ่อ เจ้าของผับหรู ไม่คิดจะมีแฟน ชอบซื้อผู้หญิงกินเป็นที่สุด แต่ในเช้าวันหนึ่งที่เขาตื่นขึ้นมา เขากลับรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกผู้หญิงซื้อ...
ริตา // ชีวิตคู่ที่ไม่สมหวังอยากที่ตั้งใจ มันทำให้เธอตัดสินใจทำเรื่องบางอย่างลงไปเพราะความเมา แล้วการตัดสินใจของเธอในครั้งนั้น มันกลับทำให้เธอได้เจอกับรักแท้
------------------
ตอนที่ 1 เมา
@ผับหรูชื่อดังกลางใจเมือง
นาธาน ชายหนุ่มรูปร่างสูงสมส่วนใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เดินเข้ามาด้านในสถานบันเทิงด้วยท่าทางเคยชินเหมือนทุกครั้งที่เขามักจะแวะเวียนมาเที่ยวที่นี่อยู่บ่อยครั้ง เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน
สถานบันเทิงแห่งนี้ เจ้าของชื่อโซเฟีย สถานะของทั้งสองคือเพื่อนกัน ในยามที่นาธานรู้สึกเบื่อหน่ายหรือเหนื่อยล้าจากการทำงาน ที่นี่ก็คือที่ผ่อนคลายความเครียดชั้นดี เขามักจะมานั่งเล่นที่สถานบันเทิงแห่งนี้เป็นประจำ
“ไอ้หมอทางนี้โว้ย” โซเฟียโบกไม้โบกมืออยู่ไกลๆ นาธานจึงเดินเข้าไปหาเพื่อนที่โต๊ะนั้น พอไปถึงเขาก็ทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาอีกตัวทันที
“สบายดีนะ” นาธานยกคิ้วทักทายเพื่อนนิดหน่อย จากนั้นเขาก็กระดิกนิ้วเรียกเด็กเสิร์ฟ
“ไงมึง ลมอะไรหอบมึงมาที่นี่ได้วะ หายหน้าไปนานเลยนะ” โซเฟียเอ่ยขึ้น พร้อมกับนิ้วที่คีบบุหรี่ควันฉุย
“ก็แค่เบื่อๆ” นาธานตอบอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก
“น้อง...เหมือนเดิม” นาธาน ดีกรีคุณหมอหนุ่มสุดหล่อลูกชายคนเล็กของเจ้าของโรงพยาบาลพ่วงด้วยตำแหน่งผู้บริหารและอาจารย์หมอสุดเท่ แถมยังโสดสนิท อายุตอนนี้อยู่ที่ยี่สิบเก้าปี ถึงเขาจะทำงานแล้ว แต่เขาก็ยังรักสนุก ชีวิตยังต้องการสีสันเสมอ
“ค่ะ” เด็กเสิร์ฟเมื่อได้รับออเดอร์จากแขกเจ้าประจำ เพื่อนสนิทของผู้เป็นเจ้านาย เธอก็เดินออกไป แล้วกลับเข้ามาอีกครั้ง ในมือถือถาดที่มีเหล้าน้ำแข็งและกับแก้มมาวางลงบนโต๊ะ แล้วจัดการบริการชงให้ด้วย ก่อนที่จะเดินออกไปอีกครั้ง
“ไม่พาไอ้ลูคัสมาด้วยวะ” ลูคัสก็คือพี่ชายของนาธาน อายุห่างกันไม่มากแค่สองปีเท่านั้น
“ขี้เกียจชวน เห็นมันยุ่งๆ” นาธานตอบตัดบท เขากับพี่ชายไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไหร่ เพราะตั้งแต่เล็กจนโต ทั้งนาธานและลูคัสต่างชอบแข่งขันกันมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือเรื่องงาน
จนบางครั้งนาธานแอบรู้สึกเหม็นขี้หน้าพี่ชายอยู่บ้างเหมือนกัน เพราะส่วนมากคนที่ชนะก็คือลูคัส ส่วนนาธานเองน้อยครั้งมากที่เขาจะเอาชนะพี่ชายได้ ถึงคนอื่นจะมองว่านาธานทั้งเก่งและยังหน้าตาดี แต่ลูคัสกลับดีกว่านาธานทุกเรื่องไม่ยกเว้นแม้แต่หน้าตา
เรื่องพวกนี้จึงทำให้นาธานไม่ค่อยอยากจะญาติดีกับพี่ชายสักเท่าไหร่นัก แต่ทั้งสองพี่น้องต่างก็รู้กันดีว่ารักกันมากขนาดไหน แต่เรื่องศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย มันยอมแพ้กันไม่ได้ ถึงนาธานจะเป็นผู้แพ้มาตลอด แต่เขาก็แพ้อย่างมีศักดิ์ศรี เพราะทุกครั้งที่แข่งขันกันนาธานมักจะทำเต็มที่เสมอ
@ อีกมุมหนึ่งของผับแห่งนี้
มีหญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อยมองรวมๆแล้วเธอสวยน่ารักเลยทีเดียว กำลังเมามายเพราะว่าเธอเพิ่งจะอกหักมาหมาดๆ ตอนนี้เธอกำลังเสียใจมาก คนรักของเธอที่คบกันมานาน ไปนอนกับผู้หญิงคนอื่น ต่อหน้าต่อตา เพียงเพราะเธอปฏิเสธไม่ให้เขามีอะไรกับเธอ เพราะอยากจะเก็บพรหมจรรย์อันแสนมีค่าของผู้หญิงไว้ให้เขาในคืนวันแต่งงาน
“ไอ้ผู้ชายเฮงซวย สักวันพี่จะต้องโดนทิ้งบ้าง ฮึก…” คนอกหักที่เริ่มจะเมามาก เริ่มพูดจาเลอะเทอะ ทั้งบ่น ทั้งด่า แล้วเธอก็กำลังร้องไห้ไปด้วย
เธอชื่อน้ำผึ้ง อายุยี่สิบสามปี ชีวิตของเธอมีพี่ชายคนเดียว ที่เป็นญาติของเธอคนสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่บนโลกใบนี้ แต่พี่ชายของเธอมีภรรยาแล้ว และตอนนี้พี่สะใภ้ของเธอก็กำลังท้องแก่ใกล้คลอด โดยตัวของเธอเองก็พักอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังเล็กๆหลังนั้นด้วยกัน
“น้ำผึ้ง แกจริงๆด้วย แกมากับใครเนี่ย แล้วทำไมถึงได้เมามากขนาดนี้” ริตาเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของน้ำผึ้ง เดินเข้ามาในสถานบันเทิงแห่งนี้ เห็นน้ำผึ้งพอดีจึงรีบแวะเข้าไปทักทายทันที สภาพของน้ำผึ้งตอนนี้ที่ริตาเห็น ดวงตาแดงกล่ำเหมือนคนกำลังร้องไห้อยู่ด้วย ท่าทางเมามากพอสมควร
“ริตา...เหรอ ฉันมาคนเดียว...” น้ำเสียงของน้ำผึ้ง บ่งบอกว่าตอนนี้เธอกำลังเมา เธอดื่มไปได้แค่สองสามแก้วเธอก็เมามากแล้ว เพราะเธอไม่เคยดื่มของพวกนี้มาก่อนเลย
เพราะความเสียใจที่เธอรู้สึกแย่อยู่ตอนนี้ ทำให้เธอตัดสินใจดื่มมัน เพราะคิดว่ามันจะสามารถช่วยให้เธอลืมเรื่องที่เธอกำลังทุกข์ใจออกไปได้ ถึงมันจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆหรือได้แค่ชั่วพักชั่วครู่แต่เธอก็อยากจะลืม
ผู้ชายที่เธอรักและไว้ใจเขาที่สุด กลับพาผู้หญิงคนอื่นไปนอนด้วย ซึ่งเธอเห็นเองมากับตา มันทำให้เธอรับไม่ได้ แล้วเธอก็บอกเลิกกับเขาทันที พอบอกเลิกแล้วก็คิดว่าตัวเองน่าจะดีขึ้นแต่เปล่าเลย เธอจึงต้องพาตัวเองมานั่งอยู่ที่ผับแห่งนี้ เพราะว่ามันกลุ้ม แต่ถึงความรู้สึกของเธอจะทุกข์มากขนาดไหน เธอก็ไม่มีวันกลับไปหาผู้ชายมักมากคนนั้นอีกแน่
“แล้วเป็นอะไร ทำไมถึงได้ดื่มหนักขนาดนี้ แล้วนี่ร้องไห้ด้วยเหรอ” ริตารีบนั่งลงข้างๆเพื่อนทันที แล้วส่งสายตาบอกให้แฟนของเธอที่มาด้วยกัน เดินไปนั่งตรงอื่นก่อน เธอขอคุยกับเพื่อนของเธอสักพักแล้วจะตามไป
“ฮึก…พี่ชาญเขาไปนอนกับผู้หญิงคนอื่น ฉันเห็นมากับตาเลย ฮึก...ฮึก” น้ำเสียงของคนเมาปนกับเสียงสะอื้น ทำให้ริตาสงสารเพื่อนเข้าไปอีก
“เฮ้ยจริงดิ ใจเย็นๆก่อนนะแก ดื่มไปมันก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมาหรอก ก็ฉันเคยบอกแกแล้วใช่ไหมว่าผู้ชายน่ะ ร้อยทั้งร้อย มันก็อยากได้เรื่องนั้นกันทั้งนั้นนั่นแหละ” ริตาพอจะรู้สาเหตุของเรื่องแล้ว เพราะริตากับน้ำผึ้งสนิทกันมาก เธอสองคนคุยกันได้ทุกเรื่อง แต่ริตาจะไม่โทษว่าเป็นความผิดของน้ำผึ้ง ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษผู้ชายที่เห็นแกตัวคนนั้นมากกว่า
“แต่ฉันจะเก็บไว้ให้พี่เขานะ ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจฉันบ้าง ฮึก…” คนเมาพูดออกมาอย่างต้องการระบายความในใจ
“แกน่ะมันโลกสวยเกินไป เรื่องคืนวันแต่งงานอย่างที่แกคิดน่ะ สมัยนี้มันไม่มีอยู่จริงแล้ว” ริตาเอ่ยบอกเพื่อนเป็นครั้งที่ร้อย แต่น้ำผึ้งก็ยังคงยืนยันคำเดิมมาตลอด ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดที่ผู้หญิงจะคิดแบบนั้น แต่นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าทั้งสองคนศีลไม่เสมอกัน หรือผู้ชายคนนั้นอาจจะไม่ได้รักน้ำผึ้งจริง แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น เลิกกันก็อาจจะดีกว่าไปกันต่อก็ได้
“ฉันผิดด้วยเหรอวะ” เสียงสะอื้นกับคำพูดตัดพ้อบ่นอู้อี้อยู่ในลำคอ แต่ริตาก็พอฟังออกว่าเพื่อนพูดอะไร
“แกไม่ได้ผิดหรอกเพื่อน” ไหนๆเรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว อาการอกหักแบบนี้ ถ้าจะให้ดีขึ้นคงต้องใช้เวลาอย่างเดียวเท่านั้น ถึงจะรักษาแผลใจได้
“แล้วยังไง ได้เคลียร์กันหรือยัง เขาจะเลือกแกต่อหรือเปล่า” ริตาเป็นห่วงความรู้สึกของเพื่อนมาก ดูจากอาการตอนนี้แล้วน่าจะหนักพอสมควร
“ผู้ชายเฮงซวยแบบนั้น ต่อให้พี่เขาเลือกฉัน ฉันก็คงไม่เอาแล้วแหละ เลวขนาดนั้นใครอยากได้ก็เอาไปเถอะ!” เมื่อริตาได้ยินในสิ่งที่เพื่อนพูด ริตาเชื่อว่าอีกไม่นานเพื่อนของเธอก็คงจะเข้มแข็งขึ้นและหายเศร้าได้ไม่ยาก
“เออ…คิดได้แบบนี้ก็ดี แล้วแกจะมานั่งร้องไห้ทำไมวะ” ดูเหมือนน้ำผึ้งจะเข้มแข็งกว่าที่ริตาคิดเอาไว้มาก ไม่ว่าใครที่อกหักมาใหม่ๆก็คงเป็นแบบนี้กันทุกคนนั่นแหละ
“ไม่รู้ว่ะ รู้แต่ว่ามันเจ็บ มันเจ็บตรงนี้เลยแก...” น้ำผึ้งใช้นิ้วชี้ ชี้ไปที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเองให้เพื่อนดู อยากระบายความในใจให้เพื่อนรู้ ว่าเธอรู้สึกเจ็บตรงนี้มากขนาดไหน
“เอาเถอะ เดี๋ยวแกก็หายแต่มันอาจจะต้องใช้เวลา” ในขณะที่ริตานั่งคุยกับน้ำผึ้งอยู่นั้น สายตาของริตาก็มองไปทางที่แฟนหนุ่มของเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะถัดไปไกลพอสมควรอยู่บ่อยครั้ง
“แล้วแกมากับใคร” น้ำผึ้งเอ่ยถามเพื่อน เพราะเมื่อสักครู่น้ำผึ้งไม่ทันได้มองว่าริตามากับใคร น้ำผึ้งรู้สึกว่าริตากำลังมองไปที่ใครสักคน
“ฉันมากับแฟน เขานั่งอยู่โต๊ะโน้นไปนั่งด้วยกันไหม” ริตาเอ่ยชวนเพราะเห็นว่าเพื่อนนั่งอยู่คนเดียว แล้วก็ยังเมามากอีกด้วย
“ไม่ล่ะ แกไปเถอะ ฉันไม่อยากจะไปเป็น กขค.”
“แล้วแกจะนั่งอยู่คนเดียวนี่นะ” ริตายังคงรู้สึกเป็นห่วงเพื่อนอยู่มาก แต่คนที่มากับเธอก็สำคัญเช่นกัน
“เถอะน่า อีกแป๊บเดียวฉันก็จะกลับแล้ว แกไปเถอะ” ตอนนี้น้ำผึ้งรู้สึกมึนหัวมาก เธอกะว่านั่งอีกแป๊บเดียว เธอก็จะกลับแล้ว ส่วนเพื่อนของเธอนั้นเพิ่งมา เธอไม่อยากไปนั่งร้องไห้ ให้มันเสียบรรยากาศของคู่รักเขา
“อยู่คนเดียวได้แน่นะ” ริตาเองก็รู้สึกเกรงใจแฟนของเธอที่มาด้วยกันอยู่มาก เพราะเธอทิ้งให้เขานั่งอยู่คนเดียวนานแล้ว เธอจึงตัดสินใจให้เพื่อนนั่งคนเดียว เพราะน้ำผึ้งบอกว่ากำลังจะกลับแล้ว
“ไปเถอะฉันอยากนั่งคนเดียว ไปๆ” น้ำผึ้งรีบไล่เพื่อนให้ลุกขึ้น เธอเองก็เคยมีแฟนจึงเข้าใจความรู้สึกแบบนี้ดี
“เออๆ ถ้าอย่างนั้นฉันไปนะ”
“อือ ก็บอกว่าให้ไปก็ไปสิ” หลังจากที่ริตาเดินออกไปแล้ว น้ำผึ้งก็ดื่มเหล้าเข้าไปอีก เมามากจนแทบจะไม่มีสติ เธอจึงเดินโซเซออกมา หวังว่าจะออกมาเรียกแท็กซี่เพื่อที่จะกลับบ้าน แต่เธอยังเดินไปได้ไม่ทันถึงไหน เธอก็สะดุดเข้ากับขาเก้าอี้ซะก่อน จนเธอเซไปนั่งอยู่บนตักของผู้ชายคนหนึ่งเข้าพอดี
ตอนที่ 2 ตกลง
ทางด้านนาธาน
“เฮ้ยเพื่อน สนใจสาวๆมาคลายเครียดสักคนไหมเดี๋ยวกูจัดให้” โซเฟียเสนอ เพราะสถานที่แห่งนี้มีความบันเทิงครบวงจรเต็มรูปแบบ ถ้าเพื่อนอยากได้โซเฟียก็พร้อมที่จะจัดให้
“เออน่าสนใจดีเหมือนกันแฮะ พักนี้เบื่อๆ” คนขี้เบื่อเริ่มสนใจในสิ่งที่เพื่อนเสนอ แต่ยังไม่ทันไร...
“ปัก! เฮ้ย!” อยู่ๆก็มีผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ ล้มลงมานั่งอยู่บนหน้าขาแข็งแรงของนาธานพอดี เธอตัวเล็ก ร่างบาง ผิวขาว หน้าตาจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อย นาธานไม่ทันได้ตั้งตัวจึงรีบใช้แขนกอดรับเธอไว้ตามสัญชาตญาณ
“เฮ้ยพูดถึงผู้หญิง ผู้หญิงก็มาเลยว่ะ” โซเฟียเอ่ยขึ้นอย่างขำขัน ทั้งสองหนุ่มมองหน้ากันไปมา นาธานไม่รู้จะเอายังไงกับผู้หญิงคนนี้ดี เขาจึงมองหน้าเพื่อนเลิกคิ้วสูงเป็นคำถาม แต่โซเฟียกลับพยักหน้าให้เป็นอันรู้กัน ในใจของนาธานก็รู้สึกอยากจะได้ผู้หญิงคนนี้ไปแก้เบื่อคืนนี้อยู่เหมือนกัน แต่ทว่าเขาจะต้องถามเธอก่อนว่าเธอจะยินยอมพร้อมใจไปกับเขาไหม
“ขอโทษค่ะ...หนูเมา” น้ำผึ้งที่กำลังเมามาก เธอส่งเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอ แล้วพยายามจะลุกออกจากหน้าตักของผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ ที่เธอบังเอิญล้มลงไปนั่งตักเขาอย่างพอดิบพอดี แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดแถมเธอยังเมามากอีกด้วย ทำให้เธอลุกเท่าไหร่ก็ลุกไม่ขึ้นสักที แล้วดูเหมือนว่าเขาจะไม่ช่วยเธอเลยสักนิด
ก้นงอนงามของเธอยังคงบดเบียดอยู่ที่หน้าขาแกร่งของเขาไม่ยอมหยุด เธอพยายามจะลุกขึ้นไปให้ได้ จนคนตัวโตที่มีความคิดอยากจะได้ผู้หญิงสักคนไปแก้เบื่อในคืนนี้ รีบเอ่ยชวนทันที
“คืนนี้คุณคนสวยสนใจจะไปกับผมไหมครับ” นาธานถามออกไปตรงๆ คำถามง่ายๆแบบนี้ ใครที่ได้ฟังก็จะต้องรู้กันทั้งนั้น ว่าคนชวนต้องการอะไร
“ไปไหน...” และแน่นอนว่าผู้หญิงโลกสวยและอ่อนต่อโลกแถมยังเมามากอย่างเธอ ไม่รู้หรอกว่าคำถามเมื่อสักครู่ของผู้ชายแปลกหน้าแต่หล่อเหลาคนนี้ต้องการอะไรและจะพาเธอไปไหน
“ไปสนุกด้วยกันไง” คำว่าสนุกของเขา ทำเอาคนที่กำลังทุกข์ใจเริ่มสนใจ
“สนุกเหรอ...ไปสิ” เธอตอบรับเขาทันที เพราะอยากลืมเรื่องบ้าๆที่อยู่ในหัวไปให้หมด
“เธอตกลงแล้วนะ” เขาถามย้ำอีกครั้ง เพราะถ้าเธอไม่ยอมคนอย่างเขาก็จะไม่มีทางบังคับขืนใจใครเด็ดขาด และการขึ้นเตียงกับผู้หญิงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้ชายอย่างเขา เพราะเขาเลือกกิน แต่วันนี้เหมือนสวรรค์จะส่งเธอมาให้เขา ซึ่งตัวเขาเองก็รู้สึกถูกใจเธอคนนี้อยู่มากเหมือนกัน
“กูไปก่อนนะ เอาไว้วันหลังจะมาเที่ยวใหม่” นาธานยกคิ้วให้เพื่อนและกำลังจะลุกขึ้นแต่โซเฟียก็เรียกไว้ซะก่อน
“เครื่องป้องกันหน่อยไหม หน้าเคาน์เตอร์มีขาย” ทั้งสองหนุ่มยกคิ้วให้กันอีกครั้ง จากนั้นนาธานก็พาหญิงสาวเดินไปด้วยกัน โดยไปหยุดยืนซื้อสิ่งนั้นก่อน จากนั้นเขาก็พาเธอเดินออกจากสถานบันเทิงแห่งนี้ไป
สถานที่ที่นาธานเลือกที่จะพาหญิงสาวคนนี้มาหาความสุขด้วยกันก็คือโรงแรม เมื่อเขาและเธอเข้ามาถึงด้านในห้องนอนสุดหรูของโรงแรมแห่งนี้
เขาจึงปล่อยร่างบอบบางของหญิงสาวที่ยืนแทบจะไม่อยู่ด้วยความเมา ให้เธอล้มลงไปนอนบนเตียงนุ่มๆสีขาวสะอาดตา จากนั้นเขาจึงขึ้นทาบทับร่างกายบอบบางนั้นทันที
“อื้อ...หนัก...” กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ลอยออกมาจากลมหายใจของหญิงสาว ไม่ได้ทำให้คุณหมอหนุ่มรู้สึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาก็ดื่มมาเหมือนกัน
“อื้อ...อึดอัด” เธอบ่นพึมพำเบาๆในลำคอ และพยายามดิ้นขัดขืนเล็กน้อย เพราะว่ารู้สึกรำคาญ
“เถอะน่า เรากำลังจะสนุกด้วยกันนะสาวน้อย” และด้วยความชำนาญของคุณหมอหนุ่ม จึงทำให้หญิงสาวที่ไม่มีสติเผลอหลงใหลไปกับสัมผัสอันเร่าร้อนของเขาจนได้
“อื้อ...” เสียงครางเบาๆในลำคอของหญิงสาว ทำให้คุณหมอหนุ่มรู้สึกดีอยู่ไม่น้อย เขาเริ่มซุกไซร้ซอกคอขาวๆของเธอ หนวดแข็งๆที่ทิ่มแทงผิวสวยๆของเธอ ทำให้หญิงสาวถึงกลับหดคอหนี แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกแย่จนเกินไป
มือหนาค่อยๆสัมผัสที่เนินเนื้อเต่งตึงคู่สวยของเธอเบาๆ เขาค่อยๆลงน้ำหนักมือลงไปพร้อมกับบีบขยำเล่นมันอย่างเมามัน จนหญิงสาวเผลอไผลไปกับสัมผัสที่เขากำลังปรนเปรอให้เธออยู่ในขณะนี้ ริมฝีปากหยักลากไปตามร่างกายสาวอย่างเร่าร้อน ซึ่งคนเมาตอนนี้ไม่มีสติหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย เป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปมันทำให้เธอรู้สึกเหมือนฝัน
คนตัวโตค่อยๆจับเธอปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ดๆจนถึงเม็ดสุดท้าย จากนั้นเสื้อของเธอก็หลุดติดมือเรียวใหญ่ของเขาไปอย่างง่ายดาย จนมันลงไปกองอยู่ที่พื้น หน้าอกที่ใหญ่สมส่วนพอดีตัวของเธอ ดูแล้วเซ็กซี่ไม่เบา เขาค่อยๆเอื้อมมือไปด้านหลังของเธออย่างชำนาญ แล้วปลดตะขอบราเซียออกให้เธอ
“อ้า...” เมื่อริมฝีปากหยักเริ่มทำหน้าที่ ก็มีเสียงครางเบาๆออกมาจากลำคอของหญิงสาวและเสียงนั้นก็ทำให้เขารู้สึกพอใจมาก ส่วนคนเมาที่ถูกเขาเชยชมอย่างไม่รู้ตัว แต่ร่างกายของเธอมันดันบอกว่าชอบสัมผัสของเขามาก
กระดุมกางเกงขาสั้นของหญิงสาวถูกปลดออก พร้อมกับซิปกางเกงที่ถูกเขารูดลง เขาสอดมือเข้าไปด้านในกางเกงขาสั้นผ่านแพตตี้ตัวจิ๋วของเธอ เขาถูไถกลีบดอกไม้งามของเธอด้วยนิ้วเรียวของเขาอย่างแนบแน่น ในขณะที่ด้านบนก็ยังไม่หยุดที่จะเชยชิมเม็ดดอกบัวคู่นั้น จนหญิงสาวถึงกลับกอดเขาแน่นขึ้น เพราะสัมผัสที่หนักหน่วงและแนบแน่นนี้ มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ที่ไหนสักที่ แล้วตอนนี้เธอก็กำลังรู้สึกมีความสุขมากๆ
คุณหมอหนุ่มไม่รอช้าอีกต่อไป เพราะความแข็งขืนที่อยู่ภายในกางเกงเนื้อดีของเขามันกำลังแผงฤทธิ์ เขารีบจัดการดึงกางเกงทั้งตัวใหญ่และตัวเล็กของเธอออกไปให้พ้นทาง จนมันร่วงหล่นลงไปกองรวมกันอยู่กับเสื้อที่พื้นเรียบร้อย
เขาผละออกจากเธอแล้วรีบจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองทันที ตอนนี้น้ำผึ้งสะลึมสะลือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เธอกำลังคิดว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ในวิมานที่ไหนสักที่ แล้วตอนนี้เธอก็กำลังมีความสุข จนลืมความทุกข์ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ไปสนิทเลย แต่คุณหมอหนุ่มกลับคิดว่าเธอกำลังเมาสัมผัสของเขาอยู่ ดวงตาหวานเยิ้มนั่นที่เธอมองเขาอยู่ตลอดเวลา มันทำให้เขาคิดไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ชายหนุ่มเริ่มทาบทับร่างกายใหญ่ของตัวเอง ลงมาที่ร่างกายบอบบางตรงหน้าอีกครั้ง แล้วเริ่มปรนเปรอให้เธอต่อ
“อ้า...” หญิงสาวเผลอครางออกมาอย่างไม่รู้ตัว ว่าสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่นี้มันคืออะไร แต่สำหรับเขาแล้วเสียงครางหวานๆของเธอมันกลับสร้างความวาบหวามให้เขาได้มาก
นาธานต้องการให้ทั้งเธอและทั้งเขามีเซ็กส์ร่วมกันโดยที่อีกฝ่ายจะต้องรู้สึกดีตามไปด้วย และสาวๆที่เคยได้ขึ้นเตียงกับเขา ทุกคนต่างรู้ว่าผู้ชายคนนี้อ่อนโยนกับผู้หญิงทุกคนขนาดไหน แต่ในความอ่อนโยนก็มีความเร่าร้อนคลุกเคล้าอยู่ด้วย จนเธอพวกนั้นอยากจะได้ขึ้นเตียงกับเขาอีก แต่เขาไม่ต้องการที่จะสานสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหนทั้งสิ้น และหลังจากเสร็จภารกิจเงินที่ถูกวางไว้ให้พวกหล่อน ก็ทำให้พวกหล่อนพอใจอยู่ไม่น้อย
สัมผัสของเขาตอนนี้ทำให้หญิงสาวที่กำลังเคลิบเคลิ้มครางเสียงหวานออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความพอใจให้กับคุณหมอหนุ่มจนร่างกายตอนนี้ของเขาร้อนฉ่าแทบคลั่ง
“เธอชื่ออะไร” คุณหมอหนุ่มเอ่ยถามขึ้น แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆออกมาจากปากของเธอทั้งสิ้น มีแต่เสียงครางกระเส่าเท่านั้นที่เธอส่งเสียงออกมาไม่ได้หยุด เพราะเขาก็ยังไม่ยอมหยุดการกระทำบนร่างกายของเธอเลยน่ะสิ
ด้วยความที่เขาคิดเอาเองว่า หญิงสาวตรงหน้าเป็นผู้หญิงไทยตัวเล็ก ซึ่งเขาเป็นคนยุโรปเต็มตัว ตัวใหญ่ ความเป็นชายของเขาก็เช่นกัน ถึงเขาจะคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าคงผ่านผู้ชายมาบ้างแล้ว แต่เพราะความใหญ่โตของเขามันเกินมาตรฐานที่เธอจะรับได้อยู่แล้ว เขาจึงเลือกที่จะใช้นิ้วเพื่อเปิดทางรักให้เธอก่อน แต่ทว่าทันทีที่เขาสอดนิ้วเข้าไปได้แค่นิ้วเดียว เขากลับรู้สึกถึงความคับแน่นเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้นึกเอ๊ะใจอะไร และเลือกที่จะปรนเปรอให้เธอต่อไป
“เจ็บ...” เธอร้องบอก จนคนฟังถึงกับขมวดคิ้ว แต่เขาก็ยังคงปรนเปรอให้เธอต่อไปเรื่อย จนความเสียวแล่นเข้ามาที่กลางลำตัวของหญิงสาว เธอส่งเสียงครางกระเส่าอีกครั้ง จนชายหนุ่มต้องเร่งจังหวะรักให้เธอเร็วขึ้นอีก เพื่อจะส่งให้เธอขึ้นสวรรค์ไปก่อน เขาใช้เวลาเพียงไม่นานมากนัก เสียงกรีดร้องของหญิงสาวพร้อมกับร่างกายที่กระตุกเกร็งและหอบเหนื่อย ไหนจะช่วงร่างของเธอที่ผลิตน้ำหวานออกมาเป็นจำนวนมาก มันไหลออกมาจนชุ่มฉ่ำนิ้วของเขาไปหมด นั่นแสดงว่าเธอพร้อมสำหรับเขาแล้ว…
คุณหมอหนุ่มหยิบเครื่องป้องกันขึ้นมา หวังว่าจะเอามาสวมแต่เมื่อแกะมันออกมา เขาถึงกลับต้องพลิกข้างกล่องดู เพราะว่าไซส์ถุงยางอนามัยกับขนาดของเขามันต่างกันอย่างสิ้นเชิง จนคิดว่าไม่น่าจะสวมเข้าไปได้แน่ๆ
“บ้าชิบ! หวังว่าเธอจะสะอาดพอให้ฉันสดด้วยนะ” ครั้นจะหยุด ก็คงหยุดไม่อยู่แล้ว เพราะอารมณ์ตอนนี้มันเตลิดไปไกลมาก ไหนจะรูปร่างอรชรตรงหน้านี่อีก เขาปาเครื่องป้องกันที่อยู่ในมือทิ้งลงพื้นอย่างหัวเสีย แล้วเริ่มกิจกรรมรักกับเธอต่อ
ในเมื่อไอ้เครื่องป้องกันกล่องนี้มันใช้ไม่ได้ มีก็เหมือนไม่มี เพราะฉะนั้นวันนี้เขาขอสดกับผู้หญิงตรงหน้าสักครั้งก็แล้วกัน ซึ่งตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เขาก็ยังไม่เคยพลาดเหมือนวันนี้มาก่อน
แต่กิจกรรมรักที่กำลังดำเนินต่อไป พร้อมกับเสียงร้องของเธอมันทำให้เขารู้สึกว่าเธอคนนี้ยังไม่เคย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็คงไม่สามารถหยุดอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว เพราะว่ามันมาไกลเกินกว่าที่จะห้ามใจ กลิ่นเลือดจางๆลอยเข้าจมูก พร้อมกับเยื่อพรหมจรรย์ที่ขาดออกด้วยน้ำมือของเขา แล้วมีหรือคุณหมออย่างเขาจะไม่รู้ว่าสิ่งนี้เขาเรียกกันว่าอะไร
“อย่างเกร็งปล่อยตัวตามสบาย” เขาร้องบอกเธอด้วยภาษาไทย ที่ฟังดูไม่ค่อยจะชัดนัก
ความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาที่ร่างกายบอบบางของเธอนั้น มันทำให้น้ำตาของเธอไหลออกมาที่หางตา ด้วยความรู้สึกหลากหลาย
เธอค่อยๆทำตามที่เขาบอก แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงรู้สึกเจ็บมากอยู่ดี มือเล็กกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น พยายามจะไม่ร้องออกมาอีก เธอกำลังกลั้นใจเพราะความเสียใจก่อนหน้านี้ กับสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้มันทำให้เธอร้องไห้ออกมาเงียบๆ และรู้สึกเกลียดตัวเองเหลือเกิน
คุณหมอหนุ่มพยายามเก็บกลั้นอารมณ์ของตัวเองอีกครั้ง เพราะว่าตอนนี้เขาอยากจะขยับจะแย่ แต่ก็ยังไม่สามารถทำอย่างที่ใจต้องการได้ รอให้ร่างกายของเธอได้ปรับตัวก่อน เขาเลือกที่จะปรนเปรอร่างกายให้เธออีกครั้ง จนเธอเริ่มรู้สึกดีขึ้น
“พร้อมหรือยัง ผมจะไม่ไหวแล้วนะ” คำถามที่ถามออกไปหวังจะได้ฟังคำตอบ แต่หญิงสาวกลับเม้มปากแน่น เธอไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา มีแต่เพียงน้ำตาเท่านั้นที่บ่งบอกความรู้สึกของเธอตอนนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาคิดที่จะหยุด แรงตอดรัดถี่ๆภายในร่างกายของหญิงสาวที่ทั้งสดทั้งใหม่ มันทำให้คุณหมอหนุ่มอย่างเขาเลือกที่จะถนอมและอ่อนโยนกับเธอ…
ตอนที่ 3 อุบัติเหตุ
เช้าวันรุ่งขึ้น
เสียงมือถือเครื่องหรูของคุณหมอนาธานดังขึ้นแต่เช้า เขารีบคว้ามันมากดรับทันที เพราะเห็นว่าเป็นเบอร์จากทางโรงพยาบาลที่โทรเข้ามา
“ครับ”
“คุณหมอค่ะ ขอโทษที่โทรมารบกวนแต่เช้านะคะ พอดีมีเคสผ่าตัดด่วนเข้ามา คุณหมอมาที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลยได้ไหมคะ” และแน่นอนว่าถ้าโทรเข้ามาด่วนแบบนี้ คงเป็นเคสที่ยากมากๆ และเคสนี้คงผ่านการคัดกรองจากคุณหมอบางท่านเรียบร้อยแล้ว ว่าจะต้องถึงมือเขาเท่านั้นถึงจะสำเร็จ
“ครับ เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อม ไม่เกินครึ่งชั่วโมงผมน่าจะถึง” ด้วยอาชีพและสัญชาตญาณความเป็นหมอที่มีอยู่ในสายเลือด จึงทำให้เขาต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
คุณหมอหนุ่มรีบจัดการใส่เสื้อผ้าของตัวเองจนเสร็จเรียบร้อย แต่หญิงสาวที่เขาออกแรงทำรักกับเธอเมื่อคืนยังไม่ยอมตื่น เพราะกว่าเขาจะยอมให้เธอนอนได้ ก็ปาเข้าไปเกือบสว่าง เธอเพลียเขารู้เขาจึงเขียนโน๊ตวางไว้แล้วออกจากห้องไป
‘รอผมอยู่ที่นี่ก่อนนะ เสร็จธุระแล้วผมจะรีบกลับมา’ เขาเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เพราะเขียนภาษาไทยไม่ค่อยเก่ง
เวลาสายๆของวันใหม่ น้ำผึ้งรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เธอก็ไม่เห็นหน้าคนที่รังเกเธอเมื่อคืนนี้แล้ว เหตุการณ์เมื่อคืนหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเธอจนหมด นั่นจึงทำให้เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนักอีกครั้ง เพราะเธอกำลังรู้สึกว่าเธอโดนเจาะไข่แดง สิ่งที่เธอหวงแหนมันมาตลอดชีวิตของเธอ แต่ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ได้ความสาวของเธอไป แถมตอนนี้เขาก็ไม่อยู่แล้ว
น้ำผึ้งพยุงร่างบอบช้ำของตัวเอง เก็บเสื้อผ้าที่เกลื่อนกลาดเอาขึ้นมาสวมใส่ ดีที่สภาพของมันยังคงดีอยู่ เมื่อเธอใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะเดินออกจากห้องไป บังเอิญเหลือบไปเห็นกระดาษโน๊ตที่มีข้อความเป็นภาษาอังกฤษ เธอไม่ได้ใส่ใจว่าข้อความนั้นจะอ่านว่าอะไร แต่เธอเลือกที่จะยัดมันลงกระเป๋ากางเกงแล้วเดินออกจากห้องไป…
ทางด้านคุณหมอนาธาน
คุณหมอนาธาน จัดการเรื่องงานของเขาทุกอย่างด้วยความชำนาญ จนทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อยดี แต่ก็กินเวลาไปนานพอสมควร และหลังจากจบเคสกับคนไข้คนนี้แล้ว ก็มีคนไข้คนอื่นๆเข้ามาอีกเรื่อยๆจนคุณหมอแทบจะไม่มีเวลาหยุดพัก
เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วดูอีก และดูเหมือนว่างานที่เขารักก็ยังไม่จบลงง่ายๆสักที จนเวลาล่วงเลยไปจนเย็น งานเขาเสร็จจนหมดแล้ว เหลือแต่เคสที่ไม่ได้หนักมากนัก คุณหมอนาธานจึงให้คุณหมอท่านอื่นดูแลกันไป เพราะเขาต้องรีบกลับไปหาหญิงสาวคนนั้นก่อนที่เธอจะรอเขาไม่ไหว แม้แต่ชื่อของเธอเขาก็ยังไม่รู้จักเลย
นาธานใจร้อนอยากจะไปเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนกับผู้หญิงคนนั้นให้เรียบร้อย เพราะเธอไม่เหมือนใคร แล้วเขาก็เข้าใจผิดไปเอง ว่าเธอคงไม่ได้แตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เขาเคยเจอมา ก็สถานการณ์และความเมาของเธอมันบอกเขาแบบนั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้มันทำให้เขาอยากจะสารสัมพันธ์กับเธอต่อ เพราะว่าเมื่อคืนนี้เขาไม่ได้ป้องกันเลยสักครั้ง แต่ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นเขาคงจะวางเงินไว้ให้สักก้อน แล้วก็ออกจากห้องมาโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆ เขาจึงเลือกที่จะไม่ทำแบบนั้น แต่จะกลับไปหาเธอแทน แล้วเวลานี้มันก็เกือบจะหมดวันแล้ว เขาหวังว่าเธอจะยังคงอยู่รอเขายังไม่ไปไหน เพราะเขากำลังจะรีบเดินทางไป
แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อรถวิ่งไปบนท้องถนนด้วยความไว เพราะเขารีบและร้อนใจมาก กลัวว่าเธอคนนั้นจะรอนานมากไปกว่านี้
“ตุ้ม!!!” เสียงรถชนกันดังสนั่นเกิดขึ้นบนท้องถนน
@ทางด้านน้ำผึ้ง
เธอออกจากโรงแรมแห่งนั้นมา โดยที่ไม่รู้ว่าข้อความในกระดาษที่เธอเก็บเอามาด้วยมันเขียนว่าอะไร ตอนนี้เธอรู้สึกเสียใจมาก เธอกลับมาบ้านด้วยร่างกายที่บอบช้ำเกินกว่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะแบกรับไว้ได้ อยู่ๆเสียงมือถือของเธอก็ดังขึ้น น้ำผึ้งหันไปมอง
“สวัสดีค่ะ” เธอหยิบมันขึ้นมารับสาย และเห็นว่าเป็นเบอร์แปลก
“คุณเป็นญาติของคุณนิรุจและคุณพลอยใสหรือเปล่าคะ” น้ำผึ้งเริ่มขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะชื่อที่เอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นชื่อพี่ชายกับชื่อพี่สะใภ้ของเธอนั่นเอง
“ใช่ค่ะ” เธอตอบรับทันที ด้วยความรู้สึกกลัว
“ทั้งสองประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลแล้วค่ะ” หัวใจของน้ำผึ้งกระตุกวูบที่ได้รู้ข่าว และยังเป็นข่าวร้ายอีกด้วย เธอรีบถามขึ้นทันทีว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้ของเธออยู่โรงพยาบาลไหน
“ที่ไหนคะ” เมื่อได้คำตอบแล้ว สายสนทนาก็ถูกตัดไป น้ำผึ้งรีบไปที่โรงพยาบาลแห่งนั้นทันที ด้วยความเป็นห่วงพี่ชายและพี่สะใภ้
พี่สะใภ้ของเธอกำลังท้องแก่ใกล้คลอด และน่าจะอีกแค่สัปดาห์เดียวก็จะครบกำหนดคลอดแล้ว และน้ำผึ้งเองก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้ว จะมีก็แต่พี่ชายของเธอที่เหลือเพียงคนสุดท้ายแล้ว ที่ยังอยู่บนโลกใบนี้
@4ปีผ่านไป
ทางด้านคุณหมอนาธาน
“พอร์ชมาหาแด๊ดดี๊ซิลูก” เด็กชายวัยสี่ขวบวิ่งเข้ามากอดนาธานไว้แน่น ซึ่งเขาเป็นแด๊ดดี๊ของแกนั่นเอง
“แด๊ดดี๊ครับ พอร์ชอยากไปบ้านคุณย่าครับ” นาธานได้เด็กคนนี้มาเลี้ยงไว้ด้วยความบังเอิญ วันนั้นเมื่อสี่ปีก่อนที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งคนผิดก็คือเขาเอง
นาธานขับรถชนคนเสียชีวิตถึงสองคน โดยผู้ชายเสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้หญิงท้องแก่ใกล้คลอด ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลซึ่งทั้งสองคนน่าจะเป็นสามีภรรยากัน
ดีที่นาธานเป็นหมอและยังเป็นเจ้าของโรงพยาบาล เขาได้ช่วยเด็กออกมาจากท้องแม่ได้อย่างหวุดหวิด โดยการรีบนำส่งโรงพยาบาล แล้วคนที่ทำการผ่าตัดวันนั้นก็คือเขาเอง เขาทำทุกอย่างอย่างเต็มความสามารถ และดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ พอหลังจากผ่าตัดเอาเด็กออกมาได้ นาธานก็ถึงกลับทรุด
ตอนแรกทางทีมแพทย์คิดว่าเด็กไม่น่าจะรอด โดยให้คุณหมออีกคนยืนยันกับทางญาติไปว่า เด็กได้เสียชีวิตเหมือนกัน และทางโรงพยาบาลก็ได้ขอร่างที่ไร้วิญญาณของเด็กเอาไว้ โดยคนที่เซ็นให้ เห็นว่าเป็นน้องสาวของผู้เสียชีวิต ตอนนั้นเธอคนนั้นมีอาการเสียใจมาก ไม่ได้ว่าอะไรเลย แค่รับร่างพี่ชายกับพี่สะใภ้ของเธอไปทำพิธีทางศาสนาเท่านั้น
แต่ตอนนั้นเด็กยังอยู่ในห้องไอซียูอยู่ กลับมีอาการดีขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นจึงทำให้นาธานตัดสินใจเป็นคนรับเด็กคนนี้มาเลี้ยงไว้เอง โดยที่เขาเลี้ยงแกเหมือนลูกแท้ๆ และยังเลี้ยงดูอย่างดีมาตลอด ถือซะว่าให้เขาได้ชดใช้ในสิ่งที่เขาทำกับเด็กคนนี้ไว้ เพราะเขาคือคนที่ทำให้พ่อแม่ของเด็กคนนี้เสียชีวิตในวันนั้น
วันนั้นรถยนต์ที่เขาใช้มันสามารถเซฟไม่ให้คนที่อยู่ด้านในบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย ผิดกับอีกคันที่พังยับ เขาก็ไม่ได้นิ่งดูดาย วันนั้นนาธานลงมาดูอาการและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมกับเป็นคนปฐมพยาบาลเองทั้งหมดจนถึงโรงพยาบาล
และวันนั้นเอง เขาก็ไม่ได้ไปตามนัด แต่พอกลับไปอีกครั้ง เธอคนนั้นก็ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว นาธานใช้เวลาทั้งหมดที่เขาพอมีเวลาตามหาเธอแต่ก็ไม่เคยเจอ ครั้นจะสืบเขาก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวของเธอเลย
“จะไปอ้อนอะไรคุณย่าอีกล่ะ” พอร์ชเป็นเด็กคนเดียวที่ถูกตามใจโดยครอบครัวของเขา ถึงไม่ใช่สายเลือดแต่ทุกคนก็รัก
“คุณย่าโทรมาบอกว่าคิดถึงพอร์ชครับ”
“อ่ะยังพอมีเวลา จะไปก็ไป” ทุกครั้งที่พอร์ชเอ่ยขอ นาธานก็พร้อมที่จะตามใจเด็กคนนี้เสมอ
คุณย่าที่น้องพอร์ชพูดถึง ก็คือมัมของเขานั่นเอง แด๊ดและมัมของนาธานยังไม่มีหลานเลยสักคน พวกท่านมีลูกสองคน คนโตลูคัส คนที่สองนาธาน ยังไม่มีใครมีครอบครัวกันเลยสักคน พอร์ชจึงเป็นเด็กคนเดียวที่ทำให้พวกท่านหายเหงาได้ โดยที่ไม่มีใครรังเกียจเด็กคนนี้ แต่กลับรู้สึกเอ็นดู เพราะพอร์ชเป็นเด็กฉลาดพูด ชอบเอาใจผู้ใหญ่ ส่วนลูคัสและนาธานทั้งสองคนมีบ้านแยกออกมาต่างหาก ไม่ได้อยู่รวมกัน