ณ อาคารสำนักงานของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อันยิ่งใหญ่แห่งเอเชียตะวันออก เดอะ แลนด์ริช กรุ๊ป ตั้งอยู่บนถนนสีลมตัดกับสาธร พิกัดอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ สนนราคาที่ดินบนอาณาบริเวณนั้น ในปีพอศอนี้ก็ตกตารางวาละ 1 ล้านบาท[ กรมธนารักษ์ประกาศราคาประเมินที่ดินรอบ 1 ม.ค.59- 31 ธ.ค. 62 พื้นที่ที่ราคาสูงสุดอยู่ที่สีลม มีราคาตารางวาละ 1 ล้านบาท] มีเพียงอภิมหาเศรษฐีนิรันดร์กาลเท่านั้นกระมังจึงจะมีสิทธิ์จับจองเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างย่านนี้ได้ เจ้าของดวงตาคู่หวานทอดมองขึ้นไปยังยอดตึกสูงตระหง่านนั้นอย่างหมายมาด ทว่าก็ทำให้หญิงสาวผู้มาเยือนรู้สึกหวาดหวั่นเล็กๆอยู่ภายในเพราะไม่อาจคาดเดาว่าอนาคตนับจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับตนบ้าง ร่างเล็กถอนหายใจน้อยๆอย่างอ่อนแรงก่อนที่จะรวบรวมความกล้าแล้วสูดลมหายใจลึกเข้าเต็มปอดอีกครั้งหนึ่ง ก่อนเชิดหน้าตั้งตรงและก้าวไปข้างหน้า ภายในอาคารหญิงสาวสัมผัสได้ถึงความโอ่อ่าทว่าโปร่งสบายในคราวเดียวกัน การตกแต่งภายในเป็นไปอย่างเรียบง่ายสไตล์โมเดิร์น ภาพพนักงานประจำเดินกันขวักไขว่บ้างก็ภาพคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่นั่งทำงานในร้านกาแฟแบรนด์ดังระดับโลกมีให้เห็นกันบ่อยๆ รวมทั้งที่แห่งนี้ด้วย ต่างคนต่างมีชีวิตที่มุ่งหน้าสู่ความสำเร็จในอัตราเร่งจนบางครั้งไม่ต่างกับหุ่นยนต์ หญิงสาวมองโดยรอบแล้วก็พบว่าอาคารแห่งนี้ก็มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เคร่งครัดตามมาตรฐานพอสมควร ไม่นานนักร่างบอบบางสมส่วนของเธอก็ก้าวเข้าไปหยุดยืนที่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ภายในตัวตึกของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไฮโซอันยิ่งใหญ่แห่งนี้
‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้ตาพอลรอดพ้นจากเรื่องราวอันเลวร้ายครั้งนี้ให้จงได้!’ พอลหรือทรงพล ศิธานันท์ น้องชายเพียงคนเดียวของเธอ
ร่างเล็กแลกบัตรประจำตัวประชาชนที่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ก่อนเข้าไปในส่วนกลางของอาคารเพื่อตรงไปยังหน้าลิฟท์ ไม่นานหญิงสาวก็มายืนบนชั้น 44 ที่เป็นห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูง เธอต้องการพบเขา
“ฉันมาพบคุณธีร์จุฑาค่ะ” พิมพ์พิชชาเผยรอยยิ้มหยิบยื่นไมตรีก่อนเอ่ยขึ้นแสดงเจตนาเมื่อยืนตรงหน้าโต๊ะเลขานุการสาว เธอผ่านด่าน รปภ.ด้านหน้าลิฟท์เป็นด่านที่สามของวันนี้มาอย่างราบรื่น ร่างเล็กอยู่ในชุดแซกแขนกุดคอปกเชิ้ตสีขาวบริสุทธิ์ มีระบายลูกไม้แซมเป็นคลื่นตรงกระดุมผ่าหน้า ดูเรียบร้อยทว่าซ่อนความเปรี้ยวเอาไว้เล็กน้อย หญิงสาวเลือกชุดนี้เพราะมันมีระบายลูกไม้ที่เธอคิดว่าจะช่วยอำพรางหน้าอกอิ่มๆที่มันล้นหน้าล้นใจมากมายเกินปกตินั่นเอง เสื้อเชิ้ตถูกสวมทับด้วยสูทสีเทาที่เข้ากันกับรองเท้าส้นเข็ม ผมสีดำขลับที่ยาวถึงกลางหลังวันนี้ถูกรวบตึงทรงหางม้าแบบง่ายๆ แต่ทั้งหมดนั้นช่วยให้เธอดูเป็นเวิร์คกิ้งวูแมนที่คล่องทะมัดทะแมงและสุภาพในคราวเดียวกัน
“นัดไว้หรือเปล่าคะ?” เลขานุการสาวสวยหน้าห้องเงยหน้าถาม เธออยู่ในวัยกลางคนไปแล้วแต่ยังดูอ่อนเยาว์แต่กระนั้นสายตาของเลขาสาวก็ไม่ค่อยผูกมิตรกับผู้มาเยือนสักเท่าไรนัก
“เปล่าค่ะ... ดิฉันไม่ได้นัดไว้” หญิงสาวผู้มาเยือนตอบเสียงเรียบฟังดูสุภาพ
“ถ้างั้นคงต้องเสียใจด้วยนะคะ ท่านประธานคงไม่สะดวกค่ะ” เลขานุการสาวบอกโดยไม่ต้องเสียเวลาตริตรอง แววตาเหยียดๆถูกส่งไปตรึงบนร่างบอบบางของผู้มาเยือนนั้นอย่างนึกสมเพช
หญิงสาวหน้าชาวูบ มันก็จริงนะ คนระดับเขา ใครจะเข้าพบได้ หญิงสาวทอดสายตาหมดหวัง
“ฉันมีธุระสำคัญต้องพบคุณธีร์จุฑาให้ได้ ช่วยดิฉันหน่อยได้ไหมคะ?” ร่างเล็กอ้อนวอน จนอีกฝ่ายสงสัยว่าผู้หญิงธรรมดาๆ ตรงหน้ามีธุระสำคัญอะไรนักถึงต้องพบท่านประธานของเธอให้ได้
“งั้นสักครู่ค่ะ” เลขาฯสาวต่อโทรศัพท์สายในเข้าไปยังโต๊ะท่านประธาน เธอพูดด้วยน้ำเสียงเบามากจนหญิงสาวฟังไม่ออกว่าเธอเรียนท่านประธานของเธอว่าอย่างไรบ้าง สักพักเลขาฯสาวก็วางสายลง และเงยหน้าพูดกับเธอ
“ครับ” ท่านประธานรับสายใน ระหว่างบ่ายที่เขาดูเอกสารอยู่นั้น
“ท่านประธานคะ มีแขกมาขอพบนะคะ เธอบอกว่าต้องการคุยธุระสำคัญกับท่านประธานภายในวันนี้ค่ะ” เลขานุการสาวรายงานไปตามสายโทรศัพท์สายในองค์กรแต่สายตาของเธอตรึงอยู่บนหน้าหวานๆ ของพิมพ์พิชชาแล้วไล่มองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วก็มองขึ้นมาใหม่ก่อนที่จะหยุดตรงหน้าอกหน้าใจของหญิงสาวที่มันล้นออกมาเกินความจำเป็น ทำให้เลขานุการสาวอดคิดไม่ได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงแบบไหนกันที่มาหาผู้ชายถึงหน้าห้องทำงานแบบนี้ มาสมัครงานรึ ไม่ใช่แน่ๆ
‘ก็คงไม่ต่างจากพวกผู้หญิงคนอื่นๆ ที่มาหาบอสนั่นละมั้ง พวกผู้หญิงหิวเงิน’
“ใครกัน?” ท่านประธานเอ่ยถาม สายตาคมมองเอกสารตรงหน้า เขาแทบไม่สนใจด้วยซ้ำว่าใครที่ไหนจะมาหาเขาน่ะ
“เธอชื่อพิมพ์พิชชาค่ะ” เลขานุการสาวเจ้าของแววตาที่เริ่มไม่เป็นมิตรยังคงตรึงบนใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวแปลกหน้าผู้มาเยือน
“จากไหน?” ธีร์จุฑาถามถึงต้นสังกัดบริษัทที่เธอทำงาน ซึ่งอาจจะเป็นพาร์ทเนอร์ส่งเธอมา แต่...เท่าที่จำได้ วันนี้ไม่ได้นัดใครไว้ ยิ่งงานสำคัญนั่นยิ่งไม่มีทางเลย
“เอ่อ... ท่านประธานถามว่าจากไหนคะ?” สาวใหญ่วัยกลางคนด่านปราการเหล็กถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีไมตรีนัก
“ฉันมาธุระส่วนตัวค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยกิริยาอ่อนน้อม
“เธอบอกว่ามาเรื่องธุระส่วนตัวค่ะ” เลขานุการสาวตวัดสายตามองผู้มาเยือนอย่างเดียดฉัน ‘ผู้หญิงอย่างหล่อนมีธุระส่วนตัวกับท่านประธานด้วยเหรอยะ?’
“ธุระอะไร... “ เขาเปรย ‘ปกติไม่มีธุระส่วนตัวอะไรกับใคร... ยิ่งผู้หญิงอีกไม่มีแน่ๆ’
“ชื่อ?”
“ท่านประธานถามชื่อค่ะ จากคุณอะไรคะ?”
“พิมพ์พิชชาค่ะ พิมพ์พิชชา ศิธานันท์” เธอเอ่ยตอบ
“ผมไม่รู้จักครับ ไม่ดีกว่า ผมมีประชุมในอีกไม่กี่นาทีนี้แล้ว คงไม่สะดวก” เขาตอบตัดบท เพราะปกติเขาไม่รับนัดใครพร่ำเพรื่ออยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่จะมีผู้หญิงคนไหนมาอ้างเขาเป็นพ่อเด็กในท้องยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้
“รับทราบค่ะ” เลขานุการสาวรับทราบ วางสายลงก่อนที่จะบอกปฏิเสธหญิงสาวที่มารอพบท่านประธานของเธอ
“ท่านประธานบอกว่าไม่ว่างพบค่ะ และที่สำคัญคือ... ท่านประธานไม่รู้จักคุณ!” เลขานุการสาวตอบน้ำเสียงเรียบเย็นและสีหน้าเหยียดผู้มาเยือนอย่างเห็นได้ชัด
“งั้น... ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากค่ะ” หญิงสาวหมุนตัวเดินออกมาอย่างหมดแรงแต่ไม่หมดหวัง ดวงตาคู่สวยสลดลงอย่างเห็นได้ชัด ‘จะทำยังไงดี...ถ้าไม่คุยกับเขาให้รู้เรื่อง พอลน้องชายเพียงคนเดียวของเราต้องติดคุกหัวโตแน่...’ หญิงสาวครุ่นคิด
อาณาจักร เดอะ แลนด์ริช กรุ๊ป คือกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่อยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของ ท่านประธานหนุ่มหล่อมาดเนี้ยบ ธีร์จุฑา เตชะเกรียงไกร นิคโคล์โล ภายนอกเขาดูเรียบนิ่งมาดขรึม ดูสุขุมและมีหัวใจอันเยือกเย็นตลอดเวลา
ด้วยวัยเพียง 32 ปี เขาก็เป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ตลอดทั้งคอนโดมีเนียมเพื่อขายและอีกมากมายหลายโครงการ ชายหนุ่มจบเศรษฐศาสตร์จากอเมริกา เรียนต่อ ดร. ระดับพีเอชดี แคนดิเดต แต่เกือบจะจบอยู่แล้วชีวิตหนุ่มหล่อเจ้าสำอางทว่าเย็นชาอย่างเขาต้องเผชิญชีวิตที่พลิกผัน กลับมารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่แห่งอาณาจักร ‘เดอะแลนด์ริช กรุ๊ป’ แทนบิดาที่เสียชีวิตกะทันหันเนื่องจากเครื่องบินหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้เขาเหลือมารดาและหลานสาวซึ่งเป็นลูกสาวของพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่เสียชีวิตพร้อมกันบนเครื่องบินลำเดียวกันกับบิดา เหตุการณ์สลดครั้งนั้นราวกับมีเมฆหมอกแห่งความอาดูรครอบคลุมอาณาจักรเดอะแลนด์ริชกรุ๊ป ราคาหุ้นขณะนั้นดำดิ่งชนิดที่มองยังไงก็ไม่มีทางเทิร์นอะราวด์[ ในที่นี้หมายถึง หุ้น Turnaround หรือหุ้นตายแล้วฟื้น คือ หุ้นบริษัทที่มีปัญหาหนักใกล้ล้มละลายจากปัจจัยต่างๆ ของการประกอบการจนราคาตกลงไปมากจนแทบใกล้ศูนย์แล้วพลิกฟื้นกลับคืนมาได้] เพราะสูญเสียผู้บริหารระดับสูงเปี่ยมวิสัยทัศน์อย่างบิดาของเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่สถานการณ์กลับพลิกฟื้นขึ้นมาได้อย่างไม่คาดคิดเมื่อธีร์จุฑากลับมารับตำแหน่งทายาทผู้บริหารระดับสูง ชายหนุ่มลบคำปรามาสจากสายตาของผู้บริหารสูงวัยหลายๆ คนแทบหมดสิ้น
“เออ... ผู้หญิงเมื่อครู่กลับไปแล้วเหรอ?” ธีร์จุฑาถามลินดาเลขานุการสาวใหญ่ทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเธอยังคงรออยู่ตรงนี้ เขาคงสละเวลาอันมีค่าพบเธอได้สักนาทีสองนาที
“ค่ะ เห็นบอกว่ามีธุระสำคัญจะต้องพบคุณธีร์ให้ได้” เลขานุการสาวรายงานเจ้านายหนุ่ม
‘ถ้าสำคัญจริงๆ ก็ต้องรอได้สิ’ เขาหยุดนึก ช่วงนี้เขามีเรื่องอะไรสำคัญกับใครนักหรือโดยเฉพาะผู้หญิง ไม่นิ่! ทุกวันนี้งานการก็ยุ่งจะตายจะเอาเวลาที่ไหนไปทำเรื่องสลักสำคัญกับผู้หญิง คิดถึงตรงนี้เขาก็วางเรื่องที่คาใจนี้ลงทันที “เอาล่ะ ผมต้องไปแล้ว เอาเอกสารไปจัดการให้เรียบร้อย” ชายหนุ่มพูดก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“ค่ะคุณธีร์” เลขานุการสาวรับคำก่อนเผยรอยยิ้มหวาน
ทันทีที่เขาก้าวออกจากห้องทำงาน ไม่นานนักร่างสูงโปร่งก็มาถึงรถสปอร์ตหรูที่จอดรออยู่โซนที่จอดรถสำหรับผู้บริหารและมันก็เคลื่อนพาเขาออกจากตัวอาคาร ปัญหาเรื่องโครงการรีสอร์ทหรูที่พังงาของบริษัทที่เป็นประเด็นบุกรุกที่สงวนและถูกคนในพื้นที่โจมตีกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่แทรกซึมเข้ามาก่อกวนความคิดนักธุรกิจหนุ่มอย่างเขาทุกขณะจิต สมองเขาขบคิดแต่เรื่องนี้จนบางครั้งถึงขั้นเหม่อลอย แม้ว่าตอนนี้หลังติดเบาะมือบังคับพวงมาลัยก็ตาม
เอี๊ยด!!!! เท้าของเขาเหยียบเบรกลงจมฝ่าเท้าเมื่อพบวัตถุมีชีวิตตรงกระโปรงรถและถูกกระแทกแรกจนเขารู้สึกถึงเสียงปุกๆ
“โอ้ย!” เหยื่อร่วงล้มลงต่อหน้าต่อตาสาธารณะชนรวมทั้งเขาที่เป็นตัวต้นเหตุ !
ธีร์จุฑาตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทันทีที่รถหรูออกมาจากอาคารจอดรถลงมาที่หน้าตึกก่อนออกไปสู่ถนนใหญ่ จู่ๆ ก็มีร่างบอบบางของหญิงสาวผิวขาวผมยาวกระโดดมาขวางรถ ดีที่เขาเบรกทัน รถจึงปะทะร่างน้อยนั้นไม่รุนแรง
“บ้าชิบ!! เดินยังไงข้ามถนนไม่ดูรถเลย” เขาสบถก่อนดับเครื่องยนต์รถพรวดเปิดประตูลงไปดูคนเจ็บ พบว่าร่างหญิงสาวล้มศีรษะกระแทกขอบฟุตบาทและหมดสติ ร่างสูงจึงพุ่งเข้าไปอุ้มร่างน้อยนั้นขึ้น มีทั้งคนแถวนั้น และ รปภ. ประจำตึกก็กรูเข้ามาช่วย
“เรียกรถพยาบาลด่วน!!” เขาหันไปออกคำสั่งกับหัวหน้า รปภ. ประจำตัวอาคารที่วิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์
“คุณ! คุณครับ!!” ธีร์จุฑาเรียกชื่อแต่ไม่มีทีท่าว่าหญิงสาวจะฟื้น เขาประคองร่างที่หมดสติไว้ในอ้อมแขนแกร่ง สายตาคมเยือกเย็นของเขามองเธอไปทั่วเรือนร่าง ดวงหน้าสวยเนียนสดใสไม่มีร่องรอยสิวให้รำคาญ แม้หญิงสาวคนนี้จะหลับตาอยู่ก็พอรู้ว่าเป็นคนตาโตพอสวย จมูกโด่งนิดๆ น่าจะโด่งธรรมชาติปราศจากศัลยกรรมเหมือนอย่างที่สาวๆ สวยๆ รุ่นใหม่นิยม มันก็โด่งน้อยๆ รับกับปากอิ่มจิ้มลิ้มสีชมพูบางๆ นั้นล่ะ จัดว่าเป็นผู้หญิงหน้าตาดีทีเดียวเลย รูปร่างก็สมส่วน ไม่สิ ถ้าเทียบจากส่วนสูงของเธอกับหน้าอกหน้าใจที่อิ่มเต็มเกินตัว... เขาคิดว่ารูปร่างของเธอไม่น่าจะเรียกว่า ‘สมส่วน’ ได้แล้วล่ะ
“รถพยาบาลกำลังใกล้เข้ามาแล้วครับคุณธีร์” รปภ. ประจำตึกร้องบอกท่านประธาน จริงอยู่ถึงเขาจะเป็นคนรวยไฮโซและมีตำแหน่งเป็นนายจ้าง แต่ธีร์จุฑาก็เป็นกันเองกับทุกคน ตั้งแต่ระดับผู้บริหารลงมาจนถึงแม่บ้าน รปภ. จึงทำให้ลุงชิดดูสนิทสนมกับท่านประธาน เพราะบางครั้งหนุ่มนักธุรกิจอย่างเขาแอบมาทำงานที่ตึกในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็บ่อยไป มาทีไรก็เจอลุงชิดนี่ล่ะช่วยดูแลความปลอดภัยเรื่องสถานที่
“ดีเลย” เพียงขาดคำเขาก็ช้อนร่างบางขึ้นอุ้มขึ้นไปที่ตึกเพื่อหลบบรรดาไทยมุง ส่วน รปภ. ก็จัดการเคลื่อนรถของเขาไปลานจอดรถสำหรับผู้บริหาร
“คุณ... คุณๆ อย่าเพิ่งเป็นไรนะครับ!” ธีร์จุฑาพูดด้วยสีหน้ากังวล
รถพยาบาลมาจอดเทียบลานหน้าอาคารสำนักงานก่อนที่ทีมเปล แพทย์ พยาบาลจะลงมารับคนเจ็บอย่างทันท่วงที พยาบาลมาดคล่องคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบนางพยาบาลแต่ท่อนล่างเป็นกางเกงดูทะมัดทะแมง
“ช่วยออกห่างๆ คนเจ็บนะคะ เดี๋ยวขาดออกซิเจนค่ะ” พยาบาลตะโกนบอกชาวไทยมุงบริเวณรอบๆ ให้ถอยออกไปให้ห่างจุดเกดเหตุ ยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเจ็บที่อยู่ในอ้อมกอดธีร์จุฑา
“คุณใช่ญาติไหมคะ?” นางพยาบาลสาวเอ่ยถามชายหนุ่มนักธุรกิจ
“เปล่าครับ ผมเป็นคนขับรถเฉี่ยวเธอล้มลงไปเอง” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ สีหน้าแสดงออกถึงความรับผิดชอบ พยาบาลสาวมองหน้าสบตากัน ก่อนที่เสียงทุ้มแกร่งฟังดูสูงวัยจะแทรกขึ้นมา
“มันอุบัติเหตุครับ ท่านประธานไม่ได้ตั้งใจ ผมเป็น รปภ.ที่ตึกนี้” รปภ. เอ่ยขึ้น เขายืนยันพร้อมท่าทางให้หลายคนมั่นใจว่าเขาเป็นพยานคนสำคัญที่อยู่ในเหตุการณ์และท่านประธานของเขาบริสุทธิ์ใจ
“ไว้ค่อยให้ปากคำกับตำรวจนะคะ คนเจ็บต้องไปห้องฉุกเฉินด่วน คุณจะไปด้วยได้ไหม” พยาบาลสาวคนหนึ่งตัดบทขึ้น
“ครับ ผมจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลคนเจ็บเอง” ธีร์จุฑาเอ่ยแสดงความรับผิดชอบ สีหน้าของนักธุรกิจหนุ่มจริงจังอย่างที่สุด
“โว....” เสียงบรรดาไทยมุงส่งเสียงออกมาด้วยความทึ่ง แล้วรู้สึกว่าคนก่อเรื่องรับผิดชอบ สายตาคมของเขายังตรึงอยู่ที่หญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อรถหรูของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจแม้สักนิด
“งั้นขึ้นรถเลยค่ะ เรามีเวลาไม่มาก” พยาบาลสาวตอบคล่อง ก่อนที่รถพยาบาลจะเคลื่อนตัวออกจากพื้นที่ตึกสูงตระหง่านนั้นโดยมีเสียงหวอหวีดคำรามลั่นนำทาง
ณ โรงพยาบาลเอกชนมาตรฐานระดับโลก ในเครือเดอะแลนด์ริชกรุ๊ป
ร่างบางค่อยๆได้สติ ลืมตาฟื้นขึ้นมาพบว่ามีคนมากมาย ทั้งหมอ พยาบาล และธีร์จุฑาผู้ชายที่เธอต้องการพบเขามากที่สุดตอนนี้ หญิงสาวรู้สึกเจ็บร้าวไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว หนุ่มผิวขาวร่างสูงโปร่งเจ้าของใบหน้าหล่อสไตล์ลูกครึ่ง ลักษณะแบบนี้เขาน่าจะเป็นลูกครึ่งอิตาลี แต่ถึงเขาจะเชื้อชาติไหนก็ช่างเถอะ พิมพ์พิชชาไม่สนใจทั้งนั้น สิ่งที่เธอต้องการที่สุดในตอนนี้คือมาเจรจาประนีประนอมกับเขามากกว่ามาเคลิ้มหลงความหล่อเหลาที่เป็นแค่เปลือกนอกนั่น!
“คุณฟื้นแล้วเหรอ?” เขาถามอย่างเอาใจใส่ จะว่าห่วงอาการของหญิงสาวแปลกหน้านี่ก็ได้ แม้ว่าจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเขาก็ไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ใครต้องเจ็บหรือสูญเสีย
“ฉะ... ฉันอยู่ที่ไหนคะ?” เสียงหวานเอ่ยถาม ไม่คิดว่ารู้สึกตัวขึ้นมาจะเจ็บร้าวไปทั่วทั้งตัวแบบนี้ เธอพลาดอะไรไปนะ ทำไมมันเกิดเรื่องมาไกลเกินคาดแบบนี้ล่ะ สรุปเขาคงเบรกไม่ทันที่เธอพุ่งตัวเข้าขวางสินะ! แต่รึเพราะเขาไม่เบรกกันแน่
‘คนหน้าตาดีสะอาดสะอ้านอย่างเขาจะเหยียบคันเร่งชนคนให้ตายเลยรึไง? ทั้งที่เขายังไม่รู้ว่าเราเป็นใครด้วยซ้ำ!’ หญิงสาวคิดทบทวนแต่ร่างกายก็ยังเจ็บและราวจนไม่อยากขยับทำอะไร
“โรงพยาบาลราษฎร์ฤทัยเมเมอเรียลครับ” เขาหยุดจ้อง “เป็นโรงพยาบาลเอกชนในเครือบริษัทของผมเอง” เขาหยุดจ้องหญิงสาวก่อนถามถึงอาการเจ็บของหญิงสาว “ว่าแต่คุณเป็นยังไงบ้าง? ยังรู้สึกเจ็บตรงไหน?” ธีร์จุฑาเอ่ยถามถึงอาการเพราะเขาเป็นต้นเหตุทำให้หญิงสาวต้องเจ็บตัวแบบนี้ จะว่ารู้สึกผิดด้วยก็ใช่
“ฉันไม่เป็นไรแล้วค่ะ” หญิงสาวตอบสีหน้ายังคงซีดเผือดจนอีกฝ่ายก็อดห่วงไม่ได้
“เดินยังไง? ทำไมไม่ระวังเลย ตัวก็เล็กนิดเดียว ร่างกายเป็นเหล็กหรือไงถึงบอกว่าไม่เป็นไร” เขาเอ็ดสายตาคมมองร่างบอบบางอย่างเป็นกังวล
“คุณ... ธีร์จุฑาใช่ไหมคะ? หญิงสาวเอ่ยถาม เธอไม่สนใจด้วยซ้ำว่าชายหนุ่มบ่นอะไร สิ่งที่เธอเริ่มเอ่ยปากถามนั้นทำเอาเขาหยุดกึก มองจ้องหน้าสวยนั้นอย่างมีเครื่องหมายคำถามบนใบหน้า แต่แล้วจู่ๆ เหตุการณ์ที่เลขานุการสาวบอกกับเขาว่ามี ‘ผู้หญิง’ มาเฝ้ารอพบเขาวันนี้แต่เขาบอกว่าคงให้พบไม่ได้เพราะมีประชุมต่อ แค่นั้นเขาก็เริ่มปะติดปะต่ออะไรได้ขึ้นมา.... ‘หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะคือคนเดียวกันที่มาขอเข้าพบเขาเมื่อช่วงบ่าย’ แต่สีหน้าเขาเครียดขรึมและมีประกายที่ไม่เป็นมิตรเลยเมื่อมองมาที่เธอ
“ฉันมีธุระจะต้องพบคุณ... ฉันมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับคุณค่ะ” หญิงสาวเอ่ยแสดงเจตนาอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม กว่าจะหาโอกาสเจอหน้าเขาได้เลือดตาแทบกระเด็น เวลามีน้อย
“คุณนั่นเอง” ธีร์จุฑาเหวอเล็กน้อย และแล้วสิ่งที่เขาคาดเดาก็กลายเป็นจริง หญิงสาวคนนี้คือผู้หญิงคนเดียวกันที่พยายามมาพบเขา แต่เธอได้รับการปฏิเสธทุกครั้ง ชายหนุ่มคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ร่างกายบอบบางน่าทะนุถนอมแบบนี้จะใจเด็ดถึงขนาดว่าเอาตัวเองกระโดดขวางรถสปอร์ตส่วนตัวของท่านประธานแห่งเดอะแลนด์ริชกรุ๊ป เพียงเพื่อจะได้พบและเจรจาประนีประนอม กับไอ้เรื่องที่น้องชายตัวเองทำอัปยศกับหลานสาวของเขาเอาไว้งั้นเหรอ ‘นี่มันเรื่องบัดซบที่สุดที่เขาเคยเจอ บ้าชิบ!’ คิดถึงตรงนี้แล้วธีร์จุฑาอารมณ์ขึ้นจนหน้าแดงเพราะความโกรธจัด
“พระเจ้า!!” เขาอุทานออกมาด้วยความทึ่ง แต่ก็ไม่พอใจนักที่หญิงสาวใช้วิธีนี้ ถ้าหล่อนพลาดพลั้งถึงขั้นเสียชีวิตขึ้นมา เขาจะไม่กลายเป็นคนบาปทำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิตโดยประมาทหรือไงกัน
ผู้หญิงอะไรบ้าเลือด! เกิดมาไม่เคยเจอ!
“ฉันมีเรื่องต้องคุยกับคุณค่ะ คุณธีร์จุฑา” หญิงสาวเอ่ย สายตาคมสวยจ้องหน้าเขานิ่ง
ใบหน้าหล่อคมเข้มในแบบฉบับหนุ่มลูกเสี้ยวไทย- อิตาเลียน-อังกฤษ ด้วยคุณหญิงงามมาลีมารดามีเชื้อสายไทย-อังกฤษ ส่วนฝั่งบิดา เอ็ดมัลโด นิคโคลล์โลเป็นชาวอิตาเลียนที่มาทำธุรกิจในเมืองไทยจนพบรักกับมารดาที่ขณะนั้นเป็นไฮโซสาวสวยในวงสังคม เมื่อความรักของพวกท่านสุกงอมก็ให้กำเนิดทายาท ที่สำเนารูปลักษณ์ภายนอกพ่อหล่อแม่สวยมารวมไว้ในตัวเขาอย่างโดดเด่น หนุ่มลูกครึ่งหน้าหล่อแบบอิตาเลียนแต่ชื่อไทย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อตามความประสงค์ของคุณตาผู้มีความอนุรักษ์นิยมเมื่อครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ธีร์จุฑาเกิดและเติบโตที่ลอนดอน มีชีวิตวัยเด็กที่เมืองไทย เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นจึงเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 11 ปี หลังจบการศึกษาเขาก็กลับมาช่วยบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลและพลิกฟื้นอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ให้กลับมาผงาดอย่างแรงกล้าอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่คาดคิดว่านักธุรกิจใหญ่ที่ไม่ครั่นคร้ามต่อสิ่งใดจะต้องมาเจอเรื่องกวนใจแบบนี้ ‘ยัยป่วนนี่เอง กัดไม่ยอมปล่อย’
พิมพ์พิชชาจ้องมองคนตรงหน้า เธอบอกตัวเองว่าชายคนนี้มีรูปลักษณ์ภายนอกช่างดูหล่อเหลาน่าหลงใหลราวเทพบุตรหนีเมืองสวรรค์มาเที่ยวเล่นในโลกมนุษย์ แต่นั่นมันก็แค่เปลือกเท่านั้น เพราะสิ่งที่เขาก่อไว้มันยากเกินที่เธอจะอภัยให้เขาได้ ‘คนรวยใจร้ายทุกคนหรือไงนะ?’
“พวกนายออกไปก่อน” เขาสั่งการ์ดสองคน “พวกคุณด้วย” คำสั่งนั้นส่งไปยังแพทย์และพยาบาลที่อยู่ในห้องนี้ด้วย น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ความรู้สึกทั้งที่ดวงตาคมคร้ามยังจดจ้องคนหน้าหวานอย่างไม่วางตา เพียงไม่นานห้องพักผู้ป่วยก็เหลือเพียงเขาและเธอ
“คุณมีอะไรก็ว่ามา” น้ำเสียงเขาช่างเรียบขรึม แปลกตรงที่สิ่งนั้นมันทำให้เธอรู้สึกประหม่าเกรงกลัวเขาอย่างบอกไม่ถูก
“ฉันมาขอร้อง...” เขาหยุดจ้อง สายตาของเขาพิจารณาหน้าหวานสวย ตาโตร่างเล็กบอบบาง แต่ดูเหมือนจะซ่อนรูปบางสิ่งเอาไว้อย่างชวนค้นหา แต่ช่างเถอะ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากรู้ในตอนนี้ นอกเสียจากว่า เรื่องอะไรที่ทำให้ยัยตาโตนี่ถึงขนาดเอาร่างตัวเองเข้าแลก เพื่อการได้พบกับเขา
“ฉันอยากขอให้คุณช่วยถอนแจ้งความที่คุณจับน้องชายของฉัน” เธอเอ่ยขึ้น ทันใดนั้นสีหน้าที่หล่อเหลาของเขาเครียดขึงและดูดุดันขึ้นมาทันที สมองของเขาประติดประต่อเรื่องราวขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
“คดีอาญามันถอนแจ้งความได้ที่ไหนกันคุณ ผมว่าคุณน่าจะรู้เรื่องนี้ดีนะ หรือความจริงคุณเป็นพวกประเภทพูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง?” เขาต่อกรเสียงดุ ดวงหน้าคมทว่าดุดันมองพิมพ์พิชชาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งดูเย็นชา แววตาสีอำพัลที่ปราศจากความเป็นมิตรนั้นยิ่งมองยิ่งเหน็บหนาวจนน่ากลัว ทันทีที่หญิงสาวเปิดเผยฐานะตัวเองว่าเป็นพี่สาวของทรงพล ไอ้ไก่อ่อนเลวๆ พันธุ์นั้นที่มันมาตอแยหลานสาวคนสวยของเขา ความเดือดดาลที่มีอยู่ในใจก่อนแล้วก็พุ่งทยานลิ่วยิ่งกว่าปรอท 160 องศาฟาเรนไฮท์
“มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ... หลานสาวผมเป็นฝ่ายเสียหาย ยังไงผมก็ไม่มีวันยอม” หลานสาวเพียงคนเดียวที่เขาต้องรับผิดชอบชีวิตเธอตั้งแต่พี่ชายและพี่สะใภ้จากไปพร้อมบิดาจากเหตุการณ์เครื่องบินหายสาบสูญครั้งนั้น เขารักหลานสาวยิ่งกว่าไข่ในหินราวกับว่าปลายฟ้าเป็นแก้วใสอันเปราะบาง แล้วจู่ๆ วัยรุ่นกุ๊ยไร้อนาคตไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาตอแย แล้วที่ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้นมันพาหลานสาวหายไปไหนต่อไหนสามวันสองคืน ผู้ปกครองอย่างเขาไม่เอาผิดก็ดูจะผิดวิสัยจนเกินไป งานนี้เขาจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น
พิมพ์พิชชารู้ดีว่าคดีความที่ทรงพลโดนแจ้งจับนั้นหนักพอสมควรในข้อหา ‘พรากผู้เยาว์’ ธีร์จุฑาในฐานะผู้ปกครองเข้าแจ้งความเอาผิดน้องชายของเธอตามมาตรา 319 ประมวลกฎหมายอาญา ด้วยความที่เขาวู่วามเข้าใจผิดว่าทรงพลพาปลายฟ้าหลานสาววัย 16 ปีของเขาไปเกินเลยกัน ทั้งที่ความจริงเด็กๆ แค่ไปเที่ยวทะเลที่เกาะกะดาด เป็นการฉลองจบการศึกษาเท่านั้นเองและครั้งนั้นก็ไปกันหลายคนด้วย ตอนนี้เรื่องราวใหญ่โตแม้เธอจะเรียนนิติฯมา ก็ไม่สามารถทำหน้าที่ทนายว่าความให้น้องชายแท้ๆ ได้เพราะยังไม่มีตั๋วทนายถูกต้องตามระเบียบ เรื่องนี้มีทางเดียวที่จะประนีประนอมได้คือเธอต้องรุดมาขอร้องให้เขายอมความ
“แต่น้องชายของฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ทั้งหมดเป็นเพราะความเข้าใจผิดของคุณต่างหาก คุณต้องแก้ปัญหานี้นะคะ” หญิงสาวที่เจ็บร้าวไปทั้งตัวยังไม่เลิกตื้อ แน่ล่ะเธอมาวันนี้เพื่อขอร้องเขา เพื่ออิสรภาพของน้องชายเพียงคนเดียวที่เธอมี แม้ต้องแลกด้วยอะไรเธอยินดีจะทำ
“ผมไม่อยากคุยกับคุณแล้ว ต่อไปไม่ต้องพยายามมาหาผมอีก ผมไม่มีอะไรต้องคุยกับคุณ” เขาสรุปก่อนหันหลังเดินจากไปอย่างเย็นชา
“ไม่นะ! คุณจะทำอย่างนี้ไม่ได้นะคะ คุณนั่นล่ะเข้าใจผิดเอง จะทิ้งปัญหาให้คนอื่นยังไง?” พิมพ์พิชชารีบพุ่งมาคว้าแขนของเขาไว้อย่างไม่ยอมแพ้
“เรื่องแค่นี้เองเหรอที่เธอถึงกับใช้ร่างกายสกปรกๆของเธอกระโดดขวางรถของฉัน เพื่อที่จะได้ต่อรองเรื่องบ้าๆนี่น่ะ?” วาจาของเขานั้นช่างเหยียดหยันจนทำให้หญิงสาวรู้สึกปวดร้าวถึงหัวใจ ใช่สิ! พิมพ์พิชชารู้ดีว่าสถานะตนตอนนี้กับชายตรงหน้าอยู่คนละชั้นกัน ผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างเธอเทียบกับชายหนุ่มนักธุรกิจพันล้าน เพียบพร้อมไปทุกอย่าง เธอก็คงเป็นแค่เศษฝุ่นผง... ที่พร้อมถูกคนเค้าย่ำอย่างไร้เงื่อนไข
“เพราะฉันมีน้องชายเพียงคนเดียว และตอนนี้เขากำลังจะมีอนาคตที่สดใส ฉันมาขอร้องเพราะเขาไม่ได้ทำอะไรเสื่อมเสียอย่างที่คุณกล่าวหา” เสียงหวานสาธยายด้วยน้ำเสียงประนีประนอม ถ้าเขายังคงตรึงสายตาที่ดวงหน้าอ่อนหวานและริมฝีปากอิ่มระเรื่อนั้นนานๆมันอาจทำเขาลังเลจนใจอ่อนได้ ชายหนุ่มเบือนหน้ามองไปนอกหน้าต่าง ก่อนหันมาแสยะยิ้มกับหญิงสาวอย่างเวทนา
“ไม่มีทาง เธอรักน้องชายเธอ แล้วยัยฟ้าหลานสาวของฉันล่ะ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เธอคิดว่าใครเสียหายมากกว่ากัน” เขาหยุดสบตากร้าวเมื่อพูดถึงเหตุการณ์อัปยศที่เกิดขึ้นกับปลายฟ้าหลานสาวของเขา “หลายสาวของฉันกับน้องชายของเธอ ตอบสิ ใครเป็นฝ่ายเสียหายกันแน่ฮึ?” เขาคาดคั้นดวงตาลุกพราว
“แต่น้องชายของฉันบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้เจตนาร้ายอย่างที่คุณกล่าวหา หรือว่าคุณใช้มาตรฐานต่ำๆของตัวเองตัดสินคนอื่น อย่าคิดว่าผู้ชายคนอื่นๆ จะเลวเหมือนคุณสิคะ!” เธอเถียง สิ่งนั้นทำให้ชายหนุ่มยิ่งเดือดดาล
“หุบปากเธอเดี๋ยวนี้!” เขาตวาดดุดัน “ถ้าเธออยากจะเอาตัวเข้าแลก ฉันแนะนำว่าแลกด้วยวิธีอื่นดูสิ เผื่อว่าฉันจะใจอ่อน” เขามองเรือนร่างที่นั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยก่อนเขยิบเข้ามาใกล้ และสำรวจสายตาคู่คมมาหยุดตรงส่วนอวบอิ่มซ่อนรูปของหญิงสาวอย่างไร้มารยาท
“เลว! คุณมันเลว” หญิงสาวบริภาษตาขวางเมื่อถูกย่ำยีด้วยคำพูด ไม่อยากเชื่อเลยว่าหนุ่มนักธุรกิจไฮโซในฝันของสาวๆทั่วประเทศจะหยาบคายขนาดนี้... คนที่ฉากหน้างดงามย่อมมีด้านมืดซ่อนอยู่ นี่คือด้านมืดของคุณใช่ไหม ธีร์จุฑา!
“แน่นอน ผมรู้ว่าควรเลวกับใครต่างหากล่ะ” เขามองสำรวจหญิงสาวอีกครั้งอย่างละเอียดลออจนใบหน้าของหญิงสาวเห่อร้อนด้วยความอาย
“ถ้าเปลี่ยนใจอยากเอาตัวเข้าแลกในแบบที่ผมต้องการ...เพื่ออิสรภาพของน้องชายคุณก็บอกนะ ผมยินดีจัดให้”
เผี๊ยะ!!
“เลว ฉันมาเจรจากับคุณดีๆ แต่คุณกลับพูดจาดูถูกฉัน โดนผู้หญิงตบแค่นี้ยังถือว่าน้อยไป!”
“ผมชอบนะ ไอ้การใช้กำลังเนี่ย!” เขาขยับร่างเข้ามาใกล้ จมูกคมโด่งเกือบจรดหน้าสวยอย่างผู้มีชัยเหนือกว่า ก็แค่ร่างบอบบางของผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง เขาจะทำอะไรกับเธออย่างไรมันก็ได้ทั้งนั้นล่ะ
‘อย่ายั่วโมโหกันนักสิ รู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังท้าทายอยู่กับใคร’
“คุณมันก็เหมือนๆ พวกผู้หญิงหิวเงินทั่วๆไปนั่นล่ะ หาทางเข้าใกล้ผมเพราะหวังผลประโยชน์ทั้งนั้น น้องชายคุณก็ไม่ต่างกัน ตอแยยัยหนู คงคิดอยากจะตกถังข้าวสารละสิ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ” เขาหยุดเว้นช่วงเพราะไม่รู้จะเรียกชื่อเธอว่าอย่างไร “คุณ...” เขาคำรามดวงตาดุพราวแต่สายตาไม่รู้จะเรียกผู้หญิงที่ไม่มีคุณสมบัติเป็นสุภาพสตรีสักนิดตรงหน้าอย่างไร
“พิมพ์พิชชา ฉันชื่อพิมพ์พิชชา “ หญิงสาวเอ่ยชื่อตัวอย่างกับรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ “และฉันจะไม่มีวันยอมรามือจากคุณง่ายๆแน่ จำไว้นะคะ”
“พิมพ์พิชชางั้นเหรอ?” เขาหยุดจ้อง มุมปากยกยิ้มบางๆอย่างร้ายกาจ “คราวหน้าถ้าคิดจะเอาตัวเข้าแลก... ก็แลกให้มันถูกที่...ถูกจุดสิครับ” เขาหยุดมองจ้องส่วนอวบอิ่มใต้ร่มผ้าของเธออย่างเสียมารยาท หญิงสาวรู้สึกเหมือนถูกคุกคามทางสายตาหน้าซ่านแดงด้วยความอับอายถึงกับเบี่ยงลำตัวหลบสายตาอันเอาเปรียบอย่างน่าชิงชังนั้น “แล้วคุณจะได้ในสิ่งที่ต้องการ” เขาท้าทายอย่างหยามหมิ่น
เพี๊ยะ!! มือบางลอยหวือมากระทบแก้มสากของเขาจนชาไปครู่หนึ่ง น้ำหนักกำลังเรียกรอยแดงๆ บนใบหน้าหล่อๆนั่นได้เป็นอย่างดี
“นี่เป็นการตอบแทนกับที่คุณดูถูกฉัน กล่าวหาน้องชายฉัน ถึงพวกเราจะไม่ร่ำรวย ไม่มีพ่อ...ไม่มีแม่... แต่พวกเราก็ไม่เคยจะปีนป่ายไปถึงความร่ำรวยด้วยวิธีบ้าๆ แบบที่คุณกล่าวหา” หญิงสาวพูดด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกอีกฝ่ายดูถูก ถึงเธอจะไม่ใช่ผู้หญิงรวย สวยระดับนางงาม แต่เรื่องศักดิ์ศรี พิมพ์พิชชาไม่น้อยหน้าใครแน่ แต่ใช่ว่าเสียงบริภาษจากหญิงสาวจะทำให้ธีร์จุฑาสะทกสะท้านไม่ เขากลับรวบข้อมือของหญิงสาวไว้แน่นแล้วกระชากอย่างโหดๆ จนร่างเล็กเซถลาเข้ามาในอ้อมกอดเถื่อนๆ ของเขา หญิงสาวสะบัดข้อมือสุดแรงพร้อมแหงนหน้ามองเทพบุตรผู้ใจร้ายอย่างขุ่นโกรธเจตนาจะร้องประท้วงคนจอมเผด็จการ แต่ขณะนั้นริมฝีปากหยักหนาได้รูปกลับฉกจูบริมฝีปากอิ่มสีสวยของเธออย่างรวดเร็วราวจงใจลงทัณฑ์!
“อือ...” พิมพ์พิชชาพยายามส่งเสียงประท้วง แต่กลายเป็นการเปิดโอกาสให้เขายิ่งแทรกลิ้นร้อนชุ่มฉ่ำเข้ารุกรานเพื่อควานหาความหอมหวานภายในกลีบปากสีกุหลาบแรกแย้มนั้นได้อย่างแสนง่ายดาย
เสียงบริภาษจากริมฝีปากอิ่มเงียบสนิทลงและถูกกลืนหายเข้าไปในริมฝีปากกล้าแกร่งของเขา
‘คนบ้า!! นี่มัน ‘เฟิร์สคิส’ ของฉันนะ.... ฉันจะเก็บไว้ให้ ‘คนรัก’ ฉันเกลียดคุณ!’ จูบที่ไม่พึงประสงค์สำหรับพิมพ์พิชชา!
เขาบดจูบเธอในขณะที่ยังไม่ประสีประสา ทำให้หญิงสาวต้องตัวสั่นเทาราวกระต่ายน้อยตื่นตูม... สมองหมุนคว้าง ตัวเบาหวิวราวกับว่าโลกนี้ไร้ซึ่งแรงดึงดูด หัวใจสั่นวูบไหว... ปลายเท้ายืนไม่อยู่เธอรู้สึกเหมือนกับว่าปลายเท้ากำลังลอยได้สูงลิ่วๆอย่างไร้จุดหมาย เมื่อลิ้นร้อนๆ เกี่ยวกระหวัดรุกไล่ได้ใจอยู่ในโพรงปากชุ่มฉ่ำหวานอย่างเหิมเกริม ส่งให้เธออ่อนระทวยลงในอ้อมกอดของเขา หญิงสาวพยายามหาโอกาสหายใจเต็มปอดเมื่อเขาค่อยๆคลายจูบออกไปอย่างช้าๆ ริมฝีปากอิ่มของเธอสั่นระริกและแสนยั่วยวนเขา จนอดไม่ไหวที่จะกลับบดเบียดด้วยจูบร้อนๆอีกครั้งอย่างติดอกติดใจ คราวนี้ไม่จูบเปล่า มือหนาเลื่อนจากต้นคอลงไปยังแผ่นหลัง โอบแนบแน่นที่เอวคอดเล็กของเธอก่อนจะเลื่อนลงต่ำลงไปที่สะโพกกลมกลึงอย่างสนุกใจ
“ไม่นะ ไอ้ลามก!!” ร่างเล็กผลักอกแกร่งออกไปสุดแรงจนเขาเซบ้างเล็กน้อย
“หืม” เขากระชากเธอเข้าหาอ้อมกอดของตน และบังคับเธอให้ดิ้นไปไหนไม่รอดจนรู้สึกได้ว่าหายใจลำบาก
“ไม่นะ!” หญิงสาวเบือนหน้าหนีรสจูบด้วยความตกใจ สติที่เตลิดหายกลับคืนมาแต่คนตัวโตกลับไม่ปล่อยโอกาสให้เธอได้ผลักไส เขาใช้อีกมือรวบท้ายทอยของหญิงสาวให้แหงนรับจุมพิตอันโหดเถื่อนของเขาได้อย่างถนัดแนบชิดขึ้น มือของเขาลูบไล้แผ่นหลังไล้ลงมาบั้นท้ายกลมกลึงอย่างรันจวนใจ
เผี๊ยะ!!
“คนเลว” ร่างบางสะบัดสุดแรงกระทั่งร่างน้อยหลุดจากอ้อมกอดเขาอย่างเป็นอิสระ ร่างบางถอยกรูออกห่างจากเขาจนหลังชิดผนังก่อนที่มือบางจะคว้านิตยสารเล่มหนานับสิบฉบับแล้วออกแรงปาไปที่หน้าของเขาอย่างไม่ยั้ง
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!!
โป๊ก!!
“โอ๊ย!”
สันนิตยสารเล่มหนาสร้างรอยแผลที่หางคิ้วชายหนุ่มจนเลือดไหลซึมออกมา ส่วนร่างบางหลังจากฝากรักแบบโหดๆ ไว้ที่หางคิ้วของเขาแล้วก็อาศัยจังหวะที่คนเกเรกำลังมึน รีบวิ่งพรวดออกมาจากห้องไปอย่างไม่หันหน้ากลับมามองซาตานในคราบพระเอกอีกเลย!
“พิมพ์พิชชา... “ เขาพึมพำเอ่ยชื่อหญิงสาวนักตบมือวางอันดับหนึ่ง ก่อนหันไปสั่งกับเลขาฯหนุ่มคนสนิทที่เดินเข้ามาดูเหตุการณ์ข้างใน เพราะแน่ใจว่าต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ หญิงสาวที่ท่านประธานช่วยไว้จึงวิ่งหน้าตื่นออกไปแบบนั้น เมื่อมาถึงในเวลาไม่นานนักว่า ท่านประธานหนุ่มก็ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเดือดดาลลอดไรฟัน“สืบประวัติให้ละเอียดว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน ฉันต้องการด่วนที่สุด!” ดวงตาคู่คมและสีหน้าเย็นชาของเขามีประกายวาวขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด
“คุณผู้หญิงคนนั้นเธอลืมไว้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธุ์ที่ตึกครับ” การ์ดร่างบึกยื่นบัตรประจำตัวประชาชนของหญิงสาวให้ท่านประธานหนุ่ม เขาหยิบขึ้นมา ปกติรูปถ่ายบนบัตรประชาชนมักจะเป็นรูปที่ดูแย่ที่สุดอยู่แล้วในชีวิต แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้เธอกลับดูต่างออกไป ‘พิมพ์พิชชา ศิธานันท์’ ชายหนุ่มอ่านชื่อเธอในใจ
~*~
พิมพ์พิชชา ศิธานันท์ หญิงสาววัย 22 ปี เธอกำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก มีน้องชายร่วมสายเลือดเพียงคนเดียวคือพอลหรือทรงพล ศิธานันท์ ด้วยอายุห่างกันร่วมห้าปีบางครั้งก็คุยกันไม่เข้าใจอาจเพราะช่องว่างทางอายุและความแตกต่างทางเพศสภาพ แต่กระนั้นเธอก็ทำหน้าที่ในฐานะพี่สาวได้เป็นอย่างดี
พิมพ์พิชชาศึกษาระดับปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยระดับแนวหน้าแห่งหนึ่งของประเทศ สมัยเรียนเธอเป็นสาวนักกิจกรรมตัวยง เป็นทั้งเชียร์ลีดเดอร์ ผู้นำชมรมและจิตอาสาของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ด้วยความที่เธอมีหน้าตาสวยโดดเด่ดกอรปกับเรือนร่างงดงามน่าทะนุถนอม แม้ว่าจะเป็นเจ้าของหน้าอกหน้าใจอวบอิ่มเกินตัวก็ตาม แต่ด้วยเสน่ห์ดึงดูดนั้นจึงทำให้หญิงสาวมีงานถ่ายโฆษณาสินค้าเข้ามายื่นข้อเสนอกับรายได้งามๆ บ่อยๆ ช่วยเสริมให้เธอมีรายได้เป็นกอบเป็นกำพอใช้จ่ายและส่งเสียน้องชายคนเดียวเรียนด้วย
ดอกไม้เหล็กแสนสวยผู้สู้ชีวิตมาโดยตลอดแต่ในที่สุดพิมพ์พิชชาก็คว้าปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิตมาได้สำเร็จแม้เธอจะต้องเรียนด้วยทำงานไปด้วยก็ตาม แต่น่าเสียดายที่บิดามารดาไม่อาจร่วมภาคภูมิใจด้วยได้ เพราะท่านทั้งสองจากไปด้วยอุบัติเหตุตั้งแต่พวกเขายังเด็ก สองพี่น้องเติบโตมากับเรืองอุไรผู้เป็นป้าแท้ๆ ซึ่งเป็นพี่สาวฝั่งบิดา นางมีอาชีพรับราชการอยู่ต่างจังหวัดไม่มีครอบครัวไม่มีคู่สมรส พิมพ์พิชชาวาดฝันเอาไว้ว่าสักวันจะต้องเป็นผู้พิพากษาสูงสุดให้ได้ด้วยปณิธานเธออยากนำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาช่วยเหลือคนยากจนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงความยุติธรรมอย่างแท้จริง ไม่เช่นนั้นคงไม่มีคำพูดที่ว่า ‘มีแต่คนจนเท่านั้นแหละที่ติดคุก’ เพราะคนจนบางครั้งก็ต้องรับกรรมที่ตนมิได้ก่อ เงินทองที่จะจ้างทนายมาช่วยว่าความก็ไม่มี จำยอมรับสภาพอย่างไร้ชะตากรรม แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นได้เธอต้องมาฝึกเรียนรู้งานสายอาชีพนักกฎหมายที่สำนักงานกฎหมายของทนายภาคภูมิ สิริธรรมให้เชี่ยวชาญเสียก่อน ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเพื่อนของเรืองอุไรป้าของเธอนั่นเอง เธอต้องฝึกงานที่นี่ก่อนจึงจะสอบตั๋วทนาย[ ตั๋วทนาย – ใบอนุญาตว่าความ]ได้ ซึ่งแม้ประสบการณ์จะน้อยแต่เธอก็ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายกับบริษัทเอกชนได้มากพอสมควร เพราะติดตามลุงภาคภูมิไปเสมอ ทำให้เธอมีความเชี่ยวชาญขึ้น แม้ว่าจะยังอายุน้อยในสายตาของบริษัทที่ว่าจ้างก็ตาม
หลังจากทำงานหนักกัดฟันส่งน้องชายคนเดียวเรียนกระทั่งจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาแต่โชคร้ายระหว่างรอผลสอบศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเสียก่อน ทั้งๆที่น้องชายของเธอไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากความเข้าใจผิดของคนเพียงคนเดียวเท่านั้น เธอจะปล่อยให้อนาคตอันสดใสของทรงพลดับวูบลงโดยที่เธอไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยอะไรเลยได้อย่างไร ถ้าดวงวิญญาณของบิดามารดารับรู้เรื่องนี้ ท่านจะต้องเสียใจและไม่ให้อภัยเธอเป็นแน่
พิมพ์พิชชาช่วยงานลุงภาคภูมิเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้บริษัทใหญ่ๆ หลายบริษัท เธอเคยพบเคยเห็นนักธุรกิจระดับผู้บริหารก็มากมาย แต่ไม่เคยมีใครหยาบคายกับอย่างที่ธีร์จุฑาทำเลย เนี่ยน่ะเหรอที่สังคมยกย่องให้เขาเป็นสุดยอดนักธุรกิจหนุ่มไฮโซในฝันที่สาวๆครึ่งค่อนประเทศอยากกอดน่ะ มันน่าอายแทนจริงๆ เพราะเขาไม่มีคุณสมบัตินั้นสักนิด สื่อต่างๆ คงไม่มีโอกาสได้เห็นด้านมืดของผู้ชายคนนั้นสินะ สาวๆพวกนั้นถึงยังเห็นกงจักรเป็นดอกบัวกันอยู่ได้
~*~