ภาพปกนิยาย Like Daddy, Like Baby แด๊ดดี้ครับ...

Like Daddy, Like Baby แด๊ดดี้ครับ...

9.6 / 10.0
ชีวิตของกานต์ เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีต้องพลิกผันอย่างรุนแรงเมื่อสูญเสียมารดาไปอย่างกะทันหัน ท่ามกลางความโดดเดี่ยวเขากลับได้พบความจริงที่คาดไม่ถึงว่าตนเองมีพ่อเลี้ยงอย่าง ออสติน สเวน นักธุรกิจชาวอเมริกันผู้ก้าวเข้ามาหยิบยื่นโอกาสให้เขาได้เรียนต่อจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ ในสภาวะที่ไร้ที่พึ่งกานต์จึงต้องยอมรับข้อเสนอและก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ในฐานะเด็กในปกครองของชายหนุ่มนัยน์ตาสีน้ำทะเลผู้ทรงเสน่ห์ ทว่าความใกล้ชิดและการดูแลเอาใจใส่กลับทำให้หัวใจของกานต์เริ่มสั่นคลอน สายสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองและเด็กในความลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินห้ามใจ จากเด็กดีที่เคยอยู่ในโอวาทกลับเริ่มมีความคิดอยากเกเรเพราะแรงดึงดูดของเจ้าของหัวใจคนใหม่ที่ชื่อออสติน

Like Daddy, Like Baby แด๊ดดี้ครับ... ตอนที่ 1

หากมารดาผู้บังเกิดเกล้าไม่เสียชีวิตกะทันหัน เด็กหนุ่มก็คงจะไม่มีโอกาสได้เจอกับ ‘เขา’

…พ่อเลี้ยง

...ที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามี

‘กานต์’ เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีคิดว่าตนน่าจะหายตกใจเรื่องนี้แล้ว แต่เอาเข้าจริงๆ เขาก็ยังคงสับสนอยู่ ด้วยเรื่องราวทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเสียจนเขารับมือไม่ทัน ทุกอย่างมันเริ่มมาจากที่เมื่อปีที่แล้ว มารดาบอกกับเขาว่าจะไปทำงานเป็นแม่บ้านที่ร้านอาหารไทยในอเมริกาเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวและส่งเสียเขาให้เรียนต่อ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้กานต์ต้องย้ายไปอยู่กับยายซึ่งแก่ชรามากแล้วที่ต่างจังหวัด ทว่าใครจะคิดว่าจู่ๆ วันหนึ่งก็มีข่าวว่ามารดาของเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต

ตั้งแต่ที่บิดามารดาแยกทางกันเมื่ออายุได้เพียงสิบปี กานต์ก็อยู่กับมารดามาตลอด บิดาไม่เคยเหลียวแลด้วยมีครอบครัวใหม่ไปแล้ว การสูญเสียทำให้ทั้งเขาและยายเสียศูนย์อยู่ไม่น้อย เขามืดแปดด้าน คิดไม่ออกว่าต่อจากนี้ตนจะใช้ชีวิตอย่างไร

แต่...หลังจากงานศพของมารดาเขา จู่ๆ ก็มีโทรศัพท์จากล่ามชาวไทยที่อาศัยอยู่ในอเมริกาติดต่อมา พร้อมกับส่งข่าวน่าตกใจให้เขากับยายรับรู้

มารดาของเขาแต่งงานใหม่กับชายชาวอเมริกัน...

กานต์ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรนอกจากตกใจดี มารดาแต่งงานใหม่แต่ไม่เคยบอกกับเขา เท่าที่ได้ยินจากล่ามคนนั้น ดูเหมือนว่าจะแต่งงานกันมาเกือบปีแล้ว อะไรไม่ว่า ผู้ชายคนนั้นยังเสนอทางเลือกบางอย่างให้กับเขา

จะเป็นผู้ปกครองให้จนกว่ากานต์จะบรรลุนิติภาวะ...

แน่นอนว่าหมายถึงการส่งเสียเลี้ยงดูค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตของเขาด้วย โดยมีเงื่อนไขเดียว

...กานต์ต้องย้ายไปอยู่ที่อเมริกากับผู้ชายคนนั้น

เด็กหนุ่มซึ่งเหลือยายเป็นญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวไม่มีวันที่จะทิ้งครอบครัวไปอยู่กับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยเห็นแม้แต่หน้าตาแน่ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะอ้างตัวว่าเป็นพ่อเลี้ยงและมีใบจดทะเบียนสมรสเป็นหลักฐานก็ตาม

แต่แล้ว...ความสูญเสียก็มาเยือนอีกครั้ง

ยายซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายตรอมใจจากการเสียลูกสาว อีกทั้งยังมีโรคชรา ทำให้จากไปอย่างปัจจุบันทันด่วนด้วยอีกคน ทำให้กานต์สิ้นไร้ไม้ตอก ในเมื่อหันไปทางไหนก็ไม่เห็นทางรอด เขาจึงจำเป็นต้องกลับคำ

เขาจะย้ายไปอยู่ที่อเมริกากับพ่อเลี้ยงในฐานะ ‘เด็กในการดูแล’

ทันทีที่เขาตัดสินใจติดต่อไปทางล่ามของพ่อเลี้ยง ทุกอย่างก็ถูกตระเตรียมอย่างรวดเร็ว

กานต์มองไปรอบๆ ตัวอย่างประหม่า หลังจากวันนั้นที่เขายกหูโทรศัพท์ขึ้นโทรหาล่ามคนนั้น วันนี้เขาก็มายืนอยู่บนดินแดนแห่งเสรีภาพแล้ว

ดวงตากลมสีนิลฉายแววกังวลออกมาอย่างไม่ปกปิด มือข้างหนึ่งกำโทรศัพท์มือถือที่ต่อไวไฟสนามบิน ก่อนจะยกขึ้นมากดเข้าไปในโปรแกรมแชตเพื่อตรวจดูว่าเขาไม่ได้มาผิดสนามบิน

สนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี... ไม่ผิดแน่ อีกฝ่ายบอกให้เขาขึ้นเครื่องมาลงที่นี่

ไม่เพียงแต่บอก เป็นคนจองตั๋วให้ด้วยซ้ำ แล้วก็บอกให้เขามายืนรอที่แถวประตูทางออก สังเกตคนที่มายืนถือป้ายที่มีชื่อเขาให้ดี เพราะอีกฝ่ายจะส่งคนมารับ แต่ผ่านมาแล้วเกือบครึ่งชั่วโมง กานต์ยังไม่เห็นจะมีใครมายืนถือป้ายที่มีชื่อเขาเลยสักคน

ความกังวลพร่างพราย เรียวคิ้วเริ่มขมวดมุ่นเข้าหากัน

ถ้าพ่อเลี้ยงเขาไม่มาล่ะ ถ้าเขาถูกหลอกมาลอยแพที่อเมริกา เขาจะทำอย่างไร?

คิดเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย ความกังวลไม่มีสิ้นสุด มีแต่จะทวีคูณ ในหัวคำนวณจำนวนเงินที่ได้รับมาจากผู้ชายคนนั้นเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางซึ่งพอจะมีติดตัวอยู่ทันควัน

ถ้าถูกเท อย่างน้อยก็มากพอที่จะไปเช่าโรงแรมแถวสนามบินนอน...มั้ง

คิดไปแล้วก็ไม่มั่นใจหรอก แต่เอาเถอะ อย่างน้อยเขาก็ท่องจำเบอร์โทรศัพท์ของสถานทูตไทยในอเมริกาได้ ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา ก็คงต้องโทรไปขอความช่วยเหลือจากที่นั่น

ทว่าก่อนที่จะคิดอะไรไปไกล อันดับแรกเขาควรจะโทรหาพ่อเลี้ยงของเขาก่อนต่างหาก เผื่อว่าอีกฝ่ายจะลืม

ปิ๊บ...

ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร แค่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอก็ดับไปทันควัน กานต์สบถออกมา

“บ้าฉิบ ทำไมแบตฯ จะต้องมาหมดตอนนี้ด้วยวะ”

รู้สึกได้ถึงลางร้าย ภาษาอังกฤษตัวเองก็พูดไม่คล่อง แม้ว่าก่อนหน้านั้น พ่อเลี้ยงของเขาจะส่งเงินมาให้ไปเรียนปรับพื้นฐานก่อนมาที่นี่บ้างแล้วก็เถอะ เบอร์ของผู้ชายคนนั้นเขาก็จำไม่ได้ มิหนำซ้ำก็ยังไม่ได้จดเอาไว้

อะไรมันจะซวยขนาดนั้นวะไอ้กานต์...

อดไม่ได้เลยที่จะบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มแรงเพื่อสงบสติอารมณ์

เอาล่ะ ใจเย็นๆ อย่างน้อยก็เดินหาอีกรอบก่อน เผื่อว่าจะมาแล้ว

คิดได้ก็ลากกระเป๋าใบเขื่องไปละแวกหน้าประตูทางออกอีกครั้ง สายตามองหาคนที่คาดว่าน่าจะเป็นคนที่พ่อเลี้ยงของเขาส่งมารับ แต่นึกขึ้นมาได้ว่าเขาไม่ได้ถามไว้ว่าคนที่มารับมีหน้าตาท่าทางเป็นแบบไหน นึกโทษตัวเองที่สะเพร่าจนแทบอยากจะยีหัวให้ยุ่งนัก

ทว่าทุกความคิดก็ต้องยุติลงเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งก้าวผ่านประตูเข้ามา

เขาใส่สูทสีกรม แต่งตัวเนี้ยบสะอาดสะอ้านตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มองปราดเดียวก็รู้ว่าเครื่องแต่งกายทุกอย่างบนตัวเขาเป็นของแบรนด์เนมราคาแพง แต่อะไรก็ไม่น่าดึงดูดใจเท่ากับเครื่องหน้าของเขา

คมเข้ม...มีไรหนวดเคราขึ้นเล็กน้อย เส้นผมสีน้ำตาลมะฮอกกานี และดวงตาสีฟ้าน้ำทะเล ล้วนแล้วทำให้เขาดูมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก ขนาดกานต์ที่เห็นเขาครั้งแรกยังหยุดมองไม่ได้เลย

หล่อมาก อย่างกับนายแบบหลุดออกมาจากนิตยสาร

ดูแล้วผู้ชายคนนั้นไม่น่าจะอายุอานามในวัยยี่สิบกว่าๆ หรอก น่าจะเข้าเลขสามแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ทำให้กานต์ละสายตาจากเขาไม่ได้เลยสักนิด

มอง...จนลืมไปแล้วว่ามีเรื่องสำคัญกว่านี้ต้องทำ

ผู้ชายคนนั้นมาหยุดยืนบริเวณเดียวกับที่พวกคนมารอรับผู้โดยสาร ก่อนที่จะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออก พลันขมวดคิ้วยุ่งเหยิง จากนั้นก็กดโทรออกอีกครั้ง เมื่อปลายสายไม่มีการตอบสนอง เขาก็เก็บโทรศัพท์กลับเข้าที่เดิม ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท คว้ากระดาษขนาดเอสี่ออกมากาง บนกระดาษนั้นเขียนว่า ‘Kan’

เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว ไม่แน่ใจนักว่านั่นเป็นชื่อของเขาหรือเปล่า ชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่ทีเดียวกว่าจะตัดสินใจเดินไปหยุดตรงหน้าแล้วเอ่ยปากถาม

“อะ...เอ็กซ์คิวส์มี...”

จากนั้นก็พูดต่อไม่ออก ทั้งนึกคำไม่ออกว่าควรจะถามว่าอะไรดี ทั้งพูดไม่ออกเพราะถูกดวงตาสีฟ้าคู่นั้นจ้องมอง

คุณมารอผมใช่ไหม...ภาษาอังกฤษพูดว่าอะไร

กานต์อึกๆ อักๆ ครู่หนึ่งทีเดียว คาดเดาได้เลยว่าพ่อเลี้ยงของเขาจะต้องเสียดายเงินที่ส่งเขาไปเรียนปรับพื้นฐานแน่ๆ ขนาดประโยคง่ายๆ ยังพูดไม่ได้ เอาไว้ถ้าถูกว่าเรื่องนี้ค่อยแก้ตัวไปแล้วกันว่าเพราะไม่ค่อยได้คุยกับชาวต่างชาติก็เลยประหม่า

ขณะที่ผู้ชายคนนั้นมองเด็กหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แล้วรอให้อีกฝ่ายพูด แต่ในเมื่อคนตรงหน้าไม่พูด นอกจากส่งเสียง ‘เอ่อๆ อ่าๆ’ ไม่เลิก เขาเลยเป็นฝ่ายเปิดปากแทน

“กานต์ใช่ไหม”

คนถูกเรียกชื่อถึงกับเบิกตาโตทันควัน

ภาษาไทย!?

ไม่ทันจะได้ถาม ผู้ชายคนนั้นก็พูดขึ้นมาอีก

“ฉันมารับเธอ”

ได้ยินเท่านั้น ความกังวลของกานต์ก็มลายหายไปในพริบตา

“พ่อเลี้ยง...เอ่อ...คุณสเวนส่งคุณมารับผมเหรอครับ”

ในเมื่อพูดภาษาไทยมา เขาก็พูดภาษาไทยตอบ ถึงจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยว่าทำไมฝรั่งตรงหน้าถึงพูดไทยได้ชัดขนาดนี้ แต่การไปให้พ้นจากสนามบินนี่ก็เป็นเรื่องสำคัญกว่า

คนถูกถามพยักหน้า ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ส่วนกานต์กลับยิ้มกว้าง

“ค่อยยังชั่ว ผมนึกว่าจะไม่มีใครมารับผมซะแล้ว”

“ประชุมเลิกช้ากว่ากำหนดน่ะ ขอโทษด้วย” เขาว่า “จะไปกันหรือยัง” แล้วก็ถามมาอีก

“ครับ”

มีเหตุผลอะไรจะต้องปฏิเสธอีก กานต์พยักหน้าตอบตกลงทันที ก่อนจะลากกระเป๋าเดินตามหลังผู้ชายคนนั้นไป ในใจก็ขบคิดไม่หยุด

ผู้ชายคนนี้...หรือจะเป็นลูกน้องของพ่อเลี้ยงเขา?

รู้ว่า ออสติน สเวน คนนั้นเป็นนักธุรกิจ แล้วก็รู้ด้วยว่าเป็นเจ้าของบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งในนิวยอร์ก ถ้าจะมีลูกน้องคอยทำงานให้ก็ไม่แปลก

“ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”

พอเดินออกมานอกสนามบินจนกระทั่งถึงลานจอดรถ ระหว่างที่รอให้ผู้ชายคนนั้นยกกระเป๋าใส่ท้ายรถให้ กานต์ก็ออกปากถาม อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองพลางเลิกคิ้วเล็กน้อยเป็นเชิงให้ถามได้

“คุณทำงานให้คุณสเวนเหรอครับ”

เสียงปิดท้ายรถดังตามมาหลังจากนั้น ก่อนที่คนถูกถามจะยืดตัวขึ้น

“ฉันดูเหมือนลูกน้องของพ่อเลี้ยงเธอเหรอ”

กานต์เม้มริมฝีปากไปครู่ “เปล่าครับ แต่คุณสเวนบอกว่าจะส่งคนมารับผม ผมก็เลยเดาเอาว่าคงจะเป็นลูกน้อง”

คนฟังหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “เขาไม่ได้ส่งคนมารับเธอหรอก”

สีหน้าของเด็กหนุ่มฉาบพรายไปด้วยความสงสัยทันที

ถ้าไม่ได้ส่งมา แล้วคนตรงหน้าเขาเป็นใครกันล่ะ

หรือว่า...

เกือบจะคิดไปแล้วว่าเป็นมิจฉาชีพแอบอ้างอะไรหรือเปล่า ทว่าผู้ชายตรงหน้าก็พูดขึ้นมาก่อน

“เพราะเขามารับเธอเอง”

กานต์เบิกตาโต มองคนพูดอย่างไม่เชื่อสายตา

“งะ...งั้นก็แสดงว่าคุณคือ...”

“ออสติน สเวน”

พูดจบก็ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองตกตะลึงไปได้ไม่ยาก แต่ถึงจะไม่ยิ้ม กานต์ก็ตะลึงงันไปแล้ว

พ่อเลี้ยงของเขายังหนุ่มขนาดนี้เลยเหรอ!?

หนุ่มอย่างเดียวไม่พอ หล่อประหนึ่งนายแบบบนรันเวย์อีกด้วย ไม่น่าเชื่อว่าแม่ของเขาจะแต่งงานกับผู้ชายคนนี้

“ขึ้นรถได้แล้ว จะได้กลับบ้านกัน”

กานต์ได้สติคืนกลับมาในตอนนี้ พยักหน้ารับหงึกหงัก เดินไปเปิดประตูรถข้างคนขับ แทรกตัวเข้าไปนั่งท่ามกลางความรู้สึกสับสน

ออสติน สเวน...มีเรื่องทำให้เขาเซอร์ไพรส์ไม่หยุดหย่อนเลยจริงๆ

อ่านต่อ

สารบัญของ Like Daddy, Like Baby แด๊ดดี้ครับ...

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้จะรู้ดีว่าในใจของเขามีเพียงคนรักเก่าที่อยู่ต่างประเทศ จนกระทั่งฝ่ายนั้นตั้งครรภ์เธอก็ยังเลือกที่จะขอเขาแต่งงาน ทว่าในวันที่ต้องจดทะเบียนสมรส ลู่เหยี่ยนจือกลับทอดทิ้งเธอไว้เพียงลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและย้ายหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในขณะที่ลู่เหยี่ยนจือชะล่าใจว่าอย่างไรเธอก็ต้องกลับมาหาเขา แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเขาได้เห็นเธอจดทะเบียนสมรสกับชายอื่นต่อหน้าต่อตา ความสูญเสียทำให้เขาแทบเสียสติและยอมละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสครั้งที่สอง ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงคำไล่ส่งจากซ่งชิงอวี่ที่ยืนยันว่าตอนนี้เธอมีครอบครัวใหม่ที่ต้องปกป้องแล้ว
ภาพปกนิยาย เมียเด็กของคุณป๋า
9.1
พิชญา เด็กสาวในชุดนักเรียนต้องจำยอมตกเป็นทาสอารมณ์ของ ปรเมศวร์ นักธุรกิจเหมืองเพชรผู้มั่งคั่งเพื่อชดใช้หนี้พนันของครอบครัวและแลกกับความสุขสบายของพ่อแม่น้องๆ แม้จะถูกปฏิบัติเหมือนสินค้าไร้ค่าและถูกตราหน้าว่าไม่มีสิทธิ์เป็นแม่ของลูก แต่เธอก็ต้องอดทนต่อความป่าเถื่อนและเย็นชาของซาตานในคราบเทพบุตรคนนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ทุกครั้งที่เขาเรียกหา เธอต้องเผชิญกับความรุนแรงและการตีตราจองจำที่ไร้อิสรภาพ โดยมีความหวังเพียงหนึ่งเดียวคือการเรียนให้จบเพื่อหลุดพ้นจากขุมนรกที่ใช้เงินซื้อตัวเธอมา ทว่าในสายตาของเขา เธอเป็นเพียงของเล่นแก้เหงาที่จะไม่มีวันได้รับอิสระตราบใดที่เขายังไม่รู้สึกเบื่อหน่ายในตัวเธอ
ภาพปกนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ มนุษย์ทุกคนคงมีสิ่งที่อยากเปลี่ยน แต่ในความเป็นจริงเราไม่อาจเรียกคืนเวลาที่ล่วงเลยไปได้ เช่นเดียวกับชีวิตของเมษาที่พังทลายลงทันทีเมื่อความจริงถูกเปิดเผย เธอต้องตกนรกทั้งเป็นจากความผิดพลาดที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อ แต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิงของผู้อื่น ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อของ ‘ผู้ชายสารเลว’ คนหนึ่งที่ทิ้งรอยแผลลึกเอาไว้ในรูปแบบของการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ หากเพียงวันนั้นเธอกล้าที่จะลุกขึ้นสู้ให้มากกว่านี้ จุดจบของชีวิตคงไม่ต้องมาลงเอยด้วยความสูญเสียและคำประณามที่แสนเจ็บปวด เมษาได้แต่ตั้งคำถามกับโชคชะตาที่ไร้ทางออก ในวันที่สายน้ำและเวลาไม่เคยไหลย้อนกลับมาเพื่อมอบโอกาสที่สองให้เธออีกครั้ง
ภาพปกนิยาย ยั่วรักจอมทมิฬ
8.2
ลลนาหรือนุ่มต้องเผชิญกับคราวเคราะห์เมื่อถูกสิงหา ชายหนุ่มหน้าตาดีแต่ไร้เหตุผลเข้าใจผิดและลักพาตัวมาขังไว้ ท่ามกลางความเสียใจและความเป็นห่วงนิ่งที่กำลังบาดเจ็บสาหัส เธอจึงเลือกพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยการอธิษฐานขอให้หลุดพ้นจากน้ำมือคนป่าเถื่อนโดยเร็ว พร้อมทั้งขอโชคลาภเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มั่งคั่งและหลีกหนีจากอาชีพกลางคืนที่ถูกดูหมิ่น แม้สิงหาจะยอมรับความผิดพลาดที่จับตัวมาผิดคนด้วยท่าทางขุ่นมัว แต่ท่าทียียวนของหญิงสาวกลับยิ่งกระตุ้นความหงุดหงิดในใจเขาจนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยการปะทะคารม ท่ามกลางความขัดแย้งที่แฝงไปด้วยความหมั่นไส้ ลลนายังคงใฝ่ฝันถึงการมีคนรักที่ดีและร่ำรวยเพื่อลบเลือนอดีตอันโหดร้ายที่เธอเคยเจอ
ภาพปกนิยาย เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
8.5
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม พรกมลต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่ออภิเดชสามีของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักเพียงศศิกานต์เท่านั้น เขาเมินเฉยต่อความใส่ใจของเธอและพร้อมจะทอดทิ้งไปทันทีที่อีกฝ่ายเรียกหา เมื่อความลับเรื่องการตั้งครรภ์ถูกเปิดเผย อภิเดชกลับโกรธจัดและบีบบังคับให้เธอหย่าร้างพร้อมสั่งให้ไปทำแท้งอย่างไร้เยื่อใย แม้เธอจะล้มลงต่อหน้าเขาก็ไร้ซึ่งความช่วยเหลือ มิหนำซ้ำที่ทำงานเธอยังถูกศศิกานต์กลั่นแกล้งและถูกใส่ร้ายจนอภิเดชเข้าใจผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า พรกมลจึงตัดสินใจเซ็นใบหย่าและลาออกจากงานเพื่อยุติความสัมพันธ์อันบอบช้ำ เธอเลือกเดินจากไปพร้อมหยิ่งในศักดิ์ศรี โดยตั้งมั่นว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เข้มแข็งและประสบความสำเร็จให้ได้ด้วยตัวเอง
ภาพปกนิยาย ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อสาวไทยต้องหลุดเข้าไปในโลกนิยายที่คุ้นเคย แต่แผนการใช้ชีวิตสุขสบายในฐานะคุณหนูตระกูลใหญ่กลับพังทลาย เพราะดันมีคนมาเกิดใหม่ก่อนหน้าจนเนื้อเรื่องเพี้ยนไปหมด จากภรรยาลำดับที่สี่ของเศรษฐีผู้มั่งคั่ง เธอกลับต้องระหกระเหินออกท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวจอมกวนประสาท ท่ามกลางการต่อสู้สุดประหลาดกับจอมยุทธ์ที่ใช้น้ำเต้าหู้เป็นอาวุธสังหาร แถมยังต้องคอยรับมือกับเพื่อนร่วมทางที่โหยหาหมูกระทะตลอดเวลา การผจญภัยที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและเรื่องราวเหนือความคาดหมายในโลกยุทธจักรจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED