ผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้มีมากมายเกินกว่าที่ทีมแพทย์และพยาบาลในพื้นที่จะดูแลได้ทั่วถึง เจียงหว่านที่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากราวแขวนเสื้อที่ถูกเผาขาดและหล่นใส่จนเกิดบาดแผลลึกที่น่อง เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ถือว่าเธอยังโชคดีนัก
หลังจากไปทำแผลแบบง่าย ๆ ที่โรงพยาบาลละแวกนั้นแล้ว เจียงหว่านก็นั่งแท็กซี่กลับบ้าน
ณ เดอะเบย์วิลล่า
บ้านหลังนี้เป็นหนึ่งในทรัพย์สินของเผยเสี้ยน ทั้งยังเป็นบ้านที่ใช้เป็นเรือนหอด้วย
เจียงหว่านคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตเพียงลำพัง เพราะเผยเสี้ยนแทบไม่เคยกลับมาที่นี่เลย เธอจึงเลิกจ้างแม่บ้านประจำไปนานแล้ว การใช้บริการเดลิเวอรี่และจ้างแม่บ้านรายชั่วโมงจึงเพียงพอที่จะตอบโจทย์การใช้ชีวิตของเธอได้
ในตอนนี้บ้านหลังใหญ่กลับมีเพียงเจียงหว่านนั่งอยู่คนเดียวบนโซฟา เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกว่างเปล่า
การตกแต่งแบบนอร์ดิกสีเทา-ขาวที่เรียบหรูนี้แสนจะไร้ซึ่งความอบอุ่น
เธอพลันรู้สึกว่า ที่แห่งนี้เหมือนหลุมฝังศพขนาดใหญ่ที่กลืนกินวัยเยาว์ของเธอไปห้าปีพร้อมกับความรักที่ไร้จุดหมาย
ที่แห่งนี้ ต่อให้เธอต้องตายไปก็อาจไม่มีใครสังเกตเห็น
เจียงหว่านถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าและพยายามพยุงตัวเองขึ้น ก่อนเดินประคองกำแพงทีละก้าวไปยังห้องนอนบนชั้นสอง
ทุกย่างก้าวของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านตั้งแต่เนื้อหนังไปจนถึงกระดูก
บ้านที่กว้างใหญ่เกินไปทำให้เสียงสะท้อนเล็ก ๆ ของการเคลื่อนไหวชัดเจนเกินจริง
ในวันคืนที่ผ่านพ้นมา เจียงหว่านไม่เคยรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวเช่นนี้มาก่อน วันนี้เป็นครั้งแรกที่เธอเข้าใจว่าความเหงามันชัดเจนได้ถึงเพียงนี้
มีทั้งสัมผัส ทั้งเสียง…… สัมผัสทั้งห้าของเธอคล้ายถูกดึงรั้งไว้ หัวใจเหมือนถูกบีบคั้นด้วยเส้นสายที่มองไม่เห็น แน่นเสียจนเกิดความรวดร้าว
เมื่อกลับมาถึงห้องนอน เธอล้มทั้งร่างลงบนเตียง รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจอย่างแท้จริง
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบสงบของห้อง
“ตอนบ่ายเธอโทรหาฉัน มีเรื่องอะไร?” น้ำเสียงของเผยเสี้ยนยังคงนิ่งเรียบไร้ความอบอุ่นเช่นเคย
เจียงหว่านไม่คาดคิดว่าเขาจะโทรกลับมา เธออ้าปากพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
ก่อนที่เธอจะตอบ เสียงอ่อนโยนของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังแทรกมาจากปลายสาย “อาเสี้ยน คุณไปกับฉัน……”
เจียงหว่านหยุดชะงัก มือที่ถือโทรศัพท์กำแน่นขึ้น เธอถามออกไปอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ “คุณอยู่กับใครเหรอ?”
เผยเสี้ยนไม่ได้ตอบคำถามของเธอ เพียงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้ามีเรื่องอะไร ไว้รอฉันกลับไปแล้วค่อยคุยกัน ตอนนี้ฉันมีธุระ แค่นี้ก่อนนะ”
หลังจากพูดจบเขาก็ตัดสายไป โดยไม่รอให้เจียงหว่านพูดอะไรทั้งนั้น
เสียง “ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด” จากสายที่ถูกตัดไปทำให้มุมปากของเจียงหว่านยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ เธอนี่มันน่าสมเพชจริง ๆ ! ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจแล้วแท้ ๆ แต่เธอก็ยังอยากได้ยินคำตอบจากปากเขาอยู่ดี
เจียงหว่านเปิดแท็บเล็ตขึ้นมาอีกครั้งราวกับจะทรมานตัวเอง แล้วก็เลื่อนดูอันดับค้นหายอดฮิตของวันนี้
นั่งอ่านความคิดเห็นจากชาวเน็ตที่พากันชื่นชมว่า【ดาราสาวถูกคุกคามทางเพศในงานเลี้ยง แต่แฟนหนุ่มท่านประธานจอมเผด็จการได้ปกป้องเธอไว้อย่างกล้าหาญ ซึ้งเหลือเกิน!】 ทำให้มุมปากของเธอปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน
เจียงหว่านเองก็เคยเจอเหตุการณ์คุกคามทางเพศในงานเลี้ยงมาก่อน
ตอนนั้นเธอพึ่งเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง และถูกผู้จัดการส่วนตัวหลอกให้ไปเข้าร่วมงานเลี้ยงกับผู้กำกับและทีมโปรดิวเซอร์ของละครเรื่อง “ชิงทั่น”
ในตอนนั้น เจียงหว่านเพิ่งก้าวเข้าสู่สังคมใหม่ ๆ เป็นครั้งแรกที่เธอต้องร่วมโต๊ะอาหารแบบนี้ ทำให้เธอดูกระวนกระวายเล็กน้อย ไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร
บนโต๊ะอาหาร โปรดิวเซอร์จับจ้องเจียงหว่านด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ก่อนพูดขึ้นว่า “นี่คือเด็กใหม่ที่พวกคุณเพิ่งเซ็นสัญญาด้วยใช่ไหม? ดูหน้าตาใช้ได้เลยนะ แต่ไม่รู้ว่าดื่มเก่งแค่ไหน งั้นเอาแบบนี้ ถ้าคุณดื่มเหล้าขาวขวดนี้ให้หมดในครั้งเดียวได้ ผมจะให้ผู้กำกับจัดโอกาสให้คุณลองแคสบทนางเอกดู”
เจียงหว่านอยากปฏิเสธ แต่ทนแรงกดดันจากผู้จัดการส่วนตัวที่ทั้งพูดจาหว่านล้อมและข่มขู่ไม่ไหว สุดท้ายจึงถูกบังคับให้ดื่มเหล้าขาวขวดนั้นจนหมด
หลังจบงาน เธอเกิดภาวะกระเพาะทะลุอย่างเฉียบพลันและถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาล
ผู้จัดการส่วนตัวที่ไปโรงพยาบาลด้วยกันจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ แล้วก็รีบออกไปเพราะกลัวโอกาสของเธอจะถูกคนอื่นแย่งไป
ในตอนนั้น เจียงหว่านจึงได้แต่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเพียงลำพังหลายวันโดยไม่มีใครสนใจ
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะออกจากโรงพยาบาล ก็มีข่าวประกาศกันโครม ๆ ว่า【ได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัดแล้วว่า นางเอกละครเรื่อง “ชิงทั่น” เป็นของเหยียนเสวี่ยหนิง】
หลังจากนั้น ผู้จัดการส่วนตัวก็กล่าวโทษเธอที่ไม่พยายามพอ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงโมโหระคนผิดหวัง “ดูเธอสิ หน้าตาก็ดีกว่าเหยียนเสวี่ยหนิงแท้ ๆ ทำไมถึงไม่มีความพยายามอย่างเขาบ้าง? ฝ่ายนั้นน่ะได้เปรียบเพราะมีคุณเผยหนุนหลังอยู่ แทบไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ยืนเฉย ๆ ก็มีคนเอาใจสารพัด ฉันได้ยินมาว่าบทนางเอกเรื่องนี้ก็เป็นคุณเผยนี่แหละที่สั่งให้ผู้กำกับเลือก!”
หลังจากละครเรื่องนั้นออกอากาศ เหยียนเสวี่ยหนิงก็โด่งดังในชั่วข้ามคืน กลายเป็นนักแสดงชั้นแนวหน้า
ในขณะที่เจียงหว่านก็ได้ละทิ้งอาชีพการแสดงของตัวเองตั้งแต่นั้นมา และเริ่มใส่ใจการเป็นภรรยาที่ดีของเผยเสี้ยน
เพราะอย่างไร ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่มีทางเทียบพลังของคำพูดเพียงคำเดียวของเผยเสี้ยนที่มอบให้เหยียนเสวี่ยหนิงอยู่แล้วนี่นา
ตอนนั้นเจียงหว่านคิดว่า ในเมื่อเธอได้ครอบครองตำแหน่งคุณนายเผย ซึ่งเดิมควรจะเป็นของเหยียนเสวี่ยหนิง ก็เท่ากับติดค้างอีกฝ่ายในเรื่องนี้อยู่แล้ว
ดังนั้นในด้านอาชีพการงาน เธอจึงยอมหลีกทางให้ จะได้ถือว่าพวกเธอนั้นหายกัน
แต่ไม่คิดเลยว่า เหยียนเสวี่ยหนิงไม่ได้ต้องการแค่เรื่องงาน แต่ยังต้องการตัวชายหนุ่มด้วย
คนหนึ่งมีทั้งความรักและการงานที่สมบูรณ์แบบ ขณะที่ตัวเธอหลงงมงายจนละทิ้งทั้งสองสิ่ง ตอนนี้จึงกลายเป็นคนที่ไม่มีทั้งความรักและอาชีพไปโดยปริยาย
……
เจียงหว่านสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อกดกลั้นความขมขื่นในใจ ก่อนหัวเราะเยาะตัวเองที่อยู่อย่างโง่เขลามาสองปีเต็ม
หากชีวิตนี้สามารถเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง เธอคงไม่มีวันโง่เง่าจนปล่อยใจให้ไปตกหลุมรักเผยเสี้ยนเช่นนั้นแน่
“คุณอู้ซาน สัญญาลิขสิทธิ์ฉบับใหม่ร่างเสร็จแล้ว ลองตรวจสอบดูนะครับว่ามีปัญหาตรงไหนหรือเปล่า”
ข้อความวีแชทที่เด้งขึ้นบนหน้าจอมือถือดึงสติของเจียงหว่านกลับมา เธอกดดูไฟล์PDFที่อีกฝ่ายส่งมาและตกตะลึงเล็กน้อย
อู้ซานเป็นนามปากกาของเธอในฐานะนักเขียนบท ซึ่งเคยขายบทละครไปแล้วหลายเรื่อง
ในตอนนั้น อู้ซานเป็นเพียงนักเขียนบทหน้าใหม่ที่ไม่มีใครรู้จักในวงการ และด้วยความต้องการเงินอย่างเร่งด่วน บทละครของเจียงหว่านจึงถูกขายไปในราคาที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
จนกระทั่งไม่กี่ปีที่ผ่านมา บทละครที่ถูกกดราคาเหล่านั้นกลับถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์และภาพยนตร์ โดยแต่ละเรื่องล้วนประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
ทำให้ชื่อเสียงในฐานะอู้ซานของเธอค่อย ๆ มีมูลค่ามากขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้นเจียงหว่านได้แต่งงานกับเผยเสี้ยนแล้ว ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของคุณยายเธอก็ได้รับการจัดการแล้ว เธอจึงไม่เดือดร้อนเรื่องเงินอีกต่อไป และตัดสินใจละทิ้งอาชีพเพื่อมุ่งเน้นการสร้างครอบครัว ดูแลเผยเสี้ยนในฐานะภรรยาที่ดี นามปากกาอู้ซานจึงหายจากวงการไปด้วย
กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ มีคนติดต่อมาซื้อบทละครเรื่องหนึ่งที่อยู่ในมือเธอในราคาสูงลิ่ว
เดิมทีเจียงหว่านไม่อยากขายนัก เธอจึงอ้างว่ามีปัญหาบางอย่างในสัญญา แต่ใครจะคิดว่าฝ่ายตรงข้ามกลับจริงจังถึงขั้นร่างสัญญาฉบับใหม่มาให้จริง ๆ
เมื่อมองดูสัญญาฉบับใหม่ที่ถูกส่งมา เจียงหว่านสูดลมหายใจลึกราวกับคิดอะไรบางอย่างออก และในที่สุดความคิดนั้นก็เริ่มชัดเจนและมั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ
ปลายนิ้วยาวเรียวพิมพ์ข้อความบนหน้าจออย่างคล่องแคล่ว “ร่างสัญญาหย่าตามข้อกำหนดของฉัน แล้วส่งไปให้ท่านประธานเผยเสี้ยนที่เผยซื่อ กรุ๊ปด้วย”
จากนั้นก็ไม่รอให้ฝ่ายนั้นตอบกลับ เธอวางมือถือไว้ข้างตัว ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นและเดินกะเผลกไปยังห้องน้ำ