ภาพปกนิยาย เล่ห์รักเทพบุตรแดนทราย

เล่ห์รักเทพบุตรแดนทราย

9.7 / 10.0
เมื่อดีไซเนอร์สาวผู้มีพรสวรรค์อย่างพิชญาดาราต้องสูญเสียพรหมจรรย์ให้แก่เรฮานย์ ชายหนุ่มเจ้าเล่ห์ที่เธอไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็นด้วยเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เธอจึงพยายามพิสูจน์ว่าผู้ชายทุกคนล้วนเลวทรามและไม่ยอมตกหลุมพรางรักของเขาง่ายๆ โดยหารู้ไม่ว่าเขาคือองค์รัชทายาทผู้มั่งคั่งแห่งแซนเธียร่าที่พร้อมจะทำทุกทางเพื่อสยบกวางสาวแสนพยศรายนี้ ขณะเดียวกันความขัดแย้งในราชวงศ์ก็ทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อเจ้าชายรามิลผู้เต็มไปด้วยความริษยาจ้องจะเอาชนะเจ้าชายชาเลสด้วยการหลอกใช้เจ้าหญิงเรฮายะห์เป็นเครื่องมือในเกมเดิมพันหัวใจ ท่ามกลางไฟปรารถนาที่แผดเผาและความลับที่ซ่อนเร้น บทสรุปของความรักท่ามกลางผืนทรายและเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวครั้งนี้จะจบลงเช่นไร

เล่ห์รักเทพบุตรแดนทราย ตอนที่ 1

ร่างเพรียวบางในชุดอาบายะห์สีดำที่ตกแต่งรอยตะเข็บด้านหน้าด้วยการปักดิ้นเงินลงบนเนื้อผ้าเป็นลายทางสวยงามตั้งแต่คอเสื้อจนถึงชายเสื้อตัวสวย คลุมศีรษะด้วยฮิญาบที่ปักเป็นลวดลายสวยงามด้วยดิ้นเงินเช่นเดียวกัน กำลังวิ่งหนีใครบางคนด้วยท่าทางตื่นๆ และแสนจะเหนื่อยหอบ

หญิงสาวที่เห็นแค่เพียงใบหน้าเนียนสวยหยุดพักชั่วครู่เพื่อหอบลมหายใจเข้าปอด แต่เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดกาลาไบยาสีขาวที่คลุมศีรษะด้วยผ้าคลุมสีเดียวกันกำลังวิ่งตามมาติดๆ เท้าเล็กๆ จึงจำต้องขยับวิ่งต่อไปไม่หยุด

“เรฮายะห์! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงห้าวตะโกนก้อง พลางวิ่งไล่ตามคนตัวเล็กไปอย่างไม่ให้คลาดสายตา ชายหนุ่มไม่คิดเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่ค่อยได้ออกจากบ้านไปไหนจะวิ่งไวราวกับลิงลมเช่นนี้

สาวน้อยหันมามองแวบหนึ่ง แต่ก็หาได้กลัวไม่ เธอยังคงวิ่งหนีต่อไปไม่หยุด และต่อให้คนบ้าอำนาจจะร้องตะโกนห้ามเธอเสียงดังเพียงใด คนที่ดื้อดึงก็หาได้สนใจ เท้าเล็กยังคงวิ่งและวิ่งเพื่อจะหนีให้พ้นจากทุกคนที่คิดจะบงการชีวิตของเธอ

‘ฝันไปเถอะว่าจะหยุดให้จับได้ง่ายๆ’ ตึกสีส้มกลางเก่ากลางใหม่ข้างหน้าจำได้ว่ามันคือที่พักของเพื่อนสาวชาวไทยคนหนึ่งที่เพิ่งรู้กันเมื่อสามอาทิตย์ที่แล้วที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแถวมาดินาท ย่านสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของรัฐดูไบ

เรฮายะห์วิ่งเข้าไปในตึกแล้วพูดกับพนักงานต้อนรับไม่ถึงนาทีก็วิ่งไปกดลิฟต์ ขณะที่ร่างสูงเกินสันทัดก็วิ่งตามมาไม่ลดละ ตอนแรกพนักงานต้อนรับไม่ยอมให้เขาเข้าไปข้างใน แต่เมื่อร่างสูงล้วงอะไรบางอย่างให้พนักงานสาวทั้งสองคน พวกหล่อนก็คลี่ยิ้มและยอมปล่อยให้ชายหนุ่มที่แววตาเต็มไปด้วยอำนาจน่าเกรงขามเดินผ่านเข้าไปข้างในแต่โดยดี

‘เรฮายะห์ หาเรื่องให้พี่ปวดหัวอีกแล้วนะ’ ดวงตาสีทรายมองประตูลิฟต์ที่กำลังปิดลงด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ก่อนจะรีบกดลิฟต์อีกตัวข้างๆ ด้วยอารมณ์เดือดดาลสุดๆ กี่ครั้งแล้วที่น้องสาวของเขาก่อเรื่องวุ่นวายไม่รู้จักหยุดจักหย่อน เจอปัญหาทีไรก็เอาแต่วิ่งหนี ทั้งๆ ที่เขาพยายามจะยื่นมือเข้าไปช่วยแล้วแท้ๆ แต่แม่น้องสาวตัวดีกลับคิดหนีเอาตัวรอดโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง มันน่าโมโหนัก

ร่างสูงในชุดกาลาไบยาสีขาวหยุดมองแผ่นหลังไวๆ ที่ผลุบหายเข้าไปยังห้องๆ หนึ่งด้วยสายตามาดหมาย ก่อนที่ก้าวยาวๆ ย่างสามขุมตรงเข้าไปยังห้องๆ นั้นอย่างเร็วรี่ แต่เมื่อไปถึงประตูห้องของห้องนั้นก็ล็อกเสียแล้ว

ก๊อกๆ !

ชายหนุ่มยกมือขึ้นเคาะบานประตูเสียงดังลั่นโดยไม่เกรงใจใคร ผ่านไปประมาณหนึ่งนาทีเจ้าของห้องก็ไม่ยอมเปิดประตูออกมา

ก๊อกๆ !!

เจ้าของร่างสูงที่ใบหน้าคมคร้ามเริ่มแสดงอาการหงุดหงิดยกมือขึ้นเคาะบานประตูแรงๆ อีกครั้ง จนห้องข้างๆ เริ่มเปิดประตูโผล่หัวออกมาดู แต่ก็สบตาเข้ากับดวงตาสีทรายคมเข้มดุดัน พวกที่อยากรู้อยากเห็นเรื่องของชาวบ้านจึงพากันหดหัวกลับเข้าไปในห้องของตนเองแทบไม่ทัน

และผ่านไปอีกประมาณหนึ่งนาที ก็ไม่มีวี่แววว่าประตูบานใหญ่จะเปิดออกมาต้อนรับเขา ท่านชีคเรฮานย์ในคราบสามัญชนจึงตั้งใจจะยกมือขึ้นเคาะบานประตูตรงหน้าอีกครั้ง และครั้งนี้ถ้าเจ้าของห้องยังไม่ยอมเปิดประตูให้เขาอีก ก็อย่าหาว่าเขาโหดร้ายป่าเถื่อนก็แล้วกัน มือเรียวจึงยกขึ้นหมายจะเคาะประตูอีกครั้ง

ผาง!

ยังไม่ทันที่มือเรียวใหญ่จะทันได้เคาะลงบนบานประตูไม้อัด ประตูบานใหญ่ก็เปิดออกมาอย่างรวดเร็ว จนกำปั้นหนาต้องหยุดค้างกลางอากาศและเกือบจะโดนเข้ากับใบหน้าของเจ้าของห้องสาวแสนสวยที่มองมาอย่างเอาเรื่อง

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนแต่ทว่าคมวับ จับจ้องใบหน้าคมคร้ามอย่างไม่กลัวเกรง ริมฝีปากจิ้มลิ้มที่ทาลิปกลอสสีพีชเหยียดยิ้มเล็กน้อยคล้ายจะหยันเมื่อมองหนุ่มแปลกหน้าที่เสียมารยาทมาเคาะประตูห้องของเธอเสียงดังลั่น

สายตาสีทรายเป็นประกายระยับ ตะลึงมองร่างเพรียวระหงในชุดกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลกับเสื้อแขนกุดลายลูกไม้สีครีมบางเบาราวกับต้องมนต์สะกด รู้สึกว่าหาเสียงของตนเองไม่เจอไปชั่วขณะเมื่อตวัดสายตาจากเรียวขาขาวผ่องมาที่ดวงหน้าสวยซึ้งปนเซ็กซี่นั้นอีกครั้ง ชายหนุ่มยอมรับว่าผู้หญิงตรงหน้าเขาคนนี้ ช่างสวยยั่วยวนโดนใจเขายิ่งนัก ชักอยากได้เธอไปเป็นนางในฮาเร็มของเขาอีกสักคนแล้วสิ

“คุณมาเคาะห้องของฉันทำไมไม่ทราบมิสเตอร์” เสียงหวานแต่ทว่าห้วนกระด้างเอ่ยถามออกมาอย่างเย่อหยิ่ง ไม่นึกหวั่นสายตาคมซึ้งสีทรายแม้แต่น้อย แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่า แท้จริงแล้วหญิงสาวรู้สึกหวั่นไหวมากแค่ไหน ทว่าความหวั่นไหวเหล่านั้นกลับถูกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าที่แสนเย่อหยิ่งจองหองนั้นตลอดเวลา นั่นเป็นเพราะว่าเธอไม่เปิดใจยอมรับไมตรีของผู้ชายหน้าไหนนั่นเอง

แค่เพื่อนร่วมงานธรรมดาหรือญาติมิตรที่สนิทสนมเธอยังสามารถพูดคุยธรรมดาได้ แต่ถ้ามาเกี่ยวข้องเธอฉันชู้สาวหรือมากกว่าเพื่อนเธอไม่มีทางยอมรับได้แน่ ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้เธอรู้ว่า ‘ผู้ชายเจ้าชู้สันดานมันก็เลวเหมือนกันหมด’ ยิ่งพวกที่ชอบส่งสายตาหวานๆ แบบผู้ชายตรงหน้านี่แล้วล่ะก็ ตัวดีเลยล่ะ

‘คิดว่าตนเองมีเสน่ห์มากสินะ เฮอะ แค่หางตาก็ไม่คิดจะแล’ พิชญาดาราปั้นสีหน้าเครียด ทำทีว่ารำคาญผู้ชายตรงหน้าเสียเต็มประดา นั่นมันยิ่งทำให้เรฮานย์อยากจะแสดงอำนาจที่เขามีอยู่สั่งสอนเธอนัก อำนาจเสน่หาที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนสามารถที่จะปฏิเสธเขาได้ ยามเมื่อได้ใกล้ชิดแบบเนื้อแนบเนื้อ

“ผมมาตามหาน้องสาว ผมเห็นน้องสาวของผมวิ่งเข้ามาในห้องของคุณ” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ แต่ทว่าสายตากลับจดจ้องที่ริมฝีปากอิ่มเล็กสีพีชไม่วางตา

“ฉันอยู่ในห้องคนเดียว ไม่เห็นมีใครวิ่งเข้ามานี่คะ สงสัยคุณคงตาฝาดไป” เจ้าของห้องจอมหยิ่งเชิดหน้าตอบเสียงเรียบไร้พิรุธใดๆ จนเรฮานย์นึกชมว่าเธอช่างเป็นผู้ร้ายที่ปากแข็งยิ่งนัก และสงสัยว่าทำไมหล่อนจะต้องโกหกด้วย ในเมื่อเขาแน่ใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าเขาไม่ได้ตาฝาดไปแน่ๆ สายตาของ ‘สิงห์แห่งทะเลทรายอาหรับ’ แม่นยำเสมอ

“งั้นผมขอเข้าไปค้นดูในห้องได้ไหม เพื่อความแน่ใจ” ดวงตาสีทรายเปล่งประกายเจิดจ้ามากขึ้น เมื่อเจ้าของห้องคนสวยไม่มีทีท่าว่าจะยอมบอกความจริงว่าได้ซ่อนน้องสาวตัวแสบของเขาไว้ข้างในห้องนอนของเธอ

“แล้วเรื่องอะไรฉันจะต้องทำตามความต้องการของคุณด้วย” มือเรียวสวยกำลังจะเอื้อมไปปิดบานประตูเพื่อตัดบทการสนทนา แต่ก็ช้ากว่ามือหนาและความปราดเปรียวของร่างสูงใหญ่ที่เปิดประตูออกกว้างและดันตัวเองเข้ามาในห้องของสาวน้อยจอมหยิ่งได้สำเร็จ และล็อกประตูเสียเอง

กริ๊ก!

“นี่คุณ! คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาในห้องของคนอื่นโดยพลการแบบนี้นะ ออกไป!” หญิงสาวตวาดแหวออกปากไล่เขาอย่างไม่ไว้หน้า มองร่างสูงสง่าน่าเกรงขามด้วยสายตาวาวโรจน์อย่างเอาเรื่อง ราวกับแม่เสือสาวหวงถิ่นที่ต่อต้านสุดฤทธิ์เมื่อถูกผู้อื่นรุกรานเข้ามาในเขตของตน

“ผมมีสิทธิ์ เพราะน้องสาวของผมอยู่ในห้องนี้” เรฮานย์เริ่มเสียงดังมากขึ้น มองร่างระหงด้วยสายตาวาววับราวกับเจ้าป่าที่มีอำนาจมากกว่าแม่เสือสาวที่ตัวเท่าแมวแต่คิดจะต่อกรกับราชสีห์หนุ่มอย่างเขา

‘ก็ให้มันรู้ไปสิว่าใครมันจะชนะ’ และที่สำคัญ ชีคเรฮานย์ไม่เคยแพ้ใครมาก่อนในชีวิต กะอีแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ทำไมเขาจะเอาหล่อนไม่อยู่

“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่มีใครอยู่ในห้องนี้ นอกจากฉันคนเดียว” หล่อนเถียงดวงตากลมโตแทบจะถลนออกจากเบ้าเมื่ออารมณ์โมโหพุ่งขึ้น จนใบหน้านวลผ่องแดงก่ำไปหมด เธอไม่ได้เขิน ไม่ได้ประหม่าใดๆ ทั้งสิ้น เธอแค่โมโหเขาเท่านั้น พิชญาดาราบอกตนเองในใจ สบตาสีทรายอย่างไม่ยอมแพ้ เธอเองก็ไม่เคยต้องสยบให้กับผู้ชายหน้าไหนมาก่อน ต่อให้หน้าตาดีสูงส่งร่ำรวยมากเพียงใด แต่ถ้ามาเสียมารยาทกับเธอแบบนี้ แม่จะแผลงฤทธิ์ให้ดูเป็นบุญตาเลยคอยดูสิ

เธอเกลียดนักพวกผู้ชายที่บ้าอำนาจคิดว่าตนเองเก่งกว่าผู้หญิง มีอำนาจเหนือกว่าผู้หญิง คิดแต่จะข่มเหงเพศแม่ให้เจ็บช้ำน้ำใจ พวกผู้ชายเห็นแก่ตัวที่ไม่เคยคิดถึงจิตใจของคนอื่นแบบนี้ น่าจะจับตอนเสียให้หมด คิดดูสิ...ขนาดบุกรุกเข้ามาในห้องของคนอื่นแบบนี้ยังไม่สำนึกผิดอีก

คงคิดว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่มีพิษสงอะไรล่ะมั้ง ถึงได้มองเธอด้วยสายตาราวกับตนเองเหนือกว่าแบบนี้ แต่เสียใจ...เธอมันเล็กพริกขี้หนูนะจะบอกให้

“อย่ามาโกหกเสียให้ยากเลย ก็ผมเห็นตำตาว่าน้องสาวของผมวิ่งเข้ามาในห้องของคุณ ทำไมจะต้องปกป้องด้วย คุณเป็นอะไรกับน้องสาวของผมไม่ทราบ” เสียงห้าวๆ ของพี่ชายที่เสียงดังมากขึ้นทำให้คนที่หลบซ่อนตัวอยู่ถึงกับร้อนรนกระวนกระวายใจขึ้นมา เพราะรู้ว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า พี่ชายที่แสนบ้าอำนาจและออกจะเถื่อนๆ ของเธอจะต้องแสดงธาตุแท้ออกมาแน่ เธอรู้จักพี่ชายของเธอดีว่าเขาดุมากแค่ไหน ดุเหมือนผู้ชายอีกคนที่เธอรักยิ่งชีวิต แต่ผู้ชายที่เธอรักทั้งสองคนกลับคิดที่จะบังคับให้เธอทำในสิ่งที่เธอไม่อยากทำ มันก็ต้องหนีออกมาจากวังแบบนี้แหละ

ในรัฐดูไบไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นถึงเจ้าหญิงแห่งประเทศแซนเธียร่า และไม่มีใครรู้ว่าพี่ชายของเธอเป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งอันโอมานเจ้าชายผู้สูงส่ง ซึ่งทั้งสองพี่น้องต่างก็ได้ให้สัญญาต่อกันแล้วว่าจะไม่ยอมบอกความจริงกับใครว่าทั้งสองเป็นเชื้อกษัตริย์แห่งแซนเธียร่า ดินแดนทะเลทรายอาหรับที่เพิ่งจะเปิดตัวต่อสาธารณชนโลกเมื่อไม่นานมานี้

เรฮานย์เป็นพี่ชายคนโตของเธอ ที่เรียนจบด้านธุรกิจจากอเมริกาและผันตัวเองมาเป็นนักธุรกิจค้าอัญมณีและเป็นเจ้าของโรงแรมชื่อดังหลายแห่งในรัฐดูไบ ซึ่งน้อยคนนักที่จะรู้ฐานะที่แท้จริงของเขา และเธอเองก็ชอบที่จะมาเที่ยวที่ดูไบบ่อยๆ เพราะเบื่อชีวิตในวังหลวง เบื่อที่จะต้องทำตัวแบบเจ้าหญิง เบื่อที่จะต้องพูดคำราชาศัพท์กับข้ารับใช้ เธออยากมีชีวิตอิสระเช่นเดียวกับพี่ชายคนโตของเธอ แต่เขากลับให้ความร่วมมือกับพระบิดาจะตามจับเธอไปหมั้นกับเจ้าชายที่ไหนก็ไม่รู้ที่เธอไม่เคยเห็นหน้า

ไม่มีวันเสียหรอกที่ผู้หญิงอย่างเจ้าหญิงเรฮายะห์จะยอมแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่ได้รัก ร่างเล็กที่หลบตัวซ่อนอยู่ในห้องของเพื่อนสาวชาวไทยครุ่นคิดด้วยความอัดอั้นตันใจ หวังว่าพี่ชายของเธอคงจะไม่สังเกตหรอกนะว่าเธออยู่ตรงหน้าเขาในระยะประมาณสามเมตรนี่เอง

“คุณนั่นแหละเป็นใคร บังอาจมาบุกรุกห้องของฉันยังไม่พอ ยังมาปรักปรำว่าฉันซ่อนตัวน้องสาวของคุณเอาไว้อีก ฉันมีสิทธิ์แจ้งความจับคุณเข้าคุกได้นะมิสเตอร์ ถ้าคุณไม่รีบระเห็จตัวเองออกไปจากห้องนอนของฉัน”

พิชญาดาราเสียงดังมากขึ้นเช่นกัน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องใบหน้าคมดุอย่างไม่กะพริบตา ในเมื่อนี่มันห้องนอนของเธอ เธอก็มีสิทธิ์ที่จะให้ใครเข้ามาหรือไม่เข้ามาก็ย่อมได้

“ผมพยายามพูดกับคุณดีๆ แล้วนะ อย่าให้ผมต้องใช้กำลังกับคุณ เพราะถ้าผมใช้มันเมื่อไหร่ คุณจะไม่มีแรงแม้แต่จะเดินออกจากห้องนอนของคุณด้วยซ้ำ” ชายหนุ่มขู่ด้วยสายตาแข็งกร้าวระคนเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นแววประหวั่นพรั่นพรึงในสายตาของแม่เสือสาวที่พยายามกลบเกลื่อนความอ่อนแอของตนเองเอาไว้สุดฤทธิ์

พิชญาดารารู้สึกหวาดหวั่นต่อคำขู่ของพี่ชายเพื่อนค่อนข้างมาก น้ำเสียงดุเข้มของเขา สายตาเป็นประกายดุดันของเขา และสองมือหนาดุจคีมเหล็กที่กำลังบีบหัวไหล่เธอและดันร่างของเธอไปจนชิดติดข้างฝาผนังนี่อีก มันช่างน่าอันตรายนัก ทั้งที่พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะบอกตนเองว่า ‘อย่ากลัว อย่ากลัว’ แต่ทำไมหัวใจมันถึงได้เต้นรัวแรงด้วยความตระหนกตกใจเช่นนี้ก็ไม่รู้

ใบหน้าสวยหวานที่บัดนี้เริ่มเปลี่ยนสีเล็กน้อยค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตาราชสีห์หนุ่มอีกครั้งก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย เมื่อคิดว่าวินาทีนี้เธอกำลังเสียเปรียบเขาอยู่ แต่อย่าเผลอแล้วกัน พี่ชายของเพื่อนก็ช่างเถอะ เธอจะเอาให้เจ็บแสบเลยคอยดู

“ถ้าคุณไม่เชื่อ ก็เชิญค้นห้องของฉันได้ตามสบาย แต่ถ้าคุณไม่พบน้องสาวของคุณล่ะก็ คุณจะต้องสวมกระโปรง แต่งตัวเป็นผู้หญิงออกไปจากห้องของฉัน โทษฐานที่คุณกล่าวหาฉันลอยๆ โอเคหรือเปล่า”

เรฮานย์จ้องดวงหน้านางแมวสาวที่บังอาจพองตัวเป็นนางเสือสาวมาต่อรองกับ ‘สิงห์แห่งทะเลทรายอาหรับ’ อย่างไม่เจียมตัวยิ้มๆ แต่มันก็เป็นเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ออกจะเจ้าเล่ห์ระคนนึกขันที่เห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ กล้ายื่นข้อเสนอที่ไม่เข้าท่ามาให้เขา

“แล้วถ้าผมค้นพบว่าคุณซุกซ่อนน้องสาวของผมไว้ในห้องจริงๆ ล่ะ คุณจะให้ผมทำโทษคุณยังไง” ชายหนุ่มถามพร้อมทั้งส่งสายตาหวานฉ่ำเป็นประกายส่งไปให้อย่างหยอกเย้าระคนท้าทาย และยิ่งชอบใจเมื่อเห็นสาวน้อยที่แทบจะอยู่ในอ้อมแขนของเขายังคิดอะไรไม่ออก ได้แต่มองหน้าเขานิ่งอ้าปากเผยอเล็กน้อย มันช่างน่า...นัก

“เอางี้ ถ้าคุณยังนึกไม่ออก ผมสงเคราะห์ให้แล้วกัน ถ้าผมพบน้องสาวในห้องของคุณ คุณต้องเสียจูบให้กับผมหนึ่งจูบ ตกลงไหม” เสียงห้าวทุ้มชวนขนลุกในความรู้สึกของพิชญาดาราเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นัยน์ตาเป็นประกายระยับ

“ข้อเสนอน่าเกลียด” หญิงสาวตอบเหยียดเสียงห้วนไม่พอใจ

“แล้วที่ให้ผมแต่งตัวเป็นหญิงจะไม่น่าเกลียดกว่าหรือ รีบตัดสินใจก่อนที่ผมจะใช้กำลังกับคุณ” คนตัวโตขู่เสียงเข้ม ทำให้คนตัวเล็กต้องเม้มริมฝีปากบางเอาไว้แน่น เมื่อรู้สึกว่าตนเองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่เพราะมั่นใจว่าผู้ชายตรงหน้าคงค้นหาตัวน้องสาวของเขาไม่เจอแน่ หญิงสาวจึงยอมตกลงอย่างไม่เต็มใจนัก

“ก็ได้” หล่อนตอบเสียงสูง ก่อนจะสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของร่างสูงใหญ่ ที่ยอมคลายมือที่แน่นดุจคีมเหล็กออกจากหัวไหล่บางอย่างเสียดายเล็กน้อย

ร่างสูงเดินเข้าไปค้นดูในห้องน้ำ ระเบียง เปิดดูตู้เสื้อผ้า ส่องดูใต้เตียง พยายามค้นหาทุกซอกทุกมุมแต่ก็ไม่พบร่างของแม่น้องสาวตัวแสบ หรือว่าเขาจะตาฝาดไปจริงๆ สายตาคมวับตวัดมามองเจ้าของห้องที่กำลังยืนกอดอกมองเขาอย่างเย้ยหยันชอบใจที่เห็นเขายังค้นหาตัวก่อเรื่องไม่เจอ

“คุณเอาน้องสาวของผมไปซ่อนไว้ที่ไหน” ร่างสูงถามลอดไรฟันเสียงหนักๆ

ใบหน้าสวยคมเชิดขึ้นยิ้มเหยียดๆ อย่างชอบใจเมื่อรู้คำตอบว่าเกมนี้เธอเป็นผู้ชนะแน่นอน ส่วนเขาเป็นผู้แพ้ แล้วก็ต้องทำตามที่ตกลงกันด้วย คือเขาจะต้องแต่งตัวเป็นผู้หญิงก่อนที่จะออกไปจากห้องนี้

“คุณหาไม่เจอ ก็แสดงว่าฉันถูกคุณกล่าวหาลอยๆ ดังนั้นคุณต้องแต่งตัวเป็นผู้หญิงตามที่ตกลงกันเอาไว้นะคะมิสเตอร์”

ร่างสูงกัดฟันกรอดมองเจ้าของห้องผู้เย่อหยิ่งที่ยิ้มเยาะเขาอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะเดินสำรวจรอบห้องและนอกระเบียงห้องพักอีกครั้ง แต่ก็มองไม่เห็นร่างของน้องสาวตัวแสบเช่นเดิม หรือว่าเรฮายะห์ปีนไปห้องอื่นที่อยู่ติดห้องที่เขาค้นหาอยู่นี้แล้ว และอาจจะไหวตัวทันหนีไปที่อื่นแล้วก็ได้ แต่ที่น่าเจ็บใจกว่าตรงที่เขาต้องแต่งกายเป็นหญิงก่อนออกไปจากห้องนี้นี่สิ มันน่าโมโหจริงเชียว

‘เรฮายะห์ เพราะน้องแท้ๆ เชียวที่ทำให้พี่ต้องทำเรื่องขายหน้าเช่นนี้’

เรฮานย์ถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะตอบตกลงอย่างไม่พอใจอย่างแรง

“ได้...”

พิชญาดารายิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ ก่อนจะปฏิบัติการณ์ แปลงร่างเทพบุตรหนุ่มรูปงามหน้าดุให้กลายเป็นหญิงสาวตามอำเภอใจ แต่เธอก็ต้องรีบแต่งหน้าแต่งตัวพี่ชายของเพื่อนให้เร็วมากที่สุด เพื่อที่เขาจะได้ออกไปจากห้องนี้ไวๆ เพราะตอนนี้คนที่แอบหลบซ่อนตัวอยู่คงอึดอัดเต็มทีแล้ว

ร่างเล็กที่ซุกซ่อนอยู่ในชุดหมีแพนด้าสีน้ำตาลตัวโตๆ ที่อยู่ในท่านั่งถูกทับด้วยตุ๊กตาหมี ตุ๊กตาขนสัตว์หลายตัวที่วางเรียงอยู่บนที่นอนกว้าง ทั้งรู้สึกอึดอัดและรู้สึกขำเมื่อเห็นเพื่อนสาวจอมซนของตนเองกำลังแต่งหน้า สวมวิกผม และเอาชุดกระโปรงแขนกุดที่มีเอวยืดได้สวมให้กับ ‘สิงห์แห่งทะเลทรายอาหรับ’ พี่ชายของเธอเห็นแล้วก็นึกอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ

‘พิซซ่า เธอโหดร้ายกับพี่ชายของฉันมากเกินไปหรือเปล่าเนี่ย’ เจ้าหญิงน้อยมองพี่ชายของตนเองด้วยความรู้สึกเห็นใจเล็กน้อย แต่ก็ขำมากกว่าที่เห็นลุคใหม่ขององค์รัชทายาทแห่งแซนเธียร่าแต่งกายเป็นผู้หญิง นี่ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงไหนพี่ชายของเธอก็คงอับอายไปถึงที่นั่น

“พอใจหรือยัง” เสียงห้าวทุ้มถามห้วนๆ จ้องหน้าสวยยั่วใจด้วยประกายตาขุ่นคลั่ก เม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรงเมื่อกำลังข่มอารมณ์ที่กำลังพลุกล่านที่รู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายแพ้เป็นครั้งแรก และมันเป็นการพ่ายแพ้ที่อับอายขายขี้หน้ามากที่สุด!

พิชญาดารายิ้มกริ่มอย่างชอบใจในผลงานการเสริมสวยของตนเอง ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาเพราะสุดที่จะห้าม เมื่อมองใบหน้าหล่อเหลาเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นหญิงสาวตัวถึกหน้าดุราวกับกะเทยยักษ์ที่ตัวโตอย่างกับตึกในชุดกระโปรงสีชมพูสด ปากแดงแป๊ด และแก้มเป็นสีเดียวกับชุดกระโปรง

“เสร็จแล้วค่ะ เชิญ” ร่างหนาในคราบของผู้หญิงตัวถึกลุกขึ้น ดวงตาสีทรายจ้องมองดวงหน้าสวยคมซึ้งราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเดินย่างสามขุมเข้าหาเจ้าของห้องคนสวยที่กำลังยิ้มเยาะเขาไม่หุบ จนร่างระหงผงะและถอยหลังแทบจะทันทีแต่ก็หลบไม่ทัน

ร่างนุ่มถูกสองแขนแข็งแรงตวัดเข้าหาอกแกร่งอย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะโน้มใบหน้าลงประกบริมฝีปากสวยเกินชายลงบนกลีบปากนุ่มเล็กอย่างรวดเร็วราวกับพายุที่พัดเข้ามาปะทะ คนที่ถูกจูบโดยไม่ทันตั้งตัวตาโตมองการกระทำอันอุกอาจอย่างตกตะลึงตื่นตระหนกอย่างคาดไม่ถึง

เรฮายะห์เองก็ตะลึงมองพี่ชายของตนเองกอดจูบเพื่อนสาวชาวไทยอย่างคาดไม่ถึงเช่นกัน และเกือบจะอุทานออกมาเสียงดังด้วยซ้ำ โชคดีที่เธอหาเสียงของตนเองไม่เจอเพราะรู้สึกช็อคไปชั่วขณะ

เนิ่นนานทีเดียวที่ริมฝีปากร้อนๆ พรากเอาความหอมหวานจากโพรงปากอิ่มเล็กอย่างอาจหาญ จนร่างนุ่มในอ้อมกอดตัวอ่อนระทวยเพราะถูกคนตัวโตขโมยลมหายใจของเธอไปจนเกือบหมดสิ้นภายในเวลากี่นาทีหญิงสาวก็ไม่อาจรู้

เรฮานย์ไม่คิดจะถอนจูบง่ายๆ ก็หล่อนหอมหวานมากขนาดนี้ และเขาต้องการจะให้จูบนี้เป็น ‘จูบแเรกแห่งความทรงจำ’ เพื่อสั่งสอนหล่อนว่า ‘ไม่ควรมาท้าทายอำนาจของเรฮานย์’ แม้ว่าเขาจะยอมทำตามข้อตกลงของเธอ เพราะเป็นเชื้อกษัตริย์เขาจึงไม่อาจคืนคำ แต่ไม่ได้บอกว่าเขาจะไม่ลงโทษเธอ

‘ใช่สิ หล่อนสมควรถูกลงโทษ เพราะเขาแน่ใจว่าหล่อนมีส่วนซุกซ่อนตัวของน้องสาวของเขาเอาไว้ เพียงแต่ยังจับไม่ได้คาหนังคาเขาเท่านั้นเอง แต่อย่าให้จับได้แล้วกัน เขาจะลงโทษหล่อนให้มากกว่านี้’

จุมพิตที่เต็มไปด้วยเสน่หา ทั้งดุดัน ทั้งหวานละมุนในคราวเดียวกัน ที่สำคัญมันคือ ‘จูบแรก’ ของเธอ ทำให้พิชญาดาราใจเต้นโครมครามอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เพราะความด้อยประสบการณ์ จึงทำให้หญิงสาวรู้สึกสิ้นเรี่ยวแรงแทบจะเป็นลมล้มพับไปกับอกแกร่ง เมื่อความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจแทรกซึมเข้ามาพร้อมกับความกรุ่นโกรธที่แยกกันแทบไม่ออก ว่าความรู้สึกไหนมันมากกว่ากัน

อ้อมกอดแกร่งกระชับร่างเล็กแน่นขึ้น เมื่อตวัดลิ้นร้อนๆ ดูดกลืนความนุ่มละมุนอย่างกระหายราวกับพึ่งพานพบของหวานถูกใจเป็นครั้งแรก ชายหนุ่มรับรู้ด้วยสัญชาตญาณของบุรุษเพศที่เจนจัดในสนามรักมานาน ทำให้เขาพอจะรู้ว่านี่คงเป็นจูบแรกของเธอ ร่างนุ่มๆ ในอ้อมกอดของเขาถึงได้สั่นสะท้านอ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งถูกไฟรนเช่นนี้ ความรู้สึกอ่อนโยนบางอย่างจึงก่อนเกิดขึ้นในหัวใจ

‘เขาต้องการเธอมากกว่าจูบ โอ้...พระเจ้า’

ร่างเล็กที่ดิ้นอึกอักในอ้อมแขน บอกว่าเธอกำลังจะขาดอากาศหายใจ จึงทำให้สองแขนแข็งแรงค่อยๆ ผ่อนแรงกอดรัด พร้อมริมฝีปากที่ค่อยๆ ผละออกอย่างแสนเสียดาย และขณะที่สาวน้อยที่เพิ่งถูกพราก ‘จูบแรก’ ยังเบลอๆ ร่างสูงก็ก้มลงมากระซิบที่ริมใบหูเล็กเบาๆ

“นี่คือบทลงโทษ ที่คุณบังอาจซ่อนตัวน้องสาวของผม ตอนนี้แค่ค้นหาตัวไม่เจอ แต่อย่าให้ผมจับได้คาหนังคาเขาก็แล้วกัน วันนั้นผมจะลงโทษคุณให้มากกว่านี้ จำเอาไว้” จบประโยคคาดโทษ ร่างสูงก็เดินออกไป ปล่อยให้เจ้าของห้องคนสวยที่หน้าแดงก่ำและยังช็อคกับจูบแรกที่แสนป่าเถื่อน ไม่สิ...มันไม่ป่าเถื่อนเสียทีเดียว มันยังซ่อนไปด้วยความอ่อนหวานนุ่มนวล แต่ก็เต็มไปด้วยความเร่าร้อนยังไงก็ไม่รู้

เจ้าของร่างระหงที่ยืนอยู่กลางยังคงเบลอๆ กะพริบตาปริบๆ หาเสียงของตนเองไม่เจอและยืนนิ่งเป็นหุ่นไปชั่วขณะ และกว่าสติทุกอย่างจะกลับคืนมา เสียงประตูห้องที่เปิดออกไปก็ปิดลงเรียบร้อยแล้ว

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนวาวโรจน์ขึ้น เมื่อสำนึกได้ว่า ผู้ชายที่เพิ่งเดินออกไปจากห้องของเธอ ‘เลว’ มากแค่ไหน ที่บังอาจมาทำรุ่มร่ามหยามหมิ่นศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงอย่างเธอแบบนี้

‘ดี ฉันจะทำให้คุณตามหาน้องสาวของตนเองไม่พบเลยคอยดู’ นึกเหรอว่าเธอจะกลัวคำขู่ของเขา ที่นี่เป็นถิ่นของเขาใช่ไหม ‘ได้’ อย่างนั้นเธอจะพาน้องสาวของเขาไปยังถิ่นของเธอดูบ้าง และมันไม่ยากที่จะพาเรฮายะห์เพื่อนใหม่ของเธอไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่นั่น เธอจะกลับประเทศไทยสักระยะ ให้เขาขาดใจตายเพราะตามหาน้องสาวสุดที่รักของตนเองไม่เจอ แล้วหลังจากนั้นค่อยกลับมาสมัครงานที่ดูไบใหม่อีกรอบก็ยังไม่สาย

เธอตั้งใจจะมาสมัครงานที่ดูไบ ก็เพราะอยากเจอใครบางคน อยากเอาชนะใครคนนั้น แต่ตอนนี้ก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเขาทำงานอยู่ที่โรงแรมไหน แต่ตอนนี้เธออยากจะแก้เผ็ดผู้ชาย ‘เลวๆ’ คนที่บังอาจจูบเธอคนนี้ก่อน คิดว่าตนเองใหญ่สักแค่ไหนเชียว ถึงได้มาบังอาจมาข่มขู่เธอ

‘เฮอะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงกระจอกๆ หัวอ่อนให้คุณรังแกฝ่ายเดียวได้ง่ายๆ หรอกนะ ฉันต้องเอาคืนคุณแน่ เร็วๆ นี้แหละ’ พิชญาดาราคิดอย่างหมายมาด ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนลุกโชนไปด้วยไฟโทสะที่สุมอยู่ในอกเพื่อรอวันแผดเผาใครบางคน

แค่วันแรกที่เจอ เธอก็เกลียดเขาเสียแล้ว ‘เขา ผู้ชายคนที่ 100’ ทำให้พิชญาดาราได้ข้อสรุปว่า ‘ผู้ชายร้อยทั้งร้อยมันก็เลวเหมือนกันหมด’ แม้จะเป็นถึงพี่ชายของเพื่อน แต่เธอก็ต้องเอาคืน ในเมื่อเขาหยามศักดิ์ศรีเธอมากขนาดนั้น

‘ไม่มีทางให้อภัยเด็ดขาด’ มือเรียวยกขึ้นเช็ดริมฝีปากสีพีชไปมาหลายครั้งเหมือนกับว่าการกระทำนั้นมันจะลบรอยจุมพิตบ้าๆ นั่นได้ ร่างเพรียวบางสมส่วนเดินไปล็อกประตูก่อนจะเดินมาทิ้งน้ำหนักตัวลงบนที่นอนแรงๆ ก่อนที่จะตวัดสายตาคมสวยไปยังตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่เริ่มขยับตัวอย่างใช้ความคิด

“พิซซ่า เธอเป็นอะไรมากหรือเปล่า” เรฮายะห์ที่ยังอยู่ในชุดหมีแพนด้าตัวใหญ่ขยับตัวเข้ามาใกล้ แล้วถามเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วง

“เปล่า ฉันไม่ได้เป็นอะไร” พิชญาดาราตอบเสียงเย็น แต่ทว่าในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกลับสวนทางกันกับคำตอบโดยสิ้นเชิง เรฮายะห์ไม่เชื่อหรอกว่าพิชญาดาราจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรที่ถูกพี่ชายของเธอจูบอย่างร้อนแรงแบบนั้น

“เธอกำลังคิดอะไรอยู่หรือพิซซ่า ดูเธอเหม่อๆ นะ คิดเรื่องพี่ชายของฉันอยู่หรือเปล่า” เรฮายะห์รู้ว่าพิชญาดาราจะต้องโกรธเกลียดพี่ชายของเธอแน่ เพราะรู้ว่าเพื่อนสาวชาวไทยคนนี้มีอคติกับผู้ชายมากขนาดไหน แล้วยิ่งมาถูกพี่ชายที่แสนเจ้าเล่ห์ป่าเถื่อนของเธอจูบเข้าแบบนี้ โอ้...ไม่อยากจะคิดเลยว่าพิชญาดาราจะแค้นมากแค่ไหน

‘ใช่ ฉันกำลังคิดแก้แค้นเอาคืนพี่ชายของเธอไง’ แต่คนที่ที่กำลังคิดอย่างโกรธแค้นในใจก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา นอกจากดวงตากลมโตที่วาวโรจน์ขึ้น จนสาวน้อยข้างๆ เริ่มรู้สึกหวั่นใจ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ไป ทั้งกับเธอ กับเพื่อนสาวชาวไทยของเธอของคนนี้ และกับพี่ชายจอมเผด็จการของเธอ

อ่านต่อ

สารบัญของ เล่ห์รักเทพบุตรแดนทราย

Ch. 1
Ch. 2
Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
ภาพปกนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญ สาวน้อยเจ้าของฉายาจอมจุ้นตกหลุมรัก มัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบที่เป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทเข้าอย่างจัง คำอธิษฐานในงานวันเกิดส่งผลให้เธอได้รับเลือกเข้าทำงานในบริษัทของเขาและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเลขาฯ ส่วนตัว แต่ความรักกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเจ้านายหนุ่มมาดดุคอยแต่จะคาดโทษและทำหน้ายักษ์ใส่จนเธอเริ่มท้อถอยและตัดสินใจถอยห่างเพื่อรักษาแผลใจ ทว่าฝ่ายมัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจเรื่องความรัก กลับเริ่มหวั่นไหวให้กับความสดใสของเลขาสาวจนถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อเห็นเธอพยายามตีตัวออกห่าง เสือยิ้มยากอย่างเขาจึงไม่อาจยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปได้ง่าย ๆ ยิ่งเธอถอยเขายิ่งรุกคืบเพื่อผูกมัดหัวใจจอมจุ้นไว้ให้อยู่หมัด
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน คือทายาทตระกูลดังและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อมที่มาพร้อมรูปลักษณ์อันงดงาม แต่ภายใต้ชื่อที่แปลว่าไฟ เขากลับมีนิสัยเย็นชาดุจน้ำแข็ง ในขณะที่ เอซ แดกซ์ตัน แอนเดอร์สัน คือหัวหน้าแก๊งมาเฟียใจร้อนผู้ไม่เคยเกรงกลัวอันตรายและขึ้นชื่อเรื่องความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน แม้ทั้งคู่จะเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันแต่ต่างก็อยู่ในโลกของตนเอง จนกระทั่งวันที่เบลซเป็นฝ่ายเริ่มท้าทายเอซด้วยสายตาและคำพูดที่สื่อถึงความปรารถนาอย่างตรงไปตรงมา ท่ามกลางความตึงเครียดและความหงุดหงิดในใจของหัวหน้าแก๊งผู้เย่อหยิ่ง ข้อเสนอที่ไม่คาดคิดจากเจ้าชายน้ำแข็งก็ถูกหยิบยื่นให้เพื่อแลกกับความสุขเพียงคืนเดียว คืนที่จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นสัมผัสที่ยากจะลืมเลือน
ภาพปกนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
เมื่อทายาทเพียงหนึ่งเดียวของเผ่าอาร์กติกอย่าง ฮันเตอร์ อาร์กติก กำลังจะสืบทอดตำแหน่งราชาแห่งไลแคนโทรป ทว่าเขากลับตกอยู่ในวิกฤตที่อาจมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 5 ปีหากไร้ซึ่งทายาทสืบสกุล ท่ามกลางความกดดันจากเผ่าอื่นที่จ้องจะชิงบัลลังก์ ฮันเตอร์กลับเลือกจ้างวาน ปริ๊น ปรีญาศาสตร์ มนุษย์ธรรมดาจากอีกมิติให้ข้ามโลกมาสอนเขาร้องเพลงด้วยความหลงใหลในเสียงดนตรี ปัญหาใหญ่คือปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎของธรรมชาติได้ ความรักต่างมิติครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยอุปสรรคและการแย่งชิงอำนาจในโลกโอเมก้าเวิร์สที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณดิบและการติดสัด (Knotted) ที่แสนดุเดือด เขาจะเลือกเสียงเพลงหรือภาระหน้าที่ต่อเผ่าพันธุ์ในขณะที่เวลาชีวิตกำลังนับถอยหลังลงเรื่อยๆ
ภาพปกนิยาย ประธานไล่จีบภรรยา
9.3
อดีตอันขมขื่นของเจียงหยุนเอ๋อเริ่มขึ้นเมื่อเธอถูกวางยาจนมีความสัมพันธ์กับชายแปลกหน้า เหตุการณ์นี้ทำให้เธอถูกขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไร้เยื่อใย ห้าปีต่อมา หญิงสาวเดินทางกลับมาตุภูมิพร้อมพยานรักตัวน้อย ทว่าทันทีที่ถึงสนามบิน เธอกลับถูกกลุ่มคนพาลเข้ามารังแกอย่างอุกอาจ ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังและไร้ทางออก ลูกชายวัยไร้เดียงสากลับวิ่งไปกอดขาบุรุษผู้ทรงอิทธิพลพร้อมเรียกเขาว่าพ่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ ความบังเอิญครั้งนี้ได้พลิกชะตาชีวิตของเธอ นำไปสู่การทวงคืนความยุติธรรมและจุดเริ่มต้นของความรักครั้งใหม่

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED