ณ เมืองหยุน
ในย่านเมืองเก่า มีไฟไหม้ในบ้านของตึกเก่าหลังหนึ่ง เปลวเพลิงลุกลามไปอย่างรวดเร็วด้วยแรงลม เผาผลาญอย่างรุนแรงจนเปลวไฟและควันดำปกคลุมตึกไปกว่าครึ่ง
“ช่วยออกมาแล้ว! ช่วยออกมา……”
เจียงหว่านถูกเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอุ้มออกมาวางตรงริมถนน
ใบหน้าที่งดงามของเธอเปื้อนคราบเขม่าเต็มไปหมด ดวงตารูปทรงดอกท้อที่เคยสดใสกลับนิ่งเฉย มองไปข้างหน้าอย่างว่างเปล่าราวกับบ่อน้ำนิ่ง
เมื่อได้สติ ความโชคดีที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ทำให้เธอไม่ใส่ใจเรื่องมารยาทตามปกติที่ได้รับการปลูกฝังมาแต่อย่างใด เธอเพียงกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ดับเพลิงด้วยเสียงแหบพร่า ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหมายเลขที่จำได้ขึ้นใจด้วยท่าทีรีบร้อนและสั่นเทาในทันที
“ขออภัยค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง……”
เสียงโทรศัพท์ดังอยู่สองสามครั้งก่อนจะถูกตัดสายไป ความขมขื่นที่เอ่อล้นออกมาถูกกลืนกลับไปติดอยู่ในลำคอ ก่อนที่ความโศกเศร้าจะแพร่กระจายไปทั่วร่าง
“ปัง!”
ทันใดนั้นเอง เสียงระเบิดดังสนั่นกลบเสียงตอบรับจากระบบอัตโนมัติ เจียงหว่านเงยหน้าขึ้นขวับและได้เห็นบ้านที่เธออยู่เมื่อครู่ระเบิดกระจุย
ชิ้นส่วนมากมายกระเด็นออกมาพร้อมกับแรงระเบิด
ทุกคนในที่นั้นต่างตกใจกลัว โดยเฉพาะผู้รอดชีวิตที่เพิ่งได้รับการช่วยออกมา บางคนกรีดร้องและกอดกันไว้เพื่อปลอบใจอีกฝ่าย ซึ่งทำให้เจียงหว่านที่นอนอยู่บนเปลตามลำพังดูโดดเดี่ยวมากขึ้นไปอีก
“เผยเสี้ยน……” เจียงหว่านกัดริมฝีปาก และพยายามโทรออกอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้
แต่ปลายสายยังคงตัดการเชื่อมต่อหลังดังเพียงไม่กี่ครั้ง
ในขณะนั้น การแจ้งเตือนจากเวยป๋อก็ปรากฏขึ้นมา
“แฟนหนุ่มเศรษฐีผู้ลึกลับของดาราสาวชื่อดังเหยียนเสวี่ยหนิงถูกจับภาพไว้ได้?”
บัญชีข่าวซุบซิบเปิดเผยว่า:โปรดิวเซอร์รายการหนึ่งชวนเหยียนเสวี่ยหนิงไปทานอาหาร แต่เธอไม่ยอมดื่มฉลอง สองฝ่ายจึงเกิดมีปากเสียงกัน แฟนหนุ่มที่เป็นประธานจอมเผด็จการของเธอเดินผ่านมาและพาเหยียนเสวี่ยหนิงออกไปทันที โดยไม่ไว้หน้าโปรดิวเซอร์คนนั้นเลยแม้แต่น้อย
โพสต์ดังกล่าวบรรยายเหตุการณ์ได้อย่างถึงพริกถึงขิง ราวกับผู้อ่านได้เห็นเองกับตาว่า ท่านประธานจอมเผด็จการได้ปกป้องภรรยาคนสวยของเขาไว้
อย่างไรก็ตาม อาจเป็นเพราะสถานะของฝ่ายชาย รูปถ่ายที่หลุดออกมาจึงมีเพียงภาพด้านหลังของเขา โดยไม่มีการเปิดเผยใบหน้า ส่วนเหยียนเสวี่ยหนิงที่อยู่ด้านหลังชายคนนั้นสวมเสื้อสูทที่ใหญ่เกินตัว เธอมีรอยยิ้มสดใสราวกับดอกไม้ขณะเดินตามเขาไป พร้อมกับยื่นมือไปหาชายคนนั้น คล้ายกับกำลังจะจับมือกัน
เจียงหว่านมองหน้าจออย่างเหม่อลอย สายตาของเธอจับจ้องไปที่ภาพถ่ายนั้น
เป็นเผยเสี้ยน!
เธอจำเสื้อสูทตัวใหญ่ที่เหยียนเสวี่ยหนิงสวมอย่างไม่พอดีตัวได้ในพริบตา
ทุกชุดสูทของเผยเสี้ยนถูกสั่งตัดพิเศษโดยช่างฝีมือจากราชวงศ์อิตาลี แต่ละชุดล้วนเฉพาะตัวและไม่ซ้ำใคร เธอคุ้นเคยกับชุดพวกนั้นเกินกว่าที่จะจำพลาด
เธอกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดไร้สีเลือด เธอหึงหวงแทบจะเป็นบ้าแล้ว หัวใจเหมือนถูกบีบคั้นจนทั้งเจ็บและปวดไปหมด
ในช่วงเวลาที่เธอต้องเผชิญกับความเป็นความตาย เขากลับตัดสายโทรศัพท์ของเธอและไปอยู่เคียงข้างเหยียนเสวี่ยหนิง
สองปีของการแต่งงานนั้น มันมีค่าอะไรบ้าง?
ในเวลานี้ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้มานานกลับพุ่งทะลักออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
เจียงหว่านแหงนหน้าขึ้นสูง แต่หยาดน้ำตาก็ยังคงไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่
เหยียนเสวี่ยหนิงเป็นรักแรกของเผยเสี้ยน ตามข่าวลือในสังคม เหล่าคนตระกูลเผยไม่ยอมรับเธอ เพราะเธอเป็นเพียงหญิงสาวที่มาจากครอบครัวธรรมดา ๆ
สุดท้ายทั้งสองก็ถูกตระกูลเผยกีดกันให้เลิกรากัน โดยเหยียนเสวี่ยหนิงเป็นฝ่ายเสนอให้จบความสัมพันธ์
หลังจากนั้น เผยเสี้ยนมุ่งมั่นทำงานหนัก จนขึ้นมาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำของตระกูลเผย
เดิมที เขาคิดว่าหลังจากนั้นจะได้กลับมาคบกับเหยียนเสวี่ยหนิง แต่กลับพบว่าเธอมีคนรักใหม่ไปแล้ว
ไม่มีใครรู้ว่าเป็นเพราะเขาจงใจประชดตระกูลเผยหรือไม่ ชายหนุ่มจึงเลือกแต่งงานกับเจียงหว่าน หญิงสาวธรรมดา ๆ ที่ไม่มีอะไรเลยเหมือนกัน และให้เธอครองตำแหน่งคุณนายเผย เพื่อขัดขวางแผนการของคนในครอบครัวที่พยายามจะส่งผู้หญิงที่พวกเขาเลือกมาให้
ในตอนนั้น เจียงหว่านเองก็กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากพ่อเจียงที่ต้องการให้เธอแต่งงานกับลูกชายเศรษฐีผู้เอาแต่ใจ เพื่อหาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่แสนแพงของคุณยาย
ทั้งสองคนต่างฝ่ายต่างมีจุดประสงค์ จึงตกลงแต่งงานกันตามสัญญา
การแต่งงานมีเงื่อนไขเพียงแค่หนึ่งปี แต่เมื่อครบกำหนด สถานะสมรสกลับดำเนินต่อไป ซึ่งทั้งสองยังคงรักษาชีวิตแต่งงานไว้โดยไม่พูดถึงข้อตกลง จนถึงตอนนี้ เวลาล่วงเลยกว่าที่เคยตกลงกันไว้มาก เจียงหว่านคิดว่าเธอได้กลายเป็นคุณนายเผยจริง ๆ แล้ว แต่สุดท้าย ทุกอย่างกลับเป็นเพียงภาพลวงตาที่เธอคิดไปเอง
เมื่อครู่เธอเกือบต้องเอาชีวิตไปทิ้งในกองเพลิง เธอพยายามโทรหาเขาถึงสองครั้ง แต่เขากลับตัดสายทุกครั้ง ที่แท้เพราะไปอยู่เคียงข้างเหยียนเสวี่ยหนิง……
ความรักจอมปลอมที่เธอเคยคิดว่ากลายเป็นจริงไปแล้ว พอเหยียนเสวี่ยหนิงปรากฏตัวขึ้น เธอก็ถูกลากออกมาจากความฝันสู่ความจริงที่โหดร้าย เธอตื่นจากฝันหวานด้วยความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด
เธอไม่ใช่แม้แต่ตัวแทนด้วยซ้ำ เธอเป็นเพียงเครื่องมือที่เผยเสี้ยนใช้เพื่อประชดคนในครอบครัวเท่านั้นเอง
เจียงหว่านนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเริ่มแดงก่ำขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
บางทีอาจถึงเวลาที่เธอควรยอมแพ้ได้แล้ว ควรเลิกหลอกตัวเองด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เสียที
……
ผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้มีมากมายเกินกว่าที่ทีมแพทย์และพยาบาลในพื้นที่จะดูแลได้ทั่วถึง เจียงหว่านที่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากราวแขวนเสื้อที่ถูกเผาขาดและหล่นใส่จนเกิดบาดแผลลึกที่น่อง เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ถือว่าเธอยังโชคดีนัก
หลังจากไปทำแผลแบบง่าย ๆ ที่โรงพยาบาลละแวกนั้นแล้ว เจียงหว่านก็นั่งแท็กซี่กลับบ้าน
ณ เดอะเบย์วิลล่า
บ้านหลังนี้เป็นหนึ่งในทรัพย์สินของเผยเสี้ยน ทั้งยังเป็นบ้านที่ใช้เป็นเรือนหอด้วย
เจียงหว่านคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตเพียงลำพัง เพราะเผยเสี้ยนแทบไม่เคยกลับมาที่นี่เลย เธอจึงเลิกจ้างแม่บ้านประจำไปนานแล้ว การใช้บริการเดลิเวอรี่และจ้างแม่บ้านรายชั่วโมงจึงเพียงพอที่จะตอบโจทย์การใช้ชีวิตของเธอได้
ในตอนนี้บ้านหลังใหญ่กลับมีเพียงเจียงหว่านนั่งอยู่คนเดียวบนโซฟา เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกว่างเปล่า
การตกแต่งแบบนอร์ดิกสีเทา-ขาวที่เรียบหรูนี้แสนจะไร้ซึ่งความอบอุ่น
เธอพลันรู้สึกว่า ที่แห่งนี้เหมือนหลุมฝังศพขนาดใหญ่ที่กลืนกินวัยเยาว์ของเธอไปห้าปีพร้อมกับความรักที่ไร้จุดหมาย
ที่แห่งนี้ ต่อให้เธอต้องตายไปก็อาจไม่มีใครสังเกตเห็น
เจียงหว่านถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าและพยายามพยุงตัวเองขึ้น ก่อนเดินประคองกำแพงทีละก้าวไปยังห้องนอนบนชั้นสอง
ทุกย่างก้าวของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านตั้งแต่เนื้อหนังไปจนถึงกระดูก
บ้านที่กว้างใหญ่เกินไปทำให้เสียงสะท้อนเล็ก ๆ ของการเคลื่อนไหวชัดเจนเกินจริง
ในวันคืนที่ผ่านพ้นมา เจียงหว่านไม่เคยรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวเช่นนี้มาก่อน วันนี้เป็นครั้งแรกที่เธอเข้าใจว่าความเหงามันชัดเจนได้ถึงเพียงนี้
มีทั้งสัมผัส ทั้งเสียง…… สัมผัสทั้งห้าของเธอคล้ายถูกดึงรั้งไว้ หัวใจเหมือนถูกบีบคั้นด้วยเส้นสายที่มองไม่เห็น แน่นเสียจนเกิดความรวดร้าว
เมื่อกลับมาถึงห้องนอน เธอล้มทั้งร่างลงบนเตียง รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจอย่างแท้จริง
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบสงบของห้อง
“ตอนบ่ายเธอโทรหาฉัน มีเรื่องอะไร?” น้ำเสียงของเผยเสี้ยนยังคงนิ่งเรียบไร้ความอบอุ่นเช่นเคย
เจียงหว่านไม่คาดคิดว่าเขาจะโทรกลับมา เธออ้าปากพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
ก่อนที่เธอจะตอบ เสียงอ่อนโยนของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังแทรกมาจากปลายสาย “อาเสี้ยน คุณไปกับฉัน……”
เจียงหว่านหยุดชะงัก มือที่ถือโทรศัพท์กำแน่นขึ้น เธอถามออกไปอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ “คุณอยู่กับใครเหรอ?”
เผยเสี้ยนไม่ได้ตอบคำถามของเธอ เพียงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้ามีเรื่องอะไร ไว้รอฉันกลับไปแล้วค่อยคุยกัน ตอนนี้ฉันมีธุระ แค่นี้ก่อนนะ”
หลังจากพูดจบเขาก็ตัดสายไป โดยไม่รอให้เจียงหว่านพูดอะไรทั้งนั้น
เสียง “ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด” จากสายที่ถูกตัดไปทำให้มุมปากของเจียงหว่านยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ เธอนี่มันน่าสมเพชจริง ๆ ! ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจแล้วแท้ ๆ แต่เธอก็ยังอยากได้ยินคำตอบจากปากเขาอยู่ดี
เจียงหว่านเปิดแท็บเล็ตขึ้นมาอีกครั้งราวกับจะทรมานตัวเอง แล้วก็เลื่อนดูอันดับค้นหายอดฮิตของวันนี้
นั่งอ่านความคิดเห็นจากชาวเน็ตที่พากันชื่นชมว่า【ดาราสาวถูกคุกคามทางเพศในงานเลี้ยง แต่แฟนหนุ่มท่านประธานจอมเผด็จการได้ปกป้องเธอไว้อย่างกล้าหาญ ซึ้งเหลือเกิน!】 ทำให้มุมปากของเธอปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน
เจียงหว่านเองก็เคยเจอเหตุการณ์คุกคามทางเพศในงานเลี้ยงมาก่อน
ตอนนั้นเธอพึ่งเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง และถูกผู้จัดการส่วนตัวหลอกให้ไปเข้าร่วมงานเลี้ยงกับผู้กำกับและทีมโปรดิวเซอร์ของละครเรื่อง “ชิงทั่น”
ในตอนนั้น เจียงหว่านเพิ่งก้าวเข้าสู่สังคมใหม่ ๆ เป็นครั้งแรกที่เธอต้องร่วมโต๊ะอาหารแบบนี้ ทำให้เธอดูกระวนกระวายเล็กน้อย ไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร
บนโต๊ะอาหาร โปรดิวเซอร์จับจ้องเจียงหว่านด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ก่อนพูดขึ้นว่า “นี่คือเด็กใหม่ที่พวกคุณเพิ่งเซ็นสัญญาด้วยใช่ไหม? ดูหน้าตาใช้ได้เลยนะ แต่ไม่รู้ว่าดื่มเก่งแค่ไหน งั้นเอาแบบนี้ ถ้าคุณดื่มเหล้าขาวขวดนี้ให้หมดในครั้งเดียวได้ ผมจะให้ผู้กำกับจัดโอกาสให้คุณลองแคสบทนางเอกดู”
เจียงหว่านอยากปฏิเสธ แต่ทนแรงกดดันจากผู้จัดการส่วนตัวที่ทั้งพูดจาหว่านล้อมและข่มขู่ไม่ไหว สุดท้ายจึงถูกบังคับให้ดื่มเหล้าขาวขวดนั้นจนหมด
หลังจบงาน เธอเกิดภาวะกระเพาะทะลุอย่างเฉียบพลันและถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาล
ผู้จัดการส่วนตัวที่ไปโรงพยาบาลด้วยกันจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ แล้วก็รีบออกไปเพราะกลัวโอกาสของเธอจะถูกคนอื่นแย่งไป
ในตอนนั้น เจียงหว่านจึงได้แต่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเพียงลำพังหลายวันโดยไม่มีใครสนใจ
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะออกจากโรงพยาบาล ก็มีข่าวประกาศกันโครม ๆ ว่า【ได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัดแล้วว่า นางเอกละครเรื่อง “ชิงทั่น” เป็นของเหยียนเสวี่ยหนิง】
หลังจากนั้น ผู้จัดการส่วนตัวก็กล่าวโทษเธอที่ไม่พยายามพอ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงโมโหระคนผิดหวัง “ดูเธอสิ หน้าตาก็ดีกว่าเหยียนเสวี่ยหนิงแท้ ๆ ทำไมถึงไม่มีความพยายามอย่างเขาบ้าง? ฝ่ายนั้นน่ะได้เปรียบเพราะมีคุณเผยหนุนหลังอยู่ แทบไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ยืนเฉย ๆ ก็มีคนเอาใจสารพัด ฉันได้ยินมาว่าบทนางเอกเรื่องนี้ก็เป็นคุณเผยนี่แหละที่สั่งให้ผู้กำกับเลือก!”
หลังจากละครเรื่องนั้นออกอากาศ เหยียนเสวี่ยหนิงก็โด่งดังในชั่วข้ามคืน กลายเป็นนักแสดงชั้นแนวหน้า
ในขณะที่เจียงหว่านก็ได้ละทิ้งอาชีพการแสดงของตัวเองตั้งแต่นั้นมา และเริ่มใส่ใจการเป็นภรรยาที่ดีของเผยเสี้ยน
เพราะอย่างไร ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่มีทางเทียบพลังของคำพูดเพียงคำเดียวของเผยเสี้ยนที่มอบให้เหยียนเสวี่ยหนิงอยู่แล้วนี่นา
ตอนนั้นเจียงหว่านคิดว่า ในเมื่อเธอได้ครอบครองตำแหน่งคุณนายเผย ซึ่งเดิมควรจะเป็นของเหยียนเสวี่ยหนิง ก็เท่ากับติดค้างอีกฝ่ายในเรื่องนี้อยู่แล้ว
ดังนั้นในด้านอาชีพการงาน เธอจึงยอมหลีกทางให้ จะได้ถือว่าพวกเธอนั้นหายกัน
แต่ไม่คิดเลยว่า เหยียนเสวี่ยหนิงไม่ได้ต้องการแค่เรื่องงาน แต่ยังต้องการตัวชายหนุ่มด้วย
คนหนึ่งมีทั้งความรักและการงานที่สมบูรณ์แบบ ขณะที่ตัวเธอหลงงมงายจนละทิ้งทั้งสองสิ่ง ตอนนี้จึงกลายเป็นคนที่ไม่มีทั้งความรักและอาชีพไปโดยปริยาย
……
เจียงหว่านสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อกดกลั้นความขมขื่นในใจ ก่อนหัวเราะเยาะตัวเองที่อยู่อย่างโง่เขลามาสองปีเต็ม
หากชีวิตนี้สามารถเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง เธอคงไม่มีวันโง่เง่าจนปล่อยใจให้ไปตกหลุมรักเผยเสี้ยนเช่นนั้นแน่
“คุณอู้ซาน สัญญาลิขสิทธิ์ฉบับใหม่ร่างเสร็จแล้ว ลองตรวจสอบดูนะครับว่ามีปัญหาตรงไหนหรือเปล่า”
ข้อความวีแชทที่เด้งขึ้นบนหน้าจอมือถือดึงสติของเจียงหว่านกลับมา เธอกดดูไฟล์PDFที่อีกฝ่ายส่งมาและตกตะลึงเล็กน้อย
อู้ซานเป็นนามปากกาของเธอในฐานะนักเขียนบท ซึ่งเคยขายบทละครไปแล้วหลายเรื่อง
ในตอนนั้น อู้ซานเป็นเพียงนักเขียนบทหน้าใหม่ที่ไม่มีใครรู้จักในวงการ และด้วยความต้องการเงินอย่างเร่งด่วน บทละครของเจียงหว่านจึงถูกขายไปในราคาที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
จนกระทั่งไม่กี่ปีที่ผ่านมา บทละครที่ถูกกดราคาเหล่านั้นกลับถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์และภาพยนตร์ โดยแต่ละเรื่องล้วนประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
ทำให้ชื่อเสียงในฐานะอู้ซานของเธอค่อย ๆ มีมูลค่ามากขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้นเจียงหว่านได้แต่งงานกับเผยเสี้ยนแล้ว ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของคุณยายเธอก็ได้รับการจัดการแล้ว เธอจึงไม่เดือดร้อนเรื่องเงินอีกต่อไป และตัดสินใจละทิ้งอาชีพเพื่อมุ่งเน้นการสร้างครอบครัว ดูแลเผยเสี้ยนในฐานะภรรยาที่ดี นามปากกาอู้ซานจึงหายจากวงการไปด้วย
กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ มีคนติดต่อมาซื้อบทละครเรื่องหนึ่งที่อยู่ในมือเธอในราคาสูงลิ่ว
เดิมทีเจียงหว่านไม่อยากขายนัก เธอจึงอ้างว่ามีปัญหาบางอย่างในสัญญา แต่ใครจะคิดว่าฝ่ายตรงข้ามกลับจริงจังถึงขั้นร่างสัญญาฉบับใหม่มาให้จริง ๆ
เมื่อมองดูสัญญาฉบับใหม่ที่ถูกส่งมา เจียงหว่านสูดลมหายใจลึกราวกับคิดอะไรบางอย่างออก และในที่สุดความคิดนั้นก็เริ่มชัดเจนและมั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ
ปลายนิ้วยาวเรียวพิมพ์ข้อความบนหน้าจออย่างคล่องแคล่ว “ร่างสัญญาหย่าตามข้อกำหนดของฉัน แล้วส่งไปให้ท่านประธานเผยเสี้ยนที่เผยซื่อ กรุ๊ปด้วย”
จากนั้นก็ไม่รอให้ฝ่ายนั้นตอบกลับ เธอวางมือถือไว้ข้างตัว ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นและเดินกะเผลกไปยังห้องน้ำ