หลังจากนั้นสักพัก ในที่สุดเขาก็ตอบว่า “ใช่”
เสียงของเขานั้นเบาแต่นุ่มนวล แต่มันเหมือนกับมีดแหลม ๆ ที่แทงเข้าไปที่ตัวของเฉี่ยนเฉี่ยน
มันจี๊ดไปถึงกระดูก ก่อนจะเริ่มเจ็บปวดจนเริ่มจะควบคุมไม่ได้
มันเจ็บจนทำให้เธอแทบจะหายใจไม่ออก
ที่จริงแล้วก่อนแต่งงานนั้น เฉี่ยนเฉี่ยนรู้ว่า เฟิงเจวี๋ยนั้นมีแฟนเก่าชื่อ ชิงหยวน ซึ่งได้รับการปกป้องอย่างดีจากเขา จนทำให้เธอรู้สึกอิจฉามากในตอนนั้น
ดังนั้น ตอนที่คุณปู่เฟิงมาหาเธอและพูดถึงเรื่องแต่งงานของพวกเขานั้น แม้ว่าเธอปรารถนาที่จะเป็นเช่นนั้น แต่เธอก็รู้ดีว่า เฟิงเจวี๋ยไม่มีทางยอมแน่ ๆ เธอจึงปฏิเสธไป
แต่แล้ววันหนึ่ง เฟิงเจวี๋ยก็มาหาเฉี่ยนเฉี่ยนเป็นการส่วนตัว และบอกว่าเขาต้องการจะแต่งงานกับเธอและจะเป็นสามีที่ดีของเธอ
เฉี่ยนเฉี่ยนนั้นแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเฟิงเจวี๋ยถึงยอมตกลง แต่เพราะเขาเป็นผู้ชายที่เธอชอบมาตั้งแต่เด็ก เธอจึงปฏิเสธเขาไม่ลง
หลังจากแต่งงาน เฟิงเจวี๋ยก็เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ภายนอกของเขาอาจจะดูเป็นคนเย็นชา แต่เขาดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี
เฉี่ยนเฉี่ยนนั้นมัวแต่หลงใหลไปกับความอ่อนโยนนั้น ทำให้เธอแทบจะลืมไปแล้วว่า เขาไม่เคยรักเธอเลย
ไม่เคยเลยจริง ๆ
นิ้วของเฉี่ยนเฉี่ยนสั่นเทา เธอพยายามระงับความเศร้าเอาไว้
เฟิงเจวี๋ยเห็นเธอก้มหน้าและไม่พูดอะไร แต่ท่าทางของเธอนั้นดูนิ่งและไร้ความรู้สึกมาก
ทำให้เขาหวนคิดถึงเรื่องเมื่อวานนี้
ชิงหยวนเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เขาจึงรีบกลับบ้านเพื่อที่จะบอกเธอว่า อย่าคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เพราะความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นไม่มีวันเปลี่ยนไปแน่นอน แต่เขาก็บังเอิญได้ยินเธอคุยโทรศัพท์กับกู้ซีที่ตรงทางเข้า
เธอเปิดลำโพงทำให้ได้ยินเสียงของกู้ซีดังออกมา “เฉี่ยนเฉี่ยน ผ่านมาสิบกว่าปีแล้วนะ เธอยังชอบเขาอยู่อีกเหรอ?”
“แน่นอน ทำไมต้องไม่ชอบด้วยล่ะ? ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือในอนาคต ฉันก็จะรักเขา และถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะรักเขาไปตลอดชีวิต”
จากนั้น เขาก็ได้ยินภรรยาของเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่เต็มไปด้วยความโหยหาและปรารถนาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เขาอยู่ในมุมมืดและไม่กล้าก้าวเข้าไปในบ้านเลย
แสงแดดส่องมาที่นิ้วเท้าของเขา แต่มันก็ไม่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นเลยแม้แต่นิดเดียว
สิบกว่าปี? เฮอะ พวกเขารู้จักกันแค่สี่ห้าปี แต่เธอนั้นรักผู้ชายคนอื่นมาสิบปีแล้ว!
ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมเขาถึงไม่ปล่อยเธอไปล่ะ?
พอคิดได้อย่างนั้น สายตาของเขาก็เหลือบมองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า เมื่อเห็นเธอไม่มีท่าทีอะไร เขาก็ก้มหน้าลงอย่างผิดหวัง
“นั่นคืออะไร?”
“คุณไม่สบายเหรอ?”
เฟิงเจวี๋ยเห็นเอกสารของโรงพยาบาลวางอยู่บนโต๊ะ เขาจึงจะเอื้อมมือไปหยิบ
เฉี่ยนเฉี่ยนหรี่ตาลง พอเห็นเฟิงเจวี๋ยเอื้อมมือเข้าไปใกล้ซองที่มีแผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ของเธอ เฉี่ยนเฉี่ยนก็คิดว่า เธอยังพอจะมีความหวังอยู่ไหม?
ถ้าเฟิงเจวี๋ยรู้ว่า พวกเขามีลูกด้วยกัน เรื่องหย่านั้นอาจจะมีโอกาสเปลี่ยนไปได้หรือเปล่า?
เธอเข้าใจดีว่า เฟิงเจวี๋ยนั้นดูเหมือนเป็นคนเย็นชา แต่เขาไม่ใช่คนใจร้าย เวลาที่อยู่บนเตียงนั้น ถ้าเธอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาก็จะพยายามอ่อนโยนกับเธอ
พอเห็นเขากำลังจะเปิดซอง เฉี่ยนเฉี่ยนก็กำมือทั้งสองข้างอย่างประหม่า โดยไม่รู้สึกว่า เล็บนั้นจิกเข้าไปที่ฝ่ามือ
“กริ๊ง!! !”
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขัดจังหวะขึ้นมา นั่นเป็นเบอร์ส่วนตัวของเฟิงเจวี๋ย ซึ่งน้อยคนนักที่จะรู้
เฟิงเจวี๋ยจึงไม่ได้เปิดซองนั่น เขาหันไปรับโทรศัพท์ก่อน
ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าสายนั้นสินะ? เฉี่ยนเฉี่ยนปล่อยมือลงที่กำไว้แน่นจนเจ็บปวด
“ฮัลโหล?”
“ท่านประธานเฟิงคะ คุณฉวี่เธออยู่ที่ระเบียงและไม่ยอมลงมา ท่าทางของเธอดูแปลกมากเลยค่ะ”
ปลายสายเป็นป้าที่ดูแลชิงหยวน น้ำเสียงของเธอดูจริงจังมาก
“ฉันเกรงว่า เธอจะคิดสั้น”
สายตาของเฟิงเจวี๋ยดูประหม่าทันที “ป้าเอาโทรศัพท์ไปให้เธอ”
“ค่ะ”
หลังจากได้ยินเสียงเดิน เขาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังขึ้นมา
“เฟิงเจวี๋ย...”
“คืนนี้ลมแรง คุณอย่าไปยืนที่ระเบียงเลย”
เฟิงเจวี๋ยขมวดคิ้ว แต่เสียงของเขาอ่อนโยนมาก
“ชิงหยวน อย่าดื้อนะ”
เฉี่ยนเฉี่ยนเบิกตากว้างขึ้นทันที
เธอจะรู้สึกยังไงที่ได้ยินสามีของตัวเองปลอบผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าเธอเหมือนกับปลอบเด็กตัวเล็ก ๆ แบบนี้?
เฉี่ยนเฉี่ยนรู้สึกว่า ตัวเองเป็นตัวตลก แต่เธอไม่สามารถขยับขาได้ มันเหมือนกับมีก้อนหินขนาดใหญ่ทับหน้าอกของเธอไว้อย่างไรอย่างนั้น
พวกเขายังไม่ได้หย่ากัน แต่เฟิงเจวี๋ยก็เป็นห่วงผู้หญิงคนอื่นอย่างออกหน้าออกตา
เเล้วเธอล่ะ เธอเป็นตัวอะไร?
เฉี่ยนเฉี่ยนไม่สามารถนั่งหลังตรงได้อีกต่อไป เพราะอารมณ์ที่ไร้ซึ่งความรู้สึกของเฟิงเจวี๋ยนั้น กำลังกดทับเธออย่างเเรง
เธอเอามือปิดหน้าและตัวของเธอนั้นก็ตัวสั่นไม่หยุด
เฟิงเจวี๋ยไม่ได้รู้สึกถึงอาการที่เปลี่ยนไปของเธอเลย หูของเขานั้นได้ยินแต่เสียงร้องไห้ของชิงหยวนเท่านั้น
“เฟิงเจวี๋ย ฉันขอโทษ ฉันประมาทเอง จนทำให้ฉันเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์”
“ฉันรอดมาได้แต่แล้วยังไง ฉันไม่สามารถมีลูกได้แล้ว!”
“ฉันไม่สามารถมีลูกกับคุณได้...”
พูดจบ ชิงหยวนก็ร้องไห้ออกมา
เฟิงเจวี๋ยถอดแว่นตาออกและนวดขมับเบา ๆ เขาไม่เคยคิดที่จะมีลูกกับชิงหยวนเลย เเละถ้าหากตอนนี้ เขาตัดสินใจที่จะเเต่งงานกับเธอ ก็เพราะเป็นว่าเธอเคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้เท่านั้น
เขาปลอบเธอ “ไม่เป็นไร ผมไม่อยากมีลูกอยู่แล้ว”
“คุณอย่ามาโกหกฉันเลย... คุณเป็นถึงซีอีโอของเฟิงซื่อ กรุ๊ป คุณจะไม่มีทายาทได้ยังไงกัน?” ชิงหยวนกระตุก เธอร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง
“ผมไม่ชอบเด็กอยู่แล้ว อย่าคิดมากเลย ให้ป้าพาไปพักผ่อนเถอะ!”
เฟิงเจวี๋ยต้องการจะจบบทสนทนาให้เร็วที่สุด เพราะเขายังมีบางอย่างที่ต้องถามเฉี่ยนเฉี่ยนว่า เธอไปทำอะไรที่โรงพยาบาล เธอไม่สบายหรือเปล่า
น่าเสียดายที่เขานั้นมองไม่เห็นว่า ตอนที่เขาพูดคำนั้นออกมา แววตาของเฉี่ยนเฉี่ยนดูสิ้นหวังขนาดไหน
ถ้าเธอจำไม่ผิด ดูเหมือนว่า เธอจะพยายามเอาลูกมาประคับประคองชีวิตคู่ของเขากับเธอไว้
เฉี่ยนเฉี่ยน ทำไมถึงโง่แบบนี้นะ!
ถ้าเฟิงเจวี๋ยรู้ว่าเธอท้อง เขาอาจจะให้เธอไปทำแท้งที่โรงพยาบาลในวันพรุ่งนี้ก็ได้ เพื่อไม่ให้ชิงหยวนรู้สึกสะเทือนใจไปมากกว่านี้
พอคิดแบบนั้น ใจของเฉี่ยนเฉี่ยนก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมา!