ตอน 2

ทะเลทรายสีทองอร่ามที่สะท้อนกับแสงแดดยามบ่ายจนเกิดไอแดดเต้นระริกอยู่ในอากาศชัดเจนกับสายตาอีกครั้ง แองเจลล่าก้าวลงจากรถลีมูซีนสีดำที่พาหล่อนกับฟาเดลเดินทางมาเกือบสามชั่วโมงด้วยท่าทางตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด ก็เมื่อสามชั่วโมงก่อนที่สนามบินหล่อนยังไม่ได้เห็นทะเลทรายชัดเจนแบบนี้นี่น่าแต่นี่... สาวน้อยหมุนตัวมองไปรอบๆ กาย รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจแต่งแต้มใบหน้างดงามตลอดเวลา ไม่เคยคิดว่าภาพของผืนทรายที่ยาวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาจนจรดกับแผ่นฟ้าสีครามนั้นจะสวยงามน่าอภิรมย์ถึงเพียงนี้ หล่อนเคยปรามาสว่าผู้คนที่นี่ รวมถึงองค์ชายบาร์ซาร์ป่าเถื่อน แต่เมื่อได้พบได้เห็นจริงๆ แล้วกับพบว่ามันแตกต่างไปจากที่คิดอย่างสิ้นเชิง ทุกอย่างที่นี่ดูแปลกตาไปก็จริง แต่ไม่มีอะไรป่าเถื่อนอย่างที่สมองจินตนาการเอาไว้เลย

“สวยจัง...”

คนฟังแสยะยิ้มหยัน หรี่ตามองใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของสาวน้อยอย่างดูแคลน

“ตอนนี้องค์ชายบาร์ซาร์ไม่ได้ประทับอยู่ที่ในเมืองหลวง ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องเสแสร้งทำเป็นชอบที่นี่หรอก...”

ความสุนทรีจางหายไปทันทีกับวาจาเหยียดหยามของคนข้างกาย

“ไอ้คนบ้า... อย่าให้ฉันทำไม่ไหวนะ ฉันจะฆ่านายด้วยมือของฉันเองเลยคอยดูสิ...”

“อย่าลืมสิว่าที่ไม่ใช่เซาเปาโล...”

คนถูกข่มขู่แสยะยิ้มหยันออกมา ก่อนจะไหวไหล่น้อยๆ อย่างไม่แยแสสิ่งใดเลยแม้แต่หล่อน

“เพราะไม่ว่าพี่ชายของคุณจะมีอำนาจแค่ไหนในเซาเปาโล แต่กับที่นี่... มหานครการ์ซาน องค์ชายบาร์ซาร์ทรงมีอำนาจยิ่งใหญ่เป็นที่สุด และทุกคนที่นี่ก็ต้องให้ความเคารพยำเกรงพระองค์”

“แต่ฉันไม่มีทางเคารพองค์ชายบ้าเลือดคนนั้นแน่”

คนฟังแสยะยิ้มหยัน ดวงตาที่ทอดมองมานั้นลุกเป็นไฟ

“ก็ลองทำให้พระองค์ทรงไม่พอพระทัยดูสักครั้งสิ แล้วคุณจะได้รู้ว่านรกน่ะ ยังน่าอยู่ว่าการ์ซานเลย...”

จบคำพูดเลือดเย็นแล้วพ่อบอดี้การ์ดหล่อระเบิดก็ก้าวยาวๆ มุ่งหน้าผ่านรั้วประตูวังหลวงเข้าไปอย่างสง่างาม ทุกคนที่เฝ้ารออยู่ต่างก้มศีรษะให้กับนายฟาเดลราวกับตานี่เป็นเจ้าชีวิตยังไงยังงั้น แองเจลล่ามองตามไปอย่างขัดใจ แต่ก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้นอกจากเดินคอตกตามนายฟาเดลเข้าไปในพระราชวังหลวงนั้นอย่างไม่มีทางเลือก

“ตอนนี้ที่อยู่ของคุณคือตำหนักซ้าย...”

พ่อคนตัวโตหยุดเดินและหมุนตัวกลับมากะทันหันนั้นทำให้คนที่กำลังเดินจ้ำอ้าวตามมาอย่างไม่คิดชีวิตอย่างแองเจลล่าไม่สามารถหยุดเท้าได้ทัน ผลที่ได้ก็คือร่างอรชรชนเข้ากับกายกำยำที่แข็งแกร่งไปซะทุกสัดส่วนของฟาเดลเต็มๆ แรง หล่อนทำท่าจะล้มเขาจึงตวัดมือรวบเอวคอดเอาไว้ให้ เหมือนเวลาหยุดหมุน เหมือนสายนทีหยุดไหล เหมือนหัวใจจะหยุดเต้น แค่ได้สบตากับพ่อสุดหล่อในระยะกระชั้นชิดเท่านั้น นัยน์ตาสีนิลของฟาเดลเหมือนมีมนต์ขลัง มันสะกดให้หล่อนลุ่มหลงได้ทุกครั้งที่จ้องมอง ผู้ชายคนนี้ทำไมถึงทำให้ร่างกายของหล่อนร้อนผ่าวแบบนี้นะ ร้อนราวกับถูกสุมด้วยไฟกัลป์ หญิงสาวหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย เมื่อจู่ๆ คนตัวโตก็ผลักร่างของหล่อนออกห่างราวกับร่างของหล่อนนั้นคือก้อนถ่านร้อนอย่างนั้น

“ไอ้คนบ้า... ฉันแทบล้มเห็นไหม”

แองเจลล่าแกล้งโวยวายลั่นทุ่งเพื่อปกปิดความหวั่นไหวที่กำลังกัดกินหัวใจสาวอย่างอำมหิตของตัวเองเอาไว้อย่างสุดกำลัง ฟาเดลจะรู้ไม่ได้ว่าหล่อนหัวใจเต้นแรงแค่ไหนเวลาอยู่ใกล้กับเขา เพราะตาบ้านี่ไม่เคยมองหล่อนในแง่ดีเลยแม้แต่ครั้งเดียว ว่าหล่อนสำส่อน ว่าหล่อนร่านร้อน สักวันเถอะหล่อนจะพิสูจน์ให้เขารู้ว่าทุกสิ่งที่คิดเอาไว้เกี่ยวกับตัวของหล่อนนั้นมันผิดทั้งเพ

“ผมรู้ว่าคุณกินผู้ชายไม่เลือกหน้า แต่เว้นผมเอาไว้สักคนเถอะ อย่างน้อยๆ ก็ให้คิดซะว่าผมเป็นข้ารองบาทของว่าที่พระสวามีของคุณ...”

คำเตือนที่เต็มไปด้วยความเลือดเย็นของฟาเดลมีผลทำให้สีแก้มของขวัญชีวาแดงระเรื่อขึ้น ความอับอายพุ่งขึ้นจากฝ่าเท้ามากระจุกอยู่ที่ใบหน้าอย่างมากมาย

“ไอ้คนบ้า...”

หญิงสาวกัดฟันเค้นเสียงขุ่นเคืองออกจากลำคอ แต่ชายหนุ่มไม่สนใจแม้แต่นิดเดียว เขาส่งสัญญาณให้สาวใช้สามคนที่เดินตามมาห่างๆ ให้รออยู่หน้าห้องจากนั้นก็ก้าวเดินเข้าไปในห้องที่ถูกตกแต่งเอาไว้อย่างดีนั้นด้วยท่าทางปานราชสีห์ เชอะ ก็แค่บอดี้การ์ด วางท่าราวกับเป็นเจ้าของที่นี่อย่างนั้นแหละ แองเจลล่าคิดอย่างหมั่นไส้ก่อนจะก้าวตามเข้าไป และเริ่มต้นหาเรื่องอีกครั้ง

“นายคิดหรือว่าที่กระจอกแบบนี้จะขังฉันได้...”

“นี่ไม่ใช่การขัง... แต่ถ้าคุณอยากถูกคุมขังจริงๆ ผมจะจัดการให้...”

คนที่ยืนหันหลังให้อยู่หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับหล่อน แองเจลล่ากลืนน้ำลายลงคอเมื่อได้สบตากับคนตัวโตอีกครั้ง ตานี่มองทีไรก็หล่อลากไส้ทุกที หล่อจนคนมองอย่างหล่อนแทบจะหาคำมาสรรเสริญไม่ได้ หญิงสาวกัดปากแน่น พยายามร้องบอกตัวเองว่าอย่าได้มองเขาแบบนี้ อย่าได้มองแบบจะกลืนกิน เพราะมันน่าละอาย แต่หล่อนก็ไม่สามารถห้ามสายตาของตัวเองได้ เพราะตอนนี้มันทั้งจ้อง ทั้งมอง ปานจะกินพ่อสุดหล่อที่สมบูรณ์แบบไปซะทุกสัดส่วนเข้าไปทั้งตัวอยู่แล้ว ก็ดูพ่อคุณสิ... หล่อลากไส้ลากตับ ใบหน้าไม่ต้องพูดถึงกับแล้วล่ะว่าหล่อลากดินแค่ไหน แต่สิ่งที่ทำให้หล่อนหัวใจสั่นสะท้านอยู่ในตอนนี้ก็คือรูปร่างที่บึกบึนสมบูรณ์แบบของเขานั้นเอง

ทำไมถึงได้ดูดีแบบนี้นะนายฟาเดล...

หญิงสาวรำพึงรำพันอยู่ภายในอก และก็คงจะยังไม่ได้สติหากไม่ได้ยินเสียงกระด้างแกมรำคาญของผู้ชายตรงหน้าดังมาเข้าหู

“ปกติคุณมองผู้ชายทุกคนด้วยสายตาแบบนี้ใช่ไหม”

“ว่าไงนะ” แองเจลล่าถามตะกุกตะกัก แล้วก็หน้าแดงก่ำเมื่อเข้าใจความหมายของคนพูด

“ไอ้คนบ้า... ฉัน... ฉันก็แค่มองนายผ่านๆ เท่านั้นเอง ผู้ชายอย่างนายมันปลุกไอ้ความกระหายอยากในตัวของฉันไม่ได้หรอก” แก้ตัวจบก็รีบหันหลังหนี ชาหนุ่มมองตามไปอย่างดูแคลน

“ผู้หญิงอย่างคุณ... น่ารังเกียจนัก”

“นี่นาย... อย่าบังอาจมาว่าฉันแบบนี้เชียวนะ นายมันก็แค่ขี้ข้า...”

จากที่เคยหันหลังหลบตาตอนนี้หันมาเผชิญหน้าอย่างลืมตัว และก็ต้องหัวใจเต้นแรงเมื่อคนตัวโตเดินมาหยุดตรงหน้า ระยะห่างมันกระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ กลิ่นกายของฟาเดลกำลังทำให้หล่อนคลุ้มคลั่ง กลิ่นหอมที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดและเซ็กซี่ของเขามีผลต่อระบบป้องกันตัวเองของหล่อนโดยตรงเลยทีเดียว

“แต่คุณก็อยากกินไอ้ขี้ข้าคนนี้ใจจะขาดไม่ใช่หรือ”

“นี่นายจะทำอะไร”

คนตัวโตที่ปกติเคยแสดงท่าทางขยะแขยงไม่อยากเข้าใกล้หล่อนเสมอมาผลักร่างของหล่อนให้เข้าไปกระแทกกับผนังห้องที่เย็นเฉียบอย่างไม่ปรานี จากนั้นเขาก็เดินตามเข้ามาประกบ ระยะที่แนบแน่นทำให้แองเจลล่าที่เคยปากเก่งในทุกสถานการณ์หัวใจสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

“แล้วคุณคิดว่าผมจะทำอะไรล่ะ” เขาย้อมถาม รอยยิ้มดูแคลนเกลื่อนใบหน้าหล่อลากไส้นั้น

แองเจลล่าปากสั่นระริก ช้อนตาขึ้นมองคนตัวโตที่ตอนนี้ตรึงร่างอรชรของหล่อนเอาไว้กับผนังห้องด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น

“อย่านะ...”

ตอน 3

“ผู้หญิงอย่างคุณ... ร่านขนาดนี้ ทำไมจะต้องทำท่าตื่นกลัวด้วย...”

คำพูดที่เต็มไปด้วยการเหยียดหยาม สายตาที่กวาดมองใบหน้าและต่ำลงไปยังเนินอกสาวที่ดันชุดเดรสขึ้นมาด้วยสายตาหยาบคาย หญิงสาวหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับ พยายามจะดิ้นรน แต่คนตัวโตก็ไม่เปิดโอกาสให้ เขาใช้มือหนาตรึงมือบางของหล่อนทั้งสองข้างเอาไว้กับผนังห้อง ขณะก้มหน้าต่ำลงมาหา ลมหายใจของเขาทำให้หล่อนหัวใจเต้นแรงเหลือเกิน

“ฟาเดล... อย่านะ...”

“ทำไมล่ะ ผมรู้ว่าคุณหิว...”

เขายิ้มเหยียดหยามขณะหรี่ตามองต่ำลงไปลงจุดกลางลำตัวของหล่อน แม้ความโหยหามืดดำที่หาที่มาที่ไปไม่ได้จะคุกคามหัวใจอย่างรุนแรงแค่ไหน แต่แองเจลล่าไม่ใช่คนใจง่าย หล่อนไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่คนตัวโตกำลังเข้าใจสักหน่อย นั่นมันก็แค่การแสดงละครเพื่อทำให้องค์ชายบาร์ซาร์อะไรนั่นยกเลิกการอภิเษกสมรสกับหล่อนต่างหากล่ะ มันไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของหล่อน แต่ใครจะไปเชื่อจริงไหม?

“ไอ้คนเลว... ออกไปจากตัวของฉันนะ”

“ผมรู้ว่าคุณกำลังต้องการอะไร และผม... ก็คิดว่าตัวเองน่าจะสนองให้กับคุณได้”

คนตัวโตปล่อยข้อมือของหล่อนให้เป็นอิสระ ขณะรวบร่างอรชรเข้ามาไว้ในอ้อมแขนแน่น ปากของเขาก้มต่ำลงมาหา และไม่นานมันก็แตะลงบนแก้มนวลของหล่อน จากนั้นก็เลื่อนเลยลงมายังกลีบปากของหล่อน ฟาเดลขยับปากอย่างเร่าร้อน ลิ้นของเขาบุกรุกเข้าไปสร้างความซาบซ่านรัญจวนในช่องปากของหล่อนอย่างอำมหิต

“ฟาเดล...”

แองเจลล่าร้องครวญคราง สองมือที่ผลักไสร่างกำยำนั้นเปลี่ยนมาเป็นเกี่ยวกระหวัดรัดแน่นหนาทันที พร้อมกับจูบตอบอย่างเต็มอกเต็มใจ แต่แล้วสวรรค์แสนหวานของหล่อนก็ล่มลงอย่างไม่เป็นท่าเมื่อจู่ๆ คนที่ตะโบมจูบปากของหล่อนอยู่อย่างดุเดือดก็ยุติการกระทำวาบหวามนั้นลงกะทันหัน พร้อมๆ กับถอยออกห่างราวว่าหล่อนนั้นเป็นยิ่งกว่าตัวเชื้อโรคยังไงยังงั้น

“คุณร้อนได้ทุกเวลาจริงๆ น่ะแองจี้...”

“คนบ้า... นายมัน...”

หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากบวมช้ำของตัวเองแน่น มองคนตัวโตอย่างอับอาย ขณะที่เขาแสยะยิ้มหยันหยาม มองหล่อนอย่างขยะแขยงเช่นเดิม

“หวังว่าคุณจะทำให้แท่นบรรทมขององค์ชายบาร์ซาร์ร้อนแรงแบบนี้ทุกคืน”

“ไม่มีทาง ฉันจะไม่มีทางแต่งงานกับองค์ชายบ้าเลือดนั้นเด็ดขาด...”

คนฟังไหวไหล่น้อยๆ ขณะขยับกายเดินไปหยุดที่กลางห้องกว้างที่ถูกตกแต่งเอาไว้อย่างวิจิตร

“บอกแล้วไงว่าคุณหมดสิทธิ์ที่จะตัดสินใจอะไรเองตั้งแต่เหยียบเท้าลงบนพื้นดินของมหานครการ์ซานแล้วล่ะ ชีวิตของคุณตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปอยู่ในอุ้งพระหัตถ์ขององค์ชายบาร์ซาร์แต่เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น”

“ไม่...! ฉันไม่ยอม”

“นั่นมันคือสิ่งที่คุณคิดได้ แต่กระทำไม่ได้... เอาล่ะพักผ่อนซะ แล้วผมจะให้คนมาเชิญเมื่อถึงเวลารับประทานอาหารเย็น...”

แล้วพ่อคนตัวโตที่พูดเองเออเองก็ก้าวยาวๆ เดินออกไปจากห้องพักที่หล่อนถูกนำมากักขังเอาไว้อย่างไม่แยแสอะไรอีก แองเจลล่ามองตามไปด้วยสายตาเจ็บปวด ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่านอกจากถูกพี่ชายแท้ๆ ของตัวเองกักขังแล้วยังต้องมาถูกผู้ชายเถื่อนถ่อยกักขังอีก

“ไอ้คนบ้า... คิดหรือว่าฉันจะยอมอยู่ให้องค์ชายของนายเชือดง่ายๆ ฝันไปเถอะ!”

หญิงสาวเค้นเสียงขุ่นเคืองออกมา ก่อนจะรีบเดินไปชะโงกหน้าต่างมองลงไปยังพื้นดินเบื้องล่าง สูงมาก... หล่อนคิดในใจ แต่ก็โชคดีนักที่หล่อนไม่ได้เกิดมาพร้อมๆ กับโรคกลัวความสูง รอยยิ้มบางๆ แต้มใบหน้างามเมื่อความคิดบางอย่างผุดพรายขึ้นมาในสมอง หล่อนไม่มีทางยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ตัวเองไม่ได้รักอย่างแน่นอน ไม่มีทาง...

ขณะที่แองเจลล่ากำลังมุ่งมั่นที่จะหาทางออกให้กับตัวเองอยู่นั้น ผู้ชายที่หล่อนคิดว่ามีฐานะเป็นแค่บอดี้การ์ดเท่านั้นก็หันมาเอ่ยกับสาวใช้สามคนที่ยืนก้มหน้ารอรับคำสั่งอยู่ด้วยน้ำเสียงที่ฟังยังไงก็ทรงอำนาจเหลือเกินด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ได้แสดงความรู้สึกใดออกมา

“เข้าไปรับใช้คุณแองจี้ เธอต้องการอะไรสรรหามาให้เธอ แต่... สิ่งนั้นจะต้องไม่ขัดคำสั่งของฉัน เข้าใจไหม”

“พวกหม่อมฉันเข้าใจดีเพคะฝ่าบาท...”

ชายหนุ่มไม่ได้พูดคำใดออกมาอีก นอกเสียจากก้าวยาวๆ เดินออกไปจากตำหนักซ้ายด้วยท่าทางสง่างามเช่นเคย

“ฝ่าบาททำเหมือนไม่ใส่ใจองค์สุลตาน่าเลยเนอะ”

สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างเห็นใจเมื่อองค์เหนือหัวของตนเดินออกห่างไปจนลับตาแล้ว

“ก็ฝ่าบาทไม่ได้โปรดจะอภิเษกด้วยสักหน่อย แต่ที่ต้องอภิเษกก็เพราะไม่อยากเสียเพื่อนรักไปเท่านั้นเอง”

สาวใช้อีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจเจ้าเหนือหัวของตัวเองอย่างสุดซึ้ง ขณะที่สาวใช้อีกคนหนึ่งเองก็มีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน

“น่าสงสารฝ่าบาทจังนะ แทนที่จะได้อภิเษกกับคู่หมั้นคู่หมายที่สมน้ำสมเนื้อกันอย่างคุณจาเมล่า”

“เบาๆ หน่อยบิสมา พูดดังแบบนี้ถ้าใครมาได้ยินแล้วนำไปทูลฝ่าบาทล่ะก็ มีหวังหัวขาดกันเป็นแถวแน่”

สาวใช้ที่พูดขึ้นคนแรกเอ่ยเตือน พร้อมๆ กับกวาดสายตามองไปรอบๆ ตัวด้วยความวิตกกังวล

“อย่าปอดแหกไปหน่อยเลยฟาติมา ไม่มีใครได้ยินหรอกน่า” คนถูกเตือนเชิดใส่คำพูดของเพื่อน ก่อนจะเดินนำหน้าเข้าไปในห้องพักของผู้หญิงที่ทุกคนในมหานครการ์ซานรู้ดีว่ากำลังจะได้ขึ้นเป็นองค์สุลตาน่าในเร็ววันนี้ทันที เพื่อนอีกสองคนรีบตามเข้าไปเช่นกัน

“พวกเราคือสาวใช้ประจำตัวของคุณแองจี้ค่ะ”

คนที่กำลังยืนเกาะขอบหน้าต่างและมองลงไปยังพื้นดินด้านล่างหันกลับมามอง

“ฉันไม่ต้องการสาวใช้ ฉันอยากอยู่คนเดียว...”

“แต่ฝ่า... เอ่อ ท่านฟาเดลสั่งพวกเราเอาไว้นะคะ”

ฟาติมาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่ตอนนี้แองเจลล่าไม่สนใจหรอกว่าใครจะเป็นมิตรหรือเป็นศัตรูเพราะหล่อนจะต้องไปจากที่นี่ให้ได้ เร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น

“แล้วนายนั่นให้ข้าวพวกเธอกินหรือไงถึงต้องไปทำตามคำสั่งของเขาอย่างเคร่งครัดแบบนี้ด้วย เอาล่ะ ฉันไม่อยากหัวเสียมากไปกว่านี้ ออกไปซะ ฉันอยากอยู่คนเดียว...”

“ไม่ได้ค่ะ” บิสมาที่ไม่ชอบแองเจลล่าอยู่แล้วตอบเสียงแข็ง แองเจลล่าหรี่ตามองและเดินเข้ามาหา

“เธอเป็นแค่สาวใช้ไม่ใช่หรือ...”

“เอ่อ คุณแองจี้คะ พวกเรา...”

ฟาติมาพยายามจะแก้ตัวให้เพื่อน แต่บิสมาไม่ได้ให้ความร่วมมือด้วยเลย เพราะแม่คุณยังจ้องหน้าแองเจลล่าด้วยสายตาไม่เกรงกลัวเช่นเคย

“เธอหุบปาก... ฉันจะสั่งสอนแม่นี่เอง”

แล้วแองเจลล่าก็ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของสาวใช้อวดดีเต็มแรงจนบิสมาหน้าสะบัด ก่อนจะเค้นเสียงขุ่นเคืองออกมา

“ฝากไปปากนายฟาเดลคนเถื่อนนั่นด้วยนะว่า คนอย่างแองเจลล่าถูกขังได้ไม่นานหรอก ให้เขาระวังเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน...”

หญิงสาวพูดจบก็ผลักร่างของสาวใช้สามคนออกจากห้องพักของตัวเองทันที จากนั้นก็ลงกลอนและรีบวิ่งกลับไปเกาะขอบหน้าต่างอีกครั้ง ดวงตาหวานฉ่ำหรี่มองพื้นดินเบื้องล่างซ้ำๆ กันอยู่นานอย่างคาดคะเนความสูง

“มันน่าจะสิบห้าเมตรกว่าๆ”

หญิงสาวสพึมพำเบาๆ กำลังจะหมุนตัวเดินกลับไปที่เตียง แต่ประตูห้องพักของหล่อนก็ถูกเคาะแรงๆ และเพียงไม่กี่อึดใจมันก็ถูกพังเข้ามา

แองเจลล่าอ้าปากค้างกับเหตุการณ์ตรงหน้า ก่อนจะแหวใส่เสียงสูงทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นฝีมือของใคร “นายฟาเดล นี่นายกล้าดียังไงถึงทำแบบนี้!”

เจ้าของชื่อย่างสามขุมเข้ามาหยุดตรงหน้าหล่อน กระแสความเดือดดาลสะท้อนออกมาจากกายหนุ่มจนหล่อนแสบหูแสบตา

“คุณบอกว่าบ้านเมืองของผมป่าเถื่อน ไร้อารยธรรม แล้วสิ่งที่คุณทำกับคนของผมล่ะเรียกว่าอะไร”

“ฉันทำอะไรไม่ทราบ”

แม้จะรู้ดีว่าคนตัวโตหมายถึงอะไร แต่แองเจลล่าก็อดยียวนกวนประสาทออกไปไม่ได้ อดหมั่นไส้ไม่ได้ที่เห็นตาสุดหล่อนี่ห่วงใยผู้หญิงคนอื่น

ชายหนุ่มแสยะยิ้มก่อนจะเรียกสาวใช้ที่หล่อนฟาดหน้าด้วยฝ่ามือไปหนึ่งทีเข้ามาในห้อง “บิสมา ไหนลองเล่ามาสิว่าเกิดอะไรขึ้น”

แองเจลล่าปลายตามองแล้วก็อดแปลกใจกับร่องรอยบนใบหน้าขาวๆ นั้นไม่ได้ นี่มัน... หล่อนตบไปแค่ทีเดียวเอง ทำไมใบหน้าของยายสาวใช้คนนี้ถึงได้ยับเยินราวกับว่าถูกตบเป็นร้อยทีแบบนี้นะ สงสัยหล่อนถูกเล่นงานเข้าซะแล้วล่ะ แต่คิดหรือว่าหล่อนจะยอมรับในสิ่งที่ไม่ได้กระทำง่ายๆ ฝันไปเถอะ

“คุณแองจี้... ตบหน้าฉันค่ะ”

“ฉันตบเธอกี่ครั้งล่ะ” แองเจลล่าเดินมาหยุดตรงหน้าบิสมา มองอย่างรู้ทัน

“ฝ่า... เอ่อ ท่านฟาเดล... คุณแองจี้มองฉันตาดุอีกแล้วค่ะ”

“ตอแหล! ฉันตบหน้าเธอแค่หนึ่งครั้งเท่านั้น...”

แองเจลล่าเค้นเสียงใส่หน้าบิสมา กำลังจะกระชากมาตบให้ช้ำอีกรอบ แต่ก็ถูกคนตัวโตผลักหล่อนออกเสียก่อน ร่างอรชรเสียหลักล้มลงบนพื้นพรมเต็มแรง สาวใช้อีกสองคนที่อยู่นอกห้องจะวิ่งเข้ามาประคอง แต่เสียงทรงอำนาจที่ฟังแล้วน่าเกรงขามเหลือเกินของฟาเดลก็ห้ามเอาไว้เสียก่อน

“ไม่ต้อง... ผู้หญิงนิสัยแย่ๆ แบบนี้ ไม่จำเป็นต้องมีคนช่วย”

“ไอ้คนเลว... ฉันจะทูลองค์ชายบาร์ซาร์ว่านายกับพวกของนายรังแกฉัน”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED