ภาพปกนิยาย Master & Me คุณท่านของผม

Master & Me คุณท่านของผม

9.3 / 10.0
ในโลกยุคหลังทุนนิยมล่มสลายที่แบ่งแยกผู้คนออกเป็นสามชนชั้น ‘ทวิช’ เด็กหนุ่มผู้โชคร้ายต้องขายตัวเป็นทาสเพื่อความอยู่รอดภายใต้การดูแลของ ‘เวหา จันทรานิรันดร์’ ทว่าเขากลับมีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะไถ่ถอนอิสรภาพให้ตนเองเมื่ออายุครบยี่สิบปี ความเด็ดเดี่ยวและบ้าบิ่นที่ไม่เหมือนใครนี้เองที่ดึงดูดสายตาของเวหาให้เริ่มจับตามองทาสในสังกัดคนนี้อย่างใกล้ชิด จากความรู้สึกนึกสนุกที่ได้เห็นการดิ้นรนกลับแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่หยั่งรากลึกอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อทวิชเปรียบเสมือนนกที่พร้อมจะสยายปีกบินจากไปสู่โลกกว้าง เวหาจึงต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ว่าเขาจะใช้สิ่งเลอค่าใดเพื่อรั้งใจนกตัวนี้ให้ยอมอยู่เคียงข้างท้องฟ้าเช่นเขาตลอดไป

Master & Me คุณท่านของผม ตอนที่ 1

หลังเศรษฐกิจยุคทุนนิยมล่มสลาย ระบบใหม่ก็เข้ามาแทนที่พร้อมกับชนชั้นทั้งสามที่ถือกำเนิด

นาย...ไท...และทาส

ระบบการปกครองที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอดในสังคมอันโหดร้าย

ธรรมชาติคัดสรรให้ผู้ที่แข็งแกร่งอยู่เหนือผู้ที่อ่อนแอกว่าอย่างนั้นหรือ?

คนพวกนั้นก็คือพวกชนชั้น ‘นาย’ อย่างไรล่ะ พวกที่แข็งแกร่งรองลงมา ถึงจะไม่มีอำนาจอยู่ในมือแต่สามารถดูแลจตัวเองได้ พวกนั้นจึงเป็น ‘ไท’ แต่สำหรับ ‘ทวิช’ ที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากบิดามารดา เขาคิดว่าตัวเองเป็นผู้อ่อนแอ

ไม่สิ...ไม่ใช่แค่เขาหรอกที่คิด คนอื่นๆ เองก็คิด เพราะชนชั้นของเขาบ่งบอกความอ่อนแอและล้มเหลวของต้นตระกูลตนอย่างชัดเจน

‘ทาส’…

ทวิชผูกติดกับคำนี้มาตั้งแต่ที่เขายังไม่ออกจากครรภ์ของมารดาด้วยซ้ำ

ทาส...ไม่สามารถอยู่ด้วยตัวเองได้

ทาส...จำต้องมีนายและเข้าสังกัดเพื่อให้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าปกป้อง หากไม่มีนายแล้ว ทาสก็ไม่ต่างอะไรจากเศษขยะ ถูกทำร้ายหรือตายไปสักคน ก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไร เพราะชีวิตมีค่าน้อยยิ่งกว่าตั๋วเบี้ย1ที่ค่าต่ำที่สุดเสียอีก

เขาถูกจำหน่ายเข้าสังกัดนายหลายต่อหลายคน การพลัดพรากจากครอบครัวไม่จบไม่สิ้นทำเอาเขาลืมไปแล้วว่าพ่อแม่ของตนหน้าตาเป็นอย่างไร มีชีวิตอยู่หรือไม่ เขาไม่รู้ทั้งนั้น แต่นั่นก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วเมื่อทาสอย่างเขาต้องมีลมหายใจอยู่เพื่อภักดีกับนาย

ทว่า...มันจะไม่ใช่เมื่อเขาอายุครบยี่สิบปี

เป็นเกณฑ์อายุที่ทาสอย่างเขาจะขอนายปลดแอกจากความเป็นทาสเพื่อเป็นไทได้

หากแต่ตอนนี้ทวิชมีอายุเพียงสิบเก้า เขาต้องรออีกหนึ่งปีเพื่อให้ถึงวันนั้น

“เอ้า ว่าไงไอ้วิช มึงอยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิด รีบบอกไป คุณเขาจะได้เอาไปบอกคุณท่าน”

คุณท่าน...คือสรรพนามเรียกแทนตัวผู้เป็นนายของทาสทุกชีวิตที่นั่งอยู่ตรงนี้ รวมถึงพวกไทที่มาทำงานให้ด้วย ทวิชเหลือบไปมองหน้าชายหนุ่มในชุดสูทที่ทางด้านหลัง รอให้หัวหน้าทาสจดของขวัญวันเกิดที่ทาสที่เกิดในเดือนนี้อย่างเงียบเชียบ โดยปกติแล้วไม่มีนายคนไหนหรอกที่จะมอบของขวัญวันเกิดให้ทาสอย่างนี้ พวกเขาถือคติว่าพวกทาสคือชนชั้นล่างที่ไม่ควรลงไปเกลือกกลั้วหรือใส่ใจ เว้นเสียก็แต่ทาสในสังกัด ‘จันทรานิรันดร์’ ที่มีธรรมเนียมนี้มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ

ทาสทุกคนมีความสำคัญ เป็นแรงงาน เป็นแขนเป็นขา อีกนัยหนึ่ง การมอบของขวัญให้เช่นนี้ก็คือการซื้อใจเพื่อให้ทาสยอมภักดี ไม่อาจหาญขอปลดแอกตัวเองเป็นไท

ทวิชยังคงนึกไม่ออกว่าอยากจะได้อะไรเป็นพิเศษในวันเกิดตัวเอง นั่งนิ่ง เม้มริมฝีปากขบคิดกระทั่งหัวหน้าทาสร้องถามมาอีก

“มึงจะบอกได้หรือยัง หรือของที่มึงอยากได้มีมากจนคิดไม่ตกวะ”

เสียงหัวเราะของบรรดาทาสที่มีวันเกิดในเดือนเดียวกันดังขึ้นขรม แต่ทวิชไม่ได้อยากได้สิ่งของมีค่าใดๆ เลย จึงทำให้เขาเงียบงันอยู่อย่างนี้ เพราะของที่มีค่าสำหรับเขาตอนนี้ก็คือ...

“จะบอกไม่บอก ถ้าไม่บอก กูเอาใบรายชื่อไปให้เขาแล้วนะ”

“คือผม...”

ทวิชหมายจะบอกส่งเดชไปให้เรื่องมันจบๆ แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดต่อ ก็มีเสียงร้องโอดโอยดังขึ้นจากไม่ไกล เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นเสียงจากชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกพวกไทลากออกมาจากทางด้านหลังของอาคารที่เรียกว่า ‘สังเวียน’

ร่างที่โชกชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ใบหน้าบวมปูดและแขนขาที่บิดเบี้ยวผิดรูป ทำให้บรรดาทาสที่เห็นภาพนั้นพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ด้วยรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับทาสคนนั้นคืออะไร

ทาสคนนั้น...ขอปลดแอกตัวเองเป็นไท

การขอปลดแอกแม้จะทำได้เมื่ออายุครบยี่สิบปี แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้โดยง่ายเพราะพวกนายทั้งหลายถือว่าการขอปลดแอกคือการกบฏ

...กบฏย่อมต้องถูกลงโทษ

หากแต่ไม่ใช่การลงโทษด้วยการทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ แต่เป็นการบีบบังคับให้ทาสต้องใช้ชีวิตของตัวเองแลกกับอิสระที่โหยหา ทั้งหมดนั้นก็เพื่อทำให้พวกทาสไม่กล้าที่จะคิดตีตัวจากไป ซึ่งแน่นอนว่าเหล่าทาสที่นั่งหน้าสลอนอยู่ตรงนี้ไม่มีใครสักคนที่กล้าจะเอ่ยปากขอปลดแอก มิหนำซ้ำยังพากันบริภาษทาสผู้น่าสงสารคนนั้นอย่างพร้อมเพรียงอีกด้วย

“อยู่ในสังกัดดีอยู่แล้วแท้ๆ หาเรื่องใส่ตัว คงจะไม่ไหวล่ะสิ”

“ก็แน่ล่ะ ใครมันจะไปไหว นักสู้พวกนั้นไม่ใช่ทาสเหมือนพวกเรา เป็นพวกที่ถูกฝึกมาเพื่อคุมทาส ไม่ตายก็บุญหัวแล้ว”

“แต่มันก็สมควรตาย ตายให้กับความโง่ของมันนั่นแหละ แต่คุณท่านคงไม่ปล่อยให้มันตายหรอก พามันไปรักษาอยู่ดี เนี่ย มีนายที่ไหนบ้างที่แสนดีเหมือนสังกัดนี้ อยู่ดีไม่ว่าดี เจ็บปากตายแบบนี้ก็สมน้ำหน้ามันแล้ว”

ต่างคนต่างก่นด่า ทวิชก้มหน้าลง ครุ่นคิดอะไรบางอย่างด้วยความเงียบงัน

การเป็นไทต้องแลกด้วยชีวิต...

สิ่งนั้นทำให้เขาหวาดกลัวเสียจนสั่นสะท้าน

แต่...กลิ่นของความอิสระมันช่างหอมหวนเหลือเกิน

ต่อให้ต้องหมดลมหายใจ ถึงอย่างนั้นทวิชก็ยังอยากได้มันมาอยู่ในมือ เขาคิดวกวนอยู่แต่เรื่องนี้ ก่อนที่จะได้สติอีกครั้งเมื่อถูกหัวหน้าทาสถามอีกครั้ง

“ว่าไง ตกลงคิดได้หรือยังว่ามึงอยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิด”

ทวิชคิดว่าเขานึกออกแล้ว

“ผม....” พูดพลางสูดหายใจเข้าปอดลึก ก่อนจะบอกออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผมอยากขอปลดแอกตัวเองจากการเป็นทาสครับ”

อ่านต่อ

สารบัญของ Master & Me คุณท่านของผม

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ มนุษย์ทุกคนคงมีสิ่งที่อยากเปลี่ยน แต่ในความเป็นจริงเราไม่อาจเรียกคืนเวลาที่ล่วงเลยไปได้ เช่นเดียวกับชีวิตของเมษาที่พังทลายลงทันทีเมื่อความจริงถูกเปิดเผย เธอต้องตกนรกทั้งเป็นจากความผิดพลาดที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อ แต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิงของผู้อื่น ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อของ ‘ผู้ชายสารเลว’ คนหนึ่งที่ทิ้งรอยแผลลึกเอาไว้ในรูปแบบของการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ หากเพียงวันนั้นเธอกล้าที่จะลุกขึ้นสู้ให้มากกว่านี้ จุดจบของชีวิตคงไม่ต้องมาลงเอยด้วยความสูญเสียและคำประณามที่แสนเจ็บปวด เมษาได้แต่ตั้งคำถามกับโชคชะตาที่ไร้ทางออก ในวันที่สายน้ำและเวลาไม่เคยไหลย้อนกลับมาเพื่อมอบโอกาสที่สองให้เธออีกครั้ง
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย นางบำเรอขัดดอก
9.1
เมื่อภาระหนี้สินบีบคั้นให้อลินชาต้องก้าวเข้าสู่พันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เธอจึงต้องยอมจำนนในฐานะนางบำเรอขัดดอกให้แก่พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ เจ้าหนี้หนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องจะครอบครองเธอทั้งตัวและหัวใจ ในค่ำคืนที่บรรยากาศเป็นใจ พ่อเลี้ยงหนุ่มแสดงออกถึงความต้องการอย่างเปิดเผยพร้อมเอ่ยปากหยอกเย้าหญิงสาวที่เอาแต่จ้องมองเขาด้วยความประหม่า ความพึงพอใจที่กำลังจะได้ครอบครองร่างบางทำให้อารมณ์ของเขาพลุ่งพล่านเกินกว่าจะควบคุม ท่ามกลางความตื่นเต้นที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว อลินชาทำได้เพียงเผชิญหน้ากับความเร่าร้อนที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไร้ทางสู้ในเกมสวาทครั้งนี้
ภาพปกนิยาย สุดที่รักคือเธอ
8.9
นิ่งเฉี่ยนเฉี่ยน เด็กกำพร้าผู้โชคดีได้สมรสกับมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมือง แม้สามีของเธอจะเพียบพร้อมในทุกด้าน แต่ความสัมพันธ์ตลอดสามปีกลับไร้ซึ่งความรัก กระทั่งวันที่เธอเริ่มตั้งครรภ์ เขากลับขอหย่าขาดเพราะปักใจเชื่อว่าต่างฝ่ายต่างมีคนใหม่ ทว่าในจังหวะที่สายใยรักกำลังจะตัดขาด ชายหนุ่มกลับเปลี่ยนใจไม่ยอมปล่อยเธอไปเสียอย่างนั้น ท่ามกลางความสับสนและคำสารภาพรักที่มาพร้อมความบาดหมาง นิ่งเฉี่ยนเฉี่ยนที่กำลังอุ้มท้องลูกของเขาจึงต้องเผชิญกับทางเลือกอันยากลำบากว่าควรจะจัดการกับความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวนี้อย่างไรเพื่อให้ได้พบกับความสุขที่แท้จริง
ภาพปกนิยาย ประธานไล่จีบภรรยา
9.3
อดีตอันขมขื่นของเจียงหยุนเอ๋อเริ่มขึ้นเมื่อเธอถูกวางยาจนมีความสัมพันธ์กับชายแปลกหน้า เหตุการณ์นี้ทำให้เธอถูกขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไร้เยื่อใย ห้าปีต่อมา หญิงสาวเดินทางกลับมาตุภูมิพร้อมพยานรักตัวน้อย ทว่าทันทีที่ถึงสนามบิน เธอกลับถูกกลุ่มคนพาลเข้ามารังแกอย่างอุกอาจ ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังและไร้ทางออก ลูกชายวัยไร้เดียงสากลับวิ่งไปกอดขาบุรุษผู้ทรงอิทธิพลพร้อมเรียกเขาว่าพ่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ ความบังเอิญครั้งนี้ได้พลิกชะตาชีวิตของเธอ นำไปสู่การทวงคืนความยุติธรรมและจุดเริ่มต้นของความรักครั้งใหม่
ภาพปกนิยาย เตี้ยนเซี่ย ท่านไม่หิวหรือ
6.5
อุบัติเหตุตกสู่วังน้ำวนปริศนาไม่ได้พรากชีวิตเยี่ยเม่ย ยอดนักฆ่าสาวจากยุคปัจจุบัน เธอกลับฟื้นขึ้นในดินแดนโบราณที่ไร้บันทึกทางประวัติศาสตร์ และได้เผชิญหน้ากับเป่ยเฉินเสียเยี่ยน องค์ชายสี่แห่งราชวงศ์เป่ยเฉินผู้มีฉายาปีศาจกระหายเลือด การพบพานเขาคือเบาะแสสำคัญที่จะช่วยรื้อฟื้นความทรงจำอันเลือนหาย เยี่ยเม่ยต้องเร่งค้นหาคำตอบว่าเหตุใดโชคชะตาจึงนำพาเธอข้ามมิติมาที่นี่ ตัวตนที่แท้จริงของเธอเชื่อมโยงกับปริศนาทั้งหมดอย่างไร และเรื่องราวลี้ลับนี้อาจไม่ใช่แค่ความบังเอิญ

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED