ไอลดารู้สึกเหมือนกำลังจะตาย แล้วเกิดใหม่ในร่างที่เธอไม่เคยรู้จัก แต่กลับรักมันจนถอนตัวไม่ขึ้น
เมื่อเธอตื่นอีกครั้งบนเตียงของตนเอง ร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อ หัวใจเต้นถี่…และกระจกหน้าห้อง เธอเห็นเงาของตนเองที่หายไปเพียงครึ่งเดียว.
แสงแดดยามเช้าสาดเข้ามาผ่านบานหน้าต่างไม้ไผ่ เสียงนกป่าขับขานเบา ๆ ไอลดาตื่นขึ้นพร้อมเหงื่อชื้นบนแผ่นหลัง และหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอนั่งนิ่งอยู่บนเตียง มองเงาของตัวเองที่สะท้อนบนผนังไม้ เงาที่ไม่สมบูรณ์ เงาที่ขาดหายไปครึ่งหนึ่ง
ในหัวของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยคำถาม
“ฉันกำลังบ้าใช่ไหม” เธอถามตัวเองเบา ๆ ขณะเดินไปล้างหน้า หน้ากระจก รอยนิ้วมือที่เคยเขียนข้อความเมื่อคืนยังจางอยู่บนผิวกระจก
เวลาสาย เธอไปที่ศูนย์วิจัยเพื่อตรวจสอบประวัติของคนไข้ก่อนหน้า ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ "พิมพ์" ซึ่งมีอาการหลอนว่าเงาของตนเองเป็นคนรักและเคยร่วมรักกันทุกคืน ก่อนที่จิตใจจะทรุดและกลายเป็นคนไร้อารมณ์
เอกสารบันทึกไว้ว่า “หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับเงาเป็นเวลานาน คนไข้เริ่มแสดงอาการสูญเสียความเป็นตัวเองทีละน้อย จนสุดท้ายไม่สามารถรับรู้อารมณ์ใด ๆ ได้อีก”
ไอลดาถือแฟ้มแน่น ใจเต้นแรงเมื่อเห็นว่าอาการของพิมพ์…เหมือนกับเธอในตอนนี้
คืนถัดมา
ไอลดาเปิดโคมไฟไว้เพียงดวงเดียว ห้องสลัวพอที่จะให้เงาปรากฏชัดเจน
เธอนั่งนิ่งอยู่บนเตียง สวมเพียงชุดนอนบางเฉียบ ราวกับตั้งใจเรียกเขา
และเขาก็มาจริง ๆ
เงาของคีลค่อย ๆ ปรากฏในกระจก ก่อนที่เขาจะก้าวออกมาช้า ๆ จากเงาสะท้อน ดวงตาสีดำสนิทที่ลุกวาวด้วยปรารถนา สะกดให้เธอลุกขึ้นและเดินเข้าไปหา
“เจ้ายังต้องการข้าอยู่หรือไม่ ไอลดา”
เธอไม่ตอบ แต่ปลายนิ้วกลับยกขึ้นแตะริมฝีปากเขาเบา ๆ
“ฉันไม่รู้ว่านี่คือความจริง หรือฉันกำลังจะเสียสติ…”
เขาโอบเธอเข้ามาแนบอก “หากนี่คือบ้า…ข้าขอให้เจ้าบ้าตลอดไป”
เขาจูบเธออีกครั้ง คราวนี้อ่อนโยน ลึกซึ้ง และยาวนาน มือของเขาไล้ต่ำลงช้า ๆ ลูบไล้สะโพกเนียนก่อนจะดันเธอเบา ๆ ให้ล้มลงบนเตียง
“อย่าคิด…จงรู้สึก” เขากระซิบ พลางใช้ปลายลิ้นแตะลงกลางหน้าอกเธอ ลากวนเหมือนวาดอาคม ร่างของไอลดาสะท้าน เธอหอบเบา ๆ แล้วปล่อยให้เขาครอบครองทุกอณูของร่างกาย
เขาปลดชุดนอนเธอออกอย่างนุ่มนวล ดวงตาไม่ละไปจากใบหน้าของเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว ทุกสัมผัสของเขาราวกับรู้ว่าเธอต้องการตรงไหนที่สุด
“ข้าจะสลักตัวตนของข้าลงในร่างเจ้า…จนไม่มีวันลบได้” เขาเลื่อนริมฝีปากลงต่ำ ไล้ลิ้นผ่านหน้าท้อง ขาอ่อน และลงไปยังจุดที่ไวต่อความรู้สึกอย่างที่สุด
เธอหลุดเสียงครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่น ร่างกายสั่นระริก ความรู้สึกทั้งหมดถาโถมเข้าหาเหมือนคลื่นพายุ
เมื่อเขาฝังตัวเข้ามา ทุกจังหวะที่เคลื่อนไหวคือการแสดงความเป็นเจ้าของ ทุกแรงกระแทกคือการย้ำเตือนว่าเธอเป็นของเขาเพียงคนเดียว
เสียงเนื้อกระทบกันดังสะท้อนในความเงียบ หยาดเหงื่อไหลผ่านร่างทั้งสองที่ร้อนดั่งไฟ ไอลดาหลุดพ้นสู่ความสุขล้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างของเธอกระตุกอย่างบ้าคลั่งเมื่อถึงจุดสุดยอดติดๆ กันหลายครั้ง
เธอร้องเรียกชื่อเขาเหมือนต้องมนต์สะกด แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลงในความมืด
เธอตื่นขึ้นอีกครั้ง…และพบว่าเงาของเธอในกระจกเหลือเพียงครึ่งเดียว
ไอลดานั่งเงียบอยู่ที่ระเบียงไม้ของเรือนไม้หลังเก่า แสงแดดอ่อนของเช้าตรู่ไม่สามารถไล่ความหนาวเย็นในอกเธอออกไปได้ หญิงสาวลูบผิวต้นแขนเบา ๆ ความรู้สึกหนาวที่แปลกประหลาดยิ่งกว่าอุณหภูมิ คือลมหายใจอุ่นของคีลที่เธอเฝ้ารอในทุกค่ำคืน และการหายไปบางส่วนของเงาเธอในกระจก…
ทุกสัมผัสยังอยู่ในร่างกายของเธอ เสียงของเขายังคงวนเวียนอยู่ในหัว
ในคืนที่สี่หลังจากมาถึงหมู่บ้าน ไอลดาไม่เปิดไฟอีกแล้ว เธออยู่ในห้องมืด ปล่อยให้เงาโอบล้อมรอบตัวเอง ชุดนอนบางเฉียบหลุดลุ่ยลงจากไหล่ข้างหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ แต่อีกส่วนหนึ่ง…คือความจงใจ
คีลมาช้าในคืนนั้น เงาของเขาขึ้นชัดเจนบนผนัง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นร่างจริงที่ก้าวเข้ามาหาเธอ
“ข้าเฝ้าดูเจ้า…แม้ในยามเจ้าหลับ”
เสียงเขากระซิบดังมาจากด้านหลัง มือของเขาเลื่อนเข้าโอบเอวเธอ ลมหายใจร้อนแนบต้นคอ ไอลดาหลับตาและเอนศีรษะพิงแผ่นอกของเขา
“ข้าทำให้เจ้ากลัวหรือไม่”
“ไม่…” เธอกระซิบตอบ
“มันน่ากลัวกว่า ถ้าคุณหายไป”
เขายิ้ม มือเลื่อนจากเอวขึ้นมาที่หน้าอก ลูบไล้ช้า ๆ สลับกับบีบคลึงเบา ๆ จนร่างของเธอหอบสะท้าน ทุกสัมผัสของเขาเหมือนรู้จุดอ่อนของเธอทั้งหมด เขาหมุนตัวเธอหันมาเผชิญหน้า และจูบเธออย่างรุนแรง บดขยี้ลึกลงไปทุกจังหวะจนริมฝีปากบวมช้ำ
“ข้าอยากเห็นเจ้าเป็นของข้าทั้งหมด”
เขาอุ้มเธอขึ้นทั้งตัว แล้วพาไปวางลงบนขอบหน้าต่างที่เปิดรับแสงจันทร์ ร่างของเธอเปลือยเปล่าอยู่ใต้แสงสีเงินที่ทำให้ผิวของเธอเหมือนจะเรืองแสง
เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ ใช้ลิ้นลากไล้จากเข่าขึ้นไปอย่างช้า ๆ เหมือนจงใจเผาทุกเส้นประสาท ริมฝีปากนุ่มของเขาครอบครองทุกส่วนอ่อนไหวของเธออย่างไม่ปรานี
เสียงร้องของไอลดาหลุดออกมาเป็นระลอก เธอสั่นไหว ร่างกายเกร็งตัวก่อนจะปลดปล่อยความสุขออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
เขาจูบเธออีกครั้ง คราวนี้คือความหิวกระหายปะปนความรักร้อนแรง เขาดันตัวเข้ามาหาเธอในจังหวะเดียว ลึก…แน่น…จนเธอแทบขาดใจ
ทุกการขยับของเขาคือความคลั่งไคล้ ไอลดาหลุดเสียงครางอีกครั้ง มือขยุ้มแผ่นหลังเขาแน่น ร่างกายของเธอเปลือยเปล่าแนบชิดกับเขาในทุกองศา เสียงเนื้อกระทบกันและเสียงหอบหายใจของทั้งคู่ผสานกันเป็นจังหวะของปรารถนา
“ข้าจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไป” คีลกระซิบข้างหูขณะที่เธอถึงจุดสุดยอดอีกครั้ง
เช้าวันต่อมา ไอลดาลุกขึ้นมามองเงาของตนเองในกระจก…มันแทบไม่มีเหลือ
แต่ในดวงตาของเธอ…กลับมีแววของผู้หญิงที่ไม่เคยมีมาก่อน
หญิงสาวที่เคยซ่อนความปรารถนา กลับกลายเป็นผู้ที่เผชิญหน้าและยอมรับมัน
ไอลดาเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเองอย่างชัดเจน เธอไม่ใช่หญิงสาวผู้เรียบร้อยตามกรอบโลกอีกต่อไป แต่เป็นผู้หญิงที่กล้าสัมผัสความลุ่มหลง…กล้ารับความปรารถนาอย่างไม่ละอายใจ
แต่ความเปลี่ยนแปลงนี้ก็มาพร้อมกับความว่างเปล่าบางอย่าง เธอไม่รู้สึกกลัว ไม่รู้สึกอาย ไม่รู้สึกผิด ไม่รู้สึกอะไรเลย…นอกจากความปรารถนาในตัวคีล
ในคืนที่ห้า เธอยืนเปลือยเปล่ากลางห้องใต้แสงจันทร์ ไม่แม้แต่จะสวมชุดนอนบาง ๆ เพื่อปกปิด เธอรอเขาด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน หัวใจที่อยากให้เขามาครอบครอง…อีกครั้ง
เมื่อเงาของเขาปรากฏขึ้น เธอเดินเข้าไปหาอย่างเงียบงัน
“เจ้ากำลังเปลี่ยนไป” คีลพูดเบา ๆ มือของเขาสัมผัสผิวเธอเบา ๆ
“เพราะเจ้า…ข้าจึงรู้จักตัวเอง”
เธอคว้าคอเขาลงมาจูบก่อนที่เขาจะพูดจบ ร่างกายของเธอแนบชิดกับเขาในทันที ความเร่าร้อนที่ลุกโชนในอกปลุกสัญชาตญาณดิบให้ลุกโชน มือของเธอเลื่อนลงต่ำ ดึงชายเสื้อของเขาออก จนร่างกำยำของเขาเปลือยเปล่าต่อสายตาของเธอ
เขาพาเธอไปที่กระจกบานใหญ่ แล้วหันหลังเธอให้หันหน้าสบตากับตัวเองในเงาสะท้อน
“มองดูตัวเจ้า…หญิงสาวที่ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป”
เธอหอบเบา ๆ ร่างกายเริ่มสั่นเมื่อเขาแนบแผ่นอกเข้าด้านหลัง มือหนึ่งเลื่อนบีบหน้าอก อีกมือลูบต่ำผ่านหน้าท้องอย่างเชื่องช้า
ไอลดาจ้องมองตัวเองในกระจก ดวงตาที่เต็มไปด้วยความต้องการ ผิวเนื้อที่แดงระเรื่อจากแรงสัมผัส ริมฝีปากที่เผยอออกด้วยความหอบ…เธอแทบจำตัวเองไม่ได้
คีลแทรกตัวเข้ามาในเธออย่างลึกล้ำจากด้านหลัง ร่างกายของเขาร้อนวูบวาบ ความแน่นที่สอดแทรกเข้ามาอย่างไม่ปรานี ทำให้เธอเผลอหลุดเสียงครางแผ่วอย่างอดไม่ได้
เขาเคลื่อนจังหวะช้า ๆ แต่หนักแน่น มือยังคงบีบเค้นทรวงอกของเธออย่างร้อนแรง เสียงกระทบเนื้อดังซ้ำ ๆ เป็นจังหวะเร้าใจ
“เจ้าชอบมองตัวเองในยามเป็นของข้าหรือไม่” เขากระซิบ
ไอลดาพยักหน้าทั้งที่แทบทรงตัวไม่อยู่ เธอกำลังละลายอยู่ใต้สัมผัสของเขา
คีลเร่งจังหวะ กระแทกลึกขึ้น รุนแรงขึ้น เสียงครางของเธอกลืนไปกับเสียงหอบหายใจ มือของเขาจับสะโพกเธอไว้แน่น ร่างของเธอสั่นสะท้านขณะถึงจุดสูงสุดอย่างรุนแรง
เธอล้มลงในอ้อมแขนของเขา หอบเหนื่อย ปล่อยให้เขากอดกระชับไว้แน่น
ยามเช้า ไอลดาเดินไปหน้ากระจก…และไม่เห็นเงาของตัวเองอีกต่อไปเลย
แต่แทนที่ความตื่นตระหนก มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า
เธอกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของเขา…โดยสมบูรณ์
เสียงลมยามค่ำคืนพัดผ่านเรือนไม้สักโบราณ เงาไม้ไหวพลิ้วบนผนังห้อง เสียงกระจกแกรกเบา ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง ไอลดาไม่สะดุ้ง ไม่ตกใจ ไม่แม้แต่จะเหลียวมอง เธอเพียงแค่นั่งนิ่งบนเตียง เปลือยเปล่าภายใต้แสงเทียนเล่มเล็กที่ส่องวูบไหวในห้อง
เพียงเสี้ยวนาที คีลก็ก้าวออกมาจากเงา ร่างสูงสง่าดั่งเทพเจ้ารัตติกาล แววตาเขาเรืองรองและเร่าร้อนกว่าเคย
“เจ้าพร้อมหรือยัง…สำหรับการเป็นหนึ่งเดียวกับข้า”
ไอลดาลุกขึ้นช้า ๆ เดินเข้าไปหาเขาโดยไม่พูดคำใด เธอวางมือลงบนอกเขา ลูบไล้อย่างแผ่วเบา รู้สึกถึงชีพจรที่เต้นแรงของเขาใต้ฝ่ามือ
คีลจับมือเธอไว้แน่น ก่อนจะพาเธอเดินไปยืนหน้ากระจกเงาบานใหญ่ที่เคยสะท้อนเงา…แต่บัดนี้ไม่สะท้อนอะไรอีกเลย
เขาหยุดอยู่ข้างหลัง ก้มกระซิบที่ซอกคอ “คืนนี้จะไม่มีเส้นแบ่งอีกต่อไป…ไม่มีเงา ไม่มีร่าง…มีเพียงเรา”
ริมฝีปากเขาแนบจูบลงบนไหล่เธอ ไล่ขึ้นมาที่ต้นคอ จนเธอครางเบา ๆ ออกมาอย่างลืมตัว เขาโอบเธอไว้ทั้งตัว ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ไปตามผิวกายร้อนรุ่มของเธอช้า ๆ เหมือนจดจำทุกเส้นทาง
ไอลดาหันหน้ามาประจันหน้ากับเขา สายตาสั่นไหวด้วยความปรารถนาและความกลัวผสมกัน
“ข้าเชื่อใจเจ้า…” เธอกระซิบ
คีลดึงเธอเข้าสู่อ้อมแขน ริมฝีปากแนบชิดกับของเธอในทันที ลิ้นของเขาสอดแทรกเข้ามา ละเมียดละไมแต่ดุจเปลวไฟที่แผดเผา ร่างของไอลดาเริ่มสั่นสะท้านเมื่อเขาอุ้มเธอขึ้น และวางร่างลงบนเบาะผ้าไหมข้างกระจก
เขานั่งคุกเข่าอยู่ระหว่างเรียวขาของเธอ ดวงตาจับจ้องอย่างกระหาย มือของเขาเลื่อนขึ้นลูบขาอ่อนอย่างเชื่องช้า ไล้ปลายนิ้วผ่านจุดอ่อนไหวที่สุดของเธอ จนเธอสะดุ้ง หายใจหอบแรง
“คีล…” เธอร้องเรียกชื่อเขาอย่างแผ่วเบา
เขายิ้ม ยกเรียวขาเธอขึ้นพาดบนบ่าตัวเอง ก่อนจะโน้มตัวลงมาช้า ๆ
ทุกการเคลื่อนไหวของเขาคือความตั้งใจ เขาไม่เร่งรีบ แต่ทุกสัมผัสกลับทรงพลัง ลิ้นของเขาแตะจุดกลางกายเธอเบา ๆ ก่อนจะไล้วน จนเธอแทบระเบิดเป็นเศษเสี้ยวของความรู้สึก
เสียงครางของเธอดังสอดประสานกับเสียงหายใจของเขา คีลเงยหน้าขึ้น จับมือเธอวางไว้บนหน้าท้องของตัวเอง แล้วเคลื่อนร่างขึ้นมาแนบชิด
เธอมองเขา…ก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อรู้สึกถึงการสอดแทรกที่ลึกและแน่นจนเธอร้องครางเสียงสูง ร่างทั้งสองเชื่อมกันเป็นจังหวะช้า ๆ ลึก…และแน่น
เขาจับคางเธอให้มองสบตา “มองดูข้าในยามครอบครองเจ้า…มองดูตัวเจ้าที่กำลังกลายเป็นของข้า”
ไอลดาหอบถี่ สะโพกกระตุกตอบรับ ทุกจังหวะที่เขาขยับ ร่างเธอก็ยิ่งเกร็งกระตุก ลมหายใจติดขัด เสียงครางขาดเป็นห้วง ๆ ความสุขซ่านแผ่ซ่านจากจุดศูนย์กลางจนทั่วร่าง
“คีล!…” เธอครางออกมาเสียงกระเส่า ก่อนจะถึงจุดสุดยอดพร้อมกับแสงเทียนที่วูบดับในพริบตา
เมื่อแสงจันทร์ส่องลงมากระทบผิวเนื้อของเธออีกครั้ง ไอลดานอนอยู่ในอ้อมแขนเขา ร่างกายแนบสนิทเป็นเนื้อเดียว
ไม่มีเงาใดอีกต่อไป
มีเพียงไอลดา…และคีล
เป็นหนึ่งเดียวกัน อย่างสมบูรณ์
ร่างเปลือยของไอลดาซุกซบอยู่ในอ้อมแขนของคีล เธอหอบแผ่วเหมือนยังไม่ฟื้นจากพายุราคะที่เขาพาเธอล่องลอยไปสัมผัส ไอลดาคิดว่าคงไม่มีสิ่งใดในโลกนี้อีกแล้ว ที่จะปลุกสัญชาตญาณเธอให้ลุกไหม้ได้เท่ากับสัมผัสจากเขา
แต่คืนนี้…คีลกลับไม่หยุดเพียงเท่านั้น
เขากระซิบข้างใบหูเธอด้วยเสียงทุ้มต่ำปนแหบพร่า
“ข้ายังไม่พอ…ข้ายังต้องการเจ้าอีก”
ยังไม่ทันที่ไอลดาจะตอบรับ ร่างของเธอก็ถูกจับพลิกขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังแนบลงกับเบาะนุ่ม สะโพกของเธอถูกยกขึ้นอย่างง่ายดายด้วยฝ่ามือใหญ่ที่ร้อนผ่าว ก่อนที่คีลจะโน้มตัวลงมากระซิบชิดริมฝีปาก
“คราวนี้…เจ้าจะไม่มีทางหนีจากข้าได้อีกเลย”
เขาเลียริมฝีปากก่อนจะจูบเธออย่างลึกซึ้ง กลืนกินเสียงหอบของเธออย่างโหยหา ลิ้นเขาละเลียดไปตามแนวสันกราม ไล่ลงที่ลำคอ ไล้เรื่อยมาจนถึงยอดอก แล้วขบเบา ๆ จนไอลดาแอ่นอกขึ้นรับเสียงครางหลุดจากริมฝีปากแบบห้ามไม่อยู่
“คีล…ได้โปรด…” เธออ้อนวอนทั้งเสียงและสายตา ร่างกายร้อนฉ่าราวกับถูกสาปด้วยไฟปรารถนา
เขาเลื่อนตัวลงต่ำ จับเรียวขาเธอกางออกช้า ๆ แล้วกดปลายจมูกลงกลางต้นขา สูดกลิ่นหอมของกายสาวที่กำลังเบ่งบาน ลิ้นของเขาแตะไล้วนอย่างช่ำชอง ความเสียวซ่านพุ่งปราดขึ้นสู่สมองอย่างรุนแรง
เธอกระตุกเฮือก เสียงครางขาดห้วง ลมหายใจติดขัด ก่อนจะหลุดชื่อเขาออกมาอีกครั้งพร้อมน้ำเสียงที่สั่นระริก
“อา…คีล…เจ้า…ทำให้ข้าจะขาดใจอยู่แล้ว…”
เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะฝังร่างเข้าหาเธออีกครั้ง
คราวนี้…หนักหน่วง ดุดัน ดิบเถื่อน
เสียงกระแทกดังสนั่น ห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน ร่างของไอลดาถูกคีลจับยกขึ้นจนลอยเหนือเบาะ ฝ่ามือเขาตรึงสะโพกเธอไว้แน่น ก่อนจะขยับเข้าออกเป็นจังหวะรัวเร็ว จนเธอต้องกรีดร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่