ภาพปกนิยาย ภรรยาที่แสนดีได้ตายไปแล้ว

ภรรยาที่แสนดีได้ตายไปแล้ว

9.0 / 10.0
ความหวังที่จะเซอร์ไพรส์สามีด้วยข่าวดีเรื่องลูกหลังรอคอยมา 5 ปี กลับกลายเป็นฝันร้ายที่แสนหดหู่ เมื่อนิดถูกเรณูเลขาฯ ของภูผาขัดขวางและดูหมิ่นอย่างรุนแรง เธอถูกลากไปขังและถูกทำร้ายด้วยการเหยียบย่ำหน้าท้องอย่างทารุณจนแท้งลูกท่ามกลางกลิ่นแกงมัสมั่นและคาวเลือด แม้ภูผาจะเข้ามาพบความจริงและจัดการเลขาฯ อย่างบ้าคลั่ง แต่มันก็สายเกินไปที่จะเยียวยาจิตใจที่แตกสลาย นิดคนเดิมที่เคยอ่อนหวานได้ตายจากไปพร้อมกับลูกน้อยในครรภ์ ทิ้งไว้เพียงความเย็นชาและไฟแค้นที่แผดเผาความรักจนหมดสิ้น จากนี้จะไม่มีภรรยาผู้แสนดีอีกต่อไป มีเพียงแม่ที่พร้อมจะทวงคืนความยุติธรรมและลากทุกคนที่ทำลายชีวิตลูกของเธอลงนรกเพื่อชดใช้กรรม

ภรรยาที่แสนดีได้ตายไปแล้ว ตอนที่ 1

การรอคอยลูกน้อยมาตลอด 5 ปี จบลงอย่างน่าเวทนาใต้ฝ่าเท้าของเลขาฯ สามี

เธอกระทืบท้องฉันจนเลือดไหลนองพื้น ปะปนกับแกงมัสมั่นที่ฉันตั้งใจทำมาเซอร์ไพรส์เขา

พี่ภูมาถึงทันเวลาเห็นลูกจากไป แต่มาช้าเกินกว่าจะรักษาหัวใจที่แหลกสลายของฉันได้

ฉันหิ้วปิ่นโตไปหา 'พี่ภู' ที่บริษัท หวังจะบอกข่าวดีเรื่องตั้งครรภ์ที่เราเฝ้ารอมานาน

แต่ 'เรณู' เลขาฯ หน้าห้องกลับขวางทางและมองฉันด้วยสายตาเหยียดหยาม ด่าว่าฉันเป็นผู้หญิงชั้นต่ำที่หวังจับท่านประธาน

เธอไม่ฟังคำอธิบาย สั่งรปภ.ลากฉันไปขังในห้องประชุม แล้วใช้ส้นสูงขยี้ลงบนหน้าท้องของฉันอย่างเลือดเย็น

"ไหนดูซิว่าท้องจริงไหม!"

เสียงหัวเราะของเธอดังลั่น ขณะที่ความเจ็บปวดแล่นพล่านและเลือดสีสดไหลทะลักออกมาจากหว่างขาของฉัน

วินาทีที่พี่ภูเปิดประตูเข้ามา กลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปทั่วห้องผสมกับกลิ่นแกง

เขาคลุ้มคลั่งเหมือนสัตว์ป่าเมื่อรู้ความจริง พุ่งเข้าทำร้ายเรณูจนปางตายท่ามกลางเสียงกรีดร้อง

แต่สำหรับฉัน... คำขอโทษและน้ำตาของเขามันไร้ค่าเสียแล้ว

นิดคนเดิมที่แสนอ่อนหวานและมองโลกในแง่ดี ได้ตายไปพร้อมกับลูกในท้องตั้งแต่วินาทีนั้น

ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงโรงพยาบาลด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชา

ความรักที่มีให้สามีมอดไหม้จนหมดสิ้น เหลือเพียงไฟแค้นที่โชติช่วง

จากนี้ไป จะไม่มีภรรยาที่แสนดีอีกแล้ว จะมีแต่แม่ผู้เคียดแค้นที่พร้อมจะลากทุกคนที่ทำร้ายลูกของฉันลงนรก

บทที่ 1

คุณนิด POV

ฉันรู้สึกปวดท้องหน่วงๆ มาสองสามวันแล้ว มันไม่ใช่ความปวดที่รุนแรง แต่เป็นความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ฉันคิดว่าตัวเองแค่เหนื่อยจากการทำงานบ้านมากกว่าปกติ

ฉันพยายามเมินเฉยความรู้สึกนั้น เพราะคิดว่ามันคงจะหายไปเองเมื่อได้พักผ่อน แต่แล้วมันก็ยังคงอยู่ ไม่ได้หายไปไหนเลย

ฉันตัดสินใจไปหาหมอในวันรุ่งขึ้น ฉันคิดว่ามันอาจจะเป็นแค่โรคกระเพาะ หรืออะไรทำนองนั้น ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้นเลย

คุณหมอตรวจร่างกายฉันอย่างละเอียด หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ยื่นแผ่นกระดาษบางๆ มาให้ฉัน

ฉันมองกระดาษแผ่นนั้นงงๆ แล้วเลื่อนสายตาไปที่คุณหมอเพื่อขอคำอธิบาย

"ยินดีด้วยนะคะคุณนิด คุณกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ค่ะ" คุณหมอพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

คำพูดของคุณหมอเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ

ฉันกะพริบตาถี่ๆ ไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกหรือไม่ ตั้งครรภ์? นี่ฉันกำลังท้องเหรอ?

น้ำตาอุ่นๆ ไหลรินลงมาบนแก้มโดยไม่รู้ตัว มันเป็นน้ำตาแห่งความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ฉันกับพี่ภูพยายามมาห้าปีแล้ว ห้าปีเต็มๆ ที่เราเฝ้ารอวันนี้

ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เราพยายามจะมีลูก แล้วต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า พี่ภูก็ยังคงกอดฉันไว้แน่น

เขาจะลูบหัวฉันเบาๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรัก

"ไม่เป็นไรนะนิด เรายังมีความหวังเสมอ พี่จะอยู่ตรงนี้กับนิด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น"

เขาพูดแบบนั้นเสมอ ฉันยังจำแววตาที่เจ็บปวดซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มปลอบใจของเขาได้ดี

ฉันรู้ว่าบางทีเขาก็คงจะเหนื่อยล้าเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่เคยแสดงให้ฉันเห็นเลย

เราแต่งงานกันอย่างลับๆ มานานหลายปีแล้ว พี่ภูไม่ต้องการให้สื่อมวลชนมายุ่งกับชีวิตส่วนตัวของฉัน เขาอยากปกป้องฉันจากโลกภายนอกที่วุ่นวาย

และนั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องเก็บเรื่องการตั้งครรภ์นี้ไว้เป็นความลับก่อน ฉันอยากจะเซอร์ไพรส์เขาด้วยข่าวดีนี้ด้วยตัวเอง

คุณหมอบอกว่าฉันตั้งครรภ์ได้ประมาณแปดสัปดาห์แล้ว

"ช่วงนี้ต้องระวังเป็นพิเศษนะคะคุณนิด ห้ามยกของหนัก งดกิจกรรมที่ต้องใช้แรงเยอะๆ ที่สำคัญคืออย่าเครียดนะคะ" คุณหมอบอกด้วยน้ำเสียงเน้นย้ำ

ฉันพยักหน้ารับคำอย่างตั้งใจ

ย้อนกลับไปคิด ฉันรู้สึกว่าตัวเองช่างไม่ทันสังเกตเอาเสียเลย ตลอดเดือนที่ผ่านมา ฉันกินเยอะขึ้น พักผ่อนมากขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกเพลียอยู่ตลอดเวลา

ฉันคิดว่าตัวเองแค่พักผ่อนไม่พอ แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไม

ความรู้สึกผิดผุดขึ้นมาในใจเล็กน้อยที่ฉันไม่ทันได้ใส่ใจร่างกายตัวเองให้มากกว่านี้

แต่แล้วความรู้สึกนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความสุขและความตื่นเต้นอย่างรวดเร็ว

ฉันต้องเก็บความลับนี้ไว้ก่อน ฉันอยากเห็นสีหน้าของพี่ภูตอนที่เขารู้ข่าวดีนี้

ฉันตัดสินใจทำแกงมัสมั่น เนื้อที่พี่ภูชอบ เพื่อเป็นของขวัญเซอร์ไพรส์

ฉันตั้งใจทำทุกขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน ใส่ความรักและความหวังทั้งหมดลงไปในหม้อแกงนั้น

กลิ่นหอมของเครื่องแกงและเนื้อนุ่มๆ ลอยฟุ้งไปทั่วครัว

เมื่อแกงมัสมั่นเสร็จเรียบร้อย ฉันตักใส่ปิ่นโตอย่างบรรจง

ฉันเลือกชุดที่เรียบง่ายที่สุด กางเกงผ้าเนื้อนิ่มและเสื้อยืดหลวมๆ เพื่อความสบายและปลอดภัยของลูกในท้อง

ฉันขับรถไปที่บริษัทจิระกรุ๊ปด้วยหัวใจที่เต้นระรัว

ตึกสูงเสียดฟ้าตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า เหมือนกับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของพี่ภู

ฉันก้าวลงจากรถพร้อมปิ่นโตในมือ ความตื่นเต้นปนกับความประหม่าเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

ฉันเดินเข้าไปในล็อบบี้ของบริษัท คนเยอะมาก ผู้หญิงหลายคนแต่งตัวสวยงามดูดี มีทั้งสวยคม หรือสวยหวาน

ฉันเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ พลางบอกพนักงานว่ามาหาคุณภูริภัทร

ทันใดนั้น เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังกรอบแกรบ ก็ตรงเข้ามาหาฉัน

"คุณเป็นใครคะ มาทำอะไรที่นี่" เสียงนั้นเย็นชาและเฉียบขาด ฉันหันไปมอง เธอคือเรณู หัวหน้าเลขาฯ ของพี่ภู

ฉันเคยเจอเธอสองสามครั้งตอนไปงานเลี้ยงแบบส่วนตัวกับพี่ภู แต่เราไม่เคยคุยกันเลย

เธอจ้องมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร

"ฉัน... ฉันมาหาคุณภูริภัทรค่ะ พอดีเอาแกงมัสมั่นมาให้เขา" ฉันตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นมิตรที่สุด

เรณูหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเดินมาใกล้ฉันมากขึ้น

"หาคุณภูริภัทรเหรอคะ? แล้วคุณคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงได้มาที่นี่ แล้วจะมาเจอท่านประธานได้ง่ายๆ แบบนี้คะ?" เธอเน้นคำว่า "ง่ายๆ" อย่างจงใจ

สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม

"ฉัน... ฉันแค่อยากจะเอาของที่เขาชอบมาให้เขาค่ะ" ฉันยังคงพยายามอธิบาย

ฉันไม่อยากให้เรื่องของเราถูกเปิดเผยโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ทำงานของพี่ภู

เรณูแค่นเสียง "คุณนี่มันหน้าไม่อายจริงๆ นะคะ แต่งตัวแบบนี้ คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงได้กล้ามาเสนอหน้าถึงที่นี่"

เธอพยายามยื่นมือมาคว้าปิ่นโตในมือฉัน

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเอาไปให้เขาเอง" ฉันพยายามหลบมือเธอ

ใบหน้าของเรณูบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เธอไม่พูดอะไรอีกแล้ว แต่กลับกระชากปิ่นโตในมือฉันไปอย่างแรง

ฉันเซถอยหลังไปสองสามก้าวเกือบจะล้ม

"นี่มันอะไรกันคะ!" ฉันรู้สึกตกใจกับท่าทางของเธอ

"ผู้หญิงชั้นต่ำอย่างเธอ ไม่สมควรแม้แต่จะหายใจร่วมอากาศเดียวกับท่านประธาน" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

เรณูหันไปสั่งบอดี้การ์ดสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"ลากนางนี่ออกไปจากที่นี่ซะ แล้วดูแลให้ดี อย่าให้ใครเห็น" เธอพูดเหมือนฉันเป็นสิ่งของที่ไร้ค่า

บอดี้การ์ดสองคนตรงเข้ามาจับแขนฉันคนละข้างอย่างแรง

"ปล่อยนะ! พวกคุณจะทำอะไร!" ฉันตะโกนสุดเสียง พยายามดึงแขนตัวเองออก แต่ไม่เป็นผล

พวกเขาลากฉันไปตามทางเดินอย่างรวดเร็ว

ฉันพยายามดิ้นรนสุดกำลัง รู้สึกเจ็บแปลบที่แขน แต่ก็ยังพยายามปกป้องท้องของตัวเองไว้

พวกเขาลากฉันตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ที่อยู่ปลายสุดของโถงทางเดิน

ทันทีที่เข้ามาในห้องประชุม พวกเขาก็เหวี่ยงฉันลงกับพื้นอย่างแรง

ฉันล้มกระแทกพื้นอย่างจัง รู้สึกเจ็บไปทั้งตัว

สิ่งที่ฉันทำได้คือเอามือทั้งสองข้างกอดท้องตัวเองไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ

เรณูเดินเข้ามาใกล้ฉัน เธอจ้องมองลงมาด้วยสายตาที่เย็นชาและเหี้ยมเกรียม

"ผู้หญิงอย่างแกมันก็แค่พวกอยากได้เงิน อยากจะจับท่านประธานใช่ไหม" เธอพูดพลางยกเท้าขึ้นเหยียบที่ศีรษะของฉัน

ฉันรู้สึกถึงความเจ็บปวดและความอัปยศอดสูที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง

แกงมัสมั่นที่เคยอยู่ในปิ่นโต ตอนนี้ถูกเทราดลงบนพื้นพรมสีเทาเข้มเหนือน้ำหอมแพงๆ ของฉัน

กลิ่นแกงมัสมั่นหอมฉุยปนกับกลิ่นน้ำหอมฉุนกึก

ฉันรู้สึกแสบร้อนที่ผิวหนัง เสื้อผ้าที่เคยสะอาดตอนนี้เปื้อนคราบแกงไปหมด

ฉันอดทนความเจ็บปวดทั้งหมดนี้ไว้เพื่อลูกในท้อง ฉันต้องไม่เป็นอะไร ลูกของฉันต้องปลอดภัย

เรณูยังคงใช้เท้าเหยียบศีรษะของฉันไว้ เธอเงยหน้ามองลูกน้องคนอื่นๆ ที่ยืนดูอยู่

"เอาเลยสิ! ใครที่อยากจะสั่งสอนผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้ก็เข้ามาเลย!" เธอพูดด้วยรอยยิ้มเย็นชา

ลูกน้องของเรณูหลายคนเดินเข้ามาใกล้ พวกเขามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ

บางคนหัวเราะเยาะ บางคนก็พูดจาดูถูก

"ไหนดูสิว่าอร่อยแค่ไหน" เรณูพูดพลางก้มลงมา แล้วใช้มือบังคับหน้าฉันลงไปจุ่มกับแกงมัสมั่นที่หกอยู่บนพื้น

ฉันรู้สึกถึงความร้อนของแกงที่เปื้อนเต็มใบหน้า จมูกรับรู้ถึงกลิ่นเครื่องเทศที่ฉุนกึก

ฉันพยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่สามารถขยับตัวได้เลย

ร่างกายของฉันเริ่มรู้สึกแย่ลงไปอีก ความปวดหน่วงๆ ที่ท้องเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ฉันอยากจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่เรณูกลับใช้มืออีกข้างบีบคอฉันไว้แน่น

เสียงหัวเราะของเรณูและลูกน้องดังก้องอยู่ในห้องประชุม มันเป็นเสียงหัวเราะที่น่ากลัวและเย็นชาที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมาทั้งชีวิต

ทันใดนั้น เสียงประตูห้องประชุมก็ดังแกร๊กเหมือนมีคนกำลังจะเปิดเข้ามา

เรณูและทุกคนที่อยู่ในห้องหยุดชะงักทันที พวกเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก

"ใคร!" เรณูตะโกนอย่างตกใจ

เสียงประตูถูกผลักเข้ามา

"ท่านประธานครับ! ท่านประธานครับ!" เสียงพนักงานคนหนึ่งตะโกนอย่างร้อนรน

ฉันพยายามเงยหน้าขึ้นมอง แต่ร่างกายของฉันมันอ่อนแรงเหลือเกิน

ฉันได้แต่หวังว่าใครที่เข้ามาจะช่วยฉันได้ ลูกของฉัน... ลูกของฉันต้องปลอดภัย

อ่านต่อ

สารบัญของ ภรรยาที่แสนดีได้ตายไปแล้ว

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย เพรงมายา
8.3
คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
ภาพปกนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง แต่เขากลับจงใจแกล้งยึดผ้าห่มไว้เพียงเพื่อจะชื่นชมความงดงามของเธอให้เต็มตา ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านทำให้เขาต้องฝืนใจถอยห่างเพื่อไม่ให้เธอบาดเจ็บไปมากกว่านี้ ก่อนจากไปเขาประทับจูบอย่างแสนรักพร้อมย้ำเตือนถึงข้อตกลงลับระหว่างกัน ชติรสยอมเสียสละตนเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว โดยมีเงื่อนไขว่าเขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับลิก้าอย่างเด็ดขาด แม้จะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและอับอายที่ถูกตราหน้าว่าน่าหลงใหลกว่าใคร แต่เธอก็พร้อมจะทำทุกทางเพื่อรักษาคำสัญญานี้ไว้ แม้ต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีของตนเองก็ตาม
ภาพปกนิยาย เมียหวานของประธาน
9.3
เธอตัดสินใจสวมรอยเป็นเจ้าสาวกำมะลอเข้าพิธีวิวาห์กับประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล เพื่อปกป้องสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอันเป็นดั่งบ้านหลังเดียวของเธอ ชีวิตหลังแต่งงานดำเนินไปบนความหลอกลวง เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและความกดดันจากการสวมบทบาทเป็นคนอื่น ทว่าความผูกพันก็เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางคำโกหก เมื่อความลับเรื่องตัวตนที่แท้จริงถูกเปิดเผย เธอจะต้องเผชิญผลกระทบอันหนักหน่วงเช่นไร ความสัมพันธ์ที่สร้างบนรากฐานของการหลอกลวงจะกลายเป็นความรักได้หรือไม่ หรือทุกสิ่งจะพังทลายลงทันที
ภาพปกนิยาย คุณชายมหาเศรษฐีระดับท็อป
9.2
หลิน ฟาน ต้องเผชิญกับความอัปยศเมื่อถูกแฟนสาวบอกเลิกต่อหน้าสาธารณชนด้วยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามว่าเขาเป็นเพียงคนจนไร้อนาคต หลังจากที่เขาจับได้ว่าเธอแอบนอกใจ ในขณะที่เขากำลังเจ็บปวดและตั้งปณิธานว่าจะต้องสร้างเนื้อสร้างตัวเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนมา เขากลับได้รับสายจากพ่อบ้านประจำตระกูลที่แจ้งว่าการทดสอบความลำบากได้สิ้นสุดลงแล้ว เดิมทีเขาเข้าใจว่าครอบครัวเป็นเพียงนักธุรกิจระดับสิบล้าน แต่เมื่อเขาเดินทางไปรับเงินค่าใช้จ่ายตามคำบอกเลิก เขากลับต้องตกตะลึงเมื่อพบกับขุมทรัพย์มหาศาลในห้องนิรภัย ทั้งทองคำและเพชรพลอยล้ำค่า ความจริงเปิดเผยว่าตระกูลของเขามีมูลค่าสูงถึงล้านล้านบาท ชีวิตของนายน้อยผู้มั่งคั่งระดับท็อปจึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
ภาพปกนิยาย หัวใจเมียน้อย
8.5
เรื่องราวความรักที่เริ่มต้นขึ้นจากภาระหนี้บุญคุณอันหนักอึ้ง เมื่อหญิงสาวจำเป็นต้องตัดสินใจสละสิ่งที่มีค่าที่สุดอย่างพรหมจรรย์เพื่อเป็นการตอบแทนความช่วยเหลือที่ได้รับในครั้งแรก ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องติดค้างบุญคุณซ้ำสอง ซึ่งในครั้งนี้สิ่งที่เธอต้องสูญเสียไปกลับไม่ใช่เพียงแค่ร่างกาย แต่รวมถึงหัวใจทั้งดวงที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงเมียน้อย เธอจะจัดการกับความรู้สึกที่ถลำลึกและพันธนาการแห่งบุญคุณที่ผูกมัดเธอไว้ได้อย่างไรในโลกแห่งความจริงที่แสนเจ็บปวด
ภาพปกนิยาย ชีค หัวใจทระนง
9.4
เมื่อเจ้าหญิงตัวน้อยเริ่มเติบโต ชีคกาเบรียนมีความตั้งใจให้ธิดาได้เรียนรู้ภาษาของมารดาผู้ล่วงลับ จึงตัดสินใจว่าจ้างครูสอนภาษาชาวไทย ทว่ากฤติกาหรือดาวลูกไก่ที่มาถึง กลับไม่ใช่ครูในอุดมคติเพราะเธอพกความแก่นเซี้ยวมาเต็มพิกัด นอกจากสอนภาษาแล้วเธอยังพาลูกสาวท่านชีคซนจนเหล่าบริวารต่างพากันปวดหัว แต่ความสดใสและเป็นธรรมชาติกลับสั่นคลอนหัวใจของชีคหนุ่มอย่างไม่รู้ตัว ท่ามกลางบรรยากาศความรักที่ผลิบาน ภัยจากสงครามแบ่งแยกดินแดนกลับปะทุขึ้น เมื่อดาวลูกไก่ถูกลักพาตัวเพื่อใช้เป็นข้อต่อรองทางการเมือง แม้หน้าที่ต่อแผ่นดินจะยิ่งใหญ่ แต่ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมสูญเสียหญิงคนรักไปเหมือนในอดีต ชีคกาเบรียนจึงตัดสินใจลอบออกจากวังเพื่อบุกไปช่วยเหลือเธอด้วยหยาดเหงื่อและคมดาบของตนเอง

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED