ตอน 1

การรอคอยลูกน้อยมาตลอด 5 ปี จบลงอย่างน่าเวทนาใต้ฝ่าเท้าของเลขาฯ สามี

เธอกระทืบท้องฉันจนเลือดไหลนองพื้น ปะปนกับแกงมัสมั่นที่ฉันตั้งใจทำมาเซอร์ไพรส์เขา

พี่ภูมาถึงทันเวลาเห็นลูกจากไป แต่มาช้าเกินกว่าจะรักษาหัวใจที่แหลกสลายของฉันได้

ฉันหิ้วปิ่นโตไปหา 'พี่ภู' ที่บริษัท หวังจะบอกข่าวดีเรื่องตั้งครรภ์ที่เราเฝ้ารอมานาน

แต่ 'เรณู' เลขาฯ หน้าห้องกลับขวางทางและมองฉันด้วยสายตาเหยียดหยาม ด่าว่าฉันเป็นผู้หญิงชั้นต่ำที่หวังจับท่านประธาน

เธอไม่ฟังคำอธิบาย สั่งรปภ.ลากฉันไปขังในห้องประชุม แล้วใช้ส้นสูงขยี้ลงบนหน้าท้องของฉันอย่างเลือดเย็น

"ไหนดูซิว่าท้องจริงไหม!"

เสียงหัวเราะของเธอดังลั่น ขณะที่ความเจ็บปวดแล่นพล่านและเลือดสีสดไหลทะลักออกมาจากหว่างขาของฉัน

วินาทีที่พี่ภูเปิดประตูเข้ามา กลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปทั่วห้องผสมกับกลิ่นแกง

เขาคลุ้มคลั่งเหมือนสัตว์ป่าเมื่อรู้ความจริง พุ่งเข้าทำร้ายเรณูจนปางตายท่ามกลางเสียงกรีดร้อง

แต่สำหรับฉัน... คำขอโทษและน้ำตาของเขามันไร้ค่าเสียแล้ว

นิดคนเดิมที่แสนอ่อนหวานและมองโลกในแง่ดี ได้ตายไปพร้อมกับลูกในท้องตั้งแต่วินาทีนั้น

ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงโรงพยาบาลด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชา

ความรักที่มีให้สามีมอดไหม้จนหมดสิ้น เหลือเพียงไฟแค้นที่โชติช่วง

จากนี้ไป จะไม่มีภรรยาที่แสนดีอีกแล้ว จะมีแต่แม่ผู้เคียดแค้นที่พร้อมจะลากทุกคนที่ทำร้ายลูกของฉันลงนรก

บทที่ 1

คุณนิด POV

ฉันรู้สึกปวดท้องหน่วงๆ มาสองสามวันแล้ว มันไม่ใช่ความปวดที่รุนแรง แต่เป็นความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ฉันคิดว่าตัวเองแค่เหนื่อยจากการทำงานบ้านมากกว่าปกติ

ฉันพยายามเมินเฉยความรู้สึกนั้น เพราะคิดว่ามันคงจะหายไปเองเมื่อได้พักผ่อน แต่แล้วมันก็ยังคงอยู่ ไม่ได้หายไปไหนเลย

ฉันตัดสินใจไปหาหมอในวันรุ่งขึ้น ฉันคิดว่ามันอาจจะเป็นแค่โรคกระเพาะ หรืออะไรทำนองนั้น ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้นเลย

คุณหมอตรวจร่างกายฉันอย่างละเอียด หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ยื่นแผ่นกระดาษบางๆ มาให้ฉัน

ฉันมองกระดาษแผ่นนั้นงงๆ แล้วเลื่อนสายตาไปที่คุณหมอเพื่อขอคำอธิบาย

"ยินดีด้วยนะคะคุณนิด คุณกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ค่ะ" คุณหมอพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

คำพูดของคุณหมอเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ

ฉันกะพริบตาถี่ๆ ไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกหรือไม่ ตั้งครรภ์? นี่ฉันกำลังท้องเหรอ?

น้ำตาอุ่นๆ ไหลรินลงมาบนแก้มโดยไม่รู้ตัว มันเป็นน้ำตาแห่งความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ฉันกับพี่ภูพยายามมาห้าปีแล้ว ห้าปีเต็มๆ ที่เราเฝ้ารอวันนี้

ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เราพยายามจะมีลูก แล้วต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า พี่ภูก็ยังคงกอดฉันไว้แน่น

เขาจะลูบหัวฉันเบาๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรัก

"ไม่เป็นไรนะนิด เรายังมีความหวังเสมอ พี่จะอยู่ตรงนี้กับนิด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น"

เขาพูดแบบนั้นเสมอ ฉันยังจำแววตาที่เจ็บปวดซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มปลอบใจของเขาได้ดี

ฉันรู้ว่าบางทีเขาก็คงจะเหนื่อยล้าเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่เคยแสดงให้ฉันเห็นเลย

เราแต่งงานกันอย่างลับๆ มานานหลายปีแล้ว พี่ภูไม่ต้องการให้สื่อมวลชนมายุ่งกับชีวิตส่วนตัวของฉัน เขาอยากปกป้องฉันจากโลกภายนอกที่วุ่นวาย

และนั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องเก็บเรื่องการตั้งครรภ์นี้ไว้เป็นความลับก่อน ฉันอยากจะเซอร์ไพรส์เขาด้วยข่าวดีนี้ด้วยตัวเอง

คุณหมอบอกว่าฉันตั้งครรภ์ได้ประมาณแปดสัปดาห์แล้ว

"ช่วงนี้ต้องระวังเป็นพิเศษนะคะคุณนิด ห้ามยกของหนัก งดกิจกรรมที่ต้องใช้แรงเยอะๆ ที่สำคัญคืออย่าเครียดนะคะ" คุณหมอบอกด้วยน้ำเสียงเน้นย้ำ

ฉันพยักหน้ารับคำอย่างตั้งใจ

ย้อนกลับไปคิด ฉันรู้สึกว่าตัวเองช่างไม่ทันสังเกตเอาเสียเลย ตลอดเดือนที่ผ่านมา ฉันกินเยอะขึ้น พักผ่อนมากขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกเพลียอยู่ตลอดเวลา

ฉันคิดว่าตัวเองแค่พักผ่อนไม่พอ แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไม

ความรู้สึกผิดผุดขึ้นมาในใจเล็กน้อยที่ฉันไม่ทันได้ใส่ใจร่างกายตัวเองให้มากกว่านี้

แต่แล้วความรู้สึกนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความสุขและความตื่นเต้นอย่างรวดเร็ว

ฉันต้องเก็บความลับนี้ไว้ก่อน ฉันอยากเห็นสีหน้าของพี่ภูตอนที่เขารู้ข่าวดีนี้

ฉันตัดสินใจทำแกงมัสมั่น เนื้อที่พี่ภูชอบ เพื่อเป็นของขวัญเซอร์ไพรส์

ฉันตั้งใจทำทุกขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน ใส่ความรักและความหวังทั้งหมดลงไปในหม้อแกงนั้น

กลิ่นหอมของเครื่องแกงและเนื้อนุ่มๆ ลอยฟุ้งไปทั่วครัว

เมื่อแกงมัสมั่นเสร็จเรียบร้อย ฉันตักใส่ปิ่นโตอย่างบรรจง

ฉันเลือกชุดที่เรียบง่ายที่สุด กางเกงผ้าเนื้อนิ่มและเสื้อยืดหลวมๆ เพื่อความสบายและปลอดภัยของลูกในท้อง

ฉันขับรถไปที่บริษัทจิระกรุ๊ปด้วยหัวใจที่เต้นระรัว

ตึกสูงเสียดฟ้าตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า เหมือนกับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของพี่ภู

ฉันก้าวลงจากรถพร้อมปิ่นโตในมือ ความตื่นเต้นปนกับความประหม่าเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

ฉันเดินเข้าไปในล็อบบี้ของบริษัท คนเยอะมาก ผู้หญิงหลายคนแต่งตัวสวยงามดูดี มีทั้งสวยคม หรือสวยหวาน

ฉันเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ พลางบอกพนักงานว่ามาหาคุณภูริภัทร

ทันใดนั้น เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังกรอบแกรบ ก็ตรงเข้ามาหาฉัน

"คุณเป็นใครคะ มาทำอะไรที่นี่" เสียงนั้นเย็นชาและเฉียบขาด ฉันหันไปมอง เธอคือเรณู หัวหน้าเลขาฯ ของพี่ภู

ฉันเคยเจอเธอสองสามครั้งตอนไปงานเลี้ยงแบบส่วนตัวกับพี่ภู แต่เราไม่เคยคุยกันเลย

เธอจ้องมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร

"ฉัน... ฉันมาหาคุณภูริภัทรค่ะ พอดีเอาแกงมัสมั่นมาให้เขา" ฉันตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นมิตรที่สุด

เรณูหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเดินมาใกล้ฉันมากขึ้น

"หาคุณภูริภัทรเหรอคะ? แล้วคุณคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงได้มาที่นี่ แล้วจะมาเจอท่านประธานได้ง่ายๆ แบบนี้คะ?" เธอเน้นคำว่า "ง่ายๆ" อย่างจงใจ

สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม

"ฉัน... ฉันแค่อยากจะเอาของที่เขาชอบมาให้เขาค่ะ" ฉันยังคงพยายามอธิบาย

ฉันไม่อยากให้เรื่องของเราถูกเปิดเผยโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ทำงานของพี่ภู

เรณูแค่นเสียง "คุณนี่มันหน้าไม่อายจริงๆ นะคะ แต่งตัวแบบนี้ คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงได้กล้ามาเสนอหน้าถึงที่นี่"

เธอพยายามยื่นมือมาคว้าปิ่นโตในมือฉัน

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเอาไปให้เขาเอง" ฉันพยายามหลบมือเธอ

ใบหน้าของเรณูบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เธอไม่พูดอะไรอีกแล้ว แต่กลับกระชากปิ่นโตในมือฉันไปอย่างแรง

ฉันเซถอยหลังไปสองสามก้าวเกือบจะล้ม

"นี่มันอะไรกันคะ!" ฉันรู้สึกตกใจกับท่าทางของเธอ

"ผู้หญิงชั้นต่ำอย่างเธอ ไม่สมควรแม้แต่จะหายใจร่วมอากาศเดียวกับท่านประธาน" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

เรณูหันไปสั่งบอดี้การ์ดสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"ลากนางนี่ออกไปจากที่นี่ซะ แล้วดูแลให้ดี อย่าให้ใครเห็น" เธอพูดเหมือนฉันเป็นสิ่งของที่ไร้ค่า

บอดี้การ์ดสองคนตรงเข้ามาจับแขนฉันคนละข้างอย่างแรง

"ปล่อยนะ! พวกคุณจะทำอะไร!" ฉันตะโกนสุดเสียง พยายามดึงแขนตัวเองออก แต่ไม่เป็นผล

พวกเขาลากฉันไปตามทางเดินอย่างรวดเร็ว

ฉันพยายามดิ้นรนสุดกำลัง รู้สึกเจ็บแปลบที่แขน แต่ก็ยังพยายามปกป้องท้องของตัวเองไว้

พวกเขาลากฉันตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ที่อยู่ปลายสุดของโถงทางเดิน

ทันทีที่เข้ามาในห้องประชุม พวกเขาก็เหวี่ยงฉันลงกับพื้นอย่างแรง

ฉันล้มกระแทกพื้นอย่างจัง รู้สึกเจ็บไปทั้งตัว

สิ่งที่ฉันทำได้คือเอามือทั้งสองข้างกอดท้องตัวเองไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ

เรณูเดินเข้ามาใกล้ฉัน เธอจ้องมองลงมาด้วยสายตาที่เย็นชาและเหี้ยมเกรียม

"ผู้หญิงอย่างแกมันก็แค่พวกอยากได้เงิน อยากจะจับท่านประธานใช่ไหม" เธอพูดพลางยกเท้าขึ้นเหยียบที่ศีรษะของฉัน

ฉันรู้สึกถึงความเจ็บปวดและความอัปยศอดสูที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง

แกงมัสมั่นที่เคยอยู่ในปิ่นโต ตอนนี้ถูกเทราดลงบนพื้นพรมสีเทาเข้มเหนือน้ำหอมแพงๆ ของฉัน

กลิ่นแกงมัสมั่นหอมฉุยปนกับกลิ่นน้ำหอมฉุนกึก

ฉันรู้สึกแสบร้อนที่ผิวหนัง เสื้อผ้าที่เคยสะอาดตอนนี้เปื้อนคราบแกงไปหมด

ฉันอดทนความเจ็บปวดทั้งหมดนี้ไว้เพื่อลูกในท้อง ฉันต้องไม่เป็นอะไร ลูกของฉันต้องปลอดภัย

เรณูยังคงใช้เท้าเหยียบศีรษะของฉันไว้ เธอเงยหน้ามองลูกน้องคนอื่นๆ ที่ยืนดูอยู่

"เอาเลยสิ! ใครที่อยากจะสั่งสอนผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้ก็เข้ามาเลย!" เธอพูดด้วยรอยยิ้มเย็นชา

ลูกน้องของเรณูหลายคนเดินเข้ามาใกล้ พวกเขามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ

บางคนหัวเราะเยาะ บางคนก็พูดจาดูถูก

"ไหนดูสิว่าอร่อยแค่ไหน" เรณูพูดพลางก้มลงมา แล้วใช้มือบังคับหน้าฉันลงไปจุ่มกับแกงมัสมั่นที่หกอยู่บนพื้น

ฉันรู้สึกถึงความร้อนของแกงที่เปื้อนเต็มใบหน้า จมูกรับรู้ถึงกลิ่นเครื่องเทศที่ฉุนกึก

ฉันพยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่สามารถขยับตัวได้เลย

ร่างกายของฉันเริ่มรู้สึกแย่ลงไปอีก ความปวดหน่วงๆ ที่ท้องเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ฉันอยากจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่เรณูกลับใช้มืออีกข้างบีบคอฉันไว้แน่น

เสียงหัวเราะของเรณูและลูกน้องดังก้องอยู่ในห้องประชุม มันเป็นเสียงหัวเราะที่น่ากลัวและเย็นชาที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมาทั้งชีวิต

ทันใดนั้น เสียงประตูห้องประชุมก็ดังแกร๊กเหมือนมีคนกำลังจะเปิดเข้ามา

เรณูและทุกคนที่อยู่ในห้องหยุดชะงักทันที พวกเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก

"ใคร!" เรณูตะโกนอย่างตกใจ

เสียงประตูถูกผลักเข้ามา

"ท่านประธานครับ! ท่านประธานครับ!" เสียงพนักงานคนหนึ่งตะโกนอย่างร้อนรน

ฉันพยายามเงยหน้าขึ้นมอง แต่ร่างกายของฉันมันอ่อนแรงเหลือเกิน

ฉันได้แต่หวังว่าใครที่เข้ามาจะช่วยฉันได้ ลูกของฉัน... ลูกของฉันต้องปลอดภัย

ตอน 2

คุณนิด POV

หัวใจฉันเต้นระรัวด้วยความหวังอันริบหรี่

ฉันพยายามรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี เพื่อเงยหน้าขึ้นมองคนที่เพิ่งเข้ามาในห้อง

ประตูห้องประชุมถูกเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของพนักงานคนหนึ่งที่ดูเหมือนกำลังจะรายงานอะไรบางอย่าง

เรณูรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว เธอหันไปยิ้มให้พนักงานคนนั้นอย่างสุภาพ

"มีอะไรคะคุณสมศักดิ์" น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ราวเป็นคนละคน

คุณสมศักดิ์ดูเหมือนจะมองไม่เห็นฉันที่นอนอยู่บนพื้น เขายังคงยืนอยู่ตรงหน้าประตู

"ท่านประธานกำลังจะมาถึงแล้วครับคุณเรณู เขาบอกว่าจะขอประชุมด่วน" คุณสมศักดิ์รายงานด้วยน้ำเสียงรีบร้อน

เรณูหันกลับมามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด เธอทำท่าเหมือนจะสั่งอะไรบางอย่าง

ชายร่างใหญ่คนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉันรีบก้มลงมา

"เธอฟังนะ ถ้าแกพูดอะไรไม่เข้าหู แกจะเจอดีกว่านี้แน่" เขาขู่เสียงกระซิบ

ฉันพยายามจะพูด แต่ริมฝีปากของฉันมันแห้งผากไปหมด เสียงที่เปล่งออกมาได้มีเพียงเสียงครางในลำคอเบาๆ

เรณูหันไปทางประตูอีกครั้ง เธอกลับมามีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"คุณสมศักดิ์ ช่วยจัดเตรียมเอกสารที่ใช้ในการประชุมให้พร้อมด้วยนะคะ" เธอสั่งคุณสมศักดิ์ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

คุณสมศักดิ์พยักหน้า ก่อนจะเดินจากไปอย่างเร่งรีบ

เรณูเดินเข้ามาหาฉันที่ยังคงนอนอยู่บนพื้น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนกลับมาเย็นชาทันที

"แกคงคิดว่าแกจะได้โอกาสใช่ไหมล่ะ ผู้หญิงอย่างแกไม่มีทางได้ใกล้ชิดท่านประธานหรอก"

ฉันพยายามรวบรวมแรงอีกครั้ง เพื่อพูดอะไรบางอย่าง

"พี่ภู... ฉันมาหาพี่ภู..." เสียงของฉันขาดหายไปเป็นห้วงๆ

เรณูหัวเราะเยาะ "ยังจะเรียกท่านประธานว่าพี่ภูอีกเหรอคะ คิดว่าตัวเองเป็นใครกันแน่"

ฉันเห็นโทรศัพท์มือถือของฉันตกอยู่ไม่ไกลจากตัว ฉันพยายามเอื้อมมือไปคว้ามัน

แต่ก่อนที่ฉันจะแตะถึง เรณูก็กระแทกเท้าลงบนมือของฉันอย่างแรง

"โอ๊ย!" ฉันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด มือของฉันชาไปหมด

เรณูหยิบโทรศัพท์ของฉันขึ้นมา เธอจ้องมองหน้าจอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ

ภาพหน้าจอเป็นรูปฉันกับพี่ภูที่ถ่ายคู่กันตอนไปเที่ยวทะเล

ดวงตาของเรณูเบิกกว้างด้วยความตกใจและโกรธจัด เมื่อเห็นภาพนั้น

"แก! ผู้หญิงตอแหล! นี่แกมีรูปถ่ายคู่กับท่านประธานได้ยังไง!" เธอตะโกนเสียงแหลม

เรณูจ้องหน้าฉันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เธอไม่รอให้ฉันตอบอะไร

เธอขว้างโทรศัพท์ของฉันลงกับพื้นอย่างแรงจนมันแตกเป็นเสี่ยงๆ

"แก! ผู้หญิงชั้นต่ำ! แกไม่มีสิทธิ์ที่จะมายุ่งกับท่านประธานของฉัน!" เธอตะโกนเสียงดังลั่น

หลังจากนั้น เธอก็ยกเท้าขึ้นเตะเข้าที่สีข้างของฉันอย่างแรง

ฉันจุกจนพูดไม่ออก ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วร่าง

"พอแล้ว!" เสียงพนักงานหญิงคนหนึ่งที่ยืนดูอยู่ตะโกนขึ้นมาเบาๆ

แต่เรณูก็ไม่สนใจ เธอหันไปมองพนักงานคนนั้นด้วยสายตาที่ดุร้าย

"ใครไม่เกี่ยวก็หุบปากไปซะ หรืออยากจะโดนแบบมันบ้าง!"

พนักงานคนนั้นรีบหุบปากลงทันทีด้วยความกลัว

เรณูหันกลับมาหาฉันอีกครั้ง เธอจิกปลายเท้าลงบนหน้าท้องของฉัน

"แกมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่า! ผู้หญิงตอแหล! แกไม่คู่ควรกับท่านประธาน!"

ฉันรู้สึกเหมือนท้องของฉันถูกบิดเป็นเกลียว ความเจ็บปวดทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ

"ไม่นะ... ลูกของฉัน..." ฉันพึมพำกับตัวเอง

ฉันพยายามดิ้นรนอีกครั้งเพื่อหลบเท้าของเธอ

แต่เรณูก็ใช้เท้าอีกข้างกดลำตัวของฉันไว้แน่น ทำให้ฉันขยับตัวไปไหนไม่ได้เลย

"แกไม่ต้องมาทำเป็นสำออย! ผู้หญิงอย่างแกจะไปมีลูกกับใครได้!" เรณูพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก

เธอหัวเราะเยาะอย่างบ้าคลั่ง

"ไหนดูสิว่าข้างในมันดียังไง" เธอพูดพลางหยิบกรรไกรคมกริบที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา

ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง

"ไม่นะ! อย่า!" ฉันพยายามตะโกน แต่เสียงของฉันมันช่างเบาหวิวเหลือเกิน

เรณูใช้กรรไกรกรีดลงบนเสื้อผ้าของฉันอย่างช้าๆ เธอยิ้มเยาะอย่างชั่วร้าย

เนื้อผ้าขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวหนังที่บอบบางของฉัน

พนักงานคนอื่นๆ ต่างมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่หลากหลาย มีทั้งความสงสาร ความกลัว และความเฉยเมย

บางคนพยายามจะหันหน้าหนี แต่ก็ถูกเรณูส่งสายตาจ้องมองอย่างเขม็ง

"ใครกล้าหันหน้าหนี ฉันจะไล่ออก!" เธอตะโกนเสียงกร้าว

เรณูมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพยาบาท

"แกกำลังตั้งท้องใช่ไหมล่ะ? อยากให้ใครเป็นพ่อของเด็กในท้องแกเหรอ?"

ฉันพยายามจะพูด แต่เสียงของฉันมันช่างเบาหวิวเหลือเกิน

เรณูหัวเราะเยาะ "ไหนดูสิว่าแกท้องจริงไหม!" เธอพูดพลางยกเท้าขึ้นหมายจะเตะเข้าที่ท้องของฉันอีกครั้ง

ทันใดนั้น เสียงประตูห้องประชุมที่อยู่ห่างออกไปก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"เรณู! เอกสารที่ฉันสั่งไปอยู่ไหน! ฉันจะเข้าประชุมแล้ว!" เสียงอันทรงอำนาจของพี่ภูดังลอดเข้ามาในห้อง

ทุกคนในห้องชะงักงันด้วยความตกใจ

เรณูหน้าซีดเผือด เธอเงยหน้ามองประตูด้วยความตื่นตระหนก

พี่ภู! เขามาแล้ว!

ฉันพยายามจะส่งเสียง แต่ร่างกายของฉันมันอ่อนแรงเต็มที

ฉันรู้สึกถึงความปวดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เลือดเริ่มไหลซึมออกมาจากหว่างขา

ความเจ็บปวดแสนสาหัสกำลังจะพรากสิ่งที่ฉันรักไปจากฉัน

ฉันต้องเรียกเขา! ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันต้องเรียกพี่ภู!

"พี่... พี่ภู..." เสียงของฉันแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังมืดลง หัวใจของฉันเต้นช้าลงเรื่อยๆ

ฉันพยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย

"พี่ภู... ช่วยด้วย..." เสียงของฉันขาดหายไปในความมืดมิด

ฉันไม่รู้ว่าพี่ภูจะได้ยินหรือไม่ แต่ฉันหวังว่าเขาจะได้ยิน ฉันฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่เขา

เขาจะต้องรู้ เขาจะต้องมาช่วยฉัน!

ตอน 3

คุณนิด POV

เสียงของฉันแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่มันกลับทำให้ทุกคนในห้องหยุดชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง

เรณูหันกลับมามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธจัด เธอไม่สนใจเสียงของพี่ภูที่ดังขึ้นมาอีกครั้ง

"แกยังจะมีหน้ามาเรียกท่านประธานอีกเหรอ!" เรณูกระแทกส้นรองเท้าเข้าที่สีข้างของฉันอย่างแรงอีกครั้ง

ฉันรู้สึกเหมือนซี่โครงหัก ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้ฉันสำลักเลือดออกมาเล็กน้อย

"พี่ภูริภัทรเป็นของฉันคนเดียว! แกไม่มีสิทธิ์!" เรณูตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

ฉันพยายามจะบอกเธอว่าเราแต่งงานกันแล้ว แต่คำพูดมันจุกอยู่ที่ลำคอ ฉันไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้เลย

พนักงานคนอื่นๆ ที่ยืนดูอยู่เริ่มแสดงสีหน้าลังเล บางคนเริ่มมองหน้ากันไปมาด้วยความอึดอัด

แต่เรณูก็ไม่ปล่อยให้ใครได้คิดนาน เธอหันไปส่งสายตาดุร้ายให้พนักงานเหล่านั้น

"พวกแกมัวยืนบื้ออะไรอยู่! ไม่เห็นเหรอว่ามันกำลังจะตายอยู่แล้ว!"

เธอหันกลับมามองฉันอีกครั้ง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความอาฆาต

เรณูมองไปที่เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของฉัน แล้วก็เหลือบมองไปที่กระเป๋าสะพายที่ตกอยู่ข้างตัวฉัน

กระเป๋าของฉันเป็นกระเป๋าผ้าธรรมดาๆ ไม่มียี่ห้อ ไม่ได้ดูแพงหรือหรูหราอะไรเลย

"ดูสิยะ! เสื้อผ้าก็เก่าๆ กระเป๋าก็ห่วยๆ คิดว่าท่านประธานจะสนใจผู้หญิงแบบแกจริงเหรอ!" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

ฉันหายใจหอบถี่ รู้สึกเหมือนอากาศไม่พอ หัวใจของฉันเต้นรัวอย่างผิดจังหวะ

และความปวดที่ท้อง มันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนฉันแทบจะทนไม่ไหวแล้ว

ฉันรู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังไหลออกมาจากร่างกายของฉัน

ความรู้สึกเย็นวาบแล่นไปทั่วทั้งร่าง

"เฮ้ย! เลือด!" เสียงพนักงานคนหนึ่งร้องอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

ฉันพยายามจะก้มลงมอง แต่ร่างกายของฉันมันอ่อนแรงเกินไป

ความกลัวเข้าครอบงำจิตใจ ฉันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว

ลูกของฉัน... ลูกของฉันกำลังจะจากไป

ฉันรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ท้อง ความรู้สึกเย็นเฉียบที่หว่างขา และความพร่ามัวที่กำลังเข้ามาปกคลุมดวงตา

เรณูก้มลงมองเลือดที่ไหลซึมออกมาจากร่างของฉัน เธอยิ้มเยาะอย่างโหดเหี้ยม

"แกล้งตายเหรอ? ผู้หญิงอย่างแกนี่มันเก่งจริงๆ นะ" เธอพูดอย่างไม่แยแส

"ไหนบอกว่าท้องไง! เลือดนี่มันอะไรกัน! เลือดประจำเดือนแกเหรอ!" เธอพูดพลางหัวเราะเสียงดัง

พนักงานคนอื่นๆ ต่างเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าพูดอะไรเลย

ฉันพยายามจะเอื้อมมือออกไปหาใครสักคน

"ช่วย... ช่วยลูกของฉันด้วย..." เสียงของฉันแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน

แต่ไม่มีใครยอมยื่นมือเข้ามาช่วยฉันเลย ทุกคนยืนมองด้วยความกลัวและเฉยเมย

เรณูยืนมองฉันอยู่สักพัก เธอดูเหมือนจะสนุกกับภาพที่เห็นตรงหน้า

หลังจากนั้น เธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมา แล้วกดโทรออก

ฉันคิดว่าเธอจะโทรเรียกพยาบาล หรือเรียกรถพยาบาลมาช่วยฉัน

แต่ไม่เลย น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปเป็นอ่อนหวานและนุ่มนวลอย่างประหลาด

"ท่านประธานคะ เรณูขอโทษนะคะที่รบกวน พอดีมีผู้หญิงคนหนึ่งมาอาละวาดที่บริษัทค่ะ เรณูจัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ"

เธอเงยหน้าขึ้นมองฉันด้วยรอยยิ้มเย็นชา

"อะไรนะคะ? ท่านประธานจะให้เรณูไปหาเหรอคะ? ได้ค่ะ เรณูจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ"

เรณูวางสาย เธอหันกลับมามองฉันที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น

"ท่านประธานไม่สนใจผู้หญิงอย่างแกหรอก!" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจของฉันถูกบีบอัดจนแหลกละเอียด

พี่ภู... เขากำลังจะทิ้งฉันไปเหรอ?

เรณูเดินเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น เธอเหยียบลงบนท้องของฉันอย่างแรง

ฉันรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่รุนแรงราวกับมีมีดมากรีดแทง

"จำไว้นะ! ถ้าแกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แกก็จะเจอแบบนี้แหละ!" เธอพูดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น

เรณูหยิบปากกาที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา เธอยิ้มเยาะอย่างชั่วร้าย

ฉันรู้สึกถึงความกลัวที่เข้าครอบงำจิตใจ เธอจะทำอะไรฉัน?

ก่อนที่เรณูจะทันได้ทำอะไร เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เธอมองหน้าจอด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะกดรับสาย

"ท่านประธานคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นปกติที่สุด

ฉันได้ยินเสียงพี่ภูพูดลอดออกมาจากโทรศัพท์ "เอกสารที่ฉันสั่งไปอยู่ไหน! ฉันจะเข้าประชุมแล้ว!"

เรณูหน้าซีดเผือด "อ๋อ... เอกสารเหรอคะ พอดีมันมีปัญหาเล็กน้อยค่ะ เรณูกำลังจะเอาไปให้ท่านประธานเดี๋ยวนี้เลยค่ะ"

ฉันได้ยินเสียงพี่ภูถอนหายใจอย่างหงุดหงิด "ฉันรออยู่ที่ห้องประชุมเดี๋ยวนี้เลยนะ"

เรณูวางสาย เธอหันกลับมามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาต

พี่ภู... เขากำลังจะมาแล้ว!

ฉันต้องอดทนไว้! ฉันต้องรอดไปให้ได้!

ฉันพยายามรวบรวมแรงอีกครั้ง เพื่อส่งสัญญาณให้พี่ภูรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่

ฉันมองไปที่พื้นพรมสีเทาเข้ม ที่มีคราบแกงมัสมั่นและเลือดของฉันเกรอะกรัง

กลิ่นแกงมัสมั่นที่เคยหอมหวาน ตอนนี้กลับกลายเป็นกลิ่นที่น่าสะอิดสะเอียน

ฉันพยายามจะขยับตัว แต่ร่างกายของฉันมันแทบจะไม่ตอบสนองแล้ว

ฉันได้แต่ภาวนาให้พี่ภูเข้ามาช่วยฉันให้ทันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

เขาต้องรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่! เขาจะต้องรู้!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED