“ฟ้าๆ มาถ่ายรูปมุมนี้ให้เราหน่อย” ฟ้ารดาและเพื่อนๆ ผลัดเปลี่ยนกันเป็นนางแบบและตากล้อง ทุกคนเตรียมตัวพร้อมมากทั้งเสื้อผ้าเหมือนแม่หญิงสมัยอยุธยา แต่มีสายสะพายกล้องถ่ายรูป และใส่แว่นกันแดดด้วย ทุกคนบอกว่ามันเป็นแฟชั่นร่วมสมัยกึ่งแฟนซี
กระทั่งตกเย็นพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ระหว่างที่ฟ้ารดากำลังถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดิน ณ ซากปรักหักพังของโบราณสถานอย่างเพลิดเพลิน อยู่ๆก็เกิดลมพัดแรงและหอบสายฝนเทลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัวจนเธอต้องวิ่งหลบฝนเข้าไปในซากโบราณสถานอีกครั้ง ตอนนี้ฝนตกหนักมากฟ้ารดาแทบมองไม่เห็นอะไรเลย เลยไม่รู้ว่าเพื่อนๆ ไปหลบฝนกันอยู่ตรงไหนบ้าง ในปราสาทก็มืดมากเธอจึงใช้ไฟฉายจากมือถือส่องไปรอบๆ กำลังจะเดินไปนั่งรอฝนหยุดตกแต่เสียงดังโครมครามเหมือนมีอะไรตกลงมาจากฟ้าทำให้ฟ้ารดาตกใจ ปราสาทกำลังจะพังลงมา อิฐหินค่อยๆ หล่นลงมา สติที่มีอยู่น้อยนิดบอกให้เธอก้าวขาวิ่งออกจากปราสาทแต่ไม่ทันเสียแล้วหินก้อนหนึ่งตกลงมาทับขาจนวิ่งต่อไปไม่ได้ โชคดีที่ก้อนหินมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มันสร้างความเจ็บปวดที่ข้อเท้าราวกับกระดูกแตก ทำให้ได้แต่ร้องโอดโอย และตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างสุดเสียง กระทั่งค่อยๆ หมดแรงและสลบไป
“รู้สึกตัวแล้วรึ”
“คุณลุงช่วยฟ้าด้วยค่ะฟ้าปวดข้อเท้าค่ะ” ฟ้ารดารู้สึกตัวตื่นมาเจอชายชราท่าทางใจดีเลยขอความช่วยเหลือ
ชายชรายื่นมาจับมือของเธอและค่อยๆ ดึงเธอให้ลุกขึ้น
“ไม่เจ็บไม่ปวดแล้วใช่ไหม เพราะอยู่ถูกที่ถูกเวลา ทำให้ไม่เจ็บไม่ปวดอีกแล้ว เดินได้แล้วนะ”
“หายแล้วจริงๆ ด้วย ขอบคุณลุงมากเลยนะคะ”
ฟ้ารดาไหว้ขอบคุณลุงใจดี และมองไปรอบๆ กลับพบว่าตอนนี้ตัวเองยืนอยู่ริมแม่น้ำสายหนึ่ง ที่นี่มีป่าริมน้ำ และนั่น ร่างหญิงสาวที่นอนฟุบอยู่ริมน้ำทำให้ฟ้ารดาตกใจมาก รีบวิ่งไปดูผู้หญิงที่นอนสลบอยู่ ตัวเธออุ่นแสดงว่ายังไม่ตาย ผมยาวปิดบังใบหน้า ฟ้ารดาค่อยๆ เอามือมาปัดผมออกอย่างเบามือ แต่เมื่อเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นเธอก็ต้องตกใจและปล่อยมือ
“ที่นี่ที่ไหนคะ เมื่อกี้ฟ้ายังอยู่ในปราสาทอยู่เลย ลุงช่วยพาฟ้าออกมาเหรอคะ แล้วนั่นผู้หญิงคนนั้น เธอหน้าเหมือนฟ้าเลย หรือฟ้าตายแล้วคะ ลุงเป็นใครฟ้าตายแล้วเหรอ ตอบหน่อยสิลุง ตอบหน่อย”
“ที่ปราสาทนั่นไม่ใช่ที่ของเจ้า ที่นี่ต่างหากคือที่ของเจ้า ที่ที่เจ้าควรเกิดและเติบโต ตอนนี้เจ้ากลับมายังที่ที่เจ้าควรอยู่แล้ว เจ้าจงอยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตที่นี่ มีชีวิตที่ดี ปรับตัวให้ได้ ส่วนแม่หญิงคนนั้นก็จะไปอยู่ในที่ของนางเช่นกัน”
คำตอบของชายชราทำให้ฟ้ารดาตกใจเป็นอย่างมาก
“ไม่ฟ้าไม่อยู่ที่นี่ ฟ้าจะกลับบ้าน ไปหาแม่ ฟ้าคิดถึงแม่ พาฟ้ากลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ”
ฟ้ารดาเดินเข้าไปเขย่าแขนชายชราอย่างแรงด้วยความโกรธและกลัว ชายชรากลับยิ้มและใช้มือลูบศีรษะของฟ้ารดา
“ข้าคือผู้กำหนดกาลเวลาแห่งชีวิตของทุกสรรพสิ่ง ข้าจะจัดแจงทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง ถึงตอนนั้นแม่หญิงเพียงแค่ปรับตัว และดำเนินชีวิตไปอย่างปกติสุขก็เพียงพอ นี่แหละหนาเพราะโชคชะตาฟ้าลิขิต เมื่อเส้นทางแห่งกาลเวลาเกิดผิดพลาดข้าย่อมต้องแก้ไขให้มันถูกต้อง การพบและพรากจากนั้น โชคชะตาได้กำหนดไว้แล้ว ขอให้แม่หญิงอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขเถิดหนา แม่หญิงจักได้รับความรักและความเมตตา เพราะที่นี่คือบ้านของแม่หญิงเป็นแน่แท้ มิมีสิ่งใดที่แม่หญิงต้องห่วงใยอีกแล้ว ส่วนแม่หญิงอีกคนข้าจักพานางกลับไปยังที่ของนางเช่นกัน ตอนนี้แม่หญิงจงหลับพักผ่อนให้สบายกายสบายใจ ข้าจะจัดการทุกอย่างให้เอง จงหลับเสียเถิดหนา”
สิ้นคำของชายชรา ฟ้ารดาก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย ส่วนชายชราก็เดินไปหาแม่หญิงช่อฟ้าที่นอนสลบอยู่ริมน้ำ ยกมือแค่เพียงเบาๆ ร่างแม่หญิงช่อฟ้าก็ลอยขึ้น แล้วทั้งคู่ก็หายตัวไป เรือลำน้อยที่เคยเจอพายุฝนและเกิดพลิกคว่ำในแม่น้ำสายนี้กลับลอยมาเกยตลิ่ง ร่างของฟ้ารดาที่สลบไสลก็ลอยขึ้นสูงจากพื้นดินราวกับว่ามีใครสักคนอุ้มเธอเอาไว้ ร่างน้อยค่อยๆ ลอยไปนอนในเรือลำนั้น พร้อมกับคบไฟที่ติดขึ้น
“ฮือ ฮือ ฮือ แม่หญิงช่อฟ้าเจ้าขา แม่หญิงของพี่ลำดวน อยู่ที่ใดเจ้าคะ ฮือ ฮือ ฮือ แม่หญิง ได้ยินพี่ฤๅไม่เจ้าคะ”
ลำดวนและฝีพายหนุ่มเดินตามหาช่อฟ้าอยู่นานแต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะเจอ ลำดวนจึงรู้สึกวิตกกังวลจึงได้แต่ร้องไห้ฟูมฟายเสียยกใหญ่
“แม่ลำดวนหยุดร้องไห้เถิดหนา อีกประเดี๋ยวพวกเราต้องเจอแม่หญิงช่อฟ้าเป็นแน่ แม่น้ำสายน้ำกว้างใหญ่ก็จริง แต่ตอนเจอพายุฝนข้าพายเรืออยู่ริมฝั่ง ไม่ลึกมากหรอกหนา แม่หญิงต้องว่ายน้ำขึ้นฝั่งมาได้เป็นแน่ เพลานี้มืดค่ำแล้วมิมีแสงไฟให้ความสว่างพวกเราจึงยังหาแม่หญิงมิเจอ ใจเย็นๆเถิดหนาแม่ รอสายลมพัดพาก้อนเมฆที่บดบังพระจันทร์ไปเสียก่อนเถิดหนาเราต้องมองหาแม่หญิงเจอเป็นแน่แท้”
ฝีพายได้แต่ปลอบใจนางบ่าว
“เอ็งแน่ใจนะพ่อฝีพาย ตอนนี้มืดเสียจริงข้ามองมิเห็นสิ่งใดเลย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดาทั้งหลาย ขอให้พวกท่านโปรดเมตตาแม่หญิงช่อฟ้าของข้าด้วยเถิด ขอให้แม่หญิงปลอดภัยด้วยเถิด ฮือ ฮือ ฮือ”
เมื่อลำดวนอธิษฐานเสร็จ เกิดลมกรรโชกแรง สายลมพัดก้อนเมฆใหญ่น้อยที่บดบัดพระจันทร์ออกไป แสงสว่างพลันสาดส่องลงมาทำให้มองเห็นบริเวณริมน้ำอย่างชัดเจน เบื้องหน้าตอนนี้ ปรากฏเรือลำน้อยที่เคยโดยสารกลับมาเกยตื้นอยู่บริเวณริมน้ำ อยู่ในสภาพปกติ ราวกับว่าก่อนหน้านี้มิได้ผ่านพายุฝนและพลิกคว่ำมาก่อน อีกทั้งคบไฟยังติดไฟส่องแสงสว่างราวกับว่ามีใครมาจุดเอาไว้
“แม่ลำดวนข้าเจอแม่หญิงแล้วขอรับ” ฝีพายที่ก่อนหน้านี้รีบวิ่งไปสำรวจเรือส่งเสียงเรียก
“เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่แท้จึงดลบันดาลให้พวกเราเจอแม่หญิงช่อฟ้า”
ว่าพลางรีบก้าวเดินไปยังเรือลำน้อย แลเห็นแม่หญิงผู้เป็นนายนอนสลบอยู่จึงรีบเข้าไปประคองศีรษะนาง นางยังมีลมหายใจ ร่างกายมิได้มีบาดแผลใดๆ เพียงแค่ยังไม่รู้สึกตัวเท่านั้น ลำดวนพยายามเรียกเท่าไหร่นางก็มิฟื้นคืนสติเสียที
“แม่หญิง แม่หญิงเจ้าขา โถแม่หญิงของพี่ลำดวน ตกใจมากฤๅเจ้าคะ ทำไมไม่ฟื้นขึ้นมาเสียที ขอท่านเทวดารักษา ขอบุญรักษานะเจ้าคะ อย่าได้เจ็บไข้เลยหนา รีบฟื้นขึ้นมาเถิดหนาเจ้าคะพี่ลำดวนจักรีบพาแม่หญิงกลับเรือนไปหาแม่นายเฟื่องหนาเจ้าคะแม่หญิงมิได้สติเลยพ่อฝีพายเราต้องรีบพาแม่หญิงกลับเรือนจักได้ให้คนเรียกหมอมาดูอาการโดยไว รีบออกเรือเถอะ”
สิ้นคำของลำดวน ฝีพายก็เร่งออกเรืออย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงเรือนที่หมาย
“ช่วยด้วยจ้าช่วยด้วย มีใครอยู่บ้าง ช่วยด้วยจ้า ช่วยมาพาแม่หญิงช่อฟ้าขึ้นเรือนทีเถิดหนา ใครก็ได้ช่วยข้าที เร็วเข้าเถิดหนาพวกเจ้า เร่งนำร่างแม่หญิงขึ้นเรือนแล้วให้ใครสักคนไปตามหมอมาด้วยนะ แม่หญิงช่อฟ้าตกน้ำสลบไปยังไม่ฟื้นคืนสติเลยรีบไปตามพ่อหมอมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ไปไปรีบไปเถิดหนา”
เมื่อมีคนช่วยอุ้มร่างแม่หญิงขึ้นเรือนไปเรียบร้อยแล้ว ลำดวนซึ่งกำลังจะก้าวตามไป กลับสะดุดตากับวัตถุบางอย่างที่ร่วงลงมาจากร่างแม่หญิงผู้เป็นนาย เป็นวัตถุแปลกตาสองชิ้น นางไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด แต่เป็นของแม่หญิงเป็นแน่ นางจึงรีบหยิบวัตถุสองชิ้นนั้นติดตัวขึ้นเรือนไปด้วย
ผ่านไปเจ็ดวันแล้วตอนนี้แม่หญิงยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ท่านหมอบอกว่านางไม่ได้เป็นอะไร แค่อาจจะตกใจแล้วสลบไปเพียงเท่านั้น เมื่อพร้อมนางจะฟื้นขึ้นมาเอง
“แม่หญิง แม่หญิงของพี่ลำดวน เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ใยมิฟื้นขึ้นมาเสียที พี่ลำดวนรอนานแล้วหนาเจ้าคะ”
สิ้นคำของลำดวน แม่หญิงที่นอนหลับไหลอยู่บนเตียงก็ขยับตัว เอาหมอนมาปิดหู
“อย่าเสียงดังได้ไหมคนจะนอน เกรงใจกันบ้างสิ”
“แม่หญิงว่ากระไรเจ้าคะ รู้สึกตัวแล้วฤๅเจ้าคะ”
“เฮ้อ บอกว่าอย่าเสียงดังได้ยินไหมคนจะนอน เสียงดังแบบนี้ฟ้าจะนอนหลับลงได้ยังไงล่ะ”
ว่าแล้วฟ้ารดาก็ขยับตัวลุกขึ้นลืมตามาเห็นลำดวนนั่งยิ้มฟันดำอยู่ตรงหน้า ฟ้ารดาตกใจเธอถอยหลังชิดหัวเตียง สังเกตุรอบตัวในห้องนอนนี้ กับพี่คนนี้ไม่คุ้นเอาเสียเลย
“เฮ้ย พี่เป็นใคร แล้วที่นี่ที่ไหนเนี่ย”
“โถ แม่หญิงเจ้าขา ฟื้นแล้วฤๅเจ้าคะ พี่ลำดวนเองเจ้าคะ ตอนนี้เราอยู่ที่เรือนแล้วเจ้าค่ะ พี่ลำดวนดีใจจริงๆ นะเจ้าคะที่แม่หญิงฟื้นแล้ว รอสักครู่นะเจ้าคะ แม่นายเฟื่อง แม่นายเฟื่องเจ้าขา แม่หญิงฟื้นแล้วเจ้าค้า แม่หญิงฟื้นแล้ว”
เมื่อเห็นว่าช่อฟ้าฟื้นแล้ว ลำดวนวิ่งออกจากห้องไปตามแม่นายเฟื่องฟ้าผู้เป็นมารดา
“อะไรนะลำดวน ลูกข้าฟื้นแล้วฤๅ คุณพี่ คุณพี่ เจ้าขา เร็วเข้าเจ้าค่ะ ตอนนี้ลูกฟื้นแล้ว เร็วค่ะคุณพี่” แม่นายเฟื่องฟ้ารีบจูงมือสามีเร่งฝีเท้าเดินไปตามเส้นทางที่จะไปยังห้องนอนของลูกสาว
“ช่อฟ้า ลูกแม่ เป็นอย่างไรบ้างลูก พ่อกับแม่เป็นห่วงมากเลยรู้หรือไม่”
“เอ่อ แม่กับพ่อเล่นอะไรกันคะเนี่ย แต่งชุดไทยทำไมคะ นี่เล่นใหญ่กันทั้งบ้านเลยเหรอ เนื่องในโอกาสอะไรคะ รู้ไหม ตอนฟ้าตื่นขึ้นมาเจอพี่คนนั้น ฟ้าตกใจแทบแย่”
ฟ้ารดาเห็นหน้าพ่อกับแม่ก็ให้ยิ่งตกใจเล่นคอสตูมแน่นกันทั้งคู่ ใส่ชุดไทยจัดเต็มขนาดนี้ทั้งเสื้อฟ้าหน้าผม และยังมีตัวละครเอ็กซ์ตร้าเพิ่มมาอีก อย่าบอกว่าเล่นบทนี้เพื่อฉลองที่เธอเรียนจบ เอ้ หรือหมอดูจะบอกให้ทำอีกแล้ว เฮ้อ เธอล่ะเบื่อพ่อกับแม่จริงๆ พวกท่านเล่นใหญ่รัชดาลัยไปเสียทุกเรื่องเลย
“ช่อฟ้า ลูกพูดกระไร พ่อไม่เห็นเข้าใจ”
“ใช่แม่ก็ไม่เข้าใจ”
“พี่ลำดวนก็ไม่เข้าใจเจ้าค่ะ”
“ก็พ่อกับแม่แล้วก็พี่อะไรนะ พี่ลำดวนใช่ไหม เล่นแต่งองค์ทรงเครื่องกันขนาดนี้จะไม่ให้หนูแปลกใจได้ยังไงละคะ ว่าแต่เนื่องในโอกาสอะไรเหรอคะ แล้วเมื่อกี้พ่อเรียกหนูว่าช่อฟ้า อย่าบอกนะคะว่าหมอดูทักให้หนูเปลี่ยนชื่อเป็นช่อฟ้าน่ะค่ะ หนูว่าฟ้ารดาก็ดีอยู่แล้วไม่เห็นต้องเปลี่ยนชื่อเลยค่ะ”
พอฟ้ารดาพูดจบ ก็สร้างความตกใจให้กับทั้งสามคนเป็นอย่างมาก ทุกคนต่างก็หันมามองหน้ากัน ช่อฟ้าพูดถึงอะไร
“คุณพี่ช่วยลูกด้วยเถิดหนา ลูกพูดมิรู้ความเจ้าค่ะ ลำดวนไปตามหมอมาประเดี๋ยวนี้ ให้หมอมาตรวจ ไยลูกข้าถึงเป็นเยี่ยงนี้ไปได้”
“เจ้าค่ะแม่นาย ลำดวนจะไปตามหมอมาประเดี๋ยวนี้เจ้าค้า”
แม่นายเฟื่องฟ้าร้องไห้เสียยกใหญ่ เมื่อเห็นว่าผู้เป็นลูกดูผิดแปลกไปจากเดิม
“ช่อฟ้าลูก ลูกเป็นอะไรไป เจ็บตรงไหนอีกฤๅไม่ ฤๅตกใจกลัวสิ่งใด ลูกบอกพ่อได้ พ่อจักปกป้องคุ้มครองลูกเอง ขวัญเอยขวัญมานะลูก”
นายช่างแก้วผู้เป็นบิดาถามไถ่บุตรสาวด้วยความห่วงใยเป็นยิ่งนัก
“พ่อ แม่”
ฟ้ารดาเรียกท่านทั้งสองเสียงแผ่วเบา ให้ย้อนกลับไปคิดถึงคำของชายชราที่บอกว่าจะพามาอยู่ที่นี่ แล้วรู้สึกหน่วงในอก หรือว่าจะเป็นดั่งคำชายชราว่าไว้ นั่นไม่ใช่ความฝันหรอกหรือ
“แม่ ที่นี่ที่ไหนคะ”
ฟ้ารดาเอ่ยถามผู้เป็นแม่
“โถลูกก็เรือนของเราอย่างไรเล่า นี่ลูกจำมิได้ฤๅว่านี่คือเรือนของเรา ห้องหับนี่ก็เป็นห้องของลูก ฤๅว่ายังตกใจกลัวพายุฝนอยู่ ลูกจำได้ฤๅไม่ลูกกับลำดวนไปเยี่ยมคุณย่าที่เรือนโน้น ขากลับเกิดพายุฝนกระหน้ำเรือพลิกคว่ำลูกเลยจมน้ำสลบไปนั่นแลหนา”
“จมน้ำเหรอคะ ไม่ได้โดนก้อนหินทับขาเหรอ”
“ลูกเจ็บขารึ หรือเจ็บปวดตรงไหนบอกแม่ได้ ลำดวนไปตามหมอมาแล้ว พ่อกับแม่ก็อยู่นี่แล้ว ลูกเป็นเยี่ยงไรบอกมาเถิดหนาเผื่อแม่กับพ่อจักช่วยลูกได้”
“แม่กับพ่อชื่ออะไรคะ”
“ห๊า นี่ความจำเจ้าเลอะเลือนเพราะจมน้ำเช่นนั้นรึ ไยลืมชื่อพ่อกับแม่กันเล่า นี่แม่เป็นแม่ของลูก แม่นายเฟื่องฟ้าอดีตสาวงามแห่งอโยธยาบัดนี้ก็เป็นที่นับหน้าถือตายิ่งในอโยธา ส่วนนี่ก็พ่อของลูก นายช่างแก้ว เป็นช่างทองหลวงผู้มีฝีมือไม่เป็นสองรองใครในอโยธยา และลูกคือแม่หญิงช่อฟ้าหญิงงามแห่งอโยธยาลูกสาวคนเดียวของพ่อกับแม่อย่างไรเล่า ลูกค่อยๆทบทวนเถิดหนา ลูกอาจตกใจจนหลงลืมไปบ้าง ขวัญเอยขวัญมานะลูกรักของแม่”
แม่นายเฟื่องฟ้าเข้าไปโอบกอดลูกสาวอย่างห่วงใย
“เอ่อ ฟ้าขออยูคนเดียวสักครู่ได้ไหมคะ ฟ้าอยากนอนแล้ว”
“ได้สิจ๊ะ งั้นลูกพักผ่อนก่อนหนา เดี๋ยวท่านหมอมาพ่อกับแม่จะให้เข้ามาตรวจอีกครั้ง”
พ่อกับแม่ออกไปแล้ว ฟ้ารดารู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก
“นายช่างแก้วช่างทองหลวงแห่งอโยธยา แม่นายเฟื่องฟ้า แม่หญิงช่อฟ้าอย่างนั้นเหรอ นี่เราไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ลุงคนนั้น ต้องเป็นลุงคนนั้นแน่ ๆ ซวยแล้วไอ้ฟ้าเอ้ยนี่แกหลงยุคกลับมาสมัยอโยธยาจริงๆเหรอเนี่ย ไม่ได้ๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ใช่ๆ เราต้องพิสูจน์เพื่อความชัวร์ ไม่ใช่เราฝันอยู่ในฝันหรอกนะ เฮ้อ”
เมื่อฟ้ารดาคิดทบทวน ก็ทำให้นึกถึงชายชราที่เคยเจอ และประติดประต่อเรื่องราวต่างๆแล้วก็ตัดสินใจเปิดประตูห้องและวิ่งออกไปข้างนอก วิ่งสำรวจเรือนเสียยกใหญ่ ที่นี่มีคนอยู่มากมาย ทุกคนล้วนแล้วแต่แต่งชุดไทยย้อนยุค
“พี่ พี่จ๊ะที่นี่อโยธยาเหรอ”
“โถ แม่หญิงถ้าที่ไม่ใช่อโยธยาแล้วที่นี่จะเป็นที่ใดไปได้อีกเล่าเจ้าคะ แล้วแม่หญิงหายเจ็บหายไข้แล้วฤๅเจ้าคะ”
เพียงได้ยินคำตอบฟ้ารดาก็น้ำตาร่วงเผาะ แต่ยังไม่ยอมลดละความพยายามวิ่งถามคนในเรือนไปทั่วว่าที่นี่คือที่ไหน คำตอบที่ได้คือเหมือนกันหมด ที่นี่คืออโยธยา
“ลองเปลี่ยนคำถามดูแล้วกันนะ”
“พี่ พี่คะ พี่รู้จักฉันไหม ฉันคือใครจ๊ะ”
“แม่หญิงช่อฟ้าเจ้าขา เล่นกระไรเจ้าคะ มีใครบ้างไม่รู้จักสาวงามแห่งอโยธยาอย่างแม่หญิงช่อฟ้า ลูกสาวเพียงคนเดียวของแม่นายเฟื่องฟ้า และนายช่างแก้ว ช่างทองหลวงฝีมือไม่เป็นสองรองใครแห่งอโยธยา”
ไม่ว่าจะไปถามใครทุกคนต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอคือแม่หญิงช่อฟ้า ยิ่งได้ฟังน้ำตาก็ยิ่งไหล ตอนนี้เธอคิดถึงบ้านใจจะขาด ถ้าต้องอยู่ที่นี่จะอยู่ได้ยังไง แล้วพ่อกับแม่ที่นี่จะรักเธอเหมือนกับพ่อกับแม่ที่โน่นไหม แต่เมื่อสักครู่ท่านทั้งสองก็แสดงออกว่ารักเธอปานแก้วตาดวงใจ และเธอเองก็ทั้งรู้สึกรักท่านเหมือนพ่อแม่ของเธอจริงๆ แต่เธอก็ยังเศร้า และใจหายอยู่ดี
ฟ้ารดานั่งร้องไห้ คอตก อยู่ที่ศาลาริมน้ำ จนดวงตาบวมเป่ง เธอใช้ผ้าสไบที่ห่มอยู่เช็ดน้ำมูกน้ำตาที่ไหลเป็นสาย ก่อนจะมีคนยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กมาตรงหน้า พอเห็นผ้าเช็ดหน้าเท่านั้นเธอยิ่งร้องไห้เสียงดัง หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาเสียยกใหญ่ ตาที่บวมเป่งทำให้มองไม่เห็นว่าใครเป็นคนยื่นให้ แต่คงเป็นคนที่เรือนนี้นั่นแหละ ก็ยังดีที่คนในเรือนนี้มีน้ำใจกับเธอ
“ขอบใจนะ ไว้จะซักคืนให้ ฮือ ฮือ ฮือ”
กล่าวขอบคุณแล้วก็เช็ดน้ำตาต่อ พอหันไปอีกทีก็ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนี้แล้ว เห็นมีเพียงลำดวนเร่งฝีเท้ามาหา และโอบกอดเธอ
“แม่หญิงเจ้าขา แม่หญิงของพี่ลำดวน เป็นกระไรไปเจ้าคะ อย่าได้ร้องไห้เลยหนา มีสิ่งใดทำไมไม่บอกพี่ลำดวนหรือนายแม่ละเจ้าคะ เราจะได้ช่วยกันแก้ปัญหาด้วยกัน หยุดร้องไห้เถิดนะเจ้าคะ”
“พี่ลำดวน ฟ้าเศร้า สับสนไปหมด เมื่อวานฟ้ายังเป็นฟ้ารดาอยู่เลย แต่พอตื่นมาวันนี้ฟ้ากลับกลายมาเป็นแม่หญิงช่อฟ้า แห่งอโยธยาเสียแล้ว”
“โถแม่หญิงของลำดวน คงสับสนมากสินะเจ้าคะ ถึงพูดกระไรแปลกไปเยี่ยงนี้ แม่หญิงจะเป็นใครไปได้อีกนอกจากแม่หญิงช่อฟ้า ตอนจมน้ำคงกลัวมากใช่ฤๅไม่เจ้าคะ เดี๋ยวทุกอย่างจะผ่านไปนะเจ้าคะ ขวัญเอยขวัญมานะเจ้าคะ คนดีของพี่ลำดวน”
ลำดวนว่าพลางโอบกอดลูบไหล่ลูบแขนเพื่อปลอบขวัญเธอ
“พี่ลำดวน ที่นี่คืออโยธยาเหรอจ๊ะ”
ฟ้ารดาถามแล้วถามอีกก็คนมันสงสัยนี่นา
“ใช่แล้วเจ้าค่ะที่นี่คืออโยธยา แม่หญิงก็คือแม่หญิงช่อฟ้าแห่ง อโยธยาเจ้าค่ะ”
“นี่ไม่ใช่ฝันไปเราคือแม่หญิงช่อฟ้าแห่งอโยธยา พี่ลำดวนช่วยหยิกฟ้าที”
“ทำมิได้เจ้าค่ะ มันจักเจ็บเจ้าค่ะ”
“ทำไมจะทำไม่ได้ช่วยหยิกฟ้าที ฟ้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม”
“แน่แท้ว่าแม่หญิงไม่ได้ฝันไปเจ้าค่ะ มิต้องหยิกดอกนะเจ้าคะ เดี๋ยวแม่หญิงจักเจ็บเจ้าคะ”
เมื่อลำดวนไม่หยิกเธอ ฟ้ารดาเลยใช้มือของตัวเองตบหน้าตัวเองอย่างแรง เสียงดังเผี๊ยะ ลำดวนตกใจทำตาโตเท่าไข่ห่าน เธอเองก็รู้สึกหน้าชาไปเลยครึ่งหน้า
“โอ้ว แม่หญิง ตบหน้าตัวเองทำไมเจ้าคะ ก็พี่ลำดวนบอกแล้วว่าแม่หญิงไม่ได้ฝันเจ้าค่ะ เจ็บฤๅไม่เจ้าคะ หน้าแดงเป็นรอยนิ้วมือเลย”
“แฮ่ ก็เจ็บแหละ เจ็บมากๆเลย”
ฟ้ารดายิ้มหน้าเจื๋อน น้ำตาคลอหน่วยตาด้วยความเจ็บ ก็เธอไม่คิดว่าจะเจ็บขนาดนี้ เล่นเอาสุดแรงเลย น่าจะเชื่อลำดวนตั้งแต่แรก เธอตบหน้าตัวเองแรงขนาดนี้ได้ยังไงเจ็บชะมัด แง
ฟ้ารดานั่งมองเหม่อไปยังหน้าต่างห้องนอน ข้างนอกบรรยากาศดี เขียวชอุ่ม อากาศสดชื่น และสะอาดกว่ากรุงเทพฯ เป็นไหน ๆ แต่เธอก็ยังคิดถึงบ้านอยู่ดี
หลังจากฟ้ารดารู้แน่แล้วว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป ชายชราผู้นั้นคือผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ทำให้เธอต้องย้อนกลับมาอยู่ที่นี่ มาอยู่แทนที่แม่หญิงช่อฟ้าผู้นั้น แล้วตอนนี้แม่หญิงช่อฟ้าผู้นั้นเธอไปอยู่เสียที่ไหนกัน
“แม่หญิงช่อฟ้า ท่านไปอยู่เสียที่ไหนกันเล่า ทำไมไม่รีบกลับมายังเรือนของท่าน มาอยู่ตรงนี้ ฉันจะได้กลับไปบ้านของฉันบ้าง”
แม่นายเฟื่องฟ้าผ่านมาเห็นช่อฟ้านั่งเหม่อลอย ด้วยความเป็นห่วงจับใจ จึงเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปนั่งลงใกล้ๆ บุตรสาว ใช้มือโอบกอดอย่างอบอุ่น ฟ้ารดาหันมองหน้ามารดาให้น้ำตารื้น จวนเจียนจะไหลลงมาเสียเต็มที แม่นายเฟื่องฟ้าคนนี้คือแม่ของเธอ แม่ที่อบอุ่นเสมอ เธอค่อยๆสวมกอดนาง และปล่อยน้ำตาให้รินไหล
“เป็นกระไรไปเล่ายอดดวงใจของแม่ แม่อยู่ตรงนี้แล้ว ลูกมีอะไรก็บอกกล่าวแก่แม่เถิดหนา แม่เป็นแม่ของลูก รักลูกยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ถ้าลูกมีเรื่องใดทุกข์ใจ แม่จักช่วยลูกอย่างเต็มกำลัง”
แม่นายเฟื่องฟ้าบอกแก่ลูกน้ำตารื้นเช่นกัน แม่ที่ไหนจะทนเห็นลูกเป็นทุกข์ได้ นางรักของนาง นางมีลูกสาวคนเดียว ใครจะมาทำให้ลูกของนางเป็นทุกข์นางหายอมไม่
“คุณแม่ขา ลูกคิดถึงค่ะ คิดถึงแม่มากๆ”
“โถ ลูกรักของแม่ แม่อยู่ตรงนี้แล้ว กอดลูกอยู่ตรงนี้ มิได้จากกันไปไหนไกลเลยหนา ขวัญเอ๋ยขวัญมานะลูก”
นางค่อยๆ เช็ดน้ำตาให้ลูกสาว ฟ้ารดาค่อยๆพิจารณาทุกอย่างบนตัวนาง นางเหมือนแม่รดาภาของเธอทุกอย่าง มีเพียงการแต่งกายเท่านั้นทีแตกต่างออกไป นางคือแม่ของเธอจริงๆ ใช่ไหม
ฟ้ารดาได้แต่คิดในใจ “แม่คือแม่ของหนูจริงๆ ใช่ไหม กอดแม่ก็อุ่นเหมือนกอดแม่รดา หน้าแม่ก็เหมือนหน้าแม่รดา ความรู้สึกที่หนูมีให้แม่ก็เหมือนแม่รดา หนูต้องอยู่กับแม่แล้วจริงๆ ใช่ไหมคะ ด้วยรักของแม่เมื่อหนูกลับไปไม่ได้เสียแล้ว หนูจะเป็นช่อฟ้าลูกที่ดีของแม่นะคะ” ถ้าเธอมัวแต่เศร้าแม่ก็จะเศร้าไปกับเธอด้วย ถ้าเธอร้องไห้ท่านก็ร้องไห้ ท่านทนเห็นเธอเป็นทุกข์ไม่ได้เธอก็ทนเห็นท่านเป็นทุกข์ไม่ได้เฉกเช่นเดียวกัน ความรักความเมตตาจากทั้งพ่อและแม่ในอโยธยา ช่างอบอุ่นไม่ต่างจากความรักของพ่อและแม่ที่เธอจากมา ความรักของพวกท่านช่างมากมากมายนัก เธอจะจมอยู่ในความทุกข์ไม่ได้อีกแล้ว ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเธอไม่สามารถหยั่งรู้อนาคตได้ เธอรู้แค่วันนี้ ตอนนี้มีพ่อและแม่อยู่ตรงหน้า พวกท่านรักเธอมาก คนที่เรือนนี้ก็รักเธอ เมตตาเธอ ดังนั้น เธอจะเป็น แม่หญิงช่อฟ้าแห่งอโยธา และจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข
“คุณแม่เจ้าขา ลูกจะไม่ทุกข์แล้วเจ้าค่ะ ต่อไปในทุก ๆ วัน ลูกจะเป็นรอยยิ้มให้คุณแม่นะเจ้าคะ ลูกรักคุณแม่เจ้าค่ะ”
ได้ฟังคำของบุตรสาวแล้วแม่นายเฟื่องฟ้าได้แต่ยิ้มรับทั้งปากและตา
“ดีนักหนาลูกเอ๋ย เมื่อใดที่ลูกแม่มีความสุขแม่จักสุขเสียยิ่งกว่า ความสุขของลูกจักทำให้แม่มีรอยยิ้มเป็นแน่แท้”