ตอน 1

เสียงเครื่องบินลำใหญ่ ที่เวลานี้กำลังลงจอดยังสนามบินจังหวัดดังระงมไปทั่วบริเวณ กระทั่งจอดได้สนิทผู้โดยสารทั้งหมดจึงทยอยลงจากเครื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือลดาหญิงสาวกำพร้าที่เกิดและเติบโตที่นี่ ก่อนที่เธอจะสอบได้ทุนไปศึกษายังต่างประเทศจนจบระดับปริญญาตรี พอเรียนจบก็ขอทำงานใช้ทุนต่อที่นั่น

แต่ทำงานได้แค่สองปีกว่า ลดากลับได้รับข่าวร้ายว่าผู้มีพระคุณที่ชุบเลี้ยงเธอมาตั้งแต่ผู้เป็นพ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตไปกำลังป่วยหนักและไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ทันทีที่รู้ข่าวร้ายนี้ ลดาก็รีบบินกลับมาเมืองไทยทันที

“ลดา” เสียงคุ้นหูที่ทักขึ้นในอาคารผู้โดยสารขาเข้า ทำให้ลดาหันไปมองก่อนจะเห็นว่าเป็นปรียา เธอเอ่ยเรียกพร้อมกับตรงเข้าไปสวมกอด

“อุ้ม”

“คิดถึงลดาจัง เดินทางข้ามโลกมาแบบนี้เหนื่อยไหม” เมื่อคลายอ้อมกอดออกปรียาก็เอ่ยถามขึ้น จะว่าไปเธอกับลดาก็เหมือนพี่น้อง เพราะตั้งแต่เล็กจนโตก็อยู่ด้วยกันมาโดยตลอด เพิ่งมาอยู่ห่างกันจริงๆ จังๆ ก็ตอนที่ลดาไปเรียนต่อที่ อื่น ซึ่งก็ตั้งเก้าปีเข้าไปแล้วนะ แต่เธอก็ยอมรับจริงๆ ว่าลดานั้นเก่ง ที่สามารถสอบชิงทุนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้แบบนี้

แม่ของเธออุปการะเลี้ยงดูลดาในฐานะลูกสาวอีกคน เพราะครอบครัวของลดาเป็นคนงานในไร่ แต่ต้องมาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั้งหมด ปล่อยให้ลดาที่ตอนนั้นอายุเพียงเจ็ดขวบอยู่ตามลำพัง แม่เธอสงสารปนเอ็นดูลดามาก เลยตัดสินใจรับมาอยู่ด้วย

ลดาในวัยเด็กนั้นน่ารัก ช่างพูดช่างคุย คอยช่วยงานในส่วนที่ทำได้ ไม่ได้เอาแต่ใจเกเรเหมือนใครบางคน แต่ดีหน่อยที่พอโตมาแล้วคนที่ว่านิสัยก็เปลี่ยน ส่วนลดาเองก็เปลี่ยนไปเหมือนกันจากที่ช่างพูดช่างคุยก็ดูจะพูดน้อยลง อาจเพราะต้นเหตุมาจากเรื่องนั้นตอนนั้นก็เป็นได้

“ไม่เหนื่อยเลย”

“หิวไหม กินอะไรก่อนหรือเปล่า” คำถามเป็นห่วงเป็นใยดังมาจากปรียา นั่นทำให้ลดารู้สึกตื้อๆ ในอก เพราะไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน ปรียาก็ยังคงเป็นห่วงเป็นใยเธออยู่เสมอ

“ไม่หิว อุ้มล่ะ มารอรับลดานานหรือยัง หิวไหม”

“ไม่หิวเลย” ปรียาส่ายหน้าให้ เพราะระยะหลังๆ มานี้เธอแทบไม่อยากกินอะไรเลยด้วยซ้ำ ไม่ได้อยากไดเอท หรอกแค่ไม่รู้สึกอยากจะกินอะไรก็เท่านั้นเอง

“แล้วนี่คุณป้าเป็นยังไงบ้าง”

“ทรงกับทรุด” น้ำเสียงและสีหน้าของปรียานั้นไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่ก็ยังฝืนยิ้มให้ลดาได้เห็น

“งั้นเรารีบกลับไร่กันดีกว่า มาลดาขับรถให้”

“ไม่ได้ นั่งเครื่องบินมาตั้งนานขืนมาขับรถอีกเดี๋ยวก็ได้ไหลลงเหว อุ้มขับให้ลดานั่งน่ะดีแล้ว กลับไร่กัน”

“จ้ะ” ลดาพยักหน้ารับ ปรียาเข้ามาช่วยเพื่อนถือข้าวถือของแล้วพากันเดินตรงไปยังรถที่จอดอยู่หน้าสนามบิน คนมารับอาสาเป็นคนขับรถให้ ระหว่างทางที่รถเคลื่อนตัวไปนั้น ลดานั่งหน้าเครียดแทบจะตลอดเวลาก็ว่าได้

“อุ้มรู้เรื่องอาการป่วยของคุณป้ามานานแล้วหรือยัง”

“ปีกว่าแล้ว”

“แล้วทำไมเพิ่งมาบอกกัน”

“ก็แม่ขอไว้น่ะสิ นี่คันปากอยากจะบอกลดาใจจะขาด กระทั่ง…อาการของแม่ทรุดจนแทบจะไม่รู้สึกตัว อุ้มเลยตัดสินใจบอกลดา” น้ำเสียงของปรียาค่อยๆ เบาลง

“ขอบใจมากนะอุ้ม ขอบใจที่ไม่ลืมลดา”

“ลืมได้ยังไง แม่อุ้มรักและเอ็นดูลดาเหมือนลูกคนหนึ่ง ถ้าลดาไม่ได้กลับมาดูใจแม่อุ้มก่อนที่ท่านจะ…ตาย อุ้มคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต”

“อุ้ม!” ฟังแล้วลดาก็น้ำตาคลอ นั่นเพราะเธอเองก็รักและเคารพโสภีมากเหมือนแม่แท้ๆ ของเธอเช่นกัน ความรัก ความโอบอุ้ม ความเมตตาที่โสภีมอบให้มานั้น ทำให้เด็กกำพร้าอย่างเธอเติบโตมาอย่างเข้มแข็ง แม้จะรู้สึกว่าตัวเองขาดความรักจากแม่และพ่อไปบ้าง แต่โสภีก็ค่อยๆ เติมความรู้สึกขาดนั้นให้เธอจนเต็ม

ตลอดเวลาที่เรียนอยู่นั้น ความที่อยู่ห่างไกลกันแต่โสภีก็หมั่นโทรศัพท์ไปถามไถ่เสมอๆ ว่าเธอสุขสบายดีไหม ขาดเหลืออะไรบ้างหรือเปล่า นั่นทำให้ลดายิ่งรักโสภี วันที่เธอรับปริญญาโสภีกับปรียาก็บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาร่วมงานด้วย

“ไม่ใช่ว่าอุ้มจะไม่เสียใจเรื่องนี้นะ อุ้มเสียใจมาก ตั้งแต่รู้เรื่องก็ร้องไห้จนแทบไม่มีน้ำตาจะร้อง แต่เกิดแก่เจ็บตายคือสัจธรรมของโลกใบนี้” แม้ปากจะบอกว่าเธอนั้นร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะร้อง แต่พอเอาเข้าจริงๆ ปรียาก็น้ำตาเอ่อ รู้สึกตื้อๆ ในคอจุกในอกไปหมด แต่น้ำตามันไม่ไหลออกมาข้างนอกก็เท่านั้นเอง

ความรู้สึกเสียพ่อไปเมื่อตอนที่เธอยังเด็กเทียบไม่ได้กับตอนนี้เลย คงเพราะตอนนั้นเธอเด็กเกินจะรับรู้อะไร เวลานี้ต่อให้เธอเข้มแข็งมากแค่ไหน สุดท้ายก็กลายเป็นคนอ่อนแออยู่ดี ลดาคว้ามือของเพื่อนรักมากุมแล้วบีบเบาๆ ให้ปรียารับรู้ว่าเธออยู่ตรงนี้อีกคน

ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าถนน ที่มีป้ายไม้ขนาดใหญ่บอกผู้ที่ขับรถผ่านไปผ่านมาว่า ‘ไร่โอบอุ้ม’ หัวใจของลดาก็เต้นไม่เป็นจังหวะ นั่นเพราะจู่ๆ ใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่งก็เข้ามาในหัว ผู้ชายที่เธอพยายามสลัดภาพเขาให้ออกไปจากความคิดมาหลายปี แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ

เมื่อรถจอดสนิทปรียาก็พาลดาขึ้นไปยังห้องพักของผู้เป็นแม่ ลดากราบเท้าโสภีที่เวลานี้นอนอยู่บนเตียง ใบหน้ารวมไปถึงร่างกายที่เคยเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลซูบผอมเสียจนลดาใจหาย

“ลดา” น้ำเสียงแหบแห้งปนความเหนื่อยอ่อนของโสภีดังขึ้น พร้อมกับพยายามชูแขนที่มีแค่หนังห่อหุ้มเพื่อรับอ้อมกอดจากลดา นั่นทำให้ลดาปรี่เข้าไปสวมกอดทันที

“ลดากลับมาแล้วค่ะคุณป้า”

“คิดถึงจังเลยลูก”

“ลดาก็คิดถึงคุณป้าค่ะ” ลดารีบปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม พร้อมกับสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ พอคลายอ้อมกอดออกเธอก็ส่งยิ้มให้โสภีที่ยิ้มตอบเธอมาเช่นกัน

“ลดาของป้าโตขึ้นมาก สวยสมวัย เหมาะกับ…”

“แม่คะ” ปรียาเอ่ยแทรกขึ้น นั่นเพราะยังไม่อยากให้ผู้เป็นแม่เอ่ยอะไรในตอนนี้นัก เพราะลดาเพิ่งบินกลับมาขืนฟังเรื่องนั้นอาจช็อกเอาได้ แต่โสภีกลับมองว่าตนมีเวลาไม่มากแล้ว ขืนไม่พูดตอนนี้ก็กลัวว่าพรุ่งนี้จะไม่ได้ตื่นมาพูดอีก

“แม่ขอคุยกับลดาเองนะอุ้ม”

“ค่ะ…งั้นอุ้มออกไปรอข้างนอกนะคะ” โสภีพยักหน้าให้ลูกสาว ปรียาจึงจำต้องออกไปรอฟังข่าวที่นอกห้องแทน แม้จะรู้ว่าผู้เป็นแม่จะคุยอะไรกับลดา แต่ก็อดที่จะกังวลไม่ได้ นั่นเพราะไม่รู้ว่าตอนนี้ลดายังคิดแบบนั้นกับพี่ชายเธออยู่หรือเปล่า ถ้ายังคิดอยู่ก็ดีไป แต่ถ้าไม่นี่ก็เรื่องใหญ่เหมือนกัน

“ตะกี้พาใครมาด้วยน่ะอุ้ม”

“อ้อ…ลดาค่ะพี่โอบ” ปรียาเอ่ยตอบพี่ชาย ที่เวลานี้รับหน้าที่ดูแลไร่โกโก้ของครอบครัวอย่างเต็มตัวแล้ว ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนได้ใจลูกน้องไปเสียหมด เดินไปไหนมาไหนคนเหล่านั้นจึงเอ่ยเรียกพี่ชายเธอว่าพ่อเลี้ยงโอบอย่างเต็มปาก

“ลดาเหรอ” พ่อเลี้ยงโอบเอ่ยทวนชื่อที่ได้ยิน นั่นเพราะเขาไม่เคยเอ่ยถึงเธอเลยตั้งแต่ลดาสอบชิงทุนได้แล้วตัดสินใจบินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศโดยไม่ถามเขาสักคำว่าอนุญาตไหม

มิหนำซ้ำพอเรียนจบแทนที่จะกลับมาทำงานที่เมืองไทยยังเลือกทำงานที่นั่นอีก ปีกกล้าขาแข็งขนาดนั้นแล้วจะกลับมาเหยียบที่นี่อีกทำไมกัน

“ค่ะ” ปรียาเอ่ยรับเพียงสั้นๆ พร้อมกับสังเกตสีหน้าและท่าทางของพี่ชายตัวเองไปด้วยว่ากำลังคิดอะไรอยู่ รายนี้อคติกับลดามาตั้งแต่เด็กๆ คิดว่าลดามาเพื่อหวังสุขสบาย ร้ายแรงไปถึงคิดว่าลดามาเพื่อแย่งความรักจากคนในครอบครัวไป เพราะคิดแบบนั้นตั้งแต่เล็กจนโตทำให้โอบไม่เคยญาติดีกับลดาเลย

ตอน 2

“คงไม่ได้กลับมาเพื่อหวังสมบัติอะไรหรอกนะ”

“ลดาเขาคงไม่ได้คิดแบบนั้น จะมีก็แต่พี่โอบเท่านั้นล่ะค่ะที่คิด คิดมาตั้งแต่เล็กจนโตป่านนี้ก็ยังไม่เลิกคิดอีก” ปรียามองพี่ชายอย่างไม่พอใจนักที่ได้ยินคำพูดแบบนี้ นั่นเพราะเธอรู้จักลดาดีว่าไม่ใช่คนที่อยากได้อะไรที่ไม่ใช่ของตัวเอง ขนาดเรื่องการเรียนยังทำงานหาเงินส่งตัวเองและที่ไปเรียนต่อเมืองนอกเมืองนาก็เพราะสอบชิงทุนได้ ไปเรียนที่นู่นก็ทำงานหารายได้พิเศษไปด้วย เงินที่แม่เธอส่งไปให้ใช้ก็มักจะถูกส่งกลับมาตอนปีใหม่เสมอ

“ไม่คิดก็ดี แล้วนี่ลดาอยู่ไหน”

“อยู่กับแม่ในห้องค่ะ พี่โอบมีอะไรหรือเปล่าคะ”

“พี่อยากให้แม่ช่วยเลือกฤกษ์แต่งงานของพี่กับใหม่ให้หน่อย อยากจัดงานแต่งงานให้แม่เห็นว่าพี่มีครอบครัวที่ดีที่โอบอุ้มแล้วก่อนที่ท่านจะ…” พ่อเลี้ยงโอบพูดไม่ออกเช่นเดียวกัน ต่อให้เขานั้นเป็นคนตรงๆ โผงผางไปบ้าง แต่จะให้พูดเรื่องอาการป่วยของผู้เป็นแม่โดยไม่คิดอะไรเลยมันคงเป็นไปไม่ได้

เขารู้ว่าแม่นั้นห่วงเรื่องนี้ อยากเห็นเขามีคนรักที่ดีแต่งงานมีครอบครัวเสียทีรวมทั้งมีหลานให้อุ้ม ตอนที่แม่ยังแข็งแรงเขาไม่เคยใส่ใจกับคำที่แม่ขอ เพราะคนที่แม่ขอให้เขาแต่งงานด้วยนั้นคือลดา เด็กกำพร้าที่แม่เขาอุปการะเธอมาตั้งแต่เด็กๆ ครั้งแรกที่รู้เรื่องนี้เขาไม่พอใจมาก เพราะไม่คิดว่าแม่จะอยากให้เขาแต่งงานกับเธอ เด็กเหลือขอที่ตามติดเขาแจ ไม่ว่าจะพูดจาร้ายๆ ใส่ยังไงก็ยังไม่ยอมไปไหน แต่พอรู้ตัวอีกทีลดากลับออกห่างเขาไปทุกทีๆ

กระทั่งเธอเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ และวันหนึ่งจู่ๆ แม่เขาก็ล้มป่วยด้วยโรคร้าย คำพูดต่างๆ ของแม่ก็ย้อนเข้ามาในหัวเขา แต่ไม่ว่ายังไงเจ้าสาวที่เขาวาดฝันไว้ก็ยังคงไม่ใช่ลดา เพราะผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาของเขามีเพียงคนเดียวคือปีใหม่เท่านั้น เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา และเขาก็ได้ขอเธอแต่งงานแล้วด้วย ซึ่งปีใหม่ก็ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล เรื่องแต่งงานเขาทำให้แม่สมหวังได้ แต่เรื่องมีหลานให้อุ้มเขาคงไม่สามารถจริงๆ

“รอก่อนนะคะ อีกเดี๋ยวลดาคงออกมา”

“อืม” เสียงตอบรับดังมาจากลำคอของพ่อเลี้ยงโอบ สองพี่น้องได้แต่ยืนรออยู่หน้าห้องในขณะที่คนซึ่งอยู่ภายในกำลังพูดคุยกัน แต่สิ่งที่ทำให้ลดาอึ้งจนพูดไม่ออกนั่นคือคำขอของโสภี ก่อนที่เธอจะเอ่ยทวนประโยคนั้นอีกครั้ง ทวนให้มั่นใจว่าเธอไม่ได้หูฝาดจนได้ยินไปเอง

“คุณป้าจะให้ลดาแต่งงานกับพี่โอบเหรอคะ!”

“ชะ…ใช่” โสภีเค้นเสียงเอ่ยรับ เธอรู้สึกเหนื่อยแต่ฝืนร่างกายเพื่อพูดคุยเรื่องนี้กับลดาให้ได้ ไม่อย่างนั้นเธอคงตายตาไม่หลับแน่ๆ

“แต่พี่โอบไม่ได้รักลดา แล้วอีกอย่างลดาก็…”

“ป้ารู้ แต่ป้าไม่อยากให้โอบเขาแต่งงานกับคนไม่ดี” เอ่ยจบโสภีก็หอบจนตัวโยน นั่นทำให้ลดาส่งน้ำให้จิบ

“คนไม่ดี คุณปีใหม่น่ะเหรอคะ” ลดาเอ่ยถึงแฟนสาวของพ่อเลี้ยงโอบ นั่นเพราะเธอรู้เรื่องนี้จากปรียามาบ้างแล้วนั่นเอง

“ใช่…ปีใหม่เข้ามาเพื่อหลอกโอบ ตอนนี้โอบยังหน้ามืดตามัวหลงคิดว่านั่นคือรักแท้ แต่ป้าให้คนไปสืบประวัติของปีใหม่มาแล้ว ครอบครัวเธอสิบแปดมงกุฎ ติดการพนันทั้งนั้น ขืนได้มาเป็นสะใภ้ โอบจะไม่เหลืออะไรเลย” สีหน้าของโสภีเต็มไปด้วยความกังวล เธอไม่ใช่แม่สามีตัวร้ายที่จะขัดขวางความสุขของลูกไปเสียทุกเรื่อง เว้นก็แต่เรื่องคู่ครอง เพราะถึงแม้จะอยากเห็นโอบแต่งงานมีครอบครัวมากแค่ไหน แต่ภายใต้เรื่องแต่งงานเธอก็ต้องการให้โอบเจอคนที่ดีเช่นกัน ไม่ใช่ไปคว้าผู้หญิงที่หวังสุขสบายหวังแค่สมบัติมาเป็นแม่เลี้ยงที่นี่

“แต่ว่า…”

“ถือว่าป้าขอเถอะนะลดา ทำเพื่อป้าได้ไหมลูก” มือที่เวลานี้เหี่ยวแห้งของโสภีกอบกุมแล้วบีบมือนุ่มๆ ของลดาไว้ ส่งสายตาร้องขอมาเพื่อให้ลดาช่วยเหลือในเรื่องนี้ นั่นเพราะหันไปทางไหนก็ไม่มีคนที่เหมาะไปกว่าลดาอีกแล้ว อย่างน้อยรักในวัยเด็กของลดาที่มีให้โอบ มันอาจทำให้โอบตาสว่างได้บ้าง

“เอ่อ…” ลดาอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่รู้ว่าควรจะตอบยังไงดี ใจหนึ่งก็อยากตอบแทนบุญคุณของโสภีที่ชุบเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็กๆ แต่อีกใจก็ลังเลว่าสิ่งที่ต้องทำมันเหมาะแล้วหรือไม่ ถ้าพ่อเลี้ยงโอบรู้เรื่องเข้า เขาคงยิ่งเกลียดเธอ

“ได้ไหม ถือว่าทำให้คนแก่ใกล้ตาย...แค่กๆ”

“ดะ…ได้ค่ะ ลดารับปากค่ะ” คำตอบรับของลดาทำให้โสภียิ้มออกมา แม้จะเป็นรอยยิ้มที่แฝงความเหนื่อยอ่อนอยู่มากก็ตามที

“ขอบใจมากนะลดา”

“ค่ะ”

“ช่วยหยิบซองสีน้ำตาลพร้อมกับปากกาในลิ้นชักให้ป้าทีสิ”

“ได้ค่ะ” รับปากเสร็จ ลดาก็ลุกไปเปิดลิ้นชักแล้วหยิบของที่โสภีต้องการมายื่นให้ มือเหี่ยวกร้านของโสภีเปิดซองสีน้ำตาลแล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา จากนั้นก็เซ็นชื่อกำกับลงไป ใบหน้าของโสภีผุดรอยยิ้มขึ้น เสร็จเธอก็ไหว้วานให้ลดานำไปเก็บไว้ที่เดิม

“แค่นี้ป้าก็คงตายตาหลับ...แค่กๆ” ลดาปรี่เข้ามาดูอาการของโสภีที่ตอนนี้ไอออกมาอย่างหนัก เลือดสดๆ ไหลซึมออกมาจากช่องว่างระหว่างนิ้วมือที่โสภียกขึ้นมาปิดปากของตัวเอง นั่นทำให้ลดาตกใจสุดขีด

“คุณป้าคะ คุณป้า!” เสียงตะโกนของลดาที่ดังขึ้นในห้อง ทำให้โอบและปรียาที่ยืนรออยู่ด้านนอกรีบเปิดประตูเข้ามาภายในห้องทันที

“แม่ครับ แม่เป็นยังไงบ้าง” พ่อเลี้ยงโอบผลักลดาให้ออกห่างแล้วเข้าไปพยุงผู้เป็นแม่เสียเอง โดยมีปรียาเข้ามาช่วยอีกคน ส่วนลดานั้นยืนมองหน้าซีดอย่างตกใจอยู่ข้างๆ โดยบนมือของเธอยังมีเลือดของโสภีเปื้อนอยู่

“แม่คะแม่”

“อุ้มไปตามอาหมอมาเร็วเข้า เร็ว!”

“ค่ะพี่โอบ” ปรียาแทบจะวิ่งออกจากห้อง เธอรีบไปตามอาหมอเพื่อให้มาดูอาการของผู้เป็นแม่ด้วยความร้อนใจ

“เธอเข้ามาคุยอะไรกับแม่ฉัน…ฮะ!” พ่อเลี้ยงโอบหันมาตะคอกถามลดา ที่เวลานี้ยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างเตียง

“ลดาไม่ได้คุยอะไรค่ะ”

“ไม่ได้คุยอะไรแล้วทำไมแม่ของฉันถึงเป็นแบบนี้ บอกมาว่าเข้ามาคุยอะไร” นั่นเพราะจู่ๆ อาการป่วยของแม่ที่ทรงตัวมาหลายวันก็ทรุดไปแบบนี้ ทำให้โอบโยนความผิดให้ลดารับไปแต่เพียงผู้เดียว

ตอน 3

“ลดาบอกไปแล้วไงคะ ว่าไม่ได้คุยอะไรทั้งนั้น” ต่อให้คุยลดาก็คงเอ่ยบอกความจริงไปตอนนี้ไม่ได้แน่นอน

“โกหก”

“พี่โอบคะ อาหมอมาแล้วค่ะ” เสียงของปรียาที่ดังขึ้นทำให้บทสนทนาระหว่างโอบกับลดาหยุดลงชั่วคราว

“โอบกับทุกคนออกไปรออาที่ข้างนอกก่อน ไปสิ” นายแพทย์ประสิทธิ์หรือที่โอบกับปรียาเรียกว่าอาหมอเอ่ยบอกคนที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกไปรอข้างนอก

นั่นทำให้ทั้งสามคนต้องพากันออกไปยืนรอฟังข่าวด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะต่างห่วงอาการป่วยของโสภี แต่พอหันมาเห็นลดา โอบก็ไถ่ถามเอาความจากเธออีกครั้ง เพราะที่ถามไปก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการ

“ว่ายังไง ที่ฉันถามเธอไปเมื่อกี้นี้ จะตอบได้หรือยัง”

“ลดาตอบไปแล้วค่ะ ว่าไม่ได้คุยอะไรกับคุณป้าทั้งนั้น” ลดาตอบเหมือนเดิมอีกครั้ง แต่กลับไม่ใช่คำตอบที่โอบอยากฟัง ไม่ได้เจอกันแค่ห้าปีดูเธอโตขึ้นมีความมั่นใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แบบนี้สินะ เขาถึงเรียกนักเรียนนอกหัวหมอ จบสูงหน่อยก็ลืมตัว

“ไม่ได้คุย แล้วจู่ๆ แม่ฉันก็ไอออกมาเป็นเลือดแบบนั้นน่ะเหรอ”

“พี่โอบจะมาตะคอกใส่ลดาทำไม ลดาก็บอกไปแล้วนี่คะว่าไม่ได้คุยอะไรกับแม่” ปรียาที่ยืนฟังอยู่อีกคนเอ่ยแย้งแทนเพื่อนสนิทที่เปรียบดังพี่น้องก็ว่าได้

“พี่ไม่เชื่อ เพราะตั้งแต่ผู้หญิงคนนี้เข้ามา ครอบครัวเราก็เปลี่ยนไป”

“ใช่ค่ะ ตั้งแต่ที่ลดาเข้ามาครอบครัวเราก็เปลี่ยนไป แต่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นนะคะ จะมีแค่พี่โอบคนเดียวเท่านั้นที่อคติกับลดาไม่เลิกรา จะกี่ปีกี่เดือนก็เหมือนเดิม ใจแคบ” สำหรับปรียานั้นการมาของลดามันคือการเติมเต็ม คือมีเพื่อน มีพี่น้องเพิ่มมาอีกหนึ่ง แต่สำหรับโอบ พี่ชายเธอแล้วอาจคิดว่าลดามาเพื่อแย่งทุกอย่าง ผู้ชายอะไรใจแคบ ขี้น้อยใจชะมัด

“อุ้ม…นี่เรากล้าว่าพี่อย่างนั้นเหรอ” พอเถียงสู้ไม่ได้ พ่อเลี้ยงโอบก็ยกความเป็นพี่น้องมาพูดทันที

“ใช่ค่ะ เพราะพี่โอบไม่มีเหตุผล”

“อุ้ม!” พ่อเลี้ยงโอบเอ่ยชื่อน้องสาวออกมาเสียงห้วน ก่อนจะมองตรงไปยังลดาด้วยสายตาและสีหน้าที่แสดงออกว่ากำลังไม่พอใจ

“ถ้าแม่ฉันเป็นอะไร ฉันจะไม่มีวันให้อภัยเธอแน่…ลดา” เอ่ยจบพ่อเลี้ยงโอบก็เดินห่างออกไปทันที ปล่อยให้น้องสาวและลดายังคงยืนอยู่หน้าห้องผู้เป็นแม่ นั่นเพราะเขาต้องการไปสงบสติอารมณ์ตามลำพังเสียก่อน

“คุณป้าจะเป็นอะไรมากไหมอุ้ม” ลดาเอ่ยถามเสียงสั่น ภาพที่โสภีไอออกมาเป็นเลือดยังคงติดตาอยู่

“อุ้มก็ไม่รู้ แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่แม่ไอมาเป็นเลือด อีกอย่างอย่าเก็บคำพูดพี่โอบมาคิดเลยนะ พี่โอบก็แค่หัวเสียเพราะรักษาแม่ไม่ได้เลยโยนความผิดเรื่องนี้ให้ลดารับไปคนเดียว ลดาไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ที่อาการแม่เป็นแบบนี้เพราะอะไรเราสองคนพี่น้องรู้อยู่เต็มอก”

“อื้อ” ลดาพยักหน้ารับ เธอนั้นรู้ตัวดีว่าเป็นใคร ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปถือสาพ่อเลี้ยงโอบได้หรอก แต่พอมาคิดแล้วว่าเธอต้องแต่งงานกับเขา ลดาก็แอบถอนหายใจ

“อาหมอคะ แม่เป็นยังไงบ้าง” ทันทีที่เห็นนายแพทย์ประสิทธิ์เปิดประตูออกมาจากห้อง ปรียาที่รออยู่แล้วก็รีบเข้าไปถามอาการผู้เป็นแม่ทันที

“ไม่สู้ดีเลย อาว่าช่วงนี้อุ้มกับโอบควรอยู่ใกล้ชิดโสภีเขาให้มากๆ หน่อย” คำตอบที่ได้ยินทำเอาปรียาเข่าอ่อน ดีที่ลดาเข้ามาช่วยพยุงไว้ ไม่อย่างนั้นเธอคงล้มไปแล้ว

“แม่!/คุณป้า” ทั้งปรียาและลดาต่างอุทานออกมาพร้อมๆ กัน ทั้งคู่ต่างรู้สึกใจหายกับข่าวร้ายนี้ แม้ปรียาจะเตรียมใจรับกับการสูญเสียมาบ้าง แต่พอเอาเข้าจริงเธอก็ยากจะรับได้

“แล้วนั่นหนูลดาใช่ไหม กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“สวัสดีค่ะคุณอาหมอ ลดาเพิ่งกลับมาเมื่อเช้านี้ค่ะ” ลดายกมือไหว้นายแพทย์ประสิทธิ์แล้วเอ่ยขึ้น นั่นเพราะเธอเองก็คุ้นเคยกับคนตรงหน้ามากเช่นกัน

“มาก็ดี เพราะโสภีเขาบ่นถึงหนูตลอด อยู่ดูใจกัน”

“ค่ะคุณอา”

“งั้นอาขอตัวกลับก่อนนะ มีอะไรก็ให้คนไปตามอาได้”

“ขอบคุณมากค่ะอาหมอ” ปรียายกมือไหว้อาหมอซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องชายของพ่อเธอ ที่หลายเดือนมานี้คอยมาตรวจอาการของแม่อย่างใกล้ชิด

เมื่อล่ำลากันแล้วเธอกับลดาก็เข้าไปดูอาการของโสภีข้างในห้อง ก่อนจะให้ลดาไปล้างไม้ล้างมือที่มีคราบเลือดให้สะอาดเสียก่อน จากนั้นก็เข้าไปนั่งข้างเตียงอีกคน

“แม่คะ แม่เป็นยังไงบ้างคะ”

“แม่ยังไหวลูก แต่แม่คงอยู่ได้อีกไม่นาน” คำพูดของผู้เป็นแม่ทำเอาปรียาถึงกับจุกในอก

“แม่”

“อุ้ม! ไปตามโอบมาให้แม่หน่อยได้ไหมลูก”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวอุ้มไปตามพี่โอบให้เดี๋ยวนี้เลย” เอ่ยจบปรียาก็ออกไปจากห้อง หายไปครู่ใหญ่เธอก็กลับมาพร้อมโอบ

“โอบ มานั่งข้างๆ แม่สิ”

“ครับ” พ่อเลี้ยงโอบเอ่ยรับ ก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ ผู้เป็นแม่ซึ่งมีลดานั่งอยู่แล้ว เธอจะลุกขึ้นให้เขานั่ง แต่กลับถูกโสภีรั้งแขนไว้ บ่งบอกว่าต้องการให้ทั้งคู่นั่งด้วยกัน

“แม่มีอะไรจะขอโอบ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED