นิดาคิดว่าขาทั้งสองข้างของเธอมันเหมือนจะหมดแรงเลย ส่วนหลังก็ปวดมาก
อ๊าก พี่งเคยขับรถทางไกลครั้งแรก ล้าไปหมดเลย เธอมาถึงโลเกชั่นที่จะใช้ถ่ายพรีราวบ่ายสาม ทั้งที่ออกเดินทางจากออฟฟิตสิบเอ็ดโมง ถึงจะช้าไปหน่อยแต่อย่างน้อยเธอก็พาบอสมาถึงอย่างปลอดภัยก็แล้วกัน
เธอเหลือบมองบอสที่กำลังหลับอย่างสบายก็เลยไม่อยากจะกวนเขา นิดาอ้อมมาด้านหลังมาเอาเอกสารต่างๆ และกล้องถ่ายรูปเพื่อลองถ่ายหามุมที่แสงสวยที่สุด
สวย..จังเลยนะ ทะเลยามเย็นเนี่ยเหมือนความฝันเลย นิดาถ่ายรูปพร้อมกับส่งไปให้พี่เอื้อดู หลังจากนั้นก็ได้รับสติกเกอร์กดไลค์ส่งกลับมา
งานเธอเสร็จไวมากกว่าที่คิดแฮะ แต่เธอแอบเหนื่อยในแบบที่ขับรถกลับ เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องมาที่นี่อีก ชวนบอสค้างที่นี่ดีกว่า
เผื่อเขาจะใจดีออกค่าห้องให้เธอ คิดซะว่ามันคือค่าดำเนินการ นิดากำลังจะเดินไปที่รถแต่เสียงแจ้งเตือนข้อความของเธอก็ดังขึ้น
“ผมบอกแล้วไงว่าอย่าส่งผลงานแบบนั้นไป ทำไมถึงยังส่งไปอีก..”
สายลมร้อนๆ พัดผ่านเธอไปพร้อมกับความหนักอึ้งในหัวใจที่ก่อตัวขึ้นมา เขาเป็นคนรักของเธอ
ตินเป็นเจ้าของร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามออฟฟิต เราค่อนข้างสนิทกันเพราะว่าเธอไปซื้อกาแฟบ่อย การดื่มกาแฟมันเป็นวิถีของคนที่ไม่ค่อยได้นอน หลังจากพูดคุยกันมาสักพักเราต่างก็พัฒนาความสัมพันธ์มาเป็นคนรัก
เธอคิดว่าเขาคือเพื่อนคุยที่ดีจนได้เปิดเผยความฝันของตัวเองออกไป
“นักเขียนนิยายเนี่ยนะ แถมยังเขียนเรื่องอย่างว่าด้วย นี่เธอจะบ้ารึเปล่า?”
ความสัมพันธ์มันเริ่มมีปัญหาตรงนั้น เธอไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองเพราะว่ามีงานที่มั่นคงทำแถมเงินเดือนที่นี่ก็เยอะมากพอๆ กับที่เธอขายวิญญาณให้บอสเลย
และเพราะแบบนั้นเธอจึงเลือกที่จะเดินตามความฝันในช่วงวัยที่พอจะทำได้ เธออยากจะเป็นนักเขียน มันไม่สำคัญสักหน่อยว่าเราจะเขียนเรื่องแบบไหนออกมา เพราะว่านักอ่านต่างก็ไม่ได้ชื่นชอบสไตล์การอ่านที่เหมือนกัน
เธอชื่นชอบและหลงใหลในความรักที่ร้อนแรงแบบพุ่งเข้าหากันโดยที่ไม่สนใจสิ่งใด มันเป็นเรื่องที่สวยงามมากนะเพราะชีวิตจริงเราไม่ได้พุ่งเข้าหาคนอื่นได้แบบนั้นสักหน่อย
เธอแค่ชอบ และความชอบมันก็บังคับกันไม่ได้ แต่เขากลับไม่เข้าใจ แถมยังมาบอกให้เธอล้มเลิกเรื่องที่กำลังทำอยู่ นิดามองข้อความนั้นเงียบๆ เธอไม่ได้พิมพ์อะไรตอบกลับไป
“สวยมากเลยนะ แสงแบบนี้ภาพจะต้องออกมาดีมากแน่ๆ”
เมื่อนิดาหันไปตามเสียงเธอก็พบกับคุณหนุ่มที่กำลังเดินลงมาจากรถ
“ใช่ไหมล่ะ ฝ่ายหาสถานที่ของเรานี่เก่งมากๆ เลยนะคะ เหมือนกับว่าเขารู้มุมและแสงแดดยังไงอย่างงั้นเลย”
เขามองหน้าเธอนิ่งๆ
“ผมเอง ส่วนใหญ่คนที่กำหนดสถานที่การถ่ายพรี จะเป็นผม”
นิดายกมือขึ้นมาปิดปากด้วยความตกใจ ดีนะที่เธอไม่ได้ด่าออกไป เธอชมเขาขนาดนี้เขาจะต้องพิจารณาการขึ้นเงินเดือนให้เธอแล้วไหม
“แบบนั้นเราค้างที่นี่ดีไหมคะบอส บอสจะได้เดินดูชายหาดรอบๆ เผื่อว่าบอสจะได้พบเจอมุมถ่ายรูปใหม่ๆ ไหนๆ เราก็มาแล้วนี่นา”
นิดาส่งยิ้มให้เขา พร้อมกับจ้องมองใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย
นี่เธอรู้ตัวไหมว่าตัวเองกำลังพูดอะไรออกมา เธอกำลังชวนเขานอนด้วยเนี่ยนะ?
“ไม่ใช่ว่าคุณขับรถกลับไม่ไหว..”
“ใช่แบบนั้นซะที่ไหนกันล่ะคะ หนูยังขับกลับไหวแน่นอน เพียงแต่จะขับกลับไปกลับมา หนูกลัวว่าบอสจะเหนื่อยต่างหาก”
หนุ่มหัวเราะเบาๆ
“เอาสิ ลองไปหาโรงแรมที่ติดกับหาดดู ผมจะเดินดูรอบๆ ได้ที่ไหนก็แชทมาบอกแล้วกัน”
นิดาพยักหน้าเป็นเชิงว่าเธอเข้าใจ ดูเหมือนว่าเจ้านายที่แสนเข้มงวดจะมีมุมใจดีเล็กๆ อยู่ด้วยแฮะ
เมื่อตามหาห้องพักที่มีบรรยากาศน่าพึงพอใจได้แล้ว นิดาก็จัดการจองห้องพักสองห้อง เธอเน้นย้ำกับพนักงานแล้วว่าจองสองห้อง ห้ามมีเรื่องผิดพลาดแบบในหนังที่เหลือห้องเพียงห้องเดียวแล้วจะต้องนอนด้วยกัน
แบบนั้นน่าอึดอัดตายเลยเพราะว่าเธอไม่ได้สนิทอะไรกับคุณหนุ่มขนาดนั้น ที่เธอต้องทำดีกับเขาก็เพราะว่าเขาคือเจ้านาย เธอไม่อยากถูกหมายหัวหรอกนะ..
หลังจากนั้นนิดาก็จัดการส่งข้อความไปหาเขาเพื่อแจ้งชื่อโรงแรมและเลขห้อง ที่นี่มีห้องพักที่แยกเป็นหลังๆ ติดริมทะเล ซึ่งราคาก็แพงเอาเรื่องเลยแต่เรื่องนั้นเธอไม่สนใจเพราะว่าเธอไม่ได้จ่าย
เมื่อได้เข้ามาอยู่ห้องเงียบๆ คนเดียว นิดาก็เลื่อนไปอ่านแชทของตินอีกครั้ง
จะตอบเขาดีไหมนะ หรือว่าจะเงียบต่อไปแบบนี้ดี
ไม่เอาดีกว่าเธอควรจะตอบสิ ปล่อยค้างคาแบบนี้มันไม่สมกับเป็นเธอเลย
“นี่คือความฝันของหนูเลยนะ มันเลวร้ายในสายตาของพี่มากขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
หลังจากนั้นนิดาก็รีบคว่ำโทรศัพท์ในทันที เธอกำลังหวาดกลัวแชทที่เขาจะส่งกลับมา
ถ้าเขาบอกเลิกจะทำยังไงดีนะ บอกเลิกกับเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ! ไม่ใช่หรอกมั้ง ไม่มีใครเขาบอกเลิกกันเพราะเป็นนักเขียนนิยายอีโรติกหรอกจริงไหม..
หรือว่าเธอจะเป็นคนแรกของโลกใบนี้ที่ถูกบอกเลิกเพราะเรื่องนั้น โอ้ย..กังวลจัง ความฝันก็ต้องทำ แฟนก็ต้องมี
แต่ถ้าเธอได้ทำตามความฝัน ไม่ต้องมีแฟนก็ได้..
แล้วตอนเช้าใครจะโทรมาปลุกล่ะ ตอนที่เธอทำงานโต้รุ่งใครจะทักมาบอกให้เธอพักผ่อนบ้าง..
บ้าชะมัดเลย..นี่เธอกำลังเสียใจอยู่นะ!!
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นมาพร้อมกับชื่อของ “คุณแฟน”
อ่านเลยดีไหมนะ เขาจะคิดว่าเธอขาดเขาไม่ได้รึเปล่า แบบนั่งรอข้อความเขาตลอดอะไรแบบนี้ รอสักพักค่อยอ่านดีกว่า..แต่มันอยากรู้นี่
เขาจะส่งมาว่าอะไรกันนะ
สุดท้ายนิดาก็ไม่สามารถห้ามใจให้รอได้ เธอเปิดอ่านข้อความของเขา..
“เอาไว้กลับมาค่อยคุยกัน พี่ไม่อยากทะเลาะแต่อยากจะคุยให้เคลียร์กันว่าพี่ไม่ชอบอะไรแบบนี้ หากว่าเราชอบพี่ทำไมเราไม่เลือกจะรักษาพี่ไว้ล่ะ..”
“....”
เพราะว่าที่บ้านเอาแต่หัวเราะตอนที่เธอเป็นเด็กแล้วบอกว่าอยากจะโตขึ้นไปเป็นนักเขียน
พ่อและแม่มองว่ามันคือเรื่องไร้สาระ ทั้งที่นั่นคือความฝันของเธอ หลังจากถูกพ่อและแม่หยิบยกเรื่องความฝันของเธอมาล้อเล่นบ่อยๆ ราวกับว่ามันคือเรื่องตลก นิดาก็เลือกที่จะไม่บอกใครอีกเลยว่าความฝันของเธอคือการเป็นนักเขียนนิยาย เธอตั้งใจเรียนและทำงานตามที่พ่อแม่ต้องการ ได้เข้างานในบริษัทระดับประเทศ และเมื่อชีวิตมันเริ่มเข้าที่เข้าทางเธอจึงมาตามหาความฝันที่เคยทิ้งเอาไว้ในวัยเด็กอีกครั้ง
แต่กลับมาเจอแฟนบอกให้เธอเลือกเขา แทนที่จะเป็นความฝันที่เธอตั้งใจเขียนเรื่องนี้มาแรมปีเพราะว่าจะต้องเอาเวลาหลังเลิกงานมาเขียนทีละเล็กละน้อย..
เธอควรจะเลือกอะไรดีล่ะ ความฝันที่กำลังจะเป็นความจริงหรือว่าคนรักที่บอกให้เธอละทิ้งความฝันเพื่อเขา
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นมาที่มุมปากของหนุ่มจางๆ
การทำงานของนิดานั้นถือได้ว่าเธอทำงานอยู่ในขั้นที่เรียกว่าดีเยี่ยม ส่วนหน้าตาก็..น่ารักดี
เขาแค่ชอบที่เธอชอบแทนตัวเองว่าหนูกับทุกคนในออฟฟิต อาจจะเป็นเพราะว่าเธออายุน้อยที่สุดก็เป็นได้ คำพูดของนิดาที่พูดกับคนอื่นมันถึงได้ ถ่อมตนอยู่เสมอ
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปแสงและมุมต่างๆ เอาไว้เป็นโลเกชั่นถ่ายรูปคร่าวๆ ในครั้งต่อไป คู่รักส่วนใหญ่นิยมมาถ่ายพรีเวดดิ้งที่ริมทะเลซะส่วนใหญ่ ทำให้เขาได้เดินทางมาที่นี่บ่อยๆ
เขาชอบเวลาที่คลื่นซัดเข้าฝั่ง เสียงคลื่นที่ดังกระทบกับหาดทรายพร้อมกับลมเย็นๆ ที่ปะทะใบหน้ามันชวนให้เขาลืมเลือนเรื่องที่หนักอึ้งในใจเต็มไปหมดเลย
ไม่นานนักเขาก็เดินมาที่โรงแรมที่นิดาจองห้องเอาไว้ ซึ่งเธอมายืนต้อนรับเขาที่ด้านหน้าลอบบี้
“หายไปนานเลยนะคะ หนูเอากุญแจห้องมาให้ค่ะ ส่วนเรื่องเสื้อผ้าหนูได้จัดเตรียมเอาไว้ให้แล้วในห้อง ทั้งชุดนอนและชุดที่คุณหนุ่มจะใส่ในวันพรุ่งนี้ เรื่องมื้อเย็นบอสสามารถเลือกทานได้เลยนะคะว่าจะทานในห้องหรือว่าจะทานที่ห้องอาหารของโรงแรม”
เธอเว้นช่องว่างเอาไว้อย่างชัดเจนพร้อมกับคำกล่าวอำลาที่แสนจะเรียบง่าย เขาได้แต่มองกุญแจห้องในมือก่อนจะไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด ตอนที่อยู่ในรถ ที่เธอพยายามดูแลเขา เขาคิดว่าเธอมีใจซะอีก..
แต่เท่าที่ดูจากแววตาของเธอแล้ว มันไม่ได้..มีความรู้สึกใดๆ แอบแฝงอยู่เลย
คาดหวังอะไรอยู่กันเนี่ย ไม่สมเป็นเขาเลย
นิดาเดินมาที่ร้านสะดวกซื้อ เธอซื้อข้าวกล่องและน้ำสองสามขวด ก่อนจะตรงเข้าห้องในทันที ทว่าเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องเธอก็พบกับวิวทะเลยามเย็น..
ห้องพักของเธออยู่ติดทะเลเลย เพราะแบบนั้นนิดาจึงวางของทั้งหมดที่ด้านหน้าห้อง เธอเปิดขวดเบียร์ออก พร้อมกับกรอกเบียร์ใส่ปากเร็วๆ
ทั้งที่ควรจะได้ใช้เวลานี้พักผ่อนแท้ๆ แต่กลับต้องมีเรื่องให้คิดมาก วันนี้เธอควรจะมีความสุขที่สุดเพราะว่านิยายที่เธอเขียนมานานกำลังจะตีพิมพ์
เธอควรจะได้ฉลองความสำเร็จนี้กับใครสักคนสิ ไม่ใช่มานั่งเศร้าอยู่คนเดียวแบบนี้
เพื่อนสนิทก็ไม่มีเพราะตอนเรียนก็เอาแต่ตั้งใจเรียนเพื่อจะได้สอบชิงทุน พอทำงานก็ก้มหน้าตั้งใจทำงานมากจนกว่าจะมีแฟนคนแรกก็อายุเกือบสามสิบ
“เฮ้อ ให้มันได้แบบนี้สิชีวิต”
นิดาหลับตาลงช้าๆ แต่อยู่ๆ กลับมีมือมาแย่งขวดเบียร์ไปจากมือเธอ แสงสุดท้ายของดวงตะวันสาดส่องกระทบใบหน้าที่ไม่ว่าใครก็จะต้องหลงใหลไปกับเขาอย่างแน่นอน เขามองหน้าเธอในขณะที่กำลังกระดกขวดเบียร์ลงคอ
“มีเรื่องกลุ้มใจรึไง? ทั้งที่ได้มาพักผ่อนแบบนี้แท้ๆ”
พักผ่อนงั้นเรอะ เธอพึ่งจะขับรถจนเมื่อยไปทั้งตัว แถมพึ่งจะจัดการเรื่องงานเสร็จก่อนเขากลับมา เธอยุ่งขนาดนี้แต่เขากลับเรียกว่านี่คือการพักผ่อน..เยี่ยมจริงๆ
“เปล่าค่ะ แค่บรรยากาศมันชวนให้อยากดื่ม มาทะเลทั้งทีก็ต้องเมาหน่อยสิคะ”
“นึกว่างานที่เธอกำลังทำอยู่มันหนักไปซะอีก”
นิดาลุกพรวดพราดขึ้นมาจากเก้าอี้ที่กำลังเอนนอน เธอมองหน้าของเจ้านายด้วยสายตาตกใจ
“หากให้ตอบจริงๆ มันก็เหนื่อยค่ะ เพราะกับบางงานบอสไม่ให้พักเลยนี่หากว่างานไม่เสร็จ แต่เมื่อเสร็จงานก็ได้วันพักเท่ากับวันที่ทำงาน ได้นอนเต็มอิ่มแถมยังได้โอทีด้วย มันก็เลยทำให้ความเหนื่อยพอจะจางหายไปบ้าง..”
เขานั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ เธอพร้อมกับมองไปเบื้องหน้า มองแสงของดวงตะวันที่กำลังหายไปจากปลายขอบฟ้า
“ขยันทำงานจังเลยนะ จะรีบสร้างครอบครัวงั้นเหรอ?”
เมื่อได้ยินคำถามแบบนั้นนิดาก็ค่อยๆ หุบยิ้มลง
“ไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้นหรอกค่ะ..”
เพราะว่าตอนนี้ความคิดของเธอกับแฟนมันดูเหมือนจะไม่ตรงกันแล้ว กลับไปก็ไม่รู้ว่าจะคุยกันยังไงดี
ดูจากแววตาก็รู้แล้วว่าเธอกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับความรัก เรื่องนี้เขาให้คำแนะนำไม่ได้ซะด้วยสิ เพราะว่าเขาเองก็ไร้ประสบการณ์เรื่องความรักเหมือนกัน
เพราะแบบนั้นเราทั้งสองคนจึงนั่งเคียงข้างกันเงียบๆ นั่งมองคลื่นลูกแล้วลูกเล่าที่ซัดเข้ามายังชายฝั่ง..
...........
“ลูกค้าพอใจกับงานมากเลย คิดถูกจริงๆ ที่ส่งนิดาไปดูสถานที่ก่อนถ่าย เราไม่เคยทำให้พี่ผิดหวังเลยรู้ไหม”
หลังจากที่กลับมาจากทะเลก็ปาเข้าไปเกือบสองเดือนแล้ว เธอได้รับโบนัสเพิ่มเพราะว่าลูกค้าชอบงานของเรามาก อันที่จริงไม่ใช่แค่เธอที่ได้แต่เราทุกคนต่างก็ได้รับโบนัสปลายปีกันถ้วนหน้าเพราะความเมตตาจากบอส เหมือนว่าปีนี้จะได้มากกว่าทุกปีด้วย
“วันพรุ่งนี้เป็นงานกินเลี้ยงปีใหม่นะ มาให้ตรงเวลาด้วยล่ะ”
นิดาส่งยิ้มให้กับพี่เอื้อ พรุ่งนี้เป็นงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทที่จะจัดขึ้นในร้านอาหารชื่อดัง
เธอได้รับคำชม ได้รับเงินโบนัสและนิยายของเธอเลื่อนเวลาตีพิมพ์เข้ามาเร็วขึ้น
นิยายที่เธอเขียนขายหมดตั้งแต่ที่วางขายได้สามวันกับจำนวนหนึ่งพันเล่ม ยังไม่รวมกับยอดดาวน์โหลดของอีบุ๊คด้วย
นี่เธอสามารถเรียกตัวเองว่านักเขียนชื่อดังได้รึยังนะ..ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะโรยด้วยกลีบกุหลาบยกเว้นความรักของเธอ
เรามีปากเสียงกันตลอดตั้งแต่ที่เธอกลับมาจากทะเล เหมือนเขาไม่ใช่ตินที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไป การมีแฟนมันเหนื่อยเพราะความสัมพันธ์ที่เขาด่าว่าเธอมากกว่าจะชวนคุย
หากมีแฟนแล้วมันทำให้เป็นทุกข์มากขนาดนี้ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะยังรั้งเขาเอาไว้ทำไม..
เมื่อเดินออกมาจากบริษัท ก็พบกับอากาศที่เย็นจนต้องสวมเสื้อกันหนาว แต่มันไม่ได้หนาวเท่ากับภาพเบื้องหน้าที่เธอพบเห็น
ช่วงเวลาที่ห่างกัน เราต่างก็กำลังสับสน และช่วงเวลานั้นอาจจะทำให้เขารู้ว่าเธอและเขา เราไม่ได้มีความคิดที่ตรงกันสักเท่าไหร่ เมื่อมีคนใหม่เดินเข้ามาและเธอคนนั้นมีความคิดและความต้องการตรงกันกับเขา คงจะเพราะแบบนั้นเขาถึงได้มีคนใหม่อย่างไม่ลังเลเลย
ร้านกาแฟที่เธอเคยเข้าไปบ่อยๆ ตอนนี้เธอกลับไม่อยากเข้าไปแล้วล่ะสิ เมื่อเห็นเขากำลังจับมือกับผู้หญิงคนอื่น
หากจะถามหาคนที่ผิดจากเรื่องนี้ คนคนนั้นมันคือเธอรึเปล่านะที่เธอเลือกความฝันของตัวเอง ไม่ได้เลือกความรัก..
“พรุ่งนี้มาคุยกันหน่อยสิ”
นิดากดส่งข้อความไปหาเขา และเขาตอบกลับมาในทันทีราวกับว่ากำลังรอคอยข้อความของเธออยู่
“ดีเลย พรุ่งนี้พี่ก็มีเรื่องจะคุยกับเราเหมือนกัน”
เมื่อถึงวันพรุ่งนี้..เรื่องราวความรักของเรามันคงจะจบลงและเอ่ยคำลาพร้อมกับหลงเหลือเอาไว้แค่คำว่าพี่น้อง