ตอน 1

ฉันมีความฝัน...แน่นอนว่าทุกคนคงเคยมีความฝันในวัยเด็ก ความฝันว่าเติบโตขึ้นมาแล้วจะทำอาชีพอะไร แต่มีไม่กี่คนหรอกที่จะสามารถทำตามความฝันของตัวเองได้สำเร็จ

แต่ตอนนี้ฉันทำสำเร็จแล้ว

นิดาขบเม้มริมฝีปาก เธอกำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ร้องไห้ออกมา เพราะว่าต้นฉบับที่ถูกส่งไปออดิชั่นกับสำนักพิมพ์มัน..ผ่านแล้ว

นิยายของเธอจะถูกตีพิมพ์ในอีกหนึ่งเดือนหลังจากนี้ และมันเหมือนกับว่าเธอได้เดินตามความฝันที่ฝ่าฟันมานานได้สำเร็จเสียที

“นิดา ฝากออกไปดูโลเคชั่นที่จะถ่ายพรีให้ลูกค้าด้วยนะ”

ถึงแม้ว่าฉันจะมีความฝันแต่ฉันก็จะต้องเดินตามความจริงด้วย..

“ได้ค่ะพี่เอื้อ เดี๋ยวหนูแวะไปดูให้ก่อนกลับนะคะ”

พี่เอื้อส่งยิ้มมาให้นิดาก่อนจะส่งกระดาษในมือมาให้

“แกต้องไปตอนนี้เลยเพราะว่าลูกค้าอยากถ่ายพรีที่ริมทะเล ขับรถไปตั้งแต่ตอนนี้น่าจะกลับมาทันวันพรุ่งนี้พอดี หรือไม่แกก็ค้างที่นั่นเลย”

นิดาส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับพี่เอื้อผู้จัดการของเธอ

“พี่คะ หนูต้องขับรถไปคนเดียวเหรอคะ คือหนูขับรถออกต่างจังหวัดไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่”

พี่เอื้อใช้เวลาคิดอยู่พักหนึ่งพร้อมกับกวาดสายตามองคนอื่นๆ ในออฟฟิต ไม่มีใครที่พอจะว่างและมีสายตาเฉียบคมแบบนิดาเลย

ทว่าจะให้น้องมันขับรถไปคนเดียวก็ยังไงๆ อยู่ ในขณะที่เอื้อกำลังใช้ความคิดคุณหนุ่มก็เดินผ่านมาพอดี

“บอสคะ ไม่ทราบว่าวันนี้บอสมีประชุมที่ไหนไหมคะ”

ดวงตาสีนิลที่ฉายแววลึกล้ำมองหน้าของผู้จัดการที่กำลังร้องขอเขาอยู่ อันที่จริงเขาก็ไม่ได้มีธุระที่ไหน เพียงแต่เขาแค่อยากจะพักผ่อนสักหน่อย

“หากว่าไม่มี นั่งรถไปเป็นเพื่อนนิดาหน่อยได้ไหมคะ น้องมันขับรถได้ แค่คุณหนุ่มนั่งไปเป็นเพื่อนก็พอ”

ดะ..เดี๋ยวก่อน นิดาคิดว่าเธอไม่ได้บอกพี่เอื้อสักหน่อยว่าเธอขับรถได้ดีแบบนั้น ถึงจะมีใบขับขี่แต่เธอขับแค่จากคอนโดมาที่ทำงานเท่านั้นเอง..

นี่พี่เอื้อกำลังเอาชีวิตบอสมาฝากเอาไว้กับเธอเนี่ยนะ

“พี่เอื้อคะ คือว่า..”

“อื้อ เอาสิ หากให้นั่งไปเป็นเพื่อนเพื่อดูโลเคชั่นที่จะถ่ายพรุ่งนี้ผมไปด้วยได้อยู่ ครั้งนี้เป็นงานของลูกสาวท่านเจ้าสัว อันที่จริงผมไม่อยากให้มีเรื่องผิดพลาดไปดูด้วยสายตาน่าจะทำให้ผมสบายใจกับเรื่องนี้ ไปกันเลยไหมนิดา”

นิดาทำท่าเหมือนจะร้องไห้ เธอมองหน้าพี่เอื้ออีกครั้ง ซึ่งพี่ผู้จัดการของเธอไม่คิดจะมองหน้าเธอเลยแม้แต่น้อย

“คุณหนุ่มรอหนูสักครู่นะคะ เดี๋ยวหนูไปเก็บของที่โต๊ะก่อน”

เธอกำลังดีใจที่นิยายของตัวเองผ่านการ ออดิชั่น แต่กลับต้องมาพบเจอเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจเสียนี่

เธอทำงานที่นี่มาสามปี ตั้งแต่เรียนจบก็เข้ามาทำงานที่นี่เลยเพราะว่าเธอชื่นชอบเวลาที่มองเห็นรอยยิ้มที่สวยที่สุดของผู้หญิงในวันแต่งงาน

แถมได้ยืนอยู่ใกล้ๆ กับชุดแต่งงานตลอด เป็นที่ที่ชวนให้มีความสุขทุกครั้งที่นึกถึง หากมองข้ามงานที่ทำสี่สิบแปดชั่วโมงติดต่อกันไปน่ะนะ เพราะว่ากับบางที ต้องรีบจัดเตรียมสถานที่ จัดดอกไม้และจัดงานตามแบบที่เจ้าสาวและเจ้าบ่าววางเอาไว้ให้เสร็จทันกับเวลา เพราะแบบนั้นเธอก็เลยชินกับการอดหลับอดนอนบ่อยๆ

นิดาหอบกระเป๋าเอกสารของเธอเพื่อเดินนำคุณหนุ่มมาที่รถ ก่อนจะเปิดประตูรถด้านหลังเพื่อให้เขานั่ง

แต่ทว่า..เธอลืมไปว่าสภาพรถของเธอ มัน..รกไปหน่อย

“อ๊ะ..ฮะ..ฮ่า! บอสนั่งข้างหน้าได้ไหมคะ”

เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูรถของเธอแล้วนั่งลง นิดารีบนำเอกสารที่เธอหอบมาไปวางเอาไว้ที่ด้านหลังรถ ก่อนจะอ้อมมานั่งฝั่งคนขับ

ปกติแล้วเธอเดินทางคนเดียว ขับรถไปไหนมาไหนคนเดียว และเพราะแบบนั้นเธอก็เลยไม่ค่อยชินเวลาที่มีคนอื่น..ซึ่งเป็นเจ้านายมานั่งอยู่ในรถคันเดียวกันระยะประชิดแบบนี้

เขา..มีใบหน้าในแบบที่ผู้หญิงคนไหนเห็นต่างก็จะต้องหวั่นไหวไปกับเขา ความหล่อเหลาที่มองราวกับภาพวาด ดวงตาเย็นชาและริมฝีปากที่เชิดรั้นขึ้นมาอย่างเอาแต่ใจ

ด้วยใบหน้าแบบนั้นมันทำให้ตอนที่เขาเข้ามารับตำแหน่งผู้บริหารต่อจากท่สนเจ้าของคนเก่า พนักงานที่นี่อยู่ไม่เป็นสุขเลย

ทุกคนต่างเกร็งกับบอสสุดหล่อ แต่ทว่าเป็นแบบนั้นได้ราวหนึ่งอาทิตย์เท่านั้น เมื่อเห็นด้านการทำงานที่เข้มงวดและใช้แรงงานพนักงานเยี่ยงทาสแล้ว สาวๆ ในบริษัทต่างก็ถอดใจไปตามๆ กัน

พร้อมกับคิดไปในทางเดียวกันว่าใครก็ตามที่ได้คุณหนุ่มเป็นแฟนคือคนซวยแห่งยุค..

เขาใช้ดวงตาสีนิลนั่นจับจ้องมาที่ใบหน้าของเธอ

“ดูเหมือนว่าเธอจะขับรถไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่..”

“อ่า..มะ..ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ เห็นแบบนี้แต่หนูก็มีใบขับขี่นะคะ”

เขาเลิกคิ้วมองหน้าเธอก่อนจะยิ้มที่มุมปาก

“งั้นเหรอ แบบนั้นผมจะขอพักสายตาสักครู่นะ หวังว่าเราจะถึงที่หมายอย่างปลอดภัยด้วยการขับรถของเธอ”

ดี..ดีมากเลย หลับไปซะเถอะ มาคอยจ้องแบบนี้มีแต่จะทำให้เธอเกร็งเปล่าๆ ช่วยหลับไปตลอดทางและพอถึงที่หมายค่อยตื่นขึ้นมาเถอะ

นิดาขับรถมาสักระยะ เธอก็ได้ยินเสียงหายใจที่สม่ำเสมอของเขา เมื่อหันมามองก็พบว่าเขากำลังหลับอยู่

หลับง่ายแบบนั้นเชียว..หรือว่าเมื่อคืนไม่ได้นอนกันนะ ดูแพรขนตานั่นสิ ขนาดเธอเป็นผู้หญิงยังไม่มีขนตาที่งอนขนาดนั้นเลย

นิดาเปิดไฟเลี้ยวก่อนที่เธอจะจอดรถข้างทาง เธอเอื้อมมือไปปรับเบาะเพื่อให้เอนไปด้านหลัง พร้อมกับหยิบผ้าห่มบนเบาะหลังมาห่มให้เขา อันที่จริงเธอมีผ้าปิดตาด้วย..หากว่าปิดให้เขาจะทำให้เขานอนสบายๆ มากกว่านี้ไหมนะ

เมื่อคิดได้แบบนั้นนิดาก็หยิบผ้าปิดตาขึ้นมาแล้วใส่ให้เขาอย่างเบามือเพราะว่าเธอกลัวว่าเขาจะตื่น หลังจากนั้นเมื่อมองว่าเขาน่าจะนอนสบายแล้วเธอก็เริ่มขับรถออกมาอีกครั้ง ปลายทางอีกหนึ่งร้อยกิโลนิดๆ หวังว่ากาแฟที่เธอกินไปเมื่อเช้าจะช่วยกันผลักดันให้เธอขับรถถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ

ทว่าพอขับรถมาอีกหน่อยนิดาก็เปิดไฟเลี้ยวอีกครั้ง เธอเดินลงจากรถก่อนจะไปเปิดประตูหลังเพื่อหยิบหมอนรองคอมา

หลังจากนั้นนิดาก็ค่อยๆ ประคองใบหน้าของเขาขึ้นมาแล้วใส่หมอนรองคอให้เขา

อ่า..แบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย เพราะหากเขาตื่นมาแล้วคอเคล็ดละก็ เขาอาจจะมาอารมณ์เสียได้ เธอเคยเป็นบ่อยๆ ทำให้ต้องพกอุปกรณ์การนอนเอาไว้อย่างครบถ้วนในรถ

นิดาเริ่มขับรถออกไปอีกครั้ง และเพราะว่าเธอเอาแต่มองด้านหน้ารถทำให้เธอไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มที่มันปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลาของคนที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆ เลย

ตอน 2

นิดาคิดว่าขาทั้งสองข้างของเธอมันเหมือนจะหมดแรงเลย ส่วนหลังก็ปวดมาก

อ๊าก พี่งเคยขับรถทางไกลครั้งแรก ล้าไปหมดเลย เธอมาถึงโลเกชั่นที่จะใช้ถ่ายพรีราวบ่ายสาม ทั้งที่ออกเดินทางจากออฟฟิตสิบเอ็ดโมง ถึงจะช้าไปหน่อยแต่อย่างน้อยเธอก็พาบอสมาถึงอย่างปลอดภัยก็แล้วกัน

เธอเหลือบมองบอสที่กำลังหลับอย่างสบายก็เลยไม่อยากจะกวนเขา นิดาอ้อมมาด้านหลังมาเอาเอกสารต่างๆ และกล้องถ่ายรูปเพื่อลองถ่ายหามุมที่แสงสวยที่สุด

สวย..จังเลยนะ ทะเลยามเย็นเนี่ยเหมือนความฝันเลย นิดาถ่ายรูปพร้อมกับส่งไปให้พี่เอื้อดู หลังจากนั้นก็ได้รับสติกเกอร์กดไลค์ส่งกลับมา

งานเธอเสร็จไวมากกว่าที่คิดแฮะ แต่เธอแอบเหนื่อยในแบบที่ขับรถกลับ เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องมาที่นี่อีก ชวนบอสค้างที่นี่ดีกว่า

เผื่อเขาจะใจดีออกค่าห้องให้เธอ คิดซะว่ามันคือค่าดำเนินการ นิดากำลังจะเดินไปที่รถแต่เสียงแจ้งเตือนข้อความของเธอก็ดังขึ้น

“ผมบอกแล้วไงว่าอย่าส่งผลงานแบบนั้นไป ทำไมถึงยังส่งไปอีก..”

สายลมร้อนๆ พัดผ่านเธอไปพร้อมกับความหนักอึ้งในหัวใจที่ก่อตัวขึ้นมา เขาเป็นคนรักของเธอ

ตินเป็นเจ้าของร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามออฟฟิต เราค่อนข้างสนิทกันเพราะว่าเธอไปซื้อกาแฟบ่อย การดื่มกาแฟมันเป็นวิถีของคนที่ไม่ค่อยได้นอน หลังจากพูดคุยกันมาสักพักเราต่างก็พัฒนาความสัมพันธ์มาเป็นคนรัก

เธอคิดว่าเขาคือเพื่อนคุยที่ดีจนได้เปิดเผยความฝันของตัวเองออกไป

“นักเขียนนิยายเนี่ยนะ แถมยังเขียนเรื่องอย่างว่าด้วย นี่เธอจะบ้ารึเปล่า?”

ความสัมพันธ์มันเริ่มมีปัญหาตรงนั้น เธอไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองเพราะว่ามีงานที่มั่นคงทำแถมเงินเดือนที่นี่ก็เยอะมากพอๆ กับที่เธอขายวิญญาณให้บอสเลย

และเพราะแบบนั้นเธอจึงเลือกที่จะเดินตามความฝันในช่วงวัยที่พอจะทำได้ เธออยากจะเป็นนักเขียน มันไม่สำคัญสักหน่อยว่าเราจะเขียนเรื่องแบบไหนออกมา เพราะว่านักอ่านต่างก็ไม่ได้ชื่นชอบสไตล์การอ่านที่เหมือนกัน

เธอชื่นชอบและหลงใหลในความรักที่ร้อนแรงแบบพุ่งเข้าหากันโดยที่ไม่สนใจสิ่งใด มันเป็นเรื่องที่สวยงามมากนะเพราะชีวิตจริงเราไม่ได้พุ่งเข้าหาคนอื่นได้แบบนั้นสักหน่อย

เธอแค่ชอบ และความชอบมันก็บังคับกันไม่ได้ แต่เขากลับไม่เข้าใจ แถมยังมาบอกให้เธอล้มเลิกเรื่องที่กำลังทำอยู่ นิดามองข้อความนั้นเงียบๆ เธอไม่ได้พิมพ์อะไรตอบกลับไป

“สวยมากเลยนะ แสงแบบนี้ภาพจะต้องออกมาดีมากแน่ๆ”

เมื่อนิดาหันไปตามเสียงเธอก็พบกับคุณหนุ่มที่กำลังเดินลงมาจากรถ

“ใช่ไหมล่ะ ฝ่ายหาสถานที่ของเรานี่เก่งมากๆ เลยนะคะ เหมือนกับว่าเขารู้มุมและแสงแดดยังไงอย่างงั้นเลย”

เขามองหน้าเธอนิ่งๆ

“ผมเอง ส่วนใหญ่คนที่กำหนดสถานที่การถ่ายพรี จะเป็นผม”

นิดายกมือขึ้นมาปิดปากด้วยความตกใจ ดีนะที่เธอไม่ได้ด่าออกไป เธอชมเขาขนาดนี้เขาจะต้องพิจารณาการขึ้นเงินเดือนให้เธอแล้วไหม

“แบบนั้นเราค้างที่นี่ดีไหมคะบอส บอสจะได้เดินดูชายหาดรอบๆ เผื่อว่าบอสจะได้พบเจอมุมถ่ายรูปใหม่ๆ ไหนๆ เราก็มาแล้วนี่นา”

นิดาส่งยิ้มให้เขา พร้อมกับจ้องมองใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย

นี่เธอรู้ตัวไหมว่าตัวเองกำลังพูดอะไรออกมา เธอกำลังชวนเขานอนด้วยเนี่ยนะ?

“ไม่ใช่ว่าคุณขับรถกลับไม่ไหว..”

“ใช่แบบนั้นซะที่ไหนกันล่ะคะ หนูยังขับกลับไหวแน่นอน เพียงแต่จะขับกลับไปกลับมา หนูกลัวว่าบอสจะเหนื่อยต่างหาก”

หนุ่มหัวเราะเบาๆ

“เอาสิ ลองไปหาโรงแรมที่ติดกับหาดดู ผมจะเดินดูรอบๆ ได้ที่ไหนก็แชทมาบอกแล้วกัน”

นิดาพยักหน้าเป็นเชิงว่าเธอเข้าใจ ดูเหมือนว่าเจ้านายที่แสนเข้มงวดจะมีมุมใจดีเล็กๆ อยู่ด้วยแฮะ

เมื่อตามหาห้องพักที่มีบรรยากาศน่าพึงพอใจได้แล้ว นิดาก็จัดการจองห้องพักสองห้อง เธอเน้นย้ำกับพนักงานแล้วว่าจองสองห้อง ห้ามมีเรื่องผิดพลาดแบบในหนังที่เหลือห้องเพียงห้องเดียวแล้วจะต้องนอนด้วยกัน

แบบนั้นน่าอึดอัดตายเลยเพราะว่าเธอไม่ได้สนิทอะไรกับคุณหนุ่มขนาดนั้น ที่เธอต้องทำดีกับเขาก็เพราะว่าเขาคือเจ้านาย เธอไม่อยากถูกหมายหัวหรอกนะ..

หลังจากนั้นนิดาก็จัดการส่งข้อความไปหาเขาเพื่อแจ้งชื่อโรงแรมและเลขห้อง ที่นี่มีห้องพักที่แยกเป็นหลังๆ ติดริมทะเล ซึ่งราคาก็แพงเอาเรื่องเลยแต่เรื่องนั้นเธอไม่สนใจเพราะว่าเธอไม่ได้จ่าย

เมื่อได้เข้ามาอยู่ห้องเงียบๆ คนเดียว นิดาก็เลื่อนไปอ่านแชทของตินอีกครั้ง

จะตอบเขาดีไหมนะ หรือว่าจะเงียบต่อไปแบบนี้ดี

ไม่เอาดีกว่าเธอควรจะตอบสิ ปล่อยค้างคาแบบนี้มันไม่สมกับเป็นเธอเลย

“นี่คือความฝันของหนูเลยนะ มันเลวร้ายในสายตาของพี่มากขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

หลังจากนั้นนิดาก็รีบคว่ำโทรศัพท์ในทันที เธอกำลังหวาดกลัวแชทที่เขาจะส่งกลับมา

ถ้าเขาบอกเลิกจะทำยังไงดีนะ บอกเลิกกับเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ! ไม่ใช่หรอกมั้ง ไม่มีใครเขาบอกเลิกกันเพราะเป็นนักเขียนนิยายอีโรติกหรอกจริงไหม..

หรือว่าเธอจะเป็นคนแรกของโลกใบนี้ที่ถูกบอกเลิกเพราะเรื่องนั้น โอ้ย..กังวลจัง ความฝันก็ต้องทำ แฟนก็ต้องมี

แต่ถ้าเธอได้ทำตามความฝัน ไม่ต้องมีแฟนก็ได้..

แล้วตอนเช้าใครจะโทรมาปลุกล่ะ ตอนที่เธอทำงานโต้รุ่งใครจะทักมาบอกให้เธอพักผ่อนบ้าง..

บ้าชะมัดเลย..นี่เธอกำลังเสียใจอยู่นะ!!

เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นมาพร้อมกับชื่อของ “คุณแฟน”

อ่านเลยดีไหมนะ เขาจะคิดว่าเธอขาดเขาไม่ได้รึเปล่า แบบนั่งรอข้อความเขาตลอดอะไรแบบนี้ รอสักพักค่อยอ่านดีกว่า..แต่มันอยากรู้นี่

เขาจะส่งมาว่าอะไรกันนะ

สุดท้ายนิดาก็ไม่สามารถห้ามใจให้รอได้ เธอเปิดอ่านข้อความของเขา..

“เอาไว้กลับมาค่อยคุยกัน พี่ไม่อยากทะเลาะแต่อยากจะคุยให้เคลียร์กันว่าพี่ไม่ชอบอะไรแบบนี้ หากว่าเราชอบพี่ทำไมเราไม่เลือกจะรักษาพี่ไว้ล่ะ..”

“....”

เพราะว่าที่บ้านเอาแต่หัวเราะตอนที่เธอเป็นเด็กแล้วบอกว่าอยากจะโตขึ้นไปเป็นนักเขียน

พ่อและแม่มองว่ามันคือเรื่องไร้สาระ ทั้งที่นั่นคือความฝันของเธอ หลังจากถูกพ่อและแม่หยิบยกเรื่องความฝันของเธอมาล้อเล่นบ่อยๆ ราวกับว่ามันคือเรื่องตลก นิดาก็เลือกที่จะไม่บอกใครอีกเลยว่าความฝันของเธอคือการเป็นนักเขียนนิยาย เธอตั้งใจเรียนและทำงานตามที่พ่อแม่ต้องการ ได้เข้างานในบริษัทระดับประเทศ และเมื่อชีวิตมันเริ่มเข้าที่เข้าทางเธอจึงมาตามหาความฝันที่เคยทิ้งเอาไว้ในวัยเด็กอีกครั้ง

แต่กลับมาเจอแฟนบอกให้เธอเลือกเขา แทนที่จะเป็นความฝันที่เธอตั้งใจเขียนเรื่องนี้มาแรมปีเพราะว่าจะต้องเอาเวลาหลังเลิกงานมาเขียนทีละเล็กละน้อย..

เธอควรจะเลือกอะไรดีล่ะ ความฝันที่กำลังจะเป็นความจริงหรือว่าคนรักที่บอกให้เธอละทิ้งความฝันเพื่อเขา

ตอน 3

เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นมาที่มุมปากของหนุ่มจางๆ

การทำงานของนิดานั้นถือได้ว่าเธอทำงานอยู่ในขั้นที่เรียกว่าดีเยี่ยม ส่วนหน้าตาก็..น่ารักดี

เขาแค่ชอบที่เธอชอบแทนตัวเองว่าหนูกับทุกคนในออฟฟิต อาจจะเป็นเพราะว่าเธออายุน้อยที่สุดก็เป็นได้ คำพูดของนิดาที่พูดกับคนอื่นมันถึงได้ ถ่อมตนอยู่เสมอ

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปแสงและมุมต่างๆ เอาไว้เป็นโลเกชั่นถ่ายรูปคร่าวๆ ในครั้งต่อไป คู่รักส่วนใหญ่นิยมมาถ่ายพรีเวดดิ้งที่ริมทะเลซะส่วนใหญ่ ทำให้เขาได้เดินทางมาที่นี่บ่อยๆ

เขาชอบเวลาที่คลื่นซัดเข้าฝั่ง เสียงคลื่นที่ดังกระทบกับหาดทรายพร้อมกับลมเย็นๆ ที่ปะทะใบหน้ามันชวนให้เขาลืมเลือนเรื่องที่หนักอึ้งในใจเต็มไปหมดเลย

ไม่นานนักเขาก็เดินมาที่โรงแรมที่นิดาจองห้องเอาไว้ ซึ่งเธอมายืนต้อนรับเขาที่ด้านหน้าลอบบี้

“หายไปนานเลยนะคะ หนูเอากุญแจห้องมาให้ค่ะ ส่วนเรื่องเสื้อผ้าหนูได้จัดเตรียมเอาไว้ให้แล้วในห้อง ทั้งชุดนอนและชุดที่คุณหนุ่มจะใส่ในวันพรุ่งนี้ เรื่องมื้อเย็นบอสสามารถเลือกทานได้เลยนะคะว่าจะทานในห้องหรือว่าจะทานที่ห้องอาหารของโรงแรม”

เธอเว้นช่องว่างเอาไว้อย่างชัดเจนพร้อมกับคำกล่าวอำลาที่แสนจะเรียบง่าย เขาได้แต่มองกุญแจห้องในมือก่อนจะไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด ตอนที่อยู่ในรถ ที่เธอพยายามดูแลเขา เขาคิดว่าเธอมีใจซะอีก..

แต่เท่าที่ดูจากแววตาของเธอแล้ว มันไม่ได้..มีความรู้สึกใดๆ แอบแฝงอยู่เลย

คาดหวังอะไรอยู่กันเนี่ย ไม่สมเป็นเขาเลย

นิดาเดินมาที่ร้านสะดวกซื้อ เธอซื้อข้าวกล่องและน้ำสองสามขวด ก่อนจะตรงเข้าห้องในทันที ทว่าเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องเธอก็พบกับวิวทะเลยามเย็น..

ห้องพักของเธออยู่ติดทะเลเลย เพราะแบบนั้นนิดาจึงวางของทั้งหมดที่ด้านหน้าห้อง เธอเปิดขวดเบียร์ออก พร้อมกับกรอกเบียร์ใส่ปากเร็วๆ

ทั้งที่ควรจะได้ใช้เวลานี้พักผ่อนแท้ๆ แต่กลับต้องมีเรื่องให้คิดมาก วันนี้เธอควรจะมีความสุขที่สุดเพราะว่านิยายที่เธอเขียนมานานกำลังจะตีพิมพ์

เธอควรจะได้ฉลองความสำเร็จนี้กับใครสักคนสิ ไม่ใช่มานั่งเศร้าอยู่คนเดียวแบบนี้

เพื่อนสนิทก็ไม่มีเพราะตอนเรียนก็เอาแต่ตั้งใจเรียนเพื่อจะได้สอบชิงทุน พอทำงานก็ก้มหน้าตั้งใจทำงานมากจนกว่าจะมีแฟนคนแรกก็อายุเกือบสามสิบ

“เฮ้อ ให้มันได้แบบนี้สิชีวิต”

นิดาหลับตาลงช้าๆ แต่อยู่ๆ กลับมีมือมาแย่งขวดเบียร์ไปจากมือเธอ แสงสุดท้ายของดวงตะวันสาดส่องกระทบใบหน้าที่ไม่ว่าใครก็จะต้องหลงใหลไปกับเขาอย่างแน่นอน เขามองหน้าเธอในขณะที่กำลังกระดกขวดเบียร์ลงคอ

“มีเรื่องกลุ้มใจรึไง? ทั้งที่ได้มาพักผ่อนแบบนี้แท้ๆ”

พักผ่อนงั้นเรอะ เธอพึ่งจะขับรถจนเมื่อยไปทั้งตัว แถมพึ่งจะจัดการเรื่องงานเสร็จก่อนเขากลับมา เธอยุ่งขนาดนี้แต่เขากลับเรียกว่านี่คือการพักผ่อน..เยี่ยมจริงๆ

“เปล่าค่ะ แค่บรรยากาศมันชวนให้อยากดื่ม มาทะเลทั้งทีก็ต้องเมาหน่อยสิคะ”

“นึกว่างานที่เธอกำลังทำอยู่มันหนักไปซะอีก”

นิดาลุกพรวดพราดขึ้นมาจากเก้าอี้ที่กำลังเอนนอน เธอมองหน้าของเจ้านายด้วยสายตาตกใจ

“หากให้ตอบจริงๆ มันก็เหนื่อยค่ะ เพราะกับบางงานบอสไม่ให้พักเลยนี่หากว่างานไม่เสร็จ แต่เมื่อเสร็จงานก็ได้วันพักเท่ากับวันที่ทำงาน ได้นอนเต็มอิ่มแถมยังได้โอทีด้วย มันก็เลยทำให้ความเหนื่อยพอจะจางหายไปบ้าง..”

เขานั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ เธอพร้อมกับมองไปเบื้องหน้า มองแสงของดวงตะวันที่กำลังหายไปจากปลายขอบฟ้า

“ขยันทำงานจังเลยนะ จะรีบสร้างครอบครัวงั้นเหรอ?”

เมื่อได้ยินคำถามแบบนั้นนิดาก็ค่อยๆ หุบยิ้มลง

“ไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้นหรอกค่ะ..”

เพราะว่าตอนนี้ความคิดของเธอกับแฟนมันดูเหมือนจะไม่ตรงกันแล้ว กลับไปก็ไม่รู้ว่าจะคุยกันยังไงดี

ดูจากแววตาก็รู้แล้วว่าเธอกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับความรัก เรื่องนี้เขาให้คำแนะนำไม่ได้ซะด้วยสิ เพราะว่าเขาเองก็ไร้ประสบการณ์เรื่องความรักเหมือนกัน

เพราะแบบนั้นเราทั้งสองคนจึงนั่งเคียงข้างกันเงียบๆ นั่งมองคลื่นลูกแล้วลูกเล่าที่ซัดเข้ามายังชายฝั่ง..

...........

“ลูกค้าพอใจกับงานมากเลย คิดถูกจริงๆ ที่ส่งนิดาไปดูสถานที่ก่อนถ่าย เราไม่เคยทำให้พี่ผิดหวังเลยรู้ไหม”

หลังจากที่กลับมาจากทะเลก็ปาเข้าไปเกือบสองเดือนแล้ว เธอได้รับโบนัสเพิ่มเพราะว่าลูกค้าชอบงานของเรามาก อันที่จริงไม่ใช่แค่เธอที่ได้แต่เราทุกคนต่างก็ได้รับโบนัสปลายปีกันถ้วนหน้าเพราะความเมตตาจากบอส เหมือนว่าปีนี้จะได้มากกว่าทุกปีด้วย

“วันพรุ่งนี้เป็นงานกินเลี้ยงปีใหม่นะ มาให้ตรงเวลาด้วยล่ะ”

นิดาส่งยิ้มให้กับพี่เอื้อ พรุ่งนี้เป็นงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทที่จะจัดขึ้นในร้านอาหารชื่อดัง

เธอได้รับคำชม ได้รับเงินโบนัสและนิยายของเธอเลื่อนเวลาตีพิมพ์เข้ามาเร็วขึ้น

นิยายที่เธอเขียนขายหมดตั้งแต่ที่วางขายได้สามวันกับจำนวนหนึ่งพันเล่ม ยังไม่รวมกับยอดดาวน์โหลดของอีบุ๊คด้วย

นี่เธอสามารถเรียกตัวเองว่านักเขียนชื่อดังได้รึยังนะ..ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะโรยด้วยกลีบกุหลาบยกเว้นความรักของเธอ

เรามีปากเสียงกันตลอดตั้งแต่ที่เธอกลับมาจากทะเล เหมือนเขาไม่ใช่ตินที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไป การมีแฟนมันเหนื่อยเพราะความสัมพันธ์ที่เขาด่าว่าเธอมากกว่าจะชวนคุย

หากมีแฟนแล้วมันทำให้เป็นทุกข์มากขนาดนี้ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะยังรั้งเขาเอาไว้ทำไม..

เมื่อเดินออกมาจากบริษัท ก็พบกับอากาศที่เย็นจนต้องสวมเสื้อกันหนาว แต่มันไม่ได้หนาวเท่ากับภาพเบื้องหน้าที่เธอพบเห็น

ช่วงเวลาที่ห่างกัน เราต่างก็กำลังสับสน และช่วงเวลานั้นอาจจะทำให้เขารู้ว่าเธอและเขา เราไม่ได้มีความคิดที่ตรงกันสักเท่าไหร่ เมื่อมีคนใหม่เดินเข้ามาและเธอคนนั้นมีความคิดและความต้องการตรงกันกับเขา คงจะเพราะแบบนั้นเขาถึงได้มีคนใหม่อย่างไม่ลังเลเลย

ร้านกาแฟที่เธอเคยเข้าไปบ่อยๆ ตอนนี้เธอกลับไม่อยากเข้าไปแล้วล่ะสิ เมื่อเห็นเขากำลังจับมือกับผู้หญิงคนอื่น

หากจะถามหาคนที่ผิดจากเรื่องนี้ คนคนนั้นมันคือเธอรึเปล่านะที่เธอเลือกความฝันของตัวเอง ไม่ได้เลือกความรัก..

“พรุ่งนี้มาคุยกันหน่อยสิ”

นิดากดส่งข้อความไปหาเขา และเขาตอบกลับมาในทันทีราวกับว่ากำลังรอคอยข้อความของเธออยู่

“ดีเลย พรุ่งนี้พี่ก็มีเรื่องจะคุยกับเราเหมือนกัน”

เมื่อถึงวันพรุ่งนี้..เรื่องราวความรักของเรามันคงจะจบลงและเอ่ยคำลาพร้อมกับหลงเหลือเอาไว้แค่คำว่าพี่น้อง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED