เช้าวันรุ่งขึ้น เคทลินเริ่มลบตัวเอง ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่คอยรับใช้กรวีร์ แต่เป็นผู้หญิงที่ถูกผูกมัดไว้กับความทรงจำของจิณณ์ เธอต้องการการเริ่มต้นใหม่ที่สะอาดหมดจด ชีวิตใหม่ที่ไม่มีเงาของอดีตตามหลอกหลอน
เธอเริ่มต้นด้วยรูปถ่าย
มันเป็นรูปเล็กๆ ในกรอบของจิณณ์ที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักโต๊ะข้างเตียง รอยยิ้มของเขาอบอุ่น ดวงตาเต็มไปด้วยประกายแสงที่ดับมอดไปนานแล้ว ตลอดห้าปีที่ผ่านมา รูปใบนี้คือสมอของเธอ คือเหตุผลที่เธอทนอยู่
นิ้วของเธอสั่นเทาขณะหยิบมันขึ้นมา เธอมองใบหน้าของเขา จดจำทุกเส้นสาย ทุกรายละเอียด จากนั้นเธอก็เลื่อนรูปถ่ายออกจากกรอบ
การฉีกมันคงเป็นการกระทำที่มาจากอารมณ์รุนแรง จากความโกรธ แต่สิ่งที่เธอรู้สึกคือความสงบเยือกเย็นของการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว
เธอหยิบไฟแช็กขึ้นมา
เปลวไฟเลียที่มุมของรูปถ่าย มันม้วนงอ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แล้วก็ดำ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของจิณณ์บิดเบี้ยว แล้วก็เลือนหายไปในกองเถ้าถ่าน
เธอปล่อยให้เถ้าถ่านร่วงหล่นลงในกล่องเครื่องประดับเล็กๆ ที่ว่างเปล่า กล่องที่จิณณ์เคยให้เธอ เธอปิดฝา เสียงคลิกเบาๆ ดังสะท้อนในห้องที่เงียบงัน มันคือการฝังศพ
จากนั้นเธอก็ย้ายไปที่ตู้เสื้อผ้า มันเต็มไปด้วยเสื้อผ้าที่กรวีร์เห็นชอบ เสื้อผ้าทำงานเรียบๆ สีเข้ม เครื่องแบบของเคทลิน ผู้ช่วยที่มีประสิทธิภาพ
เธอเอาพวกมันออกมาทั้งหมด พับอย่างเรียบร้อยแล้วใส่ลงในกล่องกระดาษแข็ง เธอจะนำไปบริจาค พวกมันเป็นของคนๆ หนึ่งที่ไม่มีตัวตนอีกต่อไปแล้ว
โทรศัพท์ของเธอสั่น เป็นข้อความจากเชอรีน
รูปถ่าย
มันเป็นภาพระยะใกล้ของแหวนเพชรที่สวยงามน่าทึ่งบนนิ้วของเชอรีน มือของเธอสอดประสานอยู่กับมือของกรวีร์
คำบรรยายเขียนว่า: เขามีรสนิยมดีที่สุดเลยใช่ไหมล่ะ? รออนาคตของเราไม่ไหวแล้ว <3
เคทลินจ้องมองหน้าจอ ใบหน้าของเธอว่างเปล่า ส่วนที่เคยเจ็บปวดกับเรื่องแบบนี้ได้ตายไปแล้ว
เธอลบข้อความโดยไม่ตอบกลับ
ต่อมาในวันนั้น กรวีร์เรียกตัวเธอ เขาอยู่ในห้องยิมที่บ้าน เหงื่อชุ่มโชกขณะที่เขาชกกระสอบทรายอย่างหนักหน่วง
เขาไม่หยุดเมื่อเธอเข้ามา
“เชอรีนไม่ชอบร้านจัดเลี้ยงที่เธอเลือกสำหรับงานเลี้ยง” เขาพูดระหว่างหอบหายใจ “เธอบอกว่าเมนูของพวกเขาน่าเบื่อ”
“ทราบแล้วค่ะ” เคทลินตอบ
“เธอต้องการอาหารจากร้านธารา สกาย จัดการให้ด้วย”
ธารา สกาย เป็นร้านอาหารที่หรูหราและพิเศษที่สุดในเมือง และยังเป็นที่ที่จิณณ์พาเธอไปฉลองครบรอบปีแรกของพวกเขา
กรวีร์รู้เรื่องนี้ เขาเคยอยู่ที่นั่นด้วย ในฐานะวัยรุ่นหน้าบึ้งที่ถูกบังคับให้มาเป็นเพื่อนพี่ชาย
ความทรงจำนั้นเป็นเหมือนวิญญาณในห้อง จิณณ์หัวเราะ ยกแก้วให้เธอ *เพื่อเรา*
ตอนนี้ กรวีร์ต้องการเสิร์ฟความทรงจำนั้นบนจานในงานหมั้นของเขา
มันเป็นการกระทำสุดท้ายที่จงใจลบเลือน เป็นการประกาศว่าแม้แต่อดีตของเธอก็ไม่ใช่ของเธออีกต่อไป มันเป็นของเขา ที่จะถูกนำไปใช้ใหม่หรือทิ้งขว้างตามที่เขาเห็นสมควร
เขาหยุดชกแล้วหันมาหาเธอ เช็ดหน้าด้วยผ้าขนหนู เขาเห็นประกายความเจ็บปวดบนใบหน้าของเธอ และความรู้สึกผิดที่แปลกประหลาดและไม่พึงประสงค์ก็บิดม้วนในท้องของเขา เขาไม่เข้าใจมัน เขาผลักมันออกไป บอกตัวเองว่าแม้แต่หมาที่เลี้ยงมานานก็ยังทำให้รู้สึกอะไรบางอย่างได้ เขาหยิบขวดน้ำขึ้นมา บิดฝาออก แล้วดื่มอย่างแรง
จากนั้นเขาก็ยื่นมันให้เธอ
“นี่” เขาพูดเสียงเรียบ “เธอดูซีดๆ ดื่มซะ”
มันเป็นน้ำยี่ห้อเดียวกับที่เขาดื่มเสมอ ยี่ห้อเดียวกับที่เขาเคยขว้างใส่หัวเธอด้วยความโมโห ทิ้งรอยช้ำที่เธอต้องใช้เครื่องสำอางปกปิดเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
เธอรับขวดน้ำไป นิ้วของเธอปิดรอบพลาสติกเย็นๆ
เธอสบตาเขา ดวงตาของเธอว่างเปล่า ประกายความปรารถนาวาบผ่านใบหน้าของเขา ก่อนจะถูกปิดบังอย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้มเยาะ เขาเกลียดที่เขารู้สึกแบบนั้น เกลียดที่ผู้หญิงคนนี้ ลูกน้องของเขา สามารถส่งผลกระทบต่อเขาได้ มันเป็นจุดอ่อนที่เขาไม่อาจมีได้
“อย่าคิดอะไรไปไกลล่ะ” เขาพูดเสียงยานคาง เจือด้วยความดูถูก “ฉันยังจำคืนที่เธอคลานขึ้นเตียงฉันตอนที่ฉันเมาได้ ความใจดีเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้หมายความว่าฉันอยากให้มันเกิดขึ้นอีก มันน่าอับอาย”
เธอคลายเกลียวฝาแล้วดื่ม
น้ำเย็นและไร้รสชาติ มันไหลลงคอเธอ เป็นเหมือนการล้างบาปที่ว่างเปล่า เธอไม่คิดจะแก้ต่างให้เขา เธอไม่คิดจะเตือนเขาว่าคืนนั้นเป็นเขาเองที่เมาโซซัดโซเซเข้ามาในห้องของเธอ เข้าใจผิดว่าเธอเป็นคนอื่นในความมึนเมา และบังคับขืนใจเธอ เธอตัวแข็งทื่อ ติดอยู่ระหว่างคำสัญญากับพี่ชายของเขาและความตกใจกับการกระทำของเขา ใบหน้าของเขาที่คล้ายกับจิณณ์มากในความมืด ตอนเช้า เขาไม่ขอโทษ เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ กล่าวหาว่าเธอเป็นผู้หญิงไร้ยางอายที่เสนอตัวให้เขา เธอเคยพยายามอธิบายครั้งหนึ่ง แต่เขาไม่เชื่อ ตอนนี้ ความทรงจำที่ผิดเพี้ยนของเขาเป็นเพียงโซ่อีกเส้นหนึ่งที่เธอยินดีที่จะทำลาย
มันเป็นการยืนยันครั้งสุดท้ายที่เธอต้องการ
ไม่มีอะไรเหลือให้รักษา ไม่มีอะไรเหลือให้ยึดเหนี่ยวอีกต่อไป
หลายสัปดาห์ก่อนถึงวันงานหมั้นเป็นเหมือนการทรมานที่เชื่องช้าและบดขยี้
เคทลินใช้ชีวิตในแต่ละวันเหมือนหุ่นยนต์ ทุกภารกิจ ทุกสายโทรศัพท์ เป็นเครื่องย้ำเตือนถึงชีวิตที่กำลังถูกสร้างขึ้นบนเถ้าถ่านของเธอเอง
เธอต้องติดต่อกับผู้ขาย ดอกไม้ และนักดนตรีอยู่ตลอดเวลา เสียงของเธอสงบและเป็นมืออาชีพขณะที่เธอพูดคุยรายละเอียดของงานฉลองของกรวีร์และเชอรีน ทุกการสนทนาเป็นเหมือนการกรีดบาดแผลเล็กๆ แต่คมกริบ
เชอรีนทำให้แน่ใจว่าเป็นเช่นนั้น
เธอจะโทรหาเคทลินวันละหลายครั้ง เสียงของเธอหวานเหมือนน้ำผึ้งอาบยาพิษ
“เคทลิน ที่รัก ฉันกำลังคิดว่า...ฉันอยากได้ดอกพีโอนี มีแต่ดอกพีโอนีเท่านั้นนะ เอาสีชมพูอ่อนเฉดนั้นเป๊ะๆ”
“คนจัดดอกไม้บอกว่ามันนอกฤดูและหายากค่ะ”
“ก็ทำให้มันเกิดขึ้นสิ กรวีร์จ้างเธอมาเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่มาบอกฉันว่ามีปัญหา”
การโทรศัพท์มักจะเปิดลำโพงเสมอเมื่อกรวีร์อยู่ใกล้ๆ เคทลินได้ยินเสียงการยอมรับอย่างเงียบๆ ของเขาอยู่เบื้องหลัง
การแสดงออกในที่สาธารณะนั้นเลวร้ายยิ่งกว่า
เย็นวันหนึ่ง กรวีร์จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำสำหรับหุ้นส่วนทางธุรกิจบางคน เชอรีนอยู่เคียงข้างเขา เปล่งประกายในสร้อยคอเพชรเส้นใหม่
“กรวีร์ดีกับฉันมากจริงๆ” เธอประกาศให้ทั้งโต๊ะฟัง มือของเธอวางบนแขนของเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ “เขารู้ว่าฉันชอบอะไรก่อนที่ฉันจะรู้ตัวซะอีก”
เธอมองตรงมาที่เคทลิน ซึ่งยืนอยู่ข้างกำแพง พร้อมที่จะเติมไวน์หรือจดบันทึก “ใช่ไหมล่ะเคทลิน? เธออยู่กับเขามานานขนาดนี้ เธอต้องรู้สิว่าเขารักฉันมากแค่ไหน”
มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของ เป็นการย้ำเตือนให้ทุกคนในห้อง โดยเฉพาะเคทลิน รู้ถึงตำแหน่งของตัวเอง
เธอเป็นของประดับ เชอรีนคือราชินี
ต่อมา ขณะที่เคทลินกำลังเสิร์ฟกาแฟ แขกคนหนึ่งซึ่งรู้จักครอบครัวนี้มานานหลายปีหันมาหาเธอ
“เธอยังอยู่ที่นี่นะเคทลิน กรวีร์โชคดีจริงๆ ที่มีคนภักดีขนาดนี้”
ก่อนที่เธอจะทันได้ตอบ เชอรีนก็หัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะเบาๆ ใสๆ ที่เสียดประสาท
“โอ้ เธอเป็นมากกว่าภักดีอีกค่ะ เธอทุ่มเทสุดตัวเลย” ดวงตาของเชอรีนเป็นประกายด้วยความมุ่งร้าย “บางครั้งฉันก็คิดว่าเธอผูกพันกับกรวีร์มากกว่าที่ผู้ช่วยธรรมดาควรจะเป็น มันออกจะ...หมกมุ่นไปหน่อย”
ความหมายนั้นชัดเจน เธอกำลังวาดภาพให้เคทลินเป็นพวกเกาะติดที่สิ้นหวังและหลงใหล
กรวีร์ซึ่งได้ยินก็เดินเข้ามา เขาวางมือบนไหล่ของเชอรีน เป็นท่าทีปกป้อง เขามองเคทลินด้วยสีหน้าผิดหวังอย่างเหนื่อยหน่าย แม้ว่าประกายความสงสารจะวาบผ่านดวงตาของเขาก่อนที่เขาจะปิดบังมันด้วยรอยยิ้มเยาะ ราวกับว่าเขากำลังรับมือกับเด็กที่มีปัญหา
“เคทลิน” เขาพูดเสียงต่ำแต่ดังพอให้ได้ยินทั่วห้องที่เงียบสงบ “อย่าทำให้แขกของเราอึดอัดสิ เธอรู้จักที่ต่ำที่สูงของตัวเองดีนี่”
เขากำลังปกป้องเชอรีนจากเธอ เขากำลังทำให้เธออับอายในที่สาธารณะ ยืนยันเรื่องเล่าที่เป็นพิษของเชอรีน เขากำลังเรียกเธอว่าคนเพ้อเจ้อ เป็นโรคจิต
คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในหัวของเธอ *รู้จักที่ต่ำที่สูงของตัวเอง*
ขอบเขตของเธอคือประตู และเธอใกล้จะเดินผ่านมันไปตลอดกาลแล้ว
หมัดสุดท้ายมาถึงในคืนก่อนงานเลี้ยง
เคทลินอยู่ในห้องบอลรูมใหญ่ของโรงแรม กำกับดูแลการจัดเตรียมขั้นสุดท้าย ห้องนั้นเป็นทะเลดอกพีโอนีสีชมพูอ่อน มันสวยงาม และมันน่าอึดอัด
กรวีร์และเชอรีนมาถึงเพื่อตรวจงาน
เชอรีนปรบมือด้วยความดีใจ “โอ้ กร มันสมบูรณ์แบบมาก! มันคือทุกอย่างที่ฉันฝันไว้เลย”
เธอยืนเขย่งปลายเท้าแล้วจูบเขา มันเป็นจูบที่ยาวนานและดูดดื่ม เป็นการแสดงสำหรับผู้ชมเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตาม ดวงตาของกรวีร์กลับเลื่อนลอยข้ามไหล่ของเชอรีนไปมองหาเคทลิน เขาต้องการเห็นปฏิกิริยาของเธอ ต้องการเห็นความเจ็บปวดที่เขาแน่ใจว่าเธอซ่อนไว้ เขาเกลียดสีหน้าที่สงบนิ่งของเธอ เขาอยากจะทำลายมันให้แตกสลาย อยากเห็นอารมณ์ดิบๆ ที่เขารู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์ได้เห็น
เคทลินหันไปทางอื่น สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่การจัดโต๊ะ
กรวีร์ผละออกจากเชอรีน รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้า เขาเดินไปหาเคทลิน
ชั่วขณะหนึ่ง เธอคิดว่าเขาอาจจะกล่าวขอบคุณสักคำ เป็นการยอมรับง่ายๆ ถึงงานที่เธอทำ
แต่เขากลับหยิบผ้าเช็ดปากที่พิมพ์ขึ้นเป็นพิเศษขึ้นมา มันถูกปั๊มนูนด้วยอักษรย่อของพวกเขา: G & C
“ทำได้ดี” เขาพูด น้ำเสียงของเขาเจือความประหลาดใจ ราวกับว่าเขาตกใจที่เธอสามารถทำงานได้ดี จากนั้นเขาก็มองไปรอบๆ ห้องที่หรูหรา สีหน้าพึงพอใจ “นี่แหละที่เรียกว่าการเฉลิมฉลองของจริง”
เขากำลังเปรียบเทียบมันกับบางสิ่ง กับวันเกิดที่เงียบเหงาและชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอพยายามจัดให้เขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เค้กธรรมดาๆ ที่เธอซื้อ ของขวัญที่คิดมาอย่างดีที่เธอเลือกให้ ทั้งหมดนี้เขาไม่เคยสนใจหรือดูถูก เขาพยายามทำร้ายเธอ ยั่วยุให้เธอแสดงความหึงหวงที่เขาอยากเห็น เขาต้องการให้เธอแตกสลาย เพื่อพิสูจน์ว่าเธอยังแคร์
ภาพที่เห็นนี้คือของจริง ความห่วงใยที่เงียบสงบและมั่นคงของเธอไม่มีค่าอะไรเลย
เธอมองเขาเดินกลับไปหาเชอรีน แขนของเขาโอบรอบเอวเธอ เขากระซิบอะไรบางอย่างที่หูเธอ และเชอรีนก็หัวเราะออกมา ศีรษะของเธอเอนไปข้างหลังอย่างผู้มีชัย
พวกเขาเป็นภาพของความสุขที่สมบูรณ์แบบ ภาพที่วาดด้วยความเจ็บปวดของเคทลิน
เธอฝืนตัวเองให้เดินไปหาพวกเขา
“ทุกอย่างพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้แล้วค่ะ” เธอพูดเสียงมั่นคง “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“แน่นอนจ้ะ” เชอรีนพูด พลางยิ้มหวาน “เธอคงจะเหนื่อย ขอบคุณสำหรับความทุ่มเททั้งหมดนะเคทลิน”
มันคือการไล่ ราชินีกำลังขอบคุณคนรับใช้
เคทลินพยักหน้าแล้วเดินจากไป เธอไม่หันกลับมามอง
เธอทำไม่ได้ นี่คือคืนสุดท้ายของเธอในนรก
ขณะที่เขามองเธอจากไป ความรู้สึกตื่นตระหนกอย่างฉับพลันและรุนแรงก็เข้าครอบงำหัวใจของกรวีร์ ความกลัวที่ไร้เหตุผลว่าเธอกำลังจะจากไปตลอดกาล มันไร้สาระ เธอก็รักเขา เธอไม่มีวันจากไป เขาผลักความรู้สึกนั้นลงไป ปล่อยให้เชอรีนดึงเขาเข้าไปกอดอีกครั้ง เขาคือกรวีร์ วงศ์วิวัฒน์ อนาคตของเขาอยู่กับทายาทผู้ทรงอิทธิพล ไม่ใช่ผู้ช่วยที่คลั่งรัก เขาไม่ต้องการเธอ เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องการเธอ