ภาพปกนิยาย จากเงารัก สู่การเป็นตัวของตัวเอง

จากเงารัก สู่การเป็นตัวของตัวเอง

7.9 / 10.0
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ฉันต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาแห่งความลับในฐานะคนรักที่ไม่เคยมีตัวตนของเขา ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการทำตามพันธสัญญาที่เคยให้ไว้กับพี่ชายของเขาผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นชายหนุ่มที่ฉันควรจะได้ร่วมหอลงโรงด้วยตามคำมั่นสัญญาครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นลม ทว่าเมื่อถึงเวลาที่พันธะเหล่านั้นสิ้นสุดลงและฉันควรจะได้เป็นอิสระ เขากลับมอบหน้าที่อันแสนเจ็บปวดด้วยการสั่งให้ฉันเป็นคนจัดการเตรียมงานหมั้นของเขากับผู้หญิงคนอื่นด้วยตัวเอง ความสัมพันธ์ที่ถูกฉาบไว้ด้วยหน้าที่และความลับกำลังจะปิดฉากลงพร้อมกับหัวใจที่ถูกทำลาย

จากเงารัก สู่การเป็นตัวของตัวเอง ตอนที่ 1

ห้าปีเต็มที่ฉันเป็นดั่งเงาและคนรักในความลับของเขา เพียงเพราะคำสัญญาที่ให้ไว้ข้างเตียงคนตายกับพี่ชายของเขา...ผู้ชายที่ฉันควรจะได้แต่งงานด้วย

และในวันที่คำสัญญานั้นสิ้นสุดลง เขากลับสั่งให้ฉันเตรียมงานหมั้นของเขากับผู้หญิงคนอื่น

บทที่ 1

ปีที่ห้ากำลังจะสิ้นสุดลง มันคือวันที่หนึ่งพันแปดร้อยยี่สิบห้า นับตั้งแต่เคทลินให้คำมั่นสัญญา และเป็นวันที่เธอตัดสินใจจะทำลายมันทิ้งในที่สุด

เคทลินยืนนิ่งอยู่ข้างหน้าต่างกระจกบานสูงจรดเพดาน สายตาของเธอจับจ้องไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่เบื้องล่าง แสงไฟพร่าเลือนจนกลายเป็นเพียงรอยเปื้อนของสีที่ไร้ความหมาย

ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เธอไม่ได้เป็นเพียงเงาของกรวีร์ วงศ์วิวัฒน์ เป็นทั้งผู้ช่วยส่วนตัว คนแก้ปัญหา ผู้หญิงที่คอยรองรับอารมณ์เกรี้ยวกราดและเก็บกวาดความผิดพลาดของเขา แต่เธอยังเป็นคนรักของเขาด้วย

คนรักในความลับที่ถูกซุกซ่อนไว้ในเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางกรุงเทพฯ บทบาทที่เธอเล่นไปเพียงเพราะสำนึกในหน้าที่ที่บิดเบี้ยว

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับชายผู้กำลังจะตาย ชายที่เธอรักอย่างสุดหัวใจ

ความทรงจำนั้นยังคงมีอำนาจหยุดลมหายใจของเธอได้เสมอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาล เสียงบี๊บของเครื่องวัดสัญญาณชีพที่ดังไม่หยุด และมือของจิณณ์ พี่ชายของกรวีร์ ที่ค่อยๆ เย็นลงในมือของเธอ

“ห้าปีนะเคท” เสียงของเขาแหบพร่า เป็นเพียงเศษเสี้ยวของเสียงทุ้มนุ่มที่เธอเคยหลงใหล “แค่ช่วยดูแลเขาห้าปี กรมันบ้าบิ่น พี่เหลือเขาแค่คนเดียว สัญญาได้ไหม”

จิณณ์ ภัทรดำรง...ผู้ชายที่ควรจะเป็นอนาคต เป็นสามีของเธอ แสงสว่างหนึ่งเดียวในโลกของเธอที่ดับวูบลงในซากรถที่บิดเบี้ยวและเศษกระจกที่แตกละเอียด เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่เขาจะรับกรวีร์เป็นน้องบุญธรรมและมอบนามสกุลภัทรดำรงให้

เธอตอบตกลง เธอคงยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา และในความโศกเศร้า เธอก็ได้ถ่ายทอดความภักดีนั้นไปยังคนเพียงคนเดียวที่เขาเหลือทิ้งไว้ เธอเข้าใจผิดไปว่าน้ำหนักของคำสัญญานั้นคือความรักที่มีต่อกรวีร์

ประตูห้องถูกกระแทกเปิดออกดังปัง!

“เคท”

เสียงของกรวีร์เฉียบขาด ตัดผ่านความเงียบงัน เขาไม่แม้แต่จะมองเธอ ความสนใจทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์ที่แนบอยู่ข้างหู

“ผมไม่สนว่าจะต้องใช้อะไร” เขาตวาดใส่โทรศัพท์ “จัดการให้ได้”

เขากดวางสายแล้วโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาหนัง ดวงตาของเขาที่เคยเย็นชาและเมินเฉย บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความโหดร้ายอย่างที่เธอคุ้นเคย ในที่สุดมันก็จับจ้องมาที่เธอ

“ได้มารึยัง”

“ข้อเสนอซื้อกิจการอยู่บนโต๊ะทำงานคุณแล้วค่ะ” เธอตอบเสียงเรียบไร้อารมณ์ “ฉันขีดเส้นใต้ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญไว้ให้แล้ว”

“ฉันไม่ได้ขอให้เธอวิเคราะห์” เขาพูด พลางแสยะยิ้มที่มุมปาก เขาเดินไปที่บาร์แล้วรินเครื่องดื่มให้ตัวเอง เขาชอบเกมแบบนี้ ชอบอำนาจที่เขามีเหนือเธอ เขาเชื่อสุดใจว่าเธอหลงรักเขาหัวปักหัวปำ เป็นเหมือนลูกหมาเชื่องๆ ที่จะไม่มีวันหนีไปไหน “ฉันหมายถึงเรื่องการควบรวมกิจการกับกลุ่มอัครไพศาล เชอรีนกับฉันกำลังจะแต่งงานกัน มันสำคัญต่อบริษัท ต่อครอบครัวของเรา เพราะฉะนั้นอีกสองสามเดือนข้างหน้า ฉันต้องการให้เธอทำตัวดีๆ อย่าสร้างเรื่องเข้าใจไหม ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนอ่อนไหวง่ายแค่ไหน”

เชอรีน อัครไพศาล เดินเฉิดฉายเข้ามาในห้อง สองแขนของเธอโอบรอบคอของกรวีร์จากด้านหลัง เธอประทับรอยจูบลงบนแก้มของเขา ดวงตาที่เปล่งประกายแห่งชัยชนะสบเข้ากับดวงตาของเคทลินผ่านไหล่ของเขา

“อย่าไปดุเธอเลยค่ะกร” เชอรีนพูดเสียงหวานหยดย้อย “เธอก็พยายามเต็มที่แล้วนะคะ เพียงแต่...แหม คุณจะไปคาดหวังให้คนพื้นเพแบบเธอมาเข้าใจความกดดันที่เราเจอได้ยังไงล่ะคะ จริงไหม บางคนเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ แต่บางคนก็เกิดมาเพื่อเป็นผู้ตาม”

สีหน้าของกรวีร์อ่อนลงเมื่อมองเชอรีน เขาหันไปดึงเธอเข้ามากอด “คุณใจดีกับเธอเกินไป”

ฉากนี้เป็นฉากที่เธอคุ้นเคย เป็นละครที่เธอต้องดูซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาตลอดห้าปี ทายาทผู้หยิ่งผยอง แฟนสาวไฮโซผู้สมบูรณ์แบบ และลูกน้องขี้แพ้ที่คลั่งรักจนโงหัวไม่ขึ้น

มือที่ทาเล็บอย่างสวยงามของเชอรีนยื่นออกไป ไม่ใช่เพื่อหยิบแก้ว แต่เพื่อลากไล้นิ้วลงบนสาบเสื้อของกรวีร์อย่างยั่วยวน

“โอ๊ย ที่รัก” เธอครางเสียงหวาน ดวงตาไม่ละไปจากเคทลินเลย เธอจงใจถอยหลังไปหนึ่งก้าว ชนเข้ากับโต๊ะข้างๆ จนแก้วไวน์แดงล้มคว่ำ ไวน์สาดกระเซ็นลงบนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดของกรวีร์ “ดูสิว่าเธอทำอะไรลงไป!” เธอร้องเสียงหลง พลางชี้นิ้วกล่าวหามาที่เคทลิน “เธอยืนอยู่ใกล้เกินไปจนฉันตกใจ นี่มันเสื้อสั่งตัดพิเศษเลยนะ!”

คำกล่าวหาที่ไร้สาระและโจ่งแจ้งลอยอยู่ในอากาศ เคทลินไม่ได้ขยับตัวแม้แต่นิ้วเดียว

ใบหน้าของกรวีร์มืดครึ้ม เขามองจากรอยเปื้อนบนเสื้อไปยังเคทลิน ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่น่าขนลุกอย่างที่เธอคุ้นเคย

“ตาบอดรึไง!” เขาตวาดลั่น “ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน!”

มือของเคทลินที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าชุดเดรสสีดำเรียบๆ กำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ เธอคิดถึงคืนนั้นเมื่อปีที่แล้ว คืนที่เขาเมาและอ่อนแอ กระซิบว่ามีเพียงเธอคนเดียวที่เข้าใจเขา บางที...บางทีพวกเขาอาจจะมีอะไรที่จริงจังกันได้ คำสัญญาเพียงครั้งเดียวนั้น ความหวังริบหรี่นั้น คือสิ่งที่ล่ามเธอไว้ที่นี่ คำสัญญาที่เขาคงลืมไปแล้ว หรือไม่เคยตั้งใจจะพูดมันเลย ความเจ็บปวดเล็กๆ ที่ฝ่ามือเป็นสิ่งที่ช่วยดึงสติ มันเป็นของจริง

เธอหันหลังโดยไม่พูดอะไรสักคำแล้วเดินไปที่ประตู

“แล้วก็อีกเรื่อง” เสียงของกรวีร์หยุดเธอไว้

เธอหยุดนิ่ง หันหลังให้พวกเขา

“เชอรีนกับฉันกำลังจะหมั้นกัน” เขาประกาศ น้ำเสียงเจือความโหดร้ายอย่างจงใจ “งานจะมีขึ้นเดือนหน้า ฉันหวังว่าเธอจะจัดการเรื่องทั้งหมด เพราะยังไงเธอก็รู้ดีว่าฉันเก่งเรื่องการวางแผนอนาคตแค่ไหน น่าเสียดายนะที่จิณณ์ไม่มีโอกาสได้ทำแบบเดียวกันให้เธอ”

ทุกคำพูดเหมือนค้อนที่ทุบลงมา

นี่แหละ คือการยืนยันครั้งสุดท้าย แต่แทนที่จะเจ็บปวด ความรู้สึกปลดปล่อยอย่างประหลาดกลับแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เธอเคยคิดอย่างโง่เขลาว่าเธอรักกรวีร์ แต่ในวินาทีนี้ ด้วยคำพูดทิ่มแทงสุดท้ายอันแสนโหดร้ายของเขา ม่านหมอกแห่งความโศกเศร้าและภาระหน้าที่ก็จางหายไปในที่สุด เธอไม่ได้รักเขา เธอไม่เคยรักเขาเลย เธอแค่ยึดติดอยู่กับเงาของคนตาย พยายามทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเขาด้วยการสังเวยตัวเองให้กับน้องชายของเขา

เธอเป็นอิสระแล้ว

“ยินดีด้วยค่ะ” เธอพูด เสียงสงบนิ่งจนน่าตกใจ คำพูดนั้นไม่ได้มีรสชาติเหมือนเถ้าถ่าน แต่เหมือนลมหายใจแรกที่ได้สูดอากาศบริสุทธิ์หลังจากถูกขังอยู่ในคุกใต้ดินมานานหลายปี

รอยยิ้มเยาะของกรวีร์ชะงักงัน เขามองแผ่นหลังของเธอด้วยความสับสนและหงุดหงิดในแววตา นี่ไม่ใช่ปฏิกิริยาที่เขาต้องการ น้ำตาอยู่ไหน? คำอ้อนวอนล่ะ? ความใจสลายล่ะ? เขาเกลียดความสงบนิ่งที่น่าขนลุกนี่ เขาอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่างที่ร้ายกาจกว่าเดิม แต่เธอไปแล้ว ประตูปิดลงเบาๆ ข้างหลังเธอ

เขาสบถแล้วหันกลับไปหาเชอรีน *ช่างมันเถอะ* เขาคิดพลางดึงทายาทสาวเข้ามากอด *คงแค่เก็บอาการ เดี๋ยวกลับบ้านไปก็ร้องไห้ฟูมฟายเองแหละ ยัยนั่นหลงฉันจะตาย ไม่มีวันไปไหนรอดหรอก* เขาคิดในใจว่าจะส่งกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่วที่เธอไม่มีปัญญาซื้อไปให้สักใบ นั่นดูเหมือนจะช่วยแก้ปัญหาได้เสมอ

เธอเดินออกจากเพนต์เฮาส์ ก้าวเดินสม่ำเสมอและควบคุมได้ เธอไม่วิ่ง เธอไม่ร้องไห้

เมื่อลงมาถึงอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ของตัวเองในตึกเดียวกันที่เงียบสงัด เธอดึงแล็ปท็อปออกมา นิ้วของเธอร่อนไปบนคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวแม่นยำและเป็นไปโดยอัตโนมัติ

เธอไม่ได้กำลังตอบอีเมล

เธอกำลังลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียน ครอสคันทรี แรลลี่ การแข่งขันสุดทรหด การประลองที่โหดร้ายและอันตรายซึ่งจัดขึ้นอีกฟากหนึ่งของโลก

เธอใช้ชื่อที่ไม่มีใครเรียกมาห้าปีแล้ว ชื่อที่เป็นของชีวิตอีกด้านหนึ่ง ชีวิตก่อนที่จะมีคำสัญญา

อีเมลยืนยันการสมัครปรากฏขึ้นในกล่องจดหมาย มันไม่สามารถย้อนกลับได้แล้ว

เธอปิดแล็ปท็อป

คำสัญญาได้สิ้นสุดลงแล้ว โทษทัณฑ์ของเธอได้รับการชดใช้แล้ว

ถึงเวลาที่ต้องหายตัวไป

อ่านต่อ

สารบัญของ จากเงารัก สู่การเป็นตัวของตัวเอง

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
ภาพปกนิยาย ประธานไล่จีบภรรยา
9.3
อดีตอันขมขื่นของเจียงหยุนเอ๋อเริ่มขึ้นเมื่อเธอถูกวางยาจนมีความสัมพันธ์กับชายแปลกหน้า เหตุการณ์นี้ทำให้เธอถูกขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไร้เยื่อใย ห้าปีต่อมา หญิงสาวเดินทางกลับมาตุภูมิพร้อมพยานรักตัวน้อย ทว่าทันทีที่ถึงสนามบิน เธอกลับถูกกลุ่มคนพาลเข้ามารังแกอย่างอุกอาจ ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังและไร้ทางออก ลูกชายวัยไร้เดียงสากลับวิ่งไปกอดขาบุรุษผู้ทรงอิทธิพลพร้อมเรียกเขาว่าพ่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ ความบังเอิญครั้งนี้ได้พลิกชะตาชีวิตของเธอ นำไปสู่การทวงคืนความยุติธรรมและจุดเริ่มต้นของความรักครั้งใหม่
ภาพปกนิยาย ทัณฑ์บรรณาการ
7.8
โชคชะตาของใบบัวช่างแสนอาภัพ เมื่อเธอต้องกลายเป็นของกำนัลเพื่อชดใช้หนี้สินที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ชีวิตที่รันทดกลับยิ่งทวีความร้อนแรงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ เอเดน ดีคอร์เนอร์ มหาเศรษฐีเจ้าของคาสิโนผู้มั่งคั่ง เขาพร้อมจะตักตวงผลประโยชน์จากร่างกายนวลนางให้คุ้มค่ากับสิ่งที่เสียไป ทว่าท่ามกลางบทลงโทษที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาและแรงพิศวาสอันเร่าร้อน หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากลับค่อยๆ อ่อนระทวยและพ่ายแพ้ให้กับบรรณาการชิ้นนี้อย่างหมดท่า จากการกักขังเพื่อขัดดอกกลับกลายเป็นความต้องการครอบครองเธอไว้ในอ้อมกอดตลอดกาล ทัณฑ์ร้ายที่มอบให้จึงแปรเปลี่ยนเป็นบ่วงรักที่ร้อยรัดคนทั้งคู่ไว้ด้วยกันนิจนิรันดร์
ภาพปกนิยาย เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
8.5
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม พรกมลต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่ออภิเดชสามีของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักเพียงศศิกานต์เท่านั้น เขาเมินเฉยต่อความใส่ใจของเธอและพร้อมจะทอดทิ้งไปทันทีที่อีกฝ่ายเรียกหา เมื่อความลับเรื่องการตั้งครรภ์ถูกเปิดเผย อภิเดชกลับโกรธจัดและบีบบังคับให้เธอหย่าร้างพร้อมสั่งให้ไปทำแท้งอย่างไร้เยื่อใย แม้เธอจะล้มลงต่อหน้าเขาก็ไร้ซึ่งความช่วยเหลือ มิหนำซ้ำที่ทำงานเธอยังถูกศศิกานต์กลั่นแกล้งและถูกใส่ร้ายจนอภิเดชเข้าใจผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า พรกมลจึงตัดสินใจเซ็นใบหย่าและลาออกจากงานเพื่อยุติความสัมพันธ์อันบอบช้ำ เธอเลือกเดินจากไปพร้อมหยิ่งในศักดิ์ศรี โดยตั้งมั่นว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เข้มแข็งและประสบความสำเร็จให้ได้ด้วยตัวเอง
ภาพปกนิยาย รอรักกลับมา
8.9
ตลอดสามปีในฐานะภรรยาของมู่หนานจือ ซูป้านเซี่ยทุ่มเทดูแลเขาอย่างสุดหัวใจ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงความหมางเมินและท่าทีรังเกียจ ยิ่งเมื่อคนรักเก่าของเขากลับมา ความสัมพันธ์ก็ยิ่งจืดจางจนเธอตัดสินใจเป็นฝ่ายขอหย่าและเดินจากไป ท่ามกลางคำสบประมาทของมู่หนานจือที่พนันกับเพื่อนว่าไม่นานเธอจะต้องซมซานกลับมาอ้อนวอนเขาอย่างแน่นอน ทว่าความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเขาได้เห็นอดีตภรรยาจัดงานฉลองชีวิตโสดอย่างมีความสุขในบาร์ แถมยังมีชายหนุ่มคนใหม่เคียงข้างกาย มู่หนานจือที่เคยลำพองใจจึงเริ่มอยู่ไม่สุข เมื่อตระหนักได้ว่าผู้หญิงที่เคยรักเขาแทบบ้าในวันนั้น บัดนี้กลับไม่เหลือเยื่อใยให้เขาอีกต่อไปแล้ว
ภาพปกนิยาย กุหลาบสีน้ำเงิน[ An impossible love ]
9.5
เบล นักศึกษาปีหนึ่งผู้มีความฝันอยากเป็นดีไซเนอร์ ยอมรับงานพิเศษในคฤหาสน์หรูเพื่อหาเงินเรียนต่อ แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อเธอเผลอเห็นเหตุการณ์ลับเฉพาะของคุณแป้ง ภรรยาสาวของเจ้าของบ้าน การสบตาในจังหวะที่ไม่ควรเห็นนำไปสู่จุดเปลี่ยนที่เธอไม่อาจหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับ ‘กลาง’ ชายหนุ่มผู้มีอำนาจเหนือกว่า แม้เบลจะพยายามขัดขืนและประกาศกร้าวว่าตนไม่ใช่โสเภณีส่วนตัวของเขาอีกต่อไป แต่ความพ่ายแพ้ต่อพันธนาการที่เขาสร้างขึ้นก็ทำให้เธอต้องยอมจำนน กลางใช้เสน่ห์และอำนาจกดดันจนเธอไม่อาจหนีพ้น ค่ำคืนที่แสนทรมานและเร่าร้อนบนเตียงจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมความเสียใจที่เธอต้องเก็บกักไว้ภายใต้รอยยิ้มของผู้ชนะอย่างเขา

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED