ตอน 1

ห้าปีเต็มที่ฉันเป็นดั่งเงาและคนรักในความลับของเขา เพียงเพราะคำสัญญาที่ให้ไว้ข้างเตียงคนตายกับพี่ชายของเขา...ผู้ชายที่ฉันควรจะได้แต่งงานด้วย

และในวันที่คำสัญญานั้นสิ้นสุดลง เขากลับสั่งให้ฉันเตรียมงานหมั้นของเขากับผู้หญิงคนอื่น

บทที่ 1

ปีที่ห้ากำลังจะสิ้นสุดลง มันคือวันที่หนึ่งพันแปดร้อยยี่สิบห้า นับตั้งแต่เคทลินให้คำมั่นสัญญา และเป็นวันที่เธอตัดสินใจจะทำลายมันทิ้งในที่สุด

เคทลินยืนนิ่งอยู่ข้างหน้าต่างกระจกบานสูงจรดเพดาน สายตาของเธอจับจ้องไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่เบื้องล่าง แสงไฟพร่าเลือนจนกลายเป็นเพียงรอยเปื้อนของสีที่ไร้ความหมาย

ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เธอไม่ได้เป็นเพียงเงาของกรวีร์ วงศ์วิวัฒน์ เป็นทั้งผู้ช่วยส่วนตัว คนแก้ปัญหา ผู้หญิงที่คอยรองรับอารมณ์เกรี้ยวกราดและเก็บกวาดความผิดพลาดของเขา แต่เธอยังเป็นคนรักของเขาด้วย

คนรักในความลับที่ถูกซุกซ่อนไว้ในเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางกรุงเทพฯ บทบาทที่เธอเล่นไปเพียงเพราะสำนึกในหน้าที่ที่บิดเบี้ยว

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับชายผู้กำลังจะตาย ชายที่เธอรักอย่างสุดหัวใจ

ความทรงจำนั้นยังคงมีอำนาจหยุดลมหายใจของเธอได้เสมอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาล เสียงบี๊บของเครื่องวัดสัญญาณชีพที่ดังไม่หยุด และมือของจิณณ์ พี่ชายของกรวีร์ ที่ค่อยๆ เย็นลงในมือของเธอ

“ห้าปีนะเคท” เสียงของเขาแหบพร่า เป็นเพียงเศษเสี้ยวของเสียงทุ้มนุ่มที่เธอเคยหลงใหล “แค่ช่วยดูแลเขาห้าปี กรมันบ้าบิ่น พี่เหลือเขาแค่คนเดียว สัญญาได้ไหม”

จิณณ์ ภัทรดำรง...ผู้ชายที่ควรจะเป็นอนาคต เป็นสามีของเธอ แสงสว่างหนึ่งเดียวในโลกของเธอที่ดับวูบลงในซากรถที่บิดเบี้ยวและเศษกระจกที่แตกละเอียด เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่เขาจะรับกรวีร์เป็นน้องบุญธรรมและมอบนามสกุลภัทรดำรงให้

เธอตอบตกลง เธอคงยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา และในความโศกเศร้า เธอก็ได้ถ่ายทอดความภักดีนั้นไปยังคนเพียงคนเดียวที่เขาเหลือทิ้งไว้ เธอเข้าใจผิดไปว่าน้ำหนักของคำสัญญานั้นคือความรักที่มีต่อกรวีร์

ประตูห้องถูกกระแทกเปิดออกดังปัง!

“เคท”

เสียงของกรวีร์เฉียบขาด ตัดผ่านความเงียบงัน เขาไม่แม้แต่จะมองเธอ ความสนใจทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์ที่แนบอยู่ข้างหู

“ผมไม่สนว่าจะต้องใช้อะไร” เขาตวาดใส่โทรศัพท์ “จัดการให้ได้”

เขากดวางสายแล้วโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาหนัง ดวงตาของเขาที่เคยเย็นชาและเมินเฉย บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความโหดร้ายอย่างที่เธอคุ้นเคย ในที่สุดมันก็จับจ้องมาที่เธอ

“ได้มารึยัง”

“ข้อเสนอซื้อกิจการอยู่บนโต๊ะทำงานคุณแล้วค่ะ” เธอตอบเสียงเรียบไร้อารมณ์ “ฉันขีดเส้นใต้ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญไว้ให้แล้ว”

“ฉันไม่ได้ขอให้เธอวิเคราะห์” เขาพูด พลางแสยะยิ้มที่มุมปาก เขาเดินไปที่บาร์แล้วรินเครื่องดื่มให้ตัวเอง เขาชอบเกมแบบนี้ ชอบอำนาจที่เขามีเหนือเธอ เขาเชื่อสุดใจว่าเธอหลงรักเขาหัวปักหัวปำ เป็นเหมือนลูกหมาเชื่องๆ ที่จะไม่มีวันหนีไปไหน “ฉันหมายถึงเรื่องการควบรวมกิจการกับกลุ่มอัครไพศาล เชอรีนกับฉันกำลังจะแต่งงานกัน มันสำคัญต่อบริษัท ต่อครอบครัวของเรา เพราะฉะนั้นอีกสองสามเดือนข้างหน้า ฉันต้องการให้เธอทำตัวดีๆ อย่าสร้างเรื่องเข้าใจไหม ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนอ่อนไหวง่ายแค่ไหน”

เชอรีน อัครไพศาล เดินเฉิดฉายเข้ามาในห้อง สองแขนของเธอโอบรอบคอของกรวีร์จากด้านหลัง เธอประทับรอยจูบลงบนแก้มของเขา ดวงตาที่เปล่งประกายแห่งชัยชนะสบเข้ากับดวงตาของเคทลินผ่านไหล่ของเขา

“อย่าไปดุเธอเลยค่ะกร” เชอรีนพูดเสียงหวานหยดย้อย “เธอก็พยายามเต็มที่แล้วนะคะ เพียงแต่...แหม คุณจะไปคาดหวังให้คนพื้นเพแบบเธอมาเข้าใจความกดดันที่เราเจอได้ยังไงล่ะคะ จริงไหม บางคนเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ แต่บางคนก็เกิดมาเพื่อเป็นผู้ตาม”

สีหน้าของกรวีร์อ่อนลงเมื่อมองเชอรีน เขาหันไปดึงเธอเข้ามากอด “คุณใจดีกับเธอเกินไป”

ฉากนี้เป็นฉากที่เธอคุ้นเคย เป็นละครที่เธอต้องดูซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาตลอดห้าปี ทายาทผู้หยิ่งผยอง แฟนสาวไฮโซผู้สมบูรณ์แบบ และลูกน้องขี้แพ้ที่คลั่งรักจนโงหัวไม่ขึ้น

มือที่ทาเล็บอย่างสวยงามของเชอรีนยื่นออกไป ไม่ใช่เพื่อหยิบแก้ว แต่เพื่อลากไล้นิ้วลงบนสาบเสื้อของกรวีร์อย่างยั่วยวน

“โอ๊ย ที่รัก” เธอครางเสียงหวาน ดวงตาไม่ละไปจากเคทลินเลย เธอจงใจถอยหลังไปหนึ่งก้าว ชนเข้ากับโต๊ะข้างๆ จนแก้วไวน์แดงล้มคว่ำ ไวน์สาดกระเซ็นลงบนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดของกรวีร์ “ดูสิว่าเธอทำอะไรลงไป!” เธอร้องเสียงหลง พลางชี้นิ้วกล่าวหามาที่เคทลิน “เธอยืนอยู่ใกล้เกินไปจนฉันตกใจ นี่มันเสื้อสั่งตัดพิเศษเลยนะ!”

คำกล่าวหาที่ไร้สาระและโจ่งแจ้งลอยอยู่ในอากาศ เคทลินไม่ได้ขยับตัวแม้แต่นิ้วเดียว

ใบหน้าของกรวีร์มืดครึ้ม เขามองจากรอยเปื้อนบนเสื้อไปยังเคทลิน ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่น่าขนลุกอย่างที่เธอคุ้นเคย

“ตาบอดรึไง!” เขาตวาดลั่น “ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน!”

มือของเคทลินที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าชุดเดรสสีดำเรียบๆ กำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ เธอคิดถึงคืนนั้นเมื่อปีที่แล้ว คืนที่เขาเมาและอ่อนแอ กระซิบว่ามีเพียงเธอคนเดียวที่เข้าใจเขา บางที...บางทีพวกเขาอาจจะมีอะไรที่จริงจังกันได้ คำสัญญาเพียงครั้งเดียวนั้น ความหวังริบหรี่นั้น คือสิ่งที่ล่ามเธอไว้ที่นี่ คำสัญญาที่เขาคงลืมไปแล้ว หรือไม่เคยตั้งใจจะพูดมันเลย ความเจ็บปวดเล็กๆ ที่ฝ่ามือเป็นสิ่งที่ช่วยดึงสติ มันเป็นของจริง

เธอหันหลังโดยไม่พูดอะไรสักคำแล้วเดินไปที่ประตู

“แล้วก็อีกเรื่อง” เสียงของกรวีร์หยุดเธอไว้

เธอหยุดนิ่ง หันหลังให้พวกเขา

“เชอรีนกับฉันกำลังจะหมั้นกัน” เขาประกาศ น้ำเสียงเจือความโหดร้ายอย่างจงใจ “งานจะมีขึ้นเดือนหน้า ฉันหวังว่าเธอจะจัดการเรื่องทั้งหมด เพราะยังไงเธอก็รู้ดีว่าฉันเก่งเรื่องการวางแผนอนาคตแค่ไหน น่าเสียดายนะที่จิณณ์ไม่มีโอกาสได้ทำแบบเดียวกันให้เธอ”

ทุกคำพูดเหมือนค้อนที่ทุบลงมา

นี่แหละ คือการยืนยันครั้งสุดท้าย แต่แทนที่จะเจ็บปวด ความรู้สึกปลดปล่อยอย่างประหลาดกลับแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เธอเคยคิดอย่างโง่เขลาว่าเธอรักกรวีร์ แต่ในวินาทีนี้ ด้วยคำพูดทิ่มแทงสุดท้ายอันแสนโหดร้ายของเขา ม่านหมอกแห่งความโศกเศร้าและภาระหน้าที่ก็จางหายไปในที่สุด เธอไม่ได้รักเขา เธอไม่เคยรักเขาเลย เธอแค่ยึดติดอยู่กับเงาของคนตาย พยายามทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเขาด้วยการสังเวยตัวเองให้กับน้องชายของเขา

เธอเป็นอิสระแล้ว

“ยินดีด้วยค่ะ” เธอพูด เสียงสงบนิ่งจนน่าตกใจ คำพูดนั้นไม่ได้มีรสชาติเหมือนเถ้าถ่าน แต่เหมือนลมหายใจแรกที่ได้สูดอากาศบริสุทธิ์หลังจากถูกขังอยู่ในคุกใต้ดินมานานหลายปี

รอยยิ้มเยาะของกรวีร์ชะงักงัน เขามองแผ่นหลังของเธอด้วยความสับสนและหงุดหงิดในแววตา นี่ไม่ใช่ปฏิกิริยาที่เขาต้องการ น้ำตาอยู่ไหน? คำอ้อนวอนล่ะ? ความใจสลายล่ะ? เขาเกลียดความสงบนิ่งที่น่าขนลุกนี่ เขาอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่างที่ร้ายกาจกว่าเดิม แต่เธอไปแล้ว ประตูปิดลงเบาๆ ข้างหลังเธอ

เขาสบถแล้วหันกลับไปหาเชอรีน *ช่างมันเถอะ* เขาคิดพลางดึงทายาทสาวเข้ามากอด *คงแค่เก็บอาการ เดี๋ยวกลับบ้านไปก็ร้องไห้ฟูมฟายเองแหละ ยัยนั่นหลงฉันจะตาย ไม่มีวันไปไหนรอดหรอก* เขาคิดในใจว่าจะส่งกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่วที่เธอไม่มีปัญญาซื้อไปให้สักใบ นั่นดูเหมือนจะช่วยแก้ปัญหาได้เสมอ

เธอเดินออกจากเพนต์เฮาส์ ก้าวเดินสม่ำเสมอและควบคุมได้ เธอไม่วิ่ง เธอไม่ร้องไห้

เมื่อลงมาถึงอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ของตัวเองในตึกเดียวกันที่เงียบสงัด เธอดึงแล็ปท็อปออกมา นิ้วของเธอร่อนไปบนคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวแม่นยำและเป็นไปโดยอัตโนมัติ

เธอไม่ได้กำลังตอบอีเมล

เธอกำลังลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียน ครอสคันทรี แรลลี่ การแข่งขันสุดทรหด การประลองที่โหดร้ายและอันตรายซึ่งจัดขึ้นอีกฟากหนึ่งของโลก

เธอใช้ชื่อที่ไม่มีใครเรียกมาห้าปีแล้ว ชื่อที่เป็นของชีวิตอีกด้านหนึ่ง ชีวิตก่อนที่จะมีคำสัญญา

อีเมลยืนยันการสมัครปรากฏขึ้นในกล่องจดหมาย มันไม่สามารถย้อนกลับได้แล้ว

เธอปิดแล็ปท็อป

คำสัญญาได้สิ้นสุดลงแล้ว โทษทัณฑ์ของเธอได้รับการชดใช้แล้ว

ถึงเวลาที่ต้องหายตัวไป

ตอน 2

เช้าวันรุ่งขึ้น เคทลินเริ่มลบตัวเอง ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่คอยรับใช้กรวีร์ แต่เป็นผู้หญิงที่ถูกผูกมัดไว้กับความทรงจำของจิณณ์ เธอต้องการการเริ่มต้นใหม่ที่สะอาดหมดจด ชีวิตใหม่ที่ไม่มีเงาของอดีตตามหลอกหลอน

เธอเริ่มต้นด้วยรูปถ่าย

มันเป็นรูปเล็กๆ ในกรอบของจิณณ์ที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักโต๊ะข้างเตียง รอยยิ้มของเขาอบอุ่น ดวงตาเต็มไปด้วยประกายแสงที่ดับมอดไปนานแล้ว ตลอดห้าปีที่ผ่านมา รูปใบนี้คือสมอของเธอ คือเหตุผลที่เธอทนอยู่

นิ้วของเธอสั่นเทาขณะหยิบมันขึ้นมา เธอมองใบหน้าของเขา จดจำทุกเส้นสาย ทุกรายละเอียด จากนั้นเธอก็เลื่อนรูปถ่ายออกจากกรอบ

การฉีกมันคงเป็นการกระทำที่มาจากอารมณ์รุนแรง จากความโกรธ แต่สิ่งที่เธอรู้สึกคือความสงบเยือกเย็นของการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว

เธอหยิบไฟแช็กขึ้นมา

เปลวไฟเลียที่มุมของรูปถ่าย มันม้วนงอ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แล้วก็ดำ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของจิณณ์บิดเบี้ยว แล้วก็เลือนหายไปในกองเถ้าถ่าน

เธอปล่อยให้เถ้าถ่านร่วงหล่นลงในกล่องเครื่องประดับเล็กๆ ที่ว่างเปล่า กล่องที่จิณณ์เคยให้เธอ เธอปิดฝา เสียงคลิกเบาๆ ดังสะท้อนในห้องที่เงียบงัน มันคือการฝังศพ

จากนั้นเธอก็ย้ายไปที่ตู้เสื้อผ้า มันเต็มไปด้วยเสื้อผ้าที่กรวีร์เห็นชอบ เสื้อผ้าทำงานเรียบๆ สีเข้ม เครื่องแบบของเคทลิน ผู้ช่วยที่มีประสิทธิภาพ

เธอเอาพวกมันออกมาทั้งหมด พับอย่างเรียบร้อยแล้วใส่ลงในกล่องกระดาษแข็ง เธอจะนำไปบริจาค พวกมันเป็นของคนๆ หนึ่งที่ไม่มีตัวตนอีกต่อไปแล้ว

โทรศัพท์ของเธอสั่น เป็นข้อความจากเชอรีน

รูปถ่าย

มันเป็นภาพระยะใกล้ของแหวนเพชรที่สวยงามน่าทึ่งบนนิ้วของเชอรีน มือของเธอสอดประสานอยู่กับมือของกรวีร์

คำบรรยายเขียนว่า: เขามีรสนิยมดีที่สุดเลยใช่ไหมล่ะ? รออนาคตของเราไม่ไหวแล้ว <3

เคทลินจ้องมองหน้าจอ ใบหน้าของเธอว่างเปล่า ส่วนที่เคยเจ็บปวดกับเรื่องแบบนี้ได้ตายไปแล้ว

เธอลบข้อความโดยไม่ตอบกลับ

ต่อมาในวันนั้น กรวีร์เรียกตัวเธอ เขาอยู่ในห้องยิมที่บ้าน เหงื่อชุ่มโชกขณะที่เขาชกกระสอบทรายอย่างหนักหน่วง

เขาไม่หยุดเมื่อเธอเข้ามา

“เชอรีนไม่ชอบร้านจัดเลี้ยงที่เธอเลือกสำหรับงานเลี้ยง” เขาพูดระหว่างหอบหายใจ “เธอบอกว่าเมนูของพวกเขาน่าเบื่อ”

“ทราบแล้วค่ะ” เคทลินตอบ

“เธอต้องการอาหารจากร้านธารา สกาย จัดการให้ด้วย”

ธารา สกาย เป็นร้านอาหารที่หรูหราและพิเศษที่สุดในเมือง และยังเป็นที่ที่จิณณ์พาเธอไปฉลองครบรอบปีแรกของพวกเขา

กรวีร์รู้เรื่องนี้ เขาเคยอยู่ที่นั่นด้วย ในฐานะวัยรุ่นหน้าบึ้งที่ถูกบังคับให้มาเป็นเพื่อนพี่ชาย

ความทรงจำนั้นเป็นเหมือนวิญญาณในห้อง จิณณ์หัวเราะ ยกแก้วให้เธอ *เพื่อเรา*

ตอนนี้ กรวีร์ต้องการเสิร์ฟความทรงจำนั้นบนจานในงานหมั้นของเขา

มันเป็นการกระทำสุดท้ายที่จงใจลบเลือน เป็นการประกาศว่าแม้แต่อดีตของเธอก็ไม่ใช่ของเธออีกต่อไป มันเป็นของเขา ที่จะถูกนำไปใช้ใหม่หรือทิ้งขว้างตามที่เขาเห็นสมควร

เขาหยุดชกแล้วหันมาหาเธอ เช็ดหน้าด้วยผ้าขนหนู เขาเห็นประกายความเจ็บปวดบนใบหน้าของเธอ และความรู้สึกผิดที่แปลกประหลาดและไม่พึงประสงค์ก็บิดม้วนในท้องของเขา เขาไม่เข้าใจมัน เขาผลักมันออกไป บอกตัวเองว่าแม้แต่หมาที่เลี้ยงมานานก็ยังทำให้รู้สึกอะไรบางอย่างได้ เขาหยิบขวดน้ำขึ้นมา บิดฝาออก แล้วดื่มอย่างแรง

จากนั้นเขาก็ยื่นมันให้เธอ

“นี่” เขาพูดเสียงเรียบ “เธอดูซีดๆ ดื่มซะ”

มันเป็นน้ำยี่ห้อเดียวกับที่เขาดื่มเสมอ ยี่ห้อเดียวกับที่เขาเคยขว้างใส่หัวเธอด้วยความโมโห ทิ้งรอยช้ำที่เธอต้องใช้เครื่องสำอางปกปิดเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

เธอรับขวดน้ำไป นิ้วของเธอปิดรอบพลาสติกเย็นๆ

เธอสบตาเขา ดวงตาของเธอว่างเปล่า ประกายความปรารถนาวาบผ่านใบหน้าของเขา ก่อนจะถูกปิดบังอย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้มเยาะ เขาเกลียดที่เขารู้สึกแบบนั้น เกลียดที่ผู้หญิงคนนี้ ลูกน้องของเขา สามารถส่งผลกระทบต่อเขาได้ มันเป็นจุดอ่อนที่เขาไม่อาจมีได้

“อย่าคิดอะไรไปไกลล่ะ” เขาพูดเสียงยานคาง เจือด้วยความดูถูก “ฉันยังจำคืนที่เธอคลานขึ้นเตียงฉันตอนที่ฉันเมาได้ ความใจดีเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้หมายความว่าฉันอยากให้มันเกิดขึ้นอีก มันน่าอับอาย”

เธอคลายเกลียวฝาแล้วดื่ม

น้ำเย็นและไร้รสชาติ มันไหลลงคอเธอ เป็นเหมือนการล้างบาปที่ว่างเปล่า เธอไม่คิดจะแก้ต่างให้เขา เธอไม่คิดจะเตือนเขาว่าคืนนั้นเป็นเขาเองที่เมาโซซัดโซเซเข้ามาในห้องของเธอ เข้าใจผิดว่าเธอเป็นคนอื่นในความมึนเมา และบังคับขืนใจเธอ เธอตัวแข็งทื่อ ติดอยู่ระหว่างคำสัญญากับพี่ชายของเขาและความตกใจกับการกระทำของเขา ใบหน้าของเขาที่คล้ายกับจิณณ์มากในความมืด ตอนเช้า เขาไม่ขอโทษ เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ กล่าวหาว่าเธอเป็นผู้หญิงไร้ยางอายที่เสนอตัวให้เขา เธอเคยพยายามอธิบายครั้งหนึ่ง แต่เขาไม่เชื่อ ตอนนี้ ความทรงจำที่ผิดเพี้ยนของเขาเป็นเพียงโซ่อีกเส้นหนึ่งที่เธอยินดีที่จะทำลาย

มันเป็นการยืนยันครั้งสุดท้ายที่เธอต้องการ

ไม่มีอะไรเหลือให้รักษา ไม่มีอะไรเหลือให้ยึดเหนี่ยวอีกต่อไป

ตอน 3

หลายสัปดาห์ก่อนถึงวันงานหมั้นเป็นเหมือนการทรมานที่เชื่องช้าและบดขยี้

เคทลินใช้ชีวิตในแต่ละวันเหมือนหุ่นยนต์ ทุกภารกิจ ทุกสายโทรศัพท์ เป็นเครื่องย้ำเตือนถึงชีวิตที่กำลังถูกสร้างขึ้นบนเถ้าถ่านของเธอเอง

เธอต้องติดต่อกับผู้ขาย ดอกไม้ และนักดนตรีอยู่ตลอดเวลา เสียงของเธอสงบและเป็นมืออาชีพขณะที่เธอพูดคุยรายละเอียดของงานฉลองของกรวีร์และเชอรีน ทุกการสนทนาเป็นเหมือนการกรีดบาดแผลเล็กๆ แต่คมกริบ

เชอรีนทำให้แน่ใจว่าเป็นเช่นนั้น

เธอจะโทรหาเคทลินวันละหลายครั้ง เสียงของเธอหวานเหมือนน้ำผึ้งอาบยาพิษ

“เคทลิน ที่รัก ฉันกำลังคิดว่า...ฉันอยากได้ดอกพีโอนี มีแต่ดอกพีโอนีเท่านั้นนะ เอาสีชมพูอ่อนเฉดนั้นเป๊ะๆ”

“คนจัดดอกไม้บอกว่ามันนอกฤดูและหายากค่ะ”

“ก็ทำให้มันเกิดขึ้นสิ กรวีร์จ้างเธอมาเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่มาบอกฉันว่ามีปัญหา”

การโทรศัพท์มักจะเปิดลำโพงเสมอเมื่อกรวีร์อยู่ใกล้ๆ เคทลินได้ยินเสียงการยอมรับอย่างเงียบๆ ของเขาอยู่เบื้องหลัง

การแสดงออกในที่สาธารณะนั้นเลวร้ายยิ่งกว่า

เย็นวันหนึ่ง กรวีร์จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำสำหรับหุ้นส่วนทางธุรกิจบางคน เชอรีนอยู่เคียงข้างเขา เปล่งประกายในสร้อยคอเพชรเส้นใหม่

“กรวีร์ดีกับฉันมากจริงๆ” เธอประกาศให้ทั้งโต๊ะฟัง มือของเธอวางบนแขนของเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ “เขารู้ว่าฉันชอบอะไรก่อนที่ฉันจะรู้ตัวซะอีก”

เธอมองตรงมาที่เคทลิน ซึ่งยืนอยู่ข้างกำแพง พร้อมที่จะเติมไวน์หรือจดบันทึก “ใช่ไหมล่ะเคทลิน? เธออยู่กับเขามานานขนาดนี้ เธอต้องรู้สิว่าเขารักฉันมากแค่ไหน”

มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของ เป็นการย้ำเตือนให้ทุกคนในห้อง โดยเฉพาะเคทลิน รู้ถึงตำแหน่งของตัวเอง

เธอเป็นของประดับ เชอรีนคือราชินี

ต่อมา ขณะที่เคทลินกำลังเสิร์ฟกาแฟ แขกคนหนึ่งซึ่งรู้จักครอบครัวนี้มานานหลายปีหันมาหาเธอ

“เธอยังอยู่ที่นี่นะเคทลิน กรวีร์โชคดีจริงๆ ที่มีคนภักดีขนาดนี้”

ก่อนที่เธอจะทันได้ตอบ เชอรีนก็หัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะเบาๆ ใสๆ ที่เสียดประสาท

“โอ้ เธอเป็นมากกว่าภักดีอีกค่ะ เธอทุ่มเทสุดตัวเลย” ดวงตาของเชอรีนเป็นประกายด้วยความมุ่งร้าย “บางครั้งฉันก็คิดว่าเธอผูกพันกับกรวีร์มากกว่าที่ผู้ช่วยธรรมดาควรจะเป็น มันออกจะ...หมกมุ่นไปหน่อย”

ความหมายนั้นชัดเจน เธอกำลังวาดภาพให้เคทลินเป็นพวกเกาะติดที่สิ้นหวังและหลงใหล

กรวีร์ซึ่งได้ยินก็เดินเข้ามา เขาวางมือบนไหล่ของเชอรีน เป็นท่าทีปกป้อง เขามองเคทลินด้วยสีหน้าผิดหวังอย่างเหนื่อยหน่าย แม้ว่าประกายความสงสารจะวาบผ่านดวงตาของเขาก่อนที่เขาจะปิดบังมันด้วยรอยยิ้มเยาะ ราวกับว่าเขากำลังรับมือกับเด็กที่มีปัญหา

“เคทลิน” เขาพูดเสียงต่ำแต่ดังพอให้ได้ยินทั่วห้องที่เงียบสงบ “อย่าทำให้แขกของเราอึดอัดสิ เธอรู้จักที่ต่ำที่สูงของตัวเองดีนี่”

เขากำลังปกป้องเชอรีนจากเธอ เขากำลังทำให้เธออับอายในที่สาธารณะ ยืนยันเรื่องเล่าที่เป็นพิษของเชอรีน เขากำลังเรียกเธอว่าคนเพ้อเจ้อ เป็นโรคจิต

คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในหัวของเธอ *รู้จักที่ต่ำที่สูงของตัวเอง*

ขอบเขตของเธอคือประตู และเธอใกล้จะเดินผ่านมันไปตลอดกาลแล้ว

หมัดสุดท้ายมาถึงในคืนก่อนงานเลี้ยง

เคทลินอยู่ในห้องบอลรูมใหญ่ของโรงแรม กำกับดูแลการจัดเตรียมขั้นสุดท้าย ห้องนั้นเป็นทะเลดอกพีโอนีสีชมพูอ่อน มันสวยงาม และมันน่าอึดอัด

กรวีร์และเชอรีนมาถึงเพื่อตรวจงาน

เชอรีนปรบมือด้วยความดีใจ “โอ้ กร มันสมบูรณ์แบบมาก! มันคือทุกอย่างที่ฉันฝันไว้เลย”

เธอยืนเขย่งปลายเท้าแล้วจูบเขา มันเป็นจูบที่ยาวนานและดูดดื่ม เป็นการแสดงสำหรับผู้ชมเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตาม ดวงตาของกรวีร์กลับเลื่อนลอยข้ามไหล่ของเชอรีนไปมองหาเคทลิน เขาต้องการเห็นปฏิกิริยาของเธอ ต้องการเห็นความเจ็บปวดที่เขาแน่ใจว่าเธอซ่อนไว้ เขาเกลียดสีหน้าที่สงบนิ่งของเธอ เขาอยากจะทำลายมันให้แตกสลาย อยากเห็นอารมณ์ดิบๆ ที่เขารู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์ได้เห็น

เคทลินหันไปทางอื่น สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่การจัดโต๊ะ

กรวีร์ผละออกจากเชอรีน รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้า เขาเดินไปหาเคทลิน

ชั่วขณะหนึ่ง เธอคิดว่าเขาอาจจะกล่าวขอบคุณสักคำ เป็นการยอมรับง่ายๆ ถึงงานที่เธอทำ

แต่เขากลับหยิบผ้าเช็ดปากที่พิมพ์ขึ้นเป็นพิเศษขึ้นมา มันถูกปั๊มนูนด้วยอักษรย่อของพวกเขา: G & C

“ทำได้ดี” เขาพูด น้ำเสียงของเขาเจือความประหลาดใจ ราวกับว่าเขาตกใจที่เธอสามารถทำงานได้ดี จากนั้นเขาก็มองไปรอบๆ ห้องที่หรูหรา สีหน้าพึงพอใจ “นี่แหละที่เรียกว่าการเฉลิมฉลองของจริง”

เขากำลังเปรียบเทียบมันกับบางสิ่ง กับวันเกิดที่เงียบเหงาและชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอพยายามจัดให้เขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เค้กธรรมดาๆ ที่เธอซื้อ ของขวัญที่คิดมาอย่างดีที่เธอเลือกให้ ทั้งหมดนี้เขาไม่เคยสนใจหรือดูถูก เขาพยายามทำร้ายเธอ ยั่วยุให้เธอแสดงความหึงหวงที่เขาอยากเห็น เขาต้องการให้เธอแตกสลาย เพื่อพิสูจน์ว่าเธอยังแคร์

ภาพที่เห็นนี้คือของจริง ความห่วงใยที่เงียบสงบและมั่นคงของเธอไม่มีค่าอะไรเลย

เธอมองเขาเดินกลับไปหาเชอรีน แขนของเขาโอบรอบเอวเธอ เขากระซิบอะไรบางอย่างที่หูเธอ และเชอรีนก็หัวเราะออกมา ศีรษะของเธอเอนไปข้างหลังอย่างผู้มีชัย

พวกเขาเป็นภาพของความสุขที่สมบูรณ์แบบ ภาพที่วาดด้วยความเจ็บปวดของเคทลิน

เธอฝืนตัวเองให้เดินไปหาพวกเขา

“ทุกอย่างพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้แล้วค่ะ” เธอพูดเสียงมั่นคง “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ”

“แน่นอนจ้ะ” เชอรีนพูด พลางยิ้มหวาน “เธอคงจะเหนื่อย ขอบคุณสำหรับความทุ่มเททั้งหมดนะเคทลิน”

มันคือการไล่ ราชินีกำลังขอบคุณคนรับใช้

เคทลินพยักหน้าแล้วเดินจากไป เธอไม่หันกลับมามอง

เธอทำไม่ได้ นี่คือคืนสุดท้ายของเธอในนรก

ขณะที่เขามองเธอจากไป ความรู้สึกตื่นตระหนกอย่างฉับพลันและรุนแรงก็เข้าครอบงำหัวใจของกรวีร์ ความกลัวที่ไร้เหตุผลว่าเธอกำลังจะจากไปตลอดกาล มันไร้สาระ เธอก็รักเขา เธอไม่มีวันจากไป เขาผลักความรู้สึกนั้นลงไป ปล่อยให้เชอรีนดึงเขาเข้าไปกอดอีกครั้ง เขาคือกรวีร์ วงศ์วิวัฒน์ อนาคตของเขาอยู่กับทายาทผู้ทรงอิทธิพล ไม่ใช่ผู้ช่วยที่คลั่งรัก เขาไม่ต้องการเธอ เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องการเธอ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED