คีรติ ฐิติกร เพลย์บอยหนุ่มเนื้อหอม หัวใจโสดสนิทเพราะไม่ชอบความสัมพันธ์ระยะยาว แต่ไม่เคยนอนเดียวดายบนเตียงคนเดียวสักคืน คู่ควงไร้สถานะที่เขาไม่เคยหยิบยื่นตำแหน่งใด ๆ แม้พวกหล่อนจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม
บุรุษหนุ่มที่เป็นดั่งลูกรักของพระเจ้า ที่ท่านคัดสรรค์และประทานมาให้เขาแต่สิ่งดี ๆ ทั้งทรัพย์สมบัติและรูปสมบัติ แถมมันสมองเป็นเลิศด้วยดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 1 วิศวกรรมศาสตร์ พ่วงด้วยตำแหน่งหลานรักของตระกูลฐิติกร ผู้สืบทอดกิจการ ฐิติกรคอนสตรัคชั่น ต่อจากคนเป็นปู่ เพราะเขาเรียนมาสายนี้โดยตรงและมีภาวะผู้นำสูง
ฐิติกรคอนสตรัคชั่น เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขึ้นชื่อดังอันดับต้น ๆ ของประเทศ เป็นระบบกงสีที่ลูกหลานมีส่วนแบ่งในหุ้นและมรดกแบบปันผลทุกเดือน แต่ทุกคนในตระกูลพร้อมที่จะขัดขาแย่งชิงตำแหน่งประธานบริษัททุกเมื่อ หลังจากฐิติผู้เป็นปู่จากไป บริษัทก็ลุกเป็นไฟ
ฐิติกรคอนสตรัคชั่น เป็นเป้าหมายของคนทำงาน นักศึกษาจบใหม่คาดหวังที่จะได้ร่วมงานกับองค์กรนี้ ด้วยความมั่นคงและสวัสดิการที่ดีเยี่ยม รวมไปถึงมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่งที่อยากส่งนักศึกษามาฝึกงาน เพราะเกือบทั้งหมดที่ได้ฝึกงานที่นี่ จะถูกบรรจุเข้าทำงานหลังจากผ่านการฝึกประสบการณ์
ชื่อเสียงของบริษัทโด่งดังและเลื่องลือ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงซีอีโอสุดหล่ออย่างคีรติ ฐิติกร สาวค่อนประเทศก็ฝันหวาน เพียงแค่ได้เดินเฉียดกับเขาสักครั้งในลิฟต์ก็จะเป็นบุญอย่างมาก ถ้าบุญวาสนานำพาขึ้นไปอีก พวกเธอเหล่านั้นก็ขอตะกายขึ้นเตียงเคียงคู่กับเขาสักครั้ง
รถสปอร์ตคันหรูวิ่งฉิวมาหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าบริษัท ปลายรองเท้าหนังมันปลาบเก้าลงมาจากรถ เขาขยับแว่นเรย์แบนสีชาบนกรอบดวงตาให้เข้าที่ จากนั้นก็ติดกระดุมเสื้อสูท เดินเข้าไปยังตัวตึก พนักงานขับรถรับหน้าที่นำรถเขาไปจอดไว้ในช่องจอดผู้บริหาร
พนักงานหยุดทำความเคารพเขาและกล่าวทักทายเป็นระยะ แม้ว่าผู้เป็นนายจะมีใบหน้าเรียบตึงไร้รอยยิ้ม คอตั้ง หน้าเชิด ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้กรอบแว่นอันนั้น ดวงตาของเขากำลังจับจ้องสิ่งใดอยู่
ปลายนิ้วมือเรียวเล็กของหญิงสาวนางหนึ่งกดที่ปุ่มลิฟต์ ก่อนจะเอ่ยทักทายคนเป็นเจ้านาย
"อรุณสวัสดิ์ค่ะบอส" แสงระวีทักทายคนเป็นเจ้านายด้วยน้ำเสียงสดใส รอยยิ้มของเธอจะเกิดขึ้นบนใบหน้าเพียงแค่ 5 นาทีแรกของการทำงาน เพราะหลังจากที่เจ้านายหนุ่มเอยประโยคแรกออกมา บนดวงหน้าของเธอจะไม่มีรอยยิ้มอีกเลยตลอดวัน
"มุม 45 นาฬิกามีเศษกระดาษทิชชูตกอยู่ บอกแม่บ้านให้จัดการด้วย กำชับด้วยว่ารอบหน้าอย่าให้ฉันเห็นแบบนี้อีก" ประโยคราบเรียบกับใบหน้าเรียบตึงของเจ้านายหนุ่ม ทำให้บรรยากาศหน้าลิฟต์ตอนนี้เหมือนหิมะกำลังตกโปรยปราย แสงระวีกำลังรู้สึกหนาวเหน็บไปหมด เมื่อครู่เธอเห็นเขาเดินคอตั้งตรง แทบจะไม่เอียงสักองศาด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังมองเห็นเศษกระดาษทิชชูเล็ก ๆ นั่น
'ให้ตายเถอะโรบิน ฉันโดนตั้งแต่นาทีแรกเลยเหรอวันนี้' แสงระวีคิดในใจ เธอโค้งให้เจ้านายหนุ่มอย่างนอบน้อมพร้อมกับรับคำ
"ขอประทานโทษค่ะบอส ครั้งหน้าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเอง"
คีรติก้าวเข้าไปในลิฟต์ ส่งมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ยืนเชิดหน้าตั้งตรงรอเลขาก้าวตามเข้ามา แสงระวีเป็นเลขาที่อยู่กับคีรติได้นานที่สุด และเธอก็รู้ใจเขาเป็นที่สุด
แสงระวีส่งสัญญาณมือให้แม่บ้าน เป็นเชิงบอกให้จัดการให้เรียบร้อย พร้อมชี้มือไปที่ประตูลิฟต์และทำท่าเชือดคอตัวเอง แสงระวีใช้ภาษามือจัดการทุกอย่างด้วยเวลาอันจำกัด จากนั้นก็รีบตามเจ้านายเข้าไปในลิฟต์ หญิงสาวแทรกตัวที่พยายามย่อให้ลีบเล็กที่สุดเข้าไป
ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลง เธอยังไม่ทันได้สูดลมหายใจเข้าปอด น้ำเสียงทรงพลังก็บอกขึ้น
"เรียกประชุมซัพพลายเออร์ 10 โมง"
"คะ!" แสงระวีขานรับเป็นประโยคคำถาม เหมือนต้องการให้เจ้านายหนุ่มทวน เพราะไม่ว่าจะจัดการเร็วอย่างไร ก็ไม่มีทางทัน
"อยากลาออกไปรักษาหูก่อนไหมล่ะ จะได้…ได้ยินชัดขึ้น" ใบหน้าเรียบตึง น้ำเสียงราบเรียบ สามารถทำให้ภายในลิฟต์เย็นเยือกราวกับยืนอยู่บนธารน้ำแข็งขั้วโลก
"ค่ะบอส! ประชุมซัพพลายเออร์ 10 โมง" แสงระวีทวนคำสั่ง เพราะประโยคเมื่อครู่ของเขา บอกให้เธอรู้ว่าจะต้องจัดการให้ได้ ตอนนี้ในสมองของแสงระวีกำลังประมวลผล ว่าเธอจะจัดการเรื่องไหนก่อนดี
ติ๊ง!!! ลิฟต์ส่งสัญญาณเตือนในขณะที่ประตูลิฟต์ถูกเปิดออก ห้องทำงานผู้บริหารอยู่ชั้นที่ 29 ของตึกฐิติกรแห่งนี้
ในขณะที่ชั้นบนสุดของอาคารเป็นห้องพักสุดหรูของผู้บริหาร แต่คีรติไม่ค่อยชอบใช้บริการมากนัก เพราะเขาเป็นคนโลกส่วนตัวสูง แม้จะทำงานหนักเขาก็แยกงานกับการพักผ่อนออกจากกันอย่างชัดเจน นอกเสียจากว่าทำงานดึกและเหนื่อยจริง ๆ
คีรติเดินเข้าไปในห้องทำงาน ตอนเช้าเขาจะใช้เวลาเช็กอีเมลประมาณ 20 นาที ซึ่งนั่นก็เป็นเวลาเตรียมพร้อมสำหรับแสงระวี
"ออเรนจ์อเมริกาโน่ค่ะ" แสงระวีวางกาแฟน้ำส้มในแก้วทรงสูง พร้อมกับชีสพาย เมนูโปรดของเจ้านายหนุ่มในยามเช้า
คีรติหยิบแก้วกาแฟน้ำส้มขึ้นมาดื่ม โดยที่ไม่ละสายตาออกจากจอคอมพิวเตอร์ แต่หูของเขาก็ยังทำงาน รอฟังรายงานจากแสงระวี
"สรุปรายงานการประชุมเมื่อวานกับรายชื่อบริษัทก่อสร้างที่ยื่นประมูลการก่อสร้างโครงการใหม่ค่ะ"
โครงการใหม่ที่พูดถึงคือโครงการหมู่บ้านจัดสรรระดับพรีเมียมริมทะเลหัวหิน ราคาเริ่มต้น 40 ล้านบาทต่อยูนิต นั่นทำให้เขาต้องเพิ่มความใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้น
"ผมขอ Portfolio ผลงานที่พวกเขาเคยทำด้วย ผมอยากรู้รายละเอียดก่อนการคัดเลือก ผมเกลียดบริษัทที่ชอบย้อมแมว เกลียดพวกเกรดต่ำแต่อยากรีแบรนด์ตัวเองมาร่วมงานกับฐิติกรคอนสตรัคชั่น"
แสงระวีกัดริมฝีปากตัวเอง ความละเอียดรอบคอบของคีรติขึ้นชื่อเป็นที่หนึ่ง แต่พอเป็นคำสั่งเจ้านาย เธอก็ต้องตอบรับ
"ค่ะ"
แม้จะรู้ว่า…บริษัทย้อมแมวที่เขาพูดถึงคือใคร
แม้จะรู้ว่า…ปัญหาที่จะเกิดตามมาเป็นแบบไหน
แม้จะรู้ว่า…เธอต้องสู้รบปรบมือกับใครบ้าง เพื่อได้ข้อมูลนั้นมาตามคำสั่งของเจ้านาย
ฐิติ ฐิติกรมีลูกชายสองคน แต่ก็ยังต้องทำงานจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เขาไม่เคยปริปากบอกใครว่าป่วยเป็นโรคหัวใจ จนกระทั่งแพทย์สั่งให้หยุดงานเพื่อรักษาชีวิต
ฐากิต ลูกชายคนโตเป็นคนเจ้าชู้มีบ้านเล็กบ้านน้อยหลายคน ตัวเขาเองก็วุ่นวายอยู่กับลูก ๆ ของเมียแต่ละบ้านที่ต่างแย่งชิง นั่นทำให้เขาไม่มีเวลาทำงานที่บริษัทได้เต็มศักยภาพที่มี ในบรรดาลูก ๆ มีผู้ชายเพียงคนเดียว คือกิตติกร คนที่ฐากิตหมายมั่นปั้นมือให้แย่งชิงทุกอย่างมาจากคีรติให้ได้ ประเคนทุกอย่างที่อยากได้ให้ แม้กระทั่งบริษัทเปิดใหม่ แต่กิตติกรก็ขี้เกียจ ชอบใช้ชีวิตสำมะเลเทเมา อยู่กับวงเหล้าและบ่อนการพนันมากกว่าทำงานอยู่ดี
ฐากูร ลูกชายคนรอง บิดาของคีรติ เป็นลูกชายที่ถูกประคบประหงมเป็นพิเศษเพราะเขามีภาวะหัวใจรั่วมาตั้งแต่เกิด ป่วยออด ๆ แอด ๆ แต่โชคร้ายที่เขาช็อกหัวใจวายเมื่อรู้ว่าภรรยาแอบนอกใจไปมีคนอื่น หลังจากนั้นคีรติก็ตกมาอยู่ในความดูแลของปู่กับย่า และพวกท่านก็เกลียดแม่ของเขามากจนตัดขาด ความทรงจำระหว่างแม่กับคีรติน้อยมาก จนจำหน้าไม่ได้ เพราะเธอจากไปตั้งแต่เขาอายุได้เพียง 8 เดือน
ฐากิตเกลียดน้องมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะเขาคิดว่าพ่อกับแม่รักน้องมากกว่า พอน้องชายจากไป เขาก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจ แต่กลับโล่งอกที่หมดเสี้ยนหนาม ฐิติกรคอนสตรัคชั่นจะไม่มีทายาทสายตรงคนอื่นนอกจากเขา
ทุกอย่างราบรื่นมาด้วยดี มาเกือบ 30 ปี ฐากิตชะล่าใจ ไม่ว่าจะอย่างไร ทุกอย่างจะต้องตกมาเป็นของเขาแน่
จนกระทั่ง…การประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อ 3 ปีก่อน กับการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ของประธานบริหาร ฐิติกรประกาศวางมือจากธุรกิจ และแจ้งในที่ประชุมว่าเขาเป็นโรคหัวใจ แพทย์ลงความเห็นว่าให้เขาหยุดทำงานและรีบผ่าตัดโดยด่วน
ฐิติประกาศแต่งตั้งคีรติ ฐิติกร หลานชายวัย 33 รับตำแหน่งซีอีโอของบริษัท แม้จะรู้ว่าวัยวุฒิจะทำให้การทำงานในตำแหน่งซีอีโอของคีรติยากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เชื่อมือหลานชายคนนี้ที่สุด
"ผมมีเรื่องจะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทุกคนได้ทราบว่า…ผมขอวางมือจากทุกตำแหน่งในบริษัท เพราะผมต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วน วันนี้ผมขอถือโอกาสลาออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้งประธานบริหารคนใหม่ นั่นก็คือคีรติ ฐิติกรหลานชายของผม"
หลังจากที่ฐิติประกาศชื่อประธานบริหารคนใหม่ของบริษัท ไม่เพียงแค่ผู้ถือหุ้นที่ตกใจ แม้แต่คนที่ได้รับตำแหน่งประธานคนใหม่อย่างคีรติก็ตกใจไม่แพ้กัน เขาอยากเป็นผู้จัดการแผนกวิศวกรรม ควบคุมงานก่อสร้าง เดินในไซต์งานมากกว่ามานั่งโต๊ะบริหาร
ฐากิตหัวเสีย เมื่อรู้ว่าคนเป็นพ่อยกตำแหน่งสูงสุดในบริษัทให้คีรติ เขาโวยวายก่อหวอดประท้วงกับผู้ถือหุ้นรายอื่น จนกระทั่งฐิติหัวใจวายกลางห้องประชุมและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล
ทุกคนอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจ ช็อกที่ได้รับรู้อาการป่วยและเสียชีวิตในวันที่ท่านจากไป ท่านไม่เคยปริปากบอกหรือแสดงอาการป่วยใด ๆ ให้ภรรยาและลูกหลานได้เห็น
หลังจากเปิดพินัยกรรมในเวลาต่อมา คีรติถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกและประธานบริหารคนใหม่อย่างเป็นทางการ ทั้งพินัยกรรมและคำสั่งแต่งตั้งกลางห้องประชุมสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน นั่นทำให้ฐากิตไม่สามารถคัดค้านใด ๆ ได้แต่เก็บความคั่งแค้นเอาไว้ในใจ
การก้าวขึ้นมารับตำแหน่งในวัยเพียง 33 ของคีรติไม่เป็นที่ยอมรับของผู้ถือหุ้นบางส่วน โดยการก่อหวอดของลุงแท้ ๆ รวบรวมพรรคพวกที่อยู่ในบริษัท ตั้งบริษัทลูกขึ้นมาประมูลงานในบริษัทของตัวเอง หรือแม้กระทั่งตั้งบริษัทนอมินีหาช่องทางคดโกงเอาเงินเข้ากระเป๋าของตัวเอง ต้องคอยจัดการปัญหาที่เข้ามาไม่หยุด
มันคืองานหินของคีรติ เพราะนอกจากจะต่อสู้กับคู่แข่งภายนอก เขายังต้องต่อสู้กับคนกันเองในครอบครัวอีกด้วย
สิ่งเดียวที่ทำให้คีรติยังยืนหยัดสู้คือคำพูดของคนเป็นปู่ "ปู่เชื่อมั่นในความสามารถของคีย์ เชื่อมั่นว่ากุญแจดอกนี้จะไขทุกปัญหาในบริษัทออกให้หมด"
แสงระวีเดินออกไปนาน ตั้งแต่เธอรับคำสั่งจากเขา แต่คีรติยังคงนั่งมองรูปภาพของปู่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยแววตาเรียบนิ่ง
3 ปีในตำแหน่งซีอีโอของบริษัท คีรติอยากลาออกจากตำแหน่งที่หนักอึ้งทุกวัน แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่คิด เพราะไม่สามารถทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจของปู่ได้
"คุณปู่เก่งมากที่สามารถสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ ผมเหนื่อยเหลือเกินครับคุณปู่ เหนื่อยกับการที่ต้องสู้รบกับคนในตระกูล" คีรติบอกกับรูปภาพของคนเป็นปู่
หลังจากที่ปู่ของคีรติเสียชีวิต ย่าของเขาก็ย้ายไปพักวิลล่าริมทะเลที่หัวหินอย่างถาวร หลังจากที่ก้าวเข้ามานั่งแท่นผู้บริหาร คีรติรู้สึกอ้างว้าง แม้สถานที่แห่งนี้จะรายล้อมไปด้วยญาติร่วมสกุลก็ตาม
ที่บอกว่า…ยิ่งสูงยิ่งหนาว มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
วิเวียนลูกสาวนักบริหารการเงินผู้ที่มีชีวิตอู้ฟู่ ออฟฟิศแม่ของเธอตั้งอยู่หลังตลาด หรือจะเรียกอีกอย่างว่าเจ้าแม่เงินกู้ตลาดเบิกเนตรก็ได้ นอกจากธุรกิจการเงิน แม่ของเธอก็มีธุรกิจสันทนาการบริหารสมองเล็ก ๆ บนตึกของบ้าน ที่นี่จะมีเพียงลูกค้าวีไอพีที่รู้จัก
วิเวียนเกลียดธุรกิจของครอบครัว เธอเกลียดการทำนาบนหลังคนและธุรกิจสีเทาของแม่ แต่ก็ไม่มีทางเลือกมากไปกว่ายอมรับ เธอหวังว่าสักวันเธอจะทำให้แม่เลิกธุรกิจนี้สักที
วิเวียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาก่อสร้างสาขาที่ผู้หญิงเรียนน้อยนิด และผ่านการดูถูกและสบประมาทจากหลาย ๆ คน แม้กระทั่งแม่ของเธอด้วย แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ฝ่าฟันเอาชนะทุกคำดูถูก จนกระทั่งผ่านมาถึงเทอมสุดท้าย
"ผู้หญิงบ้าอะไรอยากลำบาก สาขาดี ๆ มีให้เรียนก็ไม่ชอบดันไปเรียนก่อสร้าง แกชอบหรือไงต้องไปยืนกลางแดดคุมงานแหน่ะ" เสียงคุณนายพูนสินบ่นลูกสาวที่คนแถวนี้ได้ยินจนชิน แม้ว่าวิเวียนเรียนใกล้จะจบแล้วก็ตาม
"หนูก็ไม่ชอบสิ่งที่แม่ทำเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเคารพสิทธิมนุษยชนนะแม่ แม่ก็เอาตัวรอดจากตำรวจให้ตลอดรอดฝั่งก็แล้วกัน"
"นี่แกแช่งฉันเรอะ! นังลูกทรพี!"
"แล้วแม่อยากให้หนูแช่งหรือชมล่ะ"
"ยอกย้อนไม่มีใครเกินเลยนะแก ฉันน่าจะเอาขี้เถ้ายัดปากตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่น่าปล่อยให้โตมาเถียงฉันเลย" คนเป็นแม่ตะโกนข้ามโต๊ะคิดเงินมาหาลูกสาว
วันนี้วิเวียนอยู่ในชุดนักศึกษาเต็มยศเรียบร้อย ผิดจากปกติที่เธอชอบใส่ชุดช็อปสีเทาหม่น ๆ กางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบไปมหาวิทยาลัย
"ฉันมันลูกนอกคอก ไม่เหมือนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของแม่นี่ เรียนก็ไม่จบ ได้แต่อ้อนแม่เกาะกินไปวัน ๆ"
"ทำไมต้องเรียนให้เสียเวลา ในเมื่อธุรกิจของเราก็ออกจะสุขสบาย วัน ๆ ก็แค่แต่งตัวดี ๆ เดินออกไปเก็บเงินอย่างเดียว มีแต่แกเท่านั้นแหละที่โง่ อยากออกไปตากแดดตากลม" คนเป็นแม่ร่ายยาว เป็นประโยคซ้ำ ๆ ที่วิเวียนได้ยินมาตลอดชีวิตของเธอ
วิเวียนเป่าลมหายใจออกจากปาก ‘ก็ให้ท้ายกันขนาดนี้’
วิเวียนเป็นคนขยันและตั้งใจเรียน แต่ความคิดของเธอจะไม่เข้ากับแม่เท่าไหร่ เถียงกันเป็นกิจวัตร แตกต่างจากวิวัฒน์พี่ชาย รายนั้นลูกรักของแม่เพราะเขาปากหวาน ช่างออดอ้อนและตามใจแม่ แม้เขาจะไม่เรียนต่อหรือออกไปทำงาน แม่ของเธอก็ไม่เคยบ่น แถมยังเยินยอว่าเป็นลูกกตัญญูที่คอยช่วยเหลืองานแม่ด้วยซ้ำ
'ก็แต่งตัวเต๊ะท่าหล่อ เดินเก็บดอกในตลาดอะป่าววะ'
วิเวียนถอนหายใจเบา ๆ เถียงบุพการีมากจะบาปหนักเสียเปล่า ๆ เพราะอย่างไรเธอก็คงไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของนางได้ เธอจึงหอบแฟ้มงานแนบอก ยกมือขึ้นไหว้มารดา
"หนูไปมหาลัยแล้วนะแม่"
“ผีออกแล้วหรือไง ทำไมวันนี้ไม่แต่งตัวกุ๊ย ๆ เหมือนทุกวัน” แม้จะเห็นลูกสาวแต่งตัวเรียบร้อย แต่คนเป็นแม่ก็ไม่เคยพูดดีด้วย
“วันนี้ส่งงานชิ้นสุดท้าย สอบโปรเจกต์จบ อาจารย์ประกาศสถานที่ฝึกงานด้วย” วิเวียนตอบมารดา ในขณะที่ตัวเธอเดินออกไปถึงถนน
“ไปเรียนกับผู้ชาย ทำตัวเหมือนผู้ชายขึ้นทุกวันลูกคนนี้”
ยิ่งถูกคัดค้านและสบประมาทจากคนรอบข้าง นั่นยิ่งทำให้วิเวียนภาคภูมิใจ เธอบากบั่นเรียนจนกระทั่งถึงปีสุดท้าย หลังจากพ้นรั้วมหาวิทยาลัย เธอจะก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว
วิศวกรรมศาสตร์ ก่อสร้าง เป็นสาขาที่มีผู้หญิงเรียนน้อยมาก เพราะฉะนั้นผู้หญิงที่อยู่ในคณะจึงรู้จักกันหมดตั้งแต่รุ่นน้องปี 1 ยันรุ่นพี่ปี 4 พวกเธอจะดูสวยโดดเด่นขึ้นเมื่ออยู่ในตึกคณะ ที่แวดล้อมไปด้วยผู้ชายหล่อล่ำ นั่นเป็นความสุขที่สุดในรั้วมหาวิทยาลัย
วิเวียนวางหนังสือลงบนโต๊ะหินอ่อน หย่อนก้นลงนั่ง และดึงแก้วชานมไข่มุกในมือเพื่อนมาดื่ม อันดานำเสนองานเสร็จก่อน จึงออกมานั่งรอ
"สอบได้มั้ยแก" วิเวียนถามเพื่อน
"ถ้าตอบว่าได้ จะเรียกว่าโกหกมั้ยล่ะ ทำไมอาจารย์ไม่ถามตรงที่ฉันเตรียมตัวมาก็ไม่รู้ แกคอยดูเกรดฉันเถอะ ไม่อยากคิดถึงตอนป๊าบ่นเลย" อันดาบ่นเซ็ง ๆ แย่งแก้วชานมไข่มุกกลับคืน
อันดาเป็นเพื่อนผู้หญิงหนึ่งในสี่ของชั้นปี เลือกเรียนสาขานี้เพราะครอบครัวทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอยู่ต่างจังหวัด เธอจึงเรียนสาขานี้เพื่อต่อยอดธุรกิจครอบครัว เธอเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของวิเวียน
"เอาคืนมานะ อยากกินก็เดินไปซื้อเอง"
"ไม่เอาอ่ะ กินหมดแก้วอ้วนพอดี แย่งแกกินแบบนี้แหละ"
"อาจารย์ประกาศสถานที่ฝึกงานหรือยัง แกไลน์ไปถามกอล์ฟซิ" วิเวียนบอกเพื่อน ปากยังเคี้ยวไข่มุกหงับ ๆ แถมยังไม่ยอมส่งแก้วชานมไข่มุกคืนเจ้าของ
"ไม่เอาหรอก แกก็ไลน์ไปถามเองสิ เกลียดปาก!" อันดาพูดพลางเบะปากไปด้วย
กอล์ฟ คือ ธีรชานนท์ ผู้ชายกล้ามแน่น หน้าอกผึ่งผาย กอล์ฟเป็นหัวหน้าห้องและเข้าถึงอาจารย์ทุกวิชา เพราะเรียนเก่งมากจึงเป็นที่โปรดปรานของอาจารย์ แต่ก็ปากจัดไม่มีใครเกิน เป็นอันรู้กันระหว่างอันดาและวิเวียน หากพวกเธอพูดถึงกอล์ฟในสถานที่สาธารณะ จะเรียกว่าอีกอ! (หมายถึงกอล์ฟและตอแหลรวมกัน) วิเวียนกับอันดาต่างเถียงกันมาตลอด 4 ปี กอล์ฟเป็นผู้ชายทั้งแท่งหรือไม่
อันดาผู้คร่ำหวอดเรื่องผู้ชายบอกว่ากอล์ฟแมนแค่ร่างกายภายนอก ในขณะที่วิเวียนบอกว่าเขาแมนทั้งแท่ง จนอันดาท้าเพื่อนสาว ให้ไปพิสูจน์แท่งของกอล์ฟมาก่อน เธอถึงจะยอมเชื่อ
"ฉันลุ้นจะได้ไปฝึกงานที่ฐิติกรคอนสตรัคชั่น เพราะเนื้อคู่ฉันอยู่ที่นั่น" อันดาบอกอย่างเพ้อฝัน รุ่นพี่ที่เคยไปฝึกงานต่างร่ำลือเห็นความหล่อและเพอร์เฟกต์ของซีอีโอหนุ่ม แถมยังบอกอีกว่าเขาเป็นผู้ชายที่กลิ่นตัวหอมมาก
อันดาหลับตาพริ้มคิดอย่างเพ้อฝัน นึกภาพถึงตัวเองซุกจมูกลงบนหน้าอกของเขา คงจะมีความสุขมาก
"เพียะ!!! ตื่น!!!" วิเวียนฟาดแฟ้มเอกสารลงบนหัวไหล่ของเพื่อนสาวเรียกสติ
"แกจะเว้นพื้นที่ความฝันให้ฉันสัก 5 นาทีไม่ได้หรือไง ชานมไข่มุกก็เอาไปกินทั้งแก้วแล้ว" อันดาส่งค้อนให้เพื่อนสาว
“พูดยังกับว่าเคยดมแล้วงั้นแหละ แก่แดด” วิเวียนว่า
“รุ่นพี่ลือกันให้แซด แค่เข้าไปยืนในลิฟต์กับเขาก็ฟินแล้วแก” อีกคนยังพูดด้วยแววตาที่มีประกายเพ้อฝัน
"อย่าคาดหวังมาก แกก็รู้ว่าบริษัทใหญ่ขนาดนั้น อาจารย์จะต้องส่งคนเก่ง ๆ ไป ให้เป็นหน้าเป็นตาของมหาวิทยาลัย แกก็ลองดูรุ่นพี่ที่ถูกส่งไปแต่ละคนสิ เกียรตินิยมทั้งนั้น ฝึกงานแล้วก็ได้ทำงานต่อทันที"
ตามระเบียบของมหาวิทยาลัย และคณะที่พวกเธอสังกัดอยู่ อาจารย์จะเป็นคนส่งชื่อนักศึกษาให้กับบริษัทที่เป็นประโยชน์แก่นักศึกษามากที่สุด เพราะหลังจากจบการศึกษา พวกเขาจะได้ทำงานต่อในบริษัทใหญ่ ๆ แต่ก็บางบริษัทที่มีระเบียบการรับนักศึกษาฝึกงานเหมือนกับรับพนักงานจริง ๆ อาจารย์ประจำคณะจำต้องคัดเลือกเด็กส่งไป
หนึ่งในบริษัทนั้นคือฐิติกรคอนสตรัคชั่น บริษัทอสังหาริมทรัพย์ลำดับต้น ๆ ที่มีชื่อเสียง บริษัทจึงมีกฎระเบียบการรับพนักงานมากกว่าที่อื่น แต่นักศึกษาที่ได้ฝึกงานที่บริษัทนี้เกือบทั้งหมด จะได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ นั่นจึงทำให้เป็นเป้าหมายของเพื่อน ๆ ร่วมคณะของวิเวียนและอันดา
"ฮือ…ก็จริง" อันดาคล้อยตาม "หวังว่าเราจะได้ฝึกงานที่เดียวกันนะ" แววตาของคนพูดบอกอย่างมีความหวัง
“ฉันก็หวังว่าเราจะได้ฝึกงานที่เดียวกัน ไม่อยากจะคิดเลยหากเราต้องแยกกันฝึกงาน เราอยู่ด้วยกันมาเกือบ 4 ปี พอจะเรียนจบก็อดใจหายไม่ได้”
“แกอย่ามาดึงดราม่านะ เดี๋ยวฉันน้ำตาร่วง เป่าปี่โชว์” อันดารีบดักคอ นั่นก็ได้ค้อนวงใหญ่ตอบกลับมาจากวิเวียน
“ไปหาอาจารย์กันไหม จะได้รู้ที่ฝึกงานก่อนกลับบ้าน” วิเวียนชวนเพื่อน
“ดี ๆ” อันดาขยับตัวลุกขึ้นยืน หันไปมองเพื่อนอีกครั้งก็พบว่าแก้วชานมไข่มุกเหลือเพียงน้ำแข็งติดก้นแก้ว แถมหัวขโมยยังคงขะมักเขม้นกับการจิ้มหลอดลงบนไข่มุกและดูดมันขึ้นมา ราวกับว่าเป็นของตัวเอง
“แต่แกต้องไปซื้อชานมไข่มุกมาคืนฉันก่อน”
“ไม่” วิเวียนตอบเสียงแข็ง ยักไหล่ให้อันดากวนประสาทอีกคน เธอแค่แกล้งแหย่ให้เพื่อนงอนนะเพราะวันนี้ตั้งใจว่าจะพาไปเลี้ยงชาบูฉลองสอบเสร็จ
“ยัยงก!”
“ตำแหน่งนี้ไม่ได้มากันง่าย ๆ นะจ๊ะ ต้องมีแม่เป็นเจ้าแม่เงินกู้ก่อน” วิเวียนบอกติดตลก
“แต่แกแย่งความอ้วนฉันไปนะ” อันดายังคงบ่นอย่างโอดโอย
“เอาไว้ฉันคืนความอ้วนให้แกเป็นชาบูนางในแทนได้ไหมล่ะ”
“ไม่ได้! แกต้องเลี้ยงบิงซูฉันเพิ่มด้วย”
“โห! ชานมไข่มุกแก้วละ 25 บาทของแกมีมูลค่าขึ้นมาเยอะเลยนะ ไม่น่าหลวมตัวเลยฉัน” วิเวียนบอกติดตลก
“ก็ของมันดีย์…” อันดาดัดเสียงใส่สำเนียงภาษาอังกฤษ พร้อมกับบิดตัวหมุนทำท่าประกอบ ทำให้วิเวียนหัวเราะขำคิกคัก
ปลายนิ้วมือของอันดาไล่เลื่อนบรรทัดลงมาเรื่อย ๆ อาจารย์แปะประกาศก่อนที่พวกเธอจะเดินมาถึงไม่เกิน 1 นาที เพราะกระดาษที่เธอสัมผัสยังคงอุ่น ๆ
“เย้ ๆ ฐิติกรคอนสตรัคชั่น” อันดากระโดดอย่างดีใจเมื่อเห็นชื่อบริษัทที่เธออยากเข้าฝึกงาน วิเวียนจึงชะโงกหน้าเข้าไปมอง
“ไม่มีชื่อแกนะ”
“ก็มีชื่อแกไง ฉันดีใจแทนแกไม่ได้เหรอ” อันดาบอกเพื่อน แม้เธอจะเศร้าที่ไม่ได้ไปฝึกงานในบริษัทที่เธออยากไป แต่ดูจากรายการ อาจารย์จับแยกผู้หญิงออกจากกันทั้งหมด ด้วยความที่มีน้อยจึงแบ่งกันไป เพราะหลายองค์กรชอบมองผู้หญิงในสายงานนี้ไม่แข็งแกร่งเหมือนผู้ชาย
“แกได้ไปฝึกงานกับกอล์ฟด้วยนะ ยิ่งน่ายินดีไปกันใหญ่” อันดาบอกอย่างประชด เหมือนสุขไม่สุด
“ถ้าฉันต้องเลือกระหว่างได้ฝึกงานที่ฐิติกรกับกอล์ฟนะ ฉันขอเลือกไปที่อื่น” อันดาบอกต่อ รู้ได้เลยว่าพวกเธอเข็ดขยาดกับกอล์ฟมากแค่ไหน
“เอ้า! ไม่อยากไปดมกลิ่นจักแร้ซีอีโอสุดหล่อแล้วเหรอ” วิเวียนแซว
“แค่นึกถึงตอนที่อีกอไปพูดเอาหน้ากับเจ้านาย หรือบรรดาพี่ที่ออฟฟิศ ฉันก็จินตนาการได้แต่ความเลวร้ายในระหว่างฝึกงานว่ะ เท่าที่เจอกันที่มหาวิทยาลัยก็เพียงพอแล้ว ปล่อยให้ฉันได้หลุดพ้นจากนายนั่นสักที”
วิเวียนหัวเราะขำเพื่อนสาว ที่จริงธีรชานนท์ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนัก เขาแค่ชอบเสนอตัวเอาหน้ากับอาจารย์บ่อยจนน่าหมั่นไส้เท่านั้นเอง
“แต่แกก็ฝึกงานบริษัทใกล้ ๆ ฉันนะ” วิเวียนบอกเพื่อน “บริษัทนี้ก็ใหญ่ไม่แพ้กับฐิติกรเลย”
“แกเดาอารมณ์ฉันไม่ออกหรือไง นาทีนี้ฉันขอเสพผู้ชายหล่อ ๆ เว้ย! แกคิดดูว่าถ้าฉันเรียนจบกลับไปบ้าน ป๊ากับม๊าจะปล่อยให้ฉันรื่นเริงกับการลวนลามผู้ชายแบบนี้อยู่มั้ย ”
“เออ! ก็จริงว่ะ เรียนจบแล้วแกก็ต้องกลับไปแต่งงานกับคู่หมั้นป๊ากับม๊าของแกหมั้นกันเอาไว้ให้”
“อย่าพูดเรื่องคู่หมั้นได้ไหม หงุดหงิด” อันดาบอกอย่างอารมณ์เสีย เธอไม่ชอบพูดถึงเรื่องคู่หมั้น แต่วิเวียนก็ขยันแซวเรื่องนี้อยู่เรื่อย
“อ้าว!”
“ตอนนี้ฉันยังมีอิสระ ฉันจะใช้ชีวิตโสดให้เต็มที่ อ่อยผู้ชาย ล่าแต้มให้หนำใจ” อันดาบอกอย่างมาดมั่น
“ไม่ได้ฝึกงานที่นั่น ก็ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันหาเรื่องไปนั่งรอแกที่บริษัทก็ได้ เรื่องอ่อยผู้ชายไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉัน ขอให้หล่อถึงใจเป็นพอ”
วิเวียนเขกกะโหลกเพื่อน “แรด!!”
การที่เรียนอยู่ในสาขาวิชาที่ห้อมล้อมด้วยผู้ชาย อยู่แต่กับกลุ่มเพื่อนผู้ชาย ทำให้คำพูดคำจาบางคำที่ใช้หยอกล้อกันแรงไปบ้าง แต่ก็แค่ล้อเล่นไม่เคยถือสา
“ย่อตัวรับมง!” อันดาย่อตัวลงล้อเลียนเพื่อน ทั้งคู่เสียงดังจนอาจารย์เปิดห้องออกมาเตือน
“พวกเธอเสียงดังอะไรกัน”
“ขอโทษค่ะอาจารย์” ทั้งคู่รีบยกมือไหว้พร้อมกับทำตัวลีบถอยหลังเดินออกไป