ภาพปกนิยาย ดีไซน์เนอร์สาว หลงยุค

ดีไซน์เนอร์สาว หลงยุค

9.1 / 10.0
โชคชะตาเล่นตลกกับขวัญยิกา ดีไซน์เนอร์สาวจากโลกอนาคตที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเธอหลุดมิติย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยในยุคจีนโบราณ แต่ความซวยยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะวินาทีแรกที่เธอได้สติกลับต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการถูกโบยตีอย่างทารุณ ชีวิตใหม่ในโลกที่ไม่คุ้นเคยเริ่มต้นขึ้นด้วยวิกฤตและความเป็นความตาย ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากยุคเดิมอย่างสิ้นเชิง เธอจะสามารถใช้สติปัญญาและไหวพริบจากโลกอนาคตเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์เลวร้ายนี้ไปได้อย่างไร มาร่วมลุ้นไปกับเส้นทางการต่อสู้เพื่อชีวิตใหม่ของเธอ

ดีไซน์เนอร์สาว หลงยุค ตอนที่ 1

เพล้ง!!!

เสียงของแจกันเคลือบลายคราวอย่างดี ตกกระแทกพื้นก่อนจะแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี ก่อนมีสาวใช้คนหนึ่งรีบวิ่งไปแจ้งแก่นายท่านของบ้าน

อี้ชุนสาวใช้ของอนุเซียง รีบวิ่งมายังห้องของนายท่านต้วน ก่อนจะรีบรายงาน "เรียนนายท่านเจ้าค่ะ คุณหนูสามทำแจกันลายครามในห้องโถงแตกเจ้าค่ะ"

ตุ๊บ!!!

นายท่านต้วน รึต้วน อู๋เอิ๋น ตบโต๊ะเสียงดังลั่น ทันที่เมื่อได้ยินสิ่งที่สาวใช้รายงาน นังลูกสารเลววันๆก่อแต่เรื่อง แจกันลายครามใบนั้นเขาเพิ่งได้มามิกี่วันก่อน เขาตั้งใจจะเอาไปมอบแกขุนนางท่านหนึ่ง แล้วเช่นนี้จะทำเยี่ยงไรต่อ

"ไปลากนังเด็กสารเลวนั้นมา"

"เจ้าค่ะนายท่าน"

อนุเซียงที่ตอนนี้นั่งอยู่ข้างกับนายท่านต้วน นางถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผนการ ก่อนจะรีบตีหน้าเศร้า "ท่านพี่ใจเย็นๆก่อน อย่าได้ทำอันใดรุนแรงนักนะเจ้าค่ะ นางยังเด็กมิค่อยรู้ความเท่าใด"

"ฮึ!! เจ้าอย่าเข้าข้างนังตัวซวยนั้นเลย ครานี้ข้าจะเฆียนนางให้ตาย ตัวกาละกิณี"

มินานคุณหนูสามก็ถูกลากและนำตัวมายังลานกลางบ้าน นางตัวสั่นไปหมด วันนี้อยู่ดีๆคนของอนุเซียงก็เข้ามาหานาง บอกว่าท่านย่าเรียกหา ระหว่างทางนางเห็นแจกันอันใหม่ที่ท่านพ่อเพิ่งได้มา มันถูกตั้งวางไว้ที่ห้องโถงใหญ่ นางเห็นว่ามีกระดาษบางอย่างตกอยู่ข้างๆ ไม่คิดเลยว่าตอนที่กำลังจะหยิบกระดาษชิ้นนั้นขึ้นมาดู

นางกลับถูกสาวใช้ของอนุเซียงพลักจากด้านหลัง ทำให้ร่างนางเซเล็กน้อย แต่แจกันที่อยู่เบื้องหน้ากลับถูกกระแทกและตกหล่นลงพื้น พอนางหันมาอีกทีสาวใช้คนนั้นก็มิได้อยู่ตรงนั้นแล้ว กลายเป็นบ่าวที่เห็นเหตุกราณ์ เห็นว่านางเป็นคนทำแจกันตกลงมาแตก

"ทะ ท่านพ่อให้คนไปตามข้ารึเจ้าค่ะ"

เพี๊ยะ!!!

ต้วน อู๋เอิ๋นยั้งมือไว้ไม่ทัน เขาเข้ามาตบหน้าบุตรสาวตัวน้อยทันที ก่อนจะชี้หน้านางอย่างโมโห "นางสารเลว วันนี้ถ้าข้ามิตีเจ้าให้ตายคามือ ข้าคงอกแตกตาย เด็กๆไปเอาหวายมาให้ข้า"

"ท่านพ่อเจ้าค่ะ ข้ามิได้ทำนะเจ้าค่ะฮื่อๆๆ มีคนผลักข้าท่านต้องเชื่อข้านะ"

"ทำผิดมิยอมรับผิด มารดาเจ้าสั่งสอนมาเยี่ยงไรกัน "

ระหว่างนั้นฮูหยินหลันฮวามารดาของคุณหนูสาม และบุตรสาวอีกสองคน ก็พากันมาถึงยังลานกลางบ้าน ที่ตอนนี้สามีของนางต้วน อู๋เอิ่นใช้เป็นที่ลงโทษบุตรสาวคนเล็กของนาง ไม่รู้กรรมอันใดของเด็กคนนี้มิว่านางทำอันใดล้วนแต่ผิดตาสามีไปเสียทุกอย่าง

"ท่านพี่เกิดเรื่องอันใดขึ้นเจ้าค่ะ ท่านถึงกับลงไม้ลงมือกับบุตรสาวตัวน้อยเพียงนี้"

"เป็นเพราะเจ้าสั่งสอนนางมิดี พวกเจ้าแม่ลูกล้วนแต่ไร้ค่า วันนี้ข้าจะตีนางให้ตาย"

เมื่อนายท่านต้วนได้หวายมาอยู่ในมือแล้ว เขาก็สั่งให้บ่าวไพร่จับลูกสาวคนเล็กไว้ ก่อนจะลงมือเฆียนด้วยความโมโห โดยไม่ฟังเสียงร้องห้ามของฮูหยินใหญ่เลย

"กรี๊ด!!!โอ๊ย!!! ท่านพ่อข้าเจ็บ ข้าผิดไปแล้ว ท่านย่าเจ้าขาขอโทษฮื่อๆๆๆ อย่าตีข้าเลย" เสียงร้องโหยหวนของคุณหนูร้องดังลั้นแต่ก็มิมีผู้ใดกล้ายื่นมือเข้าไปยุ่ง

ฮูหยินผู้เฒ่านั่งดูบุตรชายตนเองลงโทษหลานสาว ตั้งแต่ก่อนเด็กคนนี้จะคลอดออกมา อนุเซียงได้พบกับหมอดูเทวดาท่านหนึ่ง ก่อนจะเชิญมาตรวจดูดวงชะตาของตระกลูต้วน หมอดูท่านนั้นบอกว่าต่อไปตระกลูต้วนจะล้มสลาย เพราะมีตัวอัปโชคอาศัยอยู่ในจวน ต่อมาพอหลานคนนี้คลอดออกมาล้วนแต่มีเรื่องมิดีเกิดขึ้นตลอดเวลา ตายๆไปได้เสียก็ดีนางคิดอยู่ในใจ

"ท่านแม่โปรดห้ามท่านพี่ด้วยเจ้าค่ะ ลีลี่นางยังเล็กนัก" ฮูหยินใหญ่รีบถลาไปกอดขาแม่สามี หวังให้ท่านช่วยเมตตาหลานสาวบ้าง

"ฮึ ตัวซวยตายไปก็มิเห็นเป็นอันใด"

"ท่านพ่อเจ้าอย่าตีน้องเลย"

"ฮื่อๆๆท่านพ่ออย่าทำน้องสามเลย"

บุตรสาวทั้งสองรีบสะบัดตัวออกจากการจับกุมของบ่าวไพร่ ก่อนจะมากอดขาบิดาไว้ หากบิดายังคงเฆียนต่อน้องสาวคนเล็กคงมิรอด ตอนนี้นางเจ็บจนสลบไปแล้วด้วย

ระหว่างที่กำลังชุลมุนกันอยู่นั้น จู่ๆร่างของคุณหนูสามที่ถูกเฆียนไปสิบกว่าครั้งก็ว่าได้ ที่สลบอยู่ในตอนนี้นางกลับรู้สึกตัวขึ้นมา "เจ็บ ทำไมเจ็บจังเลย"

ขวัญยิกาครางได้เพียงเท่านั้น เธอจำได้ว่ากำลังนั่งทานก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเด้งอยู่ แล้วเกิดอะไรขึ้น รึเธอจะถูกรถชน เพราะร้านที่นั่งกินอยู่ข้างทางริมฟุตบาท ห่างออกไปก็ถนนใหญ่มีรถวิ่งพลุกพล่าน แต่ก่อนที่เธอจะได้คิดอะไรต่อ อยู่ๆก็มีบางอย่างวิ่งเข้ามาในหัวของเธอ มันคือความทรงจำของเจ้าของร่างที่เธออยู่ในตอนนี้ "บ้าไปแล้วนี้มันเรื่องบ้าอะไรกัน"

เธอย้อนเวลามาอยู่ในร่างใคร แล้วที่นี้ที่ไหนเธอมาได้ยังไง เธอตายแล้วเหรอ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก แต่เธอมิมีเวลามาใคร่ครวญในตอนนี้ สถานกราณ์ตอนนี้ร้ายแรงเกินไปแล้ว

"ฮื่อๆๆ ท่านพี่ข้ากับลูกผิดไปแล้ว ท่านอย่าได้เฆียนนางอีกเลย ต่อไปข้าจะมิให้นางมาเพ่นพ่านให้รกหูรกตาท่าน"

อนุเซียงเข้าไปกระซิบบางอย่างกับแม่สามี "อู๋เอิ๋นมาหาแม่ประเดี๋ยว" เสียงมารดาของนายท่านต้วนดังขึ้น เมื่อนายท่านเดินเข้าไปหามารดา นางก็กระซิบอะไรบางอย่าง ก่อนจะลุกเดินจากไปโดยมีอนุเซียงคอยพยุงอยู่มิห่างกาย

นายท่านต้วนคิดอะไรสักอย่าง ก่อนจะหันกลับมาที่สี่คนแม่ลูก "พวกเจ้าจงไปเสีย"

"ข้าจะพานางกลับจวนเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะท่านพี่ ข้าจะมิให้นางมาสร้างความรำคาญให้ท่านอีก" ฮูหยินใหญ่เอ่ยทั้งน้ำตา

"ข้าหมายถึงพวกเจ้าแม่ลูกจงไปจากจวนของข้าเสีย ข้าทนเห็นหน้าพวกเจ้าแม่ลูกมิไหวแล้ว"

"ท่านพี่ ท่านหมายความเยี่ยงไรกันแน่ ท่านจะให้พวกเราแม่ลูกไปไหน"

"แล้วแต่พวกเจ้า พวกเจ้าจะไปกันเองรึรอให้คนจับโยนออกไปเลือกเอา"

"อู๋เอิ๋น ท่านยังเป็นคนอยู่รึไม่"

"สารเลว พวกเจ้าแม่ลูกล้วนแต่เป็นตัวอับปรีย์ มีพวกอยู่ในจวนต่อไป มิแคล้วพวกข้าคงต้องตายกันหมดจงไปเสีย พ่อบ้านเฟิงคอยดูพวกนางไว อย่าให้พวกนางหยิบจับสิ่งของมีค่าอันใดไปได้"

"ท่านพี่เหตุใดถึงใจร้ายนัก ข้ากับบุตรสาวทำผิดอันใด" หลันฮวาภรรยาของต้วน อู๋เอิ๋น กล่าวถามสามีของนาง

อี๋นั่วรีบคลานเข่าเข้าไปกอดบิดา ก่อนจะร้องอ้อนวอนขอความเมตตาแก่พวกนาง "ท่านพ่อเมตตาพวกข้าด้วย ท่านมิรักพวกข้าแล้วหรือ?"

แต่ก่อนที่ร่างของนาท่านต้วนจะจากไป อยู่ๆร่างเล็กที่โชกไปด้วยเลือด นางกัดฟันลุกขึ้นยืน ก่อนจะชี้ไปที่หน้าของชายใจดำตรงหน้า "ท่านมันมิใช่คน ท่านทำกับบุตรกับภรรยาของท่านเยี่ยงนี้หรือ ถุย! ข้ามิน่ามีท่านเป็นบิดาเลย"

เพี๊ยะ!!!

"ถุย!! ตบเลยตบอีกซิ"

ฮูหยินหลันมารดาจองนางรีบเข้ามากอดร่างของนาง ก่อนที่สามีจะลงมือทุบตีบุตรสาวเพิ่มหนักเข้าไปอีก "ลีลี่ลูกแม่เจ้ามิควรพูดกับท่านพ่อเยี่ยงนี้ ฮื่อๆ ขอโทษท่านพ่อเร็วเข้า"

"ท่านแม่ท่านมิได้ยินรึเยี่ยงไร เขามิต้องการพวกเราแล้ว ท่านได้ยินรึไม่" ลีลี่พูดทั้งน้ำตา นางตะโกนลั่นด้วยความโกรธ นางมิใช่ลีลี่บตรสาวของคนเบื้องหน้า เหตุใดต้องรู้สึกผิดนางอยากจะด่าเสียให้เข็ด พวกผูชายหน้าตัวเมีย รังแกแม้แต่บุตรภรรยาของตน

"นังสารเลว เด็กๆมาลากพวกนางออกไปให้พ้นจวนข้าเดี๋ยวนี้"

"มิต้อง พวกข้าไปกันเองได้ ท่านจำไว้ในวันนี้ท่านทอดทิ้งมารดาข้า พี่สาวข้าและตัวข้า ต่อไปพวกข้ามิใช่คนตระกลูต้วนอีกต่อไป ถุย!! ไปเถอะเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านพี่อย่าได้อยู่ในจวนที่น่ารังเกียจนี่เลย"

ซีฮันพี่สาวคนโต อี๋นั่วพี่สาวคนรอง พวกนางทำได้แค่ค่อยๆประคองร่างน้องสาวคนเล็กขึ้นมา น้ำตาที่ไหลอาบเต็มแก้ม หัวใจที่แตกสลาย พวกนางมองดูมารดาที่ตอนนี้แทบจะมิมีแรงเดิน พวกนางเจ็บเข้าไปที่ใจถึงเพียงนี้ แล้วมารดาของพวกนางเล่า จะเจ็บเพียงใด

เหตุผลน้ำเน่าของยุคก็ว่าได้ เพียงแค่มารดาพวกนางให้กำเนิดแต่เพียงบุตรสาว ความซวยความอัปมงคลทั้งหลายจึงถูกประเคนให้แบบอัตโนมัติ นี้คือความคิดของคนจีนโบราณของแท้ มีบุตรสาวคือพวกไร้ค่า ยิ่งมีบิดาโง่เง่าเบาสมองเยี่ยงนี้มิมีเสียดีกว่า

"น้องเล็กเจ้าเจ็บมารึไม่ อดทนหน่อยนะ" ซีฮั่นเอ่ยถามทั้งน้ำตา

"เจ็บมากเจ้าค่ะ" คำตอบสั้นๆ

นางหลันฮวานางมองดูสามีที่อยู่ร่วมกันมาหลายสิบปีครั้งสุดท้าย ช่างน่าเวทนาวาสนาตัวเองยิ่งนักได้สามีก็สามีโง่เขลา รักเพียงแค่ตัวเอง บุตรสาวของนางหาได้กระทำผิดอันใดไม่ หากดันทุรันอยู่ต่อคงไม่แคล้วเป็นทาสในเรือนรึไม่ก็คงถูกตีจนตายเข้าสักวัน

ปัง!!!

เสียงปิดประตูจวนเสียงดัง สี่คนแม่ลูกประคองกันเดินออกจากจวน ลีลี่เลียวมองดูมารดาที่เอาแต่ร้องไห้ตลอดทาง เป็นใครบ้างจะไม่เสียใจหากถูกคนที่รักและไวใจหักหลัง คนตระกลูต้วนช่างใจดำเสียเหลือเกิน "ท่านแม่อย่าร้องไห้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะเลี้ยงดูพวกท่านเอง" นางเจ็บทั่วแผ่นหลังแต่ยังกัดฟันพูดและเดินต่อไป

ซีฮัน อี๋นั่ว ก็เข้ามาล้อมและกอดมารดา ก่อนจะพาร้องไห้โฮ ชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมาต่างยืนมอง เหตุใดพวกนางถึงร้องไห้ปาดจะขาดใจตายให้ได้เพียงนั้น แต่ก็มิได้มีใครยื่นมาเข้าไปยุ่ง

"ท่านแม่ ท่านต้องเข้มแข็งนะเจ้าค่ะ พวกข้ายังต้องพึ่งพิงท่าน" ซีฮั่นเอ่ยปลอบมารดา

หลันฮวาหันมามองหน้าบุตรสาวคนเล็กที่ซีดขาว ตอนนี้มีเลือดไหลอาบเต็มแผ่นหลังเล็กๆ "เจ็บมากรึไม่ อดทนหน่อยนะ" ว่าพลางเอามือลูบหัวนางเบาๆ

"เจ็บเจ้าค่ะ แต่ข้าทนได้ แล้วเราจะไปไหนกันต่อเจ้าค่ะ"

สามพี่น้องมองหน้ามารดา พวกนางไม่มีแม้แต่เงินทองติดตัว "แม่ว่าพวกเราคงต้องไปยังหมู่บ้านซานตง มันเคยเป็นบ้านเก่าท่านตาท่านยาย แต่ก็นานหลายปีแล้วหลังจากที่ท่านตาท่านยายเสีย แม่ก็มิเคยได้ไปดูแลมันเลย แต่คงพอให้พวกเราแม่ลูกได้พักพิง"

สี่คนแม่ลูกเดินออกมาจากจวนตระกลูต้วนได้สักพัก ก่อนจะพากันนั่งพักตอนนี้เสื้อของลูกสาวคนเล็กอาบไปด้วยเลือด "แม่ว่าเราไปโรงหมอกันก่อนเถอะ"

"แต่เรามิมีแม้แต่เงินอีแปะเดียวนะเจ้าค่ะ"

นางหลันฮวาเอามือลูกหัวบุตรสาวคนโต ก่อนจะยิ้มเบาๆ นางจะร้องไห้อีกไม่ได้นางยังมีลูกๆที่ต้องดูแล "แม่จะเอาปิ่นปักผมกับแหวนหยกไปขาย พวกเจ้านั่งรอแม่อยู่ตรงนี้ก่อนนะ "

สามพี่น้องพยักหน้าตอบรับ ตอนนี้ลีลี่นางไม่มีแรงตอบโต้อันใดแล้ว นางเจ็บเหลือเกินไม่นานนางก็หมดสติไปอีกรอบ สองพี่น้องได้แต่กอดน้องสาวคนเล็กและร้องไห้ รอจนมารดาพวกนางกลับมา นางหลันรีบอุ้มบุตรสาวที่หมดสติขึ้นมา ก่อนจะรีบไปตรงไปที่โรงหมอใกล้ๆ

"แม่ขายปิ่นกับแหวนหยกได้มาเพียงห้าตำเงินเงิน ซีฮั่นอี๋นั่วเจ้าสองคนไปหาซื้อชุดมาให้น้องได้เปลียนสักชุด กับแวะซื้อหมั่นโถวมาด้วยนะ"

"เจ้าค่ะ"

นางหลันหยิบเงินให้บุตรสาวไป ส่วนตัวนางตอนนี้อยู่รอดูบุตรสาวคนเล็กที่โรงหมอต่อ "นางเป็นเช่นไรบ้างท่านหมอ"

"ข้าใส่ยาให้แล้ว ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำ สักสิบวันก็น่าจะดีขึ้น แผลมิได้ลึกมาก ว่าแต่นางโดนใครเฆียนมาล่ะ แรงไม่เบาเลย เด็กตัวแค่นี้ช่างโหดเหี้ยมเกินคน"

นางหลันฮวามิได้ตอบ ทำเพียงแค่จ่ายค่ารักษา เมื่อบุตรสาวคนโตกับคนรองกลับมาถีง นางก็อุ้มบุตรสาวคนเล็กขึ้น ก่อนจะเอ่ยลาท่านหมอและจากไป

"เห็นทีเราคงต้องจ้างรถม้า"

เมื่อคิดได้ดังนั้นนางก็ตรงไปยังจุดจอดรถม้ารับจ้าง "น้องชายท่านนี้ ข้ากับบุตรต้องการเดินทางไปยังหมู่บ้านซานตงเจ้าคิดราคาเท่าใดหรือ?"

"เรียนฮูหยินท่านนี้ หมู่บ้านซานตงห่างออกไปหลายสิบลี้ ข้าคิดเพียงหนึ่งตำลึงเงิน ท่านตบลงรึไม่ขอรับ"

"รบกวนน้องชายแล้ว"

เมื่อตกลงราคากันได้นางก็พาบุตรสาวขึ้นรถม้าทันที จะว่าแพงก็ไม่จะว่าถูกก็มิเชิง คนขับรถม้าเห็นว่ามีเด็กบาดเจ็บมาด้วยจึงสงสารคิดราคากึ่งกลางมิมากและมิได้น้อยจนเกินไป นางต้องยอมเสียเงินเพราะจะให้พวกนางเดินเท้าไปคงไปมิถึงง่ายๆ

"น้องชายวิ่งตรงไปทางนั้นเมื่อเจอแยกให้เลี้ยวซ้ายมือ"

"ขอรับ"

เมื่อรถม้ามาถึงก็เกือบเลยยามซวีไปแล้ว รถม้าที่วิ่งเข้ามาชาวบ้านบางคนก็สังเกตุเห็น คนที่เห็นต่างสงสัยใครกันมาที่บ้านเก่าของตระกลูมู่ "ขอบคุณน้องชายที่มาส่งนี้เงินหนึ่งตำลึงตามที่ตกลงกันไว้"

"ฮูหยินท่านนี้บ้านหลังนี้คงมิมีคนอยู่ท่านแน่ใจนะว่ามาถูก"

"ขอบคุณน้องชายที่เป็นห่วง ข้ากับบุตรสาวขอตัวก่อน"

นางหลันฮวาอุ้มบุตรสาวคนเล็กลงรถม้า ตอนนี้บุตรสาวของนางเริ่มมีอาการไข้ขึ้นมาแล้ว คงต้องรีบเข้าไปในบ้านก่อน

"เข้าไปในบ้านกันก่อนเถอะ ระวังกันด้วยล่ะ"

"เจ้าค่ะ"

บ้านเก่าของนางหลันฮวา เป็นบ้านก่อด้วยอิฐโคลน มีสองห้องนอน มีครัวเล็กๆด้านหลัง แต่สภาพค่อนข้างผุพัง "ช่วยกันปัดกวาดที่นอนกันก่อน แม่จะไปหาดูหลังบ้านยังพอมีน้ำหลงเหลืออยู่รึไม่ "

"เจ้าค่ะ//เจ้าค่ะ"

สองพี่น้องช่วยกันปัดกวาดที่เตียงเบาๆ หยากใยแมงมุมที่เต็มไปหมด ความมืดที่แทบจะมองมิค่อยเห็น พวกนางทำเพียงแค่คลำๆเอา อาศัยแสงสว่างจากแสงจันทร์ จากด้านนอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

"โชคดีที่หลังบ้านยังพอมีน้ำอยู่บ้าง พวกเจ้าสองพี่น้องไปล้างหน้าล้างตากันก่อน เดินไปทางนั้นนะระวังกันด้วย"

เมื่อได้น้ำกับอ่างน้ำมา นางก็เข้าไปอีกห้องหนึ่งลองค้นหาเทียนมาจุดให้แสงสว่างภายในห้อง ดีที่นางรู้ว่าท่านแม่ของนางชอบเก็บของใช้ไว้ตรงไหน มิเช่นนั้นพวกนางแม่ลูกคงต้องยุในความมืดทั้งคืนแน่

สางหลันค่อยๆเช็ดตัวให้บุตรสาวคนเล็กอย่างเบามือ ก่อนจะค่อยๆป้อนยาสมุนไพรต้มให้นาง ดีที่บ้านท่านแม่ยังคงมีเครื่องครัวอยู่ครบ ขาดแต่เพียงข้าวสารอาหารแห้ง ดีที่นางให้บุตรสาวคนโตไปซื้อหมั่นโถวมาไว้กินประทังหิวไปก่อน มิเช่นนั้นพวกนางคงเป็นลมล้มไปกันหมดนี้

คืนนั้นทั้งสี่ชีวิตนอนเบียดกันในห้องเดียวกัน เพราะอากาศที่หนาวเย็นในช่วงกลางคืน ทำให้พวกนางแทบจะนอนไม่หลับ ดีที่ในบ้านยังมีผ้าห่มเก่าๆของท่านยายอยู่ มิเช่นนั้นพวกนางทั้งห้าคงหนาวตายกันหมดแน่ แต่นางหลันก็นอนมิค่อยหลับเท่าใด เหตุด้วยต้องตื่มาคอยดูอาการของบุตรสาวคนเล็กอยู่ตลอดเวลานั้นเอง

เช้าวันต่อมานางหลันตื่นนอนแต่เช้ามืด นางออกมายังลานหน้าบ้านก่อนจำสำรวจดูความรกร้าง ระหว่างที่นางกำลังก้มๆเงยยกของลากไม้ออกจากหน้าลานบ้านอยู่นั้น ก็มีเพื่อนบ้านแวะเข้ามาทักทาย

"อ้าว!! นั้นใช่ มู่หลันฮวารึไม่"

"อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านป้าฟาง ข้าหลันฮวาเองเจ้าค่ะ"

"เจ้ามาเมื่อใดป้ามิเห็น แล้วนี้บุตรกับสามีเจ้าล่ะมาด้วยรึไม่"

หลันฮวาได้แต่ยิ้มอย่างฝืดๆ "ข้ามากับลูกๆเจ้าค่ะ มาถึงเมื่อคืน"

นางฟางมองออกทันที นี้คงถูกขับไล่ออกมาเป็นแน่ ช่างน่าสงสารเสียจริงๆ แต่นางฟางก็เลือกที่จะไม่ถามต่อ นางอยู่มาจนปูนนี้แล้วรู้ว่าอันใดควรพูดมิควรพูด "ข้าต้องไปก่อนแล้ว มีเรื่องอันใดไปหาป้าได้อย่าได้เกรงใจรู้รึไม่"

"ขอบคุณท่านป้านฟางเจ้าค่ะ"

นางหลันกำลังจะลากเศษไม้ไปกองรวมไว้อีกด้านต่อ แต่ก็มีเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น "นั้นใช่หลันฮวารึไม่"

หลันฮวาหันไม่มองตามเสียง ก็พบเข้ากับท่านพี่สวีข่าย นางรู้สึกอับอายยิ่งนัก นางยังไม่พร้อมสู้หน้าคนตรงหน้า แต่ก่อนพี่สวีข่ายเคยชอบพอกันกับนาง แต่ท่านพ่อท่านแม่ของนางกลับยกนางให้ตระกลูต้วนไปเสียก่อน ทำให้นางกับท่านพี่สวีข่ายไร้วาสนาต่อกัน แล้วตอนนี้กลับต้องมาอยู่และพบเจอกันเช่นนี้

"เจ้าค่ะข้าเอง ท่านพี่สวีสบายดีรึไม่เจ้าค่ะ"

"เจ้าย้ายกลับมารึ "

"เจ้าค่ะ"

"เจ้ามาแต่เพียงผู้เดียวรึอย่างไร สามีเจ้าเล่า?"

"ข้ามากับบุตรสาวอีกสามคนเท่านั้นเจ้าค่ะ" นางยิ้มอย่างเศร้าๆ ก่อนจะก้มหน้าทำงานต่อ

"ให้พี่ช่วยเถอะ เจ้าตัวแค่นี้จะเอาแรงจากไหนมาถากถางได้"

"ข้าทำเองได้ เดี๋ยวลูกๆของข้าก็ออกมาช่วยอีกแรงเจ้าค่ะ" ยังไม่ทันที่นางจะพูดต่อบุตรสาวทั้งสองก็เดินออกมาพอดี

"ซีฮั่นอี๋นั่ว รีบคาราวะท่านลุงสวีก่อนซิลูก"

"คราวะท่านลุงสวีเจ้าค่ะ//เจ้าค่ะ" บุตรสาวของนางหลันรีบคำนับท่านลุง ตามคำแนะนำของมารดาร

"พวกนางคือบุตรสาวของข้าเจ้าค่ะ คนโตชื่อซีฮัน คนนี้อายุ12ปี คนรองชื่ออี๋นั่ว คนนี้อายุ10ปีส่วนคนที่สามนางชื่อลีลี่อายุ8ปี เจ้าค่ะท่านพี่สวี"

สวีข่ายพยักหน้าและคำนับตอบกลับเล็กน้อย ตอบรับการคาราวะของเด็กๆเบื้องหน้า ทำไมเขารู้สึกคันยุบยิบในหัวใจเยี่ยงนี้เล่า เขาเฝ้ามองสามแม่ลูกคุยกระซิบอะไรกันบางอย่าง

"ประเดี๋ยวแม่เข้าไป พวกเจ้าเข้าไปอยู่กับน้องก่อนเถอะ"

"เจ้าค่ะ"

เมื่อบุตรสาวทั้งสองเดินเข้าไปยังด้านใน นางก็รีบเอ่ยปากขอตัวกับท่านพี่สวีข่ายทันที "ขอตัวก่อนนะเจ้าค่ะ วันหลังข้าจะไปเยี่ยมเยียนท่านลุงท่านป้าสวีนะเจ้าค่ะ"

สวีข่ายได้แต่พยักหน้ารับก่อนจะมองคนรักเก่า เดินเข้าไปในบ้านที่เกือบพังตรงหน้า เขาจะปล่อยให้พวกนางอยู่แบบนี้ได้เหรอ? ไม่ได้การต้องรีบหาคนมาช่วยจัดการโดยเร่งด่วน

ไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมคนในหมู่บ้านสามสี่คน เมื่อชาวบ้านรู้ว่าบุตรสาวของตาเฒ่ามู่กลับมาอยู่ที่หมู่บ้าน และบ้านเดิมของตาเฒ่ามู่ก็ผุฟังไปมาก บางคนก็พร้อมที่จะเข้ามาช่วยถากถางหญ้าที่รกร้าง และช่วยซ่อมบ้านที่ผุฟังนั้นด้วยความเต็มใจ

อ่านต่อ

สารบัญของ ดีไซน์เนอร์สาว หลงยุค

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้จะรู้ดีว่าในใจของเขามีเพียงคนรักเก่าที่อยู่ต่างประเทศ จนกระทั่งฝ่ายนั้นตั้งครรภ์เธอก็ยังเลือกที่จะขอเขาแต่งงาน ทว่าในวันที่ต้องจดทะเบียนสมรส ลู่เหยี่ยนจือกลับทอดทิ้งเธอไว้เพียงลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและย้ายหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในขณะที่ลู่เหยี่ยนจือชะล่าใจว่าอย่างไรเธอก็ต้องกลับมาหาเขา แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเขาได้เห็นเธอจดทะเบียนสมรสกับชายอื่นต่อหน้าต่อตา ความสูญเสียทำให้เขาแทบเสียสติและยอมละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสครั้งที่สอง ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงคำไล่ส่งจากซ่งชิงอวี่ที่ยืนยันว่าตอนนี้เธอมีครอบครัวใหม่ที่ต้องปกป้องแล้ว
ภาพปกนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
ภาพปกนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
ภาพปกนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
นิยายเรื่องนี้เล่าถึงความสัมพันธ์อันเร่าร้อนระหว่างลายไม้และปวีนุช เมื่อพรหมลิขิตนำพาให้ทั้งคู่ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกันบนเรือสำราญกลางอ่าวไทยเป็นเวลาสิบสี่วัน ตลอดเวลาที่กินนอนและเรียนรู้กันอย่างใกล้ชิด ปวีนุชกลับรู้สึกว่าชายหนุ่มเปรียบเสมือนปิศาจที่ใช้ชั้นเชิงเสน่ห์อันเหนือชั้นร่ายมนต์จนเธอตกหลุมรักเขาหมดหัวใจ แม้ลายไม้จะปรารถนาเคียงคู่เธอตลอดไป แต่ด้วยความกลัวความเจ็บปวดและกำแพงเรื่องความเหมาะสม ทำให้ปวีนุชเลือกที่จะหนีไปเพื่อเก็บความทรงจำนี้ไว้ให้ลึกที่สุด ท่ามกลางความทรมานจากการจากลา เธอแอบหวังให้เขาออกตามหาเพื่อพิสูจน์ว่าความรักที่แท้จริงนั้นก้าวข้ามเรื่องฐานะและชนชั้นได้ เพียงแค่หัวใจสองดวงตรงกัน ลายไม้จะตัดสินใจอย่างไรและเขาจะสามารถตามหาเจ้าของหัวใจเพื่อกลับมาดูแลกันไปตลอดชีวิตได้หรือไม่
ภาพปกนิยาย เมียหวานของประธาน
9.3
เธอตัดสินใจสวมรอยเป็นเจ้าสาวกำมะลอเข้าพิธีวิวาห์กับประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล เพื่อปกป้องสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอันเป็นดั่งบ้านหลังเดียวของเธอ ชีวิตหลังแต่งงานดำเนินไปบนความหลอกลวง เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและความกดดันจากการสวมบทบาทเป็นคนอื่น ทว่าความผูกพันก็เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางคำโกหก เมื่อความลับเรื่องตัวตนที่แท้จริงถูกเปิดเผย เธอจะต้องเผชิญผลกระทบอันหนักหน่วงเช่นไร ความสัมพันธ์ที่สร้างบนรากฐานของการหลอกลวงจะกลายเป็นความรักได้หรือไม่ หรือทุกสิ่งจะพังทลายลงทันที
ภาพปกนิยาย คุณหมอจอมบงการ (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก)
8.2
ดารัณแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อพบธันวาปรากฏตัวต่อหน้าราวกับความฝัน ทว่าจุมพิตที่เขาประทับลงมากลับรุนแรงและแฝงไปด้วยการลงทัณฑ์จนเธอสัมผัสได้ถึงความโกรธขึงที่ซ่อนอยู่ใต้ภาพลักษณ์อันอบอุ่น แม้เธอจะสับสนว่าตนเองทำผิดสิ่งใด แต่รสสัมผัสที่หนักหน่วงก็แทบจะพรากลมหายใจไปพร้อมคำตำหนิที่เต็มไปด้วยความห่วงใย หมอหนุ่มอย่างธันวาจำต้องเข้าพิธีวิวาห์กับดารัณตามความต้องการของมารดา เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าเด็กสาวที่เขาเคยวิ่งหนีเมื่อเก้าปีก่อนจะเติบโตขึ้นมาเป็นหญิงสาวที่สวยสะพรั่งและมีเสน่ห์เย้ายวนใจถึงเพียงนี้ จนทำให้สามีอย่างเขาต้องเริ่มวางแผนลักพาตัวภรรยาของตนเองมาครอบครองไว้แต่เพียงผู้เดียว

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED