โรงแรมXXX
08.00น.
“อุ้ปป...แหวะ...”
น้ำเมยมาถึงที่ทำงานได้สักพักก็เกิดอาการเวียนหัวคลื่นไส้ขึ้นมาดื้อๆเสียอย่างนั้นทำเอาเธอวิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทันเธอไม่คิดว่าอาการที่เป็นตอนที่ตื่นนอนมันจะยังไม่หาย
“โอเคมั้ยแก...นี่ฉันว่าวันนี้เลิกงานแล้วไปหาหมอหน่อยเถอะ”
อิงฟ้าเห็นเพื่อนสาวของเธอคลื่นไส้อาเจียนอยู่บ่อยๆเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้วและดูว่าอาการมันจะหนักขึ้นเรื่อยๆอีกด้วยเธอเองบอกให้น้ำเมยไปหาหมอหลายครั้งแล้วแต่หญิงสาวก็กลัวว่ามันจะเสียงานเสียเงินเสียเวลาจนเธอเห็นท่าไม่ดีแล้วยังไงวันนี้เธอก็ต้องลากเพื่อนของเธอไปให้หมอตรวจให้ได้
อิงฟ้าและน้ำเมยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆพึ่งจะมาแยกย้ายกันตอนเรียนจบ ม.6 เพราะว่าอิงฟ้าต้องมาเรียนต่ออยู่ที่กรุงเทพกับแม่ส่วนน้ำเมยหลังจากจบ ม.6 แล้วก็ไม่ได้เรียนต่ออีกเลยเพราะหญิงสาวเองอยู่กับยายเพียงสองคนและยายของเธอก็มีอาชีพเพียงแค่ขายขนมหวานเธอจึงไม่อยากสร้างภาระให้กับยายของเธออีกอย่างยายของน้ำเมยเองก็แก่มากแล้วหญิงสาวจึงตัดสินใจให้ยายของเธอพักแล้วเธอเองเป็นคนมาขายแทนจนวันนึงยายของน้ำเมยเสียหญิงสาวจึงเหลือตัวคนเดียว
จนอยู่มาวันหนึ่งหญิงสาวได้พบกับชายหนุ่มแปลกหน้าเธอได้ช่วยเหลือเขาเอาไว้เธอไม่รู้ว่าเขาบาดเจ็บมาจากอะไรเพราะหลังจากที่ชายหนุ่มฟื้นเขาได้ความจำเสื่อมหญิงสาวจำต้องช่วยเหลือให้ที่พักและดูแลเขาไปก่อน
พอนานวันเข้าหญิงชายอยู่ใกล้กันทำให้ก่อเกิดเป็นความรักขึ้นมาแต่ด้วยโชคชะตาที่ไม่เป็นใจกับหญิงสาวจู่ๆวันนึงชายหนุ่มก็ได้หายสาบสูญจากชีวิตของเธอไปแถมบ้านและที่ดินของเธอก็ถูกยึดจากเจ้าหนี้นอกระบบที่ยายของเธอได้เอาที่ดินไปจำนองไว้ทำให้น้ำเมยกลายเป็นคนไม่มีที่อยู่และที่ทำกิน
โชคดีที่อิงฟ้ากลับไปเที่ยวที่บ้านเกิดของเธอทำให้เจอกับน้ำเมยอิงฟ้าเห็นว่าน้ำเมยมีฝีมือในการทำขนมหวานและอีกอย่างที่ทำงานของเธอก็พึ่งจะมีเชฟขนมหวานลาออกไปอิงฟ้าจึงชวนน้ำเมยมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพมหานครเมืองใหญ่ที่จะให้ชีวิตใหม่แก่น้ำเมยได้
เมื่อน้ำเมยได้เข้ามาทำงานที่โรงแรมในฐานะเชฟขนมหวานเป็นลูกน้องในแผนกของอิงฟ้าได้ไม่นานก็ทำให้ชื่อเสียงของของหวานที่โรงแรมแห่งนี้เลื่องลือเป็นอย่างมากเหมือนเป็นซิกเนเจอร์ของโรงแรมนี้ไปเลย
ไม่ว่านักท่องเที่ยวที่ไหนมาก็ต้องมาชิมขนมหวานที่โรงแรมนี้กันทุกรายทำให้ตอนนี้ทั้งอิงฟ้าและน้ำเมยต่างก็ได้รับคำชมอย่างไม่ขาดปาก
“พวกเธอท่านประธานจะมาแล้วเตรียมตัวออกไปต้อนรับกันได้แล้วเร็วถ้าใครช้าพี่บอกไว้ก่อนว่าท่านดุมากเลยขอบอก”
นุดีหัวหน้าฝ่ายบุคคลรีบเดินมาตามพนักงานทุกคนให้ไปเตรียมตัวรอต้อนรับท่านประทานที่เข้ามาทำงานวันนี้เป็นวันแรกหลังจากที่หายไปเกือบหกเดือน
นุดีเองรู้กิตติศัพท์ของท่านประธานดีว่าเนี้ยบแค่ไหนดังนั้นเธอเป็นหัวหน้าฝ่ายบุคคลต้องเตรียมการให้พร้อมไม่อย่างนั้นเธอจะโดนดุเอาได้
“ไหวมั้ยแกพี่นุดีเรียกแล้ว”
อิงฟ้าถามน้ำเมยที่ยืนหน้าซีดจนแทบไม่มีเลือดฝาด
“ไหวอยู่แก..ว่าแต่ท่านประธานเราก็เจออยู่ทุกวันไม่ใช่หรอ”
น้ำเมยหันมาถามอิงฟ้าด้วยสีหน้าสงสัยเพราะเธอเองไม่เข้าใจว่าเมื่อก่อนพวกเธอยังไม่ต้องออกไปต้อนรับท่านประทานทุกวันเลยแต่ทำไมวันนี้ทุกคนกลับลุกลี้ลุกลนในการเตรียมตัวต้อนรับกันนัก
“นั่นแค่คนที่รักษาการแต่ท่านประทานคนนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนว่าเค้าหายไปไหนมาหลายเดือนแล้วแต่ฉันจะบอกให้แกรู้ไว้เลยนะว่าคุณมาคัสทั้งโหดทั้งเจ้าระเบียบมากเลยขอบอกไปเร็วแก”
อิงฟ้าพูดไปด้วยพลางเดินจูงมือน้ำเมยที่เดินหน้าซีดไปด้วยเพราะถ้าหากพวกเธอยังคงไปช้าคงจะโดนสายตาและวาทะที่เชือดเฉือนอีกเป็นแน่เพราะอิงฟ้าเคยโดนมาแล้วสมัยที่เข้ามาทำงานใหม่ๆ
อิงฟ้าและน้ำเมยเดินมาถึงจุดตรงหน้าโรงแรมที่มีพนักงานแทบทุกแผนกยืนเรียงแถวกันอยู่เมื่อยืนได้ไม่นานก็มีรถตู้หรูสีดำขับมาจอกที่หน้าโรงแรมทันใดนั้นเองพนักงานทุกคนที่ตอนแรกต่างจัดระเบียบเครื่องแต่งกายและยังคุยเสียงจอกแจกจอแจกันอยู่กลับนิ่งเงียบพร้อมทั้งยืนตัวตรงพร้อมกันทั้งหมดอย่างกับมีรีโมทกดสั่ง
น้ำเมยเองเมื่อเห็นพนักงานทุกคนยืนนิ่งงันเป็นระเบียบมันทำให้เธอต้องทำตามอัตโนมัติโดยที่ไม่มีใครสั่งเธอคิดในใจว่าท่านประธานคนนี้คงจะโหดหน้าดูไม่เช่นนั้นทุกคนคงไม่มีอาการเช่นนี้
“ยินดีต้อนรับการกลับมานะคะท่านประธาน”
“ครับ”
เมื่อชายใส่สูทสีดำของแบรนด์ดังตัวสูงดูมีสง่าน่าเกรงขามลงมาจากรถได้นุดีฝ่ายบุคคลก็กล่าวคำต้อนรับโดยทันทีพนักงานทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาโค้งคำนับให้กับชายหนุ่มที่ทุกคนต่างรู้กันว่าคือท่านประธานใหญ่ของโรงแรมนี้และเป็นหุ้นส่วนของโรงแรมอีกมากมายหลายแห่ง
มีเพียงน้ำเมยเท่านั้นที่ยังยืนตัวตรงอ้าปากค้างเมื่อได้เห็นท่านประธานหนุ่มเธอไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเองว่าชายหนุ่มที่เธอเฝ้าคอยและตามหามาตลอดตอนนี้เขาจะยืนอยู่ที่ตรงหน้าของเธอ
“หมูหยอง”
หญิงสาวรู้สึกใจเต้นแรงเธอเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจะเดินเข้าไปในโรงแรมแล้วเธอเองกำลังจะก้าวขาเดินตามแต่เธอกลับล้มฟุบลงไปกับพื้นเสียก่อน
“น้ำเมยย...”
อิงฟ้าถึงกับหน้าเสียที่จู่ๆน้ำเมยก็เป็นลมล้มพับอยู่ข้างๆเธอจึงรีบประคองเพื่อนสาวของเธอขึ้นมาเอาไว้อย่างหลวมๆแต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไรเพราะกลัวว่าจะเป็นจุดสนใจของคนอื่นและเพื่อนเธอก็จะโดนตำหนิไปด้วยว่าร่างกายไม่พร้อมแล้วยังฝืนมาทำงานเพราะที่นี่ถือเป็นกฎเหล็กข้อห้ามว่าถ้าพนักงานไม่ไหวให้แจ้งหัวหน้าลาได้ทันทีห้ามฝืนทำงานโดยเด็ดขาดเพราะผลงานที่ออกมาก็จะดูป่วยตามคนทำไปด้วย
“ผมว่าพนักงานที่นี่น่าจะรู้กฎกันดีอยู่นะ”
มาคัสมองเพียงหางตาก็รู้ว่ามีคนกำลังล้มลงถึงพนักงานด้านหน้าจะยืนเรียงรายกันอยู่ก็เถอะแต่ด้วยความสูงของระดับสายตาของเขาเองสามารถเห็นได้ทั่วถึงอยู่แล้ว
ชายหนุ่มเดินหันหลังกลับมาทางที่หญิงสาวกำลังเป็นลมพนักงานทุกคนต่างหลีกทางให้กับเขาโดยอัตโนมัติเพราะรับรู้ได้ถึงอาการน้ำนิ่งไหลลึกของเขา
“พาเธอไปที่ห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้”
“ค่ะๆ...”
ตอนนี้อิงฟ้าหน้าซีดเป็นไก่ต้มเพราะเห็นว่าตอนนี้ทุกคนมองมาทางเธอและเพื่อนสาวของเธอที่เป็นลมอยู่เป็นตาเดียวอีกทั้งที่หนักไปกว่านั้นท่านประธานหนุ่มกลับไล่ให้เธอพาเพื่อนของเธอไปที่ห้องพยาบาล
เธอเองจำต้องพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเพื่อนเธอค่อยๆเดินไปที่ห้องพยาบาลคนเดียวอีกต่างหากเธอรู้ว่าถ้าท่านประธานหนุ่มไม่มายืนอยู่ตรงนี้ป่านนี้คนอื่นๆคงจะยื่นมือเข้ามาช่วยเธอแล้วหละ
“เดี๋ยว....ที่นี่ไม่มีผู้ชายกันหรือไง”
ประธานหนุ่มรู้สึกขัดหูขัดตาที่มีเพียงแค่ผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นที่ยืนช่วยพยุงหญิงสาวที่เป็นลมอยู่เขาจึงเอ่ยเสียงเข้มเพื่อให้พนักงานผู้ชายที่ยืนก้มหน้ากันอยู่ได้ยินกลายๆก่อนจะเดินเข้าไปอุ้มหญิงสาวที่เป็นลมขึ้นมาแล้วก้าวยาวๆอย่างสง่างามเพื่อพาหญิงสาวเข้าไปนอนที่ห้องพยาบาลที่ทางโรงแรมจัดเอาไว้ให้สำหรับพนักงานทันที
ห้องพยาบาล
“คุณเป็นหัวหน้าเธอใช่มั้ย”
มาคัสจ้องมองหญิงสาวที่เขาพึ่งจะวางลงบนเตียงพยาบาลก่อนจะหันมาถามอิงฟ้าที่เดินตามเขาเข้ามาเมื่อดูจากป้ายที่ติดที่เสื้อของทั้งสองก็รู้ว่าเป็นหัวหน้าลูกน้องกัน
ชายหนุ่มหันกลับมาจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่นอนเป็นลมเพราะว่าเขารู้สึกคุ้นเคยกับใบหน้านี้เหลือเกินแต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอเธอที่ไหน
“ค่ะ”
อิงฟ้ายืนหน้าซีดก้มหน้าเมื่อได้ยินท่านประธานใหญ่ถามเธอขึ้นด้วยความที่กังวลจึงทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามของเขา
“ลูกน้องของคุณไม่สบายทำไมถึงไม่ให้เธอได้พักคราวหน้าผมหวังว่าคงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกนะ”
“ค่ะ..บอส”
มาคัสพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เมื่อมองแววตาของเขาแล้วใครๆก็ดูออกว่าไม่พอใจสักเท่าไรอิงฟ้าเลยทำได้แค่ตอบรับคำของเขาและเดินเข้าไปดูอาการของน้ำเมยพร้อมถือยาดมแกว่งไปมาไว้ใกล้ๆกับจมูกของเพื่อนเธอ
ในใจอิงฟ้าตอนนี้ก็ภาวนาว่าให้อิงฟ้าฟื้นเร็วๆเพราะเธอรู้สึกใจคอไม่ดีเอาเสียเลยที่ทั้งห่วงอาการของเพื่อนเธอทั้งเกร็งที่ท่านประธานใหญ่เอาแต่ยืนจ้องมองเธอและเพื่อนที่นอนเป็นลมอยู่แบบนี้
“อืมมม..อืออ...หมูหยอง....คุณจริงๆด้วยย”
ไม่นานนักน้ำเมยรู้สึกตัวขึ้นมาได้เมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงที่เธอเฝ้าคิดถึงตลอดเวลายืนอยู่ตรงหน้าเธอจึงลุกพรวดและสวมกอดไปที่เอวของเขาทันทีด้วยความคิดถึง
“คุณ..”
มาคัสรู้สึกตกใจอย่างมากที่จู่ๆหญิงสาวก็ลุกพรวดเข้ามากอดเอวเขาเอาไว้เขาจึงรีบจับตัวหญิงสาวให้ผละออกจากเขาทันทีเมื่อมองที่หน้าเธอพบว่าใบหน้าของหญิงสาวตอนนี้เปื้อนคราบน้ำตาอยู่ด้วยเขารู้สึกแปลกใจกับอาการของเธอไม่น้อยและแปลกใจกับชื่อที่เธอเรียกเขาอีกด้วย
“เฮ้ยยยย....น้ำเมย..ใจเย็นๆนี่ท่านประธาน”
อิงฟ้าจำต้องรวบตัวน้ำเมยมากอดเอาไว้เพราะกลัวว่าท่านประธานใหญ่ของเธอจะโกรธถ้าเป็นเช่นนั้นล่ะก็เธอกับเพื่อนเธอเสี่ยงที่จะตกงานเป็นแน่เธอจึงรีบเรียกสติของเพื่อนสาวของเธอว่าคนตรงหน้าที่กอดอยู่เมื่อครู่คือท่านประธานไม่ใช่นายหมูหยองอะไรนั่น
“ค..คุณ..จำฉันไม่ได้หรอ”
น้ำเมยรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจกับอาการของชายหนุ่มที่เปลี่ยนไปและทำท่าดูห่างเหินกับเธอมากอีกทั้งยังผลักเธอออกจากตัวเขาอีก
“พี่มาร์คคะ...ดอกไม้ต้อนรับการกลับมาทำงานค่ะ”
“ขอบคุณครับน้องดาว”
ระหว่างที่เหตุการณ์ในตอนนี้พาทุกคนงงงวยจู่ๆก็มีหญิงสาวเดินเข้ามาเกาะที่แขนของมาคัสพร้อมทั้งยื่นช่อดอกไม้ช่อใหญ่ให้แก่เขาทั้งสองมีท่าทีที่สนิทสนมกันมากจนน้ำเมยที่นั่งอยู่บนเตียงพยาบาลถึงกับอ้าปากค้างพร้อมทั้งมีน้ำตาที่หลั่งไหลพรั่งพรูออกมาเพราะคนที่เธอเฝ้าคิดถึงเฝ้าตามหาเขาไม่ได้สนใจใยดีอะไรกับเธอเลยสักนิด
เธอไม่รู้ว่าเขามาเป็นท่านประธานที่โรงแรมนี้ได้ยังไงแต่เธอเห็นเขาแวบแรกก็จำได้ทันทีว่าเป็นนายหมูหยองชายคนรักของเธอที่หายตัวไปแน่ๆ
“ผมว่าคุณพาลูกน้องคุณไปตรวจที่โรงพยาบาลหน่อยเถอะผมให้คุณทั้งสองคนลา2วัน”
มาคัสคิดว่าอาการที่หญิงสาวเป็นเมื่อครู่อาจจะเกิดจากอาการเบลอที่เป็นลมก็ได้เขาจึงไม่ถือสาอะไรพร้อมบอกกับอิงฟ้าให้พาน้ำเมยไปหาหมอและให้วันลาเพื่อพักผ่อนจะได้ไม่ต้องมามีอาการสติหลุดทักคนผิดถูกแบบนี้อีก
“หายไวๆนะคะ”
ดาวลดาเห็นว่าพนักงานที่โรงแรมป่วยด้วยความที่อัธยาศัยและจิตใจดีของเธอเลยอวยพรให้หญิงสาวหายป่วยไวๆพร้อมทั้งยังส่งยิ้มหวานให้หญิงสาวทั้งสองและเดินออกไปจากห้องพร้อมชายหนุ่มทิ้งให้น้ำเมยนั่งปวดหัวใจอยู่ในห้องกับภาพตรงหน้าที่เห็นเมื่อครู่
“ฮึกๆๆ...”
“แกเอ้ยย...ดีนะที่บอสเค้าไม่โกรธแกอะ...เค้าไม่ได้ชื่อหมูหยองนั่นคือท่านประธานใหญ่ที่เราเจอเมื่อเช้าไงแล้วผู้หญิงคนเมื่อกี้ก็คือคู่หมั้นของเขา”
อิงฟ้าเองก็ยังคิดว่าที่เพื่อนของเธอไปเรียกชายหนุ่มว่าหมูหยองอะไรนั่นเพราะเป็นอาการเบลอจากอาการป่วยหญิงสาวโล่งใจที่ท่านประธานหนุ่มไม่ได้โกรธอะไรพร้อมทบทวนให้เพื่อนสาวของเธอฟังอีกรอบว่าทั้งสองคนเมื่อครู่เป็นใครเผื่อเพื่อนเธอจะมีสติขึ้นมาบ้าง
“คู่หมั้นหรอ..ฮือๆๆ..ฮึก..ฮืออ”
น้ำเมยได้ยินว่าผู้หญิงคนเมื่อครู่ที่ท่าทางสนิทสนมกับชายหนุ่มเป็นใครเธอก็กลั้นเสียงสะอึกสะอื้นเอาไว้ไม่ได้เธออยากให้ตอนนี้มันเป็นแค่ฝันไม่ใช่เรื่องจริงเหลือเกินเพราะตอนนี้เธอยังทำใจยอมรับเรื่องที่ชายหนุ่มจำเธอไม่ได้แถมตอนนี้เขายังควงกับคู่หมั้นหน้าตาชื่นมื่นอีกต่างหาก
“ฉันว่าเราไปให้หมอตรวจแกจะดีกว่า..ฉันคิดว่าอาการแกคงหนักแล้วหละ..เฮ้อออ”
อิงฟ้าไม่รู้ว่าอาการที่เพื่อนของเธอเป็นอยู่นี่มันคืออะไรรู้สึกว่าเพื่อนเธอเดี๋ยวนี้อ่อนไหวง่ายเหลือเกินเธอเลยอยากให้เพื่อนสาวของเธอตรวจให้รู้เรื่องในใจก็หวังว่าเพื่อนเธอจะยังคงปกติดีอยู่นะ
โรงพยาบาลXXX
“คุณน้ำเมยห้องตรวจ 3ค่ะ”
น้ำเมยเดินเข้าห้องตรวจพร้อมกับอิงฟ้าเพราะอิงฟ้าต้องเป็นคนประคองเธอเข้าไปอีกอย่างอิงฟ้าเองก็อยากจะรู้จากปากหมอเหมือนกันว่าตกลงเพื่อนของเธอเป็นอะไรกันแน่
“จากการที่ประจำเดือนของคุณน้ำเมยขาดและผลการตรวจปัสสาวะหมอยินดีด้วยนะคะคุณน้ำเมยท้องได้ 12 สัปดาห์แล้วค่ะหมอแนะนำให้ฝากครรภ์นะคะเดี๋ยวหมอจะเขียนใบนัดให้ค่ะ”
“ท..ท้อง/ท้องงงงง”
น้ำเมยถึงกับช็อคกับผลตรวจที่ออกมาหญิงสาวอุทานออกมาเบาๆอย่างน้ำเสียงติดขัดแต่คนที่ดูจะตกใจยิ่งกว่าคือเพื่อนของเธอน่ะสิที่ทำเสียงดังจนลืมตัวว่าที่นี่คือโรงพยาบาลน้ำเมยเข้าใจว่าเพื่อนของเธอคงตกใจที่เห็นว่าตัวเธอเองไม่มีแฟนแต่จู่ๆกลับท้องเสียอย่างนั้นเป็นเธอเองเธอก็ตกใจ
หลังจากที่หมอตรวจเรียบร้อยแล้วน้ำเมยก็ออกมานั่งรอรับยาบำรุงครรภ์อยู่กับอิงฟ้าตอนนี้เหมือนเพื่อนของเธอเองช็อคไปชั่วขณะถึงกับเงียบไปพักใหญ่น้ำเมยคิดว่าควรปล่อยให้เพื่อนเธอเป็นแบบนี้ไปก่อนแล้วเธอค่อยกลับไปอธิบายกับเพื่อนเธอหลังจากที่กลับจากโรงพยาบาลแล้วจะดีกว่า
คอนโดอิงฟ้า
“อิงฟ้าแกเป็นอะไร”
น้ำเมยเห็นอิงฟ้านิ่งมาตั้งแต่ที่โรงพยาบาลเมื่อรู้ว่าเธอท้องแล้วเมื่อกลับถึงคอนโดหญิงสาวเลยได้โอกาสถามเสียทีเพราะดูท่าตอนนี้คนที่ป่วยจะเป็นเพื่อนของเธอมากกว่า
“แก...ฉัน..ถามมม..จริงงงง..แกไปท้องกับใครท้องตอนไหนทั้งที่ฉันก็ไม่เคยเห็นแฟนแกเลยเนี่ยย”
อิงฟ้าถึงกับหันขวับมาถามเพื่อนสาวของเธออย่างรวดเร็วเพราะที่เธอนิ่งอยู่เพราะว่าเธอกำลังลำดับเหตุการณ์อยู่ว่าถ้าหญิงสาวท้องประมาณสามเดือนก็เท่ากับว่าท้องก่อนที่จะมาที่นี่แต่ที่เธอไปเจอเพื่อนสาวของเธอที่บ้านก็เห็นว่าน้ำเมยอยู่คนเดียวนี่นาหญิงสาวจึงรู้สึกแปลกใจและตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยเห็นเพื่อนของเธอพูดถึงเรื่องฟงแฟนอะไรเลย
“แกฟังฉันดีๆนะอิงฟ้า...ฉัน..ก็ไม่รู้หรอกว่าพ่อของลูกฉันแท้ที่จริงแล้วเขาเป็นใครและนิสัยยังไงกันแน่”
น้ำเมยตอบกับเพื่อนของเธออย่างหน้าเศร้าๆเพราะเธอก็ไม่รู้จริงๆว่าว่าตัวตนที่แท้จริงพ่อของลูกเธอเป็นใครเพราะตอนที่เธอรู้จักกับเขาชายหนุ่มความจำเสื่อมอยู่นั่นเองตอนนั้นที่ชายหนุ่มอยู่กับเธอเขาเป็นคนยิ้มง่ายเข้ากับคนได้ง่ายใครเห็นใครก็รักต่างกับคนที่เธอเจอวันนี้ที่เขาแทบจะทำหน้ายักษ์ตลอดเวลาแถมยังอัธยาศัยไม่ดีอีกด้วยและจู่ๆก็กลายมาเป็นประธานใหญ่ของโรงแรมหรูซะงั้น
“อ้าว..เฮ้ยยยย...ไม่รู้ว่าพ่อเด็กเป็นใคร...แกโดนข่มขืนหรอ...มันเป็นใครเดี๋ยวฉันจะไปจัดการมัน”
อิงฟ้าต้องเอามือทาบอกกับคำที่เพื่อนของเธอพูดออกมาเธอมองดูว่าเพื่อนของเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะทำตัวเละเทะไปกับผู้ชายไม่เลือกหรือถ้าอย่างนั้นที่เธอคิดอีกอย่างก็คือใช่แน่ๆเพื่อนเธอต้องโดนข่มขืนแน่ๆไม่อย่างนั้นคงไม่ท้องขึ้นมาแล้วไม่รู้ว่าพ่อเป็นใครหรอก
“ไม่ใช่อย่างนั้น...ฟังฉันก่อนสิแก”
น้ำเมยแทบจะปรามความคิดของเพื่อนเธอไม่ทันเธอยังพูดไม่จบเพื่อนของเธอก็เอาไปตีความต่างๆนาๆแล้ว